My life For myself
Group Blog
 
All Blogs
 

Epson T11 หัวพิมพ์ทน Body ห่วย

หลังจากที่เจ้า C58 ตัวเก่าลากลับบ้านไป ผมก็ถอย T11 มาแทนที่ พร้อมกับรับ Print E-Book เช่นเดียวกับตอนสมัยผมมี C58 แต่เจ้า C58 Print ไปได้แค่ 1 ปี ก็เกิดอาการเจ หัวตันบ้าง เลยไม่รับละ แต่พอซื้อเครื่องใหม่มาก็ขอรับงาน เอาทุนหน่อยละกัน

ดังนั้นจึงทำให้มันต้อง Print เยอะเป็นพิเศษ...แต่เที่ยบกับรุ่นปู่ของมันอย่าง C58 เข็มไมล์ยังห่างกันอีกเยอะ

c58 ผมไปตายตอน ซับหมึกเสียเต็มรอบที่ 4 ครับ อาการคือซื้อหมึกห่วยเกินทำหัวตันจนล้างไม่ออก

แต่เจ้า T11 ผม ตายเพราะ ระบบ Feed กระดาษพัง ด้วยอาการยอก Hit เดือยหักครับ

ตามรูปเลยครับ ของผมหักขั้นรุนแรง คือปลายหัก โคนร้าวจะหลุดออกมา




ผมก็เลยต้องยก T11 กับ C58 ไปให้ช่างเขาเอาอะไหล่ C58 มาใส่แทน T11 ซึ่ีงมันใส่กันได้ครับ (3 ปีที่ผ่านมา Epson ไม่ได้พัฒนาระบบดูกกระดาษเลย) ตอนนี้กลับมา Print ได้ปกติแล้ว

คำถามคือ ทำไมมันพังเร็วจัง คำตอบอยู่ที่ตัวพลาสติกครับ ตัว T11 ใช้พลาสติก แบบ HIPS ซึ่งมันคือพลาสติกแบบเดียวกับที่ใช้ทำกล่อง CD แบบที่แตกง่ายๆอะครับ ส่วนของ C58 เป็นแบบไหน ผมไม่ทราบเหมือนกัน ไม่ได้ลองมอง แต่ที่แน่ๆมันคนละสีกัน

แต่ที่แน่ๆ มือถือ I-Mobile ผมใช้พลาสติดแบบ ABS ครับ เหนียวกว่า HIPS แน่นอน....

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์นั้น ฟรีค่าแรงครับ ต้องขอบคุณทาง IT-INK The mall บางแคด้วยครับ (แ่ต่ผมก็ซื้อหมึกเขาตั้ง 1 ลิตรนะ อิอิ) ส่วนถ้าผมไม่ได้เอาอะไหล่ไป เขาจะคิดค่าอะไหล่ผม 500 บาทครับ (ซึ่งก็ราคาปกติหรือเปล่าไม่รู้่เหอๆๆ)

ผมว่าจะไปซื้อเครื่อง Printer ที่เจ๊งแล้วมาเก็บเป็นอะไหล่ดีกว่าเหอๆๆๆ




 

Create Date : 24 มีนาคม 2553    
Last Update : 24 มีนาคม 2553 17:37:52 น.
Counter : 1549 Pageviews.  

กระดาษ I.J. R64 กระดาษที่ควรเอาไว้ห่างๆเครื่อง Inkjet

เรื่องของเรื่องคือผมต้องการกระดาษ Green Read ขนาด B5 เพื่อตัดเป็น B6 ทำำ Pocket Book

Choice มีให้เลือกไม่มาก (หรือไม่มีเลยก็ได้) ที่เห็นโดนๆก็มี I.J. R64 Green Read B5 64 แกรม 500 แผ่น 75 บาท ราคาก็โอ แต่แหะ...บางจัง แต่ช่างเหอะ 70 G Print ออกมายังพอไปวัดไปวาได้ ไม่ทะลุมาก หายไป 6 แกรมคงไม่น่าเป็นอะไรมาก

ได้ของมา รีบจับยัดเข้าเครื่อง Epson T11 ของผม แล้วก็จัดเลย print หนังสือ 1 เล่มให้เพื่อน

ผม Print ออกไปแผ่นนึง เลยขอมาดูผลงานหน่อย อืม...หมึกแตกนิดนึง รับได้ แต่พอผมหันกลับไปด้านหลังเท่านั้นแหละครับ ทำไมหนัาหลังเหมือนกันวะ กลับไปกลับมาอีกที เอาแล้ว หมึกซึมไปด้านหลัง ร้อยละ 50 เศร้าเลยเรา เหอๆๆๆ....

ทำไรไม่ได้ ได้แต่ทำใจครับ (อ๋อๆๆ เอามาทำสมุดได้) เหอๆๆ ใครจะซื้อยี้ห้อนี้มา Print Ink Jet คิดดีๆก่อนนะครับ




 

Create Date : 27 มกราคม 2553    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2553 21:47:28 น.
Counter : 624 Pageviews.  

ค่าดูดส้วม 6750 ใครผิดกันแน่

ผมเป็นพนักงาน Part time กับบริษัทแห่งหนึ่ง ผมคง man ที่สุดแล้วมั้ง เขาเลยให้ผมไปคุยกับรถดูดส้วม เป็น body guard ให้เจ้านายผู้หญิง ส่วนเจ้านายผู้ชายวันนี้ไม่อยู่

รถดูดส้วมปกติมันจะสามคิว ข้างรถจะมีท่อใสๆติดอยู่เพื่อดูว่าดูดไปแล้วเท่าไหร่ และจะมีตัวเลขติดไว้อยู่ ตัวเลขมีตั้งแต่ 1-32 เขาก็เรียกผมกับเจ้านายผู้หญิงไปดู บอกว่าตอนนี้รถเข้ามาแล้ว 3 เลข เขาคิดค่าดูด เลขละ 250 บาท ผมก็อือๆๆ รับทราบไปว่ามี 3 เลขนะ เรื่องราคาไม่รู้เหมือนกันเขาคุยกับเจานายเราไว้แล้ว ไม่อยากถามมากความ งานผมก็เยอะอยู่

เขาก็ดูดๆๆๆ ดูดไปเรือยๆ จนผมเดินออกมาดูงาน อ้าวแมร่งล้นแล้วหนิ เลยบอกพี่ๆๆ ล้นแล้วๆๆ เขาก็เลยรีบเก็บสายดูด แล้วก็คิดราคา ก็ง่ายๆเลยครับ

เต็มคัน 32 เลข - ของเดิม 3 เลข เป็น 29 เลข * 250 คิดเป็น 6750 บาท โอ้วแม่เจ้าแพงโครต ผมก็เลยเดินไปบอกเจ้านายผู้หญิง เขาก็หน้ามืดไปอีกคน พวกเราต่อกันไปมาได้ราคา 6000 บาทถ้วน

โทรบอกเจ้านายผู้ชาย เขาเลยขอคุยกับพนักงานดูดส้วมคงทะเลาะกันยกใหญ่เหอๆๆ สุดท้ายปิดราคาที่ 2200 เหอๆๆๆ เขาก็ทำหน้าเสียๆกลับไป

ผมยังแปลกใจอยู่เลย รถดูดส้วมเต็มคันมัน 3.5 คิว (3500 ลิตร) หนิหว่า ตีว่าสามก็ได้ บ้านปกติจะฝังทั้งพักนำ้เสียไว้ 2 ถึง ถังนึงจะถึง 1500 ลิตรเลยหรอ ไม่รู้ดิ แปลกเหมือนกันแฮะ เห็นเขาบอกไล่ท่ออะไรพวกนี้ให้ด้วย รับประกันดูดแล้วไม่มีตัน

แต่ที่ว่าเจ้านายผมพลากไปอย่างหนึ่งคือ วันนั้นที่คุยกันเรื่องราคา เขาบอกว่า คิดเป็นยูนิต ยูนิตละ 250 (เห็นแม่บ้านบอกมา จริงเปล่าไ่่ม่รู้) เพราะโดยปกติแล้ว คำว่ายูนิตหมายถึง 1000 ลิตร เต็มที่ 3000 ลิตรก็แค่ 750 บาทเหอๆๆ แต่ที่ไหนได้คนละ Unit กันแล้ว อิอิ

มาเล่าสู่กันฟังเพื่อไว้ละกันใครจะเรียกพนักงานดูดส้วมเอกชนมา ก็ต้องรู้ก่อนว่า ถังพักน้ำเสียเรามีปริมาตรเท่าไหร่ก่อน แล้วคุยกับเขาก็เลยไม่งั้นจะโดนราคาแพงเวอร์ เหอๆๆๆ




 

Create Date : 27 มกราคม 2553    
Last Update : 27 มกราคม 2553 21:41:24 น.
Counter : 4171 Pageviews.  

ใครเบื่อรถติด กลางกรุงเทพบ้างขอเสียงหน่อย

บังเอินว่าที่เรียนผมอยูาตรง ถนน พญาไทยครับ ผมไม่รู้ว่ามันจะมีสายไหนที่ติดเท่าเส้นแถวมหาลัยผมอีกไหม

วันมหาวิปโยคเพิ่งผ่านไป ลง BTS สยามตอน 18.00 ลงมาแล้วรู้สึกคิดผิดยังไงไม่รู้ เพราะลงมารอรถมหาลัยอยู่ 10 นาที รถข้างหน้าผมมันก็เป็นเจ้าสาย73 คันเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จากนั้นไฟก็เขียวแล้ว เย้ๆๆๆๆ

แต่...มันไปได้ 6 คันเอง ก็หยุดละ โอโหติดไฟแดง 10 นาทีไปได้ 6 คัน ถ้าเป็นผมคงดับเครื่องวิ่งเล่นรอบสยามออกกำลังกายดีกว่า

ผมต้องรอให้ผ่านไปทั้งสิ้น 3 ไฟแดง เป็นเวลา 30 นาทีถึงได้นั่งรถ จากนั้นรออีก 1 ไฟแดงเพื่อให้รถคันที่ผมนั่งนั้นเลี้ยวซ้ายเข้า พญาไทย

จากนั้นรออีก 6 ไฟแดง กว่าจะเข้ามหาลัยได้ รวมเวลาทั้งสิ้น 1 ชัวโมง 15 นาทีกับระยาทางประมาณ 1 กิโลกว่า (รู้งี้เดินดีกว่านะจะถึงเร็วกว่า)

ออกจากมหาลัย ทุ่ม 20 นาที ลุยผ่ามหาลัยไปติดกันกระจาย ตั้ตแต่ประตูทางออกมหาลัย ก็เลาะๆไปเรื่อย ไปโผล่ที่หัวลำโพง โดนออกทางแยกมหานคร จากนั้นวิ่งเข้าเยาวราชข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา หมดเวลาไป 30 นาทีกว่า

ตอนนั้นจะ 2 ทุ่มละ นึกว่าโล่งแน่ๆอัดกระจายชัว สุดท้ายเบรคหัวทิ่งรถติดกระจาย เลยวิ่งเลนซ้ายไปเรื่อยๆ เกาะๆกันไป

ผ่านไปอีก 15 นาทีวิ่งแบบเรื่อยๆไปจนถึง แยกตัดถนนบรมราชชนี แถว ม สยาม คิดในใจ เพชรเกษมโล่งแน่ๆ เหยียบกระจาย

พอหลุดไปก็เรื่อยๆ รถเยอะเหมือนกัน ไปจนถึงแุถว Future มองดูเลนตรงข้าม โอ้แม่เจ้าอะไรเนี้ย นถติดตอน 2 ทุ่ม บนถนนเพชรเกษม เป๋นภาพที่หาดูได้ยากมา

จากนั้นผมก็เกาะๆ ตามๆ กันไป แต่ที่แปลกใจมากกว่าคืออะไรรู้ไหมครับ

สมันก่อนตอน 2 ทุ่ม 15 นาที เพชรเกษมจะไม่ค่อยมีมอเจอร์ไซด์เลยครับ แต่ตอนนี้มาจากไหนไม่รู้อย่างกับฝึ่งแตกรัง ขับทั่วทั้ง 3 เลน ทำให้ผมเปลี่ยนเลนลำบากมาก

แถมพวกวิ่งขวานั้นกรุณา ฝึกฝีมือให้ดีๆหน่อยนะ ฝีมือไม่ถึงอย่าวิ่งเลย แบบว่าพอกินไปครึ่งเล่น ดันตกใจบีบแตรใส่อีก แล้วอีกครึ่งเล่นที่เหลือเอาไว้ทดเลขหรอครับ ทำไมไม่รีบๆแซงไปวะ ไม่ได้เข้ามาบังทั้งเลนหนิ

ผมก็วิ่งๆ ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง กลางบ้าง สุดท่้ายได้อัดแบบจริงๆก็จอนที่เข้าซอยบ้านผมนั้นแหละ กว่าจะกลับมาถึงบ้าน 2 ทุ่ม 45 นาที เหนื่อยจริงๆ




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2551    
Last Update : 31 ตุลาคม 2551 19:31:05 น.
Counter : 263 Pageviews.  

ใบปลิวที่เหมือนจะธรรมดาแต่มันไม่ธรรมดา

วันนี้ไปเดินสยามมา ก็มีคนมาแจกใบปลิวเหนือนที่เคยเป็น แต่คราวนี้มาแปลก มองคราวๆเห็นเป็นซองกันกระแทก คิดว่าน่าจะมีของแถมเลยหยิบมา

จากนั้นก็มองคราวๆ เจอคำเชินชวนให้ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมสวยยี้ห้อนึง เห็นแล้วก็ก็คิดไปเลยว่าด้านหลังมันต้องมีอะไรแน่ๆ

พลิกกลับมาไม่เจออัไรทั้งสิ้น เจอลองหมุนๆมองๆดูดีๆ เจอเพียงกระดาษแข็ง หนึ่งแผ่นถ้วน ใส่อยู่ในซองกันกระแทก มิทราบว่าจะใส่กับอะไรมากระแทกมิทราบ

แต่ผมยังไม่หยุดคิดเท่านั้น ยังคงคิดต่อว่ามันต้องมีอะไรดีๆอยู่ข้างใน อ๋อออ...กระดาษมันต้องมีกลิ่นแน่ เลยแกะออกมา แล้วเอาไปดม กลิ่นที่ได้เคยกลิ่นสีที่คุ้นเคยนั้นเอง ปราศจากกลิ่นหอมอย่างสิ้นเชิง

สุดท้ายก็เก็บมันกลับเข้าที่ แต่ใบปลิวนั้นผมไม่ทิ้งนะ เก็บมาอวดคนใน Lab ว่าคนคิดมันคิดได้ไง 55555




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 18:55:24 น.
Counter : 221 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  

Valentine's Month


 
M|B
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่มีไรบรรยาย เหอๆๆ
Friends' blogs
[Add M|B's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.