เรื่องราวผู้หญิงกับการเดินทางด้วยหัวใจ 2 ล้อ (มอเตอร์ไซด์) รวมถึงการท่องไปในโลกกว้างด้วยวิธีการอื่นๆ คลอเคล้าด้วยคนตรีไพเราะหลากหลายรูปแบบ เรามาผจญภัยด้วยกันนะคะ

ประวัติความเป็นมาของ Girl Riders และความเป็นไปในอนาคต



Girl Rider เป็นกลุ่มสาวๆ ที่รักการขี่มอเตอร์ไซด์คันโต หรือที่เราเรียกว่า Big Bike ท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ



โดยเริ่มจาก "แต่ละคนที่ขี่รถอยู่แล้ว" แต่ในกลุ่มมักจะมีแต่ผู้ชาย ไม่มีผู้หญิงเลย เมื่อถึงปลายทาง แม้เราจะร่วมวงสนทนากับผู้ชายได้อย่างไม่ขัดเขิน แต่บางครั้งเราก็อยากจะเม้าท์มอยในแบบผู้หญิงๆ บ้าง แล้วพอเราได้ขี่มาเจอกัน ก็...เอ้ย มีผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ขี่นี่นา จาก 2 เป็น 3 เป็น 9 ค่อยๆ รู้จักมากขึ้น จึงมีความคิดอยากรวมตัวผู้หญิงขี่รถให้เป็นกลุ่มกัน ก็เลยคิดกันว่างั้นเราจัดทริปที่นับแต่ผู้หญิงขึ้นมานั่นก็คือ ทริปเขาค้อ จริงๆ แล้วในทริปนั้นมีผู้ชายมาร่วมทริปด้วยอีกเป็นจำนวนมาก 30 กว่าคนได้ พอเราได้มาเจอกัน ได้สัมผัสตัวตนของแต่ละคน โชคดีที่เราทั้ง 8 (ในตอนนั้น) คุยกันแล้วนิสัยเข้ากันได้ หลังจากจบทริปได้ติดต่อพูดคุยกันสม่ำเสมอ ก็เลยตัดสินใจตั้งเป็นกลุ่ม Girl Riders ขึ้นมาเลยละกัน แต่ไม่ได้เปิดรับสมาชิกสะเปะสะปะ จะบอกว่าเป็นกลุ่มปิดก็ได้ เพราะเราคิดชื่อมากจากผู้หญิงที่ขี่รถ ฉะนั้นต้องขี่กันเองได้ และพวกเราชอบเที่ยวเหมือนๆ กัน ดังนั้นต้องมีจัดทริปอยู่เรื่อย ฉะนั้นคนที่จะมาเข้ากลุ่มได้ จึงต้องขอทำความรู้จักกันก่อน ว่าจะเข้ากันได้หรือเปล่า จึงเป็นเงื่อนไขอย่างที่กล่าวมา ว่าอยู่ดีๆ จะมาขอเข้ากลุ่มเลยน่ะไม่ได้ ^^

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ กลุ่มนี้ก็มีอายุ 4 เดือนแล้ว ดูเหมือนว่าจะสั้นๆ แต่บางคนรู้จักกันมากว่า 3 ปี เราคบที่ตัวตนจริงๆ ของกันและกัน ใครเคยเป็นไงก็เป็นแบบนั้น เคยกินนอนเที่ยวเล่นด้วยกัน ลำบากด้วยกัน รู้จักกันไปจนถึงระดับครอบครัว บอกได้ว่าเราเป็นมากกว่าคนรู้จัก เราเป็นเหมือนพี่เหมือนน้อง ที่พร้อมจะช่วยเหลือกันเมื่อมีปัญหาในทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่ทักทาย แล้วแยกย้ายไม่สนใจกันเวลามีทุกข์ อย่าหาว่าเราหยิ่งหรือเรื่องมากเลยค่ะ เพราะเราคาดหวังว่าเมื่อเข้ามาอยู่ในกลุ่มแล้ว เราก็อยากจะเป็นเพื่อนกันไปให้นานที่สุด ก็เลยต้องมีข้อแม้เงื่อนไขมากหน่อยเป็นธรรมดา และนี่เป็นประวัติย่อของกลุ่มเราค่ะ

Girl Riders ไม่มีหัวหน้ากลุ่ม ทุกคนในกลุ่มมีสิทธิ์เท่าเทียมกันทุกคน มีแต่ความเคารพที่พวกเรามีให้กันเสมอ.....

สรุปอีกครั้ง...มีหลายคนถามว่าขอเข้ากลุ่มด้วยได้ไหม คำตอบคือ อาจจะได้ หรือ อาจจะไม่ได้

ดูจากอะไร?

1. เนื่องด้วย กลุ่มเราชื่อ Girl Riders นั่นหมายความว่าต้องขี่เองเท่านั้น ดังนั้นเป็น Bike Lover เฉยๆ หรือ สก๊อยไบค์เกอร์ จึงไม่ได้

2. ต้องออกทริปไปเที่ยวกับพวกเราได้ หรือสามารถขี่ bigbike ไปทริปไกลๆ เดินทางต่างจังหวัดกับพวกเราได้

3. หลังจากออกทริปแล้ว ได้พบปะพูดคุย และสมาชิกยอมรับว่านิสัยเข้ากับคนในกลุ่มได้ นั่นหมายความว่า...คุณต้องมีนิสัยที่ไม่เกรียน ไม่เพี้ยน ไม่งี่เง่า ตามประสาผู้หญิงหัวใจ Biker

ปัจจุบัน เรามีสมาชิกทั้งหมด 10 คนเท่านั้น แต่คาดว่าสมาชิกน่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน...

เรามารู้จักสมาชิกอย่างเป็นทางการแต่ละคนกันดีกว่า



HappyKa หรือ เจ๊แฮปปี้ ที่อาจจเรียกสั้นว่า "เจ๊ปี้" เป็นสาวเชียงใหม่ ผู้พิศมัยในรถสปอร์ตเท่านั้น ^^ มีรถในครอบครองหลายคัน แต่คันที่รักที่สุดคือ Suzuki GSX-R 1000 K6




หมอแหวว (SweetSyrup - เจ้าของ Blog) หมอสาวจากเมืองบางกอก สุดห้าวแต่เป็นหญิงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ชอบเล่นกีฬาเอ้าท์ดอร์แอดเวนเจอร์ทุกรูปแบบ แต่มารักการขี่มอเตอร์ไซด์มากที่สุด เริ่มขี่มาเป็น 10 ปี เริ่มจากรถป๊อบ ขยับไปขี่รถใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มจากการเช่ารถ BB ขี่ที่พัทยา แต่เพิ่งมาจริงจังโดยการซื้อรถเป็นของตัวเองเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพราะชอบลุย รถจึงต้องลุยได้ ขอเลือก BMW F800GS เป็นพาหนะคู่ใจ ^^ เชื่อหรือไม่...ว่าเชี่ยวชาญด้านผิวพรรณความงาม ใครมีปัญหาปรึกษาได้นะคะ



หมู (MooZing) สาวใจใหญ่จากพิษณุโลก สัมผัสมอเตอร์ไซด์ตั้งแต่เด็กๆ เพราะเป็นกิจการของครอบครัว ปัจจุบันมีรถในครอบครองหลายคัน หยิบฉวยมาขี่ให้เหมาะสมตามโอกาส หนึ่งในนั้นคือ Yamaha R1 2004 ในเวลาออกทริปจะเห็นเธอควบ Suzuki DRZ400SM



สาวยุ้ย (กรุงเทพ) look สุดเท่ห์ ผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยลายสัก tattoo ที่ไม่เหมือนใคร โดย Y2J (ร้านของเธอเอง) แม้จะสัมผัสมอเตอร์ไซด์ BigBikeได้ไม่นาน แต่เพราะด้วยความคลั่งไคล้อย่างจริงจัง เริ่มขี่ ER 6n เป็นคันแรก และด้วยในความชอบ Kawazaki เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยจัด Kawasaki Ninja ZX-10 อีกซักคันและนั้นคือรถคู่ใจของเธอในปัจจุบัน



อ้วน (Ooanjung) สาวกรุงเทพ เริ่มจากการซ้อนท้ายพี่ชายออกทริปท่องเที่ยว ไม่นานเลยเริ่มชอบมอไซค์ ก็เลยตัดสินใจมาขี่รถเสียเองดีกว่า จากไม่เคยขี่มอไซค์มาก่อน คันแรกก็จับ Ducati Monster 696 ซะเลย เพราะมันดูเป็นอะไรที่เหมาะกับตัวเองที่สุดแล้ว แม้จะมือใหม่ ก็ต้องขยันฝึกซ้อมและออกทริปให้บ่อยกว่าคนอื่นเค้า แม้ไม่มีทริปก็จะขี่ไปทำงานบ้าง เพราะเธอมองว่าการขี่รถในเมือง ฝ่ารถติดๆ ก็ถือว่าเป็นการฝึกซ้อมตัวเองไปในตัวได้เหมือนกัน



ฝน (MaNeaw) สาวโคราชร่างเล็ก จากกลุ่มโคราช 80 up เริ่มจากการซ้อนซักพักแล้วจึงหันมาขี่ด้วยตัวเอง จับรถมาหลายคัน สุดท้ายมาลงตัวที่ Kawaski Versys



น้องนาง (Nangny) สาวชัยภูมิ หันมาจับมอเตอร์ไซด์ตามพี่ชายที่เป็นนักแข่ง ประกอบกับเห็นมีสาวๆ คนอื่นขี่รถใหญ่ๆ จึงอยากขี่บ้าง รถ Suzuki GSX-1000R K9 คันนี้ใช้ซ้อมมือในสนาม ส่วนรถที่ใช้ในการท่องเที่ยวปัจจุบันเป็น Yamaha T-Max 500



น้องต้นหอม (TonHom) สมาชิกรายล่าสุด แม้จะเป็นน้องเล็ก ด้วยอายุและสรีระ แต่ฝีมือไม่เล็กตาม มีดีกรีเป็นถึงแชมป์มอเตอร์ไซด์หลายรายการ เล็กพริกขี้หนูของแท้ ล่าสุดกำลังจะลงแข่งรุ่น 400cc ในสนามเดียวกับหนุ่มๆ กันเลย ช่วยส่งแรงเป็นกำลังใจเชียร์สาวน้อยคนนี้ด้วยนะคะ



แจ๊ส (Jazz) พี่ใหญ่ของกลุ่ม สาวเพชรบุรีกับรถคู่ใจ Yamaha R1 - 2008 เป็นอีกสาวที่คลุกคลีกับมอเตอร์ไซด์โดยเริ่มจากกิจการที่บ้านเป็นกิจการที่เกี่ยวข้องกับพาหนะชนิดนี้



อยากทำความรู้จักหรือทักทายพวกเรา แวะไปที่นี่ Girl Rider FB page ได้เลยค่ะ







 

Create Date : 27 สิงหาคม 2554    
Last Update : 30 ตุลาคม 2555 0:11:28 น.
Counter : 10095 Pageviews.  

Girl Riders Track Day Meeting Trip @ Thailand Curcuit

ทริปรวมตัวครบ 10 สาวครั้งแรก เรานัดกันที่สนามแข่งรถ Thailand Curcuit นครชัยศรี

เหล่าสาวกรุงเทพนัดกัน 9 โมงที่ปั๊มแถวสาธร แต่ข้าพเจ้าตื่นสาย กว่าจะไปถึงปั๊มก็เกือบ 10 โมง ส่งผลให้โดนทิ้งนะสิ T_T


ไปถึง 11 โมง เป็นคนสุดท้าย โดนประนามไม่มีชิ้นดี ขอโทษ...ค้าบ


ทำการแจกและแปะสติ๊กเกอร์กลุ่มกันเด๋วนั้น ^^










เมื่อรวมตัวกันก็เฮฮาจิงโกะกันอย่างที่เห็น ยั้วเยี้ยยุ้บยับยุกยิกไม่หยุดไม่หย่อน เหมือนจับปูใส่กระด้ง

นอกจากพบปะสังสรรค์กันแล้ว เพราะสมาชิกต่างก็มาจากทั่วสารทิศ มีทั้งเชียงใหม่, พิษณุโลก, โคราช, เพชรบุรี แล้วก็กรุงเทพ ยังมีอีก 2 จุดประสงค์ นั่นคือ ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ และ สัมภาษณ์ลงหนังสือ

คงสงสัยละสิว่าแปลกตรงไหน ผู้หญิงขี่รถมอเตอร์ไซ์
ถ้าพบเจอคนสองคนน่ะ...ไม่แปลก แต่พบทีทั้ง 10 ก็ออกแนวอลังการนิดนึง






โพสกันเต็มที่กว่าจะได้ภาพสวยๆ


จัดฉากกันนิดหนึ่ง


ช่วงถ่ายสัมภาษณ์


ประการที่ 2 คือ ลองรถของกันและกัน คนชอบขี่มอเตอร์ไซด์มักมีรถในดวงในมากกว่าหนึ่งคัน โดยเฉพาะตัวเอง...จ้องๆ สปอร์ตเอาไว้เหมือนกัน เลยขอถือโอกาสนี้ลองรถซะหน่อย


ลองซ้อนน้องนักแข่งดู มันส์มากๆ แต่คราวนี้ยังเกาะได้ไม่แน่นดีพอ น้องเลยบอกนี่แค่เบาะๆ นะคร้าาบพี่


ลองเอารถตัวเองวิ่งในสนาม


ลอง Kawasaki Versys


ลอง Ducati Monster 696


ลอง Suzuki GSX1000 K7


ลอง Suzuki GSX1000 K9


จริงๆ ได้ลอง Kawasaki ZX-10 (2010) และก็ Yamaha R1 (2007) ด้วย แต่ไม่ชอบเลยขี่น้อยรอบซะจนไม่ได้ถ่ายรูป ^^ ถามใจว่าชอบตัวไหนมากที่สุด บอกได้แล้วว่าชอบ Suzuki ถ้ามีโอกาสจะสอยไว้ในครอบครองสักคัน อิอิ



Mixed up รวมมิตร เก็บตก Girl riders Trips from sweet2syrup on Vimeo.



มีคลิปมาฝากเช่นเคย แต่ผสมๆ กันจากหลายๆ ทริป สำหรับทริปนี้จะอยู่ช่วงต้นของคลิปค่ะ

และแล้วอีกหนึ่งวันแห่งความสนุกก็จบลง ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
ถ้าอยากดูรูปสาวๆ คนอื่นๆ ตามไปดูที่เพจ FB ได้เลยนะคะ




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2554    
Last Update : 8 ตุลาคม 2554 19:32:19 น.
Counter : 1856 Pageviews.  

เรียนขี่มอเตอร์ไซด์ ... BMW enduro park, Hechlingen, Germany

คำชักชวนจากพี่คนหนึ่ง (ที่เคยขอไว้ว่า ถ้าพี่ไปดู...ให้หนูไปด้วย) ตามคำร้องขอ ราวๆ ต้นปีว่าได้จองลงคอร์สเรียนขี่มอเตอร์ไซด์แบบ Enduro ที่เยอรมันสำเร็จแล้ว

บางคนอาจสงสัยว่าการขี่ Motorcross กับ Enduro ต่างกันอย่างไร การขี่ Motorcross จะใช้รถเล็กกว่า และเป็นการขี่แข่งขันกันในสนาม แต่การขึ่ Enduro คือการขี่รถทางดินผ่านภูมิประเทศ ซึ่งอาจเป็นการแข่งขันก็ได้ แต่ในกรณีนี้ คือ เรามาเรียนเพื่อเพิ่มพูนทักษะในการขี่รถผ่านถนนที่มีอุปสรรคต่างๆ เช่น ทางดิน ทางทราย ทางกรวด ขึ้นเขา ลงห้วย อะไรทำนองนี้

ออกเดินทางจากประเทศไทย ใช้เวลา 11 ชม. ไปลงยังสนามบินมิวนิค ประเทศเยอรมันนี ต้นกำเนิดของรถ BMW




ดอกกล้วยไม้ต้อนรับจากสายการบินไทย และสนามบินที่สะอาดสะอ้าน


ถึงเยอรมันราวๆ 2 ทุ่ม แล้วก็เช่ารถขับต่อไปเมือง Wemding


โรงแรมที่พักและสภาพห้องนอน


จริงๆ เราไม่ได้เรียนที่เมืองนี้ ต้องไปเรียนเมืองข้างๆ คือ Hechlingen แต่เมืองนี้ใหญ่และน่ารักกว่ามาก


มาคราวนี้ไม่เน้นเที่ยว เน้นช็อปแต่สิ่งที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซด์ ต้องยอมรับว่าราคาถูกกว่าบ้านเราค่อนข้างมาก


วิวสองข้างทางผ่านขับรถไปเรียนที่ BMW Endoro Park ที่เมือง Hechlingen


ทริปนี้เรามาเรียนทั้งหมด 2 คอร์ส คอร์สละ 2 วัน / 640 Euro สามารถจองได้ทางอินเตอร์เนท ถึงแม้ว่าจะแบ่งเป็น 4 Level แต่การเรียนก็ไม่ได้แบ่งชัดเจนนัก ดูนักเรียนเป็นหลักว่ามีทักษะระดับไหน รวมทั้งใบประกาศนียบัตรก็ไม่ได้ระบุระดับด้วยเช่นกัน

เรียนคราวนี้ขอลดระดับรถลงเป็น F650GS เพราะการขี่ผ่านทางวิบากนั้นถ้าขายันถึงมากเท่าไหร่ยิ่งจะปลอดภัยกว่า สำหรับข้าพเจ้าที่ทักษะต่ำต้อย และรถแสตนดาร์ท F800GS นั้นสูงลิบลิ่วแบบปลายเท้าเตะถึงพื้นแค่นั้นเอง ม่าาายไหว ขอบาย



ออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสายก่อนเรียนเสียหน่อย


คอร์สไม่ได้แบ่งแยกชัดเจนว่าระดับไหน แต่เท่าที่สอบถาม แบ่งเป็น Basic, intermediate, advance แล้วก็ racing เค้าก็จะดูว่าเรารับได้แค่ไหน ก็ป้อนให้มากกว่า เพราะใบประกาศที่ได้ก็ไม่ได้บอกไว้ว่าเรียนคอร์สไหน

คราวนี้ก็สอนกันตั้งแต่ ยกรถ, การถ่ายน้ำหนักตัวเวลาเลี้ยว ขึ้น-ลงเนิน, ประโยชน์ของการปิด ABS แล้วเบรค, ถ้าขึ้นเนินแล้วรถดับต้องทำอย่างไร, การลุยกรวด, การลุยทราย, การเลี้ยวแคบๆ อื่นๆ อีกมากมาย สอนทฤษฏีเสร็จก็พากันไปปฎิบัติจริง อย่างที่บอกว่า park มีพื้นที่กว้างมาก มีแทรคจะลองสถานการณ์ต่างๆ ไว้ให้ฝึกหัดครบถ้วน









คอร์สแรกที่เรียนบอกตรงๆ ว่าอ่วมเลยค่ะ อากาศร้อนมาก ประกอบกับขาดการออกกำลังมานาน เหนื่อยสุดๆ ล้มแล้วแล้วอีก แรงไม่เหลือเลยค่ะ

คอร์สที่ 2 ร่างกายเริ่มอยู่ตัว และเราก็เริ่มชินกับรถ รวมทั้งทักษะพัฒนาขึ้นบ้าง สบายขึ้นเยอะเลยค่ะ อ้อ...ลืมบอก 1 คอร์สเรียน 2 วันค่ะ



ล้มกันบ้าง เป็นเรื่องธรรดา มีช่างคอยรอซ่อมให้ตลอดเวลา และถ้าซ่อมไม่ไหวก็เอาคันใหม่ไปขี่ได้ทันที่



สภาพบริเวณศูนย์อำนวยความสะดวก กว้างขวางสะดวกสะบาย มีอุปกรณ์เสื้อผ้าขายด้วย



ทุกมื้อกลางวัน ครูฝึกจะพาขี่ออกจากศูนย์ไปกินข้าวที่โรงแรมข้างนอก คอร์สแรกเหนื่อยจัด กินข้าวกลางวันเสร็จนั่งหลับกันเลยทีเดียว
แล้วก็ยังมีเลี้ยงมื้อค่ำในวันแรกของคอร์สเรียนค่ะ ในภาพมีพรีเซ็นท์ทริปทัวร์ แต่ราคาแพงพอสมควร

ปล.อาหารเยอรมันไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ค่ะ


จบ 2 คอร์สด้วยความสนุกสนาน เหนื่อย ได้ความรู้และพัฒนาทักษะสมใจ แม้สำหรับตัวเองจะได้อะไรไม่มากนัก เพราะฝีมืออันน้อยนิด จึงไม่สามารถโกยได้มากอย่างที่หวัง ต้องกลับมาฝึกอีกนาน แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะกลับไปอีกครั้ง เพราะมีอีกหลานแทร็คที่ยังไม่ได้สัมผัส แต่ละคอร์สก็มีผู้หญิงมาเรียนด้วยหลายคน แต่ละคนสูงยาวเข่าดีตัวใหญ่ๆ เทียบเท่าผู้ชายกันทั้งนั้น มีข้าพเจ้าตัวกระปิ๋วหลิ๋วอยู่คนเดียว





จบ 2 คอร์ส 4 วันแบบสนุกสุดมันส์ สำหรับตัวเอง โดยส่วนตัวตอบใจได้เลยว่าคุ้มค่ะ และถ้ามีโอกาสก็จะไปอีกแน่นอนค่ะ


จริงๆ แล้วหลังเรียนคอร์แรก เราพัก 2 วัน ก่อนจะเรียนคอร์สที่ 2 ไม่งั้นตายแน่ วันว่างวันแรกเี่ราได้ไปเที่ยว Stuttgart เพื่อไปชมพิพิธภัณฑ์ Mecedes-Benz และ Porsche









ส่วนอีกหนึ่งวันเราขับรถไปเที่ยวทะเลสาบที่เมืองใกล้ๆ ขับรถไปซัก 50 กิโลเมตร ได้นั่งเรือล่องทะเลสาบ มีวงนักเรียนขึ้นมาบรรเลงให้ฟังเพลินๆ





2 วันสุดท้ายก่อนกลับ เราเข้ามา Munich ได้ไปเก็บ RC ตามแหล่งสำคัญเล็กน้อย เช่น เฟราเอ่นเคียร์ชเช่อ (The Frauenkirche), มาเรียนพลาตซ์ (Marienplatz) ซึ่งจะมี Glockenspiel อยู่, เรสซิเดนซ์ (Residentz), Althe Rathaus, Theatinekirche (ST. Cajetan's church) โดยทั้งหมดจะอยู่ในระยะเดินถึงกันได้





สมกับเป็นเมืองต้นกำเนิดเบนซ์ บีเอ็ม เอามาทำแท็กซี่มันซะเลย

แต่ไม่ได้ใช้บริการ เพราะดูท่าทางจะแพง ได้ยินมาว่า ถ้าคนขับลงมาช่วยขนของ ก็จะคิดเงินเพิ่มด้วย ไม่รู้จริงหรือเปล่า แล้วมันจะคิดยังไงหว่า ดังนั้นมิวนิคเราใช้บริการรถมวลชน หลักๆ เลยก็คือรถไฟใต้ดิน กรณีที่ไปเป็นกลุ่ม 5 คนขึ้นไป คุณสามารถซื้อตั๋วกลุ่มได้ในราคา 9.98 ยูโร ใช้ได้ 1 วัน สามารถขึ้นรถเมล์ รถราง ได้หมด



ที่นี่ไม่มีคนคอยเก็บตั๋ว ไม่มีที่กั้น คุณต้องมีสามัญสำนึกว่าต้องจ่ายค่ารถด้วย



สิ่งที่เมืองแถบยุโรปมีเหมือนๆ กัน ก็คือ Street show และผู้คนที่ออกมารับแสงแดดตามร้านอาหารมากมาย นอกจากนี้...เยอรมันเป็นประเทศที่คนชอบจูงหมาออกมาเดินไปไหนมาไหนด้วย สามารถนำขึ้นรถได้ เข้าร้านอาหารได้ ก็แปลกดี เพราะบางคนลากหมาไปแบบไม่ได้สนใจอะไร เหมือนสักแต่ว่าให้ได้จูงหมามาด้วยยังไงยังงั้น





อีกที่ๆ พลาดไม่ได้ คือ HOFBRAUHAUS อายุร้านเก่าแก่ร้อยกว่าปีเ​ลยทีเดียว ได้กินครบ ทั้งไส้กรอก (ย่างและต้ม) ขาหมู และเบียร์ ต้นตำรับเยอรมันแท้ๆ


และแล้ววันเดินทางกลับก็มาถึง เราขึ้นรถไฟจากโรงแรมไปสนามบินด้วยความทุลักทุเล เพราะสัมภาระที่มากมายและน้ำหนักมหาศาล กังวลกันมากมายว่าจะต้องโดนชาร์ทเพิ่มจากสายการบินเรื่องน้ำหนักเกินหรือเปล่า แต่ก็รอดกันทุกคน แต่ละคนน้ำหนักสัมภาระเพิ่มจากขามาที่หนักอยู่แล้วคนละไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม ทริปนี้ใช้เวลาทั้งหมด 11 วันแห่งความสนุกสนาน







อลืม...มีคลิปเหมือนเคยค่ะ สั้นๆ เพราะไม่ค่อยได้ถ่ายเองเท่าไหร่ ไม่มีความสามารถแบกกล้องใหญ่ไประหว่างเรียนขี่ได้




ใครอยากไปก็ตาม Link ที่ให้ไว้ได้เลยค่ะ ง่ายๆ แค่จอง แล้วก็บินไปตามกำหนด ตัวเปล่าก็ยังได้ ^^

Enduropark ที่เยอรมัน

Enduropark ที่อังกฤษ

จริงๆ แล้ว Enduro park มีในหลายประเทศ เยอรมัน อังกฤษ อเมริกา แล้วก็ประเทศอื่นๆในยุโรป
แต่สนามที่ดีสุด แน่นอน...ก็ต้องเป็นเยอรมันต้นตำหรับนั่นเอง

ขอบคุณที่ติดตาม พบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ











 

Create Date : 09 สิงหาคม 2554    
Last Update : 5 กันยายน 2554 19:49:28 น.
Counter : 1865 Pageviews.  

Girl Riders ตะลุยเพชรบูรณ์

ทริปตามคำเรียกร้อง เมื่อสาวๆ นักบิดเรียกร้องทริปรวบรวมสาวๆ ขาซิ่งมาขี่ด้วยกัน ไม่บ่อยนักที่จะรวบรวมได้ถึง 9 คน มาจากหลายๆ จังหวัด จึงนัดรวมกันจุดหมายเพชรบูรณ์

เชียงใหม่ 3 คน, กรุงเทพ 3 คน, โคราช 2 คน และพิษณุโลก 1 คน รวม 9 คนพอดิบพอดี


แต่ใช่ว่าจะมีแค่สาวๆ กลายเป็นแต่ละกลุ่มก็มีหนุ่มๆ ติดสอยห้อยตามมาด้วย กลายเป็นว่าทริปนี้รวมแล้วกว่า 30 คันเห็นจะได้ จากทริปน้อยๆ กลายเป็นทริปมหึมาไปในทันที

ว่าแล้วก็มาดูความสนุกสนานกันเลย


ส่วนตัวคนเขียนได้เอารถเข้าไปทำตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้ว แต่รถก็ยังไม่เสร็จเสียที จริงๆ แล้วทริปนี้จะเกิดตั้งนานแล้ว ผลัดมาเรื่อยเพราะรถไม่เสร็จเสียที ในเมื่อวันกำหนดแล้ว บีบคอช่างที่ศูนย์กันสุดฤทธิ์ แม้จะยังไม่เรียบร้อยดี แต่เป็นว่าได้เอาออกมาขี่ในทริปนี้จนได้ นัดรับรถ 6 โมงเช้า


ยิงยาวไปสมทบกับสาว 2 สาว แถวๆ วังน้อย


แล้วจึงยิงยาวไปสมทบกับ 2 สาวจากโคราชอีกที


และแล้วเราก็มาถึงพรสวรรค์รีสอร์ท เขาค้อ ราวๆ บ่าย 2 โมง


อากาศดีอย่างไม่น่าเชื่อ หมอกไหลเข้าปกคลุมพื้นที่อย่างช้าๆ ^^


ความสนุกสนานมื้อค่ำ


ตื้นขึ้นมาด้วยบรรยากาศอันสดชื่น หนุ่มๆ รวมตัวกันทำ car wash club ให้สาวๆ ซะงั้น 555


งานนี้มีการทำเสื้อ สกรีนนิคเนมที่ใช้ในเวปของแต่ละคนกันด้วย

โปรแกรมของวันนี้คือการขี่เที่ยวในเพชรบูร์ เป้าหมายอยู่ที่ภูทับเบิก ที่ขึ้นชื่อว่าโค้งแคบทางชันได้ใจ ให้ได้สนุกกันซะหน่อย






เพราะคนที่มาเยอะมากมาย การเติมน้ำมันจึงดูโกลาหนเล็กน้อย




โฉมหน้า 9 สาว ดาวประจำทริป (แถม 1 เบื้องหลัง)




ทางสวยๆ ขึ้นทับเบิก มันคดเคี้ยวได้ใจจริงๆ


เก็บภาพหมู เอ้ย...หมู่ เด๋วนี้ถ้าเรียกถ่ายรูป พร้อมเสมอ


กลัวที่ไหน

ลงจากทับเบิก เราก็ยกโขยงไปกินขนมจีนกัน เสร็จแล้วดิฉันก็แยกไปขี่ต่อคนเดียว ด้วยความที่ยังขี่ไม่สะใจ อยากจะไปหล่มเก่า แต่ดันหลงไปด่านซ้าย เลยต้องวกขึ้นภูหินร่องกล้า มาลงภูทับเบิกอีกรอบ ท่ามกลางสายฝนปรอยโปรยปราย








กว่าจะถึงที่พักก็ปาไป 6 โมงเย็นพอดิบพอดี

งานเลี้ยงย่อมต้องมีวันเลิกลา และแลัววันรุ่งขึ้นพวกเราต่างก็ต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน




อย่างฮา ^^


เหลือแค่นี้...เพราะบางส่วนแยกกลับไปก่อนแล้ว

ได้เคยแนะนำสาวๆ นักบิดไปบ้างแล้วจากทริปเชียงใหม่ เรามาทำความรู้จักกับสาวๆ อีก 2 คนเพิ่มเติมกันดีกว่า


ฝน จากกลุ่ม 80 up โคราช กับ ER-6n (แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น Versys ซะละ)



สุดท้ายเหมือนเคย...มีคลิปมาฝากกันด้วย



เจอกันใหม่ทริปหน้าค่ะ










 

Create Date : 09 สิงหาคม 2554    
Last Update : 11 สิงหาคม 2554 15:15:11 น.
Counter : 1606 Pageviews.  

ขับรถตาม Girls gang ไปแว๊นซ์ ...แอ่วพะเยา

ทริปนี้เก่าพอสมควร หลายเดือนละ ตั้งแต่มกรา พอดีมีการบ้านให้เขียนเรื่องราวส่งนิตยสาร ก็เลยเอามาลงในนี้ด้วย (แต่ไม่รู้ว่านิตยสารจะเอาเรื่องที่เราเขียนนี้หรือเปล่า ฮาาาา)

ความเดิมตอนที่แล้ว...ด้วยความที่ตัวเองยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า แต่ได้รับคำเชิญชวนจากนักบิดสาวถึง 4 ทริปนี้เป็นทริปแรกก็ว่าได้ ที่ได้เคยร่วมทางในขบวนที่มีสิงห์นักบิดเป็นสาวๆ มากขนาดนี้ นี่หมายความว่าจะเป็นครั้งแรกที่จะมีการรวมตัวสาวๆ นักบิดได้ถึง 5 คน ถึงแม้ทริปนี้ตัวเองจะยังขี่ไม่ได้ แต่ด้วยความห้าวววว ...เอาวะ ขับรถตามไปสังสรรค์ก็ยังดี

เย็นศุกร์ที่ 27 บินลัดฟ้าไปพบปะกันที่เชียงใหม่ 4 นักบิดสาวรออยู่ที่นั่นเรียบร้อยแล้ว

เริ่มต้นค่ำคืนแรก ด้วยการสังสรรค์กันด้วยความชื่นมื่น ม่วนหลาย เมื่อผู้หญิงอยู่รวมกันเยอะๆ ความโกลาหลก็เกิดขึ้นอย่างสนุกสนาน



ลองนับดูดีๆ จะเห็นผู้สาวอยู่ทั้งหมด 5 คน



สาวเอ้เปิดบ้านต้อนรับ จัดความบันเทิงเต็มรูปแบบ ร้องคาราโอเกะเกือบเช้า


รุ่งขึ้นเรามีแผนการเดินทางคือขี่ไปเที่ยวพะเยา โดยจะแวะเยี่ยมชมตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ตลอดระยะทาง
เพราะจากเชียงใหม่ไปพะเยานั้น ใกล้นิดเดียว ถ้าปล่อยพวกสปอร์ดบิดรวดเดียวไปพัก รับรองหายจ้อย

เรามาดูโฉมหน้าของสาวนักบิดแต่ละคน กับยานพาหนะประจำตัว ก่อนออกเดินทางดีกว่า



เจ๊แฮปปี้ เจ้าถิ่นจากเชียงใหม่ ใช้นิกเนมว่า HappyKaa อยู่สังกัน JiboRacing
กับ Suzuki K6 พาหนะคู่ใจ สีฟ้าพาสเทลลาย Rizla เดียวกับลายประจำทีมของค่ายนี้ที่ใช้ในการแข่งขัน MotoGP



เอ้ หรือชื่อในเวปต่างๆ ว่า Koonae (อ่านว่า คุณเอ้) สาวเจ้าถิ่นจากเชียงใหม่อีกคน กับ Handa Transalp 600

และด้วยความที่คลุกคลีกับมอเตอร์ไซด์ใหญ่มาตั้งแต่เด็กๆ เอาเป็นว่าขอให้เป็น 2 ล้อ ไม่ว่าจะรุ่นไหนขี่ได้หมด แต่ถ้าคนเคยคุ้น จะจำได้ว่า เมื่อก่อนนั้นฝักใฝ่ไปทางฮาเลย์เสียมากกว่า สาวร่างเล็กที่สามารถขี่และเข็นรถฮาเลย์ได้สบายๆ แบบที่ผู้ชายหลายคนยังต้องอาย



หมู กับนิกเนม MooZingJungHaha (หมูซิ่งจัง) สาวร่างใหญ่ (ที่สุดในกลุ่ม) นักบิดจากพิษณุโลก กับ SuZuki DRZ400SM รถสไตล์โมตาร์ท ที่เบาะสูงปรี้ด
ทริปนี้บิดฝ่าความมืดมาร่วมเฮฮา เพราะต้องทำหน้าที่ลูกหลานที่ดี ประกอบพิธีไหว้เจ้าให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ถึงจะมาได้



ยุ้ย กับนิกเนมในเวปต่างๆ ว่า Evil_yui ผู้ริเริ่มทริปขี่จากกรุงเทพขึ้นไป พร้อมกับเจ้าเขียว Kawasaki ZX-10 ที่เพิ่งถอยใหม่ออกมาได้ไม่นาน แม้จะยังใหม่ แต่หัวใจเกินร้อย



และสาวคนสุดท้าย...หมอแหวว (คนเขียนเอง) ใช้ชื่อตามเวปต่างๆ ส่วนใหญ่ คือ SweetSyrup
ปกติขี่ BMW F800GS เป็นรถ Enduro-Touring แต่งานนี้ ยังไม่สามารถขี่ได้ ทำได้เพียงขับรถตามอยู่ห่างๆ อย่างห่วง และใจที่อยากจะขี่...อย่างมาก

ล้อหมุน 7 โมงเช้า จุดแวะแรกบ่อน้ำพุร้อนแม่กระจาน







มาครบ 5 คนแล้วววว



แวะจุดชมวิวกว๊านพะเยา





ความโกลาหลซุกซนของเหล่าสาวๆ นักบิด



แวะวัดศรีโคมคำ ไหว้พระให้เป็นศิริมงคล





ยกช้างเสี่ยงทาย



บรรดารถที่ร่วมทางในทริป สิบกว่าคัน... ใช่แต่สาวๆ หนุ่มๆ ก็มี


จากเชียงใหม่จนถึงจุดหมายของวันนี้ คือ กว๊านพะเยา ใช้เวลาไปหลายชั่วโมง ขี่ช้าๆ ชิวๆ เน้นหนุกหนานตลอดเส้นทาง เพราะรถในทริปนี้มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งสปอร์ตตัวจี้ด โมตาร์ท แม้กระทั้งช๊อปเปอร์ก็มี หลังจากแวะกินข้าวกลางวันกันเรียบร้อยและพักผ่อนตามอัธยาศัย เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัด จึงต้องมีการพักเอาแรงกันเล็กน้อย ก่อนกลับเชียงใหม่ช่วงบ่ายแก่ๆ ยิงยาวตามเร็วแค่ไหนแล้วแต่ใจอยากและกำลังรถของแต่ละคน

เรามาดูลีลาของ 4 สาว ในทริปนี้กัน









ส่วนตัวเองไม่มีรูปในทริปนี้ ได้แต่ขับตามหลังไวๆ มองก๊วนมอเตอร์ไซด์ข้างหน้าตาปริบๆ คราวหน้าไม่ยอมพลาดแน่ ชิ






 

Create Date : 22 มีนาคม 2554    
Last Update : 28 มีนาคม 2554 0:19:34 น.
Counter : 2386 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

BlogGang Popular Award#14


 
blue passion
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




มีหัวใจไว้เดินทาง ค้นหาความหมายของชีวิต เพื่อเติมเต็มให้กับคำถามที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างการเติบโต วิธีการในการเดินทางมีมากมาย แต่ ณ วันนี้ ขอเลือกสองล้อเป็นพาหนะในการนำพาไปสู่จุดหมายปลายทาง

Site Meter

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add blue passion's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.