Group Blog
 
All Blogs
 

takayama 高山 shirakawago 白川御

ทาคายามา ชิราคาวาโกะ


เมืองเก่าน่ารัก กับ หมู่บ้านมรดกโลก และอากาศที่เย็นอย่างน่าประหลาดใจ~~~~





เริ่มเดินทางไปทาคายามาจากคามิโคชิค่ะ วิธีการเดินทางแถบนี้ใช้รถบัสทั้งหมดค่ะ เพราะว่าเป็นทางเขาจากคามิโคชิ ต้องนั่งรถบัสมาลงที่ ฮิรายุออนเซ็น แล้วค่อยต่อรถจากที่นี่ไปทาคายามาค่ะ


ถ่ายบนรถบัสค่ะ ทางแถบนี้มีแต่เขา เขา และเขา ทำให้ทาคายามา และ ชิราคาวาโกะ มีอากาศเย็นนี่แหละค่ะ ตอนแรกเตรียมไปหนาวที่คามิโคชิที่เดียว คิดแต่ว่าทาคายามามันเป็นเมืองก็น่าจะอุณหภูมิเท่าโตเกียว ที่ไหนได้ บรึ๊ยยยย เย็นค่ะเย็น ขนาดไปตอนปลายเดือนแปด โตเกียวกำลังร้อนระอุสัก 30 องศาขึ้น ทาคายามา อุณหภูมิไม่เกิน 26 องศาสักวันค่ะ



จากคามิโคชิใช้เวลาเดินทางไม่นานมากออกมาตอนประมาณ 9 โมง ถึงบ่ายโมง บ่ายสองได้ค่ะ พอถึงแล้วก็ลากกระเป๋าเข้าโรงแรมกันเลยค่ะ ไม่งั้นเที่ยวไม่ได้ๆๆๆ โรมแรมที่เราพักกันที่ทาคายามาชื่อ J-Hoppersค่ะ เป็นhostel ราคาถูก สะอาด และเป็นกันเอง น่ารักมากค่ะ เดินจากสถานีประมาณ 5 นาทีก็จะถึง


เมื่อฝากกระเป๋าที่โรงแรมเขาไว้ก่อนแล้ว (เพราะมันยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน 55) ก็เริ่มลุยทาคายามากันเลยค่ะเพื่อไม่ให้เสียเวลา



มาทาคายามาแล้วก็ต้องนี่เลยค่ะ เมืองเก่า เดินไปจากโรงแรมได้ไม่เกิน 10 นาทีก็จะเริ่มเข้าย่านเมืองเก่านี้ล่ะค่ะ




เมืองเก่าน่ารักๆนี่ ก็คือร้านขายของนี่ล่ะค่ะ อันนี้ร้านขายของน่ารักๆทั่วไป



อันนี้ร้านสาเกค่ะ



อันนี้ร้านขายของเล่นสมัยก่อน ให้เข้าบรรยากาศกันหน่อย



มีรถลากสมัยก่อนให้นั่งชมเมือง ซึมซับความรู้สึกสมัยเอโดะค่ะ




 

Create Date : 27 กันยายน 2552    
Last Update : 12 ตุลาคม 2552 1:23:19 น.
Counter : 940 Pageviews.  

kamikochi 上高地

คามิโคชิ Japanese Alps เทือกเขาแอลส์ของญี่ปุ่น



คามิโคชิช่วงหน้าร้อนอุณหภูมิประมาณ 20 องศา แม้ไม่มีหิมะตามยอดเขาแต่ก็สวยไม่เปลี่ยนแปลง



เริ่มเดินทางจากโตเกียว ด้วย jr chuo line ไปจนถึง matsumoto



นี่ที่สถานีมัตสุโมโตค่ะ มีชานชลาที่ 0 ด้วย




เทือกเขาแอสเหนือที่สามารถมองเห็นได้จากสถานีมัตสุโมโตค่ะ




ซุมให้สำหรับคนจะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าค่ะ ตอนนั้นจะมีการเลือกตั้งพอดีตอนสิ้นเดือน




ออกมาเดินเล่นนอกสถาีนีกันหน่อย



จาก matsumoto ไปซื้อตั๋วใหม่ไปถึงคามิโคชิ ถ้าขาเดียวจะ 2400 เยนค่ะ แต่ถ้าซื้อไปกลับก็จะลดไปเหลือ 4400 เยน แต่เราไปคามิโคชิแล้วไม่กลับมาที่นี่ค่ะ เราจะไปกันต่อ เพราะงั้นซื้อขาเดียวค่ะ



แล้วก็ไปกันเลยเปลี่ยนไปนั่งรถไฟ matsumoto dentetsu ไปลงที่ shin-shimashima แล้วต้องนั่งรถบัสต่อไป



ถึงแล้วค่ะ คามิโคชิ



คามิโคชิ เป็นสถานีท่องเที่ยวธรรมชาิติที่โด่งดังของคนญี่ปุ่นค่ะ เขาว่ากันว่าตอนช่วงหน้าร้อนโดยเฉพาะช่วงโอบ้ง(เทศกาลของญี่ปุ่น ประมาณกลางเดือนสิงหา) คนจะแน่นมากอย่างกับอยู่ชิบุยะได้ค่ะ




kappa bashi หรือสะพานกัปปะ ตั้งชื่อมานานสัตว์ในตำนานของญี่ปุ่นที่เรียกว่า ตัวกัปปะ ค่ะเป็นสัตว์ที่จะโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ที่สะพานนี่เป็นจุดที่คนเยอะที่สุด เหมือนเป็นไฮไลท์ของที่นี่ค่ะ แล้ววิวที่มองจากบนสะพานก็สวยสมคำร่ำลือจริงๆล่ะค่ะ




ภาพจากกัปปะบาชิค่ะ สวยอย่างกับภาพวาด



ที่คามิโคชินี่ คนที่มาเช้าไปเย็นกลับจากโตเกียวก็ไม่ใช่น้อยค่ะ เพราะแค่มาเห็นแถวๆละแวกกัปปะบาชิก็คุ้มแล้วแต่เราเลือกนอนค่ะเพื่อจะได้เดินดูได้มากๆ



เลือกพักที่บ้านพักของอุทยานค่ะ ไม่มีห้องน้ำให้ต้องไปอาบน้ำที่ออนเซนของเขาค่ะ เสียคนละ 500 เยน




อุณหภูมิตอนกลางคืนค่ะ ขนาดในบ้านพัก 14 องศาค่ะ ในขณะที่พื้นราบอย่างโตเกียวร้อนระอุอย่างกับเมืองไทย



วันรุ่งขึ้นได้เวลาท่องป่าค่ะ





ป้ายระลึกถึง Walter Weston ฝรั่งคนที่มาเที่ยวแล้วถูกความสวยของที่นี่ตรึงใจจนขนานนามว่า ที่นี่คือเทือกเขาแอลส์ของญี่ปุ่น จนกระทั่งกลายมาเป็นคำเรียกกันจริงๆนี่ล่ะค่ะ




ระหว่างทางก็สวยไปตลอดแหละค่ะ





taisho ike หนองน้ำไทโชะค่ะ เดินผ่านธรรมชาติสวยๆจากกัปปะบาชิไปสักชม.ก็จะถึงค่ะ




มีเรือให้พายเล่นค่ะ




เริ่มเดินกลับค่ะ




ห้องน้ำหญิงที่กัปปะบาชิค่ะ



ป้ายรถบัสที่คามิโคชิค่ะ แล้วเราก็จะไปต่อกันที่ทาคายามะค่ะ ต้องนั่งรถไปลงที่ hiruyu-onsen ก่อนค่ะ



ปิดท้ายบรรยากาศสวยๆกันอีกสักรูปที่กัปปะบาชิค่ะ





 

Create Date : 20 กันยายน 2552    
Last Update : 23 กันยายน 2552 19:54:41 น.
Counter : 2341 Pageviews.  

fukuoka 福岡

ฟุกุโอะกะ เมืองยามค่ำคืน ย่านช็อปปิ้งเทนจิน





ผู้คนมากมายในย่านเทนจิน


ถ้าจะไปฟุกุโะกะนี่ต้องเลือกว่าไปลงสถานี ฮากาตะ นะคะ เพราะสถานีฟุกุโอะกะไม่ได้อยู่ที่จังหวัดฟุกุโอะกะค่ะแต่ดั้นไปอยู่ที่อื่นซะงั้น ตอนแรกก็งงค่ะทำไมตอนหาทางไปฟุกุโอะกะเขียนว่าไปถึงสถานีฟุกุโอกะจากโตเกียวแค่ไม่กี่ชม.เอง



ที่เที่ยวเด่นๆเท่าที่ดูๆมาจากพวก japan guide และเว็บท่องเที่ยวอื่นๆ ก็มีอยู่ 5-6ที่ได้มั้งค่ะแต่ปัญหาอยู่ที่เราจะเดินทางไปสถานที่เหล่าได้ด้วยอะไรกันดี?? ด้วยความที่ฟุกุโอะกะเป็นเมืองใหญ่ค่ะเลยมีทางคมนาคมให้เลือกหลายทาง


1.รถไฟใต้ดินค่ะ มีสามสาย แต่ถ้าจะไปเที่ยวพวกแหล่งท่องเที่ยวที่เขาโปรโมทกันก็ใช้อยู่แค่สายเดียวนี่ล่ะคะ ซื้อแบบone day pass 600เยนค่ะ ถ้าเป็นศุกร์-อาทิตย์จะเหลือแค่ 500เยนค่ะ ดีตรงที่เร็ว เดินทางง่าย แต่ไปแถบฟุกุโอะกะทาวเวอร์กับสวนสาธารณะริมทะเลไม่ได้ค่ะ ต้องเดินต่อดูจากแผนที่แล้วเหมือนจะไกลอยู่นะคะ แล้วยังอยู่ใต้ดินค่ะจะนั่งชมวิวเมืองก็ไม่ได้



2.รถเมล์เที่ยวชมเมือง green bus เป็นรถเที่ยวชมเมืองจริงๆค่ะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวทุกอย่าง ขึ้นทางด่วนข้ามสะพานที่ตัดข้ามทะเลด้วยค่ะ วิวสวยมาก วิ่งวนรอบเมืองค่ะ นั่งรอบละ 250เยน one day pass 700เยนค่ะ รอบนึงใช้เวลาประมาณ 80นาทีค่ะ แต่ข้อเสียของมันก็คือมันต้องนั่งวนเป็นรอบตามที่กำหนดอ่ะค่ะ คือไม่มีรถที่วนสวนรอบ ถ้าลงป้ายนี้เที่ยวเสร็จแล้วนึกขึ้นได้ว่าอยากย้อนไปเที่ยวป้ายที่แล้วก็ต้องนั่งวนไปอีกรอบอ่ะคะกว่าจะกลับมาได้ แล้วรถหมดตั้งแต่หกโมงเย็นค่ะ แต่ยังไงไม่ว่าจะเลือกใช่รถนี้เดินทางเป็นหลักรึไม่ แนะนำว่าให้ขึ้นไปนั่งชมเมืองสักรอบนะคะคุ้มจริงตอนขึ้นสะพานอ่ะแค่ค่าขึ้นสะพานก็แพงแล้วค่ะ



3.รถเมล์ธรรมดา อันนี้ถ้าไม่กลัววุ่นวายเรื่องสายไหนไปไหน ต้องเปลี่ยนสายต้องศึกษาสายดีๆ ก็เวิร์คมากค่ะเพราะก็ไปได้ทุกที่ที่อยากไป ถ้าเป็นรถเมล์นั่งอยู่ในละแวกเทนจินจะขึ้นครั้งละ 100เยนค่ะ แต่้ถ้านั่งไกลออกนอกละแวกเทนจินก็จะคิดตามระยะทางค่ะ 0ne day pass ของรถเมล์ 600 เยนค่ะ



ตอนนั้นเลือกรถไฟใต้ดินค่ะเพราะวันนั้นไปวันศุกร์เลยได้ 500เยนดูคุ้มสุด 555 แค่คิดผิดคิดถูกนี่ไม่รู้จริงๆค่ะ เลือกไม่ถูก แล้วก็ไปนั่งรถเมล์ชมเมืองรอบนึงค่ะเสียอีก 250 เยน

เริ่มไปที่แรกขอไปนอกเมืองก่อนค่ะ


ศาลเจ้าดาไซฟุ


ศาสเจ้าดาไซฟุ ดังเรื่องขอให้ประสบความสำเร็จด้านการศึกษาค่ะ


ศาลเจ้าดาไซฟุอยู่ห่างออกมาจากฟุกุโอะกะ ประมาณ 40 นาทีโดยรถไฟ ถ้าจากสถานีฮากาตะก็ต้องไปสถานีเทนจินก่อน แล้วจากเทนจินต่อรถสาย nishitetsu แบบ Express ไปลง nishitetsu futsukaichi เพื่อเปลี่ยนเป็นสาย local ไปดาไซฟุ


ที่ศาลเจ้าจะมีคนมาแสดงโชว์ให้ดูอยู่เรื่อยๆค่ะ อันนี้เป็นโชว์ลิงค่ะ น่ารักดี

ตลอดทางระหว่างสถานีดาไซฟุไปถึงศาลเจ้าจะมีร้านขายของตลอดเต็มสองข้างทางเลยค่ะ ผู้คนก็หลั่งไหลกันมาอย่างไม่ขาดสาย



ขนมโมจิค่ะข้างในเป็นใส้ถั่วแดงต่างจากโมจิทั่วไปตรงที่มันจะปิ้งๆในเตาล่ะค่ะ ของดังของดาไซฟุค่ะมีร้านขายกันนับไม่ถ้วนเลย ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Umegae mochi ค่ะ เห็นว่ามีประวัติกันยาวค่ะ แล้วยังบอกว่ากินแล้วช่วยป้องกันโรคด้วยค่ะ




หน้าสถานีดาไซฟุค่ะ



แล้วก็นั่งรถไฟกลับมาถึงเทนจินอีกรอบค่ะ



ได้เวลาท้องร้องพอดีเลยตามหาร้านอิชิรันราเมง 一蘭 ชื่อดังของฟุกุโอกะค่ะ


ด้านหน้าร้านระหว่างรอต่อแถวค่ะ ของเขาดังจริงแถวยาวเชียวค่ะ




แผ่นเลือกความนุ่มของเส้น ความเผ็ดของน้ำ เอาหอมใหญ่ไม๊ อื่นๆอีกมากมายเลือกได้ตามใจชอบค่ะ




ในที่สุดก็ได้เข้าไปข้างในแล้วค่ะ ที่นั่งเป็นคอกๆล่ะช่องละคน




มีก็อกน้ำให้เติมน้ำเองได้ตลอดตามใจชอบ สังเกตผ้าม่านนะคะตอนที่ราเมงยังไม่มาจะยังไม่ปิดค่ะ




ราเมงมาแล้วค่ะ พร้อมกับปิดม่านลงมาเรียบร้อย โซ้ยได้เต็มที่ค่ะ




กรี๊ดดด เห็นแล้วอยากกิีนอีกค่ะ อร่อยมากกกก ซุปเขาจะมีซอสสูตรลับจะเผ็ดๆนิดนึงค่ะ อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ถ้าใครอร่อยติดใจยังไม่พอก็กดปุ่มเรียกเขาสั่งเพิ่มเส้น เพิ่มหมู เพิ่มซุป เพิ่มไข่ได้ตามใจชอบค่ะ



หลังจากอิ่มสบายท้องแล้วก็เริ่มออกเที่ยวกันเลยค่ะ


Ohori park ค่ะ สวนสาธารณะที่พื้นที่สวนใหญ่เป็นน้ำค่ะ สระน้ำใหญ่มากอยู่กลางสวนเลยค่ะ คนที่มาวิ่งก็คือวิ่งรอบสระนั่นแหละค่ะ




อันนี้ถ่ายจากเกาะลอยเกาะที่ตัดผ่ากลางสระหรือก็คือผ่ากลางสวนนั่นแหละค่ะ ถือโอกาสนั่งพักซะเลย







ที่บอกระยะทางค่ะว่าคุณวิ่งมาเท่าไหร่แล้วว ทำเป็นรูปเป็นซะน่ารักเชียว



ไปต่อกันที่ nishijin market ค่ะ นั่งใต้ดินไปลงที่สถานี nishijin ค่ะ เป็นย่านขายของค่ะ อารมณ์ว่ามีของสด ผลไม้อะไรอย่างงี้ด้วย กลางถนนจะเป็นรถเข็นมาตั้งขายของค่ะ


อันนี้ขอบคุณรูปจากอินเตอร์เน็ตค่ะ ไม่ได้ถ่ายไว้อ่าา



เดินๆดูๆไปแป็บนึงแล้วก็ตัดสินใจนั่งกลับไปฮากาตะค่ะ ไปนั่งรถเมล์ green bus ชมเมืองดีกว่า


ป้ายรถเมล์ที่สถานีฮากาตะนี่ ประหลาดมากค่ะ ไม่ใช่ป้ายรถเมล์อยู่ริมถนนธรรมดา แต่เป็นตึกเข้าไปเลยค่ะ แล้วในตึกก็เป็นร้านขายของ ที่ขึ้นรถเมล์จะทำเป็นช่องๆตามเบอร์รถค่ะ




นี่เส้นทางที่รถเมล์กรีนบัสจะวิ่งค่ะ




ระหว่างรอรถมาค่ะ เป็นประตูกั้นระหว่างตึกกับข้างนอกที่รถเมล์จะมาจอด




ภาพที่พอจะถ่ายได้จากบนรถค่ะ ต้องไปดูด้วยตาตัวเองค่ะ ถ่ายมาไม่ได้ 555



อย่างที่บอกไปแล้วตอนแรกว่านั่งรถนี้ตอนขึ้นสะพานนี่เจ๋งสุดค่ะ เห็นพวก fukuoka tower yahoo!dome ด้วยค่ะ แต่ถ่ายไม่ทันอีกแล้วๆๆๆ ขนาดว่าตอนขึ้นสะพานคนขับบอกว่าอย่าตื่นเต้นกับวิวอันสวยงามจนเกินไป ให้นั่งอยู่กับที่ด้วยค่ะ 555


นั่งจนครบรอบค่ะกลับมาที่สถานีฮากาตะอีกรอบ แล้วก็ไปนั่งใต้ดินใหม่ ไปลง Gion ค่ะเพื่อเดินไป Canal city เป็นห้างสรรพสินค้าค่ะ


ห้างสรรพสินค้าที่ทำเป็นคลองในห้างค่ะ ตอนแรกแอบคิดว่าก็เหมือนเดอะมอล์บ้านเราล่ะว้าา เดอะมอล์ยังมีนกแก้วมีฮิปโป้อ้าปากได้อีกต่างหากที่นี่ไม่เห็นมีไร แต่ๆๆๆ เขามีทีเด็ดอยู่ค่ะ




กลางห้างจะมีลานไว้ให้แสดงโชว์ได้ค่ะ แต่น่าเสียดายตอนนั้นเขาเล่นจบพอดีเลยค่ะ ด้านหลังเป็นที่น้ำพลุเต้นระบำค่ะ พอดีอยู่ตอนหกโมงเย็นพอดีเลยได้เห็นน้ำพุพอดีเลย อันนี้โชคดีไปค่ะ


เด็ดกว่านั้นคือมันจะมีทำเหมือนเป็นม่านน้ำค่ะ ตกลงมาเป็นม่านๆๆ แต่ไม่ใช้ตกลงมาเรียบๆ เขาตกเป็นรูปค่ะ เป็นชื่อห้าง เป็นอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างมากค่ะ ไม่รู้ทำได้ไง ไว้เด๋วอัพวิดีโอนะคะ ถ่ายเป็นรูปไม่ได้อ่ะ



ชั้นบนสุดจะเป็นศูนย์รวมร้านราเมงค่ะ แต่งเป็นเมืองสวยๆอารมณ์เหมือนที่โอะไดบะค่ะ แต่มีรถราเมงไว้ให้โพสท่าถ่ายคู่ได้ด้วยค่ะ กลายเป็นคนขายราเมงไปแล้วๆๆๆ 555




ร้านมูมินค่ะ เป็นมูมินทั้งร้านเลยอ่ะน่ารักมากก มีตุ๊กตามูมินนั่งอยู่กับเราที่โต๊ะเวลากินด้วยนะคะ




และแล้วเมื่อฟ้าเริ่มมืด แดดเริ่มร่มลมเริ่มมา ก็ได้เวลากลับไปท่องเทนจินค่ะ ตอนนั้นเลือกเดินจาก canal city ไปค่ะ จริงๆห่างกันตั้งสองสถานีนะคะแต่เห็นมีถนนช็อปปิ้งในเดินต่อๆไปกันได้เลย เลือกเดินช็อป เฮ้ยเดินชมเมืองดีกว่าค่ะ ตอนที่อยู่แถวๆ Nakasu นี่อย่างกะเดินอยู่ omotesando ในโตเกียว 555 เว่อร์ไปไม๊แต่ก็อารมณ์นั้นจริงๆนะคะ




อันนี้ฟลุ๊คเจอระหว่างทางค่ะ ได้ยินมานานแล้วว่าที่ฟุกุโอกะนี่มี MK บ้านเรามาเปิด ไม่คิดว่าจะได้เจอจริงๆๆ ใจจริงนี่อยากกินมากเลยนะคะ คิดถึงจัง แต่พอคิดถึงราคาที่จะแพงกว่ากันกี่เท่าไม่รู้ก็เลยอดใจไว้ก่อนค่ะ เดี๋ยวปีหน้าจะกลับไปกินในหน่ำใจเลยย



มาฟุกุโอกะแล้วต้องนึกถึง ยะไตค่ะ yatai ร้านแผงลอยยามค่ำคืน ที่นี่เขามีแผงลอยกันได้ตลอดค่ะไม่ใช่เฉพาะตอนมีงานเทศกาล ยะไตที่ nakasu จำนวนนับไม่ถ้วนอยู่ริมน้ำค่ะ


รูปจากอินเตอร์เน็ตนะคะ nakasu yatai ค่ะ



เห็นรูปแล้วอยากร้องไห้ค่ะ ตอนที่ไปเข้าใจผิดไปผิดที่ค่ะ ไม่ได้ไป nakasu แต่ดันไป nakahamaซะงั้นตอนหาข้อมูลจำได้ว่า ยะไตที่นะกะๆๆอะไรสักอย่าง แล้วดั้นไปเห็นถนนnakahama เขียนว่าเป็นถนนยะไตเหมือนกัน ที่นี่เขายะไตเยอะจริงมีกี่ถนนไม่รู้เต็มไปหมด ไปก็ไปไกลรถไฟไม่ถึงต้องเดินต่อไปอีกค่ะ ไปถึงก็มีอยู่แค่ไม่กี่ร้าน แล้วดูน่ากลัวมากกก เหมือนคนไม่ค่อยมาแถวนี้ พอมีคนหลงเ้ข้าไปแล้วแบบเรียกเชิญชวนเข้าร้านกันน่ากลัวมากกกกกกก รีบหนีออกมาแทบไม่ทัน


เลยหนีออกมากินราเมงที่ร้านแถวนั้นแทนค่ะ ปิดท้ายฟุกุโอกะกับฮากาตะราเมนแสนอร่อยค่ะ







 

Create Date : 19 กันยายน 2552    
Last Update : 20 กันยายน 2552 14:46:03 น.
Counter : 4896 Pageviews.  

yufuin 湯布院

ยุฟุอิน เมืองน่ารักๆร้านน่ารักๆ


ยุฟุิอินนั่งรถไฟมาจากเบปปุค่ะ ต้องไปเปลี่ยนรถไฟที่โอยตะทีนึงแล้วก็นั่งรถไฟต่อมาค่ะ เป็นรถไฟตู้เดียวสีแดงค่ะ สีเหลืองก็มีค่ะ น่ารักดีได้บรรยากาศมากเลยค่ะ


ภาพยุฟุอินถ่ายจากหน้าสถานี



เหมือนจะเป็นรถเที่ยวชมเมืองค่ะ



เริ่มเข้าสู่ร้านน่ารักไม่รู้จบ





พุดดิ้งโดรายากิค่ะ เป็นพุดดิ้งในโดรายากิ อร่อยมากกกกกก นั่งกินท่ามกลางบรรยากาศน่ารักๆยิ่งมีความสุขสุดๆๆ



โดนัทปลอมประดับต้นคริสมาสต์ ขอบอกว่าโดนัททำใด้เหมือนมากๆๆ



ร้านขายไอติมผัดค่ะ สั่งไอติมอะไรแล้วเขาก็จะเอามาผัดบนเตาเย็นเป็นน้ำแข็งค่ะ แล้วก็เลือกใส่ท็อปปิ้งได้สองอย่าง ผัดๆๆรวมกันแล้วก็ตักใส่โคน อร่อยมากกก แต่ลืมถ่ายรูปมาค่ะน่าอร่อยเกินยั้งไม่ทัน 555







แม้แต่ป้ายร้านยังน่ารักๆๆๆๆๆๆ




ไปตอนเดือนเก้าแต่ก็เริ่มประดับฮาโลวีนกันแล้วว



เดินไปจนสุุดถนนก็จะถึงทะเลสาบคินรินโคะ จะน่ารักโรแมนติกกันไปไหนจ๊ะ ยุฟุิอิน




หมาน้อยระหว่างทางค่ะ ดูเหมือนพุดเดิลแต่ทำไมตัวใหญ่จัง? พุดเดิลตัวปลอมรึเปล่าไม่อาจรู้ได้ค่ะ







ตุ๊กตาคนล้มหัวซะจนมิดอยู่หน้าร้านนึงค่ะ ตอนแรกมองอยู่นานตุ๊กตาไรหว่าาาา




มีร้านโตโตะโรทั้งร้านด้วยค่ะ อันนี้แค่รูปนอกร้านนะคะ มีโตโตะโรอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ ข้างในนี่ยิ่ง โอ้วว น่ารักเกินกว่าจะบรรยายได้




 

Create Date : 18 กันยายน 2552    
Last Update : 19 กันยายน 2552 23:53:45 น.
Counter : 1031 Pageviews.  

Beppu 別府

Beppu เมืองแห่งออนเซน


เริ่มออกเดินทางไปเกาะคิวชู ด้วยชินกันเซนค่ะ เพราะว่าพ่อกับแม่มาหาแล้วมี jr rail pass ส่วนเราก็เลยต้องซื้อตั๋วชินกันเซนไปด้วยค่ะ ยังดีที่ได้ส่วนลดนักเรียนลดไปได้ 20% กับจองแบบไม่จองที่นั่ง แต่ดูเหมือนถ้าซื้อตั๋วไปกลับจะยิ่งถูกเข้าไปใหญ่ ไอ้ตอนที่ซื้อก็ไม่ทันได้คิด บวกกับไม่ได้ทำการบ้านไปดีด้วยล่ะค่ะ เขาก็ถามนะคะว่าเอาแบบไปกลับไหมจะถูกกว่า ไอ้เราก็คิดว่าจะบ้าหรอขาไปไปถึงเบปปุ แต่ขากลับจะกลับจากฟุกุโอกะ(ฮากาตะ) มันจะซื้อไปกลับได้อีท่าไหนล่ะเนี่ย ก็เลยบอกเขาไปว่า "เอาขาเดียวค่ะ" เพราะคำนี้ล่ะค่ะทำให้แพงไปเกือบหมื่นเยนได้ล่ะมั้ง กรี๊ดดดด



แล้วก็เลยได้ตั๋วนี้มาค่ะ ตื่นเ้ต้นค่ะเพิ่งเคยซื้อตั๋วชินกันเซ็นครั้งแรก ปกติตอนมาครั้งก่อนๆก็ใช้แต่ jr raill pass เสล่อไปถามเขาอีกว่าเสียบยังไงเห็นให้มาตั้งสองสามใบ สรุปก็ใส่เข้าไปพร้อมกันหมดนั่นแหละค่ะ เครื่องเขาดี ต้นทาง shinyokohama ไปถึง kokura เมื่อไปถึงที่kokura ก็เข้าใจอะไรหลายๆอย่างขึ้นมาค่ะ เรื่องของเรื่องคือชินกันเซ็นมันไปถึงแค่ฮากาตะ(ฟุกุโอกะ) นั่งเลยจากโคคุระไปแค่สถานีเดียวค่ะแป็บเดียว แต่เราจะไปเบปปุก็เลยลงที่โคคุระแล้วต่อรถด่วนซึ่งเป็นรถภายในเกาะคิวชูนั้นเอง สรุปถ้าซื้อไปกลับฮากาตะซะก็สิ้นเรื่องเพราะขาไปอีกนิดเดียวก็ฮากาตะอยู่แล้วเชียว ไม่น่าเลยเรา T_T


ออกเดินทางจากบ้านไปชินโยโกฮาม่าก็ประมาณชม.นึงแล้วจากชินโยโกฮาม่าก็เกือบแปดเก้าชม.ได้มั้งค่ะไปถึงเบปปุ ด้วยความที่ต้องใช้ชินคันเซ้นฮิคาริ ก็เลยต้องไปเปลี่ยนรถที่ชินโอซาก้ารอบนึงค่ะก่อนจะไปถึงโคคุระแล้วเปลี่ยนเป็นรถด่วนไปเบปปุอีกที แต่จริงๆถ้าซื้อตั๋วชินกันเซ็นแบบไม่จองที่นั่งก็นั่งได้ทุกอย่างนะคะจะโนโซมิก็ได้นั่งยาวได้ถึงฮากาตะเลยค่ะ แต่ติดที่เจอาร์ของพ่อกับแม่ที่ต้องนั่งฮิคาริเท่านั้น



 

สถานีระหว่างทางไปเบปปุค่ะ จริงๆเขาชื่อสถานี"อุสะ"นะคะ แต่ดูที่ตัวโรมันจิ(ภาษาอังกฤษ)สิค่ะ "USA" ตอนแรกที่เห็นขำดีเลยถ่ายเก็บไว้ดีกว่า ปรากฏมาอ่านเจอใน japan lonely planet เขาเล่าเรื่องของสถานีอุสะให้ฟังไว้ว่า สมัยก่อนญี่ปุ่นไม่ได้เจริญอย่างงี้ค่ะ คนญี่ปุ่นเองถ้าเห็นของที่เขียนว่า made in japan ล่ะก็จะรู้สึกว่าของไม่ดีค่ะ ก็เลยมีคนทำของขายจากเมืองอุสะนี้ล่ะค่ะ แล้วก็เขียนว่า made in USA ปรากฏของขายดีเป็นเทน้ำเทท่าค่ะ

แล้วในที่สุุดก็ถึงแล้วค่ะ เบปปุ เมืองแห่งออน


ป้ายที่หน้าสถานีเบปปุค่ะ เขาว่าที่สุดของภูเขา คือ ภูเขาไฟฟูจิ ที่สุดของทะเล คือ เซโตะ (อยู่ตรงไหนหว่า) และที่สุดของออนเซน ก็ต้อง เบปปุค่ะ



แค่หน้าสถานีก็มีออนเซนสำหรับแช่มือ สมที่เป็นเมืองออนเซนจริงๆค่ะ




ของสวยๆตามพื้นที่เบปปุค่ะ



เดินออกมาไม่ไกลจากสถานีค่ะก็เจอออนเซนสาธารณะย้ำว่าที่นี่เขาเมืองออนเซนจริงๆ


สวนสาธารณะริมอ่าวเบปปุค่ะ แอบเห็นเบปปุทาวเวอร์อยู่ลิบๆๆ


และแล้วก็ ยินดีต้อนรับสู่ "นรก" ค่ะ ไม่ได้ล้อเล่นนะคะในแผ่นพับแนะนำเขาเขียนงี้เลยจริงๆ ようこそ 「地獄」 へ。 ที่นี่เขาดังเรื่องออนเซนเท่านั้นยังไม่พอด้วยความที่เบปปุเป็นเมืองที่มีน้ำพุร้อน (จะเรียกว่าไรดีล่ะเนี่ย) มีน้ำร้อนที่ผุดๆขึ้นมาจากใต้ดินมาก ก็เลยมีบ่อน้ำร้อนที่ร้อนมากคนแช่ไม่ได้จนเรียกว่า "บ่อนรก"เนี่ยแหละค่ะ


ภายในบริเวณบ่อนรกจะมีบ่อแปลกๆอยู่ด้วยกันรวมแปดบ่อค่ะ วิธีไปบ่อนรกก็ต้องนั่งรถบัสจากสถานีเบปปุไป 20นาทีค่ะ แต่ละบ่อถ้าจะเข้าไปต้องเสียตังบ่อล่ะ 400เยน หรือถ้าคิดจะเ้ข้ามันทุกบ่อก็ซื้อตั๋วแบบเหมารวม 2000เยนได้ค่ะ
ตอนที่ไปเขาแนะนำว่าให้เข้าแค่ 2บ่อก็พอค่ะ บ่อแรกเป็นบ่อทะเลนรก umijigoku


บ่อนี้น้ำที่ผุดขึ้นมาจะมีสีฟ้าใสเหมือนน้ำทะเลเลยค่ะ แล้วที่บ่อนี้ก็คือบ่อที่ใช้แช่พุดดิ้งชื่อดังของเขาล่ะค่ะ


ของบ้านเราถ้าพูดถึงบ่อน้ำร้อนก็ต้องไข่ต้มใช่ไม๊ค่ะ แต่ที่บ่อนรกนี้เขาต้องพุดดิ้งที่ต้มจากบ่อนรกค่ะ ลองชิมแล้ว ก็อร่อยดีทีเดียวเลยนะคะ


ภายในบ่อทะเลนรกเองก็จะมีบ่อนรกที่น้ำร้อนเป็นสีแดงเหมือนอยู่ในขุมนรกจริงๆนั่นแหละค่ะ อึ็็ยยย น่ากลัววววว


อันนี้อีกบ่อนึงแล้วค่ะ Oniishibozujigoku เป็นบ่อโคลนนรกค่ะ บ่อโคลนผุดค่ะ แปลกมาก



ออนเซนจาก kaosan beppu hostel ค่ะ ไปแอบถ่ายมาตอนไม่มีคน จริงๆออนเซนที่เบปปุขึ้นชื่อว่าร้อนมากแต่เพราะที่นี่เป็นโรงแรมสำหรับชาวต่างชาติล่ะมั้งค่ะคนเลยเปิดน้ำเย็นผสมเข้าไปเยอะจนไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ค่ะ



takegawara onsen ค่ะเป็นออนเซนสาธารณะที่โด่งดังที่สุดของเมือง สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ.1879นู้นล่ะค่ะ



ค่าบริการครั้งละ 100 เยนเท่านั้นค่ะ เปิดให้บริการกันตั้งแต่เช้าตรู่ประมาณหกโมงเช้าได้มั้งค่ะ ตอนไปประมาณเจ็ดโมงยังกลัวๆอยู่ว่าจะเปิดรึยังน่ากลัวได้ไปเห็นแต่ประตู ส่วนถ้าจะเป็นสปาทรายก็คนละ 1000เยนค่ะ ดูเหมือนที่นี่ก็จะดังเรื่องออนเซนทรายอยู่เหมือนกันนะคะ เห็นมีอยู่หลายที่เชียวไม่รู้ว่าเขาทำกันยังไงน้าาา




อันนี้สถานีโอยตะค่ะ เบปปุเป็นเมืองหนึ่งในจังหวัดโอยตะค่ะ อันนี้ถ่ายตอนนั่งรถจะไป yufuin ค่ะ ป้ายสถานีในเกาะคิวชูนี้จะมีรูปประกอบทุกสถานีเลยนะคะ



บรรยากาศหน้าสถานีโอยตะค่ะ พอดีต้องรอเปลี่ยนรถไฟนานเลยแว๊บออกมาเดินเล่นชมเมืองซะหน่อย



เมืองก็ใหญ่อยู่นะคะ

เรียบร้อยค่ะเบปปุ แช่ออนเซ็นกันซะตัวเปื่อย ตามไปต่อกันที่ yufuin เมืองน่ารักๆปายของญี่ปุ่นล่ะมั้งค่ะ




 

Create Date : 18 กันยายน 2552    
Last Update : 19 กันยายน 2552 23:10:23 น.
Counter : 674 Pageviews.  

1  2  

ผึ้งหวานโบว์
Location :
tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




2009 โอกาสหนึ่งปีเพื่อพัฒนาภาษาญี่ปุ่น ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน Chuo University

ผ่านไป 6 เดือนแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพัฒนา!!! ห้าๆๆๆๆๆๆๆๆ
Friends' blogs
[Add ผึ้งหวานโบว์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.