เรื่องราวผู้หญิงกับการเดินทางด้วยหัวใจ 2 ล้อ (มอเตอร์ไซด์) รวมถึงการท่องไปในโลกกว้างด้วยวิธีการอื่นๆ คลอเคล้าด้วยคนตรีไพเราะหลากหลายรูปแบบ เรามาผจญภัยด้วยกันนะคะ

ทริปแรกกับหนูดี ขี่สองล้อ...ไปบางแสนไบค์วีค 8/11/51

หลังจากเพิ่งตัดสินใจกลับมาขี่รถมอเตอร์ไซด์ ถอยหนูดี (Kawasai Dtracker-KLX250)มาได้ซักพัก ก็เกิดความอยาก...ขี่เที่ยว ได้ข่าวงานบางแสนไบค์วีค...ไปๆๆๆ ไป... ในชีวิตก็ไม่เคยไปงานแบบนี้มาก่อนด้วย อยากเห็น ตอนแรกกะจะขี่ไปคนเดียว อยากออกแต่เช้า ก๊วนหนูดีคุยกันในเวปว่าจะออกเก้าโมง เราว่าสายไปหน่อยและเราเป็นคนไม่ชอบรอคน แต่คุยไปคุยมา...เอาก็ได้ ลองดูว่าไปด้วยกันเยอะจะเป็นไง

นัดกันที่ปั๊ม ปตท.อุดมสุข เวลา 9.00น. ล้อหมุน 9.30น รวมสมัครพรรคพวกได้ 9 หนูดีกับอีก 1 นินจา



วิ่งออกบางนาตราด วิ่งช่องทางด่วนตลอด แต่พอพ้นสุวรรณภูมิไปทางก็เหลือสองเลนส์มั่งสามเลนส์มั่ง ด้วยความที่หนูดีทำความเร็วสุดๆแบบตามลมได้แค่ 130km/hr ทำให้เวลาจะแซงแต่ละทีหงุดหงิดหัวใจ เพราะมันจะไปตีคู่คี่ ต้องลุ้นตลอด แถมยังมีแต่รถใหญ่ซะอีกด้วย ก่อนถึงทางเลี่ยงเมืองก็รู้สึกได้แล้วว่ารถมันร่อนๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งเข้าเลี่ยงเมือง มีคนขี่นำเข้าไปในปั๊มน้ำมัน เอ้า...พักกันซักหน่อย


อ้าว...ยางแบน งานเข้าซะแล้ว เจ้าสกรูเจ้าปัญหาตัวนี้เอง


ขี่อยู่นานกว่าจะเจอร้านยาง ต้องขอบคุณเพื่อนตี๋ (เสื้อลายเขียวขาว)ที่ลงทุนถอดล้อให้ ตอนแรกร้านยางจะไม่ยอมทำให้ บอกว่ากลัวกะทะล้อเป็นรอย อ้อนอยู่ซักพักก็โอเค


สภาพรถหลังถอดล้อ และยางในที่ซ่อมไม่ได้ เพราะหลายรูเหลือเกิน


นัดเจอกับ biker บางแสนที่หน้า BiG C แล้วก็เคลื่อนขบวนต่อไปยังชายหาดบางแสน เพราะมัวแต่เปลี่ยนยางรถนานไปหน่อย โครงการขี่เล่นในเขาเขียวจึงเป็นอันต้องพับไป นั่งเล่นริมหาดซักพัก เพราะกว่างานจะเริ่มก็บ่ายแก่ๆ ขี่เข้าไปร่วมงานราวสี่โมงกว่า ตื่นตาตื่นใจกับรถหลากรูปแบบหลายยี่ห้อ ทั้งชอปเปอร์ สปอร์ต โมตาด ทัวร์ริ่ง คัสตอมไบค์ต่างๆ เกินบรรยายจริงๆ ตัวเองไม่เคยได้ไปงานไบค์วีคมาก่อนเลยตื่นตาตื่นใจน่าดู


ขี่เข้างาน

จริงแล้วเค้ามีให้เข้าขบวนขี่รอบเมือง รู้สึกแปลกๆ แห่อะไร แห่ทำไม เลยไม่เอาอีกว่า...ว่าแล้วก็หาที่จอดเดินชมดีกว่า


หลากหลายรูปแบบ...ทั้งมังกี้และชาลีก็มา



ริ้วขบวน...แห่รอบเมือง



ไม่เหมือนอยู่เมืองไทยเลย...



เข้าใจคิด



ก้านยาว



งานนี้มาเพื่อโชว์โดยเฉพาะ...HD รุ่นลายคราม




โชว์สตันท์ด้วยรถออโตเมติก



จบทริปแล้วจ้า


รีบบึ่งกลับมาทำงานต่อ ไม่ได้อยู่ดูงานกลางคืนอีกเช่นเคย มีพลพรรคร่วมขับกลับรวมทั้งหมด 3 คัน บิดหมดปลอกเหมือนเคย กลับถึงกรุงเทพทุ่มกว่า อาบน้ำอาบท่า ถึงที่ทำงานก็เกือบสองทุ่ม ม่วนหลายๆ ค่ะ




 

Create Date : 23 มีนาคม 2552    
Last Update : 23 มีนาคม 2552 18:56:46 น.
Counter : 2478 Pageviews.  

ไหว้พระอยุธยา และ สุพรรณไบค์วีค 28/2/52

วันนี้มีงานสุพรรณไบค์วีด เพื่อน biker จากเชียงใหม่โทรมากริ้งกร้างให้ไปหา งานมีตอนกลางคืน...แต่ตัวเองมีธุระตอนค่ำจึงนัดกันแค่กินข้าวกลางวันกลางทางแล้วกลับก่อนไม่ได้ไปงานที่สุพรรณ และที่สำคัญอยากเจอพี่ biker ผู้หญิงคนหนึ่งที่มาจากอ่างทองมากๆ

ออกเดินทางเกือบแปดโมงนัดกับคู่หูที่ปั๊มเดิม ปตท.รังสิต (ปั๊มที่สองเลยจาก ม.ธรรมศาสตร์รังสิต)กินข้าวเช้าเอาแรง ทริปนี้ขี่หนูดีไป แล้วก็ไปเปลี่ยนเป็นขี่ BMW R1200GS กันที่ปั๊ม เดินทางมาถึงอยุธยาราวเก้าโมงกว่า โทรไปหาก๊วนเชียงใหม่ เพิ่งถึงนครสวรรค์ จึงตกลงปลงใจแวะวัดไหว้พระก่อนดีกว่า

วัดแรกที่แวะคือ วัดพนัญเชิงวรวิหาร(วรวิหาร หมายถึง ระดับชั้นของพระอารามหลวง) เรียกกันเป็นสามัญว่า หลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง เป็นวัดดังที่ใครๆมาก็ต้องแวะ ดังนั้นบางวันคนจะเยอะมากซะจนแทบจะเข้าไปในโบสต์ไม่ได้ เป็นวัดที่มีมาแต่โบราณ ก่อนสร้างกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 14 เมตรเศษ สูง 19 เมตร พระพุทธรูปองค์นี้ ชาวจีนนับถือมาก เรียกว่า "ซำปอกง" แปลว่า รัตนตรัย คนไทยทั่วไป เรียก "หลวงพ่อโต" หรือ "หลวงพ่อพนัญเชิง" เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ลงรักปิดทองในสมัยอู่ทอง องค์หลวงพ่อได้รับการบูรณะซ่อมแซมตลอดมา ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และรัชกาลที่ 4 ทำการซ่อมแซมใหม่ทั้งองค์ แล้วถวายพระนามว่า "พระพุทธไตรรัตนายก"


ออกจากวัดแรกจึงมุ่งหน้าไปยังวัดใหญ่ชัยมงคล แต่ระหว่างทางก็เกิดเหตุเล็กน้อย ขณะที่ขี่อยู่ข้างหน้าก็มีรถโตโยต้าวีออสป้ายแดงกำลังขับข้ามทางรถไฟด้วยความเร็วที่ช้ามากๆ เหมือนกำลังหาอะไรอยู่ สังเกตุทางซ้ายมือมีร้านอาหาร แต่เราคิดไปแล้วว่าเค้ากำลังจะหักซ้ายเพราะเห็นเค้าหันหัวออกซ้ายนิดๆ เราก็เลยออกขวา พอเค้าได้ยินเสียงแตรจากข้างหลังเราอีกทีปุ๊บเค้าจอดเลย เวรกรรมซิคับ...เบรคไม่อยู่ แล้วที่หักขวาไว้มันยังไม่พ้น ทำให้กันชนครอบเครื่องด้านข้างไปชนอะดิ รถเราล้มไปทางขวา ตัวเราไปกระแทกกับรถตู้ ก็ได้เลือดเล็กน้อยปากแตกกับหน้าแข้งช้ำนิดหน่อย คนขับรถเค้าก็ดีลงมายอมรับผิด แต่มีผรั่งนั่งมาด้วย มันเดินมาเลย หาว่าเราจะกลับรถกลางถนน(ถนนสองเลนส์สวน) บ้าป่าววะ...ใครจะกลับรถตรงทางลาด แถมกลับจากกลางถนนอีก แล้วรถก็เท่าควาย ถ้าเทียบกับตัวเรา ก็เลยมีจี๊ด...ยืนด่ากันอยู่ แค้นไอ้ฝรั่งมากๆ ถ้าเรียกประกันเราก็ผิดล่ะ เพราะมันเป็นการชนท้าย แต่สุดท้ายผู้หญิงคนขับเค้ายอม และเราก็บอกให้ฝรั่งมาขอโทษที่ปรักปรำเราตอนแรก แล้วก็แยกกันไป หลังจากตรงนี้เราก็เลยกลับมาขี่หนูดีอีกครั้ง ส่วน BMW ไม่เป็นอะไรมาก ถลอกเล็กน้อยเท่านั้น (ตอนแรกก็ดูห่วงใยเราดี ไปๆมาๆเหมือนจะห่วงรถไงไม่รู้ -_-")

เที่ยวต่อวัดที่สอง...วัดใหญ่ชัยมงคล

เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทำศึกยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชแห่งพม่าที่ตำบลหนองสาหร่าย เมืองสุพรรณบุรี ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ การสร้างพระเจดีย์อาจสร้างเสริมพระเจดีย์เดิมที่มีอยู่หรืออาจสร้างใหม่ทั้งองค์ก็ได้ ไม่มีหลักฐานแน่นอน ขนานนามว่า “พระเจดีย์ชัยมงคล” แต่ราษฎรเรียกว่า “พระเจดีย์ใหญ่” ฉะนั้นนานวันเข้าวัดนี้จึงเรียกชื่อเป็น “วัดใหญ่ชัยมงคล” วัดนี้ร้างไปเมื่อคราวเสียกรุงครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ยังมี วิหารพระพุทธไสยาสน์ สร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวร เพื่อเป็นที่ถวายสักการะบูชาและปฏิบัติพระกรรมฐาน ปัจจุบันมีการสร้างพระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีผู้นิยมไปนมัสการอย่างสม่ำเสมอเป็นจำนวนมาก ภายในวัดนี้ใหญ่และร่มรื่นมากค่ะ มีหลายๆส่วนให้เดิน เดินให้ทั่วๆนะคะ

ตัวเองเคยไปทำงานอยู่อยุธยานี่ถึงหนึ่งปี ชอบมากๆกับโบราณสถานเหล่านี้ ขับรถไปดูไฟกลางคืน ยังมีวัดอีกมากมาย สนใจลองดูในแผนที่นี้นะคะ

จากอยุธยามุ่งหน้าสิงห์บุรี กว่าเที่ยงหิวข้าวแล้ว จากอยุธยาไปสิงห์บุรีราว 60km นัดกินข้าวกันที่แพลุงชุบ ข้างวัดตราชู ไอ้ตอนบอกทางก็ได้ยินไม่ชัด ...จำได้ว่าอะไรชูๆนี่แหละ รู้ว่าวิ่งสายหลักไปเรื่อยๆ พอถึงสิงห์บุรีก็งัด GPS มาดูและก็วิ่งตามไป ถึงทางเข้าวัดแล้วเห็นแต่ป้ายร้านกุ้งเผาทองชุบซะงั้น ดู GPS พาอ้อมไปอีกทางเป็นทางลูกรัง ในที่สุดก็ถึงร้านจนได้ แต่จริงแล้วทางเข้าคือเข้าไปทางเดียวกับวัดนั่นแหละ


เดินเข้าร้านด้วยความหิวโหย เจอะเจอ biker เชียงใหม่และเจ้าถิ่นก๊วนหนึ่งรวมๆกว่าสิบคน เป็น chopper ซะส่วนมาก และก็พี่กุ้ง Biker จากอ่างทองขี่ Er-6n สีส้มแปร้ดมาเลย กินกุ้งแม่น้ำกันซะเปรม ตอนแรกพี่กุ้งจะเป็นเจ้ามือ แต่หมอเจแอบชิงตัดหน้าจ่าย และเราก็ได้เอา Er-6n มาลิ้มลอง แต่ออกไปลองแบบไม่ได้ใส่หมวกกันน็อด เลยทำความเร็วได้แค่ 100 กว่า ไม่ไหวแสบตาชะมัด


พระพุทธรูปขนาดใหญ่ในวัดพิกุลทอง


กินเสร็จก็เตรียมเคลื่อนขบวน ไปแวะวัดพิกุลทองกัน แล้วเราก็แยกกลับกันสามคน คือ D-tracker, Er-6n และ BMW R1200GS เรากลับถึงกรุงเทพราวสี่โมง กว่าจะถึงบ้านก็ห้าโมงกว่า นัดเพื่อนไปจะงานแต่งงานให้มารับ 6 โมงเย็น โชคดีที่เพื่อนมาเลท ไม่งั้นไม่ทันแน่เลยเรา


สามคันที่แยกกลับก่อน


เก็บตกภาพบรรยากาศสุพรรณไบค์วีคที่ไม่ได้ไป 28/2/52


รวมตัวกันที่ปั๊ม




รถในหลากหลายรูปแบบ


สามารถอ่านเรื่องสุพรรณไบค์วีดอีกหนึ่งอารมณ์ได้จากเวปพันทิพย์ ที่นี่

ขอบคุณผู้สนับสนุนรูปภาพ koonae




 

Create Date : 18 มีนาคม 2552    
Last Update : 18 มีนาคม 2552 19:14:30 น.
Counter : 1166 Pageviews.  

ปันใจ...ขี่ FZ1 ตะลุยเขาใหญ่

ด้วยความที่เป็นคนชอบเล่นโค้ง ทางตรงเป็นหลับ แต่ถ้ามีโค้งละก็ถึงไหนถึงกัน แต่...อยู่กรุงเทพ ไม่มีภูเขา เอาไงดี...ไปเขาใหญ่ดีกว่า ว่าแล้วก็...กำหนดวันออกเดินทาง

ตกลงปลงใจ นัดคู่หู...ตื่นเต้นๆ คิดว่าออกแต่เช้าแน่ๆ พ่อเจ้าประคุณมาซะ 11 โมง...เซ็ง เอา...ดีกว่าไม่ได้ขี่ ออกจากบางนากว่าจะผ่าเมืองไปได้เล่นเอาลิ้นห้อย แวะกินข้าวที่ครัวเขาใหญ่ (แฮมอร่อยค่ะ...ขอบอก) มาทีไรกินที่นี่ทุกที ถึงเขาใหญ่ก็ราวๆเที่ยง



ทางเขาใหญ่ไม่ดีอย่างภาคเหนือ และเป็นที่อยู่ของบรรดาสัตว์น้อยใหญ่เจ้าของบ้าน จึงต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง


ป่าไม้ที่เขียวขจี...ถึงแม้จะทำความเร็วในโค้งไม่ได้มาก แต่ก็เหมือนเป็นการฟอกปอด สูดอากาศ ชาจ์ทพลังให้แกตัวเอง ขี่แป๊บๆ ถึงฝั่งปราจีนซะแล้ว ออกไปเติมน้ำมันแล้วกลับเข้ามาใหม่ (ไม่เสียตังค่าผ่านทางอีกรอบ อิอิ) สิ่งที่น่ากลัว...คือ ลิงออกมาขออาหาร นั่งกันกลางถนนอย่างไม่เกรงกลัว เสียวจะโดนรถเหยียบจริงๆ

มองไปข้างๆ...โป่งดิน เย็นแล้ว (ประมาณสี่โมง) อ๊ะ...มีกวางมากินดินโป่งด้วย ได้โอกาสจอดพักไปในตัว


ลงมาถึงปากทางก็เย็นพอดี


หิวแล้ว...อยากหาอะไรกินซะหน่อย มุ่งหน้าไป primo posto ผลคือกินแห้วไปเต็มๆ เค้ามี dinner วันอาทิตย์ จ๋อยเรย

เลยต้องบึ่งมากินข้าง กทม.ดีฝ่า เด๋วมืดมากจะลำบาก...คู่หูบอก (ค่ำกับดึกมันต่างกันตรงไหน...) กว่าจะถึงร้านอาหารแถวเกษตร-นวมินทร์ เกือบสองทุ่มแน่ะ หิวสุดๆ

จบทริปที่ระยะทาง 400 กว่าๆ สุขใจสุด ตอนนี้ก็ร้อนมั่กๆ อยากขี่จัง...เครียดๆๆ

เจอกันที่ไหนก็ทักทายกันบ้างนะคะ เรารักสองล้อเหมือนกัน คันเล็กหรือใหญ่ก็ใจเดียวกันทั้งน้าาาน




 

Create Date : 14 มีนาคม 2552    
Last Update : 14 มีนาคม 2552 2:30:38 น.
Counter : 801 Pageviews.  

ผู้หญิงกับมอเตอร์ไซด์ใหญ่ ขี่ได้หรือไม่ได้??


คงมีสุภาพสตรีไม่น้อยที่สงสัยว่าตัวเองจะขี่มอเตอร์ไซด์ใหญ่ได้จริงหรือ???

ด้วยสรีระของผู้หญิงเอเชีย ต้องยอมรับค่ะ ว่าเราไม่ได้สูงใหญ่ ถ้าจะสูงก็ออกไปทางผอม (รึเปล่า??) จึงมีคำถามไม่น้อยว่าไหวเร้ออ
!!??

ตอบไงดีหล่ะ...ขี่ได้แต่มันก็จะมีข้อจำกัด ถ้าตัวเล็ก(ความสูงน้อย)มากจริงๆ แล้วคันที่คุณขี่ไม่ถึงแม้แต่เขย่ง ก็จะขี่ได้แต่ทางตรง ให้คนจับท้ายแล้วเราก็บิดคันเร่งออกไป แต่จะยิ่งกว่าลำบากตอนจอดกับกลับรถ จึงเป็นเหตุผลว่ารถที่คุณจะขี่ได้นั้น อย่างน้อยต้องถึงแบบเขย่งปลายๆเท้าพอไหน แต่ไม่ถึงขนาดบัลเล่ต์ก็ไม่ได้ เพราะก็จะลำบากด้วยเหตุผลข้างต้นอีก

ตัวผู้เขียนเองสูงแค่ 160+cm. เองค่ะ ขี่ได้ยัน BMW R1200GS แต่ถ้ารถใหญ่มากก็จะเสียวเล็กๆ เวลาความเร็วต่ำๆ สุดท้ายจะขี่ได้ขึ้นอยู่กับทักษะนั่นเอง และทักษะเหล่านั้นก็มากการฝึกฝน ได้ให้รายละเอียดไว้บ้างในบทความที่แล้ว...ออกสตาร์ท บ้านเราไม่ค่อยมีโรงเรียนสอนเป็นจริงเป็นจัง เพราะเรามองมันเป็นงานอิเรก ถามว่ามีมั๊ยโรงเรียนเป็นเรื่องเป็นราว..มีค่ะ ที่พีระเซอร์กิต พัทยา แต่ก็นะ...แพง

รักจะเล่นกีฬาแมนๆ อีกสิ่งหนึ่งก็คือต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่ก็คงไม่ต้องถึงขนาดเพาะกายนะคะ...เกินไป คิคิ




 

Create Date : 12 มีนาคม 2552    
Last Update : 9 เมษายน 2552 2:13:35 น.
Counter : 769 Pageviews.  

ขี่มอเตอร์ไซด์...ไปเกาะช้าง

ทริปนี้...ได้ไปกับเพื่อนเลิฟ(ผู้หญิง) เมื่อราวเดือนตุลาปี 51 โดยไปเช่ารถ BB Honda CBR600 จากพัทยา เราออกจากกรุงเทพแต่เช้าตรู่ ด้วยความที่ไม่ได้ขี่มานาน พาลเอาเราสองคนตื่นเต้นมากๆ ถึงพัทยาตั้งแต่ไก่โห่ ร้านเช่าเค้ายังไม่ได้ตั้งร้านซะด้วยซ้ำ ก็โทรบอกให้เค้าเอารถออกมาให้ เราวางแผนว่าจะขี่ไปเรื่อย...สุดที่ไหนก็ที่นั้น แต่เพื่อนรักไม่ได้รู้เลยว่าเราตั้งใจไว้ว่าจะต้องไปให้ถึงเกาะช้างให้ได้

เราขี่ไปถึงจันทบุรีก็ราวเที่ยง กินข้าวเสร็จก็ยังไม่บ่ายโมงดี งัดเอา GPS garmin nuvi 205 ออกมากดดู อืม...อีกแค่สองร้อยกว่าโลเท่านั้น ว่าแล้วก็เริ่มตล่อมเพื่อนรักว่าไปเกาะช้างเหอะ ใกล้แค่นี้เอง ...แล้วเพื่อนรักก็หลวมตัวตกลง


ในที่สุดเราก็ถึงท่าเรือเฟอรี่ไปเกาะช้างราวสีโมงเย็น ระหว่างทาง...เพื่อนด่ากระจายว่า ไกลมาก...แกพาชั้นมาทำไมเนี่ย กว่าเรือจะถึงเกาะช้างก็เกือบหกโมง เมื่อลงที่ท่าเกาะช้างแล้ว ถามทางชาวบ้านเค้าบอกว่าไปทางขวามีเขาสูง แต่ในความทรงจำอันเลือนลาง...น่าจะถึงหาดที่มีร้านอาหารกับที่พักเยอะก่อน ก็เลยลากเพื่อนไปทางขวา ผลคือ...ขึ้นเขาทั้งสูง ชัน และหักศอกในเวลาโพล้ พอถึงที่พัก...คราวนี้เพื่อนโกรธเลย แถมด่ากระจายอีกด้วย 555 แล้วก็เรียกร้องหาหมอนวด บอกว่าเมื่อยมาก รวมระยะทางราว 300km กับสภาพรถสปอร์ตก็นับว่าโหดอยู่ คืนนี้หลังหม่ำข้าวก็เลยนัดให้หมอนวดมานวดไทยกันถึงที่ นวดเสร็จก็หลับเป็นตายเลย

เรารีบออกจากเกาะช้างราวสิบโมง กว่าจะถึงฝั่งก็เที่ยง ต้องรีบทำเวลา...เหมือนเคยต้องกลับมาทำงานต่อตอนสองทุ่ม ด้วยความที่พก GPS ไปด้วย ก็นะ...ซะหน่อย เบื่อหนทางเดิม เลยเข้าเลี่ยงเมืองตั้งแต่จันทบุรีคิดว่าจะมีทางหลักตัดเข้ามาได้ ปรากฎไม่มี แต่มันก็นำทางลัดมาตามทางสองเลนสวน จริงๆแล้วต้องบอกว่าได้เจอเส้นทางสวยๆ ซึ่งทำให้เราชอบมาก ติดใจอารมณ์นี้แบบมากๆ แต่ก็เช่นเคยเพื่อนเลิฟสุดรักออกแนวอนุรักษณ์นิยมก็หงุดหงิดเล็กน้อย เพราะเส้นทางไม่คุ้นเคย ถึงพัทยาราวห้าโมงเย็นได้ นั่งปล่อยอารมณ์พักเหนื่อยแป๊บนึง จึงบึ่งเข้ากรุงเทพพร้อมกับความสุขเต็มเปี่ยมในหัวใจ

คำถามที่ได้รับคำตอบ...ว่าเทใจสู่ความเป็นชาวสองล้อเต็มตัวแล้วเรา




 

Create Date : 11 มีนาคม 2552    
Last Update : 11 มีนาคม 2552 21:04:34 น.
Counter : 2036 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

BlogGang Popular Award#13


 
blue passion
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




มีหัวใจไว้เดินทาง ค้นหาความหมายของชีวิต เพื่อเติมเต็มให้กับคำถามที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างการเติบโต วิธีการในการเดินทางมีมากมาย แต่ ณ วันนี้ ขอเลือกสองล้อเป็นพาหนะในการนำพาไปสู่จุดหมายปลายทาง

Site Meter

เปิดโลกแห่งท้องทะเลสีคราม แหล่งชุมนุมของผู้รักการดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้

เวป Bigbike หัวใจ Adventure ทุกสายพันธุ์

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add blue passion's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.