Group Blog
 
All Blogs
 

ปีนผาสนุกจริง ๆ แถมได้เห็นกัลปังหาด้วย

วันนี้ตั้งใจตื่น 6 โมงเช้ามาถ่ายรูป แต่เกือบไม่ทันแสงแรกแหนะ ตื่นมาเห็นแสงสวยมั่ก ๆ รีบวิ่งเลย หน้าตาไม่ล้างล่ะ คว้ากล้องกับขาตั้งได้ รีบวิ่งไปเลย โน่นหน้าหาดไม่มีใครเลย เลยได้รูปนี้มา



ซักพักเพื่อนก็ตื่นและตามสมทบถ่ายรูปด้วย เลยขอยืมเพื่อนมาเป็นแบบโดยไม่ได้ตั้งใจ



แล้วก็ลองเปลี่ยนมุม แล้วก็ลองเปลี่ยน WHITE BALANCE ดูบ้าง





หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวเช้ากัน เช้านี้เป็นบุฟเฟ่ต์ข้าวต้มจืด+กับข้าว หลังหม่ำกันเสร็จพวกเราก็ไปนั่งเล่นแถวหน้าเต็นท์กัน รอข้าวเริ่มย่อยแล้วไปดำน้ำดูปะการังเล่นกันที่หัวเกาะเหลาเหลียงน้อง กะว่าคงเห็นกัลปังหาหรือไม่ก็ปลามั่งแหละ แต่ว่าพวกเราคาดการณ์ผิดไปนิด เพราะน้ำยังอยู่สูง และไหลแรงทำให้พัดตะกอนขุ่นไปหมด ถ่ายรูปมาไม่เห็นอะไรเลยนอกจากตะกอน พวกเราเลยรอไว้ตอนเย็นอีกที เผื่อน้ำลดแล้วจะได้เห็น หลังจากนั้นพวกเราก็ขึ้นมาอาบน้ำ และหม่ำข้าวเที่ยงกัน







พอตกบ่าย บริเวณหน้าเต๊นท์ก็เริ่มร่ม เพราะได้เงาของผามาบัง นั่งเล่นนอนเล่นที่เปลหน้าเต๊นท์สักพักเห็นสตาฟแบกอุปกรณ์ปีนหน้าผาผ่านมา พวกเราเลยตามกันไปดูและเอาใจเชียร์หน่วยกล้าตายขึ้นไปปีนผากัน











เห็นเขาปีนกันสบาย ๆ อุปกรณ์รองเท้ามีไว้ให้ยืมพร้อม หลังจากนั่งรวบรวมความกล้ากันสักพัก พวกเราทุกคนก็ตัดสินใจปีนกันทุกคน แต่ขอส่งน้อง ๆ ไปปีนก่อนละกัน งานนี้น้องอินของเรา อาศัยความกลัว+แรงยุของพี่ ๆ ปีนได้สูงที่สุดในกลุ่มผู้หญิงที่ปีนกันวันนั้น




พอปีนผาเหนื่อยแล้วพวกเราก็มานั่งพักผ่อนกัน ระหว่างนั้นสตาฟที่นี่ก็สวมบทบาทอีกบทนึงคือ "เซลล์แมน" พายเรือคายัคมาโฆษณา เผื่อลูกค้าเห็นอยากขอเช่าพายกันมั่ง พอดีน้อง ๆ เห็นเลยขอติดสอยท้ายเรือไปด้วยโดยไม่ต้องเสียตังค์และแรงพาย แหม๋ ฉลาดเป็นกรดเล้ยน้องเรา



หลังจากเห็นเขาพายเรือคายัคกันแล้ว ก็อยากพายมั่ง แต่ต้องรอคิวตอน 4 โมงเย็น พอถึงเวลาจริง ๆ ปรากฏว่าเรือมีไม่พอ พวกเราเลยไปดูถ้ำรังนกนางแอ่นแทน แต่ว่าช่วงนี้เขาเพิ่งเก็บรังนกไป เลยไม่เห็นรังของมันจริง ๆ เห็นแต่บันไดลิงที่ใช้เก็บรังนก







หลังจากนั้นน้ำก็เริ่มลดลง จนถึงระดับที่คิดว่าจะมองเห็นกัลปังหาชัด ๆ แล้ว พวกเราก็เลยกลับไปเอาอุปกรณ์มาดำน้ำกันต่อ หันไปเห็นเรือขนส่งสินค้าผ่านมาพอดี เลยแช๊ะเก็บไว้ดูเล่น



ช่วงเย็นนี้ น้ำลดมากจนพอทำให้เดินได้สบาย ๆ ก็เลยเดินไปจนใกล้ ๆ หัวเกาะ แล้วค่อยว่ายน้ำต่อไปอีกทีนึง พอว่ายน้ำออกไปนิดนึงก็เห็นกัลปังหากับปะการังอ่อนสีสวย ๆ แล้วก็แส้ทะเลด้วย













หลังจากที่ดำน้ำอิ่มตา + อิ่มใจแล้วแต่มันไม่หายหิวข้าว เลยต้องไปหม่ำข้าวเย็นกัน เย็นนี้จำได้ว่ามีไข่ตุ๋นอาหย่อยมาก กินกับแกงจืด เพราะกับข้าวอย่างอื่นหมดไปก่อนแล้วด้วยความที่พวกเรามากันช้า เพราะรอคิวอาบน้ำกันนาน

สตาฟที่นี่น่ารัก+ใจดี ขยันหากิจกรรมให้พวกเราทำจริง ๆ คืนนี้ถึงไม่มีการแสดงไฟ แต่เขาก็อุตส่าห์พาพวกเราไปดูปูแม่ไก่กันด้วย





หลังจากที่ดูปูไต่ผาโชว์แล้ว ดิฉันก็ขอแยกย้ายมาพักผ่อนก่อน เพราะพรุ่งนี้มีนัดกับพระอาทิตย์อีกรอบค่ะ





หลังจากหม่ำขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอกกันแล้ว พวกเราที่พลาดพายคายัคเย็นเมื่อวานนี้ ก็มานัดสตาฟไปพายเรือคายัคเที่ยวเกาะเหลาเหลียงพี่แทน เพื่อดำน้ำดูกัลปังหากัน หลังจากที่เมื่อวันก่อนอดดูกันเพราะกระแสน้ำไหลแรง



พวกเราไปถึงน้ำก็เริ่มขึ้น ตะกอนขุ่นเริ่มกระจายไปทั่ว แต่ก็พอมองเห็นกัลปังหากับปลาบ้าง





ดำน้ำกันสักพักพวกเราก็พายเรือกันต่อ เพื่อไปนั่งเล่นน้ำและพักแรงกันที่หน้าหาดเกาะเหลาเหลียงพี่





พอสตาฟและพวกเราหายเหนื่อย ก็ถึงเวลาต้องอำลาเกาะเหลาเหลียงพี่ พวกเราพายคายัคกลับเกาะเหลาเหลียงน้อง และอาบน้ำแพคกระเป๋าเตรียมกลับบ้านกัน ชักไม่อยากกลับกรุงเทพแล้วสิ ยังสนุกกันเลย





แต่ถึงยังไงการเดินทางเมื่อมีเริ่มต้น ก็ต้องมีจุดสิ้นสุด พวกเราได้ใช้เวลาในการเดินทางครั้งนี้อย่างคุ้มค่า และสนุกสนานกันเต็มที่แล้ว เอาไว้โอกาสต่อไปคงได้กลับมาเยี่ยมเยียนทะเลตรังอีกครั้ง ขอให้สภาพแวดล้อมสวย ๆ อยู่อย่างนี้ตลอดไป และขอขอบคุณทุก ๆ คนที่มาร่วมทริปสนุก ๆ ในครั้งนี้ด้วยกัน และขอบคุณทุก ๆ คนที่ทนอ่านกันจนจบ เก่งจังเลย เอ้าพวกเรามายืนขอบคุณกันเร็ว




ขอบคุณค่ะ




 

Create Date : 24 มีนาคม 2548    
Last Update : 25 มีนาคม 2548 0:37:51 น.
Counter : 972 Pageviews.  

ดำน้ำที่เกาะตะเกียง

ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณบ่าย 3 พวกเรานั่งสปีดโบ๊ตจากเกาะเหลาเหลียงน้องไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงเกาะเหลาเหลียงพี่ แต่ว่ากระแสน้ำไหลแรงเกินที่จะลงไปได้ สตาฟเลยตัดสินใจให้พวกเราไปดำน้ำกันที่เกาะตะเกียงทันที นั่งเรืออีกไม่เกิน 15 นาทีก็มาถึงเกาะตะเกียง ที่นี่ปะการังแข็ง พวกปะการังเขากวางและปะการังโต๊ะมีมากมาย แต่ว่ามีหอยเม่นเยอะเหมือนกัน



น้ำที่นี่ค่อนข้างใสและนิ่ง ปลาตัวใหญ่ ๆ สีสวย ๆ เหมือนที่เกาะรอกเลย แต่ว่าฝีมือถ่ายยังไม่แน่ไม่นอนเหมือนคลื่นลม มันลมเพลมพัดยังไงก็ไม่รู้








พอพวกเราดำน้ำกันได้ประมาณ 40 นาที สตาฟก็เรียกขึ้นเรือไปเที่ยวกันทีเกาะเหลาเหลียงพี่ อย่างที่บอกว่าที่นี่เป็นเกาะสัมปทานรังนก และมีบางส่วนเป็นที่อยู่ของชาวเลหาปลา แต่ช่วงที่ไปเที่ยวไม่ใช่ช่วงหาปลาของชาวเล (ช่วงน้ำตาย กระแสน้ำค่อนข้างนิ่ง) พวกเขาเลยไม่อยู่ที่เกาะกัน แต่ว่าขนาดว่าอย่างนี้ก็เหอะ แมลงวันเพียบ เที่ยวกันได้เดี๋ยวเดียวก็ต้องกลับกัน แต่สังเกตุเห็นหมาเฝ้าบ้านหลงอยู่ตัวนึง ไม่รู้อยู่ได้งัย คิดว่าคงมีคนอยู่บนเกาะบ้างล่ะน่ะ ตอนเดินกลับเรือสังเกตุเห็นแถวชายหาดมีปลาดาวเยอะมาก









พวกเรากลับมาถึงเกาะเหลาเหลียงน้องก็อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยก็รีบไปกินข้าวเย็นทันที หิวแล้ว มื้อนี้เป็นซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์ มีกุ้ง ปู ปลา ปลาหมึกย่างหอมน่าหม่ำ ปูที่เห็นเขาเรียกปูดำ อาหารทะเลที่นี่สดแน่นเนื้อหวานมาก น้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ แม่ครัวที่นี่ทำอาหารอร่อยมาก เจริญอาหารกันทุกมื้อเลย



พออิ่มแล้วพวกเราก็ได้ดูโชว์การควงกระบอกไฟ มีทั้งเป็นกระบอกไม้ท่อนยาว และโซ่ ผู้แสดงไม่ใช่ใครก็คือสตาฟของที่นี่เอง บางคนตอนกลางวันยังเห็นดำน้ำกันอยู่เลย คืนนี้มาเป็นพระเอกซะแล้ว
พวกเขาฝึกหัดกันเองจนชำนาญ ยอมรับว่าเล่นได้คล่องแคล่วและสนุกตื่นเต้น




หลังจากดูโชว์เสร็จแล้วพวกเราต่างก็แยกย้ายกันพักผ่อน เพราะเหนื่อยจากการเดินทางและกิจกรรมที่ทำกันทั้งวัน และเพื่อเตรียมพร้อมกับกิจกรรมที่จะมีในวันพรุ่งนี้ต่อไป




 

Create Date : 22 มีนาคม 2548    
Last Update : 24 มีนาคม 2548 22:00:18 น.
Counter : 351 Pageviews.  

บรรยากาศที่เหลาเหลียง

หลังจากที่พวกเราจบทริปที่เกาะรอกกันแล้ว พวกเราก็กลับมาที่ท่าเรือควนตุ้งกูอีกครั้งเพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ของบริษัท X-Site Diving ที่จะมารับพวกเราไปทริปเกาะเหลาเหลียงกันต่อ แล้วพวกเราก็จะไปเจอน้องๆ อีก 2 คนที่ตามมาเจอกันที่ตรังด้วย

ยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้ออาบน้ำกัน จนท.X-Site ก็มารับเราไปท่าเรือหาดยาวกันทันที พวกเราก็ไปกันทั้งเปียกชื้นนี่แหละ จากท่าเรือควนตุ้งกูไปท่าเรือหาดยาวใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีก็ถึง พอมาถึงออฟฟิซลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย ดิฉันก็ขอตัวไปเสริมสวยก่อนล่ะค่ะ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ดิฉันก็ได้เจอน้อง ๆ อีก 2 คนที่มาจอยทริปกันพอดี



แล้วพวกเราก็นั่งสปีดโบ๊ตจากท่าเรือหาดยาวไปที่เกาะเหลาเหลียง ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็มาถึงเกาะเหลาเหลียง




เกาะเหลาเหลียง มี 2 เกาะ เกาะเหลาเหลียงน้อง กับเกาะเหลาเหลียงพี่ ใกล้ ๆ กันมีเกาะตะเกียงที่เป็นจุดไฮไลต์ดำน้ำตื้น ที่นั่นมีปะการังแข็ง เช่น ปะการังเขากวาง อยู่หนาแน่นมาก เกาะทั้งหมดเป็นเกาะที่มีการให้ทำสัมปทานรังนก แต่ว่าเจ้าของสัมปทานได้ให้เอกชนเช่าทำรีสอร์ตเฉพาะเกาะเหลาเหลียงน้อง สำหรับเกาะเหลาเหลียงพี่มีหมู่บ้านชาวเลอาศัยอยู่





ลักษณะที่พักจะเป็นเต็นท์หลังใหญ่นอนได้ประมาณ 10 คน ภายในเต็นท์แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือส่วนห้องนอนกับห้องนั่งเล่น โดยมีฟูกนอนอย่างดี โคมไฟ และพัดลม ตกแต่งได้อย่างสวยงาม











หลังจากรับเวลคัมดริ๊งค์มาดื่ม ก็รอกุญแจกับตัวล๊อคไว้ใช้ล็อคเต็นท์ ที่นี่จัดผ้าเช็ดตัว+หน้ากากดำน้ำ+ชูชีพ ไว้ให้แขกทุกคนที่มาพักใช้ฟรี โดยรับไว้วันเข้าพักและคืนวันกลับ แถวด้านหน้าเกาะจะมี ออฟฟิสไว้ติดต่อเช่าเรือคายัค พร้อมหมอนอิง 3 เหลี่ยม+เบาะนุ่ม ๆ และพัดลม ไว้บริการให้แขกมานอนเอกเขนกกันด้วย





รอบ ๆ ก็มีศาลาให้นั่งพักผ่อนอีกเช่นกัน









ที่นี่มีเครื่องดื่มชา-กาแฟ เตรียมพร้อมตลอดที่ซุ้ม ที่เห็นด้านหลังคือห้องอาหาร



อาหารที่นี่จัดเป็นบุฟเฟ่ต์ทุกมื้อ ให้เลือกหาบรรยากาศนั่งกินตามใจขอบ บางคนชอบกินที่ห้องอาหารสะดวกดี ลมเย็น บางคนชอบนั่งกินแบบขันโตกใต้ต้นหูกวางโรแมนติคดี แต่ที่นี่ต้องระวังตัวบุ้ง เพราะมีเยอะมาก นั่งๆ อยู่ หล่นแผละลงข้าง ๆ ก็มี ทุกเช้าต้องมีจนท. เดินมาคีบตัวบุ้งไปกันทิ้งกันทุกเช้า




และที่น่ารำคาญกว่าตัวบุ้งก็คือ แมลงวัน ที่นี่มีเยอะจริง ๆ เดิมมันอยู่แต่บนเกาะเหลียงพี่ เพราะเขาจับปลาแล้วสับหัวปลาออก พอเวลาช่วงน้ำตายที่ไม่ได้จับปลา พวกเขาก็ไม่อยู่ที่นั่น ไปอยู่ที่อื่นกัน แมลงวันหาอะไรกินไม่ได้เลยบินมานี่แทน จนท. บอกว่าจะเป็นอย่างนี้ประมาณครึ่งเดือน ตามช่วงน้ำเป็นน้ำตาย



ห้องน้ำที่นี่ใช้สุขภัณฑ์ดี มีน้ำ-ไฟตลอดเวลา น้ำเขาก็ซื้อมาใช้ โดยสูบไปไว้บนเขาแล้วปล่อยลงมา







หลังจากที่พวกเราทานข้าวเที่ยงเสร็จ ก็เก็บของและเตรียมตัวไปดำน้ำกันต่อทันที เพราะว่าช่วงนั้นแขกไปพักเยอะราว 70-80 คน ต้องแบ่ง ๆ กันไปเป็นรอบ ๆ พวกเราก็เลยตกลงใจกันว่าจะไปดำน้ำที่เกาะตะเกียงกันทันที อดใจไว้แล้วรออ่านต่ออีกภาคละกัน




 

Create Date : 22 มีนาคม 2548    
Last Update : 25 มีนาคม 2548 0:44:28 น.
Counter : 498 Pageviews.  

จุดชมวิวเกาะรอกนอก+ถ้ำมรกต

เพื่อนดิฉันขอจับกลุ่มติวเลขกับน้อง ๆ (เล่นไพ่) แต่ดิฉันขอไปดูพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวของเกาะรอกนอกดีกว่า จะได้ออกกำลังกายด้วย เดี๋ยวกลับมาจะได้กินเยอะหน่อย อิอิ




ตอนนั้นก็มีน้อง 2 คนกับไกด์ไปด้วยกัน เดินเรื่อยเปื่อย ไปตามส้นทางศึกษาธรรมชาติเสม็ดแดง ระยะทาง 1,055 เมตร ใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่า ๆ




นี่ก็คือต้นเสม็ดแดงที่ขึ้นเรียงรายอยู่ระหว่างทางขึ้น



ทางเดินเป็นบันไดกระเบื้องเทปูอย่างดี มีสลับเดินขึ้น-ลงเขาตลอดทาง ต้องระวังเพราะขั้นบันไดแต่ละขั้นความสูงไม่เท่ากัน



เดินเหนื่อยประมาณซำแฮ่กก็เห็นวิวสวย ๆ ของเกาะ



ที่นี่หน้าผาสูงชัน ต้องระมัดระวังในการยืนถ่ายรูป



และต้องระวังในการนั่งเป็นแบบให้ถ่ายรูปด้วย เด๋วเผลอๆ ได้หงายหลังตกเขากันไป



พอพวกเรานั่งพักซักเกือบชั่วโมง ก็ได้เห็นแสงเย็นสวย ๆ กัน



แล้วก็พระอาทิตย์งาม ๆ ตอนเย็น ๆ





หลังจากนั้นพวกเราก็รีบเดินลงมาก่อนที่จะมืดมองไม่เห็นทางกัน คืนนี้พวกเรามีอาหารเย็นเป็น ปลาทอดเปรี้ยวหวาน + ปลาทอดกระเทียม กับแกงเหลืองใส่ปลา เป็นอาหารแสนอร่อย และที่พลาดไม่ได้คือ เครื่องดื่มทั้งน้ำอัดลมและเบียร์เย็น ๆ


เช้าวันรุ่งขึ้น ตั้งนาฬิกาปลุกมาถ่ายรูปเช่นเคย





หลังจากนั้นพวกเราก็กินแพนเค้กสัปปะรดเป็นอาหารเช้า แล้วรีบจัดกระเป๋าออกจากเกาะรอกไปเที่ยวถ้ำมรกตกัน เพราะหากช้า น้ำอาจขึ้นไม่ได้เข้าถ้ำเหมือนขามาก็ได้ แต่ว่าเช้านี้ เมฆสวยแปลกตาดีจริง



พวกเรามาถึงถ้ำมรกตทันเวลาน้ำลง (ประมาณ 10 โมงกว่า) ตอนว่ายน้ำเข้าไปในถ้ำมืดมาก น่ากลัว แต่ไม่นานก็เห็นแสงสว่างอยู่ปลายทาง



ภายในถ้ำมรกตจะพบกับหาดทรายขาว



ตอนว่ายน้ำขาออก พวกเราก็ขอถ่ายรูปกับน้ำสีมรกตซะหน่อย แต่ว่ากล้องมันดีเกิน ต้องเปิดแฟลชด้วยถึงจะเห็นหน้า ถ้าไม่เปิดก็น้ำสีพอดีสวยเชียว









สำหรับทริปเกาะรอกกับ บ. เกาะมุกต์รับเบอร์ทรีรีสอร์ต ก็จบด้วยความประทับใจกับถ้ำมรกต หลังจากนั้นพวกเราก็กลับไปท่าเรือควนตุ้งกู เพื่อเริ่มทริปเหลาเหลียงกับ บ. X-Site Diving ต่อไป




 

Create Date : 21 มีนาคม 2548    
Last Update : 22 มีนาคม 2548 8:53:45 น.
Counter : 807 Pageviews.  

วันที่สองที่เกาะรอกนอก

วันนี้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ บังคับตัวเองให้ตื่นนอนมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ตั้งแต่ตี 5.45 (แหะ ๆ เวลาทำงานไม่เคยยักกะตื่นเช้าซักที) เช้านี้อากาศดี พระอาทิตย์น่าจะสวยนะ ถึงแม้ฝีมือถ่ายจะไม่โปรเลย



ระหว่างที่รอพระอาทิตย์ขึ้น ก็พยายามหามุมสวย ๆ ไปเรื่อย



พยายามหาวิวไปเรื่อย



ก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นจริง ๆ



ลองเปลี่ยนระยะบ้าง





แล้วก็เปลี่ยน White Balance อีกซะหน่อย



หลังจากนั้นพวกเราก็ได้กินข้าวต้มทะเลเป็นอาหารเช้ากัน ปลาสดเนื้อหวาน ปลาหมึกก็นุ่มหวานซะจริง ๆ ส่วนรูปนี่คือโต๊ะกินข้าวของพวกเรา บรรยากาศน่านั่งมาก




พอกินข้าวเสร็จพวกเราก็ไปดำน้ำกัน น้ำวันนี้ฟ้าใสน่าแหวกว่ายเป็นที่สุด ภาพนี้ถ่ายระหว่างนั่งเรือไปดำน้ำ



ปลาสีสันต่าง ๆ มาอวดโฉมกัน



มีอีก มีอีก



แล้วก็อีกนิดนึง



พอดำน้ำช่วงเช้าเสร็จ ก่อนกลับเกาะรอกนอก พวกเราก็ไปแวะเกาะฝั่งตรงข้าม ที่นั่นมีศาลพระภูมิ และศิวลึงค์ที่ชาวเล และบรรดาไต้ก๋งเรือต่างเคารพนับถือ เพราะคอยคุ้มครองให้พวกเขาเดินทางปลอดภัย







น้ำทะเลที่นี่ใสแจ๋ว สวยมาก ๆ



เห็นแล้วเหมือนกับที่โฆษณาของ ททท. ที่ให้เบิร์ดมาถ่ายเลย รู้สึกว่าเขาก็มาถ่ายที่ตรัง แต่นายแบบนี้คงทราบนะคะว่าไม่ไช่เบิร์ด อิอิอิ



หลังจากนั้นพวกเราก็กลับเกาะรอกนอกไปกินข้าวเที่ยงกัน หลังอาหารพวกเราต่างก็เป็นอิสระ ส่วนดิฉันขอเดินเล่นถ่ายรูปรอบ ๆ บริเวณเกาะ ที่นี่ไม่มีบ้านพักให้เช่า แต่มีบ้านพักรับรองของราชการ



สัตว์เลี้ยงของที่นี่ หน้าตาน่ากลัวไปนิดนะ แต่ว่าไม่กัดค่ะ ที่เห็น ๆ มี 2 ตัว ตัวเล็กกับตัวใหญ่ เคยเห็นจัง ๆ ทีนึง ตอนนั้นจะไปห้องน้ำพอดี เดิน ๆ ไปพอเปิดประตูห้องน้ำปั๊ป ผงะเลย เจอเจ้าตัวใหญ่กำลังกินน้ำอยู่ แล้วเธอก็ส่งหางตาให้ เรารึวิ่งหนีแทบไม่ทัน ดิฉันเลยต้องวานหัวหน้าทัวร์มาช่วยไล่เธอไปหน่อย


ส่วนตามพื้นก็มีหอยทากเยอะมาก ๆ ตอนกลางคืนเดินกันขวั่กไขว่ เสียงใบไม้แห้งดังกรอบแกรบเต็มไปหมด




หลังจากนั้นดิฉันก็มานอนเอกเขนกแถวชายหาด



แล้วก็ถ่ายปูลมเล่น อิอิ






 

Create Date : 21 มีนาคม 2548    
Last Update : 22 มีนาคม 2548 8:51:14 น.
Counter : 423 Pageviews.  

1  2  

midroadcat
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add midroadcat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.