ครอบครัวคนรักกระรอก
Group Blog
 
All Blogs
 

การเลื้ยงและดูแลกระรอก


การเจริญพันธุ์ .. วัยเจริญพันธุ์ของกระรอกจะแตกต่างกันไป แล้วแต่สายพันธุ์ จะเริ่มตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 2 ปี ระยะเวลาตั้งท้องประมาณ 20-40 วัน จำนวนลูกไม่แน่นอน แต่ส่วนใหญ่ประมาณ 1-2 ตัว อายุขัยอาจจะสามารถยาวนานได้ถึง 10 ปี
การเลี้ยงลูกกระรอก .. ลูกกระรอกจะเลี้ยงค่อนข้างยากเนื่องจาก ผู้ขายมักจะนำมาจากแม่ในธรรมชาติ มากกว่าที่จะมีการเพาะเลี้ยงได้เอง ดังนั้นจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพพอสมควร เพราะไม่ได้รับน้ำนมจากแม่มาอย่างเพียงพอ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้เลี้ยงกระรอกที่เล็กเกินไป ลูกกระรอกที่ยังไม่ลืมตาต้องมีการกระตุ้นให้ตาเปิดโดยใช้สำลี ชุบน้ำหมาดเช็ดที่ตามทุกวัน นอกจากนี้ต้องเช็ดที่ก้นด้วยเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย
อาหารลูกกระรอก .. ลูกกระรอกที่ยังไม่หย่านมจำเป็นต้องกินน้ำนม น้ำนมส่วนใหญ่ที่ให้กินจะเป็นนมผงสำหรับเด็กแรกเกิด หรือนมผงสำหรับเลี้ยงลูกสุนัข หรือกระต่าย หรือหนู นอกจากนี้อาจให้เป็นนมถั่วเหลืองได้ สำหรับนมวัวไม่แนะนำให้ใช้ เพราะมักจะเป็นสาเหตุให้กระรอกท้องเสียได้ เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลที่ลูกกระรอกไม่สามารถย่อยได้มาก การชงนม ต้องชงใหม่ทุกครั้ง และไม่ให้นมที่ร้อนเกินไปแก่ลูกกระรอก การชงนมไม่ควรให้เข้มข้นเกินไปเพราะจะกินยาก และทำให้เกิดการท้องอืด หรือท้องเสียได้ การป้อนนมนิยมใช้กระบอกฉีดยาขนาดเล็กค่อยๆหยอดให้กิน อย่าให้เร็วหรือมากเกินไปในแต่ละครั้ง เพราะอาจทำให้สำลักได้ซึ่งจะส่งผลให้ลูกกระรอกเป็นปอดบวมได้ ลูกกระรอกควรได้กินนมประมาณ 5 ครั้งต่อหนึ่งวัน ในแต่ละครั้งไม่ควรให้จนอิ่มเกินไปเพราะจะทำให้ท้องอืดได้
ที่อยู่ของลูกกระรอก ..
ลูกกระรอกต้องการความอบอุ่นมากกว่ากระรอกโต ดังนั้นที่อยู่ของมันควรจะปราศจากลมพัด อากาศอบอุ่น ควรมีการตั้งหลอดไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ลูกกระรอก มีผ้าเพื่อให้ลูกกระรอกซุกตัว และปลอดภัยจากสัตว์อื่นรวมทั้ง เด็กที่อาจจะเข้ามารบกวน และอันตรายแก่ลูกกระรอกได้
การหย่านม .. ควรเริ่มให้อาหารอ่อนเมื่อเมื่อลูกกระรอกอายุประมาณ 2-3 เดือน แต่คนเลี้ยงไม่นิยมหย่านมลูกกระรอกเนื่องจากสามารถให้นมเป็นอาหารลูกกระรอกที่โตได้เช่นกัน จริงๆแล้วควรฝึกให้ลูกกระรอกเริ่มกินผลไม้ ผัก ใบไม้เป็นหลัก และให้นมเป็นอาหารเสริม เพราะจะช่วยให้กระรอกมีร่างกายที่แข็งแรงมากกว่า
การอาบน้ำกระรอก .. ผู้เลี้ยงบางท่านชอบอาบน้ำให้กระรอก ซึ่งสามารถทำได้ แต่ควรจะเช็ดตัว และทำให้กระรอกตัวแห้งโดยเร็วเพื่อไม่ให้เป็นปอดบวม การอาบน้ำทำได้โดยใช้น้ำเปล่าอาบ หากจำเป็นต้องใช้แชมพูให้ใช้แชมพูของสุนัขที่อ่อนที่สุด โดยนำไปละลายน้ำให้เจือจางอีก 3-4 เท่า ก่อนอาบ
โรคและการเจ็บป่วย ..
• ท้องเสีย ลูกกระรอกต้องการความอบอุ่นมากกว่ากระรอกโต ดังนั้นที่อยู่ของมันควรจะปราศจากลมพัด อากาศอบอุ่น ควรมีการตั้งหลอดไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ลูกกระรอก มีผ้าเพื่อให้ลูกกระรอกซุกตัว และปลอดภัยจากสัตว์อื่นรวมทั้ง เด็กที่อาจจะเข้ามารบกวน และอันตรายแก่ลูกกระรอกได้
• ปอดบวม อาการที่พบคือ หายใจลำบาก หอบ มีน้ำมูก ไอ เบื่ออาหาร เป็นต้น สาเหตุมักเกิดจาก อากาศเย็นเกินไป การอาบน้ำ ความเครียดจากการย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนอาหาร โรคนี้มักจะทำให้กระรอกเสียชีวิตได้ การรักษา มักจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา รวมทั้งต้องมีการป้อนอาหารเพื่อไม่ให้กระรอกขาดอาหารมากเกินไปด้วย การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ยาวนานเกินไปอาจส่งผลให้กระรอกท้องเสียได้ ถ้าเกิดอาการท้องเสียหลังจากรักษาปอดบวมหายแล้ว ให้ป้อนโยเกิร์ตเป็นอาหารแก่กระรอกเพื่อเป็นการเพิ่มแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ลดอาการท้องเสียได้
เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับเรื่องราวของกระรอกน้อย สัตว์ป่าที่กำลังมีแนวโน้มผันแปรมาเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านเรา หวังว่าข้อมูลที่ผมไปค้นหามาคงมีประโยชน์กับผู้ที่ในใจสัตว์ประเภทนี้บ้างนะครับ ตอนนี้ผมก็ขอจบเรื่อง " ของกระรอก " อย่างสั้น ๆ ไว้เพียงเท่านี้ก่อนแล้วกันนะครับ แต่ถ้าใครยังคงสงสัยในประเด็นอื่น ๆ อยู่ละก็ สามารถเข้าไปโพสต์คำถามไว้ที่ " ถามคุณหมอ " เรื่องกระต่ายหรือหนูก็ได้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในสกู๊ปพิเศษของผมในครั้งหน้าครับ .
สกู๊ปพิเศษ... ครบเครื่องเรื่อง " กระรอก" (จาก..หมอหนู) //www1.lemononline.com/pets/scoop/18/




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 23 กรกฎาคม 2548 21:36:28 น.
Counter : 841 Pageviews.  

กระรอกคืออะไร


เรื่องของ " กระรอก" (จาก..หมอหนู)
กระรอก (Squirrel) จัดเป็นสัตว์ในกลุ่มฟันแทะ (Rodent)มีลักษณะเด่นก็คือมีฟันหน้าที่ใหญ่ และแข็งแรง อยู่สองคู่ อยู่ด้านบนหนึ่งคู่ และด้านล่างอีกหนึ่งคู่ ไม่มีฟันเขี้ยว ฟันของสัตว์พวกนี้มีการงอกยาวขึ้นเรื่อยในทุกวัน ดังนั้นมันจึงจำเป็นต้องกัดแทะของแข็งทุกวันเพื่อให้เกิดการสึกกร่อน มิฉะนั้นฟันจะงอกยาวเกินไป ในธรรมชาติอาศัยอยู่ตามต้นไม้ บางครั้งอาจพบหากินอยู่ตามพื้นบ้าง กินพวกผลไม้ ใบไม้ ยอดไม้ รวมทั้งแมลงต่างๆ กระรอกที่สามารถพบได้ในประเทศไทย สามารถแบ่งได้เป็น สองกลุ่มใหญ่ๆดังนี้คือ กระรอก และกระรอกบิน ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างแค่บางชนิด
กระรอกที่พบ ได้แก่ ..
1. พญากระรอกดำ (Black giant squirrel)
2. กระรอกท้องแดง (Pallas squirrel)
3. กระรอกหลายสี (Variable squirrel)
4. กระรอกปลายหางดำ (Grey-bellied squirrel)
5. กระรอกดินแก้มแดง (Three-striped ground squirrel)

กระรอกบินมีลักษะที่แตกต่างออกไปคือ จะมีแผ่นหนังยื่นออกมาจากลำตัวยาวถึงแขน และขา ซึ่งแผ่นหนังที่ยื่นออกมานั้น จะทำให้กระรอกบินสามารถร่อนอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานานกว่ากระรอกธรรมดา ได้แก่
กระรอกบินที่พบ ได้แก่ ..
1. พญากระรอกบินหูแดง (Red giant flying squirrel)
2. กระรอกบินเท้าขน (Hairy-footed flying squirrel)
3. กระรอกบินแก้มสีแดง (Red-cheeked flying squirrel)




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2548 10:01:14 น.
Counter : 319 Pageviews.  


เกื้อแม่แตงโม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add เกื้อแม่แตงโม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.