Group Blog
 
All blogs
 
เค้าเปิดเทอมแล้ว หนาว๊อย..ย..ย.ย...


*หมายเหตุ*..... ถ้าไม่อยากอ่านเรื่องเครียด ๆ ให้ข้ามไปอ่านเรื่องขำขำที่อยู่ใต้เส้นประ ด้านล่าง ได้เลยหนาครับ ....แต่ถ้าอยากมีอารมณ์ร่วมก็เชิญอ่านทั้งหมดตามสบายครับ

เปิดเทอมแล้ว ๆ ๆ ๆ วันนี้มีเด็กนักเรียนมาเรียนแล้ว..ด้วย..ล่ะ ......แล้วก็มีนักเรียนใหม่ ๆ หน้าตาปิ๊ง ๆ มาอีกแล้ว..จะดูหน้าตาอ้ายพวกนักเรียนใหม่แล้วก็จะจดจำ แล้วก็จะบันทึกหน้าตา ของเจ้าเด็ก ปวช. 1 อ้ายพวกนี้เอาไว้ เพราะเด็ก ปวช. 1 ของแผนกผม......เพราะไม่รู้ว่าเจ้าตัวไหนจะต้องพลัดพรากจากอ้อมอกน้อย ๆ ของเราไป เพราะเด็กของแผนกผมนี่ แต่ละเทอมจะมีเด็ก ปวช. ที่ออกไปประมาณ 10 - 15 คน จาก 40 คน ก็อาจจะเหลือ เพียงแค่ 25 - 30 คนต่อ 1 ห้องเท่านั้น ....ดูแล้วเป็นเด็กที่ค่อนข้างมากนะครับ จริง ๆ แผนกผมเองเด็กจะถือว่าออกน้อยที่สุด ถ้ายิ่งเป็นช่างยนต์ รับมา 120 คน คือ 3 ห้อง ไป ๆ มา ๆ ก็จะเหลือประมาณ 60 คนนี่ก็ว่าเยอะแล้ว ช่างไฟฟ้าก็เช่นเดียวกัน รับมา 2 ห้อง 80 คน ไป ๆ มา ๆ ก็เหลือประมาณ 40 ก็ว่าเก่งแล้ว....

เดี๋ยวนี้เด็กอาชีวะ เข้าเรียนโรงเรียนของรัฐ ได้ง่ายมาก ๆ ตามนโบบายอยากเรียนอะไรต้องได้เรียน เลยไม่มีการสอบเข้า แค่จบ ม.3 มาสมัครก็เรียนได้ทันที ไม่มีการสอบไม่มีการคัดกรองเลย เด็กส่วนมากก็จะเทไปเลือกเรียนช่างยนต์ รองมาก็ช่างไฟฟ้า ส่วนแผนกผม ช่างอิเล็กทรอนิกส์ เด็กที่มาเรียนส่วนมากจะเลือกเรียนค่อนข้างน้อยมากเมื่อเทียบกับช่างอื่น ๆ ผมเคยถาม ๆ เด็กว่าทำไมถึงเลือกเรียนช่างยนต์ เด็กมันบอกว่าไม่ต้องใช้วิชาคณิตศาสตร์ ไม่อยากเรียนคำนวณ โถ.... ส่วนเด็กที่เลือกเรียนแผนกผมเนี่ยมันต้องคำนวณ มันท่าทาวจะยาก เออดี ..ช่างยนต์แถว ๆ นี้เลยล้นตลาดไปเลย ดีนะที่จบกันค่อนข้างน้อย...ไม่งั้นละมึงเอ๊ย.... สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ของกระทรวงศึกษาฯ แมร่งใช้สมองอะไรคิดก้อไม่รู้..ไม่ให้มีการสอบ..เพราะอยากจะเพิ่มผลผลิตประชากรที่สำเร็จด้านอาชีวะให้มากขึ้น ...แต่ลืมถึงคุณภาพ จริงอยู่เด็กที่มาเรียนสายนี้ หัวค่อนข้างจะแย่กว่าเด็กที่เรียนสายสามัญ ม.4 - ม.6 บางคนเรียนสายนั้นไม่ไหว ก็มาเรียนสายนี้ บางคนก็เกเร ไม่ต้องใจเรียน ชวนเพื่อนโดด เฮ้อสารพัด.....ทำไมไม่คิดจะเอาคุณภาพ เอาแต่ปริมาณกันอย่างเดียว..บ่นมาเสียนาน น่าเบื่อเน๊อะเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ....เดี๋ยวจะซีเรียส

------------------------------------------

วันนี้ก็ตื่นมาตั้งแต่ 6.00 น. ด้วยเพลงอะไร หว่า อิอิ จำบ่ได้ อ่อ ๆ เพลงความเดิมตอนที่แล้ว....ของวงซาซ่า แหม ๆ เสียงหวาน ๆ ที่บรรดามดต้องเรียกเธอทั้ง 3 คน ว่าแม่กันเลยทีเดียว.......อ้าว อย่าเข้าใจผิดผมไม่ได้ว่า 3 สาว เป็นแม่มดนะครับ (ถึงแม้จะเหมือน ๆ อยู่ก็ตาม) แค่เสียงหวานจนมดยกย่องต่างหากเล่า...อาบน้ำแต่งตัวแล้วก้อ ต้องเร่งรีบขับรถยนต์ไปโรงเรียนเลย เพราะมัวแต่โอ้เอ้ กับการแต่งหล่อเสียนาน ..(ก้อมันแต่งยากนี่นา แต่งให้หล่อ เนี่ย ลำบากจะตายไป...ไม่ช่ายไม่หล่อนะ แต่ว่า คนมันหล่อมาก ๆ เนี่ยแหละ จะแต่งให้เหลือแค่หล่ออย่างเดียว ที่ไม่ใช่หล่อมาก ๆ เนี่ย ลำบาก โคตร ๆ อิอิ)....แต่ถึงจะเร่งรีบยังไง ก็ไม่ลืมที่แผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เพราะเขาสั่งมาว่าจะเอาน้ำนี่นา ให้เอามาส่งให้เขาด้วยด้วย เวง...บ้านตูไม่ได้ขายก๋วยเตี๋ยวนี่นะ มาสั่งอะไร เอาน้ำ ๆ ดีนะที่เขาไม่สั่งแห้ง ไม่งั้นเปลืองถั่วลิสง แย่เลย...ไม่ช่าย....ย...ย......เขาสั่งน้ำดื่มต่างหากเล่า อย่ามามุก 5555....วันนี้ก็เลยไม่ลืมที่จะพกน้ำถังไปด้วยอีก 2 ถัง (ไม่ลืมหรอก ผมหน่ะความจำดีจะตายไป 5555 แหม ๆ แค่ต้องถอยรถกลับมา เกือบ 100 เมตร เอง เพื่อนจะได้เอาน้ำขึ้นรถไป นี่นะไม่ลืม 5555) เพื่อเอาไปส่งให้กับแผนกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เขาบอกว่าเขาอดน้ำนานแล้ว .....อ้าว.....ก็นึกว่าต้องอดอาหาร อดน้ำ เพื่อไปรอรับการตรวจเลือดเสียอีก หวังดีนะนี่....ก็เลยเอาไปให้ก่อน 2 ถัง อุ้มขึ้นรถไปเลย มุ่งหน้าสู่ วิทยาลัย.........ไปถึงจะเอารถไปจอดที่จอดรถ...แมร่ง ดันเอาป้ายเหล็กมาตั้งเพื่อให้นักเรียนแต่ละห้องมาเข้าแถว บังการจราจรที่เราจะนำรถไปจอดซะงั้น เลยต้องวกรถกลับไปจอดแถว ๆ หน้าโรงอาหาร ไกลโคตร... แมร่ง เลยต้องเดินไกล เลยตู ...เวง.....ลงรถ ปรู๊ด...ด...ด ก็รีบวิ่งไปสแกนลายนิ้วมือทันที...

...พอไปถึงเครื่อง อ้ายเด็กนักเรียนใหม่ เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนสแกน ที่เครื่องอยู่พอดี .....แม่งกีดขวางคนกำลังจะแสกนเลยเชียว ยิ่งรีบ ๆ อยู่ ...กดไปตั้งหลายที เครื่องก็บอกว่า "ไม่สามารถลงเวลาเข้าได้ค่ะ" ก็แน่ละ ก็นี่มันเป็นเครื่องสแกนของครูนี่หว่า มันจะมีข้อมูลเด็กได้ไงกันเล่า....(เรื่องนี้มีที่มาอยู่ว่า เมื่อวันปฐมนิเทศ ทางโรงเรียนกำชับเป็นนัก เป็นหนาว่า พวกเอ็งต้องมาสแกนลายนิ้วมือทุกครั้งนะ พอเด็กมันเห็นเครื่องเปิดอยู่มันก็เลย มาสแกน ๆ ๆ ๆ ตามคำที่ทางโรงเรียนเราบอกเอาไว้ ไม่งั้นใครไม่สแกน จะมีจดหมายถึง ผู้ปกครอง เด็กมันก็กลัวอ่ะสิ เลย ตารีตาแหก สแกนใหญ่เลย) ...อ้าวเราก็เพิ่งฉลาด นึกขึ้นได้ เลยบอกมานไปว่า ...อ้ายหนู...เด็กนักเรียนเขาสแกนที่เครื่องโน้น พลันชี้นิ้วไปที่เครื่องสแกนของเด็กนักเรียน....แต่นิ้วมือที่ชี้ไปแล้ว...ต้องหดหักงอหงิกกลับมา ด้วยความหน้า แต๊ก ทันที ก็เพราะอ้ายเครื่องเวง นั่นมันไม่ได้เปิดอยู่อ่ะสิ...สะ สะ เสียหน้าเลยละสิตู....แต่ดีนะที่เสียหน้าหล่อไปหน้านึงเอง เพราะเราหน้าหล่อมาก ๆ เลยยังเหลือหน้าหล่อ ๆ อีกอันมาแทนที่ได้ทัน......เลยเดินโซซัด โซเซ ไปถามเจ้าหน้าที่คุมเครื่องว่าไม่เปิดให้เด็กสแกนเหรอ ได้รับคำตอบมาว่า ข้อมูลเด็กใหม่ยังไม่ได้ใส่เลยไม่สามารถสแกนได้...เออดี แล้วเห็นอิตาแป๊ะย้ำกันจนพวกเด็กขยาด จนกลายเป็นกุ้งแม่น้ำไปซะแล้วสินี่ (งง ๆ ละสิ ก็กลัวจนขี้ขึ้นสมองไง...แล้วกุ้งส่วนมากขี้มันก็อยู่ที่หัวมันใช่ไหมเล่า แต่ถ้าเป็นกุ้งแม่น้ำ มันจะเยอะกว่ากุ้งฝอยไหมละ ตอนแรกว่าจะเอากุ้งมังกรแล้วแต่เกรงใจ...เดี๋ยวจับอิเด็กพวกนี้ยัดห่าหมดกันพอดี แหม ก็ขอมันแพลง นี่นา เดี๋ยวห้ามใจ ไม่อยู่) ขนาดนั้น เลยไม่แปลกใจเลยที่มันเลยมาสแกนที่เครื่องของพวกครูนี้.....ก็เด็กมันซื่ออ่ะ ขนาดบอกว่าไม่สามารถลงได้ ก็ไม่เชื่อตูอีก...เดี๋ยวปั๊ดเบิร์ดกะบาลซะเลย พูดแล้วยังมีหน้ามาเถียงอีกว่า ก็ทางวิทยาลัยให้สแกน.........เออ ก็กู เอ้ย ก็ครู บอกว่าแล้วไงละว่าอ้ายเครื่องนี้เฉพาะของครู ไม่ใช่ของนักเรียนของนักเรียนเครื่องนู๊น แต่เขายังไม่เปิดให้สแกนเพราะไม่มีข้อมูลลายนิ้วมือ..ไง ...แหน่ะทำหน้า...งง อีก..แผนกอาไรว้า เข้าใจยาก ฉิบ....งั้นมานี่อย่ามาเสียเวลา ให้ตูสแกนก่อนเถอะว่ะ...(พลัน จับชายเสื้อ เด็กมันดึง ๆ ออกมาให้พ้นทาง (ก็มันเด็กผู้ชาย นี่นา ก็ต้องดึงชายเสื้อสิ ไม่ใช่ผู้หญิงนี่นะ จะได้ไปดึงหญิงเสื้ออ่ะ ..เล่นมุขได้..ซะงั้น )..พอเราสแกนเสร็จ ก็ต้องมาอธิบายแบบให้ละเอียดละออเพื่อให้มันเข้าใจ...มรึง ๆ อย่าให้ตูขึ้นคำว่า "โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง" อีกทีนะมรึง...ไม่งั้น กู....จะ........จะหนีหน้าให้ไปพ้น ๆ จากเมิงเลย นะซี่...หมดความสามารถอ่ะ...ดีนะที่ไม่ใช่เด็กแผนกเรา...เพราะแผนกเราสมองคงจะไม่ล้นอย่างนี้หรอก จะว่าไปอ้ายเด็กคนนี้...มันก็ดีนะนี่มีรับผิดชอบในการที่จะสแกนนิ้วตัวเอง...เป็นเราสแกนไม่ติด ก็เปิดตูดไปแล้ว...อ้าย บร่า...... เสียเวลาตรู จริง ๆ

สักพักได้ยินเสียงหวอ อย่าตกใจ..มันไม่ใช่ไฟไหม้ที่ไหนหรอก (ถึงแม้มันจะเหมือนก้อตามที เถอะ) แต่มันเป็นเสียงออดของโรงเรียนเพื่อบอกเวลา ซึ่งทางโรงเรียนของผมเนี่ยจะใช้เป็นเสียงหวอครับ ...... นักเรียนใหม่เพิ่งเคยได้ยิน สะดุ้งโหยง นึกว่าไฟไหม้ แต่พอรู้ว่าเป็นเสียงออด ก็หัวเราะกันเลย...ย...ไม่ขำนะเฟ้ย...ย...ย ..เดี๋ยวอิตาแป๊ะ ( ผอ.) รู้เข้าเคืองแย่เลย เขาบอกว่าที่เอาเสียงหวอมาติดนี่ก็เพื่อต้องการทำให้เด็กคุ้นเคยกับเสียงหวอของทางโรงงานอ่ะ... เออ คิดไปได้.......(เมื่อก่อนมียายคนหนึ่ง อยู่ละแวกโรงเรียนผมนี่แหละ เห็นมีคนเล่าให้ฟังมาว่า เมื่อแรก ๆ แกได้ยินเสียงหวอนี่ ก็ตกใจ ฉี่แตก เลยนะ เพราะ นึกว่าเสียงหวอเตือนภัยเพื่อให้หลบระเบิดสมัยสงครามโลก ไงงั้น....ซึ่งพอแกได้ยินเสียงนี้ แกจะเดินไปหลบภัย ก็เดินไม่ไหว เลยตกใจ ฉี่แตก ประจำเลย...สงสารแกเหมือนกัน...ไม่รู้เดี๋ยวนี้ ก็ยังจะฉี่แตกเหมือนเดิมอีกรึป่าว.....เพราะไม่งั้นแกคงฉี่แตกวันนึงหลาย สิบเที่ยวเลยอ่ะ ก็มันเตือนทุกชั่วโมงที่มีสอนในแต่ละคาบเลยอ่ะครับ 55555 น่าสงสาร น้ำหมดตัวยายกันพอดี เลย อิอิ).....พอลงไปเข้าแถว...เจ้าบิ๊ก ทอมสาวร่างใหญ่ (มาก ๆ ) ...วิ่งมาหาพร้อมขนมจากหาดใหญ่ เป็นคุ๊กกี้ของจูลี่กล่องโตมาก ๆ มันบอกว่าเอามาเซ่น...เวง กรู ครูมรึงหนาไม่ใช้ เจ้า ไม่ใช่ผี...หนาเฟ้ย...เลยกระซิบบอกมันไปว่า...ทีหน้าทีหลัง...ขอพวงมาลัยเจ็ดสีเจ็ดศอก กับรำละครชาตรี ด้วยนะ ครูชอบ 555555 เลยหัวเราะขำกันเองใหญ่เลย.....(อย่างงี้ เรียกว่าตลกบริโภคอ่ะป่าวเนี่ย อิอิ)

พอเดินไปเข้าแถว ก็รู้สึกว่าจะมีแต่สายตามองมาทางเรา อ้าว ๆ มองหน้าหาเรื่องกันรึไงหว่านี่ แต่มิใช่ มันมองมา ที่กระป๋องจูลี่ทรงกระบอกอันโตมาก ๆ ที่เรากอดอยู่ต่างหาก.....พวกมรึงมองไร กัน อย่านะ ตูไม่แบ่งพวกมรึงกินหรอกน่า กุหวง .....แต่มองมาจนผมขาดความมั่นใจ...เลยเดินไปหาอ้ายเจ๊ก บอกว่า ช่วยถือให้หน่อยสิ ครู เขิล...5555 (ไม่น่าเชื่อว่าเราจะหนาบางขึ้นมาได้ขนาดนั้น)...ไม่หรอกกลัวเขาว่า อ้ายครูคนนี้เห็นแก่ แดร๊ก รึไง ขนาดเข้าแถว ยังเอากระป๋องขนม(ขนาดควาย ๆ ) อย่างนี้เอามาด้วย เห็นแก่ แดร๊ก เกินไปรึป่าว..(ไม่หรอก เห็นแก่แดร๊ก จริง ๆ นั่นแหละ)...พอเลิกเข้าแถว ก็เลย หลอกเด็ก ปวช.2 ว่า ไปเรียนที่ตึกแผนกเหรอป่าว เด็กรีบบอกว่าใช่ครับ เลยบอกไปว่า อป่ะ ไปกับครูก็ได้ นั่งรถยนต์ครูไป มีรึเด็กจะไม่ไป เลยรีบขึ้นรถเราเลย 3 คน เสร็จตู (ที่โรงเรียนผมที่เข้าแถวหน้าเสาธงกับแผนกที่เรียนจะอยู่ห่างกันประมาณเกือบ ๆ 800 เมตรได้ เลยไม่ค่อยมีใครอยากจะเดินเท่าไร แต่ก็ต้องจำใจเดินไป 555)...ได้โอกาสเลย คว้ามือไปประกบเป้ากางเกง เด็กทันที เอ้ย ไม่ช่าย...ย.ย. (คิดมุขนี้ได้ไง เนี่ยะ เกย์ชัด ๆ ) ให้แบกน้ำ 2 ถังขึ้นไปให้แผนกคอมฯ ซะงั้น อิอิ หลอกเด็กสำเร็จ 5555 สบายไป

พอไปถึงแผนกก็เปิดประตูม้วนเข้าแผนก ...พระเจ้าจอร์จ....มันยอดมาก ทั้งทางเดินทั้งสารพัดห้องมีแต่ขี้นกพิราบทั้งนั้น เป็นกอง ๆ ๆ ตลอดแผนกเลย ทั้งกลิ่น ทั้งภาพ เข้ามาเลย......ไม่พอ ยังเห็นนกพิราบ บินไป บินมา ในแผนกอีกต่างหาก เหมือนบอกให้รู้เป็นนัย ๆ ว่ากูนี่แหละว้อย ที่มาขี้ ให้พวกมรึงไว้ดูต่างหน้า อ้ายนกเวง....แค่ตูไม่ได้ขึ้นมาแผนก แค่ เดือน 2 เดือนพวกมรึงก็บุกรุกเขตป่าสงวนของตูซะแว้ว..ว.ว. ให้มันรู้ซะบ้างว่าผืนดินผืนนี้มันเป็นของใคร....ประกาศ...ศ...ศ เอกกะราช....ช.ช..ช.ช.... เอ้าพวกนักเรียนเราลุย...กอบกู้เอกราช ของแผนกเราให้ได้ ส่งทัพทั้ง ชายและหญิง อาวุธครบมือ ไม่ว่าจะเป็น ไม้กวาด ไม้กวาดทางมะพร้าว ที่โกยขยะ ช่วยกัน เซาะ ช่วยกัน แซะ ขะ ขะ ขี้.....ให้ราบเป็นหน้ากอง (เห็นไหม พอมีแรงงานเด็กแล้ว แป๊บ ๆ ก็เหมือนเนรมิต ปิ๊ง ๆ ๆ ๆ 55555) เลยแบ่งกันออกเป็นทัพ ๆ ทัพละ 5 - 6 คน ทัพแรกยกไปตีหัวเมืองทางเหนือ 4 ห้อง ห้องละทัพ ทางทิศใต้อีก 4 ห้อง ห้องละทัพ....ห้องสโตร์ อีก 1 ทัพ ห้องพักครูอีก 1 ทัพ แล้วก็ส่งไปห้องเสบียง (ห้องน้ำ) อีก 1 ทัพ 5555555 ทั้งเซาะ ทั้งแซะ ปัด กวาด เช็ด ถู ขัดกระจก ถูกระดาน ถูโต๊ะ เช็ดกระจก จัดโต๊ะ จัดเก้าอี้...จนกอบกู้เอกราชคืนมาได้....ยังไง ๆ เราก็ต้องขอขอบใจ...กองทัพของเรา ที่ทำให้แผ่นดินของเรากลับคืนมาได้เมื่อเวลา 12.00 น. เลยปล่อยให้แยกย้าย ไปกินขี้ เอ้ย ไปกินข้าว...กันได้ ส่วนกลางวัน แยก ย้าย กันไปเรียนตามโปกกะติ.....

....โซซัดโซเซ ไปกินข้าว กินเสร็จแฟนโทรมา 12.30 น. เห็นบอกว่าไม่สบาย ตัวร้อน เป็นไข้ แต่ไม่ปวดศีรษะ แต่มีน้ำมูกไหล เป็นอะไรใครช่วยบอกด้วยนะครับ จะขอบคุณยิ่ง.....เลยซักอาการไปว่า ลิ้นเป็นฝ้าหรือเปล่า ท้องเสียไหม เป็นดอกขึ้นตามตัวรึป่าว พอไม่เป็นก็โล่งอก... นึกว่าจะต้องไปจองที่พักแพคแก๊ตตลอดชีวิตที่ โรงแรมไฮแอทพระบาทน้ำพุธานี เสีย แล้วไหมละตู 55555

.....กลางวัน ก็สอน ๆ ๆ ๆ จน 17.00 น. ปล่อยเด็กกลับบ้าน ส่วนตัวเรา ก็มาตีแบดอยู่ที่โรงอาหารก่อน ช่วงรอให้ นังฝนหายตกก่อน แต่ยิ่งเล่นนังฝน มันก็ยิ่งตกแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ไหมล่ะ พอฝนซาลงหน่อย รีบถกตู๊ด กลับบ้านดีกว่า เลยไปสแกนนิ้วกลับเวลา 18.00 น. วันแรกช่วงบายโรงเรียนยังกับป่าช้า หายไปไหนกันหมดเลยหว๋า สงสัยวันแรก ทั้งครู ทั้งเด็กพวกนี้ ก็เป็นคนเหนือกันไปซะแล้ว (อู้ ไง) ไม่เหมือนเราเลย ขยั้นขยัน......จริง ๆ นะ ขอโบก ๆ



Create Date : 14 พฤษภาคม 2550
Last Update : 14 พฤษภาคม 2550 22:08:30 น. 3 comments
Counter : 196 Pageviews.

 
แวะมาอ่าน มุขครูอีกแล้วคับ


โดย: frank3119 วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:46:27 น.  

 
อ่านจนตาลายเลยค่ะ
อิอิ

แต่ก็หนุกดีนะ บางเรื่อง ไม่เคยรู้มาก่อน


โดย: โสดในซอย วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:46:57 น.  

 

แวะมาทักทายก่อนนอน

วันนี้อ่านซะตาลายเลยค่ะ


โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:54:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เต๋า...เต๋า...
Location :
ราชบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เต๋า...เต๋า...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.