เที่ยวไป..กินไป..ตามแต่ใจเราสองคน เป็นบล๊อกที่ทำขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวการเดินทางของเราทั้ง 2 คน และเป็นข้อมูลให้สำหรับผู้ที่สนใจจะเดินทางด้วยตัวเอง

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add 's blog to your web]
Links
 

 

สำรวจ มาเลเซีย ตอนจบ

สำรวจ... มาเลเซีย ตอน จบ เป็นตอนต่อจากตอนที่ 2 เรื่องของการสำรวจ... มาเลเซีย สำรวจเรื่องของการจะต่อเครื่องไปยังประเทศต่างๆ ของ AIR ASIA หวังว่าพอจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่จะใช้บริการ Air Asia ไปเที่ยวยังประเทศต่างๆ

ส่วนเรื่องของสถานที่เที่ยวต่างๆ ถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกันนะครับ เพราะก่อนไปไม่ได้หาข้อมูลไปมาก ประกอบกับเวลาของเรากับมาเลเซียน้อยไปหน่อย เพียงแค่ 2 วันกว่าๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่จึงเป็นที่เที่ยวช๊อปปิ้งตามห้างต่างๆ ในเมืองหลวงของมาเลเซีย กัวลาลัมเปอร์ สถานที่สำคัญของกรุงกัวลาลัมเปอร์ นั้นก็คือ ตึกแฝด หรือ Pretronas Twin Tower ซึ่งเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกมาแล้วเมื่อปี 2541 บรรยากาศใกล้จะค่ำของตึกแฝด การเดินทางไปตึกแฝดนี้ก็ไม่ยาก นั่งรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปลง สถานี KLCC


ช่วงเย็นๆ จะมีผุ้คนมานั่งเล่นด้านหลังตึกแฝดกันเยอะมากๆ เพราะด้านหลังตึกแฝดจะเป็นสวนสาธารณะ มุมนี้เป็นมุมด้านหลังของตึกแฝด



ความสูงของตึกแฝดนี้คือ 452 เมตร มีทั้งหมด 88 ชั้น สูงไม่สูงก็ให้ดูเราทั้ง 2 คนเปรียบเทียบ


มาแล้วต้องถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกว่าเรามาถึงแล้ว


มุมนี้ถ่ายจากในสวน จะมองเห็นสระน้ำ


ตึกแฝดนี้ปัจุบันไม่ได้เป็นตึกที่สุงที่สุดในโลกแล้ว ปัจุบันอยู่ในอันดับ 5 ของโลก ดูด้านหลังตึกแล้ว มาดูด้านหน้ากันสวยไปคนละแบบ


ตึกที่สูงที่สุดในโลกในปัจจุบันนี้ก็คือ Burj Khalifa อยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศ UAE อันดับ 2 คือ Taipei 101 อยู่ที่เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน อันดับ 3 คือ Shanghai World Financial Center อยู่ที่เมืองเซียงไฮ้ ประเทศจีน อันดับ 4 คือ International Commerce Center อยู่ที่ฮ่องกง ด้านหน้าของตึกแฝดนี้จะเป็นทางน้ำพุ ดูสวยงามดี ต้องถ่ายรูปเป็นรูปสุดท้ายของตึกแฝดนี้นะครับ


ใช้เวลาถ่ายรูปกับตึกแฝดอยู่นานก็ได้เวลากลับโรงแรมแล้ว เพราะกลัวจะดึกมาก จบวันที่ 2 ในการสำรวจ... มาเลเซีย ในวันรุ่งขึ้นเรามีโปรแกรมไปแค่ที่เดียวนั้นก็คือ ย่านไซน่าทาวร์ อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพักนั่งรถไฟฟ้าไปแค่ 1 สถานี คือลงที่ สถานี Pasar Seni แล้วเดินต่ออีกนิดเดียวก็ถึง ย่านใจกลางไซน่าทาวร์คือถนน Pataling Street

ภายในถนนนี้จะมีร้านค้าขายของมากมาย ขายหลายอย่าง เราไปยังเช้าอยู่ร้านค้ายังไม่เปิดก็มี ผู้คนเดินเที่ยวยังไม่มาก


ภายในยังมีร้านอาหารที่เห็นแล้วก็น่ากินมาก มีหลายร้านมากๆ


ขายของกินหลากหลายชนิด


กินข้าว เดินเล่นได้ไม่นานพวกเราก็ต้องกลับไปโรงแรมเพื่อไปเอากระเป๋าที่ฝากและเดินทางไปสนามบิน LCCT โดยรถ Skybus เจ้าเก่าที่เรานั่งมาจากสนามบินค่าดดยสารคนละ 9 ริงกิต ขึ้นที่สถานี Sentral ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงสนามบิน LCCT พวกเราก็ลงเดินย้อนกลับมาเพื่อไปที่เคาร์เตอร์เช็คอินทางเข้าจะอยู่ข้างร้าน MarryBrown


ด้านหน้าประตูทางเข้าจะมีจอบอกเคาร์เตอร์เช็คอิน


ด้านในจะเป็นเคาร์เตอร์เช็คอินของ Airasia แต่ต้องดูนะครับว่าไฟลท์เราเช็คอินที่เคาร์เตอร์อะไร ต้องเช็คอินให้ถูกนะครับเพราะว่าไม่ได้เป็นการเช็คอินรวมเหมือนที่สนามบินสุวรรณภูมิบ้านเรา


เมื่อเช็คอินเรียบร้อยแล้วเราก็ต้องเดินต่อเข้าไปในอาคาร ช่องสีน้ำเงินในรูปคือการผ่านขั้นตอน Immigration หรือการตรวจสอบขั้นตอนการเข้า-ออกเมือง


ผ่านขั้นตอนเข้า-ออกเมืองแล้วก็จะเจอร้านดิวตี้ฟรี มีคนกระดี้กระด๊า แต่หลังจากได้เนดูแล้วซื้อไม่ลงครับแพงมาก


ภายในอาคารที่พักรอขึ้นเครื่องจะมี gate ต่างๆ มีป้ายบอกสีเขียว แต่ที่นั่งรถจะไม่เป็นห้องๆ ครับ จะเป็นที่นั่งรวมกันให้ฟังประกาศบอกว่า Gate อะไรเปิดเรียกขึ้นเครื่องก็ให้ไปยืนรอที่ป้ายบอก gate


อาคารผู้โดยสารนี้จะไม่มีงวงนะครับ เมื่อเรียกขึ้นเครื่องแล้วก็จะมีเจ้ากน้าที่บอกให้ไปขึ้นที่เลขอะไร แต่ถ้าจะให้ดีต้องถามเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ก่อนขึ้นเครื่องเพื่อเป็นการป้องกันการขึ้นเครื่องผิด
ทุกครั้งที่ใช้บริการของ Airasia เราจะต้องอุดหนุนอาหารบนเครื่องเป็นทุกครั้ง ครั้งนี้ก็ไม่พลาดเช่นกัน ขากลับเรานั่งที่ฝั่งซ้าของเครื่องเพราะว่าต้องการเห็นแสงสุกท้ายของวันว่าจะสวยงามแค่ไหน


จบแล้วครับสำหรับการตั้งใจไป สำรวจ... มาเลเซีย ของผม ที่ต้องการอยากจะรู้ว่าการเดินทางต่อเครื่องบินของ Airasia ว่าการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ต้องทำอย่างไร ในครั้งนี้ยังไม่ได้ต่อไปที่ไหน แต่คิดว่าในครั้งหน้าคงมีแน่ๆ ครั้งนี้หาข้อมูลไว้ก่อน ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ชมการเดินทางในทริปหน้าของเรา บาหลี ได้ในไม่ช้านี้ ขอบคุณมากๆ ครับ




 

Create Date : 27 เมษายน 2553    
Last Update : 28 เมษายน 2553 0:01:14 น.
Counter : 2814 Pageviews.  

สำรวจ... มาเลเซีย ตอน 2

สำรวจ... มาเลเซีย ตอน 2 ในตอน 1 เราก็ได้เสนอวิธีเดินทางเข้าเมืองแล้ว และ ได้แนะนำที่พักใกล้ๆ กับ สถานที่เป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ นั้นก็คือ KL Sentral ภายในสถานีมีร้านค้าต่างๆ เป็นจำนวนมาก เมื่อเดินถึงสถานีแล้วต้องขึ้นมายังชั้น 2 จะพบกับร้านค้า และ เคาร์เตอร์ขายตั๋วรถไฟ เพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะไปสนามบิน ไปสถานทีต่างๆ ในเมืองกัวลาลัมเปอร์ หรือไปยังสถานีชานเมือง บรรยากาศภายในชั้น 2


สำหรับใครที่จะเที่ยว Genting สามารถจองตั๋วรถโดยสารได้ที่เคาร์เตอร์ขายตั๋วชั้นล่าง นะครับ ไม่ใช่บนชั้น 2 นี้ รถโดยสารที่ไปเก็นติ้ง จะจอดใกล้ๆ กับรถโดยสาร Sky Bus ที่นั่งมาที่นั่งมาจากสนามบิน LCCT พวกเรามาเที่ยวในครั้งนี้ตั้งใจจะไปเก็นติ้ง แต่เมื่อได้ไปติดต่อซื้อตั๋วรถโดยสารเพื่อจะไป ปรากฏว่า ตั๋วรถมีตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ทั้งที่เราขอจองตั๋วเพื่อไปในวันรุ่งขึ้นนะครับ เรียกได้ว่าจองตั๋วข้ามวันก็ยังไม่มี รถที่ไปเก็นติ้งเริ่มเวลา 7.00 น. เท่าที่สอบถามปรากฏว่าจะมีพวกนายหน้ามาจองตั๋วเพื่อขายให้เราในราคาที่แพงกว่า 1 เท่า บ้านเราเรียก ตั๋วผี ครับแบบนี้ ที่รู้เพราะว่าจะมีผู้ชายมายืนรออยู่ที่หน้าเคาร์เตอร์ขายตั๋ว ใครมาติดต่อซื้อที่เคาร์เตอร์ไม่มี ผู้ชายคนนั้นก็จะเข้ามาเสนอขายให้ หรือไม่ก็ให้เหมาแท็กซี่ไปส่ง เราเลยตัดสินใจไม่ไปดีกว่าเดินเล่นในเมืองก็ได้ เพราะว่าไม่ได้อยากไปอยู่แล้ว

ภายในสถานีจะมีล๊อกเกอร์ฝากกระเป๋านะครับ ตั้งอยู่ด้านในสุดของสถานี มีหลายขนาด ส่วนเรื่อวงราคาตามขนาดของตู้ ต่อการเปิดปิด 1 ครั้ง ตู้ใหญ่สุด 5 ริงกิต


เราจะไปเที่ยวตึก Pretronas Twin Towers ซึ่งเป็นตึกที่เคยสุงที่สุดในโลกมาแล้ว เราจึงต้องไปขึ้นรถไฟฟ้า Repid KL ซึ่งสถานที่ขายตั๋วจะอยู่ชั้น 2 เมื่อเราเดินขึ้นไปในชั้น 2 จะอยู่ทางซ้ายมือ


การซื้อตั๋วก็เหมือนกับบ้านเรามีทั้งเป็นตู้อัตโนมัติ และ มีคนขาย เราลองไปใช้ตู้อัตโนมัติในการซื้อตั๋ว วิธีก็ไม่ได้ยาก คือ กดเลือกสถานีที่เราจะไปที่จอ แล้วจอจะถามเราว่าจะซื้อกี่ใบ บอกจำนวนตั๋วที่ต้องการซื้อ ตัวเลขเงินที่ต้องจ่ายก็จะขึ้นมาบอกว่าเท่าไร เราก็หยอดเหรียญลงไป หรือ ก็เอาเงินแบงค์ 5 10 ใส่ช่อง เครื่องก็จะทอนเงินให้เราด้วยนะครับ


ไปตึกแฝด เราต้องขึ้นรถไฟฟ้า ไปลงที่ สถานี KCLC เราไป สายสีเขียว ครับ


เมื่อได้ตั๋วเรียบร้อยก็เดินขึ้นไปชั้นบน ครับเพื่อรอขึ้นรถไฟฟ้า ไปลงยัง สถานี KLCC บรรยากาศชั้นบนในขณะรอรถไฟ


นั่งรถไฟ 5 สถานี ประมาณ 10 นาทีก็มาลงที่สถานี KLCC แล้วให้เดินออกทางด้านประตู B เพื่อเดินเข้าไปภายในห้างที่อยู่ในตึกแฝด


เดินเข้ามาภายในตึกฯ ก็จะเป็นห้างชื่อ Suria KLCC เป็นห้างที่ใหญ่มากๆ ในกัวลาลัมเปอร์


บรรยากาศในห้างฯ มีลานแสดงสินค้าอยู่กลางห้างฯ เหมือนห้างๆ ทั่วไป


มีร้านแบนด์เนมดังๆ อยู่ทั่วทั้งห้างฯ เดินผ่านร้านนี้ตกแต่งร้านได้สวยงามมาก ลักษณะการตกแต่งจะเหมือนๆ กันทุกประเทศเท่าที่เราเคยพบเห็นมา ไม่กล้าเข้าไปในร้านเพราะว่าเราคงไม่ซื้อ เวลาใช้งานแล้วไม่สมฐานะคนอย่างเรา หรือซื้อไปแล้วใครเห็นคงคิดว่าของปลอม ขอถ่ายรูปหน้าร้านก็พอ


เดินออกมาถ่ายรูปตึกด้านหน้าในช่วงเวลากลางวัน เอาไว้เย็นๆ เราจะกลับมาถ่ายอีกครั้ง


เดินเล่นดูของ กินข้าวที่ตึกแฝดเสร็จพวกเราก็มีจุดหมายใหม่ นั้นก็คือ Bukit Bintang เป็นย่านวันรุ่น มีวัยรุ่นชอบเดินกันเยอะมากเหมือนสยาม มาบุญครองบ้านเรา ที่มีห้างอยู่เยอะ และจะพาไปดูห้างเปิดใหม่ใหญ่มากกกก เรานั่งรถไฟฟ้าจากสถานี KLCC ไปลงที่ สถานี Dang Wangi แล้วเดินต่อไปขึ้นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว Monorail ที่สถานี Bukit Nanas เพื่อไปลงสถานี Bukt Bintang มาแล้วครับรถไฟรางเดี่ยว Monorail


ค่าโดยสารรถไฟที่มาเลเซียราคาพอๆ กับบ้านเรา นั่งรถไฟ Monorail ราคาประมาณ 1 ริงกิต เรานั่งไป 2 สถานีก็ถึง สถานี Bukit Bintang


ย่านนี้เป็นแหล่งรวมของวัยรุ่นมาเลเซีย จะมานั่งจับกลุ่มบริเวณด้านหน้าสถานี ไม่รู้ว่านั่งทำอะไรกันทั้งวัน อยากไปจะนั่งด้วยแต่กลัวโดนถาม "ลุงมานั่งทำอะไร"


เรามาเที่ยวมาเลเซียไม่ได้แลกเงินมาเลฯ มาเพียง 1000 บาทเท่านั้นเพราะว่าต้องการที่จะมาแลกที่นี่จะได้เลทที่ดีกว่าแลกที่บ้านเรา ผมแลกเงินดอลล่าแล้วนำมาแลกเป็นเงินมาเลฯ ที่ Bukit bingtan มีหลายร้านด้วยกันแต่ผผแลกที่ร้านป้ายสีแดงในรูป


Bukit Bingtan มีห้างเยอะมากๆ อยู่รายรอบบริเวณเราก็เข้าไปในห้างหนึ่งจำไม่ได้ว่าห้างชื่ออะไรคล้ายๆ มาบุญครอง บ้านเรา มีการจัดงานอะไรสักอย่างวัยรุ่นเยอะมาก มีการแสดงด้วย


ห้างนี้อยู่หัวมุมถนน ข้างๆ สถานีมอนโนแรล สามารถเข้าได้หลายทางมีหลายชั้น สินค้าที่ขายเหมือนมาบุญครอง


เดินเล่นได้ไม่นานเพราะเดินไม่ไหวคนเยอะมากๆ เดินลำบาก จึงเปลี่ยนที่เดินใหม่เป็นห้างเปิดใหม่อยู่ใกล้ๆ เดินไม่ถึง 10 นาทีก็ถึง นั้นก็คือห้าง PAVILOIN หน้าห้างจะมีปติมากรรมถ้วยใหญ่สวยงามมาก


ภายในศูนย์กลางของห้างใหญ่มากๆ เป็นลานจัดกิจกรรมต่างๆ


ห้างนี้เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน อยู่ใกล้สถานีมอนโนแรล bukit bingtan ผู้คนเยอะมากๆ และเป็นห้างใหญ่มากๆ เท่าที่ผมเคยพบมา


เดินเล่นช๊อปปิ้งก็ได้ของติดไม้ติดมือบ้าง เป็นกางเกงยีนส์ GAP กับนาฬิกา Tag Heuer ซื้อให้เป็นของขวัญแก่ภรรยาของผมเนื่องในโอกาสต่างๆ หลายโอกาสรวมกัน ส่วนเรื่องของราคาจะถูกกว่าบ้านเราเป็นหมื่นบาทครับ เพราะไม่เสียภาษี และ ร้านนี้มีส่วนลดพิเศษด้วยครับ ซื้อแล้วก็ต้องถ่ายรูปที่หน้าร้านกันสักหน่อย




ตอนนี้ก็ขอขบเพียงเท่านี้ก่อน ตอนหน้าจะพาไปชมตึกแฝดในยามค่ำคืน ว่าจะสวยแค่ไหน




 

Create Date : 07 มีนาคม 2553    
Last Update : 27 เมษายน 2553 21:03:29 น.
Counter : 1924 Pageviews.  

สำรวจ... มาเลเซีย ตอน1

สำรวจ... มาเลเซีย ทำไมถึงต้องใช้ชื่อตอนแบบนี้เพราะว่าการไปมาเลเซียครั้งนี้จุดมุ่งหมายเพื่อไปสำรวจ เรื่องต่างๆ เช่น การต่อเครื่อง Airasia ไปยังประเทศต่างๆ, การเดินทางเข้าไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์, สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ฯลฯ และมีแผนการจะใช้ Airasia เป็นช่องทางในการเดินทางไปเที่ยวยังประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ, ออสเตรเลีย, อินโดนิเซีย เป็นต้น

พวกเราเดินทางกันใน วันที่ 29-31 มกราคม 2553 ได้จอง Airasia โปโมชั่น 0 บาท ไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 ราคารวมทั้งหมดไปกลับ 1,500 บาทต่อคนถือว่าถูกมากๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราใช้ Airasia ของมาเลเซีย คือ AK ทุกครั้งที่ผ่านมาเราจะใช้ Thai Airasia คือ FDตลอดจึงอยากลองเปลี่ยนดูบ้างว่าเป็นอย่างไร สรุปก็คือเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน การบริการ แต่มีสิ่งเดียวที่แตกต่างก็คือ แอร์สาวของ Thai Airasia สวยกว่าเยอะ(ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)

เราไปไฟล์ AK0735 เวลา 09.25 น. ตามเวลาเมืองไทย โดยปกติผมชอบที่จะไปถึงสนามบินก่อนเวลาเช็คอิน 2 ชั่วโมงเพราะไม่อยากจะรีบเร่งอะไร ไปถึงก็เช็คอินทันทีแล้วจึงไปเดินเล่นและหาอะไรกิน วันที่เราไปผู้คนรอผ่าน ตม. คนเยอะมากๆ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนจึงเยอะใช้เวลารอเกือบครั่งชั่วโมง ผ่าน ตม. แล้วก็ต้องเจอด่านตรวจสอบกระป๋าและอุปกรณ์ต้องห้ามต่างๆ ทันที แถวยาวอีกเช่นเคย จึงอยากจะแนะนำท่านที่ต้องเดินทางควรจะเผื่อเวลาตรงนี้ไว้ด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้นอาจจะตกเครื่องบินได้ ได้เวลาแล้วเราก็มารอที่ Gate F4


ถึงเวลา 09.25 น. เครื่องบินก็เริ่มขยับเพื่อเตรียมที่จะขึ้นบิน ถือว่าตรงเวลาดีครับ ไฟล์นี้มีผู้โดยสารเต็มลำ เห็นแอร์ฯ ของมาเลเซียแล้วผมคิดถึงหลานผมทันที เพราะว่าจะดำๆ คล้ายกัน เครื่องบินใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินมาเลเซียแต่เป็น Terminal LCCT ย่อมาจาก Low Cost Carrier Terminal ซึ่ง Airasia ทั้งหมดจะจอดที่นี่ ส่วนอีก Terminal คือ KLIA ย่อมาจาก Kuala Lumpur International Airport เป็น Terminal ที่สายการบินอื่นจอด อย่าสับสนนะครับจำไว้ให้แม่นๆ สำหรับแฟน Airasia เพราะว่าทั้ง 2 Terminal อยู่ห่างกันมากๆ

เวลาประมาณ 12.25 น. เป็นเวลาของประเทศมาเลเซียซึ่งจะเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง ผมก็ไม่เข้าใจว่าอยู่ใต้เมืองไทยแท้ๆ มีเวลาเร็วกว่าบ้านเราตั้ง 1 ชั่วโมง เครื่อง Airasia ก็จอดที่ Terminal LCCT Terminal นี้ไม่มีงวงนะครับต้องเดินลงเครื่องบินด้วยบันได แล้วเดินที่พื้นลันเวย์เข้าสู่ตัวอาคาร ก็ได้บรรยากาศอีกแบบ การผ่านขั้นตอน ตม. ก็ไม่ยาก จากนั้นก็มารับกระเป๋า แล้วก็ออกมาสู่ภายนอกอาคาร สิ่งแรกที่เรามองหาก็คือ เคาร์เตอร์ขายตั๋วรถเข้าสู่เมืองกัวลาลัมเปอร์ มีอยู่ 2 รายใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ Sky Bus เป็นของ Airasia รถจะเป็นสีแดง และ Star Shuttleจะมีป้ายและรถเป็นสีเหลือง ส่วนราคาก่อนอยู่ที่ 9 RM ต่อเที่ยวเท่ากัน ในบางครั้งแล้วแต่ต่อรองนะครับสำหรับ Star Shuttle เดินออกมาก็จะเจอเคาร์เตอร์ครับอยู่ทางซ้ายมือ


เรามาครั้งนี้ไม่ได้จองรถมาก่อนล่วงหน้าซึ่งสามารถจองได้ในเว็ปไซค์ //www.airasia.com เราจึงซื้อตั๋วที่เคาร์เตอร์นี้ก็สะดวกดีเหมือนกันคนละ 9RM ต่อเที่ยว 1 RM หรือ 1 ริงกิต เท่ากับประมาณ 10 บาท


ซื้อตั๋วเรียบร้อยเราก็ต้องไปขึ้นรถ วิธีเดินไปขึ้นรถก็ไม่ยาก ให้เดินออกประตูมาก็จะเจอร้าน Starbucks Coffee อยู่ทางขวามือให้เดินตรงไป


เมื่อเดินตรงมาไม่ไกลก็จะเห็นร้าน McDonald'S อยู่ข้างหน้า สังเกตุป้ายด้านบนบอกนะครับ ใครที่จะต่อเครื่องไปยังที่อื่นๆ ให้เดินเลี้ยวซ้าย ก่อนถึงร้าน Mcdonald's ซึ่งจะเป็นทางไปสู่ที่เช็คอิน (Departure) ป้ายสีเขียวผมว่าลูกศรเค้าชี้ผิด


เมื่อเดินมาถึงร้าน McDonald's ให้เดินไปทางขวา


เดินมาเรื่อยๆ จะผ่านประตูเข้าเช็คอิน Domestic อยู่ทางซ้ายมือใครจะต่อเครื่องภายในประเทศมาเลเซียก็เชิญด้านนี้ เดินตรงมาเรื่อยตามในรูป


เดินตรงมาอีกไม่ไกลก็จะเจอทางเดินไปที่จอดรถ Sky Bus ในรูปเห็นจอดสีแดงนั้นแหละครับใช่แล้ว


รถ Sky Bus จะจอดที่ช่องหมายเลข 3 นะครับ มาถึงแล้วก็ถามเจ้าหน้าที่ใส่เสื้อสีแดงได้ทุกคนว่าคันไหนออก


พอรู้ว่าคันไหนออกก่อนก็ขึ้นไปเลือกที่นั่งได้เลย ผมเอากระเป๋าให้เด็กรถเก็บไว้ใต้ท้องรถไม่ได้ถือขึ้นรถ แต่เห็นมีผู้โดยสารหลายคนเอากระเป๋าขึ้นรถด้วย สามารถเอาขึ้นได้ไม่มีปัญหาอะไร ขึ้นรถแล้วก็เลือกที่นั่งได้ตามใจชอบ ก่อนที่รถจะออกประมาณ 5 นาที จะมีพนักงานขึ้นมาขายตั๋วสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ซื้อตั๋วสามารถซื้อตั๋วบนรถได้ครับ


สำหรับท่านที่ไม่ต้องการเข้าไปพักในเมือง หรือท่านใดที่ต้องการจะรอต่อเครื่อง airasia ไปยังประเทศอื่นเพื่อง่ายต่อการเดินทางสามารถพักที่โรงแรม Tunehotels ได้เพราะอยู่ด้านหน้า LCCT สามารถเดินไปได้ไม่ไกล ส่วนเรื่องราคาหรือการจองสามารถดูในเว็ป www.tunehotels.com ของโรงแรมได้ครับ (ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับเพียงแค่เห็นว่าน่าจะสะดวกดี)


นั่งรถประมาณ 1 ชั่วโมงที่ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร รถวิ่งตรงไปยังสถานีที่จุดศุนย์กลางการขนส่งของเมืองกัวลาลัมเปอร์ นั้นก็คือ KL Sentral ซึ่งเป็นแหล่งรวมของรถชนิดต่างๆ ไปยังสถานที่ต่างๆ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ รถ Sky Bus จะมาจอด
ที่ใต้อาคารขนส่งของสถานี KL Sentral จอดข้างๆ บันไดเลื่อน


มาดูตารางเดินรถของ Sky Bus ขาไปจาก KL Sentral ไปยัง LCCT เริ่มเที่ยวแรกเวลา 03.00 AM หรือ ตี3 และรถเที่ยวสุดท้ายเวลา 10.00 PM หรือ สี่ทุ่ม ส่วนขากลับจาก LCCT มายัง KL Sentral คันแรกเริ่มเวลา 07.00 AM คันสุดท้ายหมด 03.15 AM เรียกได้ว่ามีรถเกือบ 24 ชั่วโมงกันเลยครับ ใครจะต้องเดินทางขึ้นเครื่องฯ ควรเผื่อเวลาเดินทางตรงนี้สัก 1 ชั่วโมง


เป้าหมายของเราคือไปโรงแรมครับ ผมจึงยังไม่ขอรีวิวการขึ้นไปยังสถานี Sentral แต่จะขอรีวิวการไปโรงแรมที่เราจองกันไว้แล้ว ลงรถ sky Bus ได้พวกเราก็เดินตรงไปด้านหน้าเพื่อจะเดินไปโรงแรม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ และจะเป็นการรีวิวการไปขึ้นรถ KL Monorail เป็นรถไฟรางเดียวที่มีมานาน เพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ ได้เช่นกัน


ลงรถได้ก็เดินตรงมานิดหน่อยก็จะเจอทางเดินที่มีหลังคา ให้เดินตามทางเดินไปครับ


เดินมาประมาณ 50 เมตรก็จะมาเจอสี่แยกไฟแดง (ตามในรูป) เมื่อข้ามสี่แยกแล้วใครที่ต้องการจะไปขึ้นรถไฟ KL Monorail ที่ สถานี KL Sentral ซึ่งเป็นจุดเริ่มของ KL Monorail เพื่อไปยังสถานีต่างๆ ก็ให้เดินไปทางขวามือก็จะเจอสถานี KL Sentral ส่วนผมข้ามถนนแล้วก็เดินไปทางซ้ายมือเพราะว่าโรงแรม my hotel ที่จองไปอยู่ด้านนี้ สังเกตจะเห็นป้ายสีแดงนั้นก็คือป้ายโฆษณาของโรงแรม


เดินต่อมาอีกสัก 30 เมตรจากไฟแดงก็ถึงหน้าโรงแรม my hotel ที่เราจองไว้แล้วโดยการจองผ่าน agoda เป็นโรงแรมที่ใกล้กับสถานี KL Sentral มากๆ เดินทางไม่ถึง 10 นาที ส่วนเรื่องของราคารวมภาษีแล้ว 980 บาท ต่อคืนไม่รวมอาหารเช้า เราจองไว้ที่นี่ 2 คืน


มาถึงโรงแรมก็เอาใบคอนเฟิมร์การจองโรงแรมของ Agoda ที่พิมพ์มาจาก e-mail ยื่น เช็คอินเรียบร้อยได้การ์ดประตูเราก็เข้าไปดูในห้องกัน เป็นเตียงเดี่ยว มีทีวี แอร์ พร้อมแต่ไม่มีตู้เย็น ภายในห้องสามารถเล่นอินเตอร์เน็ต wifi ฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนเรื่องความแรงเป็นช่วงๆ แนะนำสำหรับท่านที่ต้องการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพราะที่นี่จะใกล้การขนส่งหลายปรเภท


การรีวิวครั้งนี้ผมขอรีวิว แบบเป็นสถานที่ ไม่รีวิวเป็นวันๆ เหมือนที่ผ่านมาอาจจะไม่ต่อเนื่องกัน และอาจจะขัดความรู้สึกบ้างก็ไม่ว่ากันนะครับ

ติดกับโรงแรมที่เราพักจะมีร้าน Old Town White Coffee เป็นร้านขายกาแฟที่มีการขายอาหารในร้านด้วย เป็นร้านที่มีอยู่ทั่วไปในมาเลเซีย ภายในร้านมี Internet ให้เล่นฟรีด้วยครับ จึงไม่แปลกที่จะมีคนมานั่งเล่น internet เยอะมาก ร้านนี้เป็นตึกเดียวกันกับโรงแรม My Hotel อยู่มุมถนน


มื้อเย็นแรกของเราในมาเลเซียจึงฝากท้องไว้ที่นี่


พอนั่งเด็กเสริฟก็เอาเมนูกับใบสั่งอาหารมาให้เขียนเอง เขียนเส็จแล้วก็ยื่นให้เด็กเสริฟ ภรรยาผมสั่ง Curry Potato Toast เป็นแกงเผ็ดใส่มัน แล้วกินกับขนมปังปิ้ง ราคา 4.5 ริงกิต วันนี้มีแถม ชาเลมอนใส่น้ำผึ้ง รสชาดดีมากๆ


ส่วนผมสั่ง Oldtown Ipoh Lum Mee เป็นก๊วยเตี๋ยวแกงใส่เนื้อไก่ คล้ายๆ ข้าวซอยบ้านเรารสชาดธรรมดายังไม่ถูกใจผม


ตอน 1 ขอจบเพียงเท่านี้ก่อน ตอนหน้าเราจะพาไปดูการเดินทางในมาเลเซีย และ สถานี KL Sentral ว่ามีอะไรบ้างและจะไปที่ไหนยังงัย




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 7 พฤษภาคม 2553 15:46:06 น.
Counter : 2468 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.