เรื่องราวผู้หญิงกับการเดินทางด้วยหัวใจ 2 ล้อ (มอเตอร์ไซด์) รวมถึงการท่องไปในโลกกว้างด้วยวิธีการอื่นๆ คลอเคล้าด้วยคนตรีไพเราะหลากหลายรูปแบบ เรามาผจญภัยด้วยกันนะคะ
เกาะช้าง กับ Tree top [ภาคจบ] ครั้งที่ 2...ความเหมือนที่แตกต่าง

ได้มีโอกาสมาเที่ยวเกาะช้างสักที จะว่าไปก็มาเพราะจะมาลองเล่น Tree Top นี่แหละ
ไม่ว่าจะไปพักผ่อนที่ไหน อดหากิจกรรมทำไม่ได้ ไอ้จะมานอนฝึ่งพุงเฉยๆ เมินซะเถอะ จนถูกขนานนามว่าเจ้าแม่กิจกรรมออกบ่อย
แต่เป็นกิจกรรมแบบ Adventure and outdoor ฉะนั้นจึงมีหลายครั้งที่ถูกเบรคประมาณว่าขอให้อยู่เฉยๆ ซะบ้าง

เที่ยวนี้ก็อดไม่ได้ อยากไปทะเลซักแห่ง แต่ก็ไม่รู้ว่าที่ๆ ไปจะมีอะไรให้ทำมากไปกว่าที่นี่...เกาะช้าง
จะว่าไปนี่ก็จัดว่าเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ได้มาเยือน แต่ไม่เคยได้ค้างเกิน 1 คืนซักที

ออกจากระยองคืนวันศุกร์ เพราะมาประชุม และก็รอเพื่อนนั่งรถตามมาจากกรุงเทพ แวะกินข้าวที่บ้านเพ มุ่งหน้าสู่ตราด
ตกลงปลงใจไปหาที่นอนดาบหน้าแถวๆ ท่าเรือเฟอร์รี่ นัยว่าไม่อยากตื่นแต่เช้าเพื่อขับรถ
มุ่งหน้าไปทางแหลมงอบ ตามป้ายท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติไปเรื่อย เมื่อใกล้ถึง ก็จัดการกดหาที่พักจาก GPS
การมี GPS ติดรถจัดว่าดีมาก อย่างน้อยก็บอกทางแบบ Real time ได้
แม้ข้อมูลอาจจะไม่ตรงเป๊ะๆ แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย แล้วต้องมานั่งเปิดแผนที่
สุดท้ายเราได้ที่นอนที่ อ่าวตาลคู่รีสอร์ท ขับไปถึงราวห้าทุ่ม เห็นอยู่หรอกว่าเป็นที่พัก แต่เล่นไม่มีฟร้อนท์
จดๆจ้องๆไปๆมาๆ เห็นร้านขายของชำ แต่ปิดแล้ว จะเข้าไปถาม พอดีเห็นป้ายแปะว่าจะพักรีสอร์ทให้ติดต่อที่เบอร์นี้
ว่าแล้วก็กดโทรศัทพ์ทันที จะนอนที่นี่ละ ดึกแล้วนี่ ซักพักก็มีลุงแก่ๆ เดินออกมาจากความมืด บอกว่าเหลือห้องเดียว
ราคา 1200 มหาโหดจริงๆ ต่อจนลดลงเหลือ 1000 ขี้เกียจต่อรองมากกว่านี้แล้ว
แต่พอเข้าไปในห้อง ถึงบางอ้อ ก็เล่นมีเตียงตั้งหลายเตียงกะให้นอนได้อย่างน้อยก็ 5 นั่นเอง

วันเสาร์เช้า ตื่นราวๆ แปดโมง ออกเดินทางไปขึ้นเรือเฟอร์รี่ ตาม GPS ไป
ท่าแรก ทางเข้าเป็นทางลูกรัง เลี้ยวไปถึง นึกว่าเป็นท่าร้าง จุดจำหน่ายตั๋วเก่ากึ๊ก ตามตารางเวลารอบแรก 7.30 ชวดแน่ๆ รอบต่อไป 10.30 เซ็งเล็กน้อย
จึงขับออกไปหาอะไรกินกัน โดยไปทางอ่าวธรรมชาติ จากทางเข้าเดิมอีกซัก 500 เมตร ก็เจออีกท่านึง ใหญ่โตอลังการ แต่ไม่ยังกะมีใน GPS เป็นงง
ท่านี้เรือออกทุกครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ค่อยยังชั่วหน่อย


เรือเฟอร์รี่ไปเกาะช้าง...ถ่ายจากในรถ ก็มันร้อนนี่นา ^_^


คันดิน...กันคลื่น


ได้ลงเป็นคันแรกเลยละ


ฟ้าสวยๆ น้ำใสๆ


ถึงแล้ว...เกาะช้าง

ถึงเกาะประมาณ 10 โมงกว่า ตามล่าหา Tree top ถามจากผู้คนบอกว่ามุ่งหน้าไปทาง Dusit resort แถวบางเบ้านู่น
ขับไปไกลโข เส้นทางบนเกาะคดเคี้ยวและขึ้นเขาเป็นระยะๆ พาลนึกถึงมอเตอร์ไซด์ อยากเอามาซิ่งบนเกาะอีกซักครั้ง
คราวที่แล้วเพื่อนที่มาด้วยไม่อยากขี่ เพราะกลัวทางชัน แต่ไอ้เราหลังจากผ่านปายมาแล้ว ก็บ่ยั่น อยากซิคะ คราวหน้ามาใหม่

และแล้วก็หาเจอจนได้ Tree Top Adventure Park
ราคาค่าตัวในการเล่น 950 บาทขาดตัว ซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวน จนกว่าจะหมดแรงกันไปข้างหนึ่ง
รอบแรกจะมีไกด์นำให้ รอบต่อไปเล่นเองลุยเองเซฟเอง
เหมือนเดิม เริ่มต้นด้วยการสอนวิธีการใช้อุปกรณ์ เมื่อรู้เรื่องแล้ว...ลุยกันเลย
ที่นี่แบ่งเป็นสอง loop โดยให้เริ่มจาก blue loop ก่อน แต่ละฐานจะสั้นๆ เน้นการฝึกการใช้อุปกรณ์
สร้างความคุ้นเคย และลดความหวาดกลัว เริ่มมันส์แล้วครับท่าน


ตาข่ายขนาดใหญ่ ถูกขึงไว้ให้นอนเล่น...สบายอย่าบอกใคร


เดินลุยเข้าไปในป่า...เริ่มต้นสู่ความสนุกสนานและการผจญภัย




Tree Top ที่นี่ เราต้องเล่นเอง...และฐานก็โหดกว่า เน้นทักษะทางร่างกายมากกว่า


เปลือกลูกยาง...ร่วงลงพื้น พบได้ตามทางเดิน


ขณะเล่น ก็จะมองเห็นวิวแบบนี้


จบ loop แรก โดยทั่วไปก็จะให้นั่งพักกันก่อน เพราะฐานที่ผ่านๆมาก็จัดว่ากินแรงมากเอาการ ต้องใช้พลังแขนมากมาย
แต่เราพวกบ้าพลัง (เพราะเพื่อนที่มาด้วยไม่ได้เล่น คือเล่นคนเดียว ก็เลยเกรงใจ) ประมาณว่าเล่นต่อ Red loop เลย
Red loop จะง่ายแต่เน้นไปทาง โรยตัว (Pulley) จากยอดหนึ่งไปอีกยอดหนึ่ง


เรากำลังจะขึ้นไป...บนโน้น


จุดโรยตัวที่ยาวที่สุด ประมาณ 100 m

เป็นอันว่าเบิ้ลรอบแดงไปสองรอบ (นี่เกรงใจเพื่อนนะเนี่ย) เหนื่อย สนุกกำลังดี
ขณะกำลังเล่น ก็มีครอบครัวชาวฮ่องกงมาเล่น ดูแล้วน่ารักดี พ่อ แม่ ลูกสองคน เล่นร่วมกันได้หมด คุณแม่ก็เล่นได้อย่างไม่กลัว ดูท่าจะเป็นขาลุยคนนึงทีเดียว

ถ้าถามว่าสองที่ ระหว่าง Flight of the Gibbon เขาเขียว กับ ที่นี่ Tree top adventure park เกาะช้าง มันจะให้คนละอารมณ์
ถ้าอยากสบายๆ วิวสวยๆ ก็ต้องที่แรก (เขาเขียว)
แต่ถ้าอยากเน้นเอามันส์ ฉันเล่นเอง แต่อาจจะไม่สูงนัก ก็ต้องที่สอง (เกาะช้าง)
ไม่ว่าอย่างไร...สำหรับฉันก็โอเคทั้งสองที่ ต่างก็มีดีในตัวเอง อยากแนะนำให้ลอง ถ้ามีโอกาสได้ทำอะไรใหม่ๆ ค่ะ
ใครที่อยากลอง เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่นี่ www.treetopadventurepark.com ค่ะ

หลังจากออกจาก Tree top ท้องก็เริ่มประท้วงด้วยการร้องจ๊อกๆ เป็นการบ่งบอกว่าช่วยหาอะไรอร่อยๆ มาสังเวยฉันซะทีซิ
จึงออกดันด้นหาที่กินข้าวเที่ยง (ทั้งๆที่บ่ายแล้ว) จึงแวะที่ชุมชนบางเบ้า มีการสร้างบ้านเรือนและร้านค้าลงไปในน้ำ
เดินสำรวจจึงไปสะดุดกับร้านนึง ชื่อ BUDDHA VEIW จัดร้านได้ Chill มาก
เป็นอาหารนานาชาติ ราคาค่อนข้างแพง จึงต้องพับโครงการซีฟู้ดไปเป็นอาหารจานเดียว แลกกับการนั่งกินวิวแทน
ในร้านมีการจัดเป็นชุดโต๊ะหวาย และมีแบบนั่งพื้น แต่เจาะให้สามารถห้อยขาลงไปได้ ทำให้มองเห็นพื้นทราย แถมยังเอาประติมากรรมไปจมไว้ให้ดูเสียด้วย
จริงๆ ที่นี่ก็มีห้องพักด้วย หากใครต้องการ Hang Out ก็ง่ายเลย เพราะกรึ่มได้ที่ก็คลานเข้านอนได้เลย ประมาณว่าเมาไม่ขับ
การที่ร้านสร้างในทะเล ทำให้มีลมเย็นๆ พัดมาตลอด นั่งๆ เกือบหลับ ทำให้ต้องรีบขุดตัวเองให้ลุกไปหาที่พักคืนนี้ดีกว่า ไม่งั้นหลับแหงๆ


วิว...ชิวๆ จากร้าน Buddha view

เท่าที่ถามๆ เขาว่าหาดทรายขาวสวยที่สุด แต่ก็พลุกพล่านที่สุดเช่นกัน ทำให้ตัดสินใจไม่ไปดูที่นั่น
โรงแรมแรกที่ไปแวะคือ Barali เข้าไปดูก็ติดในแล้ว แต่เพราะเป็นโรงแรมแรก จึงขอไปดูที่อื่นก่อน
ไปขับมาวนดูห้องพักตามโรงแรมต่างๆ มากมาย เริ่มจาก GajaPuri Resort and Spa อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ,
The chill บรรยากาศเหมือนเชียงใหม่ สองอันนี้อยู่หาดไก่แบ้,
ย้อนกลับมาทางหาดคลองพร้าวเริ่มจาก The Dewa หรูมาก(เกิน),
AANA Resort&Spa อันนี้ไม่ติดทะเล ติดคลองแต่เดินไปทะเลได้,
Koh Chang Resort อันนี้ตกแต่งไม่โดน จริงๆดูอีกหลายอัน แต่จำไม่ได้

ท้ายที่สุดเลยย้อนกลับไปจบที่ Barali Beach Resort ห้องสวย โดยเฉพาะห้องน้ำ
และสระว่ายน้ำติดหาด แบบ Endless pool คือ ไม่มีขอบสระ ว่ายไปเกาะขอบมองทะเล เพลินสุด
ที่สำคัญราคาไม่แพง ในหน้า low ห้อง Deluxe 2500 บาทเท่านั้นเอง

พอเข้าห้องปุ๊บ สองสาวก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำ จิบวาย พร้อมๆกับกินอาหารเย็นข้างๆสระ



สระปิด 1 ทุ่ม แต่เราก็ยังเล่นกันไม่เลิกจน 2 ทุ่มกว่า พนักงานก็เพียงแต่มาบอก แต่ก็ไม่ได้ไล่ให้เลิกแต่อย่างใด
ตื่นแต่เช้าออกมากินอาหาร ติแต่ว่าอาหารเช้ามีให้เลือกน้อยไปหน่อย พอเข้าใจว่าแขกคงไม่ได้เยอะมากนัก
แล้วก็ออกไปเดินเล่นย่อยอาหารต่อ ทะเลยังเหมือนเดิม คลื่นแรง แต่น้ำตื่น ทำให้น้ำขุ่น ดูเหมือนจะน่ากลัว มีคราบน้ำมันจางๆ ตามแนวหาด
แต่ภาพรวมจากบรรยากาศ การได้มาสูดกลิ่นไอทะเล เพียงเท่านี้ก็ทำให้ความเครียดที่สะสม ลดลงไปอย่างมากมาย

ในเมื่อเจอที่ดีๆ ก็ขอเชียร์หน่อย เข้าไปดูรูปห้องได้ ที่นี่ barali ค่ะ

น่าเสียดายที่นอนได้เพียงคืนเดียวเท่านั้น แล้วก็ถึงเวลากลับไปสู่โลกปัจจุบัน กลับไปสู้กับชีวิตต่อไป
ต่างตรงที่ความรู้สึกเหมือนแบตเตอรี่ที่มีประจุไฟเต็มเปี่ยม

ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน อยากให้หาเวลากันสักนิด เพื่อหากิจกรรมใหม่ ภาพใหม่ให้กับตัวเอง
แล้วคุณจะรู้ว่ามันช่วยปลดปล่อยความเครียดในตัวคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อค่ะ

อยากเชียร์ให้พวกเราเที่ยวไทยกันให้มากขึ้น ไทยเที่ยวไทย ไทยช่วยไทย เพราะราคาในบางที่ก็ไม่ได้แพงมากมาย
เพียงแต่ว่าอาจต้องใจเย็นและเสาะหากันซักเล็กน้อย การที่เราต้องเตรียมตัวหาข้อมูลในการท่องเที่ยว ก็เหมือนกับการเพิ่มแรงกระตุ้นให้กับเราด้วย

ว่าแล้ว...อยากเก็บกระเป๋าไปเที่ยวอีกรอบซะแล้วสิ



Create Date : 15 มิถุนายน 2552
Last Update : 16 มิถุนายน 2553 19:39:07 น. 3 comments
Counter : 4599 Pageviews.

 
+++ ไปเกาะช้างไม่เจอฝนด้วย
+++ เครียดนัด พักซะหน่อย...วันนี้ผมก็นั่งซึ้งอยู่ริมทะเลหัวหินอยู่เหมือนกัน ทะเลหน้าฝนครึ้ม ๆ สวยจับใจเลยล่ะ


โดย: ...วนา... วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:23:49:37 น.  

 
สุขภาพดีมากๆ เห็นรูปแล้วอิจาจัง เพราะเราอวบถ้าปีนแบบนั้นเสร็จแน่


โดย: Poo (myroom_pu ) วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:11:06:46 น.  

 
เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ว่าดีเพียงไรนะคะนั่น...ชอบการไปเที่ยวเพื่อชาร์ทแบตและผ่อนคลายเหมือนกันค่ะ แต่ช่วงนี้หาเวลายากมากๆ และกว่าจะเข้ามา คม. คุณแหววในบล๊อกนี้ก็นานเป็นปีๆ บางทีคุณแหววอาจลืมไปแล้วก็ได้นะคะ....555555....


โดย: deeplove วันที่: 20 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:32:39 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

blue passion
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




มีหัวใจไว้เดินทาง ค้นหาความหมายของชีวิต เพื่อเติมเต็มให้กับคำถามที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างการเติบโต วิธีการในการเดินทางมีมากมาย แต่ ณ วันนี้ ขอเลือกสองล้อเป็นพาหนะในการนำพาไปสู่จุดหมายปลายทาง

Site Meter

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add blue passion's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.