Group Blog
 
All blogs
 
ก็บอกแล้วไง..ล่ะว่า...เพื่อนไม่เคยทิ้งกัน..

หวาย ๆ เมื่อวานมีข่าวร้ายเรื่องน้ำมันขึ้นราคาอีกตั้ง 40 สต. แต่ยังดีที่มีพายุฝนถาโถมกระหน่ำมาช่วยให้คลายร้อน คลายกลุ้มเรื่องน้ำมันไปได้ เพราะวุ่นวายกลับการวิ่งไปปิดหน้าต่าง ทั้ง 5 ชั้นของบ้านตั้ง 2 หลัง วุ่นวายจนพุงลดไปเกือบ 2 นิ้ว ได้มั้งนี่.... ว่าแล้ววันนี้เหตุการณ์ในสภาพปัจจุบันก็ยังไม่ค่อยมีอะไรที่โดดเด่นอีก เลยจำใจต้องปัดฝุ่นเครื่องไทม์แมชชีนเครื่องเก่าเอามาใช้อีกสักหน่อย (สงสัยพักนี้จะต้องใช้เจ้าเครื่องนี้บ่อย ๆ แน่ ๆ ถ้ามีเรื่องไรเด็ด ๆ จะได้พักเครื่องนี้ซะหน่อย ว่าแต่จะเมื่อไรละ) แต่จะว่าไปก็ดีอย่างที่เจ้าเครื่องนี้ไม่กินน้ำมัน ไม่งั้นคงแย่อ่ะครับ เล่นขึ้นราคามหาโหดเกือบจะเฉียด ๆ 30 บาทต่อลิตรอยู่แล้วนี่...แอ๊ะ ๆ สังสัยละสิว่าเจ้าเครื่องนี้กินอะไร ถ้ามันไม่กินน้ำมัน5555 ก็มันกินแรง ไงครับ กินแรงที่จะเขียนเรื่องปัจจุบัน แต่ไปเขียนเรื่องอดีตแทนอ่ะ...

เข้าเรื่องดีกว่าวันนั้นเป็นช่วงเวลาหนึ่งในชั้น ม.3 สมาชิกในกลุ่มเดิมก็มีอันต้องพลัดพรากจากกันไปอยู่กันคนละห้องตามที่เราได้เลือกสายที่จะเดินเอาไว้ตั้งแต่ตอนกำลังจะจบชั้น ม.2 ในคาบวิชาแนะแนว ....ผมเนี่ยระเห็จออกไปอยู่ห้องที่เกี่ยวกับสายพาณิชย์ ม.3/11 เพราะในการเรียนจะเน้นหนักไปยังเรื่องการทำบัญชี แล้วก็พิมพ์ดีด ประมาณว่าจะผลัก ๆ ไปเรียนพวกบริหารธุรกิจต่อ ๆ ไปอ่ะมั้ง แล้วผมก็อยากจะจบมาเป็นนักธุรกิจด้วยละม้าง (ไม่ใช่สักกะหน่อย กะว่าจะเดินตามรอยเท้าพ่อ เพราะว่าพ่อผมตอนนั้นเป็นผู้จัดการธนาคาร เลยอยากจะทำงานธาคารบ้าง จะได้ไปสมคบกับคนในนั้นมาปล้นธนาคาร บ้า ไม่ช่าย ๆ เพราะว่าจะได้แต่งตัวดีดี อยู่ในห้องแอร์นะสิ แต่ว่ารอยเท้าของพ่อผมหนักไปนิ๊ด เลยดำเนินรอยตามไม่ได้ อ่ะ เพราะอาจจะโดนพ่อตื๊บได้หากไม่สบอารมณ์ เลยไม่ค่อยอยากจะเดินตามรอยเท้าพ่อ เพราะเดี๋ยวจะโดนอ้ายรอยเท้านั้นลูบหลังบ่อยเกิน ไม่เอาอ่ะเจ็บ เลยเอาเท้าเขี่ย ๆ รอยเท้าพ่อ ให้หาย ๆ ไป ไม่งั้นตอนนี้ผมก็คงจะไม่ได้เป็นครูแล้วละ คงจะได้เป็นผู้บริหารบริสัตว์ เอ้ย บริษัท ไปแล้วก็ได้) แต่ก็ยังดีที่มีนังนุ้ย เพื่อนสาวร่างตุ้ยนุ้ยที่ช่วยชีวิตผม จำกันได้ป่ะ ตามมาด้วยอีกคน และ อีกตัวอ้ายแจ้ปากหมาไงมันก็ยังตามมาหมากันต่อ เลยได้อยู่ห้องเดียวกันทั้ง 3 คน ส่วนอินังวันไปอยู่ห้อง 3/5 เพราะเขาจะเน้นด้านภาษาอังกฤษ ส่วนอ้ายกุ่ยไปอยุ่ห้องที่เน้นทางด้านดนตรี ห้อง 3/10 ส่วนนังจูดี้ ไปอยู่ห้อง 3/8 ห้องนี่เน้นทางด้านกีฬา แต่ละคนเริ่มแยก ๆ กันแต่ความสัมพันธ์ก็ยังกับติดกาวตราช้างเหนียวแน่นเหมือนเดิม แต่ก็ไม่แนบแน่นเหมือนแต่ก่อนเพราะมีกาวเป็นตัวที่ทำให้สะดุด

แน่นอนเพื่อนสนิทภายในห้องก็ยังจูบปากกันเหมือนเดิม 3 ตัวรวมพลัง แจ้ เต๋า นุ้ย ...ชีวิตในแต่ละวัน จะเห็นก็แต่เครื่องพิมพ์ดีด วัน ๆ เรียนพิมพ์ดีดไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงทุกวัน ดังนั้นเรื่องพิมพ์ดีดไทยอังกฤษนี่ไม่ต้องห่วงคล่องยังกับการขับถ่ายตอนที่ท้องเสีย ลื่นปรื๊ด ๆ เลยเชียวแหละ ... นึกไปแล้วก็นึกถึงตอนที่เรียนวิชาพิมพ์ดีดไทย ก่อนที่จะลงมือเรียนพิมพ์ดีด นี่ เชื่อไหมครับว่ากว่าจะได้ลงมือเอานิ้วจิ้มไปลงบนแป้นได้เนี่ย 2 สัปดาห์แรก ต้องมาเรียนพับผ้าคลุม กางผ้าคลุมเครื่องอยู่นั่นแหละ พับกันวันละ 3 ชั่วโมงตลอด 2 สัปดาห์เลยนะจะบ้าตาย....เห็นผ้าคลุมเครื่องพิมพ์ดีดแล้วอยากจะอ๊วกแตกเลยอ่ะ (คิดดูความเบื่อผ้าคลุมยังตามมาหลอกหลอนจนถึงทุกวันนี้ เพราะผ้าคลุมเครื่องคอมฯ ของผม พอเห็นมันในครั้งแรกป๊าบ หยิบขึ้นมาเลยด้วยความเคยชิน.....อ่ะอ้า คิดเหรอว่าจะพับ 555 หยิบได้ป๊าบ ขยำ ๆ ๆ ๆ โยนไปไกล ๆ เลย เลิกเล่นก็ไม่คลุม ทุกวันนี้ผ้าคลุมไปซุกอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้) ตอนนั้นแทบจะลงแดงแป้นพิมพ์อยู่แล้วอยากจะจิ้มมันจะแย่อยู่แล้วน่ะ...อีกสัปดาห์ต่อมาให้ทำอะไรรู้ไหม นั่งวาดรูป ลอกหน้าตาแป้นพิมพ์ว่าปุ่มนั้นปุ่มอะไรอยู่ตรงไหน มีตัวอักษรไรบ้าง แล้วระบายสีให้สวย ตูมาเรียนวิชาไรกันแน่ ยังถามตัวเองอยู่เลย ตอนนั้น ......เฮ้อ เวง เมื่อไรตูจะได้ลงมือพิมพ์เสียทีว้านี่.....และแล้ววันที่ได้เอามือจิ้มลงบนแป้นก็มาถึง แต่ได้แต่แปะมือลงไปอยู่ตรงแป้นเหย้า ฟหกด่าสว แต่ไม่ได้จิ้มสักจิ๊ ได้แต่ให้กระดิกนิ้วตามแป้น เพื่อสร้างความเคยชิน เซ็ง ๆ ๆ ๆ........... แต่วันถัดมาสิถึงจะได้จิ้มแล้ว 555 ได้พิมพ์อยู่แค่ 2 ตัว คือ ดอเด็ก กับ ไม้เอก ทั้ง ด ดด ดดด ดดดด.....ดดดดดดดดด ด่ ด่ด่.....ด่ด่ด่ด่ดด่ด่ ทั้งคาบ เออ ทั้งเบื่อ ๆ อยาก ๆ แล้วก็เรียนไปเรื่อย ๆ จน ลื่นปรื๊ด ๆ พิมพ์ไป ตอแหลกันไป เพราะเขาไม่ให้มองแป้น ให้มองหนังสือแล้วถึงจะพิมพ์อ่ะ ....พอหลัง ๆ ขี้คล่อง เอ้ยพิมพ์คล่องแล้ว ครูเขาจะอ่าน ๆ ๆ ๆ แล้วเราก็พิมพ์ตามที่ครูพูด ผมละไม่ชอบวิธีนี้ เลยครับ เพราะถ้าพิมพ์ตามที่เขาพูดแล้วมันจะไม่ได้คุยกับเพื่อน ๆ นี่สิครับ เป็นเรื่องที่ทรมาน ม๊าก มาก .....

มีอยู่วันนึงพิมพ์ไปพิมพ์มาแป้นพิมพ์ดีดเด้งดึ๋ง ออกไปเลยละ ที่สำคัญที่สุด เด้งไปแล้วหาไม่เจออ่ะ โดนอาจารย์ด่าแทบตายหาว่าพวกเราแกะเอาแป้นไปโยนเล่นกัน (ใส่ร้ายกันชัด ๆ ครูไม่เข้าใจตุ้ม อ่ะ) สมัยนั้นถ้าพิมพ์ผิด 1 ตัวอักษร หรือสระตัวใดตัวหนึ่งผิด จะโดนตัด 10 คะแนนในตอนที่คิดรวมคะแนนเป็นคำต่อนาที เวง โดนตัดกันระนาว บางทีพิมพ์ ๆ ไป กะลังลื่นเชียว พออ้ายแจ้มันพิมพ์ผิดที มันชอบเอามือมากดแป้นเราให้ผิดตามมันไปด้วย หรือผมพิมพ์ผิดที ก็เอามือไปจิ้มแป้นอื่นของนังนุ้ยให้มันผิดบ้าง สับกันแกล้งกันไปแกล้งกันมาเวลาที่ต่างคนต่างพิมพ์กันผิด ....แม่ง คิดแล้วโคตรกวนตีนกันเลยอ่ะแต่ละคน ไม่เคยยอมกันเลย ชอบให้ซวยตาม ๆ กันไป ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าพวกผมจะได้กันเต็ม เพราะใครผิดทีก็จะพากันแกล้งทำให้เสียคะแนนกันไปในแต่ละครั้ง เพราะเพื่อนไม่เคยทิ้งกันครับ ไม่เคยทิ้งกันให้ได้คะแนนคำต่อนาทีสูง ๆ เลย ได้แต่ กลาง ๆ ต่ำ ๆ ทุกที ไอ้เพื่อนที่แสนดีเอ้ย...ย.ย..

มีวันหนึ่งอาจารย์เขาจะทำการคัดเลือกเด็กนักเรียนจากห้อง 3/11 และ 3/12 (มี 2 ห้องนี้ที่เรียนพิมพ์ดีด) เขาจะคัดเด็กนักเรียนที่ทำคะแนนสูงสุดไปแข่งพิมพ์ดีดไทย ในนามตัวแทนของโรงเรียน ในงานของกรมสามัญศึกษาที่โรงเรียนหอวัง จะเอาไป 2 คน...แต่ละคนมุ่งมั่นกันมาก ๆ ถึงเวลาให้พิมพ์เพื่อคัดเลือกของแต่ละห้องจากห้องละ 40 คนให้เหลือ 20 คน แล้ว เอาทั้ง 2 ห้องมาแข่งกันอีกที 40 คน เพื่อคัด เอา 20 คน ไปคัด ให้เหลือ แค่ 2 คน แน่นอนพวกผม 3 ตัว ติดเข้าไปรอบ 20 คนสุดท้ายได้...แต่ตอนนี้จะคัด 2 คนแล้ว ผมกับแจ้รู้ตัวว่าไงไง เรา 2 คนไม่ได้เป็นตัวแทนแน่ เลยสบตากันปิ๊ง ๆ กับมัน ว่าเราจะต้องช่วยเหลือเพื่อนเราก็คือนังนุ้ยนั่นเอง ให้ได้ที่ 1 ด้วยการแกล้งคนข้าง ๆ ใช้วิธีเตะขาให้ขาดสมาธิบ้าง เอาตีนถีบหลังเพื่อนคนอื่นจากห้องอื่นที่พิมพ์เก่ง ๆ บ้าง สารพัดวิชามารที่นำมาประเคนใส่คนอื่น ๆ อันจะทำเพื่อเป็นวิธีที่จะขัดขวางไม่ให้คนอื่นเอาชนะนังนุ้ยได้...(พวกคนอื่น ทั้ง 2 ห้อง ไม่มีใครกล้าฟ้องครูหรอกครับ เพราะอะไรน่าจะรู้อยู่ ถ้า พวกมรึงฟ้อง ตาย แน่ ๆ เพราะ ผมกับอ้ายแจ้ นี่ถือว่าหัวโจกของความเลวเลย ไม่งั้น โดนพวกผมแกล้งแน่นอน เลยไม่มีใครกล้าฟ้อง 555 ) สำเร็จครับ...คนที่ได้ที่ 1 คือนังนุ้ยของพวกเราครับ โดยมีที่ 2 คือยัยเปิ้ลห้อง 3/12 เพราะว่าโดนพวกผมสะกัดดาวรุ่งด้วยไง 5555

พอถึงวันไปแข่งกันที่หอวัง ก้อยังตามไปเชียร์นังนุ้ยกันโห คนมาแข่งกันจากทุกโรงเรียนใน กทม. ไม่ต่ำกว่า 100 คน แต่วันนี้เข้าไปช่วยมันไม่ได้อ่ะ.....แล้วรู้ไหมครับว่าใครได้ที่ 1 ไปครอง ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ ก็นังเปิ้ล ห้อง 3/12 ขอโรงเรียนผมไงครับ ......ส่วนนังนุ้ย..ไม่ติดฝุ่น แม้กระทั่งรางวัลชมเชย.. เวงกำ...... ที่ 1 ของโรงเรียนแต่ไปได้ที่เกือบ ๆ โหล่เลยมั้งนั่น .... แต่อ้ายที่ 2 ของโรงเรียยนกลับได้โล่ห์ประกาศเกียรติคุณ เพราะว่าได้เป็นที่ 1 ของ กทม. .....นังนุ้ยเซ็งจิตไปเลย เพราะมันหารู้ไม่ว่าที่มรึงได้ที่ 1 ของโรงเรียนเพราะมีเพื่อนที่ แสนดีทั้ง 2 คนคือ อ้ายเต๋า กับอ้ายแจ้ เนี่ย คอยหนุนหลังอยู่ 55555 พอไปบอกมันทีหลังว่า ที่มรึงได้ที่ 1 เนี่ย เพราะความชั่วร้ายของเพื่อน ที่ช่วยเหลือเอ็งนะโว้ย..มันถึงจะรู้ความจริง แล้วก็หัวเราะขำกันหย่าย เลย.... สรุปว่ามันก็คงจะไม่แปลกใจแล้วละว่าทำไมมันถึงแพ้หลุดลุ่ยอิตอนแข่งกับโรงเรียนอื่น 5555 ก็เพราะไม่มีเพื่อนที่น่ารักแบบเรา 2 คนนะสิ..ก็บอกแล้วไงว่าเรารักเพื่อนนี่นา 55555

.....พอจบชั้น ม.3 เนี่ยสิ จาก 12 ห้องเรียน จะเหลือเพียงแค่ 6 ห้องเรียนเท่านั้น เพื่อน ๆ จะหายไปทันที...6 ห้อง....ตอนแรกผมคิดว่าผมจะเลือกเรียนต่อชั้น ม.4 สายวิทย์ ตามหัวสมองของผมที่แสนจะฉลาดปราดเปรื่องประหนึ่งหัวลิง แต่อ้ายเพื่อน ๆ คนอื่นสิที่ทั้ง นังนุ้ย นังวัน นังจูดี้ อ้ายแจ้ อ้ายกุ่ย มันจะเลือกเรียนสายศิลป์กัน ผมเลยต้อง เออออ เลือกสายศิลป์ตามพวกเพื่อน ๆ ....สรุปว่าผมติดครับไปอยู่ห้องม. 4/5 ศิลป์-คำนวณ อ้ายกุ่ยติด 4/6 ห้องศิลป์-ฝรั่งเศส ส่วนคนอื่นไม่ติดกันเลย ทำงายละทีนี้ ร้องไห้กอดกันโฮ เลยละครับ.....นังนุ้ยเลยเบนเข็มไปเรียนพณิชย์พระนครฝั่งตรงข้าม นังจูดี้ไปเรียนช่างศิลป์ อ้ายแจ้ กับอินังวัน ใช้เส้นให้ผู้ใหญ่เอาฝากเข้ามาเรียนห้อง 4/6 ศิลป์-ฝรั่งเศส จนได้..แต่ผมนะสิอยู่คนเดียวกระเทียมลีบเลยอ่ะ เพื่อนสนิทหายไปหมดเลย เวงกำ...แล้วจะทำไงดีกับชีวิตผมเนี่ย โปรดติดตามตอนต่อไป ว่าจะทำไงดี


Create Date : 27 เมษายน 2550
Last Update : 27 เมษายน 2550 18:09:50 น. 7 comments
Counter : 204 Pageviews.

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 27 เมษายน 2550 เวลา:18:20:24 น.  

 
รอติดตามตอนต่อไปค่ะ

เรียนอยู่ราชวินิตเหรอ


โดย: โสดในซอย วันที่: 27 เมษายน 2550 เวลา:18:47:39 น.  

 
ใช่แล้วครับ แต่นานมากแล้วน่ะครับ


โดย: เต๋า...เต๋า... วันที่: 27 เมษายน 2550 เวลา:20:06:21 น.  

 
ม.3 ขึ้นม.4 เพื่อนจะหายไปเยอะนะคับ คราวนี้มุขน้อยไปหน่อยนะคับ


โดย: frank3119 วันที่: 28 เมษายน 2550 เวลา:12:45:24 น.  

 
เข้ามาอ่านอีกครัง
แวะเวียนมาเยี่ยมจ้า

เต๋า เต๋า คงไม่เคยเห็น goodpeople version โดน tag ไปเยี่ยมเราในรูปแบบ โดน tag ได้นะ
(แบบต้องทำ blog แบบไม่ได้คิดหัวข้อเองอะ)


โดย: goodpeople วันที่: 29 เมษายน 2550 เวลา:11:05:48 น.  

 
เรา goodpeople เอง

มาเยี่ยมบ้าน เต๋า เต๋า

อยู่รึป่าว ตัวเอง

แล้วมาใหม่นะ


โดย: goodpeople วันที่: 30 เมษายน 2550 เวลา:20:41:50 น.  

 
รำลึกอดีตบ่อยนะช่วงนี้
55555555555555555

แสดงว่ากำลังจะแก่บ่อยๆ รึเปล่า ฮี่ๆๆๆๆ

เรื่องพิมพ์ดีดนะ จิ๊บจิ้มอย่างเดียว

กรั๊กๆๆๆ


ปล.แน่ใจนะว่าพุงลดไปแล้ว 2 นิ้วอ่ะ

ฮั่นแน่แอบก้มลงมองพุงตัวเองอยู่ใช่ไหมล่า

รู้ทันนา
กรั๊กๆๆๆสนุกจัง
ได้แกล้งคน...........แก่
ฮี่ๆๆๆ


โดย: จิ๊บค่า (มดน้อยในไร่ส้ม จิ๊บๆ ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:9:34:07 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เต๋า...เต๋า...
Location :
ราชบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เต๋า...เต๋า...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.