วันครบรอบ 125 ปี บริษัทรถ Bernmobil
พอดีเอากระทู้ไปลงในพันทิพ ก็คิดว่าเอามาเก็บเป็นไดอะรี่ของตัวเองดีกว่า 

ที่เมืองเบิร์น ได้มีการจัดงานครบรอบ 125 ปี ของบริษัท Bernmobilซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการรถประจำทางประจำเมืองเบิร์นเค้าก็เลยเอารถรางรุ่นต่างๆ ที่ให้บริการในอดีตมาวิ่งกัน แต่ไฮไลต์ของงานนี้ก็นี่เลยรถรางไอน้ำ 



คนขับรูปหล่อ



เราก็ถือโอกาสไปร่วมกับประวัติศาสตร์หน้านี้ด้วยเลย




และรถรางรุ่นอื่นๆ





มีการสร้างบรรยากาศด้วยวงโยธวาทิต



และจักรยานโบราณให้เด็กๆ ได้ลองด้วย ขึ้นยากชะมัดเลย ขายาวไม่พอเนี่ยแทบจะขึ้นไม่ได้เลยนะ




งานจัดไม่ใหญ่มาก แต่ก็น่าสนใจทีเดียว





Create Date : 14 ตุลาคม 2558
Last Update : 14 ตุลาคม 2558 23:43:11 น.
Counter : 189 Pageviews.

0 comment
มาเที่ยว Adelboden เมืองเล็กๆ ชมยอดเขา Tschetenalp สวิตเซอร์แลนด์
วันนี้เลยจะพาไปยังเขาเมืองเล็กๆ กลางหุบเขา นามว่า Adelboden ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเมือง
Spiez มากนัก สำหรับคนท้องถิ่น ที่นี่ถือเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับครอบครัวพาลูกหลานมา
เดินป่าชมธรรมชาติ ในช่วงหน้าหนาวถือเป็นแหล่งสกีชั้นดี เนื่องจากความลาดชันของภูเขาที่
เหมาะสำหรับนักสกีทุกระดับ แต่สำหรับนักท่องเที่ยว ถ่ายภาพเมืองตอนก่อนขึ้นกระเช้าไป
ด้านบนเขา อากาศดีทีเดียว แต่พอลงมาหมอกปกคลุมทั้งเมืองเลย โชคดีมากที่ถ่ายภาพก่อน
ขึ้นไป ติดงานแต่งมาด้วย 1 ภาพ ฮิๆๆๆ






พอดีไปเจองานแต่งเลยแอบเก็บภาพมา เกร็ดเล็กๆ เกี่ยวกับงานแต่งงานของคนสวิตจะจัด
งานแต่งงานแบบเล็กๆ โดยเชิญเฉพาะคนสนิทเท่านั้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการจัดงานค่อน
ข้างสูง อีกทั้งเค้าอยากให้คนที่สนิทจริงๆ เข้ามาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งของขวัญที่จะให้บ่าว
สาวก็มาจากลิสต์ที่บ่าวสาวให้มานั่นเอง ทำให้ของขวัญเป็นของที่จะได้ใช้จริงๆ กรณีบ่าวสาว
ไม่ได้ต้องการอะไร คนสวิตจะไม่ให้เงินเป็นของขวัญแต่งงานนะคะ ยกเว้นเป็นการ์ดเงินสด
สำหรับซื้อของร้านค้าแทนนะคะ



น้องวัวอยากเด่นเลยเก็บภาพมาด้วย น้องวัวน่ารักดีคะ วัวที่นี่จะใส่กระดิ่งห้อยคออันใหญ่มาก
 จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของฝากของสวิตเลย ดูได้ที่ร้านของฝากนะคะ



เขาแห่งนี้ชื่อว่า Tschentenalp เรานั่งกระเช้าขึ้นไปด้านบนใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีช่วงที่ขึ้นไป
ถือว่าอากาศดีทีเดียว 



ใครจะรู้ว่าเมืองเล็กๆ แค่นี้จะพาเราไปเห็นบรรยากาศบนเขาแบบน่าตระกานตา เราพบกับทะเล
หมอกปกคลุมบนเขาซึ่งกำลังกระจายตัวไปยังรอบๆ ตัวเมือง เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกมาก
กกกอะ แต่ก็หนาวพอควรเลย เพราะความสูงบนเขานี้เกิน 1500 เมตร อากาศด้านบนก็
ประมาณเลขตัวเดียว 1-2 องศาได้

พาโนราม่าบนเขา Tschentenalp


วันนี้มีเมฆมาก แต่เรามาเที่ยวบนเขาที่อยู่สูงกว่าเมฆเลยได้เห็นบรรยากาศทะเลหมอก 

โรแม๊นติกมากกๆ 



จัดไปอีกภาพ กระสวยอวกาศที่เห็นจริงๆ เป็นร้านบาร์ที่จะเปิดช่วงหน้าหนาว โหยย คิดมะออก

เลยว่าจะสวยขนาดไหน บรรยากาศหิมะขาวโพลน น้ำลายไหย




ข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ 

การเดินทางเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ การเช็คสภาพอากาศถือว่ามีความจำเป็นมาก เนื่องจาก

สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีภูเขาเยอะ ดังนั้นวันไหนที่จะต้องเสียเงินขึ้นเขา ก็เช็คซัก

หน่อยนะคะ จะได้ไม่เห็นแต่หมอก 


ครั้งหน้าจะหาที่เที่ยวใหม่ๆ มาเล่าให้ฟังเพิ่มนะคะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนคร่า




Create Date : 14 ตุลาคม 2558
Last Update : 14 ตุลาคม 2558 23:48:30 น.
Counter : 290 Pageviews.

0 comment
เรื่องทั่วๆ ไป เกี่ยวกับคนสวิส
 นิสัยของคนสวิส

     -เป็นคนเอาจริงเอาจังกับชีวิตทำอะไรทำจริง และมีความรู้ลึกในเรื่องใดๆเรื่องหนึ่งเป็นอย่างดี
     - มีเหตุผลและมองโลกอย่างที่เป็นจริงอย่างเช่นการเสียภาษีคนสวิสจะมีการคำนวณการเสียภาษีต่อปีเป็นอย่างดีและรู้ว่าจะต้องเสียเท่าไรซึ่งเค้าเห็นว่าการเสียภาษีคือการเอาเงินไปบำรุงประเทศทำให้เค้ามีสิ่งอำนวยความสะดวกและมีสวิสดิการดีๆกลับมา หรือการซื้อของ เค้าจะมองว่าถ้าของถูกเกินไปคนที่ผลิตของนั้นจะจ่ายเงินให้กับลูกจ้างหรือไม่หรือจ่ายในอัตราที่เอาเปรียบลูกจ้าง ดังนั้นคนสวิสยินดีจะจ่ายเงินมากกว่าเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตอย่างยุติธรรมโดยจะเห็นตรา Swiss Guarantee หรือ Fair Trade
     - ไม่ชอบเอาเปรียบใครและไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบตนเองดังนั้นเค้ายินดีที่จะสละเวลาไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเค้าถือว่าถ้าเค้าไม่ไปแล้วนโยบายอะไรที่เค้าไม่ชอบเค้าจะบ่นไม่ได้และต้องโทษตัวเองที่ไม่ไป และอัตราการโกงกินของนักการเมืองต่ำมาก
     - ชอบข้อเท็จจริงถ้าคุณพูดอะไรไม่จริงหรือพูดผิด คนสวิสก็จะนั่งเถียงกันจนกว่าจะถูกเช่นเรื่องการออกเสียง salmonถึงขนาดเปิดพจนานุกรมมาเถียงกัน
     - มีระเบียบวินัยในตัวเองสูง เช่นในเวลางานนั้น เค้าก็จะทุ่มเทกับงานมากไม่วอกแวกแต่ถ้าเลิกงานเค้าก็จะหยุดทำงานเลย
     - มีความหยิ่งในตัวเองจะไม่ไปเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใครเด็ดขาดยกเว้นแต่เพื่อนสนิทกันเท่านั้น เช่น การย้ายบ้าน
     - คนในสมัยรุ่นพ่อและแม่ จะมีความรักครอบครัวค่อนข้างสูงอัตราการหย่าร้างต่ำแต่ในปัจจุบันนี้ เนื่องด้วยสภาพสังคม ทำให้อัตราการหย่าร้างถือว่าค่อนข้างสูงมีถึง50%
     - จะแคร์สายตายคนข้างนอก โดยเฉพาะในด้านที่คนอื่นมองตนเอง ดังนั้นคนสวิสจะแต่งตัวสุภาพอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งเวลาอยู่บ้าน เผื่อกรณีมีแขกมาโดยไม่คาดฝัน
     - ชอบช่วยเหลือนักท่องเที่ยวถ้าเราไปขอความช่วยเหลือเค้าก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือโดยไม่บ่น
     - ชอบดื่มและสังสรรค์ไวน์และเบียร์เป็นของที่ขายดีที่นี่ทีเดียว โดยเฉพาะหน้าร้านจะเห็นคนสวิสมานั่งตากแดดสังสรรค์กันเพื่อนๆ ตามร้านอาหาร ร้านเบียร์จนถึงดึกดื่นเลยทีเดียว

การคบเพื่อนของคนสวิส
     คนสวิสเป็นคนที่เก็บตัวคบหายากประเทศหนึ่งแต่ถ้าได้เป็นเพื่อนแล้วคุณคือเพื่อนตลอดกาลดังนั้นการที่จะเจอกันครั้งเดียวแล้วนับเป็นเพื่อนเหมือนคนไทยแทบจะไม่เกิดขึ้นเลยในประเทศแห่งนี้อาจต้องเรียนมาด้วยกันแบบสนิทชิดเชื้อคุ้นเคยกันดีทีเดียวถึงจะนับเป็นเพื่อน หรือเพื่อนที่ทำงานร่วมกันกรณีที่คุณไปออกกำลังกายและได้รู้จักพูดคุยกับคนสวิสในยิมแม้จะหลายครั้งก็ตามเวลาออกไปข้างนอกเค้าก็ไม่รู้จักเราละดังนั้นการที่คุณมีเส้นสายผ่านทางแฟนหรือสามีที่เป็นคนสวิสแม้กระทั่งทำงานในบริษัทสวิสก็จะช่วยในเรื่องนี้การสร้างเพื่อนกับคนสวิสได้ง่ายกว่าแต่ถ้าเมื่อไหร่เป็นเพื่อนกันเค้าก็จะนับเราเป็นเพื่อนตลอดชั่วกัปชั่วกัลย์

การแต่งกาย
     คนสวิสจะถือว่าการออกนอกบ้านจะต้องแต่งกายสุภาพ เค้าจะใส่ใจทุกรายละเอียดเผื่อกรณีเจอเพื่อนหรือคนรู้จักจะได้ไม่รู้สึกเสียเซสแม้กระทั่งการใส่รองเท้าซึ่งจะไม่ค่อยเห็นคนสวิสคีบเชยๆ แตะออกมานอกบ้านแต่จะใส่รองเท้าหุ้มส้น หรือรองเท้าแฟชั่นสำหรับสตรี

เรื่องการตรงต่อเวลา
      คนที่นี่ให้ความสำคัญกับเวลามาก เวลาเรานัดคนสวิสหรือเวลาเราไปเยี่ยมหรือได้รับเชิญไปทานอาหารถือได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่อันดับต้นๆที่คนสวิสจะรับไม่ได้ทีเดียวเพราะถือว่าคุณไม่ให้เกียรติเค้าแต่ถ้าคุณมาสายและได้โทรมาบอกก่อนล่วงหน้าอันนี้ไม่มีปัญหาคะ พอรับได้ แต่ถ้าทำบ่อยๆอันนี้ก็น่าคิดนะคะ

การไปเยี่ยมคนสวิส
     การที่เราจะไปเยี่ยมคนสวิสหรือคนสวิสมาเยี่ยมเราจะมีการนัดหมายกันล่วงหน้า ซึ่งต่างจากธรรมเนียมบ้านเราที่บางครั้งเราผ่านมาและแวะเข้าไปเยี่ยมเยืยน และสิ่งที่ถือว่าเป็นธรรมเนียมเวลาที่คนสวิสเชิญเราไปที่บ้านเค้าหรือเค้ามาหาเราที่บ้าน ก็จะต้องนำของติดไม้ติดมือมาให้เค้าเป็นของฝากถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติก็ว่าได้ของฝากส่วนมากก็จะเป็น ไวน์ ดอกไม้ ช็อกโกแลต ฯลฯ

การทานอาหาร
     เวลาทานอาหารที่ต้องทานร่วมกัน เค้าจะกำหนดเวลาทานอาหารและรอจนกระทั่งทุกคนมากันครบแล้วจึงจะเริ่มทาน การทำอาหารก็จะไม่ทำรอนานเนื่องจากอาหารจะเย็น เวลาทุกอย่างจะถูกคำนวณมาเป็นอย่างดี ต้องใช้เวลาเท่าไหร่เสริฟตอนไหน มารยาทบนโต๊ะที่ควรรู้คือเค้าจะไม่ใช้อุปกรณ์ร่วมกันจะมีช้อนกลางเพื่อตักอาหารทุกอย่าง เวลาทานอาหารเสร็จแล้วก็รวบส้อมและมีดไว้ที่มุมด้านขวามือ

อันนี้เป็นรายละเอียดที่นินสังเกตุตั้งแต่มาเที่ยวหรือมาอยู่ที่นี่นะคะ  หวังว่าจะมีประโยชน์กันเพื่อนๆ บ้างนะคะ



Create Date : 04 ตุลาคม 2558
Last Update : 6 ตุลาคม 2558 1:10:22 น.
Counter : 162 Pageviews.

0 comment
Bern, Switzerland
สถานที่ท่องเที่ยว : Bern, Switzerland
พิกัด GPS : 46° 56' 49.44" N 7° 26' 38.91" E




เมืองเบิร์นเป็นเมืองหลวง และที่ตั้งของศูนย์รวมอำนาจการปกครองกลางของสวิสสภาพตัวเมืองก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมเป็นแบบยุคกลาง มีอายุมากกว่า 800 ปีแล้ว ก่อตั้งโดย dukes of Zähringen มีตราประจำเมืองเป็นรูปหมีบนพื้นธงสีเหลืองแดงตามตำนานกล่าวว่า ดยุคได้ออกล่าสัตว์ในระหว่างก่อสร้างเมืองและตั้งใจที่จะตั้งชื่อเมืองตามชื่อของสัตว์ชนิดแรกที่ล่าได้ซึ่งหมีเป็นสัตว์ที่ถูกล่าได้จึงเป็นที่มาของชื่อเมือง ซึ่งหมีดำหมายถึง ทหารอำนาจ ความใส่ใจ และความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองซึ่งทำหน้าที่ปกป้องพลเมืองเบิร์นแห่งนี้ ในปี1353 เบิร์นได้ผนึกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นเมืองที่ 8 ถือว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่และมีอำนาจมากในฐานะเมืองทางเหนือของฝั่งภูเขาในปี 1405 เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองเบิร์น ทำให้บ้านเรือนเสียหายอย่างมากจึงได้มีการก่อสร้างบ้านเมืองใหม่ ซึ่งเป็นอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ และในปี1848 ได้ถูกรับเลือกให้เป็นเมืองหลวงของสวิส และได้รับการประกาศในปี 1983 โดย UNESCO ให้เป็นแหล่งมรดกโลก

ถนนเข้าสู่เมืองเบิร์น ถูกประดับไปด้วยน้ำพุที่ก่อสร้างขึ้นอย่างมีสีสันสดใสน้ำพุเหล่านี้สร้างขึ้นในยุคกลางเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสาธารณะ ต่อมา ค.ศ.1550 มีการแทนที่น้ำพุแห่งเดิมที่สร้างมาจากไม้ด้วยน้ำพุที่เห็นในปัจจุบันนี้น้ำพุยังได้ถูกเก็บเป็นเรื่องราวให้อนุชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงวีรบุรุษและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในช่วงยุคกลางในเบิร์นมีน้ำพุอยู่มากกว่า 100 แห่ง มีเพียง 11แห่งที่ยังคงตั้งตะหง่านอยู่ที่แห่งเดิม

Bundeshaus (House of Parliament) เป็นตึกของรัฐสภาสร้างขึ้นในปี 1894 – 1902 เพื่อใช้เป็นสถานที่ประชุมของสมาชิกสภาแห่งชาติและสมาชิกสภาแห่งมลรัฐแต่ละรัฐจะสามารถเข้าเยี่ยมชมได้กรณีที่ไม่มีการประชุมซึ่งการประชุมจะถูกกำหนดไว้ก่อนแล้วสามารถเช็คได้จากเว็ปไซต์ ภายในจะเป็นห้องต่างๆที่สมาชิกสภาแห่งชาติและรัฐสภาใช้ในการประชุมงาน ด้านบนเพดานภายในตึก มีภาพแสดงความเป็นอุดมคติที่ประเทศและประชาชนชาวสวิตเซอร์แลนด์ยึดถือปฎิบัติมาคือ ปัญญา ข้อเท็จจริง ความรักชาติ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความยุติธรรมและความเจริญก้าวหน้า สามารถเข้าเยี่ยมชมได้เลย โดยเข้าไปทางด้านหลังของตึกซึ่งเค้าจะขอพาสปอร์ตของเราไว้ก่อนเข้า สามารถเข้าชมได้ที่เว็ปไซต์รายละเอียดของ Bundeshaus ตามเว็ปด้านล่าง ด้านหน้าของตึกรัฐสภาแห่งนี้จะเปิดให้เกษตรกรได้มาขายผักและผลไม้ในฟาร์มของตนในวันอังคารและวันเสาร์ของทุกสัปดาห์

เว็ปไซต์ //www.parliament-building.ch/ และ

//www.bern-incoming.ch/en/social-program-bi/incoming-team-aktivitaeten/bundeshaus-bi

เวลาเยี่ยมชม

วันจันทร์ – เสาร์ 9,10,11,14,15,16 นาฬิการะยะเวลาทัวร์ 45 นาที ไม่เสียค่าเข้าชมแนะนำให้ไปรับตั๋วล่วงหน้าก่อนเข้าชมฟรีไกด์ทัวร์ซึ่งมีหลากหลายภาษากรุณาตรวจสอบก่อนเวลาว่าภาษาอะไรก่อนเข้า ไม่มีไกด์ทัวร์4-28 กันยายน แต่สามารถเข้าชมได้ตามปรกติปิดทำการ ช่วงวันหยุดฤดูหนาว ตั้งแต่ 1พฤศจิกายน จนถึงช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ วันอังคารและวันเสาร์ จนถึง 14.00 น.(เนื่องจากมีตลาดนัด) และมีเหตุการณ์สำคัญหรือก่อสร้าง


Käfigturm (Prison Tower) สร้างขึ้นปี 1977 – 1979 เนื่องจากได้มีการขยายตัวเมืองเบิร์นและได้ก่อนสร้างกำแพงเมืองอีกครั้ง จึงทำให้ต้องมีการสร้างประตูทางเข้าเมืองใหม่ ช่วงแรกใช้เป็นที่เก็บอาวุธยุทโธปกรณ์หลังจากนั้นได้เปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นเรือนจำหญิง ในปี 1640หอคอยเก่าได้ถูกรื้อลงมาและสร้างหอคอยใหม่ขึ้นมาแทน ในปี ค.ศ.1643ได้สร้างส่วนหอระฆังด้านบน โดยหอนาฬิกาสูง 49 เมตร

เวลาเปิด

วันจันทร์ – ศุกร์ 08.00 – 18.00 วันเสาร์ 10.00– 16.00 ไม่เสียค่าเข้าชม


Zytglogge (Clock Tower) หอนาฬิกาขนาดใหญ่ให้เป็นเป็นประตูเมืองแห่งแรกของเมืองเบิร์น ก่อสร้างขึ้นใน ค.ศ.1191-1256 ก่อนที่จะมีการขยายอาณาเขตของเมืองออกไปและได้สร้างPrison Tower มาแทนที ต่อมาในปี ค.ศ. 1530ได้มีการสร้างปฏิทินดาราศาสตร์เพิ่มเข้าไปพร้อมกับตัวการ์ตูนน่ารักออกมาหมุนวนทุกๆ ชั่วโมง


Cathedral Münster ถือว่าได้เป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์เริ่มก่อสร้างในปี คศ. 1421 และสร้างเสร็จในปี คศ. 1893 แบบสถาปัตยกรรมโกธิคยุคปลายชิ้นเอกเป็นจุดเด่นของเมืองทำให้เบิร์นได้รับรางวัลยูเนสโก้ในปี ค.ศ. 1983 เมื่อเข้าไปด้านในตรงประตูทางเข้าจะมีภาพอันน่าทึ่งเป็นภาพแสดงการตัดสินครั้งสุดท้ายของพระเจ้ายอดบนของโบสถ์สูง 100.6 เมตร สามารถที่จะชื่นชมทัศนียภาพของเมืองเบิร์นรวมถืงเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง เว็ปไซต์//www.bernermuenster.ch

ค่าเข้าชม ไม่เสียค่าเข้าชม แต่ถ้าขึ้นหอคอยเสีย ผู้ใหญ่5 เหรียญ เด็ก 2 เหรียญ ส่วนกรุ๊ปตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ผู้ใหญ่ 3.5 เหรียญ เด็ก 1เหรียญ

เวลาเปิด

หน้าร้อน เริ่ม วันที่ 5 เมษายน 2015 – 18กันยายน 2015 วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.00 – 17.00 น.

วันเสาร์ เวลา 10.00 – 17.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 11.30 – 17.00 น.

หน้าหนาว เริ่ม วันที่ 19 กันยายน 2015 – April 2016 วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 12.00 – 16.00 น.

วันเสาร์ เวลา 10.00 – 17.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 11.30 – 16.00 น.


Kornhaus (The Granary) จุดประสงค์หลักในการก่อสร้างเพื่อใช้เป็นที่เก็บเมล็ดธัญพืช และไวน์ต่อมาก็ได้เปลี่ยนไปเป็นถนนสำหรับงานรื่นเริง ในปี ค.ศ.1893และต่อมาก็พัฒนาไปเป็นแหล่งนัดพบปะสังสรรค์ โรงละครของเมือง ห้องสมุด ร้านอาหาร


Französischer Kirche (French Church) ก่อตั้งเพื่อใช้เป็นโบสถ์สำหรับลัทธิโดมินิกัน สร้างขึ้นในปี 1270 – 1285โบสถ์แห่งนี้ถือว่าเป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สุดในเบิร์น ในปี ค.ศ.1623ถูกใช้เป็นโบสถ์คริสนิกายโปรเตสแตน สำหรับผู้นับถือศาสนาคริสที่พูดภาษาฝรั่งเศส

เวลาเปิด

วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 11.00 น. และเวลา 14.00 – 17.00 น. วันเสาร์ เวลา 10.00 – 15.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม


Tonhalle (Town Hall) สร้างขึ้นในแบบ Burgundian สไตล์โกธิคตอนปลายปัจจุบันใช้เป็นที่ทำงานของนายกเทศมนตรีประจำมลรัฐเบิร์น

เวลาเปิด

วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เวลา 08.30 – 12.00 น.และ 13.15 – 17.00 น.


Bearpark สวนที่สร้างเพื่อสัตว์ประจำเมือง คือ หมี นามว่าBjörk และ Finn และลูกๆ Berna และUrsinaให้มีอิสระในการใช้ชีวิต ขณะนี้มีการก่อสร้าง ทางสวนสาธารณะจึงได้นำหมีไปฝากไว้ที่Jurapac ในเมือง Vollorbe และการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในช่วงสิ้นเดือนกันยายน2015.

เวลาเปิด

เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.ไม่เสียค่าเข้าชม

Rose Garden เป็นสวนขนาดใหญ่ ในปี ค.ศ. 1765 – 1877 ใช้เป็นสุสาน พอปี 1913ก็ปรับปรุงให้กลายเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่เต็มไปด้วยดอกไม้ที่ให้พลเมืองมาพักผ่อนหย่อนใจ มีร้านอาหารสำหรับสังสรรค์ในหมู่เพื่อนอีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวทั่วเมืองเบิร์นอีกด้วย

เวลาเปิด

09.00 -24.00 น. ไม่เสียค่าเข้าสามารถเดินทางได้ด้วยรถประจำทาง สาย 10 ลงที่สถานี Rosengarten


Bernisches Historisches Museum ออกแบบโดยสถาปนิก Andrè Lambert เป็นชาวเมือง Neuchàtel สร้างขึ้นใน ค.ศ.1894ได้ออกแบบให้มีลักษณะเหมือนปราสาทใน คริสศตวรรษที่ 15 และ 16 ภายในมีการจัดแสดงประวัติศาสตร์ของมนุษย์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไล่เรียงไปจนถึงยุคปัจจุบันและประวัติศาสตร์ของเมืองเบิร์นได้อย่างน่าสนใจการจัดแสดงอัตถชีวประวัติของไอสไตน์ และงานแสดงอื่นๆที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้ผู้ที่รักประวัติศาสตร์ได้เยี่ยมชม

เวลาเปิด

วันอังคาร –อาทิตย์ เวลา 10.00 – 17.00 น. ปิดวันอาทิตย์ ค่าเข้าชม สำหรับนิทรรศกาลทั่วไป ผู้ใหญ่ 13 เหรียญ เด็ 4 เหรียญ ถ้าต้องการเข้าในส่วนของไอสไตน์ค่าเข้าชม 18 เหรียญ เด็ก 8 เหรียญ


Gurten สวนสาธารณะบนยอดเขาที่เปิดในปี1999 ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ มีการจัดงานแสดงต่างๆงานที่ถือว่าใหญ่สำหรับชาวเบิร์นที่จัดที่นี่คือ งานมิวสิคเฟสติวัลมีช่วงเดือนกรกฏาคมของทุกปี ถือว่าเป็นงานที่ใหญ่บัตรคอนเสริตได้ถูกจำหน่ายหมดตั้งแต่งานยังไม่ได้เริ่มจัด และงานวันชาติสวิสที่นี่ก็เป็นสถานที่สำหรับการจุดดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ทุกปี

เวลาเปิด

นั่งรถราง สาย 9ลงที่สถานี Gurtenbahn ต่อจากนั้นต่อรถรางขึ้นไปด้านบน (มีค่าขึ้น)




Create Date : 04 ตุลาคม 2558
Last Update : 4 ตุลาคม 2558 11:46:37 น.
Counter : 426 Pageviews.

0 comment
1  2  

BlogGang Popular Award#13



สมาชิกหมายเลข 2696677
Location :
Bern  Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชื่อ นิลวดี เอ็กเกอร์ คร่า ชอบท่องเที่ยวด้วยตัวเอง เนื่องจากเราเที่ยวไม่ค่อยเหมือนใคร ลุยบ้างแล้วแต่โอกาส เคยเป็นหัวหน้าทัวร์ประมาณ 5 ปี โดยเ้ส้นทางที่ทำทัวร์ เขมร เวียดนาม ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ ปักกิ่ง มองโกเลีย รัสเซีย ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ 100% จุดนี้ทำให้ได้พบรักกับสามีชาวสวิส ก่อนมาเปิดบริษัททัวร์ในประเทศไทย 2 ปี ตอนนี้เพื่อนทำต่อ เพราะเราแต่งมาอยู่ที่สวิสแล้ว

สวิสเป็นเมืองในฝันของใครหลายๆ คน หากใครต้องการข้อมูล หรือรายละเอียด คำแนะนำ สามารถเขียนมาถามกันได้นะคะ ยินดีให้คำแนะนำคร่าาา