Welcome to my blog
5 วัน 4 คืน แพร่+น่าน ต้องมนตราดินแดนล้านนาตะวันออก (ตอนที่ 6: เที่ยวส่งท้ายที่บ่อเกลือ)

 
สถานที่ท่องเที่ยว : บ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา, น่าน Thailand
พิกัด GPS : 19° 9' 9.76" N 101° 9' 16.76" E

วันที่สี่

เช้าวันนี้ ผมตื่นขึ้นมาที่ ตูบนาโฮมสเตย์ กับวิวแบบนี้ (ถ้าใครสนใจที่พักนี้สามารถหาอ่านได้ในรีวิวตอนที่ 5 นะครับ)

สำหรับแผนเที่ยวในวันนี้ เราจะออกเดินทางต่อเพื่อไปยังอำเภอที่ขึ้นชื่อว่าไปลำบากที่สุดเนื่องจากอยู่ไกล และเส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยว อำเภอนั้นมีชื่อว่า บ่อเกลือ ครับ

การเดินทางไปยังบ่อเกลือ

ตอนเช้า ผมนัดแนะกับพี่เจ้าของที่พัก ให้ไปส่งยังท่ารถเพื่อที่จะไปอำเภอบ่อเกลือ โดยรถจะมีอยู่ด้วยกัน 2-3 รอบ ได้แก่ 7.30/ 9.30 / 11.30 (รอบหลังสุด ถ้าคนน้อยจะไม่วิ่ง) ราคาอยู่ที่ 100 บาท (ผมเลือกรอบ 9.30)

จากปัวไปบ่อเกลือใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง ด้วยสภาพเส้นทางที่คดเคี้ยว ถ้าใครคิดจะขับมาเองขอให้มั่นใจว่าคุณมีสกิลการขับรถแข็งพอ เพราะทางตรงนี้ถือว่าค่อนข้างโหด ทั้งขึ้นลงเขา โค้งหักศอก หมอกเยอะ และเจอฝนได้ตลอดเวลา

ระหว่างทางจากปัวไปบ่อเกลือ เนื่องจากคนขับเห็นว่า เราเป็นนักท่องเที่ยวเค้าเลยจอดให้เราลงไปถ่ายรูปเล่นที่ จุดชมวิว 1715 ซึ่งเป็นจุดชมวิวของ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นเวลา 5 นาที

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีอาณาเขตกินพื้นที่ถึง 9 อำเภอของจังหวัดน่าน ครอบคลุมบริเวณพื้นที่รอบๆของ เทือกเขาดอยภูคา และมีจุดสูงสุดที่ ยอดดอยภูคา ซึ่งสูงถึง 1,980 เมตร (สำหรับเนิน 1715 ถือเป็นจุดสูงสุดที่ถนนขึ้นมาถึง)

ความโดดเด่นของที่นี่ก็คือ พวกต้นไม้ที่ขึ้นบนที่สูง ซึ่งหาชมได้แค่ไม่กี่ที่ในประเทศไทย ที่โดดเด่นที่สุดก็คือ ต้นชมพูภูคา ซึ่งพบได้ที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น !!! (ถ้าอยากมาดูต้นชมพูภูคาออกดอกแนะนำให้มาในช่วงเดือนมกราคมครับ)

ที่มาของภาพ: https://puechkaset.com/

หลังจากการเดินทางอันแสนทรหด 2 ชั่วโมงเศษ ในที่สุดผมก็มาถึงที่ตัวอำเภอบ่อเกลือครับ

ผมนัดแนะกับคนขับว่าจะขอเหมารถเพื่อไปยังที่พักซึ่งอยู่ห่างจากที่หมู่บ้านสะปันในช่วงบ่าย แต่ตอนนี้จะขอเที่ยวที่ตัวอำเภอก่อน (ขอเบอร์โทรศัพท์ไว้เรียบร้อย)

รู้จักกับอำเภอบ่อเกลือ

เป็นอำเภอทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดน่านติดกับประเทศลาว มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน เข้าถึงได้ยาก (แม้ในปัจจุบัน)

ที่นี่ถือเป็น แหล่งผลิตเกลือสินเธาว์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน เนื่องจากสมัยก่อน เกลือถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญ จนเป็นชนวนที่ทำให้เกิดสงครามหลายครั้ง สาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาณาจักรล้านนาต้องพยายามครอบครองนครรัฐน่าน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะบ่อเกลือแห่งนี้แหละครับ

ในอดีต อำเภอบ่อเกลือถือเป็นอำเภอที่ค่อนข้างทุรกันดาร และเป็นหนึ่งในพื้นที่เคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือ พื้นที่สีแดง ครับ

ปัจจุบัน แม้บ่อเกลือจะเป็นอำเภอเล็กๆ ประชากรมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย แต่ก็ถือว่ามีคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี และเมืองนี้กำลังเปิดรับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น ห้องพักดีๆที่นี่เต็มหมด ต้องจองล่วงหน้านานๆเลยครับ

บ่อเกลือสินเธาว์โบราณ

ในอดีตที่นี่มีบ่อเกลือจำนวนมาก แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 2 บ่อคือ บ่อเหนือ กับ บ่อใต้

ก่อนจะทำเกลือขึ้นมาจากบ่อ ชาวบ้านจะต้องทำ พิธีเลี้ยงผีเมืองและเจ้ารักษา ซึ่งจะทำกันนานถึง 3-7 วัน และจะงดเว้นการทำเกลือในช่วงเข้าพรรษา เพราะเชื่อว่า ถ้าฝ่าฝืนจะทำให้บ่อเกลือเหือดแห้ง (เนื่องจากช่วงที่ผมไปเป็นวันออกพรรษาพอดีเป๊ะ เค้าเลยยังไม่ทำเกลือครับ)

ปัจจุบันเกลือที่นี่มีการเสริมไอโอดีน เพื่อป้องกันโรคคอพอกด้วยนะ และยังมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเกลือต่างๆ เช่น เกลือสปาขัดผิว เกลือแช่เท้า และสบู่ดอกเกลือ ให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อกลับบ้าน (แนะนำให้ซื้อใช้ มันดีจริงๆครับ)

ชิมไก่ทอดมะแขว่นสูตรต้นตำหรับ

ใกล้ๆบ่อเกลือสินเธาว์เป็นที่ตั้งของ บ่อเกลือวิวรีสอร์ท ซึ่งมีร้านอาหารขึ้นชื่อ ชื่อว่า ร้านปองซา ความพิเศษของร้านนี้คือ ที่นี่เป็นจุดกำเนิดของ ไก่ทอดมะแขว่น อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดน่านครับ

อุ่นไอมาง ณ สะปัน

หลังจากทานข้าวเสร็จก็ได้เวลาเข้าที่พัก ผมได้โทรเรียกรถสองแถวให้ไปส่งที่ อุ่นไอมาง ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านสะปัน ในราคา 180 บาท (ไป 2 คน ตกคนละ 90 บาท)

อุ่นไอมาง เป็นที่พักเล็กๆ ริมลำน้ำมาง ที่นี่มีที่พักหลากรูปแบบทั้งแบบห้องพักปกติเหมือนรีสอร์ททั่วไป และที่เป็น กระโจม ที่มีเฉพาะตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป สำหรับที่พักแบบกระโจมราคาจะอยู่ที่ 1,000 บาทรวมอาหารเช้า เมื่อไป 2 คนอยู่ที่ 500 บาท แต่กระโจมนี้ต้องใช้ห้องน้ำรวม และไม่มีแอร์นะครับ (ซึ่งไม่เป็นปัญหาเพราะอากาศที่นี่เย็นสบายตลอดทั้งปี)

Note: ถ้าจองแบบกระโจมได้ แนะนำให้เลือกแบบกระโจมครับ มันดีมากจริงๆ

สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดอีกอย่างของที่นี่คือ กาแฟ ครับ (ใครที่ไม่ได้มาพักที่นี่ ก็มาแวะกินกาแฟ เดินเล่นรอบๆที่พักก็ได้นะ)

ผมเข้าที่พักตั้งแต่ช่วงบ่าย นอนฟังเสียงน้ำกับวิวสวยๆอย่างเพลิดเพลิน เผลอแป๊บเดียวก็เย็น 

ถ้าใครสนใจที่พักนี้สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ https://www.facebook.com/ounimang/

วันที่ห้า

วันนี้ไม่มีแผนเที่ยวแล้วครับ ผมแค่นั่งรถสองแถวจากหมู่บ้านสะปันลงไปที่อำเภอบ่อเกลือ (ดีลไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อวาน) ในราคา 180 บาท (ไป 2 คนเหลือคนละ 90 บาท) จากนั้นก็นั่งรถสองแถวจากบ่อเกลือกลับไปที่ปัว (100 บาทต่อคน)

Note: รถจากบ่อเกลือไปปัวมีแค่ 3 รอบคือ 9.00/10.30/ /12.30 (รอบสุดท้ายถ้าคนน้อยจะไม่วิ่ง) ซึ่งผมเลือกรถรอบแรกสุดครับ

จากปัวก็นั่งรถกลับเข้าเมือง (อันนี้ไม่มีปัญหา รถมีเยอะมาก) ไปลงที่บขส. แล้วก็โทรเรียกรถ Taxi ของน่าน ให้ไปส่งที่สนามบิน

ท่าอากาศยานน่านนคร

เป็นสนามบินที่เราจะใช้บริการในวันนี้ อยู่ห่างจากใจกลางเมืองไปประมาณ 3 กิโลเมตร 

เนื่องจากที่นี่มีรันเวย์ที่ยาวเพียงพอ ทำให้เครื่อง Airbus A-320 ของ Air Asia สามารถบินไปลงได้ ที่นี่จึงมีไฟลท์ค่อนข้างเยอะทั้งจาก Nok air และ AirAsia ราคาตั๋วไปน่านจึงค่อนข้างถูก (ต่างจากสนามบินแพร่ที่ถูกผูกขาดโดยนกแอร์เจ้าเดียว)

Update: ปัจจุบันนกแอร์เลิกบินไปแล้ว เหลือแต่ Air Asia อยู่เจ้าเดียวครับ

สิ่งที่น่าสนใจคือ สนามบินแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน เนื่องจากถูกก่อตั้งโดย เจ้ามหาพรหมณ น่าน ตั้งแต่ปี พ..2458 หรือเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว แต่อาคารผู้โดยสารที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเพิ่งเปิดใช้เมื่อปี พ..2558 นี่เองครับ

ไฟลท์ขากลับ ผมเลือก Air Asia เที่ยวบินที่ FD3557 กลับถึงดอนเมืองตอน 17.25 .

บทสรุปทริป

สำหรับภาพรวมในทริปนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทริปที่ผมประทับใจ ทั้งในแง่สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม รวมทั้งผู้คนที่น่ารัก ทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนที่ทำให้ผมประทับใจทั้งจังหวัดแพร่และน่านครับ

อย่างไรก็ตาม ทริปนี้ถือเป็นทริปเที่ยวไทยที่ใช้เงินไปเยอะพอสมควรคือ 8,900 บาทต่อคน เนื่องจากผมเน้นเที่ยวสบาย ไม่ได้เน้นประหยัดเหมือนทริปอื่นๆก่อนหน้า ดังนั้น ถ้าใครจะตามรอยทริปนี้แล้วอยากประหยัดงบ ผมแนะนำให้หาที่พักที่ถูกกว่านี้  รวมทั้งลดงบประมาณที่ใช้เดินทางจากกรุงเทพไปแพร่/น่านลง เช่น ไปด้วยรถบัส หรือรถไฟ หรือหาตั๋วโปร ก็จะทำให้เที่ยวได้ฟินๆได้ไม่ต่างจากผมในทริปนี้ครับ

สำหรับรีวิวในซีรีส์ชุดนี้ก็คงจบลงเพียงเท่านี้ หวังว่าจะชอบ และเป็นประโยชน์กับทุกคน ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ หรือถ้าใครมีคำถามสามารถเม้นต์ไว้ข้างใต้ หรือส่งข้อความหลังไมค์มาถามผมในเว็บ pantipได้เลยครับ ^^

ตอนอื่นๆ

ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวแพร่-น่าน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sumatekso&month=31-10-2018&group=21&gblog=1

ตอนที่ 2: เรื่องเล่าจากคุ้มเมืองแพร่

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=02-11-2018&group=21&gblog=2

ตอนที่ 3: ตำนานแพะเมืองผี

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=04-11-2018&group=21&gblog=3

ตอนที่ 4: กระซิบรักที่เมืองน่าน

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=05-11-2018&group=21&gblog=4

ตอนที่ 5: อลังการทุ่งนาที่เมืองปัว

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=10-11-2018&group=21&gblog=5

ตอนที่ 6: เที่ยวส่งท้ายที่บ่อเกลือ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=11-11-2018&group=21&gblog=6g=6




Create Date : 11 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 29 ธันวาคม 2563 23:29:28 น. 1 comments
Counter : 1236 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณKavanich96


 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2561 เวลา:3:29:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.