ขอบคุณที่แวะมาอ่าน และคอมเม้นต์ให้กันนะค๊า http://summerhibiscus.bloggang.com
Group Blog
 
All blogs
 

รัก และศรัทธา ณ หนองบงกาย เชียงแสน เชียงราย

วันนี้มาพูดถึงเรื่องความศรัทธา และเกร็ดความรู้น่าสนใจเล็กน้อยบ้างดีกว่า
ชาวเหนือหลายคนคงจะรู้จักหนองบงกายแล้วว่าอยู่ที่ไหน แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ทราบเราขออาสาเล่าเรื่องที่น่าสนใจนี้เองจ้า หนองบงกายเป็นทะเลสาปขนาดใหญ่กินเนื้อที่ประมาณ 5 กิโลเมตร ในอ.เชียงแสน จ.เชียงรายค่ะ อยู่ด้านหลังของหมู่บ้านแฟนเราเอง เราชอบที่นี่มากตั้งแต่ไปครั้งแรก ชอบเพราะที่นี่เป็นชุมชนเล็กๆชุมชนนึงที่ดูมีเสน่ห์ และมีธรรมชาติที่สวยงาม มีทุ่งนา มีภูเขา และมีทะเลสาปที่ชาวบ้านเค้าเรียกกันว่า "หนองบงกาย" แฟนเราเคยเล่าให้ฟังหลายครั้งแล้วเรื่องตำนานของหนองบงกาย เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณของล้านนา
ว่ากันว่าที่นี่เมื่อนานมาแล้วนับพันปี เคยเป็นเมืองชื่อว่าโยนกนาคพันธุ์ แต่ครั้งหนึ่งชาวบ้านได้จับปลาไหลเผือกยักษ์ได้และนำมาแล่แจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านได้กินกัน แต่มีหญิงหม้ายคนนึงอาศัยอยู่ที่กระท่อมเล็กๆ ไม่ได้รับแจกเพียงคนเดียว ในกาลนั้นได้มีเทวดาปลอมตัวลงมายังหมู่บ้าน และได้เดินทางมานั่งพักที่บ้านหญิงหม้ายคนนั้น เทวดาได้ถามว่าชาวบ้านเค้ามีอะไรกันหรือดูครึกครื้น และมีการก่อสุมไฟอยู่หลายที่ หญิงหม้ายจึงได้บอกแก่ผู้เดินทางหนุ่มคนนั้นโดยที่นางไม่รู้ว่าเป็นเทวดาปลอมตัวมา เทวดาถามว่าแล้วทำไมยายไม่ได้รับแจกเนื้อปลาไหลเผือกเหมือนคนอื่นเขา หญิงหม้ายกล่าวว่าตนก็ไม่รู้เช่นกัน จากนั้นเทวดาได้บอกแกหญิงหม้ายว่าคืนนี้ขอให้ยายอยู่แต่ในบ้านของตนเท่านั้น ห้ามออกไปไหนเป็นอันขาด หากได้ยินเสียงอะไรก็จงอย่าได้อยากรู้หรือออกไปดู พอตกกลางคืนก็เกิดฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก และมีเสียงครืนๆ ดังสนั่นอยู่ข้างนอก ปานว่าฟ้าจะถล่มลงมา หญิงหม้ายกลัวมากและอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าก็ไม่กล้าออกไปดู เพราะได้นึกถึงคำของหนุ่มเดินทางคนนั้นที่ได้กล่าวกับตนเมื่อตอนกลางวัน พอรุ่งสางหญิงหม้ายทนไม่ไหวจึงเปิดประตูกระท่อมของตนออกไป ก็พบกับความตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าเมืองทั้งเมืองได้หายไปหมดแล้ว มีเพียงผืนน้ำขนาดใหญ่ และบ้านของตนก็กลายเป็นเพียงเกาะเล็กๆเพียงเกาะเดียวกลางทะเลสาปที่ไม่จมน้ำ ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจากพงศาวดาลล้านนาค่ะ เราสนใจก็ค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่ม ทุกวันนี้มีทะเลสาปหรือหนองน้ำหลายที่ที่มีเค้าตำนานคล้ายกันกับของที่นี่ค่ะ เรื่องเล่าต่างๆ ดูเหมือนตำนานทางประวัติศาสตร์ทั่วไปที่มีความเหนือจริงอยู่มากนะคะ แต่จากหลักฐานทางประวัติหลายชิ้นได้พูดถึงว่าเมืองนี้มีโอกาสเป็นความจริงได้ค่ะ และสาเหตุของการล่มสลายเมืองอย่างฉับพลันอาจเกิดมาจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่อยู่บริเวณแอ่งนี้พอดี ตามหลักฐานทางภูมิศาสตร์ได้กล่าวไว้อย่างนั้นนะคะ น่าสนใจไม่น้อย แต่ในแง่ของมิติเราได้พบสิ่งที่น่าสนใจมากๆ ด้วยค่ะ เนื่องจากเราได้มีโอกาสได้สนทนาธรรมกับหลวงพ่อเหรียญ ท่านเป็นพระเพียงรูปเดียวที่อาศัยอยู่ริมทะเลสาปหนองบงกายแห่งนี้ในสำนักสงฆ์เล็กๆ ที่อยู่บนเนินไผ่
เราได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวบ้านแฟนที่เชียงแสนกับครอบครัวของแฟน พ่อแม่เราท่านศรัทธาในหลวงพ่อเหรียญ และพาพวกเราไปทำวัดตอนเย็นกับหลวงพ่อทุกวันที่เราอยู่ที่นั่น หลังจากนั้นก็นั่งสนทนากันจนค่ำ เราถึงได้ร่ำลาหลวงพ่อกลับบ้านกัน
หลวงพ่อเหรียญท่านเป็นพระสายปฏิบัติ สายหลวงปู่มั่น ก่อนที่ท่านจะมาจำวัดที่นี่ ท่านธุดงค์อยู่ทางภาคอีสาน ท่านอยากให้พวกเราฝึกนั่งสมาธิ อยากให้พวกเราฝึกปฏิบัติ ส่วนสาเหตุที่ท่านได้เลือกสถานที่แห่งนี้ก็เพราะว่าท่านได้นิมิตเห็นพี่ชายในอดีตชาติของท่านมาบอกให้มาปฏิบัติธรรม ณ สถานที่แห่งนี้ เพื่อช่วยปลดปล่อยพี่ชายที่ยังคงอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ เรื่องมีอยู่ว่าในชาติหนึ่งพี่ชายของท่านได้เกิดเป็นช้าง อาศัยอยู่บริเวณป่าแถวนี้ และบริเวณที่เป็นหมู่บ้านในปัจจุบันแต่ก่อนนั้นเป็นชายป่า และมีแหล่งน้ำ เป็นที่กินน้ำของช้างป่า วันหนึ่งพี่ชายท่านได้มาที่แหล่งน้ำนี้พร้อมกับโขลง แต่ได้มีพ่อเลี้ยงคนหนึ่งได้นำปืนมายิงไล่พวกตน พี่ชายท่านถูกปืนสาหัส แต่ก็ทนวิ่งหนีพวกมนุษย์มาได้ไกล จนกระทั่งมาขาดใจตาย ณ ดงไผ่ อันเป็นสถานที่ตั้งวัดในปัจจุบัน แต่ด้วยความอาฆาตที่แรงมาก เพราะจิตพยาบาทรุนแรงเนื่องจากคิดว่าตนเองไม่ได้ทำผิดอะไร แล้วทำไมจึงต้องมายิงหรือทำร้ายกันวิญญาณจึงไม่ได้ไปไหน ดงไผ่แห่งนี้เป็นที่รู้กันของชาวบ้าน และคนหาปลาเป็นอย่างดีว่าที่แห่งนี้เฮี้ยนนัก ขนาดที่ขุดไผ่ไปกินไม่ได้ตายทุกราย
แรกๆ หลวงพ่อท่านได้มานั่งวิปัสนาและมีเพียงกรตหนึ่งหลังเท่านั้น ต่อมาเมื่อยู่นานวันเข้า ก็มีศรัทธามาช่วยท่านสร้างอุโบสถหลังเล็ก และศาลาการเปรียญให้ท่าน อย่างอย่างไรก็ตามที่นี่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่มีเครื่องปั่นไฟนะ หลวงพ่อจะไม่ค่อยใช้ เพราะที่นี่ห่างไกลผู้คน ท่านไม่มีเงินมากจะเอามาจ่ายอะไรได้เยอะแยะ คิดดูจากตัววัดเดินเท้าไปถึงบ้านหลังแรกที่ใกล้ที่สุดก็ประมาณ 4 -5 กิโลได้มั้ง เราก็ถามท่านไปเรื่อย จนมาถึงเรื่องตำนานของหนองบงกาย เราถามว่าเรื่องนี้มีจริงมั้ย หลวงพ่อบอกว่ามีจริงซิ ตรงทางด้านขวามือของวัดออกไปในหนอง พวกคนหาปลาเค้าเห็นเสาวัดอยู่ตรงนั้น และแถวนั้นมีปลาตัวใหญ่แต่ว่าดุมาก มันไม่กลัวคน ท่านก็บอกว่า ณ เนินดินที่ตั้งวัดอยู่นี่เวลาหลวงพ่อเดินจงกรม ท่านก็จะเห็นญาติโยมอยู่กันแน่นมาก ตรงชายน้ำ เลยกอไผ่ออกไป ท่านว่าอยู่กันแน่นยังกับเล้าไก่ แต่ขอบอกญาติโยมที่ท่านพูดถึงน่ะ ไม่มีชีวิตนะ คิดว่าคงเป็นชาวบ้านชาวเมืองตั้งแต่ครั้งนู๊น
ตอนนี้เรากำลังช่วยหลวงพ่อสร้างพระธาตุอยู่ เพราะท่านนิมิตเห็นพระธาตุที่วัดแห่งนี้แล้ว ท่านบอกว่าท่านเห็นมีสองหลัง ท่านว่าเดี๋ยวเจ้าของเค้ามาสร้างกันเองแหล่ะ ตอนนี้ฝันแรกของหลวงพ่อจะเป็นจริงแล้ว เพราะมีคณะศรัทธาจากเชียงใหม่ทำบุญทอดกฐินหาเงินมาช่วยสร้างพระธาตุแล้ว ตอนนี้หลวงพ่อได้เงินมาพอจะถมที่ปรับเนินดินให้กว้างขึ้นแล้ว มีชาวบ้านแถวนี้มาช่วยพอสมควรแต่ไม่มาก เพราะวัดอยู่ไกล และชาวบ้านแถวนั้นก็ยากจนมาก หลวงพ่อเหรียญได้ขอให้บ้านแฟนเราช่วยสร้างพระประดับพระธาตุ พวกเราตื้นตันใจมากที่มีโอกาสได้ทำบุญครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ตอนนี้ก็เรี่ยรายกันอยู่ ถ้าเงินสร้างพระเหลือก็คงจะนำไปสมทบกับของหลวงพ่อในการสร้างองค์พระธาตุต่อไป พระธาตุจะสร้างริมทะเลสาป และหลวงพ่อท่านอยากให้ในอนาคตมีการสร้างสถานที่พักให้กับผู้ที่ต้องการมาปฏิบัติธรรม ณ สถานที่นี้ด้วย เราไปหาท่านทีไรก็สงสารนะ ท่านอยู่รูปเดียวกับน้องหมาน้องแมว เคยมีพระมาจำวัดด้วยแต่ก็อยู่ได้ไม่นานเพราะว่าจิตไม่แข็งพอ แต่ล่าสุดเห็นมี 1 รูปมาจำวัดด้วย แต่หลวงพ่อท่านก็บอกว่าสายนี้ก็ต่างคนต่างอยู่ต่างปฏิบัติกัน คิดดูหลวงพ่ออายุมากแล้ว แต่พอมีงานบุญทีท่านต้องมาแบกน้ำมาช่วยญาติโยมเพราะคนน้อย ต้องช่วยกัน อีกสาเหตุสำคัญที่ท่านต้องการสร้างพระธาตุริมน้ำนั้น ท่านหวังว่าจะช่วยให้คนที่เค้าอยู่ข้างล่างได้หลุดพันจากคำสาป ได้ไปเกิดกันซักที โดยพระพุทธรูปที่ท่านให้ทำนั้นเป็นปางประทานพรด้วย เราก็หวังว่าการทำบุญครั้งนี้จะสามารถช่วยพวกเค้าได้บ้าง
ล่าสุดเราเดินทางไปงานพิธีเบิกเนตรพระประธานที่วัดหลวงพ่อ มีคนจากเชียงใหม่มาร่วมสมทบด้วย ตอนทำพิธีช่วงตี 5 น่ะ กำลังสวดมนต์กันอยู่นะ อยู่ๆเจ้าดำหมาหลวงพ่อก็หอนแบบไม่หยุดเลยอะ ขนลุกมาก แล้วอยู่ๆ ก็มีลมมาหมุนในพิธีๆ เสียงที่หมาหอนมันดังมาจากทางขึ้นด้านนึงที่อยู่ด้านหลังของศาลาการเปรียญ เรานั่งอยู่ตรงทางขึ้นด้านหน้า อยู่หน้าพระประธานเห็นชัดมากว่าอยู่ๆก็มีลมพัดในพิธีอะ แต่ข้างนอกไม่ยักกะลมแรง หมาก็หอนนน แบบว่ามันตกใจอะไรแบบนั้น พอเสร็จพิธีครับ แม่แฟนเราก็บอกว่าเนี่ย ขนลุกไม่หาย แม่แฟนเรารู้สึกว่าคนจากข้างล่างเค้าขึ้นมานั่งฟังพระสวดด้วย แต่เค้าไม่กล้าขึ้นทางข้างหน้าพระประธาน เลยขึ้นทางข้างหลัง หมามันถึงหอนอย่างนั้น แม่ถามเราว่าได้กลิ่นอะไรมั้ย เราบอกว่าไม่ได้กลิ่นไรเลยค่ะ แม่บอกว่าตอนแรกเป็นกลิ่นเหม็น ต่อมาก็กลิ่นยาสูบ ลอยอบอวล แต่ตอนที่เกิดเหตุเราเห็นหลวงพ่อที่เป็นพระประธานในพิธีท่านเหลือบมองอยู่นะ ไปทางนั้น คิดว่าท่านคงจะทราบเช่นกัน แม่แฟนเราแกมานอนตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อรอทำพิธีตอนเช้าที่วัด เราก็มาด้วยแต่ไม่ได้ค้างที่วัด มาทำวัดเย็นกับหลวงพ่อเฉยๆ ตอนที่ทำวัดก็แบบนี้ ลมแรงเข้ามาในอุโบสถ ตอนหลวงพ่อเดินออกมาส่งพวกเราขึ้นรถท่านบอกว่าวันนี้ตอนทำวัด คนจากข้างล่างเค้าขึ้นมาทำด้วย เราเลยบอกว่าทำไมเค้ามาแรงจังค๊า หลวงพ่อท่านบอกว่าพวกนี้เค้าอิทธิฤทธิ์เยอะก็แบบนี้แหล่ะ โอววว ขนลุกเลยคับพี่น้อง -*-
ถ้าเพื่อนๆ เกิดศรัทธาอยากร่วมกันช่วยหลวงพ่อสร้างพระธาตุแห่งนี้ ก็ลองติดต่อพูดคุย หรือไปเยี่ยมท่านได้นะคะ ที่สำนักสงฆ์พระธาตุศรีเวียงคำ มาที่เชียงแสนค่ะ แล้วหาหมู่บ้านปางหมอปวงให้เจอ จากนั้นถามชาวบ้านแถวนั้นเอา เค้าก็จะบอกเองจ้า วันนนี้เอารูปวัด สถานที่ต่างๆมาให้ดูเล็กน้อยค่ะ ทุกวันนนี้หลวงพ่อเจ็บขาเพราะต้องเดินมาบิณฑบาตไกลก็ได้ชาวบ้านใจดีช่วยมารับท่านไปส่งยังหมู่บ้านค่ะ แต่ทั้งนี้ลูกสาวท่านก็ยังคงช่วยดูแลอยู่ห่างๆค่ะ เพราะว่าลูกสาวได้แต่งงานกับคนที่นี่ แต่เราก็ยังอดห่วงไม่ได้นะ เพราะว่าวัดเปลี่ยวห่างไกลผู้คนมากๆ ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวเชียงแสน และอยากดูธรรมชาติที่สวยงาม พร้อมกับสนทนาธรรมกับหลวงพ่อเหรียญก็เรียนเชิญค่ะ สำหรับเราบอกได้คำเดียวว่าตกหลุมรักหนองบงกายตั้งแต่แรกเห็นแล้วค่ะ สวยมากๆ และวัดเล็กๆแห่งนี้ด้วยเช่นกันค่ะ ที่ด้านหลังวัดจะมีศาลาริมน้ำให้ไปนั่นเล่นได้ เราชอบมาก มันสงบ และรู้สึกดีมากจริงๆ

จากรูปนะคะ ถ่ายจากศาลาริมน้ำไปยังตัววัดที่เห็นเป็นดงไผ่ค่ะ ส่วนภาพต่อมาเป็นทางไปวัด ยังเป็นดินแดงจ้า แต่คิดว่าคงดีขึ้นในไม่ช้า คงมีคนอยากจะช่วยอยู่ค่ะ และต่อมาเป็นภาพอุโบสถและศาลาการเปรียญเล็กๆค่ะ อยู่บนเนินเล็กๆ



ต่อมาเป็นภาพหลวงพ่อ และโมเดลพระธาตุที่ท่านนำออกมาให้เราชมค่ะ เห็นพระพุทธรูปด้านนอกมั้ย นั่นแหล่ะที่เราจะทำ ส่วนภาพด้านล่างเป็นภาพการถมดินค่ะ เพื่อเกลี่ยที่เตรียมพร้อมในการก่อสร้างค่ะ


ส่วนรูปนี้เป็นรูปวัด ถ้าเพ่งดีๆจะเห็นอุโบสถสีขาวๆ ที่อยู่ตรงดงไผ่ไกลๆค่ะ ถ่ายจากบนเนินเขาอีกลูกค่ะ


ส่วนนี่ถ่ายมาให้ดู ด้านนนี้แหล่ะที่หลวงพ่อท่านว่าข้างล่างคนหาปลาเจอเสาวัดกัน


หนองบงกาย เห็นเกาะตรงนั้นมั้ย นั่นแหล่ะที่เค้าว่าเป็นที่ตั้งของกระท่อมแม่หม้ายที่ไม่จมไปกับเมือง




 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2552 4:32:42 น.
Counter : 337 Pageviews.  

คุณประโยชน์ของชบา ดอกไม้ไม่ธรรมดา

ไม่ธรรมดาเลยนะ นอกจากจะเป็นดอกไม้ที่สวยและมีเสน่ห์แล้ว ดอกชบายังมีประโยชน์มากมายสำหรับผู้หญิงอย่างเราๆด้วยจ้า มาอ่านกันนะ


เมื่อพูดถึงชบา คนไทยเราอาจนึกถึงแค่ว่า เป็นไม้ประดับธรรมดา ที่ปลูกไว้แต่งแต้มสีสัน ให้กับรั้วบ้านเท่านั้น


     แต่สำหรับภารตะชนคนอินเดียนั้น เขาถือว่า ชบา เป็นดอกไม ้ที่มีความสำคัญ ไม่แพ้ต้นไม้ดอกไม้ที่ได้ขึ้นหิ้งบูชา อย่างดอกบัวบ้านเราเหมือนกัน ดอกชบาเป็นดอกไม้ที่ชนชาติแขก ใช้บูชาพระคเณศ หรือที่บ้านเราเรียกว่า พระพิฆคเณศ เทพเจ้าผู้มีรูปกายส่วนบนเป็นช้าง


     โดยที่ชาวภารตะถือว่าเป็นพระคเณศเป็นเทพเจ้าแห่งสติปัญญา ซึ่งจะช่วยขจัดปัดเป่า อุปสรรคขวากหนามทั้งหลายทั้งปวง ให้สิ้นไป และช่วยให้ผู้ที่บูชาท่าน ได้รับสิ่งที่มุ่งมาดปรารถนาไว้ ดอกชบา จึงเป็นดอกไม้ที่พบเห็นได้ทั่วไป ตามโบสถ์ฮินดู ไม่นับที่เขานิยมปลูกไว้ข้างรั้วบ้าน เป็นทั้งไม้ประดับ ยามออกดอกก็ปลิดเอาดอกมาบูชาเทพเจ้า และยังเป็นทั้งยารักษาโรคได้ดีอีกด้วย


     ลองมาดูว่าชบาดอกไม้ที่สวยไม่สร่างต้นนี้ใช้เป็นยารักษาโรคอะไรได้บ้างใน


     ในคัมภีร์อายุรเวท พูดถึงสรรพคุณของดอกชบาว่า ช่วยฟอกโลหิต บำรุงจิตใจให้แช่มชื่น บำรุงผิวพรรณและช่วยให้ผมดกดำ บำรุงผม นอกจากนี้ยังช่วยรักษา และบรรเทาโรคเกี่ยวกับไต และระบบสืบพันธุ์ในผู้หญิง โดยเฉพาะคุณๆ ที่มีปัญหารอบเดือนมามาก ถึงวันนั้นของเดือนทีไร


     เสียเลือดมากจนร่างกายซูบซีด ซึ่งทางอายุรเวทถือว่าเป็นอาการผิดปกติของระบบเลือดอย่างหนึ่ง การที่ประจำเดือนมามาก ย่อมทำให้โลหิตจางเอาง่ายๆ เสียเลือดมากๆ นานเข้า ทำให้มึนงง ร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ขยับอะไรนิด พาลจะเป็นลมอยู่ร่ำไป อาการอย่างที่ว่า ถ้าสัมพันธ์กับการมีประจำเดือน มามากเกินไป ดอกชบาจะช่วยบรรเทาได้ดี


     นอกจากช่วยแก้ปัญหาเรื่องประจำเดือนมามากเกินไปแล้ว ดอกชบายังช่วยเรื่อง ประจำเดือน มาไม่สม่ำเสมอได้ด้วย รวมทั้งสาวๆ ที่มีหรือมีปัญหาเรื่องระดูขาว


     ทั้งสาวน้อยและไม่น้อย ท่านใดที่มีปัญหาเรื่อง ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เขาแนะนำให้ใช้ดอกชบาสดสัก ๔ ดอกมาตำให้แหลก แล้วกินตอนท้องว่างในตอนเช้าติดต่อกัน ๗ วัน หรือจะเด็ดดอกชบามาตากให้แห้งในที่ร่ม เมื่อแห้งสนิทดีแล้ว เอามาบดเป็นผง กินครั้งละ ๑ ช้อนชาตอนเช้าติดต่อกันนาน ๗ วันก็ได้เช่นกัน


      สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องระดูขาว ก็ให้กินดอกชบาสด ตำให้แหลกกินตอนเช้าขณะที่ท้องยังว่าง ติดต่อกัน ๗ วันเช่นเดียวกัน


     คุณสุภาพสตรีที่มีปัญหาประจำเดือนไม่มา ตำราอินเดียแนะนำให้ใช้ดอกชบา ๓ ดอกบดให้แหลก แล้วผสมกับ น้ำมะนาวสัก ๒ ช้อนโต็ะหรือผสมกับนม ๑ แก้ว แล้วดื่มตอนท้องว่างตอนเช้า จะช่วยปรับเรื่องประจำเดือนได้


     อีกตำรับหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือ เอาเฉพาะกลีบดอกชบาผสมกับน้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาล ปี๊บอย่างละเท่าๆ กันใส่ในโถแก้วมีฝาปิด แล้วเอาโถแก้วออกตากแดดติดต่อกันสัก ๒๑ วัน น้ำตาลจะละลายผสมกับดอกชบา พอครบกำหนดแล้วเอามากินครั้งละ ๒ ช้อนชาวันละ ๒ ครั้งนานสองถึงสามสัปดาห์ ยาสูตรนี้ถือว่า เป็นยาบำรุงประจำเดือน สำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ กินแล้วช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับวันนั้นของเดือนได้ดี


     นอกจากสรรพคุณในการฟอกโลหิต แก้โรคเกี่ยวกับประจำเดือน และบำรุงระบบสืบพันธุ์ ของคุณสุภาพสตรีแล้ว ดอกชบายังช่วยดับร้อนและแก้ไข้ในหน้าร้อนๆ อย่างนี้ได้ดี สำหรับคุณๆ ที่ไปถูกแดดจัดหรือถูกความร้อนมากๆ ให้ใช้ดอกชบา ๔ ดอกแช่ในน้ำต้มสุก ๒ แก้วแล้วดื่มต่างน้ำ จะช่วยดับร้อนผ่อนกระหายและแก้ไข้ได้ดี


     ไม่เพียงแต่ดอกชบาเท่านั้นที่ใช้เป็นยาดีของอินเดีย ส่วนอื่นๆของชบายังใข้เป็นยารักษาโรคได้ด้วย อย่างเช่น เปลือกต้นชบาใช้รักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา เช่น ฮ่องกงฟุต ได้ดี โดยใช้เปลือกต้น ๕๐ กรัม แช่ในแอลกอฮอล์ ๑๕๐ ซีซีนานสักหนึ่งวัน แล้วกรองเอาแต่น้ำยาไว้ทาบริเวณที่เป็นฮ่องกงฟุต


     ใบชบาก็มีสรรพคุณทางยาที่ดีไม่แพ้กัน เช่น ใช้แก้แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ เวลาถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก ให้เอาใบชบาหรือฐานดอกก็ได้มาตำให้แหลก แล้วเอามาพอกบริเวณที่ถูกไฟไหม้น้ำร้อนลวก น้ำเมือกจากใบ จะช่วยรักษาแผลได้เป็นอย่างดี


     นอกจากนี้ใบชบายังเอามาใช้สระผมแทนแชมพูยี่ห้อดังของคุณได้อีกด้วย วิธีใช้ไม่ยากอะไร เอาใบชบาสักหนึ่งกำมือมาล้างให้สะอาด ใส่ครกโขลกให้แหลกๆ จะมีน้ำเมือกออกมาจากใบ เติมน้ำเล็กน้อย แล้วบีบเอาแต่น้ำมา อาจจะใส่กระชอนกรองเอาแต่น้ำเมือก แล้วใช ้น้ำเมือกจากใบชบานี่แหละสระผม


     น้ำเมือกจากใบชบาจะช่วยชำระล้างความสกปรกออกจากเรือนผมของคุณได้ ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ช่วยบำรุงผม และทำให้ผมของคุณดกดำเป็นเงางาม


     รู้ถึงสรรพคุณของชบาไม้ประดับธรรมดาที่ไม่ธรรมดาอย่างนี้แล้ว น่าจะส่งเสริมให้ใช้เป็นยาสมุนไพรกันด้วย นอกจากปลูกเอาไว้แต่งแต้มสีสันให้กับบ้านของคุณเพียงอย่างเดียว ......


     ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus rosa sinensis


ที่มา: มูลนิธิสุขภาพไทย


 






Free TextEditor




 

Create Date : 30 มิถุนายน 2552    
Last Update : 30 มิถุนายน 2552 19:33:34 น.
Counter : 2526 Pageviews.  


*~น.ส.ชบา หน้าร้อน~*
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่อนุญาติให้คัดลอกข้อความใดๆ จากบล็อคนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของบล็อคค่ะ
Friends' blogs
[Add *~น.ส.ชบา หน้าร้อน~*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.