...ความรู้สึกที่คนเรียกว่าความรัก เป็นเรื่องหนักของหัวใจใครก็รู้ แต่รักฉันไม่เหมือนใครอยากให้ดู จะได้รู้ลึกซึ้งถึงรักจริง...

ผมเป็นผู้ต้องสงสัย (1)

เหตุมันมีอยู่ว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 12 ธันวาคม 2549 ไอ้กะผ๊ม ไปซื้อของเบ็ดเตล็ดที่ร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนร้านหนึ่ง ก็ไม่น่าจะมีอะไรมากมาย เพราะซื้อของเสร็จ จ่ายเงิน ... เพียงแต่ว่า พอผมจ่ายเงินเสร็จ ก็เห็นชั้นวางสมุดบันทึก ซึ่งตอนที่เลือกดูของครั้งแรกไม่ได้สังเกต อีกทั้งครั้งแรกตั้งใจจะซื้อของตามที่ต้องการแล้วก็กลับเลย .... พอจ่ายตังค์เสร็จผมเลยเดินไปเลือกดูสมุดบันทึก เลือกไปเลือกมาก ไม่ถูกใจ ก็เลยกลับออกไป จุดนี้แหล่ะครับ เป็นที่มาของเรื่อง เพราะว่าช่วงที่ผมเดินออกมากำลังจะขึ้นแมงกะไซค์ส่วนตัว ก็มีผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งเดินตามออกมา แล้วก็ด้อมๆ มองๆ จะพูดอะไรก็ไม่พูด ทีแรกผมก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่ถ้าทีของผู้หญิงคนนั้นมองเราแปลก มองเหมือนอยากถามอะไรสักอย่างหนึ่ง ผมก็เลยยังไม่ออกไปไหน นั่งอยู่บนรถ ดูเด๊ะ..ว่ามันจะทำอะไร ไม่นานนักหรอกครับ เค้าก็เอ่ยปากขึ้นถาม หลังจากมองผมอยู่นาน “เอ่อ..ไม่ทราบว่ามาซื้อของที่ร้านรึเปล่าคะ” “ใช่ครับ” ผมตอบ “มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามต่อ “คือเมื่อตะกี้คุณได้เลือกดูสมุดบันทึกอยู่รึเปล่า” เค้าถาม “ใช่ครับ” ผมตอบ “แล้วได้หยิบอะไรออกมาด้วยรึเปล่าค่ะ” นั่นไง .. คงคิดว่าผมนี่เป็นขโมยแน่ๆ .. อารมณ์ยั๊วะเลยขึ้นเลยครับ แต่ก็พยายามทำใจเย็นไว้ ผมก็เลยตอบกลับไปว่า “ครับ..หยิบของที่ผมจ่ายตังค์แล้วออกมาด้วย” พร้อมกับยื่นของให้ดู แต่ถ้าทีคุณเธอคงยังไม่วางใจครับ เธอพูดต่อไปว่า “ตะกี้มองดูในโทรทัศน์วงจรปิดเห็นทำลับๆ ล่อๆ” พอได้ฟังคำนี้ยิ่งฉุนเลย “จะค้นตัวดูมั๊ยครับ” ผมยิ่งคำถามสั้นๆ แฝงด้วยอารมณ์ดุดันเล็กน้อย “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบ แล้วก็เดินเข้าร้านไป ... ถ้ามันจบแค่นี้ผมก็คงไม่โกรธอะไรมากหรอก .. แต่ช่วงที่เธอเดินเข้าไป เธอก็หันมามองผมอยู่ตลอด มิหนำซ้ำพอเดินเข้าร้านไป ก็ไปซุบซิบกับพนักงาน แล้วก็พากันมองมาที่ผม ในใจผมตอนนั้นนะ อยากจะเดินเข้าไปเคลียให้รู้แล้วรู้รอดเลย ... แต่บังเอิญคุณแม่สุดที่รักโทรมาให้ไปรับด่วน เลยต้องรีบไปครับ ทำตัวเป็นลูกกตัญญูก่อน แล้วค่อยมาชำระแค้นทีหลัง
หลังจากเสร็จภารกิจลูกกตัญญูแล้ว ผมก็มาที่ร้านอีกครั้ง แบบว่ายังข้องใจอยู่ครับ เพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน แต่คนในร้านเยอะมาก คนรู้จักก็เยอะ ไม่อยากจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ในใจคิดว่าต้องเคลียให้ได้ เพราะแม่ฮ่องสอนเมืองเล็กแค่นี้ ถ้าปากต่อปาก รับรองรู้กันหมด เรื่องจริงหรือไม่จริงไม่มีการกรอง ผมก็เลยโทรไปหาเพื่อนที่เป็นผู้จัดร้านแต่อีกสาขาหนึ่ง (ร้านนี้มีสองสาขา) ก็เลยบอกว่าขอเบอร์โทรร้านหน่อย เพื่อนมันก็ถามว่ามีอะไร ก็เลยเล่าให้ฟังซะ ฐานะที่อยู่ในเครือข่ายร้านเดียวกัน พอเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนมันก็ขอโทษแทนเจ้าของร้าน แต่..ก็ทิ้งท้ายด้วยเหตุผลที่ว่า ร้านนี้โดนคนขโมยของเป็นประจำ เพราะว่ามีเครื่องเขียนและของกิ๊ฟช๊อปเยอะ ไปโรงพักมาก็หลายหน เพื่อนก็บอกให้ผมเข้าใจเจ้าของร้านด้วย เพราะบางทีวงจรปิดมันก็ถ่ายได้ไม่ชัด บางทีมุมที่ผมอยู่อาจจะเป็นมุมอับที่เห็นไม่ชัด เลยทำให้สงสัยได้ ... อืม..เหตุผลของเพื่อนทำให้ผมใจเย็นลงได้พอสมควร และเพื่อนก็รับปากที่จะไปเคลียให้
สงสัยใช่มั๊ยล่ะ..ว่าทำไมผมถึงไม่ลดลาวาศอกกับเค้า ทำนองว่าขันติ ให้อภัย อะไรทำนองนั้นน่ะ ... ที่จริงผมก็กะจะไม่อะไรด้วยมากมายหรอก แต่ทั้งท่าทีของเขา บวกกับเราไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิต ทำให้รับไม่ค่อยได้ สมุดเล่มละไม่กี่ตังค์ จะขโมยทำไม วันนั้นเราซื้อของร้านเค้าราแพงกว่าสมุดบันทึกตั้งหลายร้อย ผมไม่คิดสั้นที่จะขโมยของหรอก ... และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือว่าเราอาจจะต้องเจอกันอีกหลายครั้ง เพราะแม่ฮ่องสอนเมืองเล็กนิดเดียว หรือบางทีผมอาจจะไปซื้อของร้านเค้าอีกก็ได้ แล้วถ้าไปซื้ออีก แต่สายตาของคนในร้านที่จับจ้องผม มองผมเป็นบุคคลต้องสงสัย มองแบบไม่ไว้วางใจ ใครๆ ก็คงไม่ Happy กับมันนักหรอก แล้วที่ผมบอกว่าแม่ฮ่องสอนมันเมืองเล็กน่ะ ก็เพราะถ้าเหตุการณ์อะไรก็จะเล่าให้กันฟังหมด แล้ววันรุ่งขึ้นก็รู้กันหมด อย่างที่ผมคิดก็คือถ้าพนักงานขายเอาเรื่องไปพูดกัน ปากต่อปาก รับรอง เสียหายแน่ ชื่อเสียงปี้ป่นหมด รู้จักกันเกือบทั้งเมือง ทั้งๆ ที่เรื่องที่เกิดเป็นจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ .... อันนี้ผมไม่ได้ตื่นตูมหรอกนะครับ เพราะที่ผ่านมามีเหตุการณ์แบบนี้เยอะ มีเรื่องอะไรก็เล่ากันไปก่อน จริงไม่จริงไม่รู้ พอความจริงกระจ่างชื่อเสียงคนโดนเล่าพังหมด และที่สำคัญก็คือผมต้องการความสบายใจและเคลีย เพื่อที่จะไม่ได้มีอะไรตะขิดตะขวงใจในการเจอกัน .... ก็ต้องดูต่อไปละครับ ว่าเพื่อนจะเคลียกะเจ้าของร้านว่ายังไง แล้วจะเล่าให้ฟังนะครับ



Create Date : 14 ธันวาคม 2549
Last Update : 14 ธันวาคม 2549 15:48:25 น. 4 comments
Counter : 114 Pageviews.  

 
อืมม์ อืมม์
ขอคิดก่อนนะ!!!

แวบบ....


โดย: พี่เอก IP: 203.113.51.36 วันที่: 18 ธันวาคม 2549 เวลา:18:00:24 น.  

 
คิดนานไม่ดีนะ เด๋วคนอื่นแย่งคิดหมด หุหุหุ


โดย: ไอ้คำหล้า (lar_refresh ) วันที่: 18 ธันวาคม 2549 เวลา:21:44:09 น.  

 
เกือบไปน่ะนั่น..แต่เป็นเรา เราก็ไม่ยอมหรอกอยู่ดี ๆ ก็ต้องกลายเป็นผู้ต้องหาทั้งที่ไม่ได้ทำไรผิด..งานนี้ต้องเคลีย

ขอบคุณที่แวะไปอวยพรน่ะค่ะ.. ตามมาสวัสดีปีใหม่ค่ะ..ก็ขอให้มีความสุขมาก ๆ ตลอดปี แล้วก็ขออย่าให้กลายไปเป็นผู้ต้องสงสัยที่ไหนอีกน๊า


โดย: Ying_Tisa วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:23:05:39 น.  

 
ไม่มีมูลหมาไม่ขี้ ทำก็ยอมรับเเถอะ 555+


โดย: ควายแก้ตัว 555+ IP: 124.157.189.135 วันที่: 30 มกราคม 2550 เวลา:15:44:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

lar_refresh
Location :
แม่ฮ่องสอน Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มารู้จักกับไอ้คำหล้า ... แล้วคุณจะรู้ความหมายของคำว่า " you'll never walk alone " อย่างสุดซึ้ง
[Add lar_refresh's blog to your web]