พักผ่อนหย่อนใจ สะบายๆสไตล์ tankiya"
Group Blog
 
All Blogs
 

ผู้พิการ 30 วัน


ประสบการณ์ผู้พิการ 30 วัน

เป็นประสบการณ์ที่มีทั้งแง่มุมดีๆ และแง่มุมที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น
จะไม่เอ่ยถึงอาการเจ็บปวดจากอุบัติเหตุที่นิ้วนางเท้าซ้ายหักต้องเข้าเฝือก


แน่นอน การเข้าเฝือกจะถามหาความสะดวกก็ใช่ที่!!!
เรียกว่าเป็นความลำบากชั่วคราว-ช่วงเข้าเฝือก
ไปไหนต้องมีผู้ช่วย ช่วยหิ้วของ หรือเข็นรถให้
เพราะต้องใช้ไม้ค้ำ

ยิ่งเป็นคนที่กิจกรรมเยอะ ต้องทำใจ และปรับตัวให้ได้

บางครั้งความสะดวกต้องแลกกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

บางคราวความสะดวกก็ได้มาถึงมิตรภาพความมีน้ำใจ

ปกติก็จะพบความเห็นแก่ตัว-ความมักง่าย ก็ต้องอภัยไป

การเดินทางไม่ว่าทางบกและทางอากาศ ยักแย่ยักยันไม่ต่างกันนัก
ถ้าไม่มีแผนการเดิมที่วางไว้ คงไม่ออกไปข้างนอก
ให้เป็นภาระใครๆ
แต่ทำให้เราเข้าใจ เห็นใจคนพิการมากยิ่งกว่าเดิม

การเดินทางทางอากาศ
มีพนักงานเข็นรถให้ถึงประตูเครื่อง-เป็นผู้โดยสารคนแรกและคนสุดท้าย

การต่อคิวทำธุระ
ไม่มีการลัดคิวให้ผู้พิการและผู้สูงอายุ

แต่ประทับใจพนักงานหน้าห้างเดอะมอลล์งามฯ
พอเห็นเราไปต่อแถวรอแท็กซี่ ก็นอบน้อมลัดคิวให้

ส่วนการใช้ห้องน้ำสาธารณะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งพยามระวัง ก็ยิ่งปวดเบา-ทันทีทันใด

ห้างส่วนใหญ่ก็มีห้องสำหรับคนพิการ-คนชรา
แต่หนุ่มสาวร่างกายสมประกอบมันจะวิสาสะไปใช้

แถมกรณีที่เรารอคอย 20 นาที
จนพนักงานทำความสะอาดไปเคาะห้อง
ปรากฏมีพนักงานห้างแอบใช้เป็นที่หลบตัว พักผ่อน

ก็ได้แต่เอวัง
เพราะคนที่รอใช้ห้องน้ำ นอกจากเราแล้ว
มีผู้ชราสูงอายุรอคอยด้วย


(มีต่อค่ะ)

























 

Create Date : 14 มีนาคม 2555    
Last Update : 14 มีนาคม 2555 16:50:29 น.
Counter : 209 Pageviews.  

ลิ้มรสยาจีน






อยากจะบอกว่าขมมมมม ปี๋
แถมก็กลิ่นชวนเวียนศรีษะ
แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยได้กิน



ครั้งแรกไปหาร้านขายสมุนไพรจีนเจ้าดัง
ที่เยาวราช ให้หมอเกาจากจีนแมะให้
หมอก็บอกว่าเกี่ยวกับฮอร์โมนหญิงที่หมดไปเร็ว
หมอให้ยามากินเมื่อเกือบสามปีก่อน
ตอนนั้นการดื่มไม่มีปัญหาเพราะดื่มเพียง 7 วัน
และให้ทางร้านต้มใส่ถุงพลาสติกแบบพร้อมดื่ม



มาหนนี้ ต้นเดือนมิถุนา
สืบเนื่องจากตัวเองต้องการปรับสภาพลำไส้ ภายใน
เนื่องจากการขับถ่ายเดี๋ยวคล่องเดี๋ยวอืดเดี๋ยวเฟ้อ


ประการสำคัญคือประจำเดือนได้ขาดหายไปหลายปี
(เนื่องจากเมนส์มาแต่ละครั้งมาเยอะผิดปกติ)
ผิวเนื้อตัว ผิวหน้าแห้งเร็ว ตาแห้ง
ทั้งที่บำรุงด้วยครีมและระมัดระวังอาหารการกินตลอด





---------------------




เวลาบำรุงครีม ใช่...หน้าชุ่มชื่นจริง
แต่มันชุ่มชื่นที่ตัวครีมต่างหาก
ไม่ได้ชุ่มชื่นผิวหนังหรือใบหน้าของเรา

ครีมที่ละเลงกับใบหน้าที่เคยได้ผล
ตอนนี้กลับเพิกเฉย พยศซะงั้น
ความเหี่ยว(ใบหน้า) มันฉุดไม่อยู่แล้ว
ฮือ ฮือ


มีผู้หญิงหลายคนขึ้นชื่อว่าเป็นคนรอบคอบการใช้จ่าย
แต่สำหรับครีมบำรุงแล้ว
แม่เจ้า....ถึงไหนถึงกัน




วกเข้าเรื่องยาจีน
ในวันที่ 7 มิย.
หลังจากหมอคนใหม่แมะให้
ก็จัดยาสำหรับบำรุงโดยครั้งนี้จะต้มเอง
หมออยากให้กลับมาอีกครั้งในสัปดาห์ถัดไป
แต่ตัวเองต้องไปลำพูนดูแลพ่อที่ป่วย
หมอจึงจัดยาให้ 2 อาทิตย์
โอ้ สะบายมาก
ความขมกับตัวเราเองก็สามัคคีกันแต่ไหนแต่ไร
ไม่มีปัญหา
เวลานั้นคิดแบบนั้นจริงๆ



แต่คราวนี้ มันไม่เพียงแต่ขมอย่างเดียว
มันกลิ่นที่มีส่วนผสมเกสรดอกไม้นี่เอาเรื่องจริงๆ
ยิ่งแพ้เกสรดอกไม้อยู่ด้วย
สมัยหนึ่ง เวลาฤดูสปริงทีไร จามฮาดเช่ย
แต่ไม่หนุกหรอก

ได้แต่นับวันว่าเมื่อไหร่จะสิ้นสุดหนอ
แต่ก็มีวินัยการกินที่เยี่ยมอยู่ดี
อาจเป็นเพราะราคา ทำให้ไม่กล้าแอบเทยาทิ้ง



----------------------------



19 มิย. สองสัปดาห์ผ่านไป
ไปหาหมอ คิดว่าโอเคแล้ว
แป่ววว!!!
หมอให้มาพบหนึ่งสัปดาห์ถัดไป
แต่เราก็จะกลับไปดูแลพ่ออีก
หมอก็จัดยาให้ 10 วัน




สงสารคนในคอนโดเป็นที่สุด
และบ้านต่างจังหวัด
กลิ่นยาคลุ้งหัวหมู่บ้านท้ายหมู่บ้าน
ชาวบ้านคงไม่คุ้นกลิ่น

ขอสุมาโตยเจ้า




------------------------



29 มิย.ไปหาหมออีกครั้ง
หมอก็ปรับตัวยา และให้ยามาต้มดื่มอีก


นัดอีกครั้งคือวันที่ 4 กค
ตลอดเวลาลุ้นว่าเมื่อไหร่จะสิ้นสุดซะทีหนอ
เป็นการกินยาจีนที่ทรมาน
ซึ่งต่างจากหนแรก

ความขมของยาไม่เท่ากับกลิ่น
ซึ่งพอยกดื่มได้กลิ่นถึงกับผงะ
ที่ผงะ
ขอโทษ..
แพ้กลิ่นจริงๆ




กลิ่นทุเรียน กลิ่นดอกไม้ กลิ่นน้ำหอม
ช่วงนี้ต้องเลี่ยงไปก่อน
วิงเวียนจริงๆ


กลิ่นของมันทำให้น้ำหนักตัวลดลง
เพราะเมื่อนึกถึงทีไร
รู้สึกอิ่ม และไม่อยากแตะอาหาร
Smiley



อาหารที่ว่าอร่อย ขนมที่ว่าชอบ
ก็ไม่สามารถยั่วน้ำลายได้
กลายเป็นเบื่ออาหาร

เบื่อกาแฟไปเลย
ไม่เชื่อก็ดูสีหน้านี้สิ


-----------------------





ลืมสรุปไปว่า
หมอให้ยามาต้มทานอีก 7 วัน

หนึ่งเดือนกับเศษนิดๆ 7 มิย.-10 กค
ตอนเย็นเตรียมยาแช่และต้ม ตุ๋น
จนเหลือน้ำ 2 ถ้วย ทำตามกรรมวิธีที่เขาบอก
ไว้ทานช้า-เย็น

ทำหน้าอี๋ทุกครั้งที่ลิ้นสัมผัสยา


ค่ายาทั้งสิ้น 9365






















 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2553 22:07:30 น.
Counter : 199 Pageviews.  

เกิดอะไรขึ้น!!!




เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 พค. ที่ผ่านมาไม่กี่วัน
เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อน

ตั้งใจจะไปเดินสีลมในงานรวมพลังเพื่อวันใหม่
Together We Can Grand Sale
หรือง่ายๆคือซ๊อปช่วยผู้ประกอบการค้า
และตั้งใจจะไปที่ สอช ที่ทองหล่อ




ก่อนจะเดินขึ้นรถไฟฟ้ารู้สึกปวดบริเวณสันจมูก
อาการเหมือนทานของเย็นจัดมากๆแล้วไปจิ๊ดตรงโพรงจมูก
ซึ่งปกติจะเป็นแป๊ปเดียว
แต่ครั้งนี้เป็นนานมาก และรู้สึกเองว่าจมูกเย็นเจี๊ยบ
(ตัดประเด็นด้านศัลยกรรมไป
เพราะปฏิเสธการทำให้ตัวเองเจ็บโดยไม่จำเป็น
=แปลว่ากลัวเข็มจับใจ)




พอถึงที่สถานีศาลาแดง อาการไม่ทุเลาเลย
แต่คิดว่าถ้าลงไปเห็นข้าวของ อาการปวดน่าจะหายเป็นปลิดทิ้ง
แต่ไม่มีวี่แววจะหาย ยิ่งปวดมากกว่าเดิม
ขึ้นบริเวณหัวคิ้วและไล่มาที่ขมับขวา
ยาวลงมาถึงบริเวณฟันบน
ปวดมากจนอยากจะกลับบ้าน



เดินออกห่างจากฝูงคน
ยังไม่หาย แวะซื้อยาที่ร้านสะดวกซื้อ นั่งพักค่อยยังชั่ว
แต่แค่ทุเลานิดๆ




ช่วงเวลานั้น
รู้สึกกลัวจับจิตจับใจว่าจะเป็นเหมือนพ่อมั๊ย
หรือว่าตัวเองจะต้องเข้าโรงพยาบาลอาการเดียวกับพ่อ

ตอนนั้นกลัวมากๆ
กลัวจะเป็นเพิ่มภาระให้กับทางบ้าน
ให้กับพี่ๆ ที่จะต้องมาดูแลตัวของเราอีกคน



















 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2553 8:27:33 น.
Counter : 147 Pageviews.  


Valentine's Month


 
tankiya
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add tankiya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.