Welcome to my blog
4 วัน 3 คืน อิวาเตะ จากเมืองใต้เงาขุนเขาสู่มรดกโลกแห่งดินแดนอีสานญี่ปุ่น (ตอนที่ 2: Hiraizumi)


สถานที่ท่องเที่ยว : วัดทักโคคุโนะ อิวายะ (Takkoku no Iwaya), Japan
พิกัด GPS : 38° 58' 8.90

ที่จังหวัดอิวาเตะ (Iwate Prefecture) ซึ่งอยู่ในภูมิภาคโทโฮะกุของประเทศญี่ปุ่น มีเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งที่เคยเจริญถึงขีดสุดในฐานะ ศูนย์กลางพุทธศาสนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น แม้จะมีช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์อันสั้นเพียงไม่กี่ทศวรรษ แต่เมืองนี้ก็ได้ทิ้งร่องรอยทางวัฒนธรรม ศิลปะ และสถาปัตยกรรมเอาไว้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ทำให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ เมื่อปี 2011 เมืองนั้นมีชื่อว่า ฮิราอิซุมิ (Hiraizumi) แห่งจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งในบล็อกนี้ ผมจะมารีวิวบอกเล่าการเดินทางที่เมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ครับ

จริงๆแล้วรีวิวนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ทริปโทโฮกุตอนเหนือ (North Tohoku) ในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งเราใช้เวลาในทริปนี้ทั้งหมด 7 วัน แต่บล็อกนี้จะเป็นการเที่ยวแบบ One day trip ที่เมืองฮิราอิซุมิแบบไปกลับจากเมืองโมริโอกะเท่านั้น โดยจะเป็นการรีวิวต่อเนื่องจากตอนที่แล้วครับ

วันที่สาม

ทริปนี้เราเริ่มต้นจาก เมืองโมริโอกะ (Morioka City) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอิวาเตะ โดยนั่งรถไฟท้องถิ่นสาย Tohoku Lineไปลงที่ สถานีฮิราอิซุมิ (Hiraizumi station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง โดยค่ารถไฟจะอยู่ที่ประมาณ 1,520 เยนครับ

สำหรับ เมืองฮิราอิซุมิ (Hiraizumi) นั้น ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก เนื่องจากเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของ ตระกูลฟูจิวาระแห่งโอชู (Oshu Fujiwara) ซึ่งเมืองนี้ถูกสร้างให้เป็นเมืองพุทธในอุดมคติ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก แนวคิดพุทธเกษตร (Pure Land Buddhism) ที่เป็นแนวคิดในศาสนาพุทธที่เชื่อว่าความสงบสุขทางจิตวิญญาณสามารถบรรลุได้บนโลกมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ความรุ่งเรืองของเมืองนี้ได้สิ้นสุดลงในปี 1189 เมื่อ มินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ (Minamoto no Yoritomo) ผู้ก่อตั้งรัฐบาลคามาคุระ ส่งกองทัพมาปราบตระกูลฟูจิวาระ เมืองจึงถูกเผาทำลายและเสื่อมความสำคัญลงในเวลาต่อมา

วัดที่สำคัญในเมืองนี้ ได้แก่ วัดชูซอนจิ (Chuson-ji Temple), วัดโมะสึจิ (Motsu-ji Temple) และ วัดทักโคคุ โนะ อิวายะ (Takkoku no Iwaya Bishamon-do) ซึ่งวัดทั้งหมดนี้สามารถเที่ยวได้ด้วยการเช่าจักรยานแม่บ้านจากร้านเช่าจักรยานหน้าสถานีรถไฟ (จักรยานแม่บ้าน ราคา 1,300 เยนต่อวันครับ)

เนื่องจากช่วงที่ไปคือ ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เมืองนี้จะมีเทศกาลที่ชื่อว่า เทศกาลฮิระอิซุมิ ฟูจิวาระ  (Hiraizumi Fujiwara Matsuri) ซึ่งปกติแล้วจะจัดระหว่างวันที่ 1–5 พฤษภาคมของทุกปี 



เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึง ตระกูลฟูจิวาระแห่งโอชู โดยกิจกรรมหลักคือ ขบวนแห่ที่จำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า ขบวนแห่โยชิซึเนะ ซึ่งจำลองเหตุการณ์เมื่อ มินาโมโตะ โนะ โยชิซึเนะ (Minamoto no Yoshitsune) คนที่อยู่ในรูปด้านล่าง หนีภัยการเมืองจากพี่ชาย มาอาศัยที่ฮิระอิซุมิกับตระกูลฟูจิวาระ

มาดูวัดในเมืองนี้กันบ้างครับ จากสถานีรถไฟเมืองฮิราอิซุมิ เราปั่นจักรยานมาไม่ถึง 5 นาทีก็จะมาถึงที่ วัดโมะสึจิ (Motsu-ji Temple)

วัดนี้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 9 โดย พระจิกาคุ ไดชิ (Jikaku Daishi) ในช่วงศตวรรษที่ 9 ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 12 วัดได้รับการฟื้นฟูและขยายโดยฟูจิวาระ โนะ โมโตะฮิระ (Fujiwara no Motohira) ผู้เป็นลูกชายของผู้ก่อตั้งเมืองฮิระอิซุมิ ในช่วงดังกล่าววัดนี้มีพระสงฆ์จำพรรษาหลายพันรูป อย่างไรก็ตาม อาคารหลักส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้ในช่วงศตวรรษที่ 13 และไม่เคยสร้างใหม่หมดแบบเดิมอีก

ความโดดเด่นของวัดนี้ก็คือ สวนโจโด (Jodo Teien) ซึ่งเป็นสวนที่สะท้อนแนวคิดพุทธเกษตร โดยมี บ่อน้ำใหญ่โออิซุมิ (Oizumi-ga-ike) อยู่ใจกลางลานสวน และรอบบ่อมีเกาะเล็ก หินประดับ โขดหินจำลองภูเขา แม่น้ำ และสายน้ำที่สื่อถึงแม่น้ำในสวรรค์



ปั่นจักรยานมาออกนอกเมืองมาพอสมควรให้พอได้เหงื่อ (ประมาณ 5 กิโลเมตร) เราก็มาต่อที่ วัดทักโคคุโนะ อิวายะ (Takkoku no Iwaya Bishamon-do) ซึ่งก่อตั้งในปี ค.ศ. 801 (สมัยเฮอัน) โดยแม่ทัพชื่อดังที่ชื่อว่า ซะกะโนะอุเอะ โนะ ทะมุระมะโระ (Sakanoue no Tamuramaro) คนในรูป เพื่อบูชา เทพเจ้าบิชามอนเต็น (Bishamonten) เทพเจ้าแห่งสงคราม เนื่องจากเขาได้รับชัยชนะเหนือชนเผ่าเอะมิชิ (Emishi) 

สิ่งที่โดดเด่นของวัดนี้ก็คือ อาคารไม้แนบผาหิน ที่เรียกว่า อิวายะโด (Iwayado)



นอกจากนี้ วัดนี้ยังมี พระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาหิน ที่ชื่อว่า อิวายะ มากาอิบุตสึ (Iwaya Magaibutsu) อีกด้วย

แม้ว่าวัดนี้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มวัดมรดกโลกเหมือนชูซอนจิหรือโมะสึจิ แต่ก็ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองฮิราอิซุมิให้ความเคารพ เนื่องจากมีบรรยากาศขลังและลึกลับ เหมาะสำหรับคนที่ชอบสถานที่เงียบ ๆ และมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้ง

จากวัดทักโคคุโนะ อิวายะ เราก็ปั่นจักรยานกลับเข้าตัวเมืองไปที่วัดสุดท้าย นั่นก็คือ วัดชูซอนจิ (Chusonji Temple)

วัดนี้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 850 โดย พระจิกาคุ ไดชิ (Jikaku Daishi) แต่การก่อสร้างหลักและขยายวัดมีขึ้นโดยตระกูลฟุจิวาระ เช่นเดียวกับวัดโมะสึจิ ครับ

ส่วนที่เป็นไฮไลท์หลักของวัดนี้คือ วิหารทองคำ (Golden Hall) ที่เรียกว่า คนจิไคโด (Konjikaido) ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1124 นับเป็นอาคารไม้หลังเดียวซึ่งบุด้วยทองคำแทบทั้งหลัง ทั้งภายในและภายนอก ตั้งแต่ผนัง เพดาน เสา ไปจนถึงแท่นประดิษฐานพระพุทธรูป และยังอยู่ในสภาพเดิมมาเกือบพันปีแล้ว

แท่นบูชาพระพุทธรูปทำจากทองคำครับ จริงๆด้านในห้ามถ่ายรูป ผมเลยไปหารูปจากอินเตอร์เน็ตมาให้ดูกัน

ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาและวัตถุโบราณของวัด สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในพิพิธภัณฑ์นี้คือ พระพุทธรูปจากยุคเฮอัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูป 3 องค์ ตามคติความเชื่อของศาสนาพุทธแบบมหายาน ได้แก่ พระศากยมุนีพุทธเจ้า (Shaka Nyorai) พระอมิตาภะพุทธเจ้า (Amida Nyorai) และ พระไภษัชยไวฑูรยประภาพุทธเจ้า (Yakushi Nyorai)

ในประวัติศาสตร์แล้ว คนญี่ปุ่นในอดีตนับถือศาสนาพุทธแบบผสมผสานกับชินโต ก่อนที่จะถูกบังคับให้แยกออกมาในช่วงยุคปฏิรูปเมจิ ดังนั้นภายในวัดนี้จึงยังมี ศาลเจ้าฮาคุซัง (Hakusan shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าชินโตสำหรับบูชาเทพเจ้าฮาคุซัง เทพเจ้าแห่งขุนเขาของญี่ปุ่น



วัดนี้เป็นวัดใหญ่ครับ มีพวกอาคารมากมายหลายแห่ง ที่อาจจะไม่ได้สำคัญมากมาย แต่ก็เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ที่นี่ในอดีตเจริญรุ่งเรืองเพียงใด



จบไปแล้วนะครับ สำหรับทริป 1 วันเที่ยว 3 วัดของเมืองฮิราอิซุมิ ผมขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับค่าเข้าชมของแต่ละวัดเพิ่มเติม ดังนี้นะครับ 

  • วัดโมะสึจิ (Motsuji Temple)  500 เยน
  • วัดทักโคคุโนะ อิวายะ (Takkoku no Iwaya Bishamon-do)  300 เยน
  • ว้ดชูซอนจิ (Chusonji Temple) เฉพาะส่วนวิหารทองคำ และพิพิธภัณฑ์ 1000 เยน

หลังจากเที่ยววัดของเมืองฮิราอิซุมิครบ 3 วัด ผมก็นั่งรถไฟกลับไปนอนค้างที่ต้วเมืองโมริโอกะอีก 1 คืน ทริปในวันนี้ก็จบเพียงเท่านี้ครับ

วันที่สี่

จริงๆวันนี้เรายังมีเวลาทั้งวัน ก่อนกลับโตเกียวในช่วงเย็น ผมเลยนั่งรถไฟไปเที่ยวอีกจังหวัดหนึ่ง นั่นก็คือ อาคิตะ (Akita Prefecture) ซึ่งทริปที่อาคิตะ ผมจะมารีวิวในตอนต่อไป ฝากติดตามต่อด้วยนะครับ

บล็อกอื่นที่เกี่ยวข้อง




Create Date : 30 มิถุนายน 2568
Last Update : 7 กรกฎาคม 2568 19:40:48 น. 0 comments
Counter : 465 Pageviews.
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณนายแว่นขยันเที่ยว


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.