Group Blog
 
All blogs
 

ต้นเดือนหน้าจะไปแอ่วพืชสวนโลก-ปาย-แม่ฮ่องสอนเจ้า

ช่วงนี้กระแสพืชสวนกำลังมาแรง ต้นเดือนหน้าต้องไปเยือนซะหน่อยค่ะ ไหนๆไปแล้วทั้งทีก็เลยต้องต่อค่ะ

เมื่อสองปีก่อนเคยไปปาย ประทับใจสุดๆ เลยจะกลับไปอีกครั้งค่ะ

Photobucket - Video and Image Hosting

อากาศดีสุดๆ บรรยากาศ chill มั่กๆ

Photobucket - Video and Image Hosting

คราวนี้ไปจะเลยไปปางอุ๋งแล้วต่อด้วยแม่ฮ่องสอนด้วย จะเที่ยวแบบวงกลม ตั้แต่เชียงใหม่-ปาย-ปางอุ๋ง-แม่ฮ่องสอน แล้วถึงจะกลับมาเชียงใหม่อีกรอบ เอาให้อิ่มเลยค่ะ แล้วจะถ่ายรูปมาโชว์
Photobucket - Video and Image Hosting




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2549 17:09:16 น.
Counter : 460 Pageviews.  

ตะลุย..ฮ่องกง ถึงถิ่นกิน เที่ยว ช๊อป

ยะโฮ่...คราวนี้ sugar ไปที่ยวฮ่องกงมาค่ะ!!!

จริงๆแล้วที่บ้านเค้าตั้งใจจะไปงานหนังสือกัน เราเลยได้โอกาสติดสอยห้อยตามไปแบบฟรีๆด้วย ช๊อปซะเต็มเหนี่ยวเลย เสียดายเวลาน้อยไปนิด


เครื่องออกตอนแปดโมงเช้าค่ะ ทะยานสู่ฮ่องกงเลย
Photobucket - Video and Image Hosting

ไปถึงก็เที่ยงกว่าแล้ว กว่าจะเข้าโรงแรมเก็บข้าวของเรียบร้อยก็เกือบบ่ายสาม ตรงรี่ไปงานหนังสือกันเลยค่ะ ตั้งใจว่าดูๆงานให้เสร็จๆไป แล้วเวลาที่เหลือจะได้เที่ยวให้หนำ


ใช้บริการรถใต้ดินฮ่องกงค่ะ ไปลงที่สถานี Wanchai แล้วเดินต่อไปที่ Exhibition Center ไกลลลมากกกกกก.....ขนาดขาดีๆนะคะเนี่ย คุณแม่สิ ขาไม่ค่อยดี แฮ่กเลยค่ะ แถมกว่าจะได้เข้างาน สรุปแล้วหมดแรงค่ะ แต่งานหนังสือเค้าคนเยอะมากจริงๆ ขนาดเสียค่าเข้าตกคนละ 100 บาท คนยังเข้าคิวกันซื้อตั๋ว วันนึงคนคงเข้าหลายแสนคนเลยล่ะค่ะ แถมวันเสาร์งานเปิดถึงตีสองอีก!!

เนื่องจากเหนื่อยมากแล้ว เลยเดินเฉพาะในห้องเด็กอย่างเดียวค่ะ แต่แค่โซนเดียวของเค้าก็ใหญ่พอๆกะงานหนังสือบ้านเราแล้วค่ะ
Photobucket - Video and Image Hosting
หันไปทางไหนก็มีแต่คน



ออกจากงานก็ตรงกลับโรงแรมกันเลยแต่ละคนก็ขาลากไปตามๆกัน เหนื่อยสุดๆ ไปหาของกินเอาดาบหน้าแล้ว เนื่องจากไปกัน 6 คนเลยต้องแบ่งกรุ๊ปกลับค่ะ นัดเจอกันที่โรงแรม Eaton อยู่บนถนน Nathan แหล่งช๊อปอันคุ้นเคยของคนไทย

ไปลงเอยที่ร้านข้าวต้ม ในซอกฝั่งตรงข้างโรงแรมค่ะ คนฮ่องกงกินกันเยอะมากกกกกกกกกก สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ได้แต่จิ้มๆเอากับข้าวที่เค้าทำไว้แล้ว เห็นคนอื่นกินแล้วอิจฉ๊า...อิจฉา แต่ก็อร่อยค่ะ ราคาแพงกว่าบ้านเรานิดหน่อยเท่านั้น กินกัน 6 คนหมดไปพันกว่าบาท ถ้าบ้านเราน่าจะประมาณหกร้อย


หลังจากนั้นเราทุกคนก็ตกลงโปรแกรมเที่ยวของวันรุ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา...เราตัดใจเลยว่า ไม่ไปแล้วดิสนีย์แลนด์น่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวไม่ได้เที่ยวที่อื่น ต่อให้ช๊อปคนเดียวก็ยอม!! กลายเป็นว่าไม่มีใครไปดิสนีย์ตามแผนเลยแฮะ

เช้ามาก็รีบเลยค่ะ ไปกินโจ๊กเป๋าฮื้อที่ร้านข้างโรงแรม Majestic ร้านนี้เค้าดังมากนะคะ มีเมนูภาษาไทยด้วย คนไทยกินเยอะมากๆๆๆๆๆ เราสั่งโจ๊กเป๋าฮื้อ ชามละ 95 เหรียญ (มาเที่ยวทั้งทีต้องกินให้คุ้ม) อร่อยมากเลย แล้วก็ได้แอบชิมโจ๊กหมู นี่ก็อร่อยค่ะ หมูเยอะมาก เป็นหมูสับปั้นเป็นก้อนกลมประมาณหัวแม่มือ เต็มชามเลยค่ะ กินไปกินมานึกว่าบัวลอย..หมูเยอะจิงๆ แล้วเค้าจะแถมปาท่องโก๋ให้กินกับโจ๊กด้วยนะคะ แต่ปาที่นี่กินเปล่าๆไม่ได้เรื่องเลยค่ะ แต่พอกินกับโจ๊กแล้วอร่อยมาก นอกจากนั้นก็กินแมงกะพรุนคลุกน้ำมันงา กรุบกรอบ อร่อยสุดๆ อร่อยกว่าโต๊ะจีนบ้านเราเยอะเลย

อิ่มแปล้กันแล้วก็เดินทางไปช๊อป เราไปที่ Causeway Bay ค่ะ เพราะเคยไปจิมซาจุ่ยแล้วไม่ประทับใจเท่าไหร่แลยว่าจะไปต่อตอนบ่ายๆ

ตระการตามากเลยค่ะที่นี่ พอขึ้นจากรถใต้ดินก็เริ่มเลยค่ะ แยกกันช๊อปให้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้น แบ่งกันสำรวจค่ะเราเริ่มจากร้าน Swarovski ก่อนเลย เราได้สร้อยมากเส้นนึงสี่พันกว่าบาท ไม่รู้เมืองไทยเท่าไหร่ แต่น่าจะถูกกว่าแล้วก็ถูกใจด้วย ข้างๆกันเป็น Shopping mall ค่ะ ชื่อ Fashion island หรือไงเนี่ยแหละค่ะ ของเยอะมากๆๆๆๆ เราโฉบเข้าไปแป๊บเดียว เห็น Benetton ลด 50% ไปโฉบเอากระเป๋าตังมาหนึ่งไปในราคาพันกว่าๆ เริ่มมันมือซะแล้วสิ...แต่ดันหมดเวลาพอดีเลยต้องไปตามนัด ที่ห้าง island...นั่น เลยได้แต่เฝ้าฝันถึงครั้งต่อไปนะจ๊ะ
พอพบกันหมดก็คุยกันว่าใครไปเจออะไรมา ลงท้ายก็เลยพากันไปช๊อปที่ Giordano, Bossini, G2000 ใครไปช๊อปฮ่องกงไป Causeway Bay นี่ได้ครบเลยค่ะ กระชากใจมากๆ จากนั้นก็ไปต่อกันที่โซโก้ ที่กำลัง sale ทั้งห้างอยู่ เราได้รองเท้าผ้าใบ Puma รุ่นใหม่กิ๊กมาอีกคู่ในราคาสามพันกว่าๆ เดินอยู่โซโก้จนเย็น กลับไปส่งแม่พักที่โรงแรมก่อนค่ะ ก็แม่นะแม่ดันซื้อผลไม้ทั้งลูกพลับ ลูกไหน มาตั้งหลายโล ถือกันจนแขนจะห้อยอยู่และ เลยต้องพักยกค่ะ


มีเวลาว่างหนึ่งชั่วโมงก่อนอาหารเย็น พอทิ้งแม่ไว้ที่โรงแรมแล้วก็ไปจิมซาจุ่ยเลยค่ะ เดินซะทั่วไม่ได้อะไรเลย แต่แถวจิมซาจุ่ยร้านขายเครื่องสำอางถูกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆแยะมาก ถูกมากๆด้วยค่ะ แต่ว่าเราเพิ่งซื้อมา เลยไม่เอาดีกว่า แต่ก็ไปหาเป้าหมายหลักอีกอันนึง เพื่อนฝากมาซื้อเลนส์กล้องค่ะ ก็ได้คำแนะนำจากเพื่อนๆในเว็บพันธ์ทิพย์นี่แหละ ร้าน Tin Cheung อยู่ติดกับ 7-11 ทางลงรถใต้ดินเลยค่ะ ราคาถูกกว่าร้านข้างโรงแรมตั้งร้อยเหรียญ แต่รูดบัตรชาร์จ 2% ยอมค่ะ ได้เลนส์แคนนอน 1 อันและกริปอีก 1 อัน เสร็จก็ตรงกลับโรงแรมค่ะ

วันนี้ยังช๊อปกันไม่พอ รีบพาแม่ไปต่อ Mongkok ตะลุย Lady market ได้กระเป๋าถือมา 1 ใบ ในราคา 360 เหรียญ สวยถูกใจหนังนิ่มด้วยแต่ที่เจ็บใจมากๆๆๆๆๆคือพอรองไปต่ออีกร้านนึงเค้าลดให้เหลือสองร้อย !!!!!! ถูกกว่ากันตั้งเกือบพัน เลยบังคับให้พี่สาวไปซื้อมาอีกใบ
ช๊อปกันเสร็จหาข้าวกินก็แยกย้ายกันค่ะ แม่ก็กลับโรงแรมไป เราไปต่อที่ men street หน้าตาเหมือนคลองถมบ้านเราเลยค่ะ ของก็ไม่มีอะไร ร้อนด้วย แต่ก็เดินจนทั่ว แล้วก็กลับโรงแรม แพ๊คของเตรียมโกโฮมในวันรุ่งขึ้น


เนื่องจากรถสนามบินจะมารับบ่ายโมง เลยได้แต่ช๊อปอยู่แถวนั้น วางแผนจะกินติ่มซำมื้อสายกันเต็มที่ เห็นมีป้ายโฆษณาที่ใต้ตึกใหญ่ ก็พากันกดลิฟท์ขึ้นไปเลยค่ะ ประตูลิฟต์เปิดมานี่อยู่ในร้านอาหารเลยนะคะ กลางร้านเลย พนง.ก็พาไปที่โต๊ะ เสร็จแล้วก็ทิ้งเมนูไว้ให้เราจดเอง เมนูภาษาจีนอ่ะค่ะ อ่านไม่ออกเลย รูปก็มีอยู่แค่สองสามอย่าง กว่าจะเรียกพนง.มาได้รอนานนนนนสุดดดดด ก็เลยได้กินแค่ฮะเก๋ากับก๋วยเตี๋ยวหลอด อย่างอื่นที่สั่งไม่เห็นมาเสิร์ฟ แต่ก็อร่อยมากค่ะ พอจะจ่ายตังต้องเอาบิลไปจ่ายหน้าร้าน ดันคิดตังเรามาทุกอย่างเลย อะไรมั่งก็ไม่รู้ รวมแล้วสามร้อยกว่าเหรียญ ไม่ยอมหรอก เลยลงมือเถียงกับเค้าเลยค่ะ ให้พี่สาววิ่งกลับไปเช็คเอาท์ที่โรงแรมก่อน ส่วนเราอยู่เถียงกับเค้า แบบไม่รู้เรื่องอ่ะค่ะ แต่สุดท้ายก็จ่ายไปร้อยกว่าเหรียญ ตามราคาที่ถูกต้อง จ่ายเงินเสร็จก็ใส่ตีนผีกลับโรงแรมเลย เหนื่อยสุดๆอีกแล้ว
ดีนะ...รองเท้าพูม่าคู่เก่ง เลยไม่ปวดเท้าเหมือนวันแรก >สุดท้ายก็ไปอิ่มท้องเอากับเบอร์เกอร์คิงที่สนามบินน่ะค่ะ ระหว่างทางยังแวะช๊อปอีก เราก็รอป้าที่ไปด้วยกัน เพราะป้าแกพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย แถมไม่เคยไปต่างประเทศอีก....ปรากฎว่าเรารึป้าก็ไม่รู้ล่ะ ดันช๊อปเพลินจนหลงกัน เราวิ่งหาป้าจนวิทนาทีสุดท้าย สุดท้ายจิงๆนะ ได้ขึ้นเครื่องก่อนเวลาห้านาที........


ปรากฏว่าป้ามารออยู่ในเครื่องซะแล้ว และแล้วก็ได้กลับบางกอกโดยสวัสดิภาพ ทั้งเรา ป้าและชาวคณะ






 

Create Date : 02 สิงหาคม 2549    
Last Update : 3 สิงหาคม 2549 19:39:37 น.
Counter : 159 Pageviews.  

หัวหิน...พิโรธ

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ดูโทรทัศน์ได้ข่าวว่าภาคใต้น้ำท่วมใหญ่!!!
ในใจก็เริ่มว้าวุ่นขึ้นมาทันที เฮ้ย..แล้วพรุ่งนี้เราจะไปหัวหิน!! จะเป็นไงเนี่ย หรือจะไม่ไปดีหว่า แต่ก็จองที่พักไปแล้ว...เอาเหอะวะ ไปก็ไป!!!

ระหว่างทางไปก็แวะเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวก ขับรถเข้าไปจากทางหลวงประมาณ 25 โล ไปถึงตลาดตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งได้ ตลาดน้ำเป็นอย่างนี้นี่เอง...มีผ้าบาติกที่หน้าตาเหมือนที่ขายตามริมทะเลเดี๊ยะ วางขายกันเกลื่อนไปหมด แล้วยังมีพวกของไทยแบบที่ขายแถวสีลม ถ้าใครไปแล้วไม่คิดไปล่องเรือล่ะก็ ขอบอกว่าไม่คุ้มค่ะ!! เอ๊..หรือว่าเราไปสายไป ก็เลยเดินไปถามพ่อค้าแถวนั้น "ลุง ลุง หนูมาสายไปใช่ป่ะ ตอนเช้ามีของเยอะกว่านี้ใช่มั๊ยคะ" ลุงก็ยิ้มเห็นฟันขาวพลางตอบอย่างใจดีว่า "ไม่หรอกหนู ก็หยั่งงี้แหละ แต่เค้ามาตอนเช้ากันเพราะว่าจะไปเที่ยวที่อื่นต่อ" อ่า...ประทับใจ!!?? เลยไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือชามละ 15 บาท ชามนึง กะน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ลูก ไอติมกะทิ 1 ถ้วย ก็ถือว่าคุ้ม ไปเหยียบมาแล้ว ตลาดน้ำ...

แล้วก็ออกเดินทางต่อ ถึงหัวหินประมาณบ่ายโมงครึ่งได้ ก็เข้าที่พักเลย ที่ "กบาลถมอ" รีสอร์ท (คราวนี้เที่ยวหรูแฮะ)

ห้องที่ได้เป็นห้อง seaview อยู่ติดกับสระน้ำ ประหนึ่งว่าเป็นเจ้าของสระ แล้วถัดไปอีกหน่อยก็เป็นทะเล แต่พอเดินไปถึงห้องก็แทบช๊อค!!
...โอว..พระเจ้ายอดมันจอร์จมาก....ซีวิวจริงๆ ทะเลอยู่ใกล้มาก แถมคลื่นแรงสุดๆๆๆๆๆๆๆๆ หาดหายไปทั้งหาด แถมน้ำนี่ขึ้นมาจนถึงหน้ารีสอร์ท ถ้าไปว่ายน้ำในสระตัวจะเค็มเหมือนได้เล่นน้ำทะเลด้วย คุ้มจริงๆ



เป็นประสบการณ์แปลกใหม่อีกแล้วครับท่าน




พอตกเย็นก็ออกไปหาข้าวกินกัน ด้วยความที่ไปหัวหินบ่อยมากๆ ก็เลยกินกันไปหลายร้านมากแล้ว แต่อย่างว่าอยากลองของใหม่ ก็เลยไป Let's sea กะว่าเที่ยวหรูทั้งที..ก็ต้องหรูให้ครบเซ็ท แล้วก้อโดนเข้าไปซ้า....น้ำตาซึมเยยย กินกันสามคน กับข้าวสี่อย่าง เล็กๆ ขอย้ำว่าเล็กๆ พันกว่าบาท!!! ร้านเค้า chill chill....chill จิงจิ๊ง....แลยต้องไปหาหมูปิ้งที่ตลาดกินต่อ แล้วก็กลับไปนั่งกินลมที่ห้อง...

กินลมชมจันทร์...พระจันทร์เป็นสีส้มจนเกือบแดง น่ากลัวจริงๆ แต่น้ำก็เริ่มลงแล้วเผยให้เห็นหาดทรายขาวประมาณสองเมตร!! แต่ก็มืดแล้ว แถมทะเลยังดูพิโรธขนาดนี้ ไม่มีใครกล้าลงไปเดินหรอก...นั่งดูพระจันทร์ไปเรื่อยๆ โฮ่ คืนนี้พระจันทร์มีหลายสีแฮะ เริ่มจากส้ม เปลี่ยนไปม่วง แล้วกลับเป็นเหลือง จนในที่สุดก็กลับเป็นสีนวลเหมือนปกติ...ก็เข้านอนประมาณตีหนึ่งครึ่ง..

ตื่นเช้ามาประมาณเจ็ดโมงครึ่ง..ทะเลน่ากลัวกว่าเมื่อวานซะอีก!!!!!! แต่ไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่แล้ว ลมแรงหยั่งกะพายุ มีน้ำทะเลกระเซ็นขึ้นมาเป็นระยะ ในระหว่างนั่งกินข้าว เป็นการเพิ่มบรรยากาศทะเล รู้สึกเหมือนนั่งกินข้าวในเรือ มองเห็นน้ำทะเลที่คาดว่าน่าจะลึกประมาณเอวอยู่ห่างออกไปแค่สามเมตร ได้กลิ่นอายของทะเลเต็มๆ




บรรยากาศของหัวหินยามพิโรธ ต่างจากเวลาปกติจริงๆ

ใครเลยจะคิดว่าหัวหินที่แสนสงบจะเป็นแบบนั้นไปได้

เหตุเกิดเพราะน้ำป่า..แถมมีฝายแตกอีก..ทำให้ทะเลคลื่นแรงขนาด!!!




 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2548 1:16:29 น.
Counter : 257 Pageviews.  


sweetsugar
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







Friends' blogs
[Add sweetsugar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.