คือ...ส่วนผสมของความรัก รอยยิ้ม และความสุข....ที่ทำด้วยใจ
Born To Be & Try To Be...

สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามมิให้ผู้ใดนำ "ข้อความ" และ "รูปภาพ" ไปเผยแพร่ในที่สาธารณชนโดยมิได้รับอนุญาต...

Bambie
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Enjoy every moment of life...

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Bambie's blog to your web]
Links
 

 

เค้กชาไทย ... Thai Tea Cake



ที่มาของสูตร: จาก blog ของพี่จุ๋ม แม่สลิ่ม (ขออนุญาตพี่จุ๋ม copy มายกกระบวนการเลยนะคะ /l\ แต่บีปรับตัวสูตรไปเล็กน้อย ตามวัตถุดิบที่บีมีค่ะ สำหรับท่านใดต้องการชมวิธีทำอย่างละเอียด เชิญเข้าไปเยี่ยมชมได้จาก blog พี่จุ๋ม นะคะ)

ส่วนผสมตัวเค้ก (2 ปอนด์)

แป้งเค้ก 90 กรัม
น้ำตาลทรายป่น (1) 45 กรัม (ใส่ในส่วนไข่แดง)
น้ำตาลทรายป่น (2) 45 กรัม (ใส่ในส่วนไข่ขาว)
ไข่ไก่เบอร์ 2 4 ฟอง (พี่จุ๋มใช้เบอร์ 0 3 ฟอง แต่บีใช้เบอร์ 2 แทนค่ะ)
นมสดรสจืดหรือนมข้นจืด 35 กรัม (บีใช้นมข้นจืดค่ะ)
น้ำร้อนจัด 1/2 ถ้วยตวงของเหลว สำหรับชงชา (สูตรพี่จุ๋มใช้ 1/3 ถ้วย แต่บีเพิ่มเป็น 1/2 ถ้วยค่ะ เพราะว่าผงชามันดูดน้ำซะเกลี้ยงเลย)
น้ำมันพืช 40 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

ชาไทยตรามือ 3 ช้อนโต๊ะ ชงกับน้ำร้อนจัด 1/2 ถ้วยตวงที่บอกไว้ด้านบน แล้วกรองเอาแต่น้ำชาเข้มข้น 35-40 กรัม

แป้งเค้ก ผงฟู ร่อนรวมกัน 2 ครั้ง ใส่น้ำตาลทรายป่น (1) และเกลือป่นลงไป คนให้เข้ากัน ทำหลุมตรงกลาง

แยกไข่แดงและไข่ขาวไว้คนละชาม

น้ำชาไทยเข้มข้นที่ชงไว้ รอให้เย็น ใส่ชามผสม ตามด้วยนมสด น้ำมันพืช และไข่แดง ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน พักไว้ก่อน

ไข่ขาวที่แยกไว้อีกชาม ตีด้วยสปีดกลางจนเป็นฟองหยาบ ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป ตีต่อให้ได้ฟองละเอียด ใส่น้ำตาลทรายป่น (2) ลงไปทีละ 1 ช้อน ตีต่อด้วยสปีดสูงและสลับกับใส่น้ำตาลทรายป่นจนหมด จากนั้นตีต่อจนให้ได้ Firm peak คือมากกว่าตั้งยอดอ่อน แต่ไม่ตั้งยอดแข็ง แล้วตีด้วยความเร็วต่ำเพื่อตัดฟองอากาศ 1 นาที

ส่วนของไข่แดงที่ผสมไว้เมื่อกี้ เทใส่หลุมแป้งที่รออยู่ แล้วก็ใช้ตะกร้อมือผสมส่วนของไข่แดงกับของแห้งให้เข้ากัน

แบ่งส่วนไข่ขาวมาผสมในส่วนไข่แดง แบ่ง 3-4 ส่วนก็ได้ค่ะ ตะล่อมเบามือให้เข้ากัน

รอบสุดท้ายอาจจะใช้พายยางสำรวจฟองไข่ขาวอีกรอบ เพื่อมีไข่ขาวก้อนใหญ่ ๆ หลงเหลือ เค้กจะได้ไม่มีหลุมอากาศ แล้วเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้

อบไฟ 180 องซาซี 25-30 นาที ใช้ไฟล่างอย่างเดียว แต่ 5-10 นาทีสุดท้ายเปลี่ยนเป็นไฟบนและล่าง

chiffon cake เช็คสุกโดยเอามือสัมผัสที่หน้าเค้ก แล้วผิวหน้าเค้กสปริงค์กลับมือดี ไม่ทิ้งรอยบุ๋ม จากนั้นกระแทกพิมพ์เบา ๆ 1 ที ปล่อยให้เย็นคาพิมพ์ถึงค่อยแซะออก

หน้าเค้ก

(ส่วนที่ 1)

ผงวุ้น 3/4 ช้อนชา (วิธีการตวงคือ 1/2 ช้อนชา + 1/4 ช้อนชา)
ผงชาไทยที่เหลือจากชงสำหรับทำตัวเค้กเมื่อกี้ และใส่เพิ่มไปอีก 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำร้อนจัด 1 ถ้วยตวงของเหลว
นมสด 100 กรัม (บีใช้นมข้นจืดค่ะ)
น้ำตาลทราย 100 กรัม
วิปปิ้งครีม 150 กรัม (บีใช้นมข้นจืดค่ะ)

(ส่วนที่ 2)

แป้งข้าวโพด 30 กรัม
นมข้นจืด 110 กรัม


(ส่วนที่ 3)
เนยสด (รสจืด) 100 กรัม

วิธีทำ

ต้มน้ำร้อนจัด 1 ถ้วยตวงของเหลว แล้วเอาผงชาไทยที่เหลือจากการทำตัวเค้กเมื่อกี้ใส่ชามหรือภาชนะอะไรก็ได้ ตามด้วยผงชาไทยเพิ่มไปอีก 3 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำร้อนจัดลงไป คนๆ ให้ผงชาออกสีและกลิ่นจัด ๆ กรองเหมือนกันกับตอนแรกค่ะ ชั่งให้ได้ 150 กรัม ตัวผงชาจะดูดน้ำนะคะ ไม่ต้องกลัวน้ำจะเยอะเกินไป กรองแล้วจะได้เกิน 150 กรัมไม่มาก

ใส่หม้อใบย่อม ๆ ตามด้วยส่วนผสมที่เหลือของส่วนที่ 1 นะคะ ผงวุ้น นมสด น้ำตาลทราย วิปปิ้งครีม คนรวมให้เข้ากัน

ส่วนที่ 2 นมข้นจืดและแป้งข้าวโพดใส่ถ้วยคนรวมกัน

นำหม้อชาไทยและส่วนผสมที่เราเทรวมกันไว้เมื่อกี้ตั้งไฟค่ะ ไฟกลาง ใช้ตะกร้อมือคนๆ ตลอดให้มันเดือด

ปิดเตาไปสัก 5 นาที จึงค่อยเทแป้งข้าวโพดที่ผสมกับนมข้นจืดไว้ แล้วคนให้เข้ากัน ค่อยเปิดไฟต่อ เพราะหากว่าเดือดจัดจนความร้อนในหม้อสูงมาก เทแป้งข้าวโพดที่ผสมกับนมข้นจืดลงไปเลยมันจะข้นเร็วมาก แป้งอาจเป็นก้อนและเกิดการไม่สุกได้

ลดไฟลงอ่อนแล้วเทแป้งข้าวโพดที่ผสมกับนมข้นจืดไว้ลงไป หากใส่ถ้วยคนเสียก่อน หากใส่ถุงเขย่าก่อนเทอีกครั้งค่ะ ตอนนี้ให้ใช้ไฟอ่อน คนไปเรื่อยๆ ส่วนผสมจะเริ่มข้นขึ้น ช้าหรือเร็วขึ้นกับไฟที่ใช้ แต่อย่าไฟแรงมันจะไหม้ง่ายมาก

คนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมข้นหนืด ยกตะกร้อมือขึ้นมามียางๆ ติดปลายตะกร้อ และเริ่มเห็นรอยตะกร้อมือในหม้อ ยกลงจากเตา ใส่เนยสด คนให้เนยสดละลายให้หมด

คนๆ ต่อไปเรื่อยๆ ให้ส่วนผสมเย็นลง รอยตะกร้อมือจะชัดขึ้น ส่วนผสมจะข้นขึ้น ต้องเห็นรอยตะกร้อมือชัดๆ ราดแล้วหน้าเค้กจะไม่ไหลเลอะเทอะ เวลาคนให้คนช้า ๆ เพื่อไม่ให้อากาศเข้ามาก หากคนเร็วอากาศจะเข้ามาก ทำให้หน้าเค้กมีฟองอากาศ

วางเค้กลงบนแผ่นรองเค้ก และวางบนก้นถาดหรือภาชนะแบนๆ อีกที ตักหน้าเค้กราดไป 2 ทัพพี จะได้ระหว่างชั้นหนา ๆ

สูตรหน้าเค้กที่บอกมากเพียงพอที่จะราดได้ 3 ชั้นหนาๆ ไม่เหลือเยอะ เหลือติดก้นและขอบหม้อนิดหน่อยแค่นั้นค่ะ

หากว่าใครทำได้แค่ 2 ชั้น ต้องลดส่วนผสมเหลือผงวุ้น 1/2 ช้อนชานะคะ ไม่เช่นนั้นเยอะไปค่ะ ทิ้งเสียดาย




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2551 14:46:16 น.
Counter : 1466 Pageviews.  

Tiramisu ..... ทิรามิสุ



...ไม่ได้อัพสูตรเด็ดใน Blog เสียนาน วันนี้ฤกษ์ดี เพราะบีได้ลองทำสูตรเค้กทิรามิสุที่เก็บดองไว้เสียนาน จึงได้เวลาเอาสูตรมาลงด้วยค่ะ เพราะสูตรนี้ทดลองทำแล้ว ผ่านฉลุยยยยย ...ผู้ชิมทุกคนติดอกติดใจ กินเค้กบีหมดไปอย่างรวดเร็ว อิอิ ดีใจจริงๆ ได้สูตรใหม่อีกสูตรแว้ววว....

ขอขอบคุณน้องตาโต (ลูกสน) มากๆ นะจ้ะ สูตรนี้พี่บีขอ confirm ว่าอร่อยมั่กๆ เลยจ้า.... อิอิอิ

Note: สำหรับสูตรเค้กชิฟฟอนกาแฟที่จะลงให้ บีทำออกมาแล้วได้เค้กขนาด 2 ปอนด์ 1 ก้อน และ 1 ปอนด์ อีก 1 ก้อนนะคะ (แต่จริงๆ แล้ว แบ่งออกเป็น 2 ปอนด์ 2 ก้อนได้ค่ะ บีว่าเอาแบบเค้กไม่สูงมากดีกว่า เวลาอบขนมจะได้สุกง่ายๆ ด้วยนะคะ)

ส่วนที่เป็น 2 ปอนด์บีทำเป็นเค้กก้อนกลมเลยค่ะ เพราะเอาไปเป็นเค้กวันเกิด แต่ส่วนที่เป็น 1 ปอนด์ บีเอามาแบ่งเป็นชิ้นกลมๆ เล็กๆ ทำเป็น 2 ชั้น ใส่ในถ้วยดังภาพข้างบนได้ 4 ถ้วยค่ะ อิอิ ..บีเอาไปฝากคุณแฟน ใส่ถ้วยแล้วโยกย้ายสะดวกดีอ่ะค่ะ

บีไม่ได้ถ่ายภาพส่วนที่เป็นเค้กก้อนกลมมาลง blog ด้วย เพราะลืมค่ะ ตอนพรรคพวกลงมือกิน ก็หมดอย่างรวดเร็ว จึงไม่มีภาพมาอวดค่ะ แหะแหะ ต้องขออภัยพี่น้องด้วยนะคะ ... แต่เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง น่าจะพอนึกภาพกันออกได้ไม่ยากค่ะ

ส่วนผสมเค้กชิฟฟอนกาแฟ (สูตรจากพี่มี่)

ส่วนที่ 1
- แป้งเค้ก 1 ถ้วย
- น้ำตาลป่น (1) 1/2 ถ้วย
- ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/4 ช้อนชา

ส่วนที่ 2
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- กาแฟผง 1 ช้อนโต๊ะ + 1 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย
- นมสด (จืด) 3 ช้อนโต๊ะ
- ไข่แดง 4 ฟอง

ส่วนที่ 3
- ไข่ขาว 4 ฟอง
- ทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
- น้ำตาลป่น 3/4 ถ้วย

วิธีทำ

1. ร่อนส่วนผสมที่ 1 ลงในอ่างผสม ทำหลุมตรงกลาง
2. ละลายผงกาแฟกับน้ำเปล่า เทลงในน้ำมัน นม ไข่แดงในถ้วยอีกใบ
3. เทส่วนผสมในข้อ 2 ลงในส่วนผสมข้อ 1
4. คนให้เข้ากันเร็วๆ และแรงๆ ให้เข้ากันแล้วหยุด
5. ตีไข่ขาวกับครีมออฟทาร์ทาร์ให้เป็นฟองหยาบ ค่อยๆ ใส่น้ำตาลป่นลงไป ตีต่อจนตั้งยอด
6. ผสมส่วนไข่ขาวกับส่วนไข่แดง ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากันเนียนดี
7. เทลงพิมพ์ แล้วนำเข้าเตาอบ ใช้ไฟ 160 องศาซี ประมาณ 30-35 นาที
8. พอเค้กสุก นำออกจากเตา กระแทกพิมพ์ลงบนโต๊ะ 2 ครั้ง เพื่อปรับความดัน แล้วแซะออกจากพิมพ์ คว่ำบนตะแกรงให้เย็น

** บีแนะนำให้แบ่งเค้กใส่พิมพ์ขนาด 2 ปอนด์ 2 พิมพ์นะคะ จะได้อบเค้ก 2 ก้อน เพราะตอนบีอบขนม เค้กมันฟูขึ้นมาจากพิมพ์สูงมากๆ เลย เกือบชนไฟบนแล้วอ่ะค่ะ (ขนาดบีแบ่งส่วนผสมมาใส่ในพิมพ์ 1 ปอนด์แล้วนะ ไม่ได้ใส่ลงไปในพิมพ์ 2 ปอนด์ทั้งหมด)

บีคิดว่าถ้าเทส่วนผสมทั้งหมดเทใส่ในพิมพ์เดียวก็คงจะล้นไปค่ะ ควรแบ่งเป็น 2 พิมพ์ แล้วเอามาสไลด์ก้อนละ 2 ชั้นจะดีกว่า ตอนประกอบเค้กในขั้นตอนสุดท้าย ก็ให้ใช้เค้กสัก 3 ชิ้น จะได้เค้กที่มีความสูงกำลังสวยค่ะ

ส่วนผสมครีมทิรามิสุ (น้องตาโต)

ครีมชีส 1/2 ก้อน(4 ออนซ์)
ซาวด์ครีม 2 ช้อนโต๊ะ
วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง
ไข่แดง 3 ฟอง
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
กาแฟชงเข้มๆ 1/2 ถ้วย (น้ำ 1/2 ถ้วยใส่กาแฟ 1 ช้อนโต๊ะ)

วิธีทำ

- เริ่มทำจากส่วนไข่แดง

เอาไข่แดงกับน้ำตาลทรายใส่ลงไปในชามแก้ว แล้วเอาขึ้นไปตั้งบนหม้อที่มีน้ำเดือด (หรือที่เราเรียกว่าวิธี double boiler อย่าให้ก้นชามแก้วโดนน้ำโดยตรง เพราะเราต้องการแค่ให้ไอน้ำร้อนๆ ทำให้ไข่สุกเท่านั้น) คอยคนๆ เรื่อยๆ จนน้ำตาลละลาย และสีของไข่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนๆ เอาชามลงจากหม้อมาวางพักให้หายร้อน

- จากนั้นหันมาทำตัวครีมมาสคาร์โปเน่ปลอม

ผสมครีมชีส ซาวด์ครีมและวิปปิ้งครีม 1 ช้อนโต๊ะให้เนียนเข้ากันดี เท่านี้ก็ได้มาสคาร์โปเน่แล้วค่ะ

สุดท้ายนำส่วนผสมไข่ที่ทิ้งให้เย็นแล้วเทลงไปในส่วนผสมชีส แล้วผสมให้เข้ากันอีกครั้งนึง แล้วนำไปแช่ไว้ในตู้เย็น

จากนั้นหันมาตีวิปปิ้งครีมที่เหลือ ตีจนขึ้นฟู แล้วค่อยๆ ตะล่อมเข้ากับส่วนผสมครีมที่เราทำไว้ เท่านี้ก็ได้ครีมทำทีรามิสุแล้วค่ะ

การประกอบเค้ก

วิปครีม 2 ถ้วย (ประมาณ 400 กรัม)
น้ำตาลทรายป่น 3 ช้อนโต๊ะ

ตีวิปครีมให้ขึ้นฟู

สไลด์เค้กเป็น 3 ชั้น แล้วเอาแปรงจุ่มน้ำกาแฟ ทาบนเค้กชิฟฟอนให้ทั่ว แล้วแบ่งครีมเทราดลงไปบนชิฟฟอน (อย่าเทเยอะมาก เพราะจะไหลทิ้งเลอะเทอะได้นะคะ)

จากนั้นวางเค้กชั้นที่สอง แล้วเทครีมที่เหลือลงไป และวางเค้กชั้นที่สาม แล้วปาดด้วยวิปครีมให้ทั่วทั้งก้อน

เอาเค้กแช่ตู้เย็น พอจะกินก็เอาออกมาโรยด้วยผงโกโก้ให้ทั่วบนหน้าเค้ก เท่านี้ก็ได้เค้กทิรามิสุที่สุดแสนจะน่ากินและอร่อยมากๆ ด้วยค่ะ




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2550 7:29:07 น.
Counter : 806 Pageviews.  

Khukming Cake .....เค้กขุกมิ่ง (เค้กตรัง)



เค้กลำภูรา/เค้กขุกมิ่ง (สูตรจากครัวแม่มิ้น)

ส่วนผสม

1. แป้งบัวแดง 1 + 1/2 ถ้วย
2. ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 6 ฟอง
3. ผงฟู 1/2 ช้อนชา
4. เนยสดเค็ม 1 ถ้วย (200 กรัม)
5. กลิ่นใบเตย 2 ชช (หรือคั้นน้ำใบเตยเข้มๆ 2 ช้อนโต๊ะก็ได้ค่ะ) >> บีใช้กลิ่นวานิลาแทนค่ะ
6. น้ำตาลทราย 1 + 1/2 ถ้วย

*ถ้าทำครึ่งสูตร ใช้พิมพ์ 9 นิ้ว ได้เค้กขนาดประมาณ 2 ปอนด์

(บีอยากลองทำเค้กสายรุ้ง ก็เลยแบ่งส่วนผสมออกมา 3 ส่วน แล้วใส่สีชมพู สีเขียว สีม่วงลงไปในแต่ละส่วนค่ะ 55 ผลเลยออกมาเป็นสีแปลกๆ แบบนี้ เพราะตอนเทลงพิมพ์ส่วนผสมแต่ละสีมันปนๆ กันไปนิดอ่ะค่ะ)

วิธีทำ

1. ร่อนแป้งกับผงฟู 3 รอบ
2. นำภาชนะใส่ไข่ วางบนอ่างน้ำร้อน อุ่นไข่ให้ร้อนขึ้น ระหว่างอุ่นไข่ก็ตีไปด้วย
3. ตีไข่จนเป็นฟองค่อนข้างละเอียด แล้วก็ทยอยใส่น้ำตาลทีละน้อยจนหมด ตีด้วยความเร็วสูงสุด
4. ตีจนไข่ขึ้นฟูขาวข้น มีรอยจากหัวตีชัดเจน ลองปิดเครื่อง แล้วยกหัวตีขึ้นมาแล้วจะเป็นรอยไข่ตามหัวตีชัดเจน
5. ค่อยๆ ร่อนแป้งลงไปในไข่ แบ่งแป้งผสมสัก 3 รอบ ใช้ตะกร้อมือหรือพายยางผสมให้ส่วนผสมแป้งเข้ากับไข่และไม่เป็นเม็ด (ตะล่อมแบบพับไปพับมา ... อย่ากวนไปทางเดียวนะคะ) เบามือ .. แต่รวดเร็วค่ะ
6. พอเข้ากันแล้วก็ใส่กลิ่นใบเตยลงไป ตะล่อมเข้ากัน นำเนยละลายอุ่นๆ มาค่อยๆ ใส่ แล้วผสมต่อ ตะล่อมให้เนยเข้ากับส่วนผสมแป้งและไข่ เบาๆ มือ
7. เทใส่พิมพ์รองกระดาษไขไม่ต้องทาไขมัน เคาะก้นพิมพ์เบา ๆ อบไฟล่าง 180 องศาซี ประมาณ 30 นาที เช็คสุกโดยการแตะดูหน้าเค้ก ถ้าเด้งๆ แล้วก็ใช้ได้

Note: สูตรเค้กขุกมิ่งนี้ บีเอามาจากเค้กลำภูรา ของพี่ตรี (ครัวแม่มิ้น) ค่ะ พี่ตรีบอกว่า เป็นเค้กที่มีเนื้อและรสชาติแบบเดียวกับเค้กขุกมิ่ง หรือ เค้กเมืองตรัง อิอิ...งั้นก็เสร็จบีอ่ะสิ ตามหามานานแล้วล่ะค่ะสูตรเค้กเมืองตรัง เพราะบีชอบมากๆ เลย เค้กเขานิ้มนิ่ม หอมหวานมัน ทุกอย่างผสมกันได้อย่างลงตัว เวลาซื้อมาทีไรจะกินเพลินลืมอ้วนทุกที..(จริงๆ นะ)

เก็บสูตรพี่ตรีไว้นาน วันนี้ได้ทำแล้ว เย้...เค้กออกมานุ่มนิ่ม หอมมันมากๆ ค่ะ แอบดีใจที่เค้กออกมาแล้วไม่เป็นไต เพราะตอนส่งเข้าเตาอบก็ลุ้นๆ อยู่ว่าจะใช้ได้ไม๊นะ เพราะว่าสูตรนี้ใส่เนยละลายเยอะจัง บีกลัวว่าจะผสมแล้วไม่เข้ากันดีกับไข่และแป้ง ซึ่งจะทำให้เค้กเป็นไต แต่ออกมาแล้วดีเกินคาดค่ะ เค้กขึ้นฟูดีและนุ่มละมุนลิ้นมากๆ ด้วย

ที่สำคัญสูตรนี้ทำไม่ยากเลยด้วยล่ะค่ะ ส่วนผสมนิดเดียวเอง ใช้เวลาทำก็ไม่มาก แอบติดใจสูตรนี้เข้าแล้วล่ะ สงสัยได้เก็บเป็นสูตรเค้กประจำบ้านอีกสูตรแน่ๆ เลยค่ะพี่ตรี ต้องขอขอบคุณพี่ตรีมากๆ ด้วยนะค๊า....




 

Create Date : 26 มีนาคม 2550    
Last Update : 26 มีนาคม 2550 8:35:13 น.
Counter : 4354 Pageviews.  

Pandan Butter Cake ....เค้กบัตเตอร์ใบเตยครีมบัตเตอร์


สูตรเค้กใบเตยดูได้จากที่นี่ค่ะ

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=sweetmania&date=17-10-2006&group=9&gblog=14

* อย่าลืม!!! ให้เปลี่ยนจากกลิ่นวานิลาเป็นกลิ่นใบเตยแทน โดยใส่แค่ 1 ช้อนชาก็พอแล้วค่ะ + สีเขียวแอปเปิ้ลอีก 5 หยดนะคะ

ครีมแต่งหน้าเค้ก

ส่วนผสม

1. เนยสดรสจืด 225 กรัม
2. เนยขาว 150 กรัม
3. น้ำตาลทราย 330 กรัม
4. เกลือ 10 กรัม
5. นมข้นจืด 75 กรัม
6. น้ำ 90 กรัม
(บีใส่กลิ่นนมเนยลงไป 1/2 ช้อนชาด้วยล่ะ)

วิธีทำ

1. เทน้ำตาลทราย เกลือ นมข้นจืด และน้ำผสมกันในหม้อสแตนเลส นำไปตั้งไฟอ่อน ๆ เคี่ยวด้วยพายไม้อย่าหยุดมือ จนกว่าน้ำตาลจะละลายหมด ไม่ต้องรอให้ข้นเหนียวนะ เดี๋ยวเวลาเอามาปาดบนเนื้อเค้กจะตึ๋งหนืดหมด
2. เมื่อน้ำตาลละลายหมดแล้ว ก็ทิ้งไว้ให้เย็น
3. หันไปตีเนยสดด้วยเครื่องตี ตีจนเนยสดกระจายตัว อย่าให้จับกันเป็นก้อน เอาพายยางช่วยได้
4. หลังจากกระจายตัวและขึ้นฟูเล็กน้อยแล้ว ก็เอาเนยขาวใส่ลงไปเลย ตีด้วยความเร็วปานกลางเหมือนกัน ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาในการตีนานหน่อย ประมาณ 20 นาที ดูจนกระทั่งส่วนผสมกลายเป็นสีขาว ขึ้นฟู และเข้ากันดี (เราใช้วิธีสังเกตว่าเนยจะขึ้นฟู โดยดูที่ขอบอ่าง เนยจะฟูขึ้นมาเป็นรูปก้นหอยเล็ก ๆ หากเห็นว่าส่วนผสมยังไม่เข้ากันก็ต้องหยุดเครื่องแล้วปาดอ่างเป็นระยะ ๆ)
5. เมื่อเห็นว่าใช้ได้แล้ว ก็นำน้ำเชื่อมที่เราละลายไว้มาเทลงในส่วนผสม โดยไม่หยุดเครื่องตี ยังคงตีไปเรื่อย ๆ เวลาเทให้เทช้าที่สุด แบบเป็นสายเล็ก ๆ ต่อเนื่องกัน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเชื่อมเกาะกันเป็นกลุ่ม
6. ตีต่อไปอีกระยะหนึ่ง อาจปาดอ่างช่วยอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเข้ากันดีแล้วก็ใช้ได้เลย เก็บส่วนผสมที่ได้ไว้รอเค้ก อนุญาตให้ใช้นิ้วจิ้มชิมรสชาติได้

*ตีครีมขึ้นฟูได้ที่แล้ว ที่นี้อยากได้ครีมสีอะไร ก็ใส่สีลงไปผสมได้ตามใจชอบเลยค่ะ (ถ้าจะทำหลายสี ก็แบ่งครีมออกมาเป็นถ้วยๆ เอาไว้ด้วยนะ) ที่สำคัญในการผสมสีให้ทยอยใส่ทีละนิดนะคะ และผสมจนครีมแสเข้ากันดีเสียก่อน ถ้าสีอ่อนไปก็เพิ่มได้ แต่ถ้าใส่ลงไปเยอะๆ แล้วได้ครีมสีเข้มเกินไปจะแก้ไขไม่ได้ค่ะ นอกจากใส่ครีมลงไปผสมเพิ่มนะคะ

ส่วนวิธีเก็บรักษาครีมที่ตีไว้แล้ว ให้เก็บในตู้เย็น ใช้ภาชนะปิดสนิท เวลาจะใช้ต้องตั้งไว้ให้ละลายในอุณหภูมิห้อง อย่าใช้ความร้อน ไม่อย่างนั้นเนยจะละลายหมด

Note: สูตรบัตเตอร์ครีมนี้เอามาจากพี่แหม่ม Tiara ค่ะ เจ้าของสูตรบัตเตอร์ครีมที่ชาวก้นครัว ในพันทิปติดอกติดใจ ใช้เป็นสูตรหากินกันมานานแสนนาน อิอิอิ...บีขอขอบคุณพี่แหม่มมากๆ ไว้ณ ทีนี้ด้วยนะค๊า...




 

Create Date : 21 มีนาคม 2550    
Last Update : 21 มีนาคม 2550 7:35:15 น.
Counter : 3023 Pageviews.  

Brownie Bottom Cheesecake .....ชีสเค้กบราวนี่



**ถ้าจะทำแค่ 1 ปอนด์ ก็หารสูตรเอานะคะ เพราะตามสูตรนี้ได้ 2 ปอนด์ค่ะ

Brownie Cheesecake จากหนังสือ All About Cakes ของคุณสีวลี ตรีวิศวเวทย์ (Azlea)

ส่วนผสม

Brownie (ส่วนนี้บีหาร 3 ค่ะ)
เนยจืด 9 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 112.5 กรัม)
Semi-sweet Dark Chocolate 9 ออนซ์
ผงโกโก้ 6 ช้อนโต๊ะ
---------------------
แป้งอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา [ถ้าใช้เนยเค็ม ก็ไม่ต้องใส่ค่ะ]
---------------------
ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 3 ฟอง
น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วยตวง
กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา

Cheesecake (ส่วนนี้บีหาร 2 ค่ะ)
ครีมชีส 225 g.
น้ำตาลทราย 2/3 ถ้วยตวง
ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 2 ฟอง
กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา [ใส่เยอะไม่ดีนะ สีจะเปลี่ยน]

วิธีทำ

เริ่มจากส่วนบราวนี่

ให้ละลายช็อคโกแลต เนยและผงโกโก้เข้าด้วยกัน
ตีไข่ไก่จนขึ้นเป็นฟองแล้วเติมน้ำตาลทรายลงไปทีละน้อยจนน้ำตาลหมด ตีไข่กับน้ำตาลจนกลายเป็นฟองข้นสีนวล แล้วเติมกลิ่นวานิลลาลงไป
แล้วนำส่วนผสมช็อคโกแลตที่ตุ๋นแล้วพักไว้มาผสมกับไข่ไก่ที่ตีขึ้นฟูแล้วอย่างช้าๆ และตามด้วยส่วนผสมของแป้ง ผงฟู และเกลือที่ร่อนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ ปาดหน้าให้เรียบเสมอกัน

จากนั้นมาทำส่วนของครีมชีสกันต่อ

โดยตีครีมชีสพอนุ่มแล้วเติมน้ำตาลลงไปตีต่อจนเนียน แล้วเติมไข่ไก่และวานิลลาลงไปตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี
เมื่อส่วนบราวน์นี่ที่เตรียมไว้ เริ่มเซ็ทตัว ให้เทชีสเค้กที่ตีเรียบร้อยแล้วลงในพิมพ์ที่มีแบทเทอร์ของบราวน์นี่อยู่ด้านล่าง
จากนั้นนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 170 องศาซี ประมาณ 75 นาที [บีอบประมาณ 45 นาทีค่ะ]

*เมื่อกึ่งกลางเริ่มเซ็ทตัวเป็นฟิล์มบางๆ [เด้งๆ นิดหน่อย] และขอบของชีสเค้กพองขึ้นก็แปลว่าได้ที่แล้วค่ะ

พักไว้บนตะแกรงจนเย็นสนิท แล้วนำเข้าตู้เย็น เป็นอันเรียบร้อย


Note: สูตรนี้เคยมีใครสักคนเอามา post ในพันทิปค่ะ บีจดไว้ แต่จำไม่ได้ ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ และขอบคุณมากด้วยค่ะ

สำหรับรสชาติบราวนี่เข้มข้นมากค่ะ แต่ตัวชีสบีว่าก็ปกติค่ะ โดยรวมๆ กินด้วยกันก็เข้มข้นดี แต่บีไม่ค่อยชอบอ่ะ สงสัยคงเพราะไม่ชอบกินชีสเค้กแบบนี้เท่าไรอยู่แล้วด้วยล่ะค่ะ รู้สึกว่ามันหนักไปนิด...แหะแหะ...แต่ถ้าใครชอบ จะลองทำดูก็ไม่ว่ากันค่ะ




 

Create Date : 19 มีนาคม 2550    
Last Update : 20 มีนาคม 2550 15:36:07 น.
Counter : 651 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.