เที่ยวไป..กินไป..ตามแต่ใจเราสองคน เป็นบล๊อกที่ทำขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวการเดินทางของเราทั้ง 2 คน และเป็นข้อมูลให้สำหรับผู้ที่สนใจจะเดินทางด้วยตัวเอง

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add 's blog to your web]
Links
 

 

ไหว้พระทำบุญ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน

ไหว้พระทำบุญ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ไปเชียงใหม่หลายครั้งหลายครา ไม่ค่อยมีเวลาได้ไปทำบุญไหว้พระ กราบไหว้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง เช่น ลำปาง ซึ่งมี พระธาตุลำปางหลวง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวลำปาง และจังหวัดลำพูนซึ่งมี พระธาตุหริภุญชัย พระธาตุคู่เมืองลำพูน ทั้ง 2 พระธาตุมีความศักดิ์สิทธิ์มากเป็นที่เคารพกราบไหว้ นับถือของชาวลำปางและลำพูน เกริ่นซะทั้งนานสาเหตุที่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะส่วนมากจะมาทำงาน มาทำงานเสร็จก็กลับกรุงเทพฯ ทันที แต่ครั้งนี้มาทำงานเช่นกัน และมีเวลาว่างพอจะไปเที่ยวบ้าง

ช่วงเดือนสิงหาคม 2553 ผมออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยรถโตโยต้าอัสติส ของบริษัทฯ ที่ผมทำงาน เดินทางกันเพียง 2 คนกับคนที่รู้ใจ มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ งานที่ต้องทำก็มีเพียงนิดหน่อยเท่านั้น เป้าหมายแรกของผมก็คือ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรวิหาร จังหวัดลำพูน เป็นวัดฯ ที่ตั้งอยู่ในเมืองลำพูน การเดินทางไม่ยากอะไร ถ้าเราขับรถจะไปเชียงใหม่ โดยผ่านตัวเมืองลำปาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 ไปทางจ.ลำพูน เมือถึงทางแยกเข้าเมืองลำพูน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองลำพูน ไม่ต้องตรงไปเชียงใหม่นะครับ ขับตรงไปนิดหน่อยก็จะเจอสามแยกไฟแดงให้เลี้ยวขวาครับ ไปอีกนิดเดียวก็จะเจอวัดอยู่ทางซ้ายมือ แนะนำร้านข้าวซอยอร่อยอยู่หน้าวัดฯ ขอโทษครับจำชื่อร้านไม่ได้


วันที่ผมไปองค์พระธาตุฯ กำลังบูรณะ ส่วนเรื่องประวัติความเป้นมาของพระธาตุฯ ไม่ขอเขียนถึงนะครับ เพราะว่าหาอ่านได้มากมาย สำหรับผู้ที่เกิด ปีระกา แนะนำให้มากราบไหว้ นะครับ เพราะเป็นพระธาตุประจำปีเกิด กราบไหว้แล้วจะได้โชคดีครับ ภายในวัดจะมีวิหารหลวง ภายในวิหารหลวงประดิษฐานพระปภิมาใหญ่ 3 องค์ มีความสวยงามมาก


กราบไหว้ทั้งพระธาตุฯ และ พระปภิมาใหญ่ทั้ง 3 องค์เสร็จ ก็ออกเดินทางสู่เมืองเชียงใหม่ ตัวเมืองลำพูนกับตัวเมืองเชียงใหม่อยู่ไม่ไกลกัน ขับรถประมาณ 30 นาทีก็ถึง เข้าพักโรงแรมเก็บข้าวของเรียบร้อย

มาเชียงใหม่คราวนี้งานที่ต้องทำไม่มีอะไรมากเพียงแค่มาตรวจสอบระบบที่ได้มาทำเอาไว้เเมื่อปีก่อนเท่านั้น หลังจากที่ว่างแล้ว อยากจะไปเที่ยว อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดที่สูงที่สุดในประเทศไทย และกราบไหว้ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ และ พระมหาธาตุนภเมทนีดล ซึ่งตั้งอยู่บนยอดดอยอินทนนท์ มาเชียงใหม่หลายครั้งก็ยังไม่เคยขึ้นยอดดอยอินทนนท์สักครั้ง มาครั้งนี้ตั้งใจจะขึ้นให้ได้และตั้งใจจะไปกราบไหว้ทั้ง 2 พระมหาธาตุฯ การเดินทางใช้เส้น ทางหลวงหมายเลข 108 ผ่านอำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง มุ่งหน้าสู่อำเภอจอมทอง ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ทางเข้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จะอยู่ก่อนถึงตัวอำเภอจอมทอง ต้องขอขึ้นไปเที่ยวดอยฯ ก่อน กลับลงมาแล้วจะมากราบไหว้พระธาตุศรีจอมทอง ขับรถขึ้นดอยอินทนนท์ บางช่วงก็ชัน บางช่วงก็คดโค้ง แต่ถ้าเราขับรถด้วยความไม่ประมาทผมว่าไม่น่ากลัวอะไร สามารถขับขึ้นได้สบายครับ ต้องเสียค่าเข้าอุทยานฯ ด้วยนะครับ ระหว่างทางขึ้นมีน้ำตกให้แวะเที่ยวด้วยนะครับ เช่น น้ำตกวชิรการ น้ำตกแม่กลาง เป็นต้น แต่ผมไม่ได้แวะครับ เพราะตั้งใจจะไปเที่ยวที่ยอดดอยฯ และไปไหว้พระมหาธาตูฯ ครับ ถนนโค้งไปโค้งมาชันบ้าง ไม่นานก็มาถึงทางเข้าพระมหาธาตูฯ ผมขับรถขึ้นไปจอดด้านบนได้ครับ ไม่ต้องเดินขึ้น เพราะวันที่เราไปไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์ ผู้คนไม่เยอะจึงมีที่จอดรถ อากาศกำลังเย็นสบายน่าจะประมาณ 17 องศา


จอดรถเสร็จก็เดินขึ้นไปกราบไหว้ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สามารถเดินขึ้นก็ได้หรือขึ้นบันไดเลื่อนก็ได้ครับ ไปถึงก็กราบไหว้ขอพรให้โชคดี กราบไหว้เสร็จก็เดินลงมาเพื่อไปกราบไหว้ พระมหาธาตุนภเมทนีดล ซึ่งตั้งอยู่ด้านตรงข้ามกัน ต้องเดินลงมาแล้วก็เดินขึ้นไปยังตัวพระมหาธาตุฯ


พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ อีกมุม ที่มองจากพระธาตุนภเมทนีดล จุดนี้อยู่ใกล้กับจุดสูงสุดของยอดดอยอินทนนท์ จึงมีเมฆลอยติดกับยอดต้นไม้ และอากาศจะเย็นทั้งปี ถ้ามาช่วงหน้าหนาวเราอาจจะเจอฝนตกแบบเป็นเม็ดละอองน้ำเลยครับ ได้อารมณไปอีกแบบ


กราบไหว้ทั้ง 2 พระมหาธาตูฯ เสร็จก็ขับรถต่อขึ้นไปยังยอดที่สุงที่สุด หรือจุดที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระมหาธาตุฯ จุดนี้เป็นจุดที่ได้ขึ้นชื่อว่า สูงสุดแดนสยาม คือ สูง 2565.3 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทำไมถึงพูดได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของประเทศไทย ก็เพราะดอยอินทนนท์เป็นดอยที่มีความสูงที่สุดในประเทศไทย จุดนี้เป็นจุดที่สูงที่สุดของดอยฯ ก็เท่ากับว่าเป็นจุดสูงสุดของประเทศไทยด้วยครับ


ลงจากยอดดอยฯ เป้าหมายต่อไปของผมก็คือ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ตั้งอยู่อำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่ ขับรถออกจากอุทยานฯ มาถึงแยกอำเภอจอมทองทางเดิมที่เราขับขึ้นอุนทยานฯ ให้เลี้ยวขวา ไปอีกนิดหน่อยก็จะเจอวัดฯ อยู่ทางซ้ายมือ พระธาตุศรีจอมทอง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิด ปีชวด หรือ ปีหนู แต่ผู้ที่ไม่ได้เกิดปีนี้ก็สามารถกราบไหว้ได้นะครับ มาถึงก็ไปกราบไหว้ทันที


ภาพอีกมุมของพระธาตูฯ


ภายในวิหารมีพระพุทธรูปสวยงามมาก


ออกจากวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อำเภอจอมทอง ผมก็ได้ขับรถมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทาง สันป่าตอง หางดง เพื่อกลับเข้ามาตัวเมืองเชียงใหม่ แล้วมุ่งหน้าสู่ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ อยู่ใน อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ทางขึ้นอุทยานฯ อยู่เลยทางเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไปนิดเดียว ลักษณะทางขึ้นจะคดโค้งไม่ชันมากเท่าไร สามารถขับรถขึ้นไปได้จอดที่หน้าวัดได้เลยครับ หลายปีก่อนที่ผมมากราบไหว้พระธาตุฯ ต้องเดินขึ้นหรือไม่ก็นั่งรถรางขึ้น แต่ปัจุบันจะเป็นคล้ายๆ กับลิฟล์ให้ขึ้นแล้วครับสะดวกสบาย แต่ถ้าใครอยากจะเดินขึ้นก็ได้นะครับเหนื่อยพอทนครับ


พระธาตุุดอยสุเทพ เป็นพระธาตุประจำปีคนเกิด ปีมะแม คนเกิดปีนี้จึงต้องมากราบไหว้ เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง วันที่ผมไปองค์พระธาตุฯ กำลังบูรณะอยู่ ผู้คนมากราบไหว้องค์พระธาตุฯ กันมาก ครับ พระธาตุดอยสุเทพ เป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ใครมาเที่ยวเชียงใหม่ต้องมากราบไหว้ขอพร การเข้ามากราบไหว้ต้องแต่งกายให้เรียบร้อยนะครับห้ามใส่กางเกงขาสั้น ขึ้นมาไหว้พระธาตุก็สามารถชมวิวเมืองเชียงใหม่ได้ เดินเล่นชมวิวรอบๆ องค์พระะาตุก็ได้ครับ


ลงมาจากดอยสุเทพ ตั้งใจจะแวะเยี่ยม ช่วงช่วง กับ หลินฮุย อีกสักครั้งหลังจากเราเคยมาเยี่ยมแล้วเมื่อครั้งเรามาเที่ยวปาย และมีถือโอกาสเยี่ยม หลินปิง ทายาทของทั้ง 2 ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตย์ตั้งอยู่ที่หน้าทางขึ้นดอยสุเทพ ขับรถลงมาก็จะเจอทางเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่อยู่ทางด้านขวามือ เข้าไปเลยครับ เสียค่าเข้าผู้ใหญ่คนละ 50 บาท เด็กๆ คนละ 10 บาท จอดรถไว้ข้างนอก เราใช้บริการรถข้างในครับเสียค่าใช้รถคนละ 20 บาท สามารถขึ้นลงได้ตลอด รถจะขับวนเป็นวงกลมรอบสวนสัตว์ อยากจะลงชมสัตว์ชนิดใดก็ลงได้ผมมาลงที่ชมหมีแพนด้า ส่วนค่าเข้าชมหมีแพนด้า เสียอีกคนละ 50 บาทนะครับ เด็ก 20 บาท ครับ เข้าไปดูความน่ารักก็ถือว่าถูกครับ


วันที่เราไปไม่พบ หลินฮุย ครับ เพราะว่าเป็นช่วงที่ต้องดูหลินปิงครับ ต้องดูผ่านกล้องวงจรปิด ทั้งหลินปิง และ หลินฮุย เลยได้ถ่ายรูปเฉพาะ ช่วงช่วง มาฝาก ผมชอบมาดูหมีแพนด้าครับเพราะชอบความน่ารักของมัน


มาเชียงใหม่ครั้งนี้ตั้งใจจะไปกราบไหว้ พระพุทธบาทสี่รอย อยู่อำเภอแม่ริม เป็นความแปลกที่พระพุทธบาทมีถึง 4 รอยในพระพุทธบาทเดียว ที่นี่จะเป็นวัดที่มีผู้คนมาปกิบัติธรรมกันเยอะมาก เรื่องการเดินทางผมเองก็จำไม่ค่อยได้นะครับต้องขออภัยด้วยครับ จำได้แต่พอคร่าวๆ ว่าทางเข้าไปยังตัววัดซึ่งตั้งอยู่ในป่าและต้องขับรถขึ้นเขาไป ทางเข้าจะอยู่เลยตัวอำเภอแม่ริมไปนิดหน่อยทางซ้ายมือ จะมีป้ายบอกทางตลอดนะครับ ไม่ต้องกลัวหลง แต่แนะนำว่าช่วงทางที่ขึ้นเขาต้องขับด้วยความระมัดระวังนะครับเพราะทางจะแคบรถสวนกันลำบาก บางช่วงจะชันไม่ต้องกลัวหลงนะครับจะมีป้ายบอกตลอดทาง จากปากทางเข้าไปยังตัววัดระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร


ผ่านป่าเขาเข้ามายังตัววัดแล้วรู้สึกอุ่นใจ ดีใจครับ ในความคิดผมตลอดทางที่ขับรถเข้ามายังวัดไม่มั่นใจเลยว่าจะมีวัดหรือมาถูกทาง เป็นเพราะเห็นสภาพทางแล้วแคบแต่เป็นถนนคอนกรีต ค่อนข้างจะเงียบเราขับรถอยู่ในป่าเพียงคันเดียวรู้สึกวังเวง บรรยากาศข้างทางเป็นป่าทึบ ยิ่งขับเข้าไปเหมือนรู้สึกว่าหลงทาง คิดอยากจะเลี้ยวรถกลับอย่างเดียว แต่ด้วยใจของคนที่มาด้วยแน่วแน่ว่าอยากจะมาให้ได้ ผมจึงคิดว่าต้องไปให้ถึงวัดให้ได้ แต่พอเห็นตัววัดและได้อ่านประวัติแล้วรู้สึกมีความสุขและดีใจครับที่เราได้มากราบไหว้ แม้มีมารมาผจญจิตใจเราตั้งหลายครั้ง ตั้งแต่การหาทางเข้าวัดเพราะไม่รู้ว่าทางเข้าอยู่ตรงไหน รู้แต่ว่าอยู่อำเภอแม่ริม ถามชาวบ้านมาตลอดรู้จักบ้างไม่รุู้จักบ้าง เลี้ยวผิดเลี้ยวถูก สุดท้ายเราก็มาถึงวัดจนได้ ได้กราบไหว้ขอพร สุขใจจริงๆ วัดนี้มีชาวบ้านมาปฏิบัติธรรมกันเยอะมากไม่ว่าจะเป็นชาวเชียงใหม่เองหรือชาวกรุงเทพ มีอาคารใหญ่ให้อยู่อาศัยบางคนมานอนปฏิบัติธรรมกันเป็นเดือนๆ มีวิหารอยู่กลางป่าที่สวยงาม


อยู่เชียงใหม่ 3 วัน วันนี้เราต้องเดินทางกลับกรุงเทพแล้ว ขับรถออกจากเชียงใหม่ช่วงสายๆ ผ่านจังหวัดลำพูน มุ่งหน้าสู่จังหวัดลำปางใช้ทางหมายเลข 11 จุดมุ่งหมายของผมคือ วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดเก่าแก่มากๆ และเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองลำปางมานาน การเดินทางเมื่อเราขับรถเลยตัวเมืองลำพูนตามทางหลวงหมายเลข11 เมื่อมาถึงทางเลี้ยวขวาไปอำเภอเกาะคา ให้เลี้ยวขวาเข้าถนน ทางหลวงหมายเลข1034 ไม่ต้องขับรถไปจนถึงตัวเมืองลำปางนะครับเพราะไกลและทางอ้อมด้วยครับ และ ตัววัดพระธาตุฯ ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองลำปางครับ เมื่อเลี้ยวขวาขับตามทางมาเรื่อยๆ ก็จะเจอวัดพระธาตุฯ อยู่ทางขวามือแต่เราต้องขับรถไปจอดฝั่งตรงข้ามวัดนะครับจะมีลานจอดกว้างขวาง วันที่ผมไปองค์พระธาตุฯ กำลังบูรณะครับ


วัดพระธาตุลำปางหลวง มีสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก มีประวัติที่ยาวนาน อยู่คู่เมืองลำปางมานาน เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิด ปีฉลู ท่านใดเกิดในปีนี้ควรมากราบไหว้ขอพรนะครับ มีวิหารไม้เก่าแก่ภายในวิหารไม้ ตกแต่งแบบลานนา เป็นแบบเปิดไม่มีฝาผนัง มีความสวยงามมาก



สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่น่าจะไปกราบไหว้สักกาะรของทั้ง 3 จังหวัด ยังมีอีกหลายแห่งนะครับ ไม่ใช่มีเท่านี้ แต่เนื่องจากเวลาที่เราไปมีจำกัด จึงได้รีวิวเแพาะที่ไปเท่านั้น เอาไว้มีโอกาสได้ไปกราบสักการะที่ใดอีกจะนำมาเล่า รีวิวให้อ่านกันอีกครั้ง ขอพรจงมีแด่ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และถ้ามีโอกาสขอเชิญไปกราบไหว้นะครับ ขอให้โชคดีทุกท่านครับ




 

Create Date : 01 ธันวาคม 2553    
Last Update : 24 มีนาคม 2554 17:11:29 น.
Counter : 3448 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.