ขอบคุณที่แวะมาอ่าน และคอมเม้นต์ให้กันนะค๊า http://summerhibiscus.bloggang.com
Group Blog
 
All blogs
 

ประกันชีวิต กับ โรงพยาบาล

เรื่องประกันชีวิต และ โรงพยาบาล

เพื่อนๆ เคยสงสัยกันมั้ยคะว่าทำไมเดี๋ยวนี้ ไปโรงพยาบาลถึงเห็นคนไข้เยอะแยะมากมายมหาศาลได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศเรา เราประสบพบเจอทั้งกับตัวเองและญาติพี่น้อง
มาแล้วค่ะ ไม่สบายมากๆแต่โรงพยาบาลบอกว่าไม่มีห้องว่าง ห้องเต็ม หรือมีแต่ห้องวีไอพี ที่ราคาแพงลิบลิ่ว

ในตึกของโรงพยาบาลรัฐอย่างมหาราช เราจะเห็นคนป่วยนอนอยู่หน้าลิฟ หรือบริเวณทางเดินข้างนอกห้องพักเป็นเรื่องปกติค่ะ เราเห็นแล้วก็สงสาร บวกกับพาลคิดไปว่าทำไมบ้านเราถึงมีโรงพยาบาลที่ดีๆ น้อยจัง ชาวบ้านถึงต้องแห่มาแออัดอยู่แต่ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด

เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเรามีรายได้ เราจึงต้องมองหาหลักประกันชีวิตและสุขภาพ ผู้ที่ทำงานรัฐก็มีสวัสดิการรัฐรับรองเรื่องค่าใช้จ่ายพยาบาลยามเจ็บป่วย ผู้ที่ทำงานองค์กรอื่นๆ บริษัทห้างร้านก็มีประกันสังคม และประชาชนทั่วไปที่มีอาชีพอิสระล่ะ ...คำตอบอยู่ที่ประกันชีวิตใช่มั้ยคะ

เราเลือกทำประกันชีวิตกับ aaa มีสิทธิ์คุ้มครองพอสมควร แต่ที่มันยังติดขัดในใจเรานี่สิ เรื่องความคุ้มครอง ในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล เค้ามีเงื่อนไขว่า คุณต้องนอนโรงพยาบาลเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ไม่ว่าจะเจ็บป่วยด้วยโรคอะไรก็ตามแต่ เจ็บมากหรือเจ็บน้อยไม่คำนึง
ขอแค่คุณนอนโรงพยาบาลประกันรับผิดชอบทั้งหมด ทั้งค่าห้องค่าหมอค่ายา แถมมีค่าชดเชยให้อีก ... โดยบริษัทประกันของคุณมีคอนแท็คอยู่ทุกโรงพยาบาล คนที่เค้าทำประกัน เค้าก็อยากได้ความคุ้มครอง แน่นอนว่าเค้าจ่ายเงินให้คุณทุกเดือน ทุกปี เค้าย่อมต้องการรักษาสิทธิ์นั้นๆ ใช่มั้ยคะ ดังนั้นคงไม่มีใครปฏิเสธที่จะใช้สิทธิ์ของตัวเองหรอก แต่เราคิดว่าเงื่อนไขนี้ของ aaa มันดูไม่สมเหตุผลเลย ในเมื่อคุณจะคุ้มครองแล้วทำไมต้องออกเงื่อนไขให้นอนโรงพยาบาลอย่างเดียวถึงจะเบิกได้ล่ะคะ เพราะถ้าเค้ามารักษาจริงก็ต้องมีหลักฐานการเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว ทำไมต้องไปกำหนดว่าจะต้องนอนโรงพยาบาลนะถึงจะเบิกได้ เมื่อกฏเป็นเช่นนี้ ใครๆก็ต้องหาเรื่องนอนเล่นที่โรงพยาบาลซิ เหมือนไปพักผ่อนนอนโรงแรม สบายกว่าด้วยมีพยาบาลดูแล ห้องพิเศษมีอินเตอร์เน็ตให้เล่น และที่สำคัญมากๆ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่เจ็บป่วยท่านอื่นอย่างมากๆ

คุณคิดดูว่า ถ้าในเวลาเดียวกันมีคนทำประกัน aaa เป็นหวัด และมีคนไข้โรคเบาหวานที่กำลังจะช็อคเข้ามาที่โรงพยาบาล แต่คนที่เป็นหวัดได้สิทธิ์นอนโรงพยาบาล ส่วนคนไข้เบาหวานต้องถูกส่งไปที่อื่นเพราะว่าเตียงเต็ม ห้องเต็ม เค้าจะรู้สึกยังไงเนี่ยถ้ารู้ว่าเตียงที่นอนๆอยู่ก่อนหน้า เป็นลุกค้าประกันของ aaa ที่ต้องการนอนโรงพยาบาลเพียงเพื่อหาเรื่องเคลมประกันเท่านั้น ทั้งๆที่ความจริงแล้วไม่ได้เจ็บป่วยมากพอจะต้องนอนโรงพยาบาล กลับไปพักผ่อนที่บ้านก็ได้

ถ้าคุณอยากได้ลุกค้าเพิ่ม ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขนิดเดียวนะคะ คุณจะได้ลุกค้าเพิ่มอีกเยอะ และทีสำคัญคุณยังสามารถช่วยแก้ปัญหาระดับชาติได้เลยทีเดียวนะคะ เพียงแค่คุณเปลี่ยนเงื่อนไขนิดเดียว คุณก็สามารถช่วยให้คนป่วยหลายรายได้มีสิทธิ์เข้ารับการรักษาและนอนโรงพยาบาลได้มากขึ้น และคุณสามารถช่วยให้โอกาสผู้ป่วยรอดชีวิตเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ ในขณะเดียวกัน ลุกค้าของคุณก็ไม่ต้องเสียเวลา ลางาน หยุดเรียน เพื่อมานอนเล่นที่โรงพยาบาลเพื่อการเคลมประกันนะคะ

ขอฝากไว้ด้วยค่ะ เราคิดว่า การสร้างโรงพยาบาลใหม่ หรือการสร้างบุคลากรทางการแพทย์ของประเทศ มันยากกว่าการเปลี่ยนเงื่อนไขการคุ้มครองประกันค่ะ ให้โอกาสคนไข้ที่เค้าต้องการหมอจริงๆ ได้รับสิทธิ์นั้นเถอะค่ะ เพราะอย่างน้อยเราก็คนในประเทศเดียวกัน เอื้ออาทรต่อกันดีกว่าค่ะ

ขอฝากจริงๆ อีกครั้งว่า การให้สิทธิ์คุ้มครองผู้ทำประกัน เรื่องค่ารักษาพยาบาลสามารถเบิกได้ โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เพิ่มมาอีกข้อนะคะ^^

ป.ล. สิ่งที่เราเขียน คือสิ่งที่เราเห็นมา เจอมากับตัว และเราไม่เข้าใจจริงๆค่ะ
ไม่ทราบด้วยว่าบริษัทมีเหตุผลอันใด เพียงแต่เราคิดว่าเงื่อนไขเหล่านั้นมันกำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนึ่งให้กับสังคมค่ะ เพราะนับวันลูกค้าบริษัทประกันชีวิตจะเพิ่มมากขึ้นแน่นอน ถ้าเราไม่คิดที่จะทำอะไรตอนนี้ มันก็ยิ่งจะทำให้อะไรๆมันแย่ลงๆค่ะ

สุดท้าย เราไม่ต้องการจะดิสเครดิตบริษัทประกันนะคะ เพราะเราก็เป็นลุกค้าอยู่ แค่อยากระบายให้ใครหลายๆคนฟัง กับสิ่งที่เรารู้สึกก็แค่นั้นค่ะ





 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2553 3:36:06 น.
Counter : 542 Pageviews.  

ไปเที่ยวเชียงแสนมาจ้า

สวัสดีปีใหม่นะค๊าทุกคน ปีใหม่นี้ขอให้เฮงๆ กานทุกคน มีความสุขสุขภาพแข็งแรงน๊า ขอบคุณทุกคนที่มาอวยพรวันเกิดเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมานะค๊า ว่าจะอัพบล็อคนานแล้วก็ทำไม่ได้เพราะว่ากลับบ้านปีใหม่มายาวเลยจ้า ^^
บล็อกนี้เอารูปไปเที่ยวเชียงแสนมาลงนิดหน่อยจ้า ไปคราวนี้ได้ไปถวายพระพุทธรูปที่สำนักสงฆ์พระธาตุศรีเวียงคำมาจ้า สร้าง 4 องค์แต่แล้วเสร็จ 2 องค์เลยไปถวายให้หลวงพ่อท่านชื่นชมก่อน เป็นหินขาวพม่าจ้า หลวงพ่อเหรียญท่านบอกว่าสร้างพระพุทธรูปถวายวัดนั้นดีเพราะจะเป็นการเสริมสร้างบารมีและบุญกุศลให้กับตัวเรา พระพุทธรูป 4 องค์ที่บ้านเราและบ้านแฟนร่วมกันสร้าง จะได้ประดิษฐานบนพระธาตุในอนาคต เราชอบมากๆ ไปทำบุญให้กับวัดที่ห่างไกลผู้คนแบบนี้ ธรรมชาติสุดๆ อากาศก้อดีมากๆ มาเรียกศรัทธาซะหน่อยน๊า ผู้ที่ศรัทธาทำบุญกับหลวงพ่อ สามารถเดินทางไปที่อ.เชียงแสนน๊า แล้วไปที่หมู่บ้านปางหมอปวง จากนั้นถามหาสำนักสงฆ์พระธาตุศรีเวียงคำนะคะ แล้วจะได้ไปเจอกับหลวงพ่อ และวัดที่อากาศดีสุดๆ อยู่ริมทะเลสาป ทั้งวัดมีพระ 4 รูป แต่เดิมมีหลวงพ่อเหรียญรูปเดียวจ๊ะ ใครไปเที่ยวแถวนั้นจะแวะไปกราบหลวงพ่อ และทำบุญก็ได้น๊า ^^

ไปเชียงแสนครั้งนี้เดินทางเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.นะคะ ตอนเช้าอากาศหนาวจ้า หมอกลงเยอะ แต่เราชอบเชียงรายอย่างนึงนะคะ อากาศดีมาก ยกเว้นช่วงหน้าร้อนนะ ชาวบ้านเผาจัดมีแต่ควัน แต่เฉลี่ยแล้วอากาศเย็นสบายจ้า ไปครั้งนี้ก็ไปพักกันที่บ้านแฟนเหมือนเดิม เดินทางไป 4 คน พ่อแม่แฟน แล้วก็เรากับแฟน ไปถึงตอนเช้าแวะทานอาหารจีนริมแม่น้ำโขงที่ตัวอำเภอเชียงแสนกาน ร้านนนี้เกี๊ยวซ่าอร่อย เสี่ยวหลงเปาอร่อย และบะหมี่ซี่โครงหมู่หร่อย ^^



ท่าเรือเชียงแสนยามเช้าจ้า จะมีเรือจากจีนมาจอดเทียบท่าและถ่ายสินค้าที่นี่นะคะ ^^





อากาศตอนเช้าๆ หมอกลงจัดมองไม่เห็นฝั่งลาวเลย -*-





ตอนเช้าๆ กะหน้าอืดๆ ของเรา กร๊าก



ทางไปวัดจ้า ไปถวายพระกานจ้า ระยะทางจากวัดมาถึงหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดก็ประมาณ 4-5 กิโลน๊า แต่ก่อนหลวงพ่อเดินออกมาบิณฑบาตทุกวัน แต่เดี๋ยวนี้มีพ่ออ้ายมารับซ้อนมอไซค์ไปที่หมู่บ้านทุกวัน เพราะว่าหลวงพ่อเป็นโรคเก๊าอ่า เดินไม่ค่อยไหว ^^ ตอนนี้ก็ดีขึ้นมาหน่อย อบต. ทำถนนคอนกรีตมาได้ครึ่งทางแล้ว อีกหน่อยคงจะถึงวัดซักที หน้าฝนจะได้ไม่ลำบากมาก
อีกค่อนทางที่เหลืองเป็นดินแดงจ้า



แท่นแท๊น ถึงแล้ว วัดที่มีวิวงดงามอีกแห่งของเมืองไทย ข้ามดอยน้อยๆ สองดอยก็ถึง ถ่ายจากมุมสูงจะเห็นเนินที่ตั้งวัดสวยงามมาก



บอกตรงๆว่าใจนึงเราไม่อยากจะบอกต่อให้ใครรู้หรอกว่าตรงนี้มีวัดอยู่ เพราะเราชอบตรงความบริสุทธิ์ของที่นี่ ไม่มีคน ไม่มีอาคารสูง ไม่มีความวุ่นวาย มาทีไรเราก็สบายใจทุกที ชีวิตที่นี่ไม่ต้องใช้เงินมากมาย ชาวบ้านออกไปหาปลา จับแมงดา ส่องกบ ส่องเขียด ชีวิตที่ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องแย่งกัน ไม่ต้องแข่งขันให้วุ่นวายน่าปวดหัว อากาศดี และนั่งสนทนาธรรมกับหลวงพ่อเหรียญ เป็นความสุขที่อิ่มเอิบใจมากมายจริงๆ ^^

พระที่เราถวายหลวงพ่อ คือ องค์สีขาวตรงกลางสององค์นะคะ ^^





อีก 2 องค์ ตอนนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ถ้าเสร็จแล้วช่างจะโทรมาบอกแล้วเราจะไปถวายอีกรอบจ้า อันนี้รูปที่บ้านช่าง ไปถ่ายมาให้ดู กำลังจะลงรายละเอียดอีกนิดหน่อย



และนี่วิวสวยๆ กับโบสถ์หลังเล็กๆ ในวันอากาศแจ่มใสจ้า



แปะรูปที่เหลือรวมๆ นะค๊า











ถมที่เตรียมสร้างพระธาตุจ้า






ไว้โครงการสร้างพระธาตุคืบหน้ายังไงจะมาอัพเดทให้ทุกคนทราบนะคะ ใครอยากร่วมทำบุญสร้างพระธาตุ ก็ไปตามที่อยู่ที่เราบอกน๊า โอกาสดีๆ หาไม่ได้ง่ายๆจ๊ะ ลาไปก่อนสำหรับวันนี้ บุ๋ยบุย




 

Create Date : 12 มกราคม 2553    
Last Update : 12 มกราคม 2553 19:33:08 น.
Counter : 730 Pageviews.  

เที่ยวแม่สาย ตามหาของขวัญวันแม่กานจ้า

เสาร์-อาทิตย์ ไปเที่ยวแม่สายมาจ้า อิอิ ก่อนไปก็ใจคอไม่ดีเพราะว่าดันดูข่าวน้ำท่วมเชียงรายไปเมื่อวันศุกร์ก็กลัวว่าจะมีอุปสรรค ไอ้จะไม่ไปก็ไม่ได้เพราะว่าซื้อตั๋วไว้แล้ว เลยตัดสินใจลุยๆๆ เอาเป็นว่าบอกข้อมูลทั่วๆไปก่อนละกันเนาะ เดินทางจากเชียงใหม่ไปแม่สาย โดยประมาณนะอาจคาดเคลื่อนเล็กน้อย รถเมล์เขียวตั๋ว VIP 330 บาท ตั๋วชั้นหนึ่ง 220 ตั๋วชั้นสอง 160 ตั๋วชั้นสาม ไม่รู้อะ ยังไม่เคยขึ้น -*- เราตัดสินใจไม่เอาอีแก่ไปเพราะว่ากลัวจะขาดใจตายกลางดอยซะก่อนเดี๋ยวจะไปไม่ถึงแม่สาย จากเชียงใหม่ไปแม่สายใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงนิดๆ แต่ถ้านั่งชั้นสอง 5 ชม. เพราะจอดตลอดคนขับใจเย็นมากๆ ครั้งนี้ขาไปเราได้ชั้น 2 เพราะชั้น 1 เต็มหมด รถออก 6 โมงเช้า ไปถึงแม่สาย 11 โมงกว่า -*- นั่งกันจนเมื่อยตูดไปเลย
ไปถึงแม่สายเราต้องไปทำบัตรผ่านแดนที่ตัวอำเภอกันก่อนนะคะ ห่างจากหน้าด่านประมาณ 1 กิโล แนะนำถ้านั่งรถทัวร์มาก็นั่งรถแดงมาทำบัตรที่อำเภอก่อนไปหน้าด่านนะ ไม่งั้นเสียเวลาเหมามอไซค์มาอีกเสียตังค์หลายรอบเปล่าๆ ค่าทำบัตรข้ามแดน 30 บาท และเสียเงินค่าเข้าประเทศพม่าอีก 10 บาท ค่ารถแดงแม่สายคิดหัวละ 15 บาท จะแพงไปไหนไม่รู้
พอดีว่าเราเที่ยวแม่สายบ่อยเลยคิดว่าการไปเที่ยวแบบวันเดียวกลับจะทำให้เราเหนือยมาก ดังนั้นนอนแม่สาย 1 คืนจะดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ก่อนกลับก็แวะช็อปอีกครั้ง เรียกว่ามาทั้งทีเอามันให้คุ้ม 555+
โรงแรมหน้าด่านมีเยอะแยะมากมาย จำได้ว่ามาครั้งแรกพักที่โรงแรมวังทอง ค่าห้อง 800 บาท หลังจากนั้นไม่เคยไปพักอีกเลย 555+ ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ แต่ว่าอยาก save งบอะ เลยเลือกพักคืนละ 300 แทน *0*


มีโรงแรมเปิดใหม่ด้วย ราคาเท่ากับที่วังทองแต่ใหม่กว่านิ๊งๆ เห็นคนนิยมพักที่นี่เหมือนกัน เพราะว่าติดถนนหน้าด่านเลยค่ะ สะดวกมากๆ ชื่อโรงแรมขันทองคำจ้า

ก่อนข้ามไปฝั่งท่าขี้เหล็กต้องเดินข้ามสะพานแม่น้ำสายก่อน ช่วงนี้น้ำขึ้นมากๆ ไหลเชี่ยว ถ้าฝนตกหนักก็ท่วมแน่นอนจ้า

ตลาดท่าขี้เหล็กก็รู้ๆอยู่ว่าเค้าไม่มีของจริงขายหรอกที่นี่ ฉะนั้นไม่ต้องไปถามแม่ค้าหรอกว่าของจริงรึกป่าวค๊า ไม่มีๆ จ้า ระวังโดนหลอกเอา อย่าเห็นแก่ของถูกเวอร์ๆ จะซื้อของก็ดูร้านที่น่าเชื่อถือหน่อย พวกที่หาบมาขายให้ไว้ใจไม่ได้ ร้านแว่นตา นาฬิกา ต่อหนักๆได้ ส่วนกระเป๋าก็ต้องดูให้ดีเพราะว่าที่นี่มีของหลายเกรด ตั้งแต่1a ไปจนถึงงาน Mirror ระวังจะเจองาน 1a แต่มาบอกว่างานหลายเอละกาน บรรยากาศถนนแห่งการช็อปปิ้งอยู่ข้างหน้าท่านแว้ววว

แฟนเรากับเราก็แยกกันเดินเลยจ้า เพราะว่าเราจะตามหาของให้มามี๊วันแม่ ส่วนแฟนก็หาหนัง กับเพลง ถ้าเดินด้วยกันจะเสียเวลามากๆ ฉะนั้นแยกย้ายกันเดินนะจ๊ะทางใครทางมัน หุหุ จุดมุ่งหมายเราคืออยากหาทับทิมให้แม่ซัก 1 เม็ด เราก็ดูไม่เป็น โอกาสโดนต้มสูงมาก แต่อาศัยว่าไม่ซื้อของตามตู้เล็กๆแบบนี้นะคะ เลือกซื้อในร้านที่เชื่อถือได้

พอดีไอตอนที่กำลังเดินหาอยู่ ก็ไปเจอร้านนึง มีเคาร์เตอร์ข้างใน ด้านนอกขายเสื้อผ้ากระเป๋า แล้วก็เห็นผู้ชายคนนึงกำลังนั่งส่องนั่งเลือกอยู่ เลยแจมๆกะเค้า เลือกไปเลือกมาก็ได้สมดั่งใจ ฮ่าๆ ใจจริงอยากได้ยี่หร่าเพราะว่าเราชอบสีน้ำเงินแถมราคาถูกกว่าได้เม็ดใหญ่กว่า แต่คุณแม่เราไม่ชอบ ก็เลยไม่ได้เอามา พลอยที่ร้านเหลือแต่แบบที่ขึ้นวงให้แล้วเราต้องเอาไปแกะหัวเองจ้า แบบนี้หินสีแดงๆชมพูๆ หวังว่าท่าแม่จะชอบ -*-

ของที่นี่มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย แน่นอนเกือบร้อยเปอร์เซ็นมาจากจีนค่ะ ช่วงนี้เค้าฮิตซื้อโทรศัพท์จีนที่นี่กันด้วยค่ะ มีไอโฟนเต็มเลย แนะนำว่าถ้าจะมาซื้อขอให้เตรียมตัวมาให้ดี เพราะว่าด้านพม่าจะยึดเอาไว้แหล่ะ บอกว่าเป็นของผิดกฎหมาย แต่ขอโทษเปิดให้คนไปซื้อถ้าจะเอาว่าผิดนี่มันผิดกันทั้งตลาดเลย พอคนซื้อมาเจือกมายึด เป็นเราก็คงโกรธอะเจอแบบนั้น ส่วนมากคนที่ไม่รู้ก็โดนเรียกเก็บเงินกันไป ถ้าคนที่เตรียมตัวมาดีนี่จะไม่เอากล่องมา แล้วจะเอาโทรศัทพ์ที่ซื้อใส่ซิมมือถือของตัวเองออกมาเลย ประหนึ่งว่าเป็นโทรศัพท์ส่วนตัวค่ะ ยังไงใครอยากได้ก็ระวังหน่อยเนาะ ก็เข้าใจว่าอยากได้กันเพราะว่ามันถูกและก็น่ารักๆเยอะแยะไปหมด

หนังก็มีเยอะม๊ากกก ถ้าคนที่เก่งภาษาอังกฤษกะจีนจะได้เปรียบเพราะดีวีดีบางเรื่องมันไม่มีซับไทยอะค่ะ *0* คนโง่อังกฤษอย่างเราเลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่แฟนเรานี่ดิ แทบจะเหมาแผงเค้าเลย *0* ซื้อเยอะมากทั้งของตัวเองทั้งของคนฝาก เข้าใจๆ ของดีและถูกอ่ะเนาะ บางเรื่องเป็นแรร์ไอเทมไปแล้วหนังเก่ามากๆ หายากแล้วยังมีด้วยค่ะ นับถือความพยายามของคนซื้อจริงๆ








ถ่ายรูปด่านพม่ามาให้ดู อิอิ ใครอยากไปเที่ยวเจดีย์ชเวดากองจำลองก็ต่อราคากับรถตุ๊กๆที่มารอลูกค้าได้เลยจ้า เค้ารออยู่ตรงนั้น

ขาออกจ้า

วันเสาร์มีถนนคนเดินที่แม่สายด้วย คึกครื้นใช้ได้เลยค่ะ มีเด็กๆมาแสดงบนเวทีน่ารักๆให้เรานั่งชม ^^

มาแล้วยังจ๊า สุดยอดแดนนสยามจ้า

อีดนิดค่ะ นั่งรถทัวร์และมาเที่ยวแม่สายบัตรประชาชนคือสิ่งที่มีค่ามากๆค่ะ มีด่านตรวจประมาณ 3-4ที่ เราก็ต้องควักบัตรโชว์ทุกที่จ้า ยืนยันว่าเป็นคนไทยชัวร์ค๊าบ ตอนทำบัตรข้ามแดนก็ใช้หลักฐานแค่บัตรประชาชนของเราใบเดียวค่ะ อย่างอื่นไม่เอาจ้า ^^


ได้กระเป๋าหลุยส์กุหลาบยักษ์มาจากแม่สาย 1 ใบ 555+


ไปแล้วจ้า ขอบคุณที่ติดตามจ้า ^^ ช็อปปิ้งเหนื่อยหน้ามันแต่ก็สู้ตายๆ







 

Create Date : 10 สิงหาคม 2552    
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 20:58:17 น.
Counter : 552 Pageviews.  

กินบุฟเฟต์ฟรี ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ ก๊ากๆ

เมื่อวานได้มีโอกาสออกงานไฮโซกะเค้ามา 555+ เป็นงานของสถานทูตเนเธอร์แลนด์พบหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศในงานมีแต่ฝรั่งกะนักธุรกิจ ส่วนสาเหตุว่าทำไมได้รับเชิญไปงานนี้ก็ไม่มีไรเลย ตอนยังทำงานอยู่ได้มีโอกาสร่วมงานกับสถานทูตเนเธอร์แลนด์แล้วก็รู้จักกับพี่ที่ทำงานสถานทูต แล้วเมื่อวันซืนพี่เค้าโทรมาขอรายชื่อเชิญไปร่วมรับประทานของฟรี 55 เลยมีโอกาสไปนั่งกระดกไวน์ และแอบเหล่ไฮโซเล็กน้อยๆ งานสังคมแบบนี้นี่ไม่ดีเลย กินได้ไม่เยอะอย่างที่ตั้งใจ ไอ้เราก็กะไปนั่งกินบุฟเฟต์โรงแรม 5 ดาวซักหน่อย จ๋อยเลย งานจัดที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงใหม่จ้า ถ่ายรูปมาให้ดูนิดหน่อย เนาะเผื่อว่าใครจะอยากไปพัก อิอิ งานเริ่มหกโมงครึ่งแต่ปรากฎว่าประมาณห้าโมงครึ่งฝนตกหนักมากเกือบจะมาไม่ได้ละ แต่อาศัยใจรักอยากกินฟรี -*- เป็นไงเป็นกัน มาถึงงานก็มีแต่ผู้ใหญ่ ทำตัวไม่ถูกเลย ดีนะพี่ที่เชิญมาอยู่หน้างานเลยไม่เขินเท่าไหร่ อิอิ  รอซักแป๊บเค้าก็เปิดห้องให้เข้าได้ โอ้ววว ทำไมมานหรูยังงี้ฟร่ะ เลือกโต๊ะหลังสุดค๊าบ ดีนะควงแฟนไปด้วยไม่งั้นล่ะตายๆ ซักพักก็มีฝรั่งขึ้นไปบอกว่า บุเฟต์ พร้อมแล้ว หูผึ่งเลยค๊าบ รีบไปต่อคิวเลย เราว่างานนี้มันเหมือนงานนัดสังสรรค์ชาวเนเธอร์แลนด์ที่อยู่ในเชียงใหม่มากกว่านะ แต่ละคนมาคุยเล่นกันมานั่งกินกัน ไม่เห็นจะเจรจาธุรกิจตรงไหนเลยอะ -*- หรือว่าเค้าคุยกันไปก่อนแล้วอะ ก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะเพราะว่าเค้าเชิญเรามากินอย่างเดียว 555+ กินไปได้ซักพักก็กล่าวสปีดเล็กน้อย และหลังจากนั้นก็เป็นเวลาเมาท์กัน เรานั่งเล่นคุยกะชาวบ้านซักพักก็กลับ กินอิ่มแล้วจะอยู่ทำไมเล๊า 555+ เลยได้มีเวลาออกมาถ่ายรูปให้ดูกันนี่แหล่ะจ้า


ป.ล. โรงแรมนี้เพิ่งจะเปิดได้ไม่นาน ถ้าใครมาเที่ยวไนท์บาซาร์เชียงใหม่ จะเห็นตึกสูงสีเหลือง เด่นเป็นสง่ามาก นั่นแหล่ะใช่เลย โรงแรมดี บริการเยี่ยม ห้องพักเริ่มต้นที่ 3,000 บาท มั้งไม่แน่ใจ เราชอบนะ อาหารก็อร่อยใช้ได้เลยค่ะ แต่ก็ยังไม่โดนเท่าไหร่ -*- ของหวานนี่หนักไปทางหวานมากไปหน่อย อิอิ ไม่กล้าถ่ายรูปมา มีแต่ผู้ใหญ่แถมเป็นงานสังคมฝรั่งอีก ตัวลีบมากๆงานนี้



Reception zone จ้า











 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2552 2:39:52 น.
Counter : 653 Pageviews.  

เดจาวู ภาพวาดสีน้ำมัน


เรื่องที่เราจะเล่าเป็นเรื่องประมาณ 2 ปีที่แล้ว ที่เราเรียนภาษาเวียดนามอยู่ที่ฮานอยค่ะ เป็นเรื่องแปลกๆ ออกแนวลึกลับ -*- ฮั่นแน่ อยากฟังมั้ยล่ะ  มาๆ นั่งล้อมวงแล้วตั้งใจฟังน๊า


เราได้ทุนไปเรียนภาษาเวียดนามเป็นเวลา 1 ปี เพื่อใช้ค้นคว้าวิทยานิพนธ์ของเราที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เวียดนาม จึงเป็นที่มาที่ไปว่าทำไมชบาถึงได้ไปอยู่เวียดนามจ๊ะ อาจารย์ที่โรงเรียนสอนภาษาเวียดนามชื่อว่าอาจารย์ หวู่ ท๋าย ห่า เป็นคนหาบ้านเช่าที่ฮานอยให้เรา เราพักอยู่แถวๆ ย่านถนนโด่ย กั๋น โฮสชาวเวียดนามที่เราไปเช่าบ้านอยู่ด้วย มีกัน 3 คน แม่ลูก พ่อเสียชีวิตไปประมาณ 2 ปีแล้ว เราได้อยู่ที่ห้องใหญ่สุดชั้นสองของบ้าน บ้านนี้เป็นบ้านศิลปินที่บ้านมีงานเขียนที่พ่อของเจ้าของบ้านเป็นผู้วาดไว้ทั้งนั้น ลูกสาวบ้านนนี้ชื่อ แท็งห์ อายุเท่ากับเรา ส่วนน้องชายชื่อ เจื่อง อายุน้อยกว่าเรา 3-4 ปี เรื่องมีอยู่ว่า
ห้องนอนของเรามีภาพสีน้ำมันขนาดใหญ่เป็นรูปผู้หญิงในบึงบัว เราเคยเห็นที่ไหนซักแห่ง เลยถามเจ้าของบ้านว่า รูปนี้วาดเลียนแบบใครหรือป่าวเหมือนเราเราเคยเห็นนะ แต่แท็งห์ก็บอกเราว่ารูปนี้พ่อเค้าวาดเองนะไม่ได้ก๊อปใครมาเลย เป็นไปไม่ได้หรอก ที่เราจะเคยเห็นจากที่อื่น เราก็งงๆ ว่าเราถามออกไปได้ไงนะ เพราะว่าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเคยเห็นจากไหน เพียงแต่เราแค่รู้สึกว่าเราเคยเห็ง -*-
ที่ห้องนี้ทำให้เรารู้สึกประหลาดๆ รู้สึกเหมือนมีคนมองเราตลอดเลย จนเราคิดไปด้วยซ้ำว่าสงสัยเราจะโดนสปายมาสืบความลับแหงเลย เราอยู่ที่ไทยไม่เคยมีอาการผีอำเลย แต่เรานอนที่ห้องนี้เราโดนผีอำหลายครั้ง คือเราขยับตัวเองไม่ได้ แต่เรารู้สึกตัวไง แต่มีสองครั้งที่เราเห็น ....
เวลาที่เราโดนผีอำจะเป็นเวลากลางวันค่ะ เราคงเหนื่อยมาก เพราะว่าเราต้องปั่นจักรยานไปเรียนเอง อากาศก็ร้อน กลับมาเราก็เปิดพัดลมแล้วก็นอนพักงีบบนเตียง แล้วก็โดนจนได้ ครั้งแรกที่โดนอำตกใจมากขยับตัวไม่ได้ ลืมตาไม่ได้ แต่พยายามมาก อยู่ในช่วงกรอกลูกตาอะ เราเห็นมีคนมายืนอยู่ข้างเตียงเรา หัวใจเราเต้นแรงมาก จนกระทั่งเราค่อยๆ ขยับตัวเองได้ จากนั้นก็หาย
ครั้งที่สองที่เห็น เป็นช่วงที่โฮสเรามีแต่ความวุ่นวายมากๆ ไม่รู้ว่าเราเป็นตัวซวยป่าวเนี่ย แม่ของแท็งห์กับเจื่องป่วยเป็นเนื้องอกในปอด ซึ่งเป็นข่าวร้ายในครอบครัวมากๆ แล้วก็รู้ๆกันอยู่ว่าโรงบาลในเวียดนามเลวร้ายขนาดไหน
หมอยังไม่ฟังธงว่าจะเป็นมะเร็งหรือไม่ ช่วงนั้นที่บ้านมีแต่ความหดหู่ ทุกคนซึมเศร้า แล้วก็เชิญร่างทรงมาทำพิธีที่บ้าน เท่าที่รู้นะเค้าบอกว่าบ้านนนี้ไม่มีหิ้งสำหรับไหว้บรรพบุรุษ ปกติบ้านของคนเวียดนามทั่วไปจะมีหิ้งไหว้ที่ชั้นสามหรือชั้นสี่ของบ้าน ทีแรกเรายังคิดเลยว่าบ้านนนี้สงสัยติสต์จัด เลยไม่มีหิ้งไหว้ เราได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวนมากช่วงทำพิธี มีเสียงคนร้องไห้ด้วย
เค้าไม่ให้เราไปดู เราอยู่ในห้องคอยฟังเสียงเอา จากนั้นเค้าก็รื้อของที่ห้องเล็กชั้นบนสุดที่เอาไว้เก็บของมาเป็นห้องไหว้บรรพบุรุษ จากนั้นเราก็มีอาการผีอำตอนกลางวันอีกแล้ว คราวนี้เราเห็นมีคนมายืนคล่อมเราบนเตียงเลยอะ
ใส่กางเกงลายพรางทหาร แต่ว่าเราเห็นแค่ช่วงขานะคะ เลยขึ้นไปไม่เห็นแล้วอะ เราก็พยายามฮึดฮัดนะ ซักพักก็หลุด เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเจอจะเกี่ยวข้องอะไรยังไงกับครอบครัวนี้หรือป่าว แต่เราก็เล่าให้เค้าฟังนะ ดูเหมือนว่าทุกคนจะทำท่าครุ่นคิด แต่เราก็ไม่ได้ถามไรมาก เพราะไม่อยากจะสร้างภาพให้ตัวเองกลัวอะไรไปมากกว่านี้ด้วย -*- จากนั้นแม่ของแท็งห์กับเจื่องก็เข้ารับการผ่าตัด ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีจ้า เราก็สบายใจ


เพื่อนๆล่ะ เคยมีประสบการณ์เดจาวูกันรูปแบบไหนมาเล่าให้ฟังบ้างนะ






Free TextEditor




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2552    
Last Update : 6 มิถุนายน 2552 22:48:06 น.
Counter : 387 Pageviews.  


*~น.ส.ชบา หน้าร้อน~*
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่อนุญาติให้คัดลอกข้อความใดๆ จากบล็อคนี้โดยไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของบล็อคค่ะ
Friends' blogs
[Add *~น.ส.ชบา หน้าร้อน~*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.