1 วัน เจแปนเอลป์ ดินแดนหลังคาของญี่ปุน
 สถานที่ท่องเที่ยว : กำแพงหิมะบนเส้นทางสายTateyama Kurobe Alpine route, Japan พิกัด GPS : 36° 34' 44.96" N 137° 34' 8.21" E
สิ่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่เป็นดึงดูดชาวไทยให้ไปเยือนอย่างมหาศาล นอกจากวัฒนธรรม และอาหารแล้ว สภาพอากาศก็เป็นปัจจัยที่สำคัญ เนื่องจากที่นี่มีอากาศที่เย็นสบาย (กว่าที่เมืองไทย) และในบางพื้นที่ ถ้ามาถูกช่วงก็จะได้พบกับหิมะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีในประเทศไทย นั่นทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับคนไทยมาโดยตลอด
สำหรับในทริปนี้ผมจะพาทุกคนขึ้นเขากันครับ หลายคนคงไม่ทราบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นเป็นภูเขา ซึ่งแม้มีผลเสียคือ ทำให้ญี่ปุ่นขาดแคลนพื้นที่ทำการเกษตร แต่ในขณะเดียวกัน ภูเขาญี่ปุ่นก็มีความสวยงาม เป็นที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยภูเขาที่เราจะไปเที่ยวกัน จะอยู่ตรงกลางประเทศญี่ปุ่น นั่นก็คือ เทือกเขาเจแปนเอลป์ (Japan Alps)
รู้จักกับเทือกเขาเจแปนเอลป์ (Japan Alps)
เจแปนเอลป์ (Japan Alps) เป็นกลุ่มของเทือกเขาที่ตั้งไปตามแนวยาวของเกาะฮอนชู (เกาะใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น) ชื่อนี้ถูกเรียกครั้งแรกโดย William Gowland เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสภาพภูมิอากาศคล้ายคลึงกับเทือกเขาเอลป์ในทวีปยุโรป
 เทือกเขาแจแปนเอลป์ตั้งอยู่แทบจะทั้ง ภูมิภาคชูบุ (Chubu region) สามารถแบ่งได้ 3 ส่วนคือ
- Northern Alps ได้แก่ ภูเขา Hida
- Central Alps ได้แก่ ภูเขา Kiso
- Southern Alps ได้แก่ ภูเขา Akaishi
สำหรับภูเขาแจแปนเอลป์ส่วนเหนือเป็นส่วนที่โด่งดังที่สุด โดยตั้งอยู่ในจังหวัด นากาโน่ (์Nagano), โทยาม่า (Toyama) และ กิฟุ (Gifu) ในบล็อกนี้ ผมจะมารีวิวการท่องเที่ยวเที่ยวในเส้นทางสายที่ชื่อว่า Tateyama-Kurobe Alpine Route ซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาเจแปนเอลป์ส่วนเหนือ (Northern Alps) ครับ
เส้นทางสาย Tateyama-Kurobe Alpine Route
Tateyama-Kurobe Alpine Route เป็นเส้นทางที่ทะลุผ่าน ภูเขา Tateyama ที่มีความสูง 2,450 เมตร โดยเชื่อมระหว่าง เมืองโทยาม่า (Toyama city) ในจังหวัดโทยาม่า และ เมืองโอมาชิ (Omachi) ในจังหวัดนากาโน่
สำหรับการเดินทางบนเส้นทางนี้ถือว่าค่อนข้างสะดวก และมีระบบขนส่งสาธารณะหลากรูปแบบตลอดเส้นทาง ผ่านจุดท่องเที่ยวต่างๆดังนี้ เส้นทางนี้ไม่ได้เปิดบริการตลอดทั้งปี เนื่องจากสภาพอากาศและหิมะ ตัวอย่างเช่นในปี 2017 - ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการทั้งเส้นทาง (เด็นเทสึโทยาม่า – ชินาโน่โอมัตจิ) 15 เมษายน – 30 พฤศจิกายน
- ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการบางส่วน (เด็นเทสึโทยาม่า – มิดางะฮาระ) 10 เมษายน – 14 เมษายน
- ปิดเส้นทางทั้งช่วงตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนเมษายน
ใครแพลนจะไปควรเช็คเรื่องเส้นทางเปิดปิดของแต่ละปีอีกทีนะครับ เพราะการเปิดปิดสามารถเปลี่ยนได้ตลอดตามสภาพอากาศ สามารถเช็ครายละเอียดได้จากที่นี่ https://www.alpen-route.com/th/ตั๋วรวมสำหรับการเดินทางตลอดเส้นทาง 10,850 เยน (ใช้เดินทางได้ตั้งแต่ Dentetsu Toyama ถึง Shinano-Omachi) แต่ถ้ามี Alpine-Tateyama Matsumoto Area Tourist pass ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม เราสามารถใช้ pass แลกเป็นตั๋วทั้งหมดได้ที่สถานี Dentetsu Toyama (ดังนั้น ถ้าใครจะมาเที่ยวบนเส้นทางนี้ แนะนำให้ซื้อพาสครับ) สำหรับการเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มออกเดินทางจากเมือง Toyama ที่สถานีรถไฟเอกชนที่ชื่อว่า Dentetsu Toyama ครับ (สถานีนี้อยู่ข้างๆ JR Toyama station)
เนื่องจากวันนี้ เราจะเดินทางย้ายเมืองจึงต้องมีการเคลื่อนย้ายสัมภาระ ดังนั้นเพื่อให้การท่องเที่ยวทำได้สะดวกคล่องตัว ผมจึงเลือกใช้บริการขนส่งสัมภาระ ซึ่งมีให้บริการที่สถานีนี้ โดยจะเลือกปลายทางที่รับกระเป๋าที่สถานี Shinano-Omachi (เป็นสถานีปลายทางของเส้นทางนี้) ในราคา 1,300 เยนต่อชิ้น
ผมนั่งรถไฟสาย Toyama Chiho Railway Tateyama Line ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ในที่สุดก็มาถึง สถานี Tateyama ครับ
จากสถานีนี้ เราขึ้นเคเบิ้ลคาร์ต่อไปยัง ที่ราบบิโจไดระ (Bijodaira) ใช้เวลาเดินทาง 7 นาที
ที่ราบบิโจไดระ (Bijodaira) เป็นจุดท่องเที่ยวแรกบนเส้นทางสายนี้ โดยด้านหน้าสถานีเคเบิ้ลคาร์ จะมีต้นไม้อยู่หนึ่งต้น ตามตำนานกล่าวไว้ว่า มีเจ้าหญิงรูปงามองค์หนึ่งมาพบต้นไม้นี้และอธิษฐานขอให้พบคู่รัก สุดท้ายคำอธิษฐานนี้ก็เป็นจริง และทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกัน ต้นไม้นี้จึงถูกเรียกว่า ต้นไม้หญิงงาม (Bijosugi) บริเวณนี้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้น ระยะทางตั้งแต่ 2-4 km และยังเป็นสถานที่ดูนกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น (น่าเสียดาย ช่วงที่ไปหมอกลงจัดมาก และหิมะยังกองสูงอยู่ จึงเดินเข้าไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่) จากหน้าสถานี Cable car เราสามารถนั่งรถบัสต่อไปเพื่อไปชมสุดยอดไฮไลท์ของทริปนี้ที่ มูโรโดะ (Murodo) ได้เลยครับ มูโรโดะ (Murodo) ตั้งอยู่ที่ความสูง 2,450 เมตร เป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดบนเส้นทางสายนี้ เพราะเป็นที่ตั้งของ กำแพงหิมะ (Yuki-no-Otani) จริงๆกำแพงหิมะ เกิดจากหิมะที่กองสูงบนภูเขา เมื่อกำจัดหิมะออกจากบริเวณผิวถนน เพื่อให้รถสามารถใช้สัญจรได้ จึงเกิดเป็นกำแพง ซึ่งจะสูงมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับปริมาณหิมะในปีนั้นๆ (ตอนที่ผมไปอยู่ที่ 19 เมตร)
โดยปกติ เราจะเจอกำแพงหิมะได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายน ไปจนถึงกลางเดือนมิถุนายนเท่านั้น หลังจากนั้นหิมะก็จะละลายไปหมด (จนกว่าจะเริ่มตกใหม่ในช่วงปลายเดือนกันยายน) นอกจากกำแพงหิมะแล้ว วิวทิวทัศน์ภูเขาที่นี่ก็สวยงามมากครับ
บริเวณนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ นกสายฟ้า (Raicho) ซึ่งเป็นนกเฉพาะถิ่นที่พบได้เฉพาะแถบเทือกเขาเจแปนเอลป์เท่านั้น
จาก Murodo เราก็นั่งรถบัสลอดอุโมงค์ เพื่อไปยังจุดต่อไปที่เรียกว่า ไดกังโบ ซึ่งเป็นอีกจุดที่มีวิวภูเขาหิมะที่สวยงาม ถัดจากไดคังโบ นั่งกระเช้ามาอีกนิดเดียวจะเป็นบริเวณของ ที่ราบคุโรเบะไดระ (Kurobedaira) ครับ
จาก Kurobedaira เราก็นั่งรถต่อไปเพื่อไปยัง เขื่อนคุโรเบะ (Kurobe dam) ซึ่งเป็นเขื่อนที่ตั้งอยู่บนความสูง 1,500 เมตร และมีความสูงกำแพงเขื่อนถึง 186 เมตร โดยเราสามารถเดินเลียบสันเขื่อนเพื่อชมวิวทิวทัศน์ได้ด้วยครับ
เขื่อนนี้เริ่มสร้างในปี 1963 ใช้เวลาก่อสร้างถึง 7 ปี ด้วยแรงงานคนถึง 10 ล้านคน วัตถุประสงค์ของการสร้างเขื่อนนี้ ก็เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้หล่อเลี้ยงภูมิภาคคันไซและชูบุ จึงเรียกได้ว่าเป็น หนึ่งในผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษของญี่ปุ่น
น้ำบนพื้นผิวเหนือเขื่อน ยังเป็นน้ำแข็งอยู่เลยครับ หลังจากชมวิวทิวทัศน์ของเขื่อนเสร็จก็ได้เวลาลงจากเขา เริ่มจากการนั่งรถรางไฟฟ้าใต้ดินไปลงที่สถานี Ogizawa จากนั้นนั่งรถบัสต่อไปยัง สถานี Shinano-Omachi
ข้างๆสถานี Shinano-Omachi จะเป็นร้านขายของฝาก ซึ่งเราสามารถรับกระเป๋าคืนได้ที่จุดนี้ครับ (ลูกศรสีแดง) จากสถานี Shinano-Omachi ผมก็เดินทางต่อไปยังเมืองที่มีชื่อว่า มัตสึโมโตะ (Matsumoto) โดยรถไฟสาย JR Oito line
รู้จักกับเมืองมัตสึโมโตะ (Matsumoto)
เมืองมัตสึโมโตะ (Matsumoto) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของ จังหวัดนากาโน่ (Nagano Prefecture) และไม่ใช่เมืองหลวงของจังหวัด
เมืองนี้มีจุดท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดคือ ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle) ซึ่งหนึ่งในปราสาทดั้งเดิมที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองตั้งต้น ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆบนเส้นทางสายแจแปนเอลป์ ไม่ว่าจะเป็น Tateyama Kurobe alpine route หรือ Kamikochi (ในรูป) จาก สถานีรถไฟมัตสึโมโตะ (Matsumoto railway station) เราสามารถเดินไป ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle) เพื่อแวะเที่ยวถ่ายรูปสั้นๆก่อนได้ครับ
ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle) เป็นปราสาทที่ได้รับสมญานามว่า ปราสาทอีกาดำ เนื่องจากผนังปราสาทมีสีดำและปีกด้านต่างๆของปราสาทแผ่กางออกเหมือนปีกนก ใกล้ๆกับปราสาทจะเป็นศาลเจ้าที่ชื่อว่า Matsumoto Jingja shrine จากเมืองมัตสึโมโตะ เราก็นั่งรถไฟกลับไปที่ Nagoya ด้วยรถไฟ Limited Express สาย Shinano ครับ สำหรับเจแปนเอลป์เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผมชอบมากเลยครับ ทั้งกำแพงหิมะที่ยิ่งใหญ่อลังการ วิวภูเขาหิมะที่สวยงาม และการเดินทางที่แสนสะดวกสบาย อย่างไรก็ตาม การมาเที่ยวที่นี่ควรเลือกช่วงที่จะมาให้ดีนะครับ เพราะที่นี่เที่ยวได้แค่บางช่วงของปี และแต่ละช่วงก็ได้บรรยากาศที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าใคร อยากเห็นกำแพงหิมะก็ให้มาช่วงเมษายน-มิถุนายน หรือถ้าอยาก มาชมใบไม้เปลี่ยนสี ก็แนะนำให้มาช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม
Tip: สำหรับการมาเที่ยวที่นี่ผมแนะนำให้เตรียมเครื่องแต่งกายมาให้พร้อม ควรใส่เสื้อกันหนาวหรือเครื่องแต่งกายที่ทนทานต่ออุณหภูมิเลขตัวเดียว (ถึงติดลบ) รวมทั้งกันลมด้วย ส่วนรองเท้าควรใช้ รองเท้าที่กันหิมะ ได้ (ถ้าเลือกรองเท้าไม่ดี น้ำที่ละลายจากหิมะอาจซึมเข้ารองเท้า เที่ยวไม่สนุกแน่นอน) นอกจากนี้อุปกรณ์สำคัญที่ห้ามขาดคือ แว่นกันแดด ที่จะใช้ป้องกันแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ที่จะตกกระทบลงบนหิมะด้วย รีวิวนี้ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่วางแผนมาเที่ยวแถบภูมิภาคชูบุนะครับ ถ้ามีคำถามอะไร หรือมีคอมเม้นอะไรสามารถพิมพ์ไว้ใต้โพสต์นี้ได้เลยครับ
บล็อกอื่นที่เกี่ยวข้อง
| Create Date : 26 ธันวาคม 2566 |
| Last Update : 4 พฤษภาคม 2567 22:53:42 น. |
|
3 comments
|
| Counter : 1794 Pageviews. |
 |
|
Schecter blackjack sls c 1 flynnbymy406448.qodsblog.com