Group Blog
 
All blogs
 
ชีวิตเมื่อตอน มอ ฉี่...555...


ต่อจากจบชั้น ม.3 ก็มาเรียนชั้น ม.4 ที่โรงเรียนราชวินิต มัธยมต่อ ตอนนั้นเลือกเรียนสายสิญจ์ ไม่ช่าย ไม่ใช่ผีนะ ไม่ต้องกัน สายศิลป์ต่างหากเล่าแต่เป็นศิลป์-คำนวณ ในห้องมีผู้ชายอยู่แค่ 7 - 8 คน ที่เหลือผู้หญิงหมดเลย สายนี้จะเน้นทางคหกรรม แต่น่าจะเป็นเวงกรรมเสียมากกว่า ให้เรียนตัดเย็บเสื้อผ้า ให้เรียนจัดดอกไม้สด เรียนทำอาหารอีก ตายห๊า เลยตรู....

ครั้งแรกยังคิดเลยในวิชาตัดเย็บ (ไม่ค่อยกล้าพิมพ์ กลัวใส่ผิด เอา ดอ เด็ก ใส่แทน บอ ใบไม้ อิอิ) ตรู จะเย็บได้ไหมว่านี่ ครั้งแรกให้วัดตัวเลย เพื่อจะทำแบบออกมาเพื่อตัดชุดนอน โฮ๊ะ ๆ ๆ สบายตูแหละจะได้มีชุดราตรี กะเขาบ้าง แต่ก็คิดอีกที แล้วมันจะออกมาเป็นแบบไหนกันละว้านี่....เห็นจักรแล้ว ก็อยากถีบทันที ท่าทางมันน่าจะสนุก เอาก็เอาว่ะ ลองซักตั้ง....แล้วครูเขาก็ให้ไปซื้อผ้ามา เพื่ออาทิตย์ต่อไปจะได้ตัดออกมาตามแบบ เป็นชิ้น ๆ งานนี้จำไม่ได้ว่าฝากใครซื้อผ้า ให้แม่หรือเพื่อนก็ไม่รู้ไปหาซื้อผ้ามา...แต่น่าจะเป็นเพื่อนนะ....คนอื่น ก็ลายสวย ๆ น่ารัก น่ากระทืบกันทั้งนั้น แต่ของเราเปิดถุงมา เป็นลายทางตรง ๆ เป็นลายลง สีน้ำเงิน กับสีขาว....แม่งเฮ็ด...ลายนักโทษชัด ๆ ทีของคนอื่นเป็นรูปดอกไม้ หรือไม่ก็เป็นสีพื้น ๆ ไปเลย บางคนก็เป็นรูปการ์ตูน น่ารักคิกขุ แต่พอของตู ลายทาง เวง เห็นแล้วอารมณ์เสีย....ตอนแรกก็ยังไม่ได้เสียใจมาก เท่าไรแต่ที่เสียใจมาก ๆ คือ ครูมาด่าตูอีก...ว่าเอาลายทางตรงมาตัด แล้วก็จะรู้สึก...รู้สึกอะไรอีกละว่ะ (ตูไม่ได้ซื้อ ซักกะหน่อย) พอตัดออกมาจากแบบก็งั้น ๆ แหละ แต่พอเอามาเนาด้วยมือนี่สิ.....ลายมันไม่ตรงกันครับ เวงกรรม นี่ตูจะทำลายม้าลายหรือไงฟร้า....ยากฉิบเลย มันเลยออกมาเป็นลายที่แบบว่า ลองคิดภาพเอง ยิ่งอีกตรงโปก เอ้ย ปกคอเสื้อ กับแขนเสื้อนี่สิ พระเจ้าจอร์จ ตัดออกมาตรงตัวเสื้อมันก็ลายทางลงอ่ะนะ ต่อตรงปก กับตรงแขนนี่สิ 555 ลายขวางไงงั้น ก็ทำไงได้ตัดมาแล้วนี่หว่า...ก็ได้แต่แก้ตัวไปว่า แหม ๆ ของเราเนี่ยตั้งใจให้เป็นแบบนี้ต่างหากเล่า (ตอแหล จริง ๆ ผิดแต่ขี้เกียจแก้อ่ะ มีไรป่ะ).....เนาไป ถีบไป เนาไป ถีบไปจนได้ออกมาเป็นตัว...ก็ดูดีหรอกนะ จะมายากอีกทีก็อีตรง กระดุม กับรังดุมนี่แหละ 5555 ยากฉิบ.....มันต้องทำให้รังดุม กับกระดุมตรงกันด้วยไง....ตอนทำมันก็เท่ากันหรอกนะ แต่อิตอนเย็บกระดุมเข้าไป นี่สิ มันเป๋ไปยังไงก็ไม่รู้ แก้ ๆ ถอด ๆ ก็ยังรั้งเหมือนเดิม งานนี้แก้ตัวไม่ได้ ก็ต้องโทษตัวเองไปเลย ว่า ก็กรู ฝีมือไม่ดี นี่หว่า......555......พอมากางเกงง่ายนิดหน่อย....เบื่อก็อีตรงทำขอบยางยืดนี่แหละ เบื่อมาก....สุดท้ายก็ได้ชุดนอน ที่มองไปมองมาว่า กี่ทีก็ดูว่านี่มันชุดนักโทษชัด ๆ นี่หว่า.....กว่าจะผ่านงานนี้มาได้ เกือบตายเหมือนกัน แล้วรู้เลยว่าอ้ายงานเย็บปักถักร้อยนี่ไม่เหมาะกับตรูแน่นอน.......

ส่วนอีกวันนึงเรียนวิชาดอกไม้สด..อะอ้า...ชื่อก็บอกแล้วงานฝีมือ ชัด ๆ เราก็อยู่ในรั้ว ในวังมาก่อน ชาติตระกูล ก็ออกจะสูงส่ง 5555 งานนี้ บ่ยั่นครับ.....เริ่มแรกก็เรียนทำการเรียนร้อยพวงมาลัยดอกไม้สด.....เป็นไง วิชาเรียนของผม ดูดีมีชาติตระกูล จริง ๆ เล้ย.....เริ่มด้วยการไปช๊อปปิ้งดอกไม้สด จากคาแนลเม้าท์มาร์เก็ต งง ๆ ละเซ่ อิอิ ก็ปากคลองตลาดไงเล่า....ที่นี่ไม่บอกก็ต้องรู้ว่าสภาพของปากคลองตลาดเป็นเช่นไร....เราต้องไปซื้อกันตอนเช้ามืด พื้นที่เฉอะแฉะ ขี้โคลน โห สุดยอดของความเลอะเทอะเลยจริง ๆ แต่พวกเราก็บ่ยั่น....เริ่มต้นการเรียนวิชานี้ ด้วยการออกไปซื้อดอกพุด...ดอกรัก...ดอกกุหลาบมอญ(มอญหงอย อย่าผวนนะขอร้อง) ....เข็มร้อยพวงมาลัย...เชือกฟาง แล้วก็ด้าย.....ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่เลย ประมาณเกือบ 10 คน สรวลเสเฮฮา วี๊ดว๊ายกระตู้วู้ กันแบบเด็ก ๆ มอ ปลาย....สามัคคีกันมาก...แต่มีอยู่ช่วงนึง เพื่อนผู้หญิงของพวกเราคนนึงชื่อนังติ๊ก....เดินคุยกันมาอยู่ดี ๆ ล้มแผละลงไปกองอยู่บนพื้นโคลนที่เฉอะแฉะ เท่านั้นแหละ พวกเพื่อน ๆ รวมทั้งผมด้วย แสดงความเห็นอกเห็นใจ....ด้วยการ วิ่งหนี...ไปคนละทิศละทาง ประหนึ่งว่า พวกกรู ไม่รู้จักมรึงเลย นังติ๊ก .....หายไปประหนึ่งจะว่า ล่องหน ไปคนละทิศละทาง เร็วมาก ทิ้งเพื่อนรักที่แสนดีเอาไว้กับกองพื้นโคลน ไงงั้น...เพื่อนแต่ละคนนี่ก็นะ...รู้เลยว่าเธอต้องอายมาก ๆ อาย ก็อาย เปื้อน ก็เปื้อน ๆ ...วิ่งไปหาเพื่อนคนอื่น เอง เลย สุดท้าย ต้องจำใจยอมรับมันไปเป็นเพื่อน..เหมือนเดิม ด้วยความสงสาร....แต่โชคดีมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อว่าหมวย เป็นลูกเจ้าของร้านขายพวกอุปกรณ์ทำดอกไม้สุด พวกสังฆทาน พวกดอกไม้จัน พวงหรีด อยู่ แถว ๆ ปากคลองตลาดพอดี เลย เอายัยไม่สวยแล้วยังซุ่มซ่ามนี่ไป แก้ผ้าอาบน้ำ ที่บ้านมันพอดี โชคดีไปนะนังติ๊กเอ้ย...ไม่งั้นละมีอายกันมากกว่านี้อีก...

พอถึงคราวที่ต้องทำพวงมาลัยนี่สิ...ไม่ง่ายเหมือนซื้อเขาเลย พวงละ 5 พวงละ 10 พวงละ 20 อ่ะ ไปซื้อเขาเหอะ อย่าได้มานั่งร้อยเอาเองเล้ย....กว่าจะกลายเป็นมาลัยนี่ แม่งต้องมากนั่งตัดดอกพุด นั่งเสียบ นั่งหมุนดอกพุด อัดให้แน่น ๆ ไหนจะต้องนั่งดึงลงมาที่เชือกฟางแทบตาย (ห่า) จัดแล้วจัดเล่าเสร็จเป็นกลม ๆ แล้วต้องเอามาผูกเป็นรูปโดนัทอีก กว่าจะได้นั่งทำเกือบ 2 - 3 ชั่วโมง ....เสร็จแล้วยังจะต้องทำอุบาด เอ้ย อุบะอีก อุบะคืออิตรงชายตุ้มที่ห้อย ๆ ของพวงมาลัยไง แรก ๆ มันก้อง่ายตรงที่ใช้ดอกรักทำเป็นสาย แต่ที่ยากเนี่ยก็อิตรงที่ต้องมาทำดอกข่าก่อนที่จะร้อยดอกรักอ่ะ ...อ้ายดอกข่า เนี่ยะมันทำมาจากกลีบดอกกุหลาบมอญที่ไม่หงอย (อย่าผวนนะ เดี๋ยวรู้อีกว่าไปยืด หรือไปหนีบมา 555 ตรงเชียว) ต้องเอากลีบกุหลาบมาคว่ำหัวแล้วก็ เย็บ ๆ ออกมาคล้าย ๆ เป็นดอกตูมของกุหลาบ แล้วก็เอากลีบเลี้ยงสีเขียว ๆ มาประกบ แล้วจึงจะใช้ดอกรักร้อยให้เป็นสาย....ทำไมต้องทำดอกข่าด้วย ทำไมไม่เอาดาวเรือง กุหลาบ กล้วยไม้ ดอกจำปีมา ห้อยไปเลยก็สิ้นเรื่อง แต่อาจารย์เขาบอกว่า พวกนั้นไม่ต้องใช้ฝีที่มือ ถ้าทำดอกข่าเนี่ย จะเป็นการเน้นฝีที่มือไง เออ..มิน่าละ คนมีฝีมืออย่างเรา ก็ต้องทำได้...แต่อ้ายเรื่องความสวยงามนี่แน่นอน...ต้อง สวยอยู่แล้ว...ก็คนทำหน้าตาดีออกขนาดนี้...ของเราทำเองก็ต้องสวยสิว่ะ เราไม่ชมตัวเอง...แล้วใครเขาจะมาชม...555 ...... พวงมาลัยดอกไม้สด......หรือว่า พวงหมาลายดอกไม้ตด กันแน่ก็ไม่รู้ 5555

แต่ถ้าจะให้ผมแสดงฝีมือการร้อยโดยให้ผมร้อยเอง เนี่ย ผมว่าควรจะไปซื้อเองจะดีกว่านะ...ไม่งั้น พระ หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายที่เอา พวงหมาลายดอกไม้ตด ของผมไปไหว้นี่ คงเคืองฉิบเลยอ่ะครับ 5555.....ไม่ใช่ทำแค่พวงมาลัยนะ ยังมีการทำบายศรี ทำงานใบตอง เช่น เย็บแบบ ทำตัวแมงดา (ไม่ต้องทำก็ได้ เรื่องแมงดานี่ถนัด 5555 ...ไม่ใช่แมงดาที่เป็นคนนะ แต่แมงดาที่เป็น ตัว ๆ แล้วบีบกลิ่นมาใส่น้ำพริก หรอกครับ) ทำอะไรว้า ที่เอาดอกพุดมาร้อย ๆ เป็นตาข่าย มีหลายแบบ ฉิบ ไหนจะทำพานอีก (ถ้าเป็นอันธพาล ก็ว่าไปอย่าง) อ่ะ...เห็นมะคนมีฝีมืออย่างผม...ทำได้ แน่นอน 5555 แต่ไม่ชอบ..บ.บ.บ. ไม่ถนัด...เลย ขอโบก ๆ

ส่วนเรื่องทำอาหาร ชอบมาก ๆ วิชานี้ ...โดยเฉพาะตอนกิน 5555.....มีเรื่องชั่ว ๆ มาเล่าให้ฟังอีกแล้ว.....เรื่องมีอยู่ว่าอาจารย์เขาก็ให้ทำอาหารอะไรก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว...ก็ทำ ๆ กัน แล้วเอาไปให้อาจารย์เขาชิม...เขาก็ด่ากลับมาเลยนะว่า เอามือหรือเอาตีนทำเนี่ยไม่ได้เรื่องเลย ...เอากลับไปทำมาใหม่....ปรุงรสชาดให้สุนัขมันแดกได้เสียหน่อย (อาจารย์นี่มีด่าตัวเองด้วย ก็คนที่แดกเยอะสุดก็อาจารย์นั่นแหละ ว่าตัวเอง เป็นสุนัข ก็ได้ด้วย 5555 สงสัยจะด่าเมามันจนลืม 5555 ว่าตัวเอง)..อาจารยืคนนี้จะขี้บ่น ด่าเก่ง จนเพื่อนในห้องจะไม่ค่อยชอบ เพราะแกจะค่อนข้างเรื่องมาก...เพื่อนผมคนหนึ่งเลย เป็นผู้ชายชื่อว่าโชคชัย.....คงจะเกลียดแกเอามาก ๆ ...พอเอาอาหารนั้นไปปรุงรสใหม่แล้วให้อาจารย์เขาชิมใหม่...โดยการตักใส่จานมาแล้ว แต่เจ้าโชคชัยมันบอกว่า ขอหน่อย เถอะว้า...ว่าแล้วก็คว้าจาน จากพวกเรา ประมาณ 6 คนในกลุ่ม...เอาไป คากตุ๊ย ๆ ๆ ๆ น้ำลายพุ่งลงไปในจานอาหารนั้นหลายครั้ง จำได้ว่าไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง น้ำลายเห็นแตกตัวกลางอากาศเลยอ่ะครับ อี๊ ๆ ๆ ๆ ....พวกเราในกลุ่มร้องกันเสียงหลง...แต่ก็ห้ามไม่ทันแล้ว...ทำไงได้...เอาว่ะเป็นไงเป็นกัน ถ้าไม่ส่ง ก็ไม่มีคะแนนอ่ะสิ.....ว่าแล้ว ก็เอาช้อนมาคน ๆ ให้น้ำลายของไอ้โชคชัยผสมเข้ากับอาหาร เป็นการอำพรางน้ำลายของมันไปในตัว อี๊ ๆ ๆ หยะแหยง....ว่าแล้วก็เอาอาหารจานเด็ดนี้ เอาไปให้อาจารย์ชิม.......พวกเราลุ้นกันมาก ๆ ....พออาจารย์กำลังจะตักอาหารจานเด็ดนั้นเข้าปาก...พวกเรามองหน้าตากันเอง เลิ่กลั่ก พรางสะอิดสะเอียนกันอย่างถ้วนหน้า.....แต่ก็ต้องฝืนยิ้ม เพื่อปิดบังคดี...พออาจารย์เคี้ยวตุ้ย ๆ ๆ กลืนเข้าคอไป...จากที่แก ด่า ๆ บ่น ๆ เมื่อครู่ กลายเป็นคำชม นี่แหละ อร่อย มาก ๆ ...อีกคำสิ...เอาจริงเว้ย อาจารย์ผม...สงสัยจะติดใจ...ขอจานนี้ไปแบ่งให้เพื่อนอาจารย์ในมื้อกลางวันเลยละกัน...พวกเราก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ บอกว่าได้ครับ ได้ค่ะกัน.....ซวยเลยบาป กันหลายคนเลยนะมรึง......อ้ายเอี้ยโชคชัย เอ้ย....สงสัย อาจารย์โดนเสน่ห์ปลายปาก เอ้ย ปลายจวัก ของอ้ายโชคชัยมันเสียแล้ว จากด่ากลายเป็นชม ....หลังจากนั้น ก็รุมด่าไอ้โชคชัยกัน ว่า แม่ง ทำไปได้ สักพักเสียงด่า ก็กลายเป็นเสียงหัวเราะ 55555 คิดแล้วก็ เลวได้ใจจริง ๆ เลย เพื่อนผมนี่.....ว่าแต่ว่าจะลองดูสักจานไหมละครับ...อยากรู้จริง ๆ ว่ารสชาดมันดีขึ้นขนาดนั้นเลยเหรอ น้ำลายอ้ายโชคชัยเนี่ย..ไม่รู้ว่าถ้าเดี๋ยวนี้มันแต่งงานไปแล้ว แฟนมันไม่หลง(น้ำลาย) มันแย่เหรอครับเนี่ย 5555

(หันซ้าย หันขวา เหลียวหน้า แลหลัง หวาย ๆ ๆ ไม่มีคนเลย เราอยู่คนเดียวรึนี่ กลับบ้านก่อนดีกว่า ถ้ามีอารมณ์จะมาเล่าต่อนะครับ 17.34 น. แล้ว เดี๋ยวผีหลอก 555)

--------------

ตอนกลับบ้าน ออกจากห้องไปสแกนลายนิ้วมือกลับ เปลี่ยวมาก ๆ ไม่มีคนเลย วังเวงจัง...ยิ่ง ๆ กลัวผีอยู่ เลยรีบปิดคอม ปิด แอร์ปิดไฟ ล๊อกห้อง......เดินไปสแกนลายนิ้วมือกลับบ้าน...เดินไป ตกใจ โหม๊ะเลย...เจอตาแป๊ะ นั่งอยูในห้อง ..อ่ะ ...หวาย ๆ ๆ น่ากลัวกว่าผีอีก นะนี่ รีบ ๆ จ้ำ ๆ กลับบ้านเลยดีกว่า ....ไม่อัปต่อแล้ว ขนหัวลุกหมดเลย เจอใครไม่เจอ เจอตาแป๊ะ เวง..........น่าขนลุกยิ่งกว่า เจอผี ขวัญเขอญ กระเจิดกระเจิงเลยตู ไม่มีปัญญาอัปต่อแล้ว เป็นโรคไข้ฝ่ามือ ฝ่าเท้าโกร๋น...บายจ้า...อะไร ร้ายกว่าผี....ก็ตาแป๊ะของผมไง ....น่ากลัวที่ซู๊ด..ด..ด.ด.ด



Create Date : 11 พฤษภาคม 2550
Last Update : 12 พฤษภาคม 2550 8:12:43 น. 3 comments
Counter : 195 Pageviews.

 

แวะมาทักทายยามเย็นค่ะ


โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:26:02 น.  

 
ขอบใจมากนะจ๊ะ ที่แวะมาทักทาย


โดย: เต๋า...เต๋า... วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:51:02 น.  

 
แวะมาอ่าน ตอนดึก ๆ คับ


โดย: frank3119 วันที่: 12 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:03:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
เต๋า...เต๋า...
Location :
ราชบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เต๋า...เต๋า...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.