เรื่องราวผู้หญิงกับการเดินทางด้วยหัวใจ 2 ล้อ (มอเตอร์ไซด์) รวมถึงการท่องไปในโลกกว้างด้วยวิธีการอื่นๆ คลอเคล้าด้วยคนตรีไพเราะหลากหลายรูปแบบ เรามาผจญภัยด้วยกันนะคะ

ปลุกความเยาว์วัยในตัวเอง ผ่านงานเขียนเก่าๆ ที่ได้กลับมาอ่านซ้ำ



ด้วยหน้าที่การงานของชีวิตที่เปลี่ยน การให้ความสำคัญก็เปลี่ยนไป

คำว่า "ไม่มีเวลา" มักเป็นคำที่เรามักใช้เมื่อเราไม่ต้องการจะทำอะไรบางอย่างกันอย่างคุ้นชิน
จริงๆ แล้ว มันเป็นเรื่องของการไม่แบ่งเวลาหรือการให้ความสำคัญกับมันมากกว่าสิ่งที่ต้องทำหรือกำลังทำอยู่
มันเป็นคำปฏิเสธอย่างสุภาพทั้งต่อบุคคลอื่นและคำแก้ตัวต่อตนเองกับกิจกรรมเหล่านั้น

วันนี้คิดถึงคนๆ หนึ่งใน Bloggang จึงหวลกลับเข้ามาใน Blog เลยได้มีโอกาศนั่่งอ่านงานเขียนเก่าๆ ใน Blog ของตัวเองด้วย งานเขียนถือกำเนิดจากความต้องการบันทึกเรื่องราวการเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซด์ที่เราในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งได้ทำ ซึ่งในเวลานั้นมีแทบจะนับรายหัวได้ กับความต้องการที่จะปลุกให้ผู้หญิงลุกออกมาทำกิจกรรมสนุกๆ นอกบ้าน ลามไปถึงเรื่องราวทางการแพทย์ จนเริ่มบ่นไปเรื่อยเรื่องนั้นเรื่องนี้

ไหลออกทะเลไปละ วกเข้าเรื่อง ... 10 ปีผ่านไป เราพบว่าตัวตนเดิมยังคงอยู่ แม้จากการอ่านจะพบว่าในแต่ละช่วงชีวิตมีความหมกมุ่นไม่เหมือนกัน บางช่วงความรัก ความฝัน ความต้องการในชีวิต จนถึงวันนี้ตัวตนจะมีความเปลี่ยนแปลงไปบ้าง จากที่เราคิดว่าเราเติบโตขึ้นแล้วจากภาระหน้าที่ๆ ต้องทำ แต่เรื่องที่อยู่ในจิตใจไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย ความฝัน ความหวัง ความสับสนยังเหมือนเดิม ทำให้พบว่าจริงๆ แล้วอายุเท่านั้นที่ดำเนินไป แต่ใจยังเด็กเหมือนเดิม แบบนี้จะเรียกว่า Young Heart ได้รึเปล่านะ

ใครที่ผ่านมาอ่านก็ขอบคุณนะคะ ถ้าเป็นคนเก่าๆ ที่เคยติดตามกัน ลองเล่าชีวิตของคุณให้ฟังบ้าง ว่า 10 ปีผ่านไปเป็นอย่างไรกันบ้าง เหมือนกันไหม

การเขียน (หรือพิมพ์) ออกมา จะช่วยกลั่นกรองความคิดได้เป็นอย่างดี ทบทวนความรู้สึก ตั้งใจไว้หลายครั้งว่าจะกลับมาเขียนใหม่อีก แต่ก็ทำไม่ได้สักที แล้วก็แก้ตัวไปเรื่อย อยากเขกหัวตัวเองนัก

ช่วงนี้งดกิจกรรมเกือบทุกอย่าง เพราะงานที่ทำให้กระดิกตัวไปไหนไม่ได้มาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว คงต้องถึงเวลาสังคยานาการแบ่งเวลาชีวิตตัวเองสักที

สัญญา (กับตัวเอง) ว่าคราวนี้จะทำจริงให้ได้ จะไม่มีคำว่า "ไม่มีเวลา" อีกแล้ว




 

Create Date : 03 กันยายน 2561    
Last Update : 3 กันยายน 2561 14:24:46 น.
Counter : 63 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ความรัก ความลับ ความลึกลับ

PK1


ความรัก ความลับ ความลึกลับ ... 

เหมือนรู้จักดี แต่ไม่ใช่ นั่นแหละความรัก แต่คุณพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อผูกมันไว้ แม้จะไม่รู้ผลลัพท์ที่แท้จริง 

... และอีกความลับ คือ มันไม่เคยมี "ความรักอมตะ" 

... ตลอดเส้นทางแห่งความรัก คือ การเติมเต็ม "น้ำมันแห่งการเดินทางสู่จุดหมาย" 

... ถ้ารักอมตะคือรักกันจนความตายมาพรากไป 

... การเติมใจคือการเติมน้ำมัน เพื่อการเดินทางไปถึงจุดหมายที่ต้องการ คือ 

... นิรันดร์




 

Create Date : 10 มีนาคม 2559    
Last Update : 10 มีนาคม 2559 7:18:16 น.
Counter : 482 Pageviews.  

เพราะชีวิต คือการเรียนรู้ ... ในหนึ่งชีวิต กับ เวลาที่มีอยู่

โลกนี้ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกมากมาย ... ในหนึ่งชีวิตเรามีเวลาเท่าไหร่ โดยประมาณ


อายุโดยเฉลี่ยของมนุษย์ในยุคปัจจุบันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 จนถึงวันนี้ พ.ศ. 2548 คือ 75 ปี ตั้งแต่เกิดจนตาย ถ้านับเวลาเป็นวันคือ 27,375 วัน ถ้านับเป็นสัปดาห์คือ 3,600 สัปดาห์ ถ้านับเป็นเดือนคือ 900 เดือน ถ้านับเป็นชั่วโมงคือ 657,000 ชั่วโมง ถ้านับเป็นนาทีคือ 39,420,000 นาที ถ้านับเป็นวินาทีคือ 2,365,200,000 วินาที

เท่ากับว่าถ้าเรานับ 1 ถึง 2,365,200,000 เราก็จะแก่ตายพอดี สมการคือ
(60 วินาที x 60 นาที x 24 ชั่วโมง x 365 วัน x 75 ปี = 2,365,200,000) หรืออาจจะใช้อีกสมการหนึ่งคือ

(60 วินาที x 60 นาที x 24 ชั่วโมง x 30 วัน x 12 เดือน x 75 ปี = 2,332,800,000) ตัวเลขไม่เท่ากันกับด้านบนเนื่องจาก บางเดือน มี 28 วัน บางเดือนมี 29 วัน บางเดือนมี 30 วัน บางเดือนมี 31 วัน ไม่แน่นอนแต่ก็ใกล้เคียงกันระหว่าง 2 สมการ

วันหนึ่งๆมี 24 ชั่วโมง มนุษย์เราจะเสียเวลานอนเฉลี่ย 8-12 ชั่วโมง / วัน (ยังไม่รวมแอบหลับตอนกลางวัน) เพราะฉนั้นเราจะมีเวลาใช้ชีวิตกันจริงๆเพียงครึ่งหนึ่งของเวลาจริงเท่านั้น

เมื่อไม่นับเวลาที่เรานอน ตั้งแต่เกิดถึงตายเราจะมีเวลาเพียงแค่ 13,687 วัน หรือ 1,800 สัปดาห์ หรือ 450 เดือน หรือ 328,500 ชั่วโมง หรือ 19,710,000 นาที หรือ 1,182,600,000 วินาทีเท่านั้นเอง (เพียงเรานับ 1 ถึง 1,182,600,000 เราก็แก่ตายแล้ว) ยิ่งเวลาที่เราเจ็บไข้ได้ป่วยต้องล้มหมอนนอนเสื่อ ก็จะทำให้เราเสียเวลาไปอีกมากต่อมาก

ปัจจุบัน ... เราสามารถเลือกที่จะดำเนินชีวิตได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเราเลือก ขึ้นอยู่กับความต้องการ หลายคนพูดว่าทำในส่ิงที่ใจต้องการ เพื่อนำมาซึ่งความสุข แต่หลายคนก็จำต้องเลือกในสิ่งที่ต้องทำ แล้วพยายามมองมันให้เป็นความสุข แต่ไม่ว่าจะต้องเลือกในรูปแบบไหน สิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุขก็คือ ใจที่คิดเป็น คือ คิดอย่างคนที่เข้าใจ รู้จักปล่อยวาง และไม่ยึดติดจนเกินไป

สำหรับตัวฉันผู้ซึ่งเป็นคนเมืองโดยกำเนิดและใช้ชีวิตแบบคนเมืองโดยสมบูรูณ์ เคยลองคิดว่าถ้าเกิดมหันตภัยที่ทำให้เราต้องย้อนไปใช้ชีวิตแบบไร้เทคโนโลยี เราคนเมืองแท้ๆ ที่ชีวิตไม่เคยใช้ชีวิตกับธรรมชาติเลย จะรอดได้อย่างไร เราทำเงินเพื่อสะสมวัตถุแห่งความศิวิไล ดูคลิปนี้แล้วรู้สึกว่ามีเรื่องน่าเรียนรู้อีกเยอะจริงๆ ประเทศไทย เรามาเที่ยวในบ้านเราเองดีกว่า ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ ‪#‎ไทยเที่ยวไทย‬ ‪#‎ช่วยคนไทยด้วยกัน‬







 

Create Date : 10 ธันวาคม 2558    
Last Update : 10 ธันวาคม 2558 18:30:30 น.
Counter : 373 Pageviews.  

จุดเริ่มต้น ... ความพอดี ... และ จุดจบ

เราทุกคนต่างรู้ว่าความพอดีเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับชีวิต แต่ ... ความพอดีของชีวิตยู่ที่ตรงไหน เรามักพูดว่าชีวิตต้องมีฝัน ถ้าไม่มีฝันเราก็จะไม่มีจุดมุ่งหมาย แต่เราก็ยังได้ยินอีกว่า ความฝันกับความทะเยอทะยานมีเส้นกันบางๆ แล้วอย่างนั้น ชีวิตวัดด้วยอะไร มีนิยามอย่างไรกันแน่


คนที่มีผันแล้วประสบความสำเร็จ คือ คนที่รู้จักประมาณตัว และ มีความมุมานะ
คนที่มีฝันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่มีความทะเยอทะยานอยากจนเกินตัว และ ไม่พยายามมากพอ 

dream

ต้องล้มแล้วลุกสักกี่ครั้ง ...

สำหรับฉัน ... เสียงใดๆ ก็มิอาจนำพา เราทุกคนต้องมีฝัน แต่ฝันนั้นอาจแตกต่าง ฝันของคนบางคนนั้นอาจดูไม่เหมือนฝัน เพราะมันเป็นเรื่องจริงๆ ง่ายๆ จนคนที่มีฝันผาดโผนอาจหัวเราะเยาะเอาได้ แต่ฝันของใครก็ของมัน 

แต่การมีฝันที่ไม่ไร้สาระ คือการมีฝันที่ยิ่งใหญ่ได้เท่าที่จะฝัน แต่ก็ต้องรู้จักทางที่จะปีนขึ้นไป โดยไม่ทำให้ใครต้องเดือนร้อนหรือเสียใจ และฝันนั้นจะไม่ใช่การทะเยอทะยานแบบไร้สติ ถ้าเรารู้จักที่จะยอมรับว่า ถ้าไม่ถึงฝันก็ไม่ใช่จุดจบในชีวิต

หลายครั้งที่เราดั้นด้นไปจนถึงจุดหมายที่หวังไว้ แล้วก็พบว่าชีวิตยังมีเวลาเหลืออีกยาวไกล จึงไม่แปลกที่ในหนึ่งชีวิตเราจะมีฝันต่อไปได้เรื่อยๆ และคนช่างฝันเท่านั้น ที่จะรับรู้รสชาดแห่งความสนุกของหนทางที่จะเดินไปถึงฝั่งฝัน แต่ก็ใช่ว่าคนที่รู้จักพอใจในฝันจะไร้ซึ่งความสุข เพราะความพอเพียงก็อาจเป็นหนทางแห่งความเรียบง่ายของความรู้สึกดังเช่นกระต่ายกับเต่ากระนั้นแล




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2558    
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 3:28:23 น.
Counter : 451 Pageviews.  

เทคนิคในการจีบแพทย์หญิง (คัดลอก)

เทคนิคในการจีบแพทย์หญิง (หมอผู้หญิงห้ามเข้ามาอ่าน)

1. ความรู้พื้นฐานที่ควรทราบเกี่ยวกับแพทย์หญิง ต้องรู้บ้าง ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มเจ็ดเข้าไป

แพทย์หญิงที่คุณจะจีบแบ่งคร่าวๆได้ 4 กลุ่ม
A. แพทย์หญิงนักศึกษาหรือนิสิตแพทย์หญิง เค้าจะเรียน 6 ปี อายุมักไม่เกิน 24 ปี
B. แพทย์หญิงใช้ทุน หลังจากเรียนจบจะทำงานใน รพ. อำเภอ หรือ รพ. จังหวัด อายุในช่วง ยี่สิบกลางๆ รายได้เกือบ 100K เวลาพักแทบไม่มี
C. แพทย์หญิงเทรนนิ่ง จะทำงานอยู่ในโรงเรียนแพทย์ขนาดใหญ่ ในกทม. หรือ รพ.หลักในภูมิภาค อายุวิ่งอยู่ที่ ยี่สิบปลายๆไปถึงสามต้นๆ รายได้ 20-30K เวลาแทบไม่มี และ เครียดง่าย
D. แพทย์หญิงจบแล้ว จะประจำการตามรพ.ต่างๆตั้งแต่ โรงเรียนแพทย์ จนถึง รพ. อำเภอ รายได้แปรผันแต่อย่างต่ำมักจะ 100K+ ไปจนถึง 1M เวลาเริ่มมีมากขึ้น อายุอยู่ที่ สามต้นๆขึ้นไป

2. การจีบแพทย์หญิงกลุ่มที่ 1 หรือ นักศึกษาแพทย์ ทำได้ยากมากและโอกาสที่จะล้มเหลวมีสูงเนื่องจาก 1. เค้าเรียนหนักไม่ค่อยมีเวลา 2. จบแล้วต้องไปใช้ทุนต่างจังหวัดอีกสามปี 3 เค้ามักจะยังไม่สนใจเรื่องความรักมากนัก 


คุณต้องเป็นนักเรียนแพทย์เท่านั้นจึงจะคว้าโอกาสอันนี้ไว้ได้ โดยการจีบตอนเรียนและไปใช้ทุนด้วยกัน แม้กระนั้นเลิกกันยังมีให้เห็นถมไป

สำหรับการ approach กลุ่มที่ 1 แม้จะยากมากหรือ สุ่มเสี่ยงต่อการเลิกราเพียงใด

แต่คุณต้องทราบว่า คุณหมอผู้หญิงหน้าตาน่ารัก นิสัยดี หรือ แพทย์หญิงเกรด A+ จะอยู่ที่กลุ่มนี้ทั้งหมด หลายครั้งที่คุณพบเห็น คุณหมอท่านนี้ทำไมสวยน่ารักขนาดนี้ มีเจ้าของหมดแล้วครับ เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ 
ซึ่งตรงนี้สวนทางกับหมอผู้ชาย อย่างชัดเจน

3. การจีบแพทย์หญิงใช้ทุน ... นี่หล่ะครับ คือช่องทางที่ดีที่สุดของคุณในการจีบแพทย์หญิงอย่างยั่งยืน เนื่องจาก คุณหมออยู่ที่อำเภอ ค่อนข้างว่างกว่าตอนเป็นนักเรียนแพทย์หรือช่วงเทรนนิ่งมาก ปลัดอำเภอ หมอชายรุ่นเดียวกัน รุ่นพี่ ตำหนวด ทนายความ พ่อค้า สามารถเข้ามาจีบได้ (ติดรึเปล่าไม่รู้นะ) ด้วยวัยขณะนี้ แพทย์หญิงจะเริ่มคิดเรื่องคู่ครองมากขึ้น

เทคนิคคือ
1. จริงใจ ให้เค้าสัมผัสได้
2. เริ่มต้นอย่างนุ่มนวล และ มีเรื่องราว ชวนให้คิดถึง
3. สุภาพบุรุษต่อผู้หญิง หมอหญิงร้อยละ 90 ชอบผู้ชายที่ดูเป็น gentleman  
4. สะอาด ไม่โสโครก
5. เข้าใจอะไรง่ายๆ ไม่เรื่องมาก

ห้าข้อนี้ ในเงื่อนไขที่ว่ารูปร่าง + หน้า(มะ-รึง)ต้องได้ ปานกลางขึ้นไป แม้เค้าจะบอกว่าไม่สนหน้าตา แต่เชื่อผม สนครับ ในระดับนึง... ต้องผ่านเกณฑ์ในระดับนึง จะมาห้วล้าน พุงพลุ้ย มาดเสี่ย ไม่ได้ เงินเป็นเรื่องรองนะครับ สำหรับแพทย์หญิงกลุ่มนี้ ถ้าเป็นหมอด้วยกัน จะได้เปรียบอยู่สามช้วงตัว แต่อาชีพอื่นก็ไม่ใช่หมดโอกาสซะทีเดียว

4. การจีบแพทย์หญิงเทรนนิ่ง เป็นจังหวะหรือโอกาสทองของแพทย์หนุ่ม ทั้ง resident/fellow/staff  แต่ไม่ใช่สำหรับบุคคลากรอาชีพอื่น แพทย์หญิงเทรนนิ่ง มีความเป็นผู้ใหญ่มากระดับนึงแล้ว เกือบ 30 หรือ 30+  

แพทย์หญิงที่ยังหลุดรอด มาได้ถึงกลุ่มนี้นั้นแบ่งได้เป็นสามแบบใหญ่ๆคือ  
1. ไม่มีใครจีบ หรือ พูดเล่นๆกันในกลุ่มเพื่อนคือ "ไม่มีใครเอา"กลุ่มนี้มีปริมาณมากที่สุด  
2. คบแล้วเลิก ตรงนี้ที่คุณอาจจะมีโอกาสจีบ แพทย์หญิงระดับท๊อปได้บ้าง แต่ปัญหาคือ กลุ่มนี้อาจจะลืมแฟนเก่าไม่ได้ มีปัญหาเฉพาะตัวบางอย่างที่ทำให้ต้องเลิก หรือ เข็ดขยาดผู้ชายไปเลย ไม่ง่ายที่คุณจะจีบ อาจมีปัญหาหรืออุปสรรคได้มาก  
3. มีคนมาจีบ แต่ไม่เคยตกลงปลงใจกับใคร หายากมากครับ (super rare) เหมือนในนิยาย แต่ว่ากันว่ามีอยู่จริง ก็ไม่ง่ายอีกเช่นกัน ที่คุณจะชนะใจเธอได้  


5. การจีบแพทย์หญิงจบแล้ว หัวข้อนี้คิดอยู่นานมากนะครับ ว่าจะเขียนดีมั๊ย เพราะผมกลัวตาย แต่ไม่เป็นไร ไหนๆหมอผู้หญิงก็ไม่ได้เข้ามาอ่านอยู่แล้ว แพทย์หญิงที่หลุดรอดมาจนถึง ณ จุด จุด นี้ ต้องบอกว่าที่สุดของแจ้แล้วครับพี่น้อง คุณคิดดู ว่าเค้าฝ่าด่านอรหันต์ มากี่ชั้น โดยไม่เสียความโสดไปซะก่อน เธอเหล่านี้เป็นเหมือนสิ่งทีค่า ที่ควรทะนุ บำรุง เอ๊ย ถนอม ไว้เหนือสิ่งอื่นใด 

ก่อนที่คุณจะเข้าไปจีบ แหม .... อารมณ์ประมาณ เล่นเกมส์แล้วไปถึงบอสด่านสุดท้าย มันต้องยากแน่ๆ

ก่อนที่คุณจะเข้าไปจีบ นะครับ คุณควรรู้ nature ก่อนว่า เพราะอะไร เค้าถึงยังโสด

สาเหตุ ได้แก่ .....  
ก. ตั้งแต่เป็นสาวมา ไม่เคยมีหนุ่มมาจีบเลยแม้แต่คนเดียว (ก็เป็นกลุ่มเดิม จากแพทย์หญิงเทรนนิ่งนะครัช)
ข. มีมาจีบ แต่ มันไม่ใช่ มันไม่โดน แพทย์หญิงกลุ่มนี้ มักจะมีสเปคที่ค่อนข้างสูง  
ค. มีแฟนมาแล้วเลิก จน เข็ด ขยาด เจอผู้ชายชั่วๆ เลวๆ ไม่เอาอีกแล้ว ขออยู่คนเดียวดีกว่า อันนี้คุณจะเจอแบริเอ่อร์ที่หนากว่า บชน. แน่นอน
ง. แพทย์หญิงเลสเบี้ยน มีจริงๆนะครับ ไม่ใช่มีแต่หมอผู้ชายเก้งกวางที่ล้อเลียนกัน หมอผู้หญิงก็มี แต่เราไม่รู้เท่านั้น

เมื่อเข้าใจ nature หรือที่มาของแพทย์หญิงจบแล้ว คุณต้องรู้อีกอย่างว่า หมอผู้หญิงเหล่านี้ ไม่ใช่เข้าหาได้ง่ายๆ เพราะ อายุเค้าเป็นระดับผู้ใหญ่มากๆ รายได้เค้าหลัก หลายแสนนะคุณ คุณคิดดู กระเป๋า เครื่องสำอาง การกินอยู่ของเค้าระดับไหน คุณเงินเดือนห้าหกหมื่น ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองซักอย่าง มีแต่หนี้  ต้องคิดให้หนัก ก่อนเข้าไปจีบ เค้าอาจจะไม่สนเรื่องเงิน แต่คุณเป็นผู้ชาย ถามตัวเองก่อน ไหวมั๊ย  ปัญหาที่จะตามมา หลังเป็นแฟนหรือแต่งงานไปแล้ว รับได้มั๊ย  โอเค...ถ้าคิดว่าไหว ก็ลุยต่อ

แพทย์หญิงจบแล้ว ส่วนใหญ่ มักจะตกผลึกทางความคิดไปเรียบร้อยแล้ว คือ ไม่ได้แคร์เรื่องชีวิตคู่อีกต่อไป เค้าอยู่มาได้ถึงขั้นนี้ เค้าไม่แคร์ ไม่ need มากเหมือนสาวๆแล้วคุณ คือ มีก็ดีถ้าเจอ ไม่มีก็ไม่เป็นไร ดังนั้นการที่คุณจะทำให้เค้าคลิกได้ สำคัญสุดเชื่อผม สองอย่าง

1. ความเข้าใจที่คุณมีให้เค้า อย่างจริงใจ
2. ความซื่อสัตย์

ความรู้สึกที่เติมเต็มชีวิตเค้า ที่ขาดหายไป แบบ you complete me  คุณไม่ต้องลีลามาก ไม่ต้องงัดเทคนิกเสี่ยวๆ อะไรมาใช้ทั้งนั้น เค้าฉลาดกว่าที่คุณคิดเยอะ ระดับสอบบอร์ด ซับบอร์ดผ่านมาได้ ฝ่าดงตีน รรพ. ขณะเทรนนิ่ง มาได้ จิตเค้าอยู่ในระดับไม่ธรรมดาแล้วคุณ เท่าที่ผมสังเกต แพทย์หญิงจบแล้วจะมีลักษณะเฉพาะบางอย่างที่ค่อนข้างชัดเจน อาจจะเป็นเพราะเค้าไม่ได้มีลูก หรือ สามี ให้ต้องเครียด

- แพทย์หญิงการเมือง สังเกตได้หน้าเฟส จะมีรูปธงชาติมั่ง นกหวีด มั่ง สัญลักษณ์ต่างๆมั่ง เช็คอิน ตามสถานที่ชุมนุมต่างๆตลอดเวลา ถ้าคุณอยากรู้จักเค้าให้มากขึ้น อาจจะลอง คุยเรื่องการเมืองดู
- แพทย์หญิงวิชาการ มักจะเป็นอาจารย์หรือ staff รรพ. ชีวิตทุ่มเทให้กับการสอน งานวิจัย ลูกศิษย์  อันนี้คุณไม่ต้องไปคุยกับเค้าเรื่องวิชาการ เหมือนวิธีแบบแพทย์หญิงการเมือง คุณดึงตรงข้ามเลย เชื่อผม ขั้วตรงข้ามไปเลย ตลกมั่ง ฮาๆ  พาไปดูการแสดง ภาพยนตร์ หรือ เล่นกีฬา  
- แพทย์หญิงกตัญญู อันนี้น่ารักมากจริงๆ ผมเห็นหลายคนแล้ว เมื่อไม่มีครอบครัว เธอก็ทุ่มเททุกอย่างให้ พ่อกับแม่ทั้งหมด แพทย์หญิงกลุ่มนี้ แหละครับ ที่ผมแนะนำให้จีบ  
- แพทย์หญิงสปอร์ตเกิร์ล โยคะเย็น โยคะร้อน แอโรบิค บินทุกส่วนของร่างกายได้ 360 องศา วิ่งเป็น 10 กิโล ดำน้ำ ตีแบด สายเทนนิส  
- แพทย์หญิงอินเวสเตอร์ เงินกรูเก็บในธนาคารไมได้เด็ดขาด ผ่งผื่นจะขึ้นทันที วันนี้เงินเราทำเงินให้เราได้เท่าไหร่กันนะ ทองลงอีกแล้วเธอ เก่งก็ดีไป ผมก็เห็นมาหลายรายแล้ว  
- แพทย์หญิงก้นครัว ไม่ใช่ทำอาหารเก่งนะ แต่เป็นสมาชิกภาพถาวรของห้องก้นครัว พันทิป และ ห้อง associated comorbidities อื่นๆ เช่น ห้องแป้ง และ บลูพลาเน็ท ตามเก็บกินมันทุกร้าน ลองเครื่องสำอาง หรือของเล่น ใหม่ๆตลอดเวลา หนักข้อเข้าเป็น reviewer เองเลย
- แพทย์หญิงแบรนด์เนม เอ่อ ... เดี๋ยวจะหาว่าผม ปากจัด คือที่เล่ามา นี่ประสบพบเจอมาเองหมดนะครับ ทุกชิ้นส่วนในร่างกาย ไม่ใช่แค่แบรนด์เนมนะ ต้องอินเทรนด์เปลี่ยนตามฤดูกาล ทั้งร่าง รองเท้า ซื้อเหมือน ใช้แล้วทิ้ง เอาไปกันน้ำท่วมแทนถุงทรายได้เลย
- แพทย์หญิงธรรมะ ที่ผมสังเกตดูจะมีสองสาย คือแพทย์หญิงธรรมกาย กับ non-ธรรมกาย มักจะพูดจาช้าๆเนิบๆ พร้อมสอดแทรกหลักธรรม บวกคำคมต่างๆ เป็นระยะ ถ้าจะเข้าหา คุณก็ควรเป็น "คนดี" ระดับนึง รู้ได้ยังไงว่า(กรู)เป็นคนดี มิตรสหายท่านหนึ่งเคยบอกว่า ถ้ามีคำถามแบบนี้ในใจแปลว่าเอ็งไม่ใช่คนดีแน่ๆ คนดีต้องรู้ได้เลยว่าเราเป็นคนดี ... เอ่อ แต่ป้าซักผ้าใต้หอเคยบอกผมว่า เกือบทั้งหมดของพวกที่บอกว่าตัวเองเป็นคนดี แม่_ *&%^ ทั้งนั้น ก็ว่ากันไป
- แพทย์หญิงไนท์ไลฟ์ กลุ่มนี้ ผมไม่เคยคิดว่ามี แต่มีจริงๆ เน้นปาร์ตี้ เที่ยวดึก ส้นตึก ... เงินเค้าเยอะคุณ พร้อมกลุ่มพันธมิตร ขาเม้าท์มอย ของเค้า หมอ เก้ง กวาง และ แพทย์หญิงไร้คู่ร่วมอุดมการณ์อีกมากมาย ตอนกลางวันดู สวยเรียบ น่าเกรงขาม พอตกดึก เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เปรี้ยวจี๊ดเซ็กซี่ ลืมวัย ขึ้นมาทันที สเตปที่ออกนี่ ไม่ใช่สมัครเล่นแน่ๆ บาร์ที่ไป มีตั้งแต่ทั่วๆไป จนถึงระดับไฮเอนด์ รถที่ขับไปนี่แต่ละคัน ไม่ใช่รถคันแรก พวก มาร์ช บริโอ หรือ มิราจ นะคุณ นานมาละผมเคยไปเที่ยวที่ผับไฮโซแห่งนึง เจออยู่คนนึง ... สุดอ่ะ เข้าไปขอเบอร์ คุยกันซักพัก ถึงรู้ว่าเป็น staff allergy เด็ก เงิบเลยทีเดียว
- แพทย์หญิงเกมเมอร์ วันๆไม่สน ha อะไรทั้งสิ้น นั่งเล่นแต่เกมส์ บน iPad มือถือ เก็บสกิล เก็บเลเวล ปลูกผัก สร้างเมือง เล่นแบบไม่สนผู้สนคน ผมเคยเจอ รุ่นพี่ผม จบ Mayo Clinic ตั้งแต่ dent ยัน fellow นะคุณ ไม่มีแฟน ไม่มีครอบครัว วันๆ(กรู)ปลูกผัก สร้างเมืองอย่างเดียว ... เคยนั่งอยู่ห้องพักแพทย์ด้วยกัน ... เอ่อ พี่ ครับ ... พี่ใส่เสื้อกลับข้างอ่ะ ... ไม่หันมามองผมด้วยนะ ตามองจอ iPad นิ้วกดๆๆ แล้วเปรยเบาๆ ออกมาว่า "ว่างมากเหรออ่ะ"

กุญแจสำคัญ ที่คุณจะชนะใจแพทย์หญิงได้ คือคุณต้องเข้าใจตัวตนของเค้าให้ได้ก่อน

สรุปส่งท้าย take home message

ข้อดีข้อเสียของการมีแฟนเป็นแพทย์หญิง

ข้อดี
1. ครอบครัวมั่นคง รายได้ต่อเดือนทำให้ครอบครัวในอนาคตคุณไม่ลำบากแน่ (พวกผู้ชายที่เกาะผู้หญิงกิน จะชอบข้อนี้มาก)
2. หน้าตา ในสังคม จะดูดี มีระดับ ขึ้นมาทันที ถ้าแฟนคุณเป็นถึงแพทย์หญิง
3. ลูกออกมา น่าจะฉลาดเหมือนแม่เค้า อย่างน้อยก็ไม่โง่
4. ได้ไปประชุมวิชาการบ่อยๆ บางทริปก็มีสปอนเซอร์ให้ด้วย
5. สุขภาพคุณและพ่อแม่ อย่างน้อยคุณมีภรรยาซัพพอร์ทให้ รู้จักอาจารย์เก่งๆมากมาย

ข้อเสีย
1. ส่วนใหญ่มีความมั่นใจสูง มีความเป็นผู้นำ ทำให้คุณไม่ใช่ช้างเท้าหน้า อย่างแน่นอน อย่างมาก ก็ได้แค่ เท้าหน้าข้างซ้ายหรือขวา หนักเข้าอาจเป็นเท้าหลังหรือ หางไปเลย ที่สำคัญ ตรงนี้มักจะไม่แสดงออกให้เห็นในระยะแรก เมื่อคบไปซักพัก หรือ หลังแต่งจะเริ่มเห็นมากขึ้น ยกตัวอย่างบ้านๆ เช่น 
พอเดินมาถึงห้าง "วันนี้ เราไปกินราเมงกันมั๊ยครับ ผมเลี้ยงเอง"
ถ้าเป็นผู้หญิงทั่วๆไปก็อาจจะ "ดีเหมือนกันเนอะ เอาสิคะ อยากกินราเมงร้านไหนเอ่ย ... เดี๋ยวช่วยเลือกนะ"
แต่เมื่อเป็นแพทย์หญิง คุณอาจจะได้รับคำตอบแบบนี้ "..........." นิ่งอหิงสา ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาทั้งสิ้น
ถ้าเป็นแพทย์หญิงการเมือง แปลว่าเค้ากำลังทำอารยะขัดขืนกับคุณ "ยังไม่หิว ... ไปซื้อของก่อน" หรือ "ราเมงอีกละ ... ไม่เบื่อมั่งเหรอ" หรือ "ก็ต้องเลี้ยงอยู่แล้วมะ เป็นผู้ชายจะให้ผู้หญิงจ่ายรึไง  ... " เป็นต้น 
2. งานบ้านงานเรื่อน ส่วนใหญ่แทบทำไม่เป็นเลย เพราะชีวิต เค้ามีแต่เรียนกับเรียน ตั้งแต่เด็กๆ อยู่หอก็มีป้าซักรีดให้ ใช้ทุนก็มีคนทำให้หมด  คุณทำใจได้เลยว่า ถ้าแต่งไป ซักผ้า รีดผ้า ล้างจาน ล้างส้วม ทำกับข้าว 90% คุณทำ เค้าจะทำเป็นมาช่วยๆ พอเป็นพิธีในฐานะ ผู้หารายได้หลักของครอบครัว เรื่องแค่นี้ เงินเดิอนห้าหกหมื่น ช่วยได้ ก็ช่วยกันบ้าง อย่าบ่น
3. บางสาขา คุณทำใจโดนปลุกเพราะ เสียงโทรศัพท์ได้เลยตลอดชีวิต เพราะ มันจะมีโทรมาเรื่อยๆ  ไปเที่ยวไหน หรือ ทำอะไร หรือ จะเข้าพระเข้านางก็อาจจะมีมาขัดจังหวะ เสมอโดยเฉพาะ คนไข้ vip อย่าคิดว่ารพ. รัฐ ไม่มี รพ. รัฐ นี่แหละหนักเลย โดยเฉพาะ รรพ.
4. ถ้าทะเลาะกันขึ้นมาเมื่อไหร่ ให้ระวังเอาไว้ให้ดีแพทย์หญิงส่วนใหญ่ เน้นว่า ส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทั้งหมด จะรู้สึกว่า การศึกษา ความรู้ ฐานะทางสังคม เค้าสูงกว่าอาชีพอื่น ดีๆ กันไม่เป็นไร ทะเลาะกันคุณต้องทำใจรับไว้บ้าง
5. อ้วนง่าย แก่เร็ว สมมุติ คุณเห็นเค้าตอนนี้นะ บวกไปอีก 10 โลเป็นอย่างน้อย หลังแต่ง ด้วยงานที่หนัก และ การใช้ชีวิตที่ผ่านมาหนักหน่วงกว่ามนุษย์ทั่วๆไป ทำให้แพทย์หญิง มักจะแก่ง่าย ...  

จบละ ตัวใคร ตัวมัน แล้วนะคุณ

ผมทิ้งกระทู้แล้วนะ ฟิ้วววววว ...  CR::: 1412/Exclusive member @ Thaiclinic.com



อ่านเจอในไทยคลินิก ชอบจนต้องก๊อปมาแบ่งให้อ่านกัน แล้วก็เก็บไว้อ่านเอง ก็รู้นะว่าตัวเองเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูง จากบทความนี้พบว่าหมอสาวๆ ก็เป็นแบบเดียวกัน เราไม่ใช่คนประหลาดอีกต่อไปแล้ว ^^ ควรจะรีบไปจังจองพื้นที่ในหมู่บ้านคานทองนิเวศน์ไหมเนี่ย ดูท่าทางจะหาคนมาชอบยากเสียแล้วเรา 555+




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2556    
Last Update : 18 ธันวาคม 2556 2:58:43 น.
Counter : 667 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

BlogGang Popular Award#14


 
blue passion
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




มีหัวใจไว้เดินทาง ค้นหาความหมายของชีวิต เพื่อเติมเต็มให้กับคำถามที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างการเติบโต วิธีการในการเดินทางมีมากมาย แต่ ณ วันนี้ ขอเลือกสองล้อเป็นพาหนะในการนำพาไปสู่จุดหมายปลายทาง

Site Meter

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add blue passion's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.