ร้านทานตะวัน บทเพลงเก่า ๆ , หนังดี ๆ
Group Blog
 
All Blogs
 

ลดราคาแล้วดีวีดีตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคแรก




ลดราคาแล้วDVD ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาคแรก
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์
กำกับการแสดงโดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นภาพยนตร์ 4 ภาค
(เดิมทีผู้สร้างต้องการจะให้เป็นไตรภาค หรือ 3 ภาค)
นับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกด้วยที่เป็น 4 ภาค
ภาคแรกใช้ชื่อว่า องค์ประกันหงสา
เข้าฉายในวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2550
ซึ่งตรงกับวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ทรงมีชัยชนะเหนือพระอุปราชาในยุทธหัตถีและตรงกับวันกองทัพไทย
สำหรับรายได้ของภาพยนตร์เรื่องนี้
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกันหงสา
ทำรายได้ที่ 236.60 ล้านบาท
………………………………………………………………………………………………………
องค์ประกันหงสา
ผู้กำกับ.......................หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
อำนวยการสร้าง............หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา,คุณากร เศรษฐี
บทภาพยนตร์...............หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, ดร . สุเนตร ชุตินธรานนท์
เพลงประกอบ...............Richard Harvey
กำกับภาพ...................ณัฐวุฒิ กิตติคุณ,Stanislav Dorsic
ตัดต่อ........................หม่อมราชวงศ์ ปัทมนัดดา ยุคล
จัดจำหน่าย.................สหมงคลฟิล์ม
วันที่เข้าฉาย................องค์ประกันหงสา (ภาคแรก):18 มกราคม พ.ศ. 2550
ความยาว....................ภาคแรก:134 นาที
งบประมาณ..................700 ล้านบาท
( ข้อมูลทั้งหมดจากวิกิพีเดีย )
.................................................................................................
ข่าวดีสำหรับคนชอบสะสมหนัง หรือเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้ชม
เนื่องจากดีวีดีได้ปรับราคาลงแล้วจากราคาเดิม 300 กว่าบาท
เหลือเพียง 135 บาท ( 1 แผ่นจบ )
ส่วนวีซีดีจาก 190 บาท ลดเหลือเพียง 99 บาท ( 3 แผ่นจบ )
เพื่อนพี่น้องท่านใดสนใจในจังหวัดหรือในพื้นที่ของคุณไม่มี
สามารถสั่งซื้อกับผมได้นะครับ
ร้านทานตะวัน
ตลาดลาดปลาเค้า กม.2 รามอินทรา

โอนเงินผ่านบัญชี
นายศรัทธา จันทรดิลกวัฒนา
เลขที่บัญชี 324-1-27108-4
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขารามอินทรา กม.2ออมทรัพย์
ดีวีดี ราคา 135 บาท ค่าจัดส่ง 70 บาท รวมเป็นเงิน 205 บาท
วีซีดี ราคา 99 บาท ค่าจัดส่ง 70 บาท รวมเป็นเงิน 169 บาท
โอนเงินมาแล้วกรุณาแจ้งให้ทราบทางเบอร์โทร 084-0157068
หรือส่งสำเนาใบโอนเงินมาที่ FAX 02-5221372
หรือจะส่งทางอีเมล์ผมก็ได้ tantawan066@gmail.com
เมื่อได้รับการยืนยันจะส่งซีดีชุดนี้ไปให้ทันทีครับ
………………………………………………………………………………………………………





Free TextEditor




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2553 19:17:39 น.
Counter : 1285 Pageviews.  

หนังบู๊ไทยไม่ด้อยต่างชาติ " คนไฟบิน "




หนังบู๊ไทยไม่ด้อยต่างชาติ “ คนไฟบิน ”
หนังดี ๆ ฝีมือคนไทย นับเรื่องได้
และหนึ่งในหนังที่ขายความคิด ความสามารถ
ต้องยกให้คนไฟบินเป็นหนังคุณภาพเรื่องหนึ่ง
ยอดเยี่ยมทั้งด้านบท การวางบท ฉากบู๊ ฉากรัก ฉากตลก
หนังเรื่องนี้ให้ทุกรส แถมยังเป็นหนัง ย้อนยุค
จึงทำให้ดูเพลิดเพลินได้ความรู้ เป็นช่วงรอยต่อ
ของการปลดระวางควาย หันมาใช้รถไถฝรั่ง
ที่สำคัญนักแสดงที่มาแสดงในเรื่องต้องถือว่าระดับคุณภาพทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็น ชูพงษ์ ช่างปรุง,พันนา ฤทธิไกร ,สามารถ พยัคฆ์อรุณ ฯลฯ
หนัง “ คนไฟบิน ” จัดเป็นหนังดูซ้ำได้
ดูกี่เที่ยวก็ไม่เบื่อ น่าติดตาม น่าตื่นเต้นไปกับเรื่อง
ไม่เหมือนหนังบางเรื่อง ดูครั้งเดียวเลิก
ตอนจบสามารถเดาได้เลย แต่...........
คนไฟบินได้วางบท วางการดำเนินเรื่องได้ดีมาก น่าติดตาม
...................................................................................................
เรื่องย่อ
ปี พ.ศ. 2398 เป็นต้นมาได้เกิดอาชีพนายฮ้อยขึ้นมา
เพราะประเทศต้องการทำนาเพื่อนำข้าวส่งออกต่างประเทศ
เหล่ากลุ่มนายฮ้อยเหล่านี้ต้อนควายเพื่อมาขายยังกรุงเทพฯ
นายฮ้อยบางกลุ่มก็เป็นโจรแฝงมาเพื่อปล้นควายและฆ่าชาวบ้าน
ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนโดยทางการมิได้เข้าช่วยเหลือแต่อย่างใด
หนำซ้ำ “พระยาแหว่ง” ยังต้องการให้ฆ่าควายให้หมดอีกด้วย
เพื่อจะได้ขายรถไถฝรั่งให้กับประชาชนใช้แทนควาย
กลุ่มนายฮ้อยโจรเหล่านี้ต้องเผชิญกับ “โจรบั้งไฟ”
ผู้ออกปล้นด้วยเหตุผล 2 ประการคือ ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ทุกข์ยาก
และที่สำคัญหาคนที่ฆ่าพ่อแม่ของตน จนกระทั่งเจอกับ “นายฮ้อยสิงห์”
และเชื่อมั่นว่าเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของตนจริงๆ

ในขณะที่พระยาแหว่งจ้างโจรปล้นฆ่านายฮ้อยได้หมด
แต่กลับไม่สามารถฆ่านายฮ้อยสิงห์คนที่ไม่เคยแพ้ใครได้
พระยาแหว่งจึงวางแผนหลอกใช้โจรบั้งไฟและ “ปอบดำ”
ผู้ลึกลับและมีความแค้นอยู่กับนายฮ้อยสิงห์มานาน
จึงตกลงใจช่วยเหลือโดยทันที
ทั้งพระยาแหว่งและโจรบั้งไฟต่างก็หลงรัก “อีสาว”
ลูกสาวคนเดียวของปอบดำ แต่ปอบดำก็ไม่ยอมให้ใครได้อีสาวไปครอง...

นายฮ้อยสิงห์ยังไม่รู้ว่าตนเองถูกปองร้าย ………
ชีวิตของอีสาวยังมีความลึกลับที่ยังไม่เปิดเผย ……….
โจรบั้งไฟ และ พระยาแหว่ง ยังไม่รู้ความลับของปอบดำ
แต่ทั้งสามก็ต้องร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของแต่ละคน
อย่างนี้บอกได้คำเดี่ยว ต้องดูตอนจบเองครับ
จึงจะได้อรรถรส มาบอกให้รู้ จะขาดความสนุกสนาน
สำหรับคนที่ยังไม่เคยชมหนังเรื่องนี้เลย
.................................................................................................

ผู้กำกับ ......................เฉลิม วงค์พิมพ์
ชูพงษ์ ช่างปรุง.............โจรบั้งไฟ/บักเซียง
พุฒิพงษ์ ศรีวัฒน์...........พระยาแหว่ง
พันนา ฤทธิไกร.............ปอปดำ
สามารถ พยัคฆ์อรุณ........นายฮ้อยสิงห์
จรัล งามดี.....................นายจัน
อำพล รัตนวงค์...............คาน
กัญญาภัค สุวรรณกูฎ........อีสาว
สมเดช แก้วเกลือ.............โจรกล่องข้าวน้อย
วิชัย พรหมจรรย์...............แผน
จัดจำหน่าย.....................สหมงคลฟิล์ม
วันที่เข้าฉาย.....................21 ธันวาคม พ.ศ. 2549
ความยาว.........................103 นาที
ประเภทสินค้า....................วีซีดี ( 2 แผ่น )
ราคา................................75 บาท
ค่าจัดส่ง............................65 บาท
( เนื้อหาส่วนใหญ่คัดลอกและเรียบเรียงใหม่จากวิกิพีเดีย,หนังดีดอทคอม )
เพื่อนพี่น้องท่านใดสนใจ
ในจังหวัดหรือในพื้นที่ของคุณไม่มี
สามารถสั่งซื้อกับผมได้นะครับ
ร้านทานตะวัน
ตลาดลาดปลาเค้า กม.2 รามอินทรา

โอนเงินผ่านบัญชี
นายศรัทธา จันทรดิลกวัฒนา
เลขที่บัญชี 324-1-27108-4
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขารามอินทรา กม.2ออมทรัพย์
วีซีดีหนัง ราคา 75 บาท รวมค่าจัดส่งแบบ EMS เป็น 140 บาท
โอนเงินมาแล้วกรุณาแจ้งให้ทราบทางเบอร์โทร 084-0157068
หรือส่งสำเนาใบโอนเงินมาที่ FAX 02-5221372
หรือจะส่งทางอีเมล์ผมก็ได้ tantawan066@gmail.com
เมื่อได้รับการยืนยันจะส่งซีดีชุดนี้ไปให้ทันทีครับ
……………………………………………………………………………………………………….





Free TextEditor




 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 20:23:38 น.
Counter : 762 Pageviews.  

หนังดีลงทุนสูงแต่คนดูน้อย ( มหา*ลัยเหมืองแร่ )


หนังดีลงทุนสูงแต่คนดูน้อย ( มหา*ลัยเหมืองแร่ )








มหา'ลัย เหมืองแร่ ลงทุน 70 ล้าน ได้เพียง 19 ล้าน
มหา'ลัย เหมืองแร่ เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2548
เขียนบทและกำกับโดย จิระ มะลิกุล
จากหนังสือรวมเรื่องสั้น ชุด เหมืองแร่ ของอาจินต์ ปัญจพรรค์
ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้งบประมาณสร้างสูงถึง 70 ล้านบาท
แต่ล้มเหลวด้านรายได้ ฉาย 10 วันได้รายได้เพียง 19 ล้านบาท
นักแสดงนำ
 พิชญะ วัชจิตพันธ์ รับบท .......................อาจินต์
 ดลยา หมัดชา รับบท ............................ละเอียด
 สนธยา ชิตมณี รับบท ...........................ไอ้ไข่
 นิรันต์ ชัตตาร์ รับบท ............................พี่จอน
 แอนโทนี โฮวาร์ด กูลด์ รับบท ...............นายฝรั่ง
 จุมพล ทองตัน รับบท ..........................โกต้อง
 จรัล เพ็ชรเจริญ รับบท .........................ตาแดง
 ศรชัย จุลลางกูร รับบท ........................พี่ก้อง
 สุทธิพงษ์ นุ้ยสุชล รับบท ......................พี่เหวง
เพลงประกอบ
 You Are My Sunshine ของ Jimmie Davis
 Short Trip Home ของ Edgar Mayer
 เสียงครวญจากดวงใจ คำร้อง / ทำนอง โดย สมยศ ทัศนะพันธุ์
 บุรงกากราตุอา ทำนองโดย ชัยภัค ภัทรจินดา (นิก กอไผ่)

ผู้กำกับ จิระ มะลิกุล
อำนวยการสร้าง..........จิระ มะลิกุล,ประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์,ยงยุทธ ทองกองทุน
บทภาพยนตร์ นวนิยาย:..............อาจินต์ ปัญจพรรค์
บทภาพยนตร์:...........................จิระ มะลิกุล
กำกับภาพ................................ชาญกิจ ชำนิวิกัยพงศ์
ตัดต่อ.....................................ปาน บุษบรรณ
จัดจำหน่าย..............................จีทีเอช
วันที่เข้าฉาย............................17 พฤษภาคม พ.ศ. 2548
…………………………………………………………………………………………………..
ฟันธง : มหา'ลัย เหมืองแร่ : “1 ใน 100 หนังไทยที่คนไทยควรดู"

จากภาพยนตร์ 15 ค่ำ เดือน 11 อันเป็นงานชิ้นแรกของพี่เก้ง จิระ มะลิกุล
ที่เรียกว่าสอบผ่านทำคะแนนดีจนเกือบได้เกียรตินิยม
มาถึงผลงานในเรื่องที่สองซึ่งว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว
การหยิบเอา “มหา’ลัย เหมืองแร่” ของคุณ อาจินต์ ปัญจพรรค์
มาทำเป็นหนังนั้น เห็นชัดๆ ว่าคนที่คิดจะทำถ้าไม่บ้าก็คงเมา
หรือไม่ก็คงอกหักอยากฆ่าตัวตายต่อหน้าคนทั้งประเทศกันเห็นๆ
ด้วยเหตุที่ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าในทุกๆ ด้าน
จนเป็นยิ่งกว่าตำราเรียนประจำชาติของเด็กไทยกันเลยแบบนี้
ก่อนที่ผู้ที่คุ้นเคยกับผมจะหาว่าผมดัดจริตทำอวดรู้
ผมก็ต้องออกตัวอีกครั้งว่าผมยังไม่ได้อ่านหนังสือ
รวมเรื่องสั้นเล่มนี้ของคุณอาจินต์เลย แต่กระนั้น
ผมรับรู้เรื่องราว คุณค่า และชื่อเสียงอันเป็นที่พูดถึงมานาน
จากปัจจัยแวดล้อมรอบๆ ตัว มาตั้งแต่ผมยังเป็นนักเรียนหัวเกรียน
(ใช่ครับ มัน ‘ไม่กี่ปี’ มานี่เอง...ฮา) หากคุณเข้าไปชมหนัง
เพียงวลีแรกของคำบรรยายกับภาษาที่ใช้นั้น
คุณจะรู้ได้ทันทีว่าหนังสือเล่มนี้ “ไม่ธรรมดา”
หลังจากที่ผกก.ตามง้อตามตื้อขอซื้อเรื่องจากคุณอาจินต์อยู่นาน
จนเมื่อโครงการนี้ผ่านออกมาเป็นหนังจนสำเร็จ
ผมคงบอกได้คำเดียวว่าภาพยนตร์ มหา’ลัย เหมืองแร่
ที่สร้างจากหนังสือที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “1 ใน 100 หนังสือที่คนไทยควรอ่าน”
กลายมาเป็น “1 ใน 100 หนังไทยที่คนไทยควรดู”
อย่างเต็มภาคภูมิจากฝีมือของ จิระ มะลิกุล คนนี้
หากนำ มหา’ลัย เหมืองแร่ ไปเปรียบเทียบกับ 15 ค่ำ เดือน 11
หนังดรามาสุดยอดประทับใจเรื่องหนึ่งในชีวิตการชมหนังไทยของผมนั้น
ผมค่อนข้างประหลาดใจ (ปนดีใจ) ที่พี่เก้งทำ มหา’ลัย เหมืองแร่ ออกมา
ได้เหนือกว่าหนังเรื่องที่แล้วในทุกๆ ด้าน เห็นกันชัดๆ ว่า
มหา’ลัย เหมืองแร่ มีเรื่องราวที่นำมาเล่ายากกว่า
ด้วยความที่ต้นฉบับเป็นเรื่องสั้นร้อยกว่าตอน
หากตีโจทย์ของแก่นเรื่องไม่แตกแต่แรกแล้ว
หนังที่ออกมาคงขาดเอกภาพเละเทะออกทะเล
เล่าเรื่องนู้นมาปะเรื่องนี้กันให้วุ่นเป็นแน่
แม้ว่าช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของหนังจะออกมา
ดูเหมือนว่ามันเป็นไปแบบนั้นก็ตามที
แต่เมื่อชมต่อไปจนจบจะเข้าใจว่าพี่เก้งทำได้ดีที่สุดแล้วกับโจทย์ที่ได้รับมา
ซึ่งผลที่ออกมานั้นไม่มีเศษเสี้ยวของความน่าผิดหวังปะปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
ผมคิดมาตลอดว่าในการวัดระดับของหนังดีกับหนังที่ไม่ดี(หรืออาจเข้าขั้นเลว)
อยู่ตรงที่คนทำใส่ใจที่จะทำการบ้านของตัวเอง
ทุ่มเทความคิดอย่างเต็มที่ และยอมเหนื่อยก่อนจะลงมือทำอย่างจริงจังหรือไม่
และกับงานที่ออกมาคงไม่ต้องบอกว่าคนทำ มหา’ลัย เหมืองแร่
ได้ทำทุกอย่างที่ผมกล่าวมาจนเต็มกำลังเท่าที่องค์ประกอบ
ในทุกๆ ด้านจะอำนวยให้แล้ว ดูกันง่ายๆ
ก็ตรงฉากขำๆ ตลกๆ ใน มหา’ลัย เหมืองแร่ ก็แล้วกัน
จะเห็นว่า ทุกๆ ความขำ ทุกๆ เสียงหัวเราะที่ผู้ชมได้รับจากหนัง
ล้วนมาจากบทภาพยนตร์ที่ดี มีการวางบุคลิกตัวละครไว้แน่นหนา
และมีมิติจนผู้ชมสัมผัสได้ และหากคุณลองสังเกตดู
อาจพบว่าไม่มีจุดขำจุดใดในหนังเลยที่เกิดจาก “มุขตลก”
ที่จงใจยัดเยียดเข้ามาเพื่อเรียกความฮาเหมือนเรา
ได้ชมกันตามคาเฟ่หรือในหนังตลกทั่วๆ ไป
ผู้ชมหัวเราะเพราะไอ้ไข่มันเป็นคนทะโมนแบบนี้
ผู้ชมขำเพราะนายจอนห่ามอย่างที่เขาเป็น
และผมแอบยิ้มเพราะว่านายอาจินต์เป็นคนซื่อที่น่าคบหา
ใช่แล้วครับ คำตอบคือ หนังทำให้ผู้ชม “ใส่ใจ”
ในตัวละครทุกๆ ตัวที่หนังพูดถึงได้ภายในครึ่งชั่วโมงแรก
ด้วยเหตุนี้ ผมถือว่าหนังประสบความสำเร็จในตัวมันเองไปเรียบร้อยแล้ว
โดยไม่ต้องรอการโกยเงินในวันแรก ไม่ต้องรอนักวิจารณ์คนไหนจะมาพูดเชียร์
เหมือนกับที่นาย อาจินต์ พบกับวิถีที่ถูกที่ควร
ในการดำเนินชีวิตแล้วจากมหา’ลัย เหมืองแร่ แห่งนี้
โดยที่ตลอดชีวิตของหลายๆ คน
ที่จบมหา’ลัยปกติอาจจะไม่ได้คิดถึงเลยด้วยซ้ำไป
ด้วยความที่ตัวหนัง “ได้ใจ” ผู้ชมไปแล้วนี่เอง
ทำให้ พี่เก้ง สนุกสนานในการลากผู้ชมทั้งโรง
ร่วมขึ้นเขาลงห้วยทางอารมณ์ไปกับตัวละครต่างๆ ที่โลดแล่นอยู่ในนั้น
น่าแปลกใจที่หนังโดยรวมออกมาในโทน comedy
สนุกสนานมากมายเกินคาด ซึ่งจุดนี้นี่เองที่ทำให้ผมเผลอคิดไปเองว่า
คำว่า “ความเก๋า” นั้นอาจถูกบัญญัติขึ้นมาเพราะคนที่คิดคำๆ นี้
เคยทำงานร่วมกับพี่เก้งมาก่อน!! ทำไมหรือครับ?
เพราะท่ามกลางความขบขันที่หนังยื่นให้ผู้ชมอยู่นั้นเอง
ณ วินาทีใดที่พี่เก้งต้องการ “ความอึ้ง” จากผู้ชม
ผมบอกได้เลยครับว่า “พี่เก้งได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้!!”
เรียกว่าทำเอาคนดูตั้งตัวไม่ติดนั่งร้องไห้ทั้งๆ ที่ยังขำไม่เสร็จอยู่ตรงนั้นเอง
...เก๋า ครับ เก๋าล้วนๆ..ไม่มีทูน่าหรือซาดีนมาเจือปนเลย
ความที่บทภาพยนตร์เขียนขึ้นมาจากเรื่องสั้นเกือบ 150 เรื่อง
จึงเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ที่ตัวหนัง
จะเหมือนเป็นการจับเอาเหตุการณ์ยิบย่อยมากมายมาตัดๆ ต่อๆ เรียงๆ กัน
จนเหมือนจะหาอารมณ์ร่วมไม่เจอ แต่ด้วยการลำดับเรื่องที่ดี
การเล่าเรื่องอย่างมีเป้าหมาย รวมถึงการแสดงชั้นยอด
จากนักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมด
ผู้ชมหลายๆ คนอาจพบว่าหนังทำให้คุณนั่งชม
พร้อมน้ำตาแห่งความสะเทือนใจในช่วงท้ายอย่างไม่มีสาเหตุ
ทั้งๆ ที่ตลอดเรื่องที่ผ่านมา ก็ยังไม่เห็นจะอินอะไร
ไปกับตัวละครตัวไหนสักเท่าไหร่เลย
...เชื่อเถอะครับ ว่าคุณอินกับหนังไปตั้งนานแล้ว
เพียงแต่โทนสนุกสนานของหนังหลอกให้คุณเชื่อว่า
คุณยังไม่ผูกพันกับมันเท่านั้นเอง
ที่กล่าวมานี้เป็นคุณค่าทางด้านความเป็นภาพยนตร์ที่ดี
ซึ่งต้องบอกว่ายังไม่ถึง 10% ของรายละเอียดที่ตัวหนังมี
ทั้งยังไม่ได้ลงรายละเอียดไปยังการถ่ายภาพเหนือมาตรฐาน
และดนตรีประกอบจากวงออเคสตร้า ที่ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม
และเพลงธีม You are my sunshine ที่แสนน่ารักและเข้ากับเรื่องเหลือเกิน
………………………………………………………………………………………………………
ทีนี้ สิ่งสำคัญอย่างมากมายมหาศาล
ที่ทำหนัง มหา’ลัย เหมืองแร่ เป็นหนังชั้นยอด
ที่อยู่เหนือหนังชั้นเยี่ยมเรื่องอื่นๆ ขึ้นไปอีก
ขั้นคือคุณค่าทางความคิดที่สอดแทรกไว้ในเนื้อเรื่อง
โดยผมเหมารวมว่า สิ่งที่พูดถึงในหนังเกี่ยวกับวิถีทางการดำเนินชีวิต
(น่าจะ)ยกเอามาจากหนังสือทั้งหมด
คุณค่าต่อการดำเนินชีวิตที่หนังบอกกับผู้ชมล้วนแต่มีคุณค่ามากมาย
จนคิดว่าคนไทยทุกคนน่าจะเป็นหนี้บุญคุณต่อคุณอาจินต์
ไม่มากก็น้อยที่ท่านแลกปัญญาเหล่านี้มาด้วยชีวิต 4 ปีในเหมืองของท่าน
...4 ปีที่เสียไป(จริงหรือ?) ของท่าน
กับเส้นทางชีวิตที่เดินไปอย่างมีคุณค่าตลอดชีวิต
ของผู้อ่านหนังสือเล่มนี้อีกเป็นแสนๆ คน
นับว่าเป็นการแลกที่ได้กำไรเกินคาด
ที่ผมพูดแบบนี้เพราะผมเห็นในคุณค่าของบทเรียนชีวิตเหล่านี้
ไม่ว่าจะเป็นความอดทน ความถ่อมตน การให้โอกาสผู้อื่น
ไม่ตัดสินคนก่อนจะเรียนรู้เขาให้ถ่องแท้ ฯลฯ
ผมเชื่อเต็มอกว่าหากผู้ใดทำตามบทเรียนเหล่านี้อย่างเคร่งครัด
คุณไม่เพียงจะประสบความสำเร็จในเส้นทางชีวิตของคุณเท่านั้น
แต่มันจะทำให้คุณเป็นคนที่มีคุณค่าทั้งต่อตนเอง
คนรอบข้างรวมไปถึงต่อโลกใบนี้ เหมือนอย่างที่บทเรียน
ในหนังบทหนึ่งกล่าวไว้ประมาณว่า
“จงทำงานให้เต็มแรง อย่าให้ได้ชื่อว่าเราเป็นกาฝากเขา”
…คงไม่มีใครอยากเป็น “กาฝาก” ของสังคมหรือของโลกใบนี้ใช่ไหมครับ?
สุดท้าย ผมเชื่อว่าตัวหนังยังมีข้อให้ติติงอยู่บ้าง แต่ถ้าถามผม
ผมคงตอบว่า ณ ขณะที่เขียนนี้ “ผมยังนึกไม่ออก!!!”
….นอกจากนี้ผมยังเชื่อเป็นการส่วนตัวว่าจากงานที่ออกมานี้
ไม่น่าจะมีผกก.คนไหนในปัจจุบันที่จะทำมหา’ลัย เหมืองแร่
เรื่องนี้ให้ออกมามีพลัง ทรงคุณค่าและสมบูรณ์ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
...ย้ำนะครับ “1 ใน 100 หนังไทยที่คนไทยควรดู”
ครับ...นีอุง...ลองแล้ว ยอดเยี่ยมมากครับ!!!
( บทความทั้งหมดคัดลอกจากคุณนีอุง Neunth@yahoo.com
และบางส่วนจากวิกิพีเดีย )
…………………………………………………………………………………………………
ประเภทสินค้า................วีซีดี ( หนัง )
จำนวนแผ่น...................2 แผ่น
ความยาว ....................111 นาที
เพื่อนพี่น้องท่านใดสนใจ
ในจังหวัดหรือในพื้นที่ของคุณไม่มี
สามารถสั่งซื้อกับผมได้นะครับ
ร้านทานตะวัน
ตลาดลาดปลาเค้า กม.2 รามอินทรา

โอนเงินผ่านบัญชี
นายศรัทธา จันทรดิลกวัฒนา
เลขที่บัญชี 324-1-27108-4
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขารามอินทรา กม.2ออมทรัพย์
วีซีดีหนัง มหา*ลัย เหมืองแร่ ราคา 50 บาท
รวมค่าจัดส่งแบบ EMS เป็น 115 บาท
โอนเงินมาแล้วกรุณาแจ้งให้ทราบทางเบอร์โทร 084-0157068
หรือส่งสำเนาใบโอนเงินมาที่ FAX 02-5221372
หรือจะส่งทางอีเมล์ผมก็ได้ tantawan066@gmail.com
เมื่อได้รับการยืนยันจะส่งซีดีชุดนี้ไปให้ทันทีครับ
……………………………………………………………………………………………………….





Free TextEditor




 

Create Date : 23 มีนาคม 2553    
Last Update : 23 มีนาคม 2553 21:47:05 น.
Counter : 386 Pageviews.  

แฟนฉัน หนังเด็ก เด็กดูดี ผู้ใหญ่ยังชอบ



แฟนฉัน หนังเด็กชนะใจทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
บ้านเรานาน ๆ ที จะมีหนังดีประเภทดูได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
เด็ก ๆ ดูแล้วประทับใจไม่ลืม ผู้ใหญ่ดูแล้วก็มีความสุขไปกับเด็กด้วย
แฟนฉัน เป็นภาพยนตร์ไทย เรื่องราวเกี่ยวกับ ความรักวัยเด็ก
ในอดีตแห่งความทรงจำ ที่แสนจะกินใจ
เข้าฉาย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2546
เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้มากที่สุดในปีนั้น ด้วยมูลค่าถึง 157 ล้านบาท
……………………………………………………………………………………………………..
ภาพแห่งอดีต จริงๆ แล้วมันไม่เคยจากไปไหน
มันอาจจะซุกอยู่ที่ซอกหนึ่ง ในลิ้นชักความทรงจำ
และอยู่อย่างนั้นมาตลอด จนความทรงจำใหม่ๆ เข้ามาทับ เข้ามาซ้อน
ดันมันไปจนสุดลิ้นชัก แต่เมื่อใดก็ตามที่ได้ยินเพลงอย่างนี้แว่วมา
หรือเห็นรูปภาพสีเหลืองๆ แดงๆ เก่าๆ ความทรงจำในครั้งนั้น
ก็เหมือนถูกมือซนๆ หยิบมันออกมาปลุกให้กลับมามีชีวิต... อีกครั้งหนึ่ง
ทุกคนคงมีภาพความทรงจำในวัยเด็กกันทั้งนั้น
เหมือนกันในรูปแบบ ต่างกันในรายละเอียด มีสิ่งที่ชอบเล่นเหมือนกัน
ผู้ชายอาจจะมีขี่จักรยาน เป่ากบ ผู้หญิงอาจจะมีกระโดดยาง เล่นขายของ
...แต่ผมมีทั้งสองแบบ บางคนอาจจะขลุกอยู่หน้าจอทีวี
กับลีลาสุดเท่ของยอดมนุษย์ หรือจอมยุทธจากหนังจีนกำลังภายใน
ในขณะที่บางคนอาจจะชอบใช้ชีวิตนอกบ้าน
เที่ยวเล่นจนตัวดำ ออกจากบ้านตั้งแต่เช้า กลับมาอีกทีก็เมื่อฟ้ามืด
...แต่ผมเป็นทั้งสองแบบ บางคนอาจจะมีเพื่อนเป็นแก๊งค์ลิงทะโมนอยู่กลุ่มใหญ่
ที่พากันดื้อซนจนแม่ๆ เอือมที่จะด่า ในขณะที่อีกคนกลับมีเพื่อนน้อยมาก
เพื่อนที่ซี้ที่สุดอาจจะมีแค่คนเดียว และเป็นเด็กผู้หญิงแก่นกะโหลกด้วยก็มี
...และผมก็มีทั้งสองแบบ
…………………………………………………………………………………………………….
น้อยหน่า คือชื่อเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอเป็นเพื่อนผมมาตั้งแต่ยังเล็ก
เพราะบ้านเราอยู่ติดกัน แถมละแวกบ้านเรา ยังไม่ค่อยมีเด็กวัยเดียวกันอีก
เราจึงเล่นด้วยกัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการละเล่นแบบผู้หญิง
พวกกระโดดยาง เล่นขายของก็ตาม ผมก็สนุกที่จะเล่นกับเธอ
จนกระทั่ง...ผมเริ่มโต เริ่มอยากเล่นแบบเด็กผู้ชายที่มันโลดโผนบ้าง
ถึงขนาดไปขอเข้าแก๊งค์เด็กผู้ชาย ที่เป็นคู่อริกับน้อยหน่าก็ยอม
พวกมันยื่นคำขาด ให้ผมพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชายให้มันเห็น
ลูกผู้ชายที่เข้มแข็ง สามารถเอาชนะศัตรูได้
และศัตรูของพวกมันก็คือน้อยหน่า และเด็กๆ ผู้หญิงละแวกนั้น
...ผมยอมทำ นั่นทำให้น้อยหน่าโกรธผม และอาจจะถึงขั้นเกลียดเลยก็ได้
และที่สำคัญก็คือ ผมไม่มีโอกาสได้ขอโทษเธอ
เพราะไม่กี่วันต่อมา เธอก็ย้ายบ้านไปที่อื่น
คนละจังหวัดกัน และไม่ได้เจอเธออีกเลย
วันนี้ เธอส่งการ์ดงานแต่งงานมาให้ที่บ้านผม
สิบกว่าปีที่เราไม่ได้เจอกัน เธอยังจำเพื่อนคนแรกของเธอได้
ลิ้นชักของเธอคงเป็นระเบียบกว่าของผมเยอะ ไม่รู้ว่าเธอจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
หรือว่าเห็นหน้าผมแล้วเธออาจจะงง ว่าไอ้ชายหนุ่มคนนี้
เป็นคนเดียวกับเด็กชายคู่หูเธอคนนั้นหรือเปล่า
แต่ผมก็จะไปงานแต่งงานเธอ เพื่อนซี้เมื่อสิบขวบของผม...แน่ๆ
……………………………………………………………………………………………………….
แฟนฉัน ภาพยนตร์แนวรักโรแมนติก เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก
ที่เกิดขึ้นจากการที่ 3 บริษัทบันเทิงไทย
อย่าง จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส ที่พรั่งพร้อมด้วยแผนการตลาด และโฆษณา
มี ไท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ที่เชี่ยวชาญในเรื่องการจัดจำหน่าย
แน่นด้วยประสบการณ์ที่เข้าใจคนดูหนังไทย
และ หับโห้หิ้น ฟิล์ม ที่อัดแน่นด้วยทีมงานการสร้างภาพยนตร์ระดับแนวหน้า
ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน เพื่อบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ
ทั้ง 3 บริษัทมีมุมมองเดียวกัน คือต้องการให้วงการภาพยนตร์ไทย
ได้มีหนังเด็ก น่ารักๆ ใสๆ ให้ผู้ชมได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยความสุข
แฟนฉัน จะทำให้คุณหวนระลึกถึงคืนวันเก่าๆ
จากผลงานการแสดงอันยอดเยี่ยมของนักแสดงเด็ก
ที่ถ่ายทอดเรื่องราว และความทรงจำวัยเด็ก
อันแสนสนุกสนานของหลายๆ คน ให้มาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม
และทำให้คุณย้อนนึกถึงเรื่องอดีตที่อาจจะลืมเลือน
แต่ไม่อาจร้างเลือนไปได้ ให้รื้อฟื้นออกมา พร้อมกับยิ้มไปกับมันได้...
เป็นครั้งแรกของวงการ ที่มีผู้กำกับฯ 6 คน ในนาม กลุ่ม 365 ฟิล์ม
กลุ่มคนรักหนังของเพื่อนๆ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น 29
วิชาเอกภาพยนตร์และภาพนิ่ง มาทำงานร่วมกัน
ซึ่งประกอบด้วย นิธิวัฒน์ ธราธร (ต้น), ทรงยศ สุขมากอนันต์ (ย้ง),
คมกฤษ ตรีวิมล (เอส), วิทยา ทองอยู่ยง (บอล), วิชชา โกจิ๋ว (เดียว),
อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม (ปิ๊ง) โดยมี จิระ มะลิกุล, ยงยุทธ ทองกองทุน
และ ประเสริฐ วิวัฒนานนท์พงษ์ เป็นโปรดิวเซอร์
………………………………………………………………………………………………….
นอกจากจะมีผู้กำกับฯ ที่มากที่สุดถึง 6 คน ทั้ง 6 คนยังร่วมกันเขียนบท
พร้อมกับดึง อมราพร แผ่นดินทอง รุ่นน้องที่เป็นนักเขียนนิตยสารเด็ก
มาร่วมเขียนบทอีกด้วย ทำให้หนังเรื่องนี้มีผู้เขียนบทมากถึง 7 คนด้วยกัน
โดยดัดแปลงมาจากเรื่องสั้น อยากบอกเธอรักครั้งแรก
ในเว็บไซต์นิเทศฯ ด็อต เน็ต ที่บอล (วิทยา ทองอยู่ยง) เป็นคนเขียน
แฟนฉัน นำแสดงโดย เหล่าดาราเด็ก 11 ชีวิต
ที่ฉายแววนักแสดงมืออาชีพ อาทิ
น้องแน็ค-ชาลี ไตรรัตน์,
น้องโฟกัส-โฟกัส จีระกุล,
น้องเอิร์ท-สุวรี วรศิลป์,
น้องไหม-หัทยา รัตนานนท์,
น้องเฟิสท์-มัธณา ใจเย็น,
น้องน้ำผึ้ง-ภานุชนารถ สีหะอำไพ,
น้องอ๋อง-ธนา วิชยาสุรนันท์,
น้องแจ๊ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์,
น้องอ๊อฟ-อภิชาญ เฉลิมชัยนุวงศ์,
น้องเกตต์-อัญญาฤทธิ์ พิทักษ์ติกุล,
น้องหยก-หยก ธีรนิตยาธาร
ทั้งหมดมาร่วมสร้างสีสัน จนเหมือนกับจับปูใส่กระด้งกันเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ยังได้นักร้อง-นักแสดง ที่เคยโด่งดังสุดๆ เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน
อย่าง เล็ก-ปรีชา ชนะภัย, ไก่-นิภาวรรณ ทวีพรสวรรค์, ต้น-วงศกร รัศมิทัต
และ กบ-อนุสรา จันทรังษี ที่จะมาหวนนึกถึงเรื่องราวสมัยเด็กๆ กัน
โดยมาในบทพ่อและแม่ของเด็กๆ
และมี ชวิน จิตรสมบูรณ์ หรือ จั๊ก Double U มาเป็นนักแสดงรับเชิญ
……………………………………………………………………………………………………
และเป็นครั้งแรกของวงการภาพยนตร์ไทย
ที่มีการนำเพลงที่เคยโด่งดังในอดีต และยังอยู่ในความทรงจำ
ของคนฟังเพลงยุค `80 มาประกอบภาพยนตร์มากที่สุดถึง 19 เพลง ได้แก่
เพลงประตูใจ, รักคือฝันไป, เป็นแฟนกันได้อย่างไร,
รักครั้งแรก ของ สาว สาว สาว,
เพลงแฟนฉัน, รักครั้งแรก ของวงชาตรี,
เพลงป้ากะปู่, รักบึงเก่า ของวงเพื่อน, เพลงใจเธอใจฉัน ของ 18 กะรัต,
เพลงน่าอาย ของวงรอยัลสไปรท์, เพลงหัวใจสลาย ของเดอะฮอตเปปเป้อร์ซิงเกอร์,
เพลงสายเกินไป จากวงโอเวชั่น, เพลงคนที่รู้ใจ ของ แหวน ฐิติมา สุตสุนทร,
เพลงคอนเสิร์ตคนจน ของวงนกแล,
เพลงอย่าดีกว่า ของวงไมโคร,
เพลงสาวสวนแตง และ เป็นโสดทำไมของ สุรพล สมบัติเจริญ
รวมไปถึงเพลงเอก จากภาพยนตร์จีนชุดทางโทรทัศน์เรื่อง กระบี่ไร้เทียมทาน
และเพลงสากลยอดนิยมในอดีต อย่างเพลง More Than I Can Say
บทเพลงทั้งหมด ถูกนำมาประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างลื่นไหล
และลงตัวเหมาะสมกับเรื่องราว ในจำนวนนี้
บางเพลงได้มีการนำมา cover ใหม่ โดยนักร้องศิลปินในปัจจุบัน
อาทิเพลงแฟนฉัน โดย AB Normal, เพลงรักครั้งแรก โดย จั๊ก - ชวิน,
เพลงป้ากะปู่ โดย ดาจิม และที่พิเศษสุด
คือเพลงพิเศษที่แต่งขึ้นมาใหม่ โดยมี ปาล์มมี่
เป็นคนถ่ายทอดบทเพลง เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เพลงที่ 20
กำกับภาพ นิธิวัฒน์ ธราธร
ตัดต่อ ทรงยศ สุขมากอนันต์
จัดจำหน่าย จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส
ไท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
หับ โห้ หิ้น ฟิล์ม
วางจำหน่ายโดย บริษัท บีเคพี
ความยาว 100 นาที
………………………………………………………………………………………………………
( เนื้อหาส่วนใหญ่คัดลอกและเรียบเรียงใหม่จากวิกิพีเดีย และเวปไซด์แฟนฉัน )
ประเภทสินค้า................วีซีดี ( หนัง )
จำนวนแผ่น...................2 แผ่น
เพื่อนพี่น้องท่านใดสนใจ
ในจังหวัดหรือในพื้นที่ของคุณไม่มี
สามารถสั่งซื้อกับผมได้นะครับ
ร้านทานตะวัน
ตลาดลาดปลาเค้า กม.2 รามอินทรา

โอนเงินผ่านบัญชี
นายศรัทธา จันทรดิลกวัฒนา
เลขที่บัญชี 324-1-27108-4
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขารามอินทรา กม.2ออมทรัพย์
วีซีดีหนัง เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ ราคา 50 บาท
รวมค่าจัดส่งแบบ EMS เป็น 115 บาท
โอนเงินมาแล้วกรุณาแจ้งให้ทราบทางเบอร์โทร 084-0157068
หรือส่งสำเนาใบโอนเงินมาที่ FAX 02-5221372
หรือจะส่งทางอีเมล์ผมก็ได้ tantawan066@gmail.com
เมื่อได้รับการยืนยันจะส่งซีดีชุดนี้ไปให้ทันทีครับ
………………………………………………………………………………………………………





Free TextEditor




 

Create Date : 16 มีนาคม 2553    
Last Update : 16 มีนาคม 2553 21:14:50 น.
Counter : 863 Pageviews.  

รักฉันนั้นนิรันดร รักเธอนั้นมันไม่แน่นอน"นางนาก"





รักฉันนั้นนิรันดร รักเธอนั้นมันไม่แน่นอน “ นางนาก”

คำโปรย:
แม้สิ้นลม สิ้นใจ ฤๅจะสิ้นอาลัย สิเนห่า
ความตายมิอาจพราก หัวใจรักแห่งนาง
จำพรากจากผัวรัก ประหนึ่ง น้ำตานางดั่งสายเลือด
รักฉันนั้นนิรันดร รักเธอนั้นมันไม่แน่นอน

นางนาก เป็นภาพยนตร์ไทยที่มีเค้าโครงเรื่องจากแม่นาคพระโขนง
.เป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านรายได้และรางวัล
นักแสดงนำ
อินทิรา เจริญปุระ……… นางนาก
วินัย ไกรบุตร……………มาก
ผู้กำกับ .....................นนทรีย์ นิมิบุตร
อำนวยการสร้าง...........วิสูตร พูลวรลักษณ์
บทภาพยนตร์..............วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง
เพลงประกอบ..............ภควัฒน์ ไววิทยะ , ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์
กำกับภาพ..................ณัฐวุฒิ กิตติคุณ
ตัดต่อ.......................สุนิตย์ อัศวินิกุล
จัดจำหน่าย................ไท เอ็นเตอร์เทนเมนท์
วันที่เข้าฉาย...............23 กรกฎาคม พ.ศ. 2542

…………………………………………………………………………………………………………………….
เรื่องย่อ
ในรัชกาลที่ 4 เกิดสุริยคราสขึ้น
ผู้คนแตกตื่น เหมือนกับเป็นเหตุบอกลางร้าย
มาก (วินัย ไกรบุตร) ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารรบที่ชายแดน
ปล่อยให้เมียสาวที่กำลังท้องแก่
ชื่อ นาก (อินทิรา เจริญปุระ) อยู่เพียงคนเดียว
นากต้องลำบากตรากตรำทำนาอยู่คนเดียว
ทั้ง ๆ ที่ท้องแก่ใกล้คลอด เมื่อเจ็บท้องใกล้คลอด
มีลางร้ายนกแสกบินผ่านหลังคาบ้าน
นากเสียชีวิตพร้อมลูกขณะคลอด
แต่วิญญาณของนางยังคงไม่ไปไหน
วนเวียนอยู่บริเวณบ้านและรอคอยการกลับมาของผัวรัก
และเมื่อมากกลับมา ผู้คนพยายามบอกมากเกี่ยวกับเรื่องนากที่ตายไปแล้ว
มากไม่เชื่อ นากเองก็อาละวาดหักคอผู้คนที่พยามยามบอกเรื่องนี้แก่มาก
จนในที่สุดมากก็รู้ความจริง
เมื่อเห็นมือของนากที่ยาวลงมาเก็บมะนาวที่ใต้ถุนบ้าน
มากตกใจวิ่งหนีหลบไปหลังใบหนาด และหนีเข้าไปในโบสถ์
ซึ่งพระและเณรก็สวดมนต์และเอาสายสิญจน์คล้องให้
แต่ผีนางนากก็ยังเข้ามาอาละวาดถึงในโบสถ์ได้
เรื่องจบลงที่สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสีได้ผ่านมา
และได้สะกดวิญญาณนางนากให้สงบเพื่อให้ไปเกิดใหม่
และท่านได้เจาะกะโหลกศีรษะนางนากเพื่อเก็บไว้ทำปั้นเหน่งด้วย
................................................................................................................................
ที่มาที่ไปของหนังเรื่องนี้
นางนาก เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองในการกำกับของ นนทรีย์ นิมิบุตร
ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างงดงามจาก
2499 อันธพาลครองเมือง เมื่อ 2 ปีก่อน (พ.ศ. 2540)
ซึ่งในเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน
โดยที่เนื้อเรื่องก็คือเนื้อเรื่องของแม่นาคพระโขนงที่คนไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว
แต่ทว่า ครั้งนี้ ได้เปลี่ยนรายละเอียดต่าง ๆ ที่เคยคุ้นเคยให้สมจริงมากที่สุด
เช่น เรียกชื่อแม่นาคว่า นางนาก, มีเหตุการณ์สุริยคราสเป็นฉากเปิดเรื่อง
หรือ ให้นางนากยืนกลับหัวบนขื่อ ตามความเชื่อที่เล่ากันมา เป็นต้น
รวมถึงบทบาทของตัวเองทั้งสองคน เล่นได้สมจริงมาก
และหน้าตาของทั้งคู่ ทั้งทราย และ วินัย หน้าเหมือนคนโบราณมาก
ทำให้เกิดอรรถรสในการชม อย่างสมเหตุสมผล
และรวมถึงการใช้ เอฟเฟคใหม่ ๆ ในหนัง
ที่มาเสริมให้นางนากมีอิทธิฤทธิ์น่าสะพรึงกลัว
ซึ่งเกิดจากความรักที่มีต่อพ่อมาก
นี่แหละนะ ความรักแท้ของนางนากที่ไม่คลาดเคลื่อน
คลาดคลอนจากหัวใจของนางนาก
ใครได้ชมก็อดชมอดสงสาร และบ้างก็น้ำตาไหล
ไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ที่สร้างขึ้น
.....................................................................................................................
( เนื้อหาส่วนใหญ่คัดลอกและเรียบเรียงใหม่จากวิกิพีเดีย )
ประเภทสินค้า................วีซีดี ( หนัง )
จำนวนแผ่น...................2 แผ่น
เพื่อนพี่น้องท่านใดสนใจ
ในจังหวัดหรือในพื้นที่ของคุณไม่มี
สามารถสั่งซื้อกับผมได้นะครับ
ร้านทานตะวัน
ตลาดลาดปลาเค้า กม.2 รามอินทรา

โอนเงินผ่านบัญชี
นายศรัทธา จันทรดิลกวัฒนา
เลขที่บัญชี 324-1-27108-4
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขารามอินทรา กม.2ออมทรัพย์
วีซีดีหนัง นางนาก ราคา 50 บาท
รวมค่าจัดส่งแบบ EMS เป็น 115 บาท
โอนเงินมาแล้วกรุณาแจ้งให้ทราบทางเบอร์โทร 084-0157068
หรือส่งสำเนาใบโอนเงินมาที่ FAX 02-5221372
หรือจะส่งทางอีเมล์ผมก็ได้ tantawan066@gmail.com
เมื่อได้รับการยืนยันจะส่งซีดีชุดนี้ไปให้ทันทีครับ
……………………………………………………………………………………………………….


Free TextEditor




 

Create Date : 09 มีนาคม 2553    
Last Update : 9 มีนาคม 2553 20:48:28 น.
Counter : 414 Pageviews.  


ทานตะวัน2008
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




มาจากดินแดนที่เคยอบอวลด้วยบทเพลงเพื่อชีวิต
Friends' blogs
[Add ทานตะวัน2008's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.