Welcome to my blog
2 วัน 1 คืน ทาคายาม่า+ชิราคาวาโกะ เทีี่ยวเมืองเก่ามรดกโลกแห่งภูมิภาคชูบุ


สถานที่ท่องเที่ยว : หมู่บ้านชิราคาวาโกะ, จังหวัดกิฟุ, Japan
พิกัด GPS : 36° 15' 23.68" N 136° 54' 9.90" E


ทริปนี้เป็นทริปเก่าตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ปี 2017 นะครับ ตอนนั้นผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ ภูมิภาคชูบุ (Chubu) ซึ่งอยู่ตรงกลางประเทศญี่ปุ่นระหว่างโตเกียวและโอซาก้า โดยเริ่มต้นทริปที่นาโกย่า แล้วมาต่อที่ เมืองทากายาม่า (Takayama) รวมทั้ง หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ (Shiakawago) ที่ผมจะนำมารีวิวในวันนี้ครับ

รู้จักกับเมืองทากายาม่า (Takayama) 

ทากายาม่า (Takayama)
เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ใน จังหวัดกิฟุ ทางภาคกลาง (ภูมิภาคชูบุ) ของประเทศญี่ปุ่น โดยการเดินทางมายังเมืองทากายาม่า สามารถทำได้โดยการนั่งรถไฟ Limited Express สาย Hida จากเมืองนาโกย่า (Nagoya) ซึ่งจะใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง หรือเมืองโทยามะ (Toyama city) ซึ่งจะใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงครับ

 

 
ถ้าใครเดินทางเที่ยวญี่ปุ่นหลายเมือง รวมทั้งที่เมืองทากายาม่าด้วยรถไฟ ผมแนะนำให้ใช้พาสนะครับ โดยพาสที่สามารถใช้เดินทางมายังเมืองนี้ได้ ได้แก่
  • Alpine-Takayama-Matsumoto Area pass --> ผมใช้พาสนี้
  • Takayama Hokuriku Area Tourist Pass
สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของเมืองนี้ก็คงจะเป็น ย่านเมืองเก่าที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเมืองเกียวโต เมืองนี้จึงได้รับสมญานามว่า เกียวโตน้อยแห่งภูมิภาคชูบุ โดยบ้านเรือนส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นบ้านไม้แบบดั้งเดิม ทาด้วยสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ทากายาม่ายังเป็นจุดตั้งต้นสำหรับคนที่จะไปเที่ยว หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ (Shirakawago) อีกด้วยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมือง Takayama สามารถอ่านได้ที่นี่ https://www.hida.jp/thai/

แผนเที่ยว

วันที่หนึ่ง

- นั่งรถไฟ Limited Exress สาย Hida ไปเมืองทากายาม่า
- ถึงทากายาม่า / เช็คอินเข้าที่พัก (J Hopper Takayama)
- เดินเที่ยวในทากายาม่า / ชมขบวนแห่เทศกาล Takayama Matsuri
- ชิมเนื้อย่าง Hida ที่ร้าน Ajikura
- กลับที่พัก
 
วันที่สอง
- เช้า: ซื้อทัวร์เพื่อไปเที่ยวหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ
- บ่าย: เดินทางต่อไปยังเมืองโทยามะ


ที่พักที่เมืองทากายาม่า 

ตอนนั้น ผมพัก hostel ที่ชื่อว่า J hopper Takayama ครับ ราคาในสมัยนั้นถือว่าคุ้มค่ามาก ผมจ่ายแค่ 4,200 เยน สำหรับห้องพักแบบ Japanese suite สไตล์เรียวกัง)


ข้อดีของที่พักที่นี่คือ ใกล้สถานีรถไฟ สะอาด และพนักงานบริการดีมาก นอกจากนี้ ที่พักนี้ยังจัดทัวร์ไปเที่ยวหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ ด้วย (แถมมีส่วนลดสำหรับแขกที่มาพักที่นี่อีก)

สิ่งที่น่าเสียดายคือ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดกว่า 3 ปี ที่นี่เลยปิดบริการไปแล้ว ถ้าใครจะไปทากายาม่า ลองหาที่พักอื่นดูนะครับ 

วันที่หนึ่ง


ทริปนี้ผมเดินทางมาจากเมืองนาโกย่าครับ เรานั่งรถไฟ Limited Express สาย Hida ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง
 

 
เมื่อมาถีงที่ทากายาม่า เราก็เก็บของเข้าที่พัก และเนื่องจากเมืองนี้ ไม่ใช่เมืองที่ใหญ่ เราจึงสามารถเดินเที่ยวได้ทั่วทั้งเมือง แต่ถ้าใครเดินไม่ไหวก็สามารถใช้รถบัสนำเที่ยว หรือแท็กซี่ดูก็ได้ครับ

เมื่อพูดถึงเมืองทากายาม่า หลายๆคนจะนึกถึงภาพสะพานนี้ครับ ที่นี่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนี้ที่ใครๆจะต้องมาถ่ายรูปด้วย ถ้ามาถูกช่วง จะเจอดอกซากุระบานตัดกับสะพานแดง ว่ากันว่าสวยมากครับ แต่น่าเสียดาย ช่วงที่ผมไปซากุระยังไม่บานที่นี่ เนื่องจากเมืองนี้อยู่ในหุบเขา อากาศจึงหนาวกว่าเมืองอื่น 


ถัดมาเป็น วัดฮิดะ โคกุบันจิ (Hida Kokubunji) ซึ่งสร้างขึ้นในปีค.ศ. 746 โดยจักรพรรดิโชมุ จุดเด่นของวัดนี้อยู่ที่เจดีย์ไม้ 3 ชั้นซึ่งเชื่อกันว่าถูกย้ายมาจาก ปราสาททากายาม่า (Takayama castle) ที่ปัจจุบันไม่เหลือแล้ว
 

ทากายาม่าเป็นเมืองที่อยู่บนเส้นทางการค้าโบราณระหว่างเอโดะ (โตเกียว) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศโดยโชกุน และเกียวโต ซึ่งเป็นที่ประทับของจักรพรรดิญี่ปุ่นในสมัยก่อน เมืองนี้จึงมีความเจริญทางเศรษฐกิจ

ย่านการค้าของเมืองทากายาม่าก็คือ ย่านซังมาจิ (Sanmchi-Suji) ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญคือ อาคารบ้านเรือนต่างๆ จะทาด้วยสีดำหรือสีน้ำตาลเท่านั้น เนื่องจากบ้านในย่านนี้สร้างจากไม้สนไซเปรส และไม้สนซีดาร์ซึ่งเป็นไม้ต้องห้ามในสมัยก่อน จึงต้องทาสีดำปกปิดไว้ กลายเป็นภาพจำของเมืองทากายาม่ามาจนถึงปัจจุบัน

 


ปัจจุบันบ้านโบราณในย่านนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และร้านเหล้าสาเก
 

ถ้าอยากชมย่านนี้ให้ได้อารมณ์ย้อนยุค สามารถใช้บริการรถลากได้นะครับ โดยคนลากจะทำหน้าที่บรรยายประวัติของบ้านแต่ละหลังให้ด้วย (เป็นภาษาญี่ปุ่นนะ) 


 
ถ้าใครไปที่ทากายาม่า จะเจอตุ๊กตาไร้หน้าแบบนี้วางขายอยู่เต็มไปหมด ตุ๊กตานี้เรียกว่า ตุ๊กตาซารุโบโบะ (Sarubobo) 
 
ที่มาของเจ้าตุ๊กตาไร้หน้าพวกนี้ก็คือ ในสมัยก่อนคุณย่าหรือคุณยายจะทำตุ๊กตาแบบนี้ให้ลูกหลานเล่น ส่วนสาเหตุที่ไม่มีหน้าก็เพื่อให้เด็กๆสามารถจินตนาการถึงหน้าตาตุ๊กตาได้อย่างอิสระ เช่น เมื่อเราเศร้า เราก็จะจินตนาการว่าหน้าตาตุ๊กตาเศร้าไปกับเรา หรือเมื่อเรามีความสุข เราก็จะจินตนาการว่าตุ๊กตาก็มีหน้าตาที่มีความสุขเหมือนกับเรา

ตุ๊กตาซารุโบโบะแบบต้นฉบับนั้น จริงๆจะเป็นสีแดง แต่ในปัจจุบันได้มีการทำตุ๊กตาออกมาหลากหลายสี เช่น สีฟ้าช่วยให้โชคดีในเรื่องการเรียนและการทำงาน, สีชมพูช่วยให้โชคดีในเรื่องความรัก, สีเขียว ช่วยให้โชคดีในเรื่องสุขภาพ, สีเหลือง ช่วยให้โชคดีในเรื่องการเงิน กลายเป็นของฝากประจำเมืองทากายาม่า
 

 
ความโชคดีของผมที่ไปเทึี่ยวทากายาม่าในช่วงนั้นก็คือ เราไปตรงกับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ หรือ งานเทศกาลทากายาม่ามาซูริ (Takayama Masuri) พอดี ปกติแล้วงานจะจัดช่วงประมาณวันที่ 14-15 เมษายนของทุกปีครับ
 





 
งานเทศกาลทากายาม่ามาซูริ (Takayama Masuri) ป็นเทศกาลที่มีความเก่าแก่ตกทอดมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 16 และได้รับการยกย่องว่าเป็นเทศกาลที่มีความงดงามที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ขบวนแห่จะเริ่มต้นที่ศาลเจ้า Sanno ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1114
 

หลังจากเที่ยวชมเมืองทากายาม่าจนจุใจแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดี เมื่อมาที่เมือง Takayama ก็ต้องลองของขึ้นชื่อที่สุดของเมืองอย่าง เนื้อฮิดะ ซะหน่อย โดยร้านที่จะแนะนำในวันนี้คือ ร้าน Ajikura Tengoku

ร้านนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟ เมื่อออกมาจากสถานีก็ให้เดินเลี้ยวขวา ข้ามแยกไฟแดงไปอีก 60 เมตรจะเจออาคารหน้าตาประมาณนี้ครับ

 
เมนูที่ต้องชิมเมื่อมาร้านนี้ก็คือเซตปิ้งย่าง ที่มีเนื้อฮิดะ ซึ่งเป็นเนื้อจากวัวที่เลี้ยงที่บริเวณหุบเขาของจังหวัดกิฟุ ว่ากันว่าเป็นเนื้อที่ดีที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น


หลังทานเนื้อเสร็จ ก็ได้เวลาของของหวานครับ ผมสั่งไอศกรีมนม เสริ์ฟคู่กับชาข้าวญี่ปุ่น เป็นอะไรที่ฟินที่สุดเลย


เนื่องจากร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมือง ดังนั้น นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนที่มาเมืองนี้ต้องมากินที่นี่ ทำให้ต้องรอคิวค่อนข้างนาน แนะนำว่าให้เผื่อเวลาไปค่อนข้างเยอะหน่อย (ของผมรอไปเกือบสองชั่วโมง) แต่ถ้าใครได้ไปลองชิม จะพบว่าคุ้มค่าต่อการรอต่อคิวมากครับ

หลังจากที่ทานเนื้อย่างเสร็จแล้ว ผมก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อนเอาแรง สำหรับการเที่ยวชิราคาวาโกะในวันพรุ่งนี้ต่อไป การเดินทางในวันนี้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ครับ

วันที่สอง

สำหรับวันนี้แผนเที่ยวของเราในช่วงครึ่งวันเช้า ผมจะไปเที่ยวมรดกโลกที่เป็นไฮไลท์แห่งหนึ่งในทริปนี้อย่าง ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ครับ

หมู่บ้านชิราคาวาโกะไม่มีรถไฟเข้าถึง ทางเดียวที่จะมาที่หมู่บ้านนี้คือ นั่งรถบัสจากเมืองต่างๆ ได้แก่ ทากายามะ (Takayama), เกโระ (Gero), โทยามะ (Toyama city) หรือคานาซาว่า (Kanazawa) โดย Takayama ถือเป็นจุดตั้งต้นยอดนิยมที่สุด สำหรับการไปเที่ยวชิราคาวาโกะครับ

การเดินทางไปยังหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เราต้องขึ้นรถบัสที่เรียกว่า Nohi bus ซึ่งรายละเอียดให้ไปลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.nouhibus.co.jp/english นะครับ (เนื่องจากทริปนี้เราซื้อทัวร์จาก hostel ไม่ได้ขึ้นรถบัสเลยแนะนำไม่ได้)

 
ตอนที่ผมไปเมื่อปี 2017 ทาง hostel ได้จัดทัวร์เที่ยวหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ โดยราคาจะอยู่ที่ 3,900 เยน ซึ่งถูกกว่ากาารไปเองด้วยรถบัส ผมเลยเลือกทัวร์นี้
 
ประมาณ 8 โมงเช้า รถบัสของทัวร์จะมาจอดรับเราที่หน้าสถานี JR Takayama (ตรงเวลานะครับ)
 

จุดแรกทางทัวร์จะพาไปชมคือ จุดชมวิวที่เรียกว่า Shiroyama ซึ่งเป็นจุดชมวิวมุมสูงของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ โดยทัวร์จะให้เวลาถ่ายรูปที่จุดนี้ประมาณ 20 นาทีครับ 


 
หลังจากนั้น ทางทัวร์เค้าจะพาเราไปจอดหน้าหมู่บ้าน เพื่อชมภายในหมู่บ้าน เรามีเวลาอิสระในการเที่ยวชมหมู่บ้านด้วยตัวเองประมาณ 2 ชั่วโมง
 

 
ปัจจุบันชิราคาวาโกะเป็นมรดกโลกครับ โดยเป็นมรดกโลกร่วมกับ หมู่บ้านโกคายาม่า (Gokayama) ที่อยู่ในจังหวัดโทยามะ 
 

เอกลักษณ์สำคัญของบ้านในหมูบ้านน่ี้ก็คือ หลังคาแบบ กัสโช่ซูกูริ (Gassho-Zukuri) กล่าวคือ บ้านมีหลังคายกสูงเชื่อมด้วยคานไม้รูปทรงสามเหลี่ยม และมีความลาดชันมาก ซึ่งข้อดีของการออกแบบบ้านในลักษณะนี้คือ จะทำให้หิมะไม่สามารถสะสมบนหลังคาได้ ทำให้หลังคาไม่พัง เพราะบริเวณนี้ ในช่วงฤดูหนาวหิมะจะตกหนักมาก



มาสคอตประจำชิราคาวาโกะครับ เห็นอยู่แทบทุกที่เลย
 

เนื่องจากชิราคาวาโกะ เป็นหมู่บ้านชาวนา  ใกล้ๆหมู่บ้านจึงมีลำธารสายเล็กๆไหลผ่านครับ
 

หลังจากเที่ยวชมหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เกือบสองชั่วโมงเราก็เดินกลับมาที่จอดรถ เห็นรถบัสสีชมพูของเราจอดรออยู่


เรากลับมาถึงที่หน้าสถานี JR Takayama ประมาณเที่ยง ทัวร์ชิราคาวาโกะวันนี้ก็จบลงด้วยความประทับใจครับ

สำหรับภาพรวมทั้งสองเมืองนี้ โดยส่วนตัวผมชอบทั้งคู่นะครับ จริงๆแล้วทั้งคู่ไม่ได้มีที่เที่ยวอะไรเด่นๆมากนัก แต่ด้วยบรรยากาศของเมืองและความเป็นเมืองเก่า เราเลยเดินเล่นได้เพลินๆ พร้อมกับหาของกินอร่อยๆ แค่นี้ก็ประทับใจแล้วครับ

บล็อกอื่นที่เกี่ยวข้อง



Create Date : 04 พฤษภาคม 2567
Last Update : 4 พฤษภาคม 2567 22:54:58 น. 0 comments
Counter : 1440 Pageviews.
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnewyorknurse, คุณดอยสะเก็ด


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.