ที่มาของเจ้าตุ๊กตาไร้หน้าพวกนี้ก็คือ ในสมัยก่อนคุณย่าหรือคุณยายจะทำตุ๊กตาแบบนี้ให้ลูกหลานเล่น ส่วนสาเหตุที่ไม่มีหน้าก็เพื่อให้เด็กๆสามารถจินตนาการถึงหน้าตาตุ๊กตาได้อย่างอิสระ เช่น เมื่อเราเศร้า เราก็จะจินตนาการว่าหน้าตาตุ๊กตาเศร้าไปกับเรา หรือเมื่อเรามีความสุข เราก็จะจินตนาการว่าตุ๊กตาก็มีหน้าตาที่มีความสุขเหมือนกับเรา
ตุ๊กตาซารุโบโบะแบบต้นฉบับนั้น จริงๆจะเป็นสีแดง แต่ในปัจจุบันได้มีการทำตุ๊กตาออกมาหลากหลายสี เช่น สีฟ้าช่วยให้โชคดีในเรื่องการเรียนและการทำงาน, สีชมพูช่วยให้โชคดีในเรื่องความรัก, สีเขียว ช่วยให้โชคดีในเรื่องสุขภาพ, สีเหลือง ช่วยให้โชคดีในเรื่องการเงิน กลายเป็นของฝากประจำเมืองทากายาม่า
ความโชคดีของผมที่ไปเทึี่ยวทากายาม่าในช่วงนั้นก็คือ เราไปตรงกับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ หรือ งานเทศกาลทากายาม่ามาซูริ (Takayama Masuri) พอดี ปกติแล้วงานจะจัดช่วงประมาณวันที่ 14-15 เมษายนของทุกปีครับ
งานเทศกาลทากายาม่ามาซูริ (Takayama Masuri) เป็นเทศกาลที่มีความเก่าแก่ตกทอดมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 16 และได้รับการยกย่องว่าเป็นเทศกาลที่มีความงดงามที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ขบวนแห่จะเริ่มต้นที่ศาลเจ้า Sanno ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1114
หลังจากเที่ยวชมเมืองทากายาม่าจนจุใจแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดี เมื่อมาที่เมือง Takayama ก็ต้องลองของขึ้นชื่อที่สุดของเมืองอย่าง เนื้อฮิดะ ซะหน่อย โดยร้านที่จะแนะนำในวันนี้คือ ร้าน Ajikura Tengoku
ร้านนี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟ เมื่อออกมาจากสถานีก็ให้เดินเลี้ยวขวา ข้ามแยกไฟแดงไปอีก 60 เมตรจะเจออาคารหน้าตาประมาณนี้ครับ
เมนูที่ต้องชิมเมื่อมาร้านนี้ก็คือเซตปิ้งย่าง ที่มีเนื้อฮิดะ ซึ่งเป็นเนื้อจากวัวที่เลี้ยงที่บริเวณหุบเขาของจังหวัดกิฟุ ว่ากันว่าเป็นเนื้อที่ดีที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น
หลังทานเนื้อเสร็จ ก็ได้เวลาของของหวานครับ ผมสั่งไอศกรีมนม เสริ์ฟคู่กับชาข้าวญี่ปุ่น เป็นอะไรที่ฟินที่สุดเลยเนื่องจากร้านนี้เป็นร้านที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมือง ดังนั้น นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนที่มาเมืองนี้ต้องมากินที่นี่ ทำให้ต้องรอคิวค่อนข้างนาน แนะนำว่าให้เผื่อเวลาไปค่อนข้างเยอะหน่อย (ของผมรอไปเกือบสองชั่วโมง) แต่ถ้าใครได้ไปลองชิม จะพบว่าคุ้มค่าต่อการรอต่อคิวมากครับหลังจากที่ทานเนื้อย่างเสร็จแล้ว ผมก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อนเอาแรง สำหรับการเที่ยวชิราคาวาโกะในวันพรุ่งนี้ต่อไป การเดินทางในวันนี้ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ครับวันที่สองสำหรับวันนี้แผนเที่ยวของเราในช่วงครึ่งวันเช้า ผมจะไปเที่ยวมรดกโลกที่เป็นไฮไลท์แห่งหนึ่งในทริปนี้อย่าง ชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ครับหมู่บ้านชิราคาวาโกะไม่มีรถไฟเข้าถึง ทางเดียวที่จะมาที่หมู่บ้านนี้คือ นั่งรถบัสจากเมืองต่างๆ ได้แก่ ทากายามะ (Takayama), เกโระ (Gero), โทยามะ (Toyama city) หรือคานาซาว่า (Kanazawa) โดย Takayama ถือเป็นจุดตั้งต้นยอดนิยมที่สุด สำหรับการไปเที่ยวชิราคาวาโกะครับ
การเดินทางไปยังหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เราต้องขึ้นรถบัสที่เรียกว่า Nohi bus ซึ่งรายละเอียดให้ไปลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.nouhibus.co.jp/english นะครับ (เนื่องจากทริปนี้เราซื้อทัวร์จาก hostel ไม่ได้ขึ้นรถบัสเลยแนะนำไม่ได้) ตอนที่ผมไปเมื่อปี 2017 ทาง hostel ได้จัดทัวร์เที่ยวหมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกะ โดยราคาจะอยู่ที่ 3,900 เยน ซึ่งถูกกว่ากาารไปเองด้วยรถบัส ผมเลยเลือกทัวร์นี้
ประมาณ 8 โมงเช้า รถบัสของทัวร์จะมาจอดรับเราที่หน้าสถานี JR Takayama (ตรงเวลานะครับ)
จุดแรกทางทัวร์จะพาไปชมคือ จุดชมวิวที่เรียกว่า Shiroyama ซึ่งเป็นจุดชมวิวมุมสูงของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ โดยทัวร์จะให้เวลาถ่ายรูปที่จุดนี้ประมาณ 20 นาทีครับ
หลังจากนั้น ทางทัวร์เค้าจะพาเราไปจอดหน้าหมู่บ้าน เพื่อชมภายในหมู่บ้าน เรามีเวลาอิสระในการเที่ยวชมหมู่บ้านด้วยตัวเองประมาณ 2 ชั่วโมง
ปัจจุบันชิราคาวาโกะเป็นมรดกโลกครับ โดยเป็นมรดกโลกร่วมกับ หมู่บ้านโกคายาม่า (Gokayama) ที่อยู่ในจังหวัดโทยามะ
เอกลักษณ์สำคัญของบ้านในหมูบ้านน่ี้ก็คือ หลังคาแบบ กัสโช่ซูกูริ (Gassho-Zukuri) กล่าวคือ บ้านมีหลังคายกสูงเชื่อมด้วยคานไม้รูปทรงสามเหลี่ยม และมีความลาดชันมาก ซึ่งข้อดีของการออกแบบบ้านในลักษณะนี้คือ จะทำให้หิมะไม่สามารถสะสมบนหลังคาได้ ทำให้หลังคาไม่พัง เพราะบริเวณนี้ ในช่วงฤดูหนาวหิมะจะตกหนักมาก
มาสคอตประจำชิราคาวาโกะครับ เห็นอยู่แทบทุกที่เลย
เนื่องจากชิราคาวาโกะ เป็นหมู่บ้านชาวนา ใกล้ๆหมู่บ้านจึงมีลำธารสายเล็กๆไหลผ่านครับ
หลังจากเที่ยวชมหมู่บ้านชิราคาวาโกะ เกือบสองชั่วโมงเราก็เดินกลับมาที่จอดรถ เห็นรถบัสสีชมพูของเราจอดรออยู่
เรากลับมาถึงที่หน้าสถานี JR Takayama ประมาณเที่ยง ทัวร์ชิราคาวาโกะวันนี้ก็จบลงด้วยความประทับใจครับ
สำหรับภาพรวมทั้งสองเมืองนี้ โดยส่วนตัวผมชอบทั้งคู่นะครับ จริงๆแล้วทั้งคู่ไม่ได้มีที่เที่ยวอะไรเด่นๆมากนัก แต่ด้วยบรรยากาศของเมืองและความเป็นเมืองเก่า เราเลยเดินเล่นได้เพลินๆ พร้อมกับหาของกินอร่อยๆ แค่นี้ก็ประทับใจแล้วครับ
บล็อกอื่นที่เกี่ยวข้อง