โฮมสเตย์ กรุงเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์




โฮมสเตย์ ณ มลรัฐเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์

ประเทศสวิสถือเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่หลายๆ คนต้องการที่จะมาสัมผัส ดังนั้นนินเลยอยากเสนอโฮมสเตย์ให้เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเfดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศในฝันแห่งนี้นินขอเสนอห้องพักสำหรับเพื่อนๆ ที่เน้นการเดินทางท่องเที่ยวเองแบบอิสระ 2 ท่านหรือครอบครัวเล็กๆ ไม่เกิน 2 ท่าน และเด็กที่สามารถนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่ได้อีก 1ท่านคะ ห้องพัก ซึ่งห้องพักที่ทางนินได้จัดไว้ 

ราคาห้องพัก

พักเดี่ยว คิดท่านละ 70 ฟรังซ์ต่อวัน หรือ

พัก 2 ท่าน คิดท่านละ 65 ฟรังซ์ต่อวัน ต่อคน**

หมายเหตุ กรณีมาเป็นครอบครัว 3 ท่าน **เด็กอายุต่ำกว่า12 ปี ไม่คิดเพิ่มคะ แต่ทางเราไม่มีเตียงเสริมให้บริการนะคะดังนั้นน้องจะนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่นะคะ**

บรรยากาศของที่พัก

ห้องนอน

ห้องนั่งเล่นและห้องอาหาร

ห้องครัว

ห้องอาบน้ำ1 ห้องและห้องส้วมแยก 1 ห้อง (ใช้รวมกับเราคะ)


ข้อดีของโฮมสเตย์


1. ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองสามารถเดินทางด้วยรถประจำทางที่ให้บริการทุกๆ5-10 นาที ที่มีให้บริการเริ่มตั้งแต่ 5.30 น.-00.30 น. และใช้เวลาเดินทางเข้าเมืองเพียง 20 นาทีเท่านั้นก็ถึงใจกลางเมืองเบิร์นแล้วทำให้สามารถที่จะเดินเที่ยวชมเมืองเก่าเบิร์นได้เมื่อกลับจากท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางกลับมายังที่พัก หรือเดินทางด้วยรถไฟ ที่ห่างจากที่พักเพียง 1 สถานีเท่านั้น คือสถานี Ostermundigenด้วยรถไฟ สาย S1 แลเ S2 ซึ่งออกทุกๆ 30 นาที S1 สามารถนั่งตรงไปยังเมืองThun และFreiburg, etc.

2. โฮมสเตย์ของเราตั้งอยู่ไม่ห่างจากร้านสะดวกซื้อ ด้วยการเดินเพียง 5-10นาทีเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Denner,Migros, Aldi, Müller, Coop, etc. ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะหาของกินไม่ได้แต่อย่างไรก็ดี ร้านค้าต่างๆ ในสวิตเซอร์แลนด์จะเปิดไม่ดึกมาก ส่วนใหญ่จะปิดประมาณ6-7 โมงเย็น

3. ทำโดยคนไทยดังนั้นทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องภาษาในการติดต่อสื่อสารกรณีต้องการทำอาหารทานเองก็สามารถที่จะซื้อของมาทำทานเองได้คะ

ข้อดีของการใช้เมืองเบิร์นเป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยว

เป็นเมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นตรงกลางของสวิสดังนั้นระบบขนส่งสาธารณะมีความสะดวก และรวดเร็ว และในช่วงเวลาที่ท่านกลับมาสามารถที่จะเดินเล่นถ่ายรูปก่อนกลับมาที่พักได้

อยู่ตรงจุดศูนย์กลางทำให้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญใช้เวลาไม่นาน
* Interlaken 1 ชั่วโมง
* Luzern 1 ชั่วโมง
* Zürich 1 ชั่วโมง
* Basel 1 ชั่วโมง
* Fribourg 30 นาที
* Neuchatel 56 นาที
* Thun 30 นาที
* Lausanne 1.10 ชั่วโมง
* Geneva 2 ชั่วโมง
* Montreux 1.45 ชั่วโมง
* Zermatt 2.15 ชั่วโมง
* Domodossola 1.45 ชั่วโมง

จากรายละเอียดข้างต้นการใช้เมืองเบิร์นเป็นศูนย์กลางและเป็นที่พักสำหรับการมาท่องเที่ยวที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยทีเดียวสำหรับเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม

หากสนใจสามารถติดต่อได้ทางอีเมล์ nin_yui@yahoo.com  หรือ line id :nilvadee.egger




Create Date : 03 เมษายน 2560
Last Update : 3 เมษายน 2560 2:33:39 น.
Counter : 221 Pageviews.

0 comment
ระบบประชาธิปไตยในสวิตเซอร์แลนด์ และการเลือกตั้ง

ระบบประชาธิปไตยในสวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์มีการปกครองระบบประชาธิปไตย ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส 9 ปี ใน ค.ศ.1798 โดยกองทัพฝรั่งเศสได้ส่งกองกำลังเข้ามาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ส่งผลให้สหพันธรัฐเก่าได้ล่มสลายและได้มีการก่อตั้งรัฐบาลขึ้นภายใต้การปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย โดยใช้ระบบประชาธิปไตยในสวิตเซอร์แลนด์ได้ใช้ระบอบการปกครอบแบบประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบ แต่อย่างไรก็ดี สวิสเป็นชาติในยุโรปชาติหลังๆ ที่อนุญาติให้ผู้หญิงมีสิทธิ์ในการเลือกตั้งเฉกเช่นเดียวกับเพศชาย ในปี ค.ศ. 1959 มีเพียงรัฐเดียวที่ให้สิทธิ์ผู้หญิงในการออกเสียง มีการตรากฎหมายขึ้นใน ค.ศ.1980 ให้สตรีมีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชาย แต่กว่าจะเป็นที่ยอมรับทั่วประเทศก็ต้องใช้เวลากว่า 10 ปี ซึ่งสำเร็จ ในปี ค.ศ. 1990 ผู้หญิงในทุกรัฐสามารถที่จะใช้สิทธิ์ในการออกเสียงเลือกตั้งได้ครบทุกมลรัฐในสวิตเซอร์แลนด์

ระบอบประชาธิปไตยที่สวิส ถือได้ว่าเข้าใกล้แบบอุดมคติ โดยต้นแบบของประชาธิปไตยของสวิสได้มาจากสหรัฐอเมริกาและมาประยุกต์ให้เข้ากับประเทศของตนเอง ซึ่งประชาชนเป็นเจ้าของประเทศและอำนาจการปกครองโดยแท้จริง ซึ่งพลเมืองชาวสวิสจะเป็นผู้เลือกผู้แทนในทุกระดับ แบ่งตามเบตปกครองที่ตนเองอยู่ จึงทำให้พลเมืองสวิสรู้หน้าที่ในการเลือกตั้งของตนเองดี ซึ่งไม่มีการซื้อเสียง การลงคะแนนเสียง การปกครองแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

1.    ระดับเมือง (Municipality) จะมีอำนาจในการออกกฎหมายและตัดสินใจในระดับเมือง



2.    ระดับมลรัฐ (Cantons) มีอำนาจในการออกกฎหมายและตัดสินใจในระดับมลรัฐ



3.    สหพันธรัฐ (Confederation) คือการปกครองระดับประเทศ ซึ่งจะมีฝ่ายบริหาร 7 ท่าน เป็นรัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆ แต่ละท่านจะผลัดเปลี่ยนกันเป็นประธานาธิบดีของประเทศ ผู้ที่ทำหน้าที่ตรงนี้ได้มาจากการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมโดยสภา Ständerat และ Nationalrat ได้แก่

-    Ständerat (Council of States) ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในมลรัฐ แต่ละมลรัฐมีสมาชิกได้ 2 ท่าน ยกเว้นบางมลรัฐที่มีเพียง 1 ท่าน แต่จะมาจากทุกมลรัฐ สมาชิกที่ได้รับการคัดเลือกทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 46 ท่าน และมีวาระ 4 ปี โดยการเลือกประธานของฝ่ายนี้จะเลือกจากสมาชิกที่มีวัยวุฒิมากที่สุดและทำหน้าที่ 1 ปี ปีต่อไปจะสลับให้สมาชิกที่มีวัยวุฒิมากที่สุดคนต่อมาได้มีโอกาสเป็น

-    Nationalrat (National Council) ได้จากการเลือกตั้งของพลเมืองโดยตรงแบ่งตามโควต้าของประชาชน ซึ่งมีสมาชิกทั้งสิ้น 200 ท่าน และมีวาระ 4 ปี หน้าที่หลักของสหพันธรัฐ คือการปกครองภาพใหญ่ๆ ของประเทศ  
** Nationalrat และ Ständerat มีอำนาจเท่าเทียมกัน โดยไม่มีฝ่ายใดมีอำนาจเหนือกัน วิธีการนี้ใช้เพื่อคานอำนาจของรัฐบาล โดยทั้งสองสภาจะทำงานร่วมกัน ซึ่งสมาชิกของทั้งสองสภาจะทำงานประมาณ 60% ส่วนที่เหลือจะไปทำงานของตัวเองซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐสภา
อย่างไรก็ดีระบบการปกครองของสวิสก็เน้นรูปแบบ Check and Balance เพื่อดูว่าไม่มีนักการเมืองท่านใดมีอำนาจเหนือกันหรือใช้อำนาจในทางมิชอบ ทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งในระดับหัวหน้าจะมีการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปในแต่ละปี อีกทั้งความเชื่อที่ว่าการปกครองในแต่ละมลรัฐควรจะออกแบบให้เหมาะสมกับพลเมืองของมลรัฐนั้นๆ โดยประชาชนเชื่อว่า มลรัฐแต่ละมลรัฐมีความไม่เหมือนกัน ด้านอาชีพ การศึกษา ภูมิประเทศ อุตสาหกรรมหลักในเขตนั้นๆ รายได้ของประชาชน ภาษาและวัฒนธรรม ดังนั้นการเลือกใช้กฎหมายฉบับเดียวกันปกครองทั้งประเทศจะไม่สามารถที่จะตอบสนองความเป็นจริงของพลเมืองในมลรัฐที่แตกต่างกันได้ จึงทำให้ระบบการปกครองระดับมลรัฐและระดับเมืองเข้ามีบทบาทอย่างมาก ในการออกแบบกฎหมายปลีกย่อย ซึ่งการปกครองนี้ทางสหพันธรัฐจะไม่สามารถเข้ามาตัดสินใจได้เป็นอำนาจของนายกเทศมนตรีและหัวหน้าเมืองในเขตนั้น



ระบอบประชาธิปไตยที่สวิส ถือได้ว่าเข้าใกล้แบบอุดมคติ โดยต้นแบบของประชาธิปไตยของสวิสได้มาจากสหรัฐอเมริกาและมาประยุกต์ให้เข้ากับประเทศของตนเอง ซึ่งประชาชนเป็นเจ้าของประเทศและอำนาจการปกครองโดยแท้จริง ซึ่งพลเมืองชาวสวิสจะเป็นผู้เลือกผู้แทนในทุกระดับ แบ่งตามเบตปกครองที่ตนเองอยู่ จึงทำให้พลเมืองสวิสรู้หน้าที่ในการเลือกตั้งของตนเองดี ซึ่งไม่มีการซื้อเสียง การลงคะแนนเสียง การปกครองแบ่งออกเป็น 3 ระดับ


                                                         -----------------------------------------------------------------------------

ในปีนี้ ก็มีการเลือกตั้งประจำชาติสวิส ขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับนินพอควรเลย ทางรัฐบาลมีการเปิดเสรีให้กับพลเมืองที่จะเลือกตั้งได้ 2 วิธี คือ
1.  การไปลงคะแนนยังคูหาที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้ แบบทั่ว ๆ ไป และ
2. ลงคะแนนเสียงทางจดหมาย ซึ่งรัฐบาลจะส่งจดหมายมายังที่อยู่ของพลเมือง ในจดหมายจะให้รายละเอียดของผู้สมัครแต่ละท่าน รวมทั้งนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง และแบบฟอร์มการเลือกผู้แทน พร้อมจดหมายจ่าหน้าซองส่งกลับ ซึ่งจะมีการส่งก่อนการเลือกตั้งประมาณ 1-2 อาทิตย์





เอกสารประกอบการเลือก ทั้ง Ständerat และ Nationalrat





ผู้สมัครชิงตำแหน่งรวมถึงนโยบาย ทั้ง Ständerat  และ Nationalrat





หากไม่แน่ใจสามารถที่จะเข้าเว็ปไซต์เพื่อทำการสำรวจความต้องการว่าพรรคใด เข้ากับความต้องการของเรามากที่สุด โดยมีหัวข้อหลักๆ ให้เลือก หากเราไม่เข้าใจคำถาม ก็จะมีรายละเอียดอธิบายให้ทราบถึงข้อดีและข้อเสียของแต่ละนโยบาล เราก็ทำการกรอกข้อมูลให้ครบ

เว็ปไซต์ที่สามารถที่จะเข้าไปดูรายละเอียดผู้สมัคร



หัวข้อหลักๆ ที่พลเมืองใส่ใจ ก็มีการทำลิสมาโดยรัฐบาล



รายละเอียด้านในของแต่ละหัวข้อหลัก ๆ



หากไม่เข้าใจคำถามก็สามารถที่จะดูคำอธิบาย ทั้งด้านข้อดีและข้อเสีย



ทางเว็ปไซต์ก็จะทำการวิเคราะห์ข้อมูล และแสดงผลออกมาเป็นแบบตัวเลข



แผนภาพ 3 มิติ เพื่อว่า ผู้สมัครแต่ละท่าน ใกล้เคียงกับความต้องการเรามากน้อยแค่ไหน



แต่เราจะเลือกหรือไม่ก็ได้ เป็นเพียงข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ

--------------------------

อีกอย่างที่นินฟังจากคนสวิสและค่อนข้างประทับใจ

1. ผู้ที่ทำหน้าที่บริหารไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหนๆ ก็ยังนั่งรถประจำทาง หรือรถไฟ ไปทำงานตามปรกติ และพลเมืองสามารถที่จะเข้าไปคุยด้วยโดยตรง โดยไม่มีการ์ดรอบตัว
2. การที่จะเชิญผู้ที่ทำหน้าที่บริหารไปรับประทานอาหาร โดยหวังจะได้รับความสิเน่หาจากโปรเจ๊คที่จะได้รับการสนับสนุน ก็จะถูกตรวจสอบโดยภาครัฐ
3. ผู้บริหารทุกท่าน ยังต้องทำงานและเสียภาษีเท่ากับคนทั่วไปที่ทำงานตามเขตและภิมิภาคที่ตนอยู่ โดยไม่มีรับอภิสิทธ์เหนือพลเมืองคนอื่นๆ
4. พลเมืองรับรู้หน้าที่ในการเลือกตั้ง สังเกตได้จากจำนวนผู้ที่ใช้สิทธิเลือกตั้งของประเทศนี้มีมากกว่า 70% ของประชากรในประเทศ และทุกคนเลือกผู้แทนด้วยความสมัครใจ แถมการเลือกตั้งก็ยังตามความสะดวก ว่าพลเมืองจะไปที่เคาเตอร์เลือกตั้งหรือเลือกผ่านจดหมาย ที่ส่งมาที่บ้าน ซึ่งแสดงถึงความซื่อตรงของพลเมืองในประเทศ

ทำให้นินเห็นความแตกต่างพอสมควรระหว่างประชาธิปไตยที่เปิดโอกาสให้พลเมืองได้ทำการเลือกผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่โดยเสรี นินหวังว่าจะได้เห็นการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยแบบนี้ ที่พลเมืองไทย รู้สิทธิและหน้าที่ในการที่จะแสดงเสียงจริงในการเลือกนักการเมืองที่ดีและมีความสามารถจริงเข้ามาบริหารประเทศ และพร้อมที่จะนำประเทศเดินหน้าไปอย่างจริงใจ




Create Date : 17 ธันวาคม 2558
Last Update : 17 ธันวาคม 2558 16:11:28 น.
Counter : 1445 Pageviews.

0 comment
เที่ยวอิตาลี ณ ตลาด Domodossola

วันนี้พาไปดูตลาดนัดเพื่อนบ้านทางใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คือ ประเทศอิตาลี ตลาดนี้เป็นตลาดชายแดนที่คนสวิตที่มีที่ตั้งถิ่นฐานไม่ไกลมักที่พาลูกหลานจะเข้ามาซื้อของ ทานอาหาร เนื่องจาค่าครองชีพเมื่อเปรียบเทียบกับสวิสแล้วถือว่า ถูกกว่ามาก ถ้าเทียบที่นี่ก็คงไม่ต่างอะไรกับตลาดนัดบ้านเรา มีของกิน ของใช้ ต่างๆ มาวางขาย ให้ได้เดินดูแบบเพลินตากัน ว่างๆ ก็ไปนั่งจิ๊บกาแฟในเมือง ชมผู้คนจับจ่ายใช้สอยกัน ก็สนุกดี เห็นสีสัน ความมีชีวิตชีวาของผู้คน

คนเยอะมากๆๆๆ





ของที่มีขายในตลาดก็มีเยอะแยะไปหมดเลย





สำหรับเราพลาดไม่ได้เลยร้านนี้ เห็นแล้วแตะตา ยอมไปรอต่อคิวแม้จะต้องฝ่าฟันกับลูกค้าคนอื่นๆ 555



ระหว่างทางก็จะมีตรอกเล็กตรอกน้อยให้เราเดินหลงเล่น



จนพาเราไปถึงใจกลางเมือง หรือ old town ก็จะมีตลาดและที่นั่งจิบกาแฟสำหรับคนที่เดินสำรวจมาทั้งวัน



ตลาดนี้จัดทุกๆ วันเสาร์ เปิดตั้งแต่เช้า
การเดินทางสามารถที่จะนั่งรถไฟมาที่สถานีนี้ได้ Domodossola (คนที่ซื้อ Swiss Travel Pass ก็สามารถที่จะใช้เพื่อเดินทางมาที่ตลาดนี้ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด)




Create Date : 17 ธันวาคม 2558
Last Update : 17 ธันวาคม 2558 16:10:22 น.
Counter : 432 Pageviews.

0 comment
เที่ยวลัดเลาะไปยัง Griesalp
Griesalp (กรีซอลป์)

         เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1400 เมตร ที่เป็นที่นิยมมากแห่งหนึ่งของคนสวิส เสมือนหนึ่งเข้าไปในดินแดนพิศวงก็ว่าได้ เนื่องจากเวลาเราเดินทางเข้าไปที่นี่แล้วจะได้สัมผัสการการก่อสร้างทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง ผสมผสานกับความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ดื่มด่ำกับอากาศบริสุทธิ์ การเดินทางขึ้นไปยังสถานที่นี้ ให้เดินทางด้วยรถไฟ ไปลงยังสถานี Rheichenbach i k .ด้วยรถไฟ BLS หลังจากนั้น ใช้บริการจาก Post Auto (รถประจำทางชนิดหนึ่ง) ซึ่งจอดรอคอยนักท่องเที่ยวที่สถานีรถไฟแห่งนี้ เส้นทางขึ้นไปยัง Griesalp นี้ถือได้ว่าเป็นเส้นทางที่มีความลาดชันที่มากที่สุดในยุโรป จึงได้มีการออกกฎพิเศษการขับรถบนเส้นทางนี้ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับรถประจำทางเป็นหลัก หากรถคันนี้ที่ให้สัญญาณว่าจะขึ้นไป รถที่ขับผ่านมาจะต้องให้ทางรถนี้ก่อน



จุดเริ่มต้นของการเดินทางก็จะพบกับทะเลสาบขนาดเล็กๆ ทะเลสาบ Tschingel จากข้อมูลที่คนขับรถบอก ทะเลสาบแห่งนี้ที่เกิดขึ้นการพายุไต้ฝุ่น เข้ามาในบริเวณนี้จนทำให้เกิดเป็นทะเลสาบเล็กๆ แห่งนี้



ซึ่งน้ำตกที่นี่น้ำจะเป็นสีขาวขุ่นเหมือนน้ำนม ซึ่งเป็นน้ำที่ไหลลงมาจากหุบเขา และยังไม่ผ่านการชะล้างจากธรรมชาติ  



กิจกรรมที่คนสวิสชอบมา และมักเดินทางเข้ามาในช่วงหน้าร้อน คือการเดินสำรวจธรรมชาติ ซึ่งมีเส้นทางต่างๆ ให้เลือกมากมาย มีทั้งแบบง่ายไปเวลา 1 ชั่วโมง จนถึงใช้เวลาเดือนเป็นวัน ซึ่งเส้นทางที่เป็นที่นิยม คือเส้นทางที่เดินไปยังทะเลสาบ Oeschinen ซึ่งใช้เวลาเดินถึง 7 ชั่วโมง



ซึ่งในการเดินทางนั้นจะมีสัญลักษณ์และป้ายบอกเป็นระยะๆ ถ้าเห็นสัญลักษณ์แสดงท้ายสถานที่ สีเหลืองแสดงว่า เป็นเส้นทางเดินแบบง่าย ส่วนสีแดงสลับขาว บ่งบอกว่าเป็นทางเดินป่าแบบยาก





ซึ่งก็จะมีการป้ายสีให้เห็นเป็นระยะๆ ซึ่งทำให้การผจญภัยนั้น เป็นเรื่องง่ายเลยทีเดียว



ระหว่างทางก็จะพบกับภาพทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยป่าและหุบเขา







       ที่นี่ก็จะมีหมู่บ้านชุมชนเล็กๆ กระจัดกระจายไปตามหุบเขา มีอาชีพผลิตนมและชีสแบบภูเขา หรือเรียกว่า Alpkase ซึ่งในแต่ละปีจะผลิตได้ไม่มาก ระยะเวลาการบ่มชีสมากที่สุดถึง 3 ปี









หากใครมีเวลาเหลือๆ ก็สามารถที่จะแวะเวียนไปผจญภัย ณ ที่แห่งนี้นะคะ

หากเพื่อนๆ ชอบและต้องการติดตาม ก็สามารถเข้ามาคลิกไลค์ และติดตามให้กำลังใจผู้เขียนกระทู้ ด้านล่างได้เลยนะคะ เวลานินไปเที่ยวที่ไหนก็จะโพสให้ข้อมูล เพื่อต้องการแชร์ข้อมูลการท่องเที่ยวไปด้อยนะคะ เผื่ออาจจะเป็นเส้นทางที่เพื่อนๆ สนใจ ยังมีอีกหลายที่ที่นินไปและยังลงไม่ครบอีกเพียบเลย  หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่สวิส ก็ยินดีตอบเสมอนะคะ

https://www.facebook.com/Swiss-Travel-Nilvadee-Egger-1525046174401198/?ref=aymt_homepage_panel





Create Date : 01 ธันวาคม 2558
Last Update : 18 ธันวาคม 2558 17:06:59 น.
Counter : 493 Pageviews.

0 comment
น้ำตกอันทรงพลัง Rheinfalls สวิตเซอร์แลนด์
ถ้าจะกล่าวถึงแม่น้ำอันทรงพลังในสวิต ก็คงเป็น น้ำตกไรน์ แห่งนี้ แม่น้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองเล็กๆ ทางเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ ชื่อว่า High Rhine มีขนาดกว้าง 150 เมตร และสูง 23 เมตร ถือว่าเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและมีความทรงพลังมาก ในหน้าหนาว มีอัตราเร็ว 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่หน้าร้อน จะมีความแรงถึง 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงได้มีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำจากพลังงานที่เหลือเฟือเหล่านี้



ถ้าเดินเข้าไปใกล้ๆ น้ำตกนี้ก็คงได้สัมผัสกับละอองน้ำอยู่ตลอดเวลา ถ้ายืนนานๆ ก็มีสิทธิ์เปียกกันได้เลยทีเดียว





กิจกรรมที่สามารถทำได้ที่นี่ก็มี นั่งเรือไปยังในกลางน้ำตก และขึ้นไปยลกับพลังของน้ำตกอย่างใกล้ชิด



สามารถข้ามฝั่งไปด้วยเรือ (มีค่าเรือ) ไปอีกฝั่งเดินเล่นยังสวนย่อมเล็กๆ หรือจะเก็บภาพน้ำตก





นั่งรถไฟชมสถานที่รอบๆ ก็ไม่ว่ากัน



หรือจะนั่งทานอาหาร ดื่มดำไปกับบรรยากาศของน้ำตกแห่งนี้ก็เก๋ไปอีกแบบ



บริเวณรอบๆ จะมีปราสาท Laufen ซึ่งเพื่อนๆ สามารถที่จะเข้าไปเยื่ยมชมได้ หากมีเวลาเหลือ



และสามารถไปเดินเล่นยังเมืองใกล้ๆ ก็เพลินดีนะคะ พอดีไม่ได้เก็บภาพมา

การเดินทางไปที่นี่ ก็สามารถนั่งรถไฟ ไปลงที่สถานี Schloss Laufen am Rheinfall ต่อจากนั้นก็เดินเท้าไปอีกไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงแล้วค่า



Create Date : 20 ตุลาคม 2558
Last Update : 17 ธันวาคม 2558 14:58:02 น.
Counter : 315 Pageviews.

0 comment
1  2  

สมาชิกหมายเลข 2696677
Location :
Bern  Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชื่อ นิลวดี เอ็กเกอร์ คร่า ชอบท่องเที่ยวด้วยตัวเอง เนื่องจากเราเที่ยวไม่ค่อยเหมือนใคร ลุยบ้างแล้วแต่โอกาส เคยเป็นหัวหน้าทัวร์ประมาณ 5 ปี โดยเ้ส้นทางที่ทำทัวร์ เขมร เวียดนาม ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ ปักกิ่ง มองโกเลีย รัสเซีย ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ 100% จุดนี้ทำให้ได้พบรักกับสามีชาวสวิส ก่อนมาเปิดบริษัททัวร์ในประเทศไทย 2 ปี ตอนนี้เพื่อนทำต่อ เพราะเราแต่งมาอยู่ที่สวิสแล้ว

สวิสเป็นเมืองในฝันของใครหลายๆ คน หากใครต้องการข้อมูล หรือรายละเอียด คำแนะนำ สามารถเขียนมาถามกันได้นะคะ ยินดีให้คำแนะนำคร่าาา