Welcome to my blog
4 วัน 3 คืน อิวาเตะ จากเมืองใต้เงาขุนเขาสู่มรดกโลกแห่งดินแดนอีสานญี่ปุ่น (ตอนที่ 1: Morioka City)


สถานที่ท่องเที่ยว : ฟาร์มโคอิวาอิ (Koiwai Farm), จังหวัดอิวาเตะ (Iwate Prefecture), Japan
พิกัด GPS : 39° 45' 4.12" N 141° 1' 3.44" E

ที่ภาคอีสานของประเทศญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า ภูมิภาคโทโฮะกุ (Tohoku) ยังมีอีกหลายเมืองที่ผู้คนส่วนใหญ่มักมองข้าม แม้ว่าเมืองเหล่านี้อาจไม่ได้มีชื่อเสียงเท่ากับโตเกียว เกียวโต หรือโอซาก้า แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แบบเรียบง่าย มีประวัติศาสตร์ และมีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง รีวิวนี้ผมเลยจะมารีวิว 2 เมืองที่อยู่ใน จังหวัดอิวาเตะ (Iwate Prefecture) นั่นก็คือ เมืองโมริโอกะ (Morioka City) และ เมืองฮิราอิซุมิ (Hiraizumi) ครับ

จริงๆแล้ว รีวิวนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ทริปโทโฮะกุเหนือ (Northern Tohoku) โดยก่อนหน้านี้ ผมได้เคยรีวิวที่ เมืองฮิโรซากิ (Hirosaki), อาโอโมริ (Aomori City) และฮาชิโนะเฮะ (Hachinohe) ซึ่งอยู่ในจังหวัดอาโอโมริไปแล้ว สามารถย้อนอ่านดูได้ โดยทริปนี้เป็นการเดินทางตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ปี 2568 ครับ

รู้จักกับจังหวัดอิวาเตะ (Iwate Prefecture)

จังหวัดอิวาเตะ (Iwate Prefecture) ตั้งอยู่ใน ภูมิภาคโทโฮะกุ (Tohoku) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่นรองจากจังหวัดฮอกไกโด และมีชายฝั่งติดมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออก


ศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดนี้คือ โมริโอกะ (Morioka) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของจังหวัด บริเวณราบระหว่าง แม่น้ำคิตะคามิ (Kitakami River) และ ภูเขาอิวาเตะ (Mt. Iwate) ซึ่งเป็นภูเขาไฟสูงที่สุดในโทโฮะกุ (2,038 เมตร)

ส่วนในด้านประวัติศาสตร์ อิวาเตะเคยเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของชนเผ่าเอมิชิ (Emishi) ซึ่งมีวัฒนธรรมแตกต่างจากชนเผ่ายามาโตะที่ปกครองจากทางตอนกลางของญี่ปุ่น ต่อมาในช่วงยุคเฮอัน เมืองฮิราอิซุมิ (Hiraizumi) ได้รับการพัฒนาโดยตระกูลฟูจิวาระ (Northern Fujiwara) ให้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรม จนกลายเป็นเมืองสำคัญรองจากเกียวโตในสมัยนั้น ปัจจุบัน วัดหลายยแห่งในเมืองฮิราอิซุมิได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ได้แก่ วัดชูซอนจิ (Chuson-ji) และ วัดโมสึจิ (Motsu-ji) ซึ่งสะท้อนแนวคิดพุทธศาสนาแบบ ดินแดนสุขาวดี (Pure Land Buddhism)
 


การเดินทางเข้าสู่จังหวัดอิวาเตะ

สามารถทำได้อย่างสะดวกจากเมืองหลักในญี่ปุ่น ไม่ว่าจากโตเกียว เซนได และอาโอโมริ ผ่านระบบรถไฟความเร็วสูงสาย Tohoku Shinkansen มาลงที่ สถานี Morioka จากนั้นก็สามารถนั่งรถไฟท้องถิ่นหรือรถเมล์ไปยังเมืองต่างๆของจังหวัด

เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆของญี่ปุ่น การเดินทางด้วยรถไฟถ้าอยากประหยัดต้องวางแผนใช้พาสครับ โดยพาสที่สามารถใช้เดินทางมายังเมืองนี้ได้ ได้แก่

  • JR East Pass: Tohoku Area สามารถใช้เดินทางจากโตเกียวมาถึงที่จังหวัดต่างๆในภูมิภาคโทโฮะคุ รวมทั้งที่อิวาเตะ ปัจจุบันพาสนี้มี 2 แบบคือ แบบใช้ 5 วันติดต่อกัน (30,000 เยน) และแบบใช้ 10 วันติดต่อกัน (48,000 เยน) ครับ
  • JR East-South Hokkaido Rail Pass สามารถใช้เดินทางจากโตเกียวมาถึงที่จังหวัดต่างๆในภูมิภาคโทโฮะคุ รวมทั้งที่อิวาเตะ แล้วใช้ต่อไปถึงเมืองซัปโปโร (Sapporo) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเกาะฮอกไกโดได้ครับ แต่ระยะเวลาใช้ได้แค่ 6 วันติดต่อกัน ราคาอยู่ที่ 35,370 เยน
  • JR Tohoku-South Hokkaido Rail Pass พาสนี้ใช้ได้แค่จากเซนได (Sendai) ผ่านอิวาเตะ แล้วไปถึงที่เมืองซัปโปโร พาสนี้ก็ใช้ได้ 6 วันติดต่อกัน ราคาอยู่ที่ 30,640 เยนครับ
นอกจากนี้ หากใครต้องการประหยัดงบประมาณ การเดินทางโดยรถบัสจากโตเกียวไปอิวาเตะก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก โดยรถบัสจากสถานีรถบัสที่ Shinjuku หรือ Tokyo Station ไปยังอาโอโมริจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-9 ชั่วโมง แต่ค่าใช้จ่ายจะต่ำกว่าการเดินทางด้วยชินคันเซ็น
วิธีสุดท้ายคือ เครื่องบินครับ อิวาเตะมีสนามบินที่ชื่อว่า สนามบินฮานามากิ (Iwate Hanamaki Airport) ซึ่งมีเที่ยวบินภายในประเทศจากซัปโปโร (New Chitose), นาโกย่า (Komaki), โอซาก้า (Itami), โกเบ และฟุกุโอกะ นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งจากไต้หวัน (Taoyuan) และเซี่ยงไฮ้ (Pudong)

 การเดินทางภายในจังหวัดอิวาเตะ

จังหวัดอิวาเตะมีเครือข่ายรถไฟที่เชื่อมต่อเมืองหลักและเมืองรองหลายแห่ง โดยรถไฟส่วนใหญ่ดำเนินการโดย บริษัท JR East (East Japan Railway Company) นอกจากนี้ยังมีรถเมล์ให้บริการทั้งภายในเมืองและระหว่างเมือง ซึ่งรถเมล์เหล่านี้จะมาตามตารางเวลา เช่นเดียวกับเมืองส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นครับ

แผนเที่ยว

วันที่หนึ่ง
  • ออกเดินทางต่อจากเมืองฮาจิโนะเฮะมายังเมืองโมริโอกะด้วยรถไฟความเร็วสูงสาย Tohoku Shinkansen
  • เช็คอินเข้าที่พัก (Hotel Route Inn Morioka Ekimae)
วันที่สอง
  • เช้า: เที่ยวฟาร์มโคอิวาอิ (Koiwai Farm)
  • บ่าย: เดินเที่ยวภายในเมืองโมริโอกะ ได้แก่ วัดฮุนจิ (Hoonji Temple), ซากปราสาทโมริโอกะ(Morioka Castle), ศาลเจ้าซากุระยามะ (Sakurayama Shrine) และทางเดินริมฝั่งแม่น้ำคิตะคามิ (Kitakami River)
วันที่สาม
  • เที่ยวเมืองฮิราอิซุมิ (Hiraizumi) แบบไปเช้าเย็นกลับจากโมริโอกะ ได้แก่ วัดชูซอนจิ (Chuson-ji) วัดโมสึจิ (Motsu-ji) และ วัดทักโคคุโนะอิวายะ (Takkoku-no‑Iwaya)
วันที่สี่
  • ออกเดินทางต่อไปยังเมืองเซ็มโบคุ (Semboku) ในจังหวัดอากิตะ
ที่พัก

ทริปนี้ทั้งทริปผมพักที่โรงแรมในเครือ Route Inn ทั้งหมดเลยครับ สำหรับทริปที่จังหวัดอิวาเตะ ผมเลือกพักที่ Hotel Route Inn Morioka Ekimae ซี่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟโมริโอกะ เมืองเอกของจังหวัดนี้

ข้อดีของโรงแรมในเครือนี้คือ มักจะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ สะอาดตามมาตรฐานญี่ปุ่น และมักจะมีออนเซ็นให้ ส่วนราคาอยู่ในระดับกลางๆค่อนไปในทางถูก และค่าห้องรวมอาหารเช้าไว้แล้ว (โรงแรมญี่ปุ่นมักจะไม่ค่อยรวมอาหารเช้าให้ ถ้าอยากทานต้องจ่ายเพิ่ม) แต่ข้อเสียสำคัญคือห้องแคบครับ เหมาะสำหรับคนที่จะใช้ห้องสำหรับนอนตอนกลางคืนอย่างเดียว


ผมนอนที่โรงแรมนี้ทั้งสิ้น 3 คืน โดยจองโรงแรมนี้ผ่าน Booking.com ได้ในราคารวมทั้งหมด 5,930 บาทต่อคนรวมอาหารเช้าครับ

วันที่หนึ่ง

ทริปนี้เราเริ่มต้นจากเมืองฮาชิโนะเฮะ (Hachinohe) ด้วยการนั่งรถไฟความเร็วสูงสาย Tohoku Shinkansen มาที่เมืองโมริโอกะ (Morioka City) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดอิวาเตะครับ

 

ความประทับใจแรกของเมืองนี้คือ มีป้ายต้อนรับเป็นภาษาไทยด้วย
 
 
เนื่องจากเรามาถึงที่เมืองนี้ตอนเย็น เราเลยเก็บของเข้าที่พัก แล้วพักผ่อนเอาแรงก่อนไปเที่ยวที่เมืองนี้ในวันถัดมาครับ

วันที่สอง

สำหรับแผนเที่ยวในวันนี้ ในช่วงเช้าเรามีแผนจะออกไปเที่ยวฟาร์มวัวที่ตั้งอยู่นอกเมือง ที่ชื่อว่า  ฟาร์มโคอิวาอิ (Koiwai Farm) ส่วนในช่วงบ่ายจะกลับมาเที่ยวในตัวเมืองโมริโอกะครับ

สำหรับการเดินทางไปยังฟาร์มโคอิวาอิ เราจะต้องนั่ง รถเมล์สาย Koiwai Farm Liner จากป้ายรถเมล์หมายเลข 10 จากหน้าสถานีรถไฟโมริโอกะ โดยรถเมล์จะมีทุกวัน 3 รอบคือ 9.05, 10.50 และ 12.45 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ค่ารถเมล์ 730 เยน (ถ้าใครจะไป แนะนำให้เช็คเวลากับ Tourist Information Center หน้าสถานีรถไฟอีกรอบนะครับ เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้)
 

ฟาร์มโคอิวาอิ (Koiwai Farm) เป็นฟาร์มเกษตรกรรมขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงภูเขาอิวาเตะ ใกล้กับเมืองโมริโอกะ โดยก่อตั้งขึ้นในปี 1891 โดยกลุ่มนักอุตสาหกรรมชั้นนำของญี่ปุ่นในยุคนั้น รวมถึงหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Mitsubishi ด้วย

 
ที่นี่มีค่าเข้าชม 800 เยนครับ โดยเราสามารถเข้าได้ 2 ส่วนคือ Makiba-en และ Koiwai Historical Village
 

มาดูกันที่ส่วนแรกคือ Makiba-en ส่วนนี้เป็นพื้นที่หลักของการท่องเที่ยวที่เปิดตลอดปี และมีกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เช่น ชมวัว แกะ ม้า, ขี่ม้า, เข้าร่วมเวิร์กช็อปทำเนย ชีส หรือขนม รวมไปถึงร้านอาหารและร้านขายของฝาก
 
 
 
 

อีกส่วนหนึ่งคือ Koiwai Historical Village ซึ่งเป็นเขตอาคารประวัติศาสตร์หลายหลังที่สร้างตั้งแต่ยุคเมจิถึงโชวะ เช่น โรงเก็บหญ้า, บ้านพักคนงาน, อาคารเก็บนม
 



ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงที่ซากุระกำลังเบ่งบานพอดี ที่นี่เลยสวยยิ่งขึ้น

ในเมื่อมาดูวัวแล้วก็ต้องกินเนื้อวัว เซตนี้เป็นเซตเนื้อย่าง ที่เรียกว่า Koiwai Beef ราคาอยู่ที่ 2,200 เยน

กลับมาเที่ยวต่อในตัวเมืองครับ ที่แรกที่เราไปก็คือ วัดฮุนจิ (Hoon-ji Temple) ซึ่งจะใช้เวลาเดินจากสถานีรถไฟโมริโอกะไปประมาณ 15 นาที

วัดนี้เป็นวัดประจำเมืองโมริโอกะ ก่อตั้งในปี 1394 โดยเป็นวัดในนิกายเซน มีค่าเข้าชมวัด 300 เยน

สิ่งที่โดดเด่นสุดคือ รูปปั้นอรหันต์ (Rakan) จำนวน 500 องค์ (ปัจจุบันหลงเหลือ 499 องค์) ซึ่งแกะจากไม้ด้วยเทคนิค yoseki-zukuri โดยช่างจากเกียวโต รูปปั้นแต่ละองค์มีบุคลิกและสีหน้าที่หลากหลาย บางองค์ดูเหมือนหลับ บางองค์กำลังคุยกัน หรือบางองค์ดูว่างเปล่า

นอกจากรูปปั้นพระอรหันต์แล้ว วัดนี้ยังมีความสงบ ใกล้ธรรมชาติ เหมาะกับการเดินชมและทำสมาธิ

เดินจากวัดมาประมาณ 10 นาที จะเจอกับ อิชิวาริซากุระ (Ishiwarizakura) ซึ่งเป็นต้นซากุระที่งอกออกมาจากก้อนหิน ตั้งอยู่หน้าอาคารศาลเมืองโมริโอกะ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพยากรธรรมชาติแห่งชาติ มาตั้งแต่ปี 1923 ต้นซากุระนี้ปกติจะบานตั้งแต่กลางเดือนเมษายนครับ ผมไปไม่ทัน โรยหมดซะก่อน

ถัดมาก็คือ อาคารอิฐแดงของธนาคารอิวาเตะ (Iwate Bank Red Brick Building) ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1906 โดยฝีมือการออกแบบของ Tatsuno Kingo ผู้ที่สร้างสถานีรถไฟโตเกียว (Tokyo station) ปัจจุบันออาคารนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ มาตั้งแต่ปี 1994

ใกล้ๆกับอาคารนี้คือ ซากปราสาทโมริโอกะ (Morioka Castle Ruin) ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสวนสาธารณะประจำเมืองโมริโอกะที่ออกแบบโดย Yasuhei Nagaoka ให้เป็นสวนสาธารณะสีเขียวใจกลางเมือง พร้อมสระน้ำและเส้นทางเดิน



ปราสาทโมริโอกะ (Morioka Castle) ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1597–1633 โดย ตระกูลนันบุ (Nanbu Clan) ซึ่งปกครองแคว้นโมริโอกะยุคเอโดะ ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้ถูกทำลายลงไปตั้งแต่ยุคปฏิรูปเมจิ แต่กำแพงหินแกรนิตสูงกว่า 20 เมตร ยังคงคงสภาพดี



ด้านหลังปราสาทจะมีศาลเจ้าที่ชื่อว่า ศาลเจ้าซากุระยามะ (Sakurayama Shrine) ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1749 โดยนันบุ โทชิมิ (Nakbu Toshimi) เพื่ออุทิศแด่เจ้าแคว้นที่เคยปกครองปราสาทโมริโอกะ

ศาลเจ้านี้จะมีหินศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อว่า เอโบชิอิวะ (Eboshi‑iwa) ซึ่งเป็นหินสูงประมาณ 6–7 เมตร ที่เหลือจากการสร้างปราสาท ได้รับการเคารพบูชาในฐานะ หินพิทักษ์ เพราะเชื่อว่าช่วยนำสุขภาพและโชคลาภมา        

เมืองโมริโอกะยังเป็นเมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่านถึง 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำคิตะคามิ (Kitakami River), แม่น้ำนากัตสึ (Nakatsu River) และ แม่น้ำชิซึกุอิชิ (Shizukuishi River) เมืองนี้เลยมีทางเดินริมฝั่งแม่น้ำหลายที่ ซึ่งบรรยากาศโดยเฉพาะตอนเย็นจะเหมาะแก่การเดินเล่น ชมวิถีชีวิตของชาวเมืองริมฝั่งแม่น้ำ

จุดที่เป็นภาพจำของเมืองโมริโอกะก็คือ ทางเดินริมฝั่งแม่น้ำคิตะคามิ ซึ่งด้านหลังจะเป็นวิวภูเขาอิวาเตะที่สวยงามโดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน

ปิดท้ายบล็อกนี้ด้วยภาพนี้แล้วกันครับ เป็นการจบวันของทริป 1 วันที่ฟาร์มโคอิวาอิ และเมืองโมริโอกะอย่างประทับใจ

บล็อกอื่นที่เกี่ยวข้อง




Create Date : 22 มิถุนายน 2568
Last Update : 7 กรกฎาคม 2568 19:38:03 น. 4 comments
Counter : 598 Pageviews.
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณนายแว่นขยันเที่ยว


 
References:


Slot games for fun https://www.24propertyinspain.com


โดย: Eartha IP: 82.29.95.68 วันที่: 1 มิถุนายน 2569 เวลา:2:08:35 น.  

 
References:


Best online betting sites deaconbsdd603402.blogdanica.com


โดย: Shelton IP: 82.29.95.67 วันที่: 1 มิถุนายน 2569 เวลา:4:30:54 น.  

 
References:


Blackjack hands https://www.forum-joyingauto.com/


โดย: Elbert IP: 178.83.10.181 วันที่: 1 มิถุนายน 2569 เวลา:5:56:15 น.  

 
References:


Video poker online majarxhb785938.blogaritma.com


โดย: Shalanda IP: 178.83.10.68 วันที่: 1 มิถุนายน 2569 เวลา:9:43:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.