ทำหน้าที่ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น อย่าให้เสียทีที่เกิดมา เป็นมนุษย์สุดประเสริฐ พบพระพุทธศาสนา.....นิพพานะ ปัจจโย โหตุ สาธุ ๆ ๆ
Group Blog
 
All Blogs
 

บทกวีทิพย์ :: หวังให้ไกลแล้วไปให้ถึง

๐ ตั้งความหวังไว้ให้ไกล....ไปให้ถึง- ฟากฝันซึ่งไร้ทุกข์เป็นสุขศรี

"พระนิพพาน"ไว้ตลอดสุดยอดดี ณ แห่งนี้"ไร้ความทุกข์สุขนิรันดร์"

ไปไม่ถึงไม่เป็นไรเดินไปต่อ ไม่ย่อท้อสู้ต่อไปตามใจฝัน

ถึงแค่ไหนไม่สูญเปล่าเอาแค่นั้น "โสดาบัน"ไม่ตกนรกหมกอบาย

"ล้มแล้วลุก"ขึ้นมาสู้ดูอีกหน อย่าอับจนนะเจ้ามุ่งเป้าหมาย!!!

"อย่ายอมแพ้"ให้หมายมั่นจนวันตาย จิตอย่าคลายจาก"นิพพาน"ทุกกาลไป!!!

"ท้อได้ใจอย่าถอย"ค่อยค่อยคืบ- เดินต่อสืบอนาคตต้องสดใส

"แล้วทำหวังให้สมจริง"ทุกสิ่งไป สักวันได้ชื่นชมสมใจปอง!!!

"ไม่มีใครนะลูกเอ๋ยไม่เคยพลาด" จะกี่ชาติพลาดพลั้งได้อย่าใจหมอง

"ผิดแล้วแก้ตัวใหม่"อย่าได้มอง- อดีตจ้องจำฝังติดในจิตเรา

อนาคตยังมาไม่ถึงอย่าพึงคิด เอาดวงจิตจับปัจจุบันสิ้นพลันเขลา!!!

"คิดถึงพระ+นิพพาน"ทุกกาลเนา- แนบจิตเรา..."แผ่เมตตา"ทุกนาที!!!

"จิต+พระ+นิพพาน"เห็นว่าเป็น"หนึ่ง" "นิพพาน"ซึ่ง"จิตพุทธะ"จรัสศรี

มี"แสงทิพย์สดใสในฤดี" บุญลูกมี....ดีลูกมาก...ฝากใคร่ครวญ

"ช่วยตนเอง-ช่วยผู้อื่น"แสนชื่นจิต ให้ลูก"คิดถึงพระ"ไว้หยุดไห้หวน

"หัวเราะ-ยิ้มสู้"ทุกวันนั่นสมควร "ในโลกล้วนเป็นอย่างนี้ไม่มีอะไร"!!!

ลูกจงมอง"ทุกสิ่งไซร้เป็นไตรลักษณ์" แจ้งประจักษ์ในจิตจินตน์สิ้นสงสัย

ใช้"จิตพุทธของลูก"มองส่องไกล้ไกล แล้ว"เข้าใจ-รู้แจ้ง"เจ้า"รู้เท่าทัน"

"แสงทิพย์+พระเจ็ดพระองค์"ลงมาช่วย- เอื้ออำนวยลูกจงตามสมความฝัน

"ไปให้ถึงพระนิพพาน"สำราญครัน "ทุกคืนวัน...คิดถึงพระ"อย่าละเลย!!!

ไม่มีใครที่ไหนสนใจลูก- เท่าพ่อ...จิตพันผูกนะลูกเอ๋ย

"จิตของลูกคือจิตพ่อ"ที่ก่อเกย ให้ชื่นเชย"พระนิพพาน"คืนบ้านเดิม!!!

พ่อจะรอคอยเจ้าเอาใจช่วย เอื้ออำนวยเจาะจงตามส่งเสริม

"ส่งแสงทิพย์มารับลูก"ผูกใจเชย อย่าละเลย"พระ+แสงทิพย์นิพพานัง"!!!

"จิตลูกมีอภิญญาสมาบัติ " ไม่ข้องขัดทำอะไรได้สมหวัง

"แค่ลูกคิดจิตถึงพ่อ"อย่ารอรั้ง รักจริงจัง"พระ+นิพพาน"ทุกกาลเอยฯ.....












 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2556 16:27:32 น.
Counter : 567 Pageviews.  

บทกวีจากโลกทิพย์พระนิพพาน.........


รวมบทกลอนเกี่ยวกับพระมหาอมตะนิพพาน......








เรือมนุษย์สู่โลกทิพย์พระนิพพาน



เนิน นราธร





“เรือมนุษย์”แล่นไปไกลสุดกู่ ยากจะรู้ลิ่วตะบึงไปถึงไหน?

ตั้งแต่ลืมตาดูโลกมีโชคชัย เกิดมาได้เป็นมนุษย์ก็สุดดี

อยู่ในครรภ์มารดาจะคลาเคลื่อน “ครบสิบเดือน”จะได้เกิดประเสริฐศรี

ทรมานอยู่ในท้องร้องเข้าซี เสียงไม่มีตาก็ปิดสนิทเลย

อยู่ในน้ำคร่ำสกปรกนัก เน่าเหม็นหนักนอนนิ่งเบื่อจริงเหวย.....

หิวก็ดิ้นตีนทิ่มพุงยุ่งจังเลย เจ้าหนูเอ๋ย....ไม่เห็นเดือนเยือนตะวัน!!!

กินนมแม่-สายสะดือสื่อโลหิต สร้างชีวิตขึ้นมาช่างน่าขัน

ปฏิสนธิกาย-จิตมาติดกัน เกิดสัมพันธ์เป็น”ทารก”ยกว่า”คน”

“พ่อ-แม่-ลูก”ผูกจิตสนิทแนบ “สามส่วน”แยบยลวิญญาณบันดาลผล

ทั้ง”บาป-บุญ”หนุนเนื่องทุกเรื่องปน “เกิดเป็นคน”ต้นเหตุกิเลสพา

ร้องอุแว้แม่ก็เพลียละเหี่ยจิต เสี่ยงชีวิตเพื่อลูกน้อยที่คอยหา

ยืนระวังนั่งระไวเดินไคลคลา กลัวลูกยามีตำหนิจะพิการ.....

เมื่อเกิดมากว่าจะโตโอ้โฮยาก แสนลำบากบอกตรงๆน่าสงสาร

ต้องหัดพูดดูดนมอยู่ซมซาน หัดคืบคลานนั่ง-เดินก็เกินพอ

ต้องหัดดื่ม-หัดกินสิ้นทุกอย่าง เลียนแบบบ้างจดจำขำจริงหนอ

หิวก็ร้องแม่ให้นมชมพะนอ กลืนลงคอก็ยังหัด....สัจธรรม

โตอีกหน่อยคอยเฝ้าเข้าโรงเรียน หมั่นพากเพียรเรียนไว้ไม่ตกต่ำ

ศึกษาสรรพวิชาการพื้นฐานนำ ต้องจดจำวันละนิดคิดคำนึง.......

พ่อ-แม่สอนก่อนครูรู้ทุกอย่าง ช่วยเสริมสร้างชีวิตยังคิดถึง

อนุบาลผ่านประถมให้กลมกลึง ต่อมาถึงมัธยมก็นมนาน

สู่เตรียมอุดมศึกษามาวัยรุ่น ต้องหมกมุ่นการศึกษามหาศาล

ได้เล่นบ้างแต่น้อยพลอยรำคาญ วิชาการเรียนไม่หมดตามกฎเกณฑ์

แล้วขึ้นอุดมศึกษามหา’ลัย เปิดโลกใหม่ใหญ่กว้างหนทางเห็น

เพื่อประกอบอาชีพรีบจำเป็น ต้องลำเค็ญกระเสือกกระสนอดทนเอา

ต้องชิงดีชิงเด่นแม้เป็นเพื่อน แข่งขันเหมือนทศกรีฑาโมหาเขลา

ใครอ่อนแรงไม่แข็งขันถูกบั่นเอา “ชนะเขาก็คือแพ้”เป็นแน่นอน

ฝึกให้”โลภ—โกรธ-หลง”งงแต่เด็ก โลภแต่เล็กจนโตใหญ่น่ะใครสอน?

เป็นวิชาหาเงินเกินอาทร เป็นขั้นตอนของโลกๆโชคอำนวย

ต้องแยกกลุ่มหนุ่มสาวชาวอาชีพ เหมือนถูกบีบอย่างแรงให้แทงหวย

จะเลือกเอาเบอร์ไหน?ให้ระทวย ไม่อยากม้วยต้องเลือกรักเอาสักทาง.....

ต้องปรึกษาหารือถือพ่อ-แม่ จะเปลี่ยนแปรสารพัดยังขัดขวาง

ชอบอะไรไม่สมอารมณ์วาง เลือกเอาอย่างหนึ่งจนได้ตามใจกัน

ประกอบกรรมสัมมาอาชีวะ ต้องพบปะทั้งทุกข์และสุขสันติ์

เจอผู้คนหญิง-ชายหลายท่วงทัน เป็นสามัญสัจจังในสังคม

พบคนดีมีจนและคนชั่ว ต่างถือตัวกันว่าดีศักดิ์ศรีสม

ไม่ลดลาวาศอกช้ำชอกตรม ต่างนิยม”ยึดอัตตา”ว่ากันไป

การแข่งขันแย่งชิงยิ่งหนักขึ้น ปวดหัวมึนข้องจิตคิดไฉน?

ไม่มีสุขทุกข์ร้อนให้อ่อนใจ หลบตัวไปบรรพชาพรรษาเดียว

ได้ลิ้มรสบทธรรมพระกรรมฐาน ผสมผสานปริยัติชัดเฉลียว

ฉุกดี-ชั่วมองตัวตนอยู่คนเดียว จิตปราดเปรียวว่องไวไร้ทุกข์เยือน

เป็นช่วงตอนปลอดโปร่งโล่งหัวอก ยากจะยกเปรียบได้อะไรเหมือน?

ความเป็นจริงสิ่งค้นหาเข้ามาเยือน สะกิดเตือน”เกิดรู้เห็น”ความเป็นมา.....

สึกแล้วออกทำงานทำการต่อ ไม่ย่นย่อช่วยชาติ-พระศาสนา

พบคนดีสาวเจ้าเข้าวิวาห์ เป็นบิดากำเนิดลูก”โซ่ผูกพัน”

ต้องทำมาหากินทุกถิ่นเขต ทั่วประเทศขอบข่ายย้ายขยัน

ทุกภูมิภาคออก-เหนือ-ใต้ก็ไปกัน ครอบครัวนั้นก็ต้องแยกแตกกระเซ็น

แยกกันอยู่ครู่คราวราวจังหวะ เรียนธรรมะจากชีวิตให้คิดเห็น

พบชั่ว-ดีมีสุข-ทุกข์ลำเค็ญ ชีวิตเป็นเช่นนี้......มีเปลี่ยนแปลง

พ่อ-แม่-ลูกแยกทางต่างกันอยู่ ต้องต่อสู้เพื่อตนทุกหนแห่ง

เพื่อครอบครัวและลูกน้อยค่อยมีแรง เสาะแสวงความก้าวหน้าอุตส่าห์เดิน-.....

จากลูกน้อง....ต้องตำราทำหน้าที่ การงานดีซื่อตรงดั่งหงส์เหิน

ประสาซื่อตัวเราเขาก็เมิน ไต่เต้าเดินไปช้าๆตามท่าที

สุจริตคิดชอบประกอบกิจ ไม่ทุจริตหยิ่งนักในศักดิ์ศรี

นับถือ”ความยุติธรรม”ค้ำชีวี เคารพที่”ความถูกต้อง”ครรลองธรรม

สอพลอใครไม่เป็นเห็นทางยาก แสนลำบากจะได้ชมสิ่งคมขำ

คนเขานับกลับกลอกล่อหลอกนำ ต้องใช้กรรมกันให้หมดสู้อดทน

เติบใหญ่เป็นนายคนก็วนกลับ ต้องบังคับบัญชามุ่งหาผล

ตามหน้าที่รับผิดชอบประกอบตน ไม่จำนนต่อปัญหาสารพัน......

มีลูกน้องมากมายจากหลายแหล่ง ยิ่งหนักแรงน้อมนำไม่ขำขัน

ทำอะไรไม่หนักเท่าคนเรานั้น ต่างจิตกันให้ร่วมงานการปกครอง

กิเลสคนล้นมากยากจะแก้ ต่างคนแล”เห็นแก่ตัว”ทั่วทั้งผอง

ผลประโยชน์โฉดเขลาพอเข้าครอง มืดมัวหมองบังใจ....เห็น-ไม่รู้!!

เกิดเป็นคนทั้งทีนี่แสนยาก ควรบั่นบากอดทนเกิดผลหรู

ต้องศึกษาหาวิชาค้นหาครู ที่ซ่อนอยู่ในกมลของตนเอง!!

คือ”พุทธะ-ผู้รู้-และผู้ตื่น” ใช่ผู้อื่นเจาะจงให้ตรงเผง

“ผู้เบิกบาน”ก็เหมือนเอาของเราเอง ให้รีบเร่งเร็วรุดขุดขึ้นมา......

“จิตวิญญาณ”นั้นหรือ “คือ สติ” ให้ตรองตริเปรียบเปรยเฉลยหนา

“เรือชีวิต”ลำน้อยลอยธารา “จิตวิญญาณ์”ก็คือ “สมอเรือ”

เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจไม่ทำชั่ว ไม่มืดมัวเปิดหนทางสว่างเหลือ

“เป็นความเห็นที่ถูกต้อง”เมื่อล่องเรือ ไม่คลุมเครือแต่แจ่มใสในวิญญาณ

“คือ สัมมาทิฏฐิ”-“สติชอบ” รู้รอบคอบด้วย”ปัญญา”มหาศาล

“คือ รู้ตัวทั่วพร้อม”กลิ่นหอมนาน “ดอกบัวบาน”ห้ากลีบแล้วรีบเดิน!!

“ปัญญา คือ ใบจักรเรือ”เหนือทุกอย่าง จะสรรค์สร้างชีวันน่าสรรเสริญ

ช่วยขับเคลื่อนชีวิตจิตดำเนิน ก้าวเจริญสู่เป้าหมาย”ฝั่งท้ายโน้น”!!

ด้วย”ปัญญาญาณ”ยัง “คือ หยั่งรู้” ติดตามดูรู้เห็นดังเช่นโหร

เมื่อตามดู”รู้แจ้ง”ทิ่มแทงโจร “ไม่รู้”โดนฆ่าตายวายชีวา......

“เมตตา คือ ชูชีพ”เร่งรีบคิด ช่วยชีวิตคนให้พ้นวนสังสาร์

ไม่กินเนื้อสัตว์น้อยใหญ่ไม่บีฑา เกิด”เมตตาบารมี”แต่นี้เลย

“เกิดความคิดช่วยเหลือตนและคนอื่น” ชูชีพชื่นรื่นเริงบันเทิงเหวย

“ได้ดวงตาเห็นธรรม”จำไว้เลย “เมตตาเผยเปิดดวงธรรม”ให้ฉ่ำเย็น

“มรรคแปด คือ พังงา”ช่วยพากาย ที่”ถือท้ายสู่พุทธะ”แล้วจะเห็น-

เครื่องชี้ทิศทางให้ไม่ยากเย็น ให้จิตเห็นช่องทางสว่างไป.......

“มรรค-หนทางสูงส่งมีองค์เจ็ด” เหมือนยอดเพชรนำทางสว่างไสว

ถึงพร้อมชอบด้วยกายา-วาจา-ใจ เห็นภายในที่ลึกลับประทับทรวง

“สามัคคี”ที่แนะ”โซ่และเชือก” อันควรเลือกเอาไว้ใช้คุณใหญ่หลวง

รักชื่นชมสมหวังงานทั้งปวง- จักลุล่วงเป้าหมายถึงปลายทาง.......

จากฝั่งนี้ตั้งความหวังไปฝั่งโน้น ทะเลโพ้นสารพัดที่ขัดขวาง

ไม่ย่นย่อท้อใจในหนทาง “ใบขึ้นกาง””เรือชีวิต”วิ่งติดลม!!

ให้เริ่มต้นแต่วันนี้ไม่มีสาย ทั้งหญิง-ชายจักอำนวยให้สวยสม

ขึ้น”เรือทอง”ของฉันนี้ไม่มีจม สิ้นระทมตัดทุกข์สุขอนันต์

มีหน้าที่ทำอะไรทำไปเถิด สิ่งประเสริฐอย่าชื่นชมพรหม-สวรรค์

ทุกท่านเคยผ่านดี-ชั่วมาทั่วกัน หลงสวรรค์หันเหเสียเวลา.......

สวรรค์-พรหมอายุยืนพันหมื่นปี ไม่เห็นดีมีแต่สุขไร้ทุกขา

ต่างเพลินเพลินหลงใหลในกามา- วจรพามืดล่วงดับดวงธรรม

“ไปนิพพานกันเถิดประเสริฐสุด” ถึง”พระพุทธ-ธรรม-สงฆ์”องค์อุปถัมภ์

“พระรัตนตรัย”ใหญ่ยิ่งสิ่งเหนือกรรม -และเหนือธรรมซาบซึ้งเป็นหนึ่งเดียว

“เรือชีวิต-สู่โลกทิพย์พระนิพพาน” ล่องเลยผ่านพรหม-สวรรค์ไม่หันเหลียว

อบายภูมิตัดขาดประหลาดเชียว “พริบตาเดียวก็แล่นถึงซึ่งนิพพาน”!!

ไปนิพพานไปอย่างไร?บอกให้นิด “เรือชีวิต”จะพาไปให้ศุขศานติ์

ให้อยู่กับ”ตัวรู้”อยู่นานๆ ประตูผ่าน”ลิ้นปี่”หว่างที่กลางทรวง-

แหล่งสะสมบาปกรรม”พระธรรมจักร” หากรู้หลักจักสมใจผลใหญ่หลวง

“ทุกข์-สุขเกิดที่นี่”ไม่มีลวง “ดับทั้งปวงดับที่นี่”-“ลิ้นปี่”เรา......

“ดูลิ้นปี่ที่เดียว”ที่เกี่ยวข้อง “นี่คือมองจิตตน”หลุดพ้นเขลา

“เมื่อเห็นจิต-เห็นพุทโธ”โอ้ตัวเรา เคยมัวเมาก็จะดับหายลับไป!!....

“ดูลิ้นปี่-แผ่เมตตา”อุตสาหะ “เห็นพุทธะ”และทุกอย่างกระจ่างใส

จิตเบิกบานเหมือนแก้วอันแววไว แผ่ออกไป”เมตตา”นั้นทุกวันคืน......

จะนั่ง-ยืน-เดิน-นอนวอนตามดู รู้สึกอยู่ให้แจ่มชัดไม่ขัดขืน

“รักษาศีลห้าขอไว้ให้ยั่งยืน” จิตสดชื่น”สมาธิมั่นเกิดปัญญา”......

“อุปสรรค คือ ครูบา”บูชายิ่ง เป็นของจริงล้ำลึกควรศึกษา

ศัตรูสร้างบารมีมารที่มา มีปัญญาอย่ากลัวแพ้เราแก้ทัน

ถึงเวลาลาไปตามใจสั่ง ดวงจิตตั้งสายพุทธะอรหันต์

ทั้งสองสายก็ล้วนดีมีเหมือนกัน ที่ต่างนั้นตามวาสนาบารมี

“ดอกบัวบานสิบดอก”ออกกลางอก ถึงสิบหก-สิบห้าดอกบอกรังษี

พระโพธิสัตว์ชัดเจนเห็นเด่นดี ตามบารมีอธิษฐานผ่านบำเพ็ญ

พระพุทธเจ้าบานถึงยี่สิบสี่ดอก ทั้งใน-นอกพระพุทธเจ้าที่เราเห็น

สามระดับถึงสัมมาพุทธาเป็น ล้ำสุดเด่นเอกอรหันต์เลิศชั้นเอยฯ

















ดูตนเอง….เพลงนิพพาน



ฐีติญาโณ-ธรรมญาณ



“ดูตนเอง”…..ดูตรงไหน?อย่างไร?เล่า ดูตอนเข้า”สมาธิ”ตรองตริศีล


ตรวจดวงจิตวิญญาณ์ว่าราคิน? ฤๅหมดสิ้นพ้นเหตุกิเลสมาร


“กาย-วาจา”…..ศีลห้ารักษาได้ รวมทั้ง”ใจ”ตัดปลงในสงสาร


“กาย-วาจา”คือ”ศีลนอก”บอกเป็นทาน “ใจ”ของท่านคือ”ศีลใน”รักษ์ให้ดี


“ดูตนเอง”เพ่งอุปจาระ ลุธรรมะ”ทางสายกลาง”หว่างวิถี


ทางดับทุกข์….”อริยมรรค”คนรักดี อยู่ตรงนี้ตรง”ลิ้นปี่”มีที่เดียว!!!


จาก”จุลศีล-มัชฌิมะ-อธิศีล” แขก-ไทย-จีนรักษาได้ให้เฉลียว


ยกขึ้นสู่”ปรมัตถ์”ชัดจริงเจียว แน่นอนเทียวเป็นที่สุดถึง”พุทโธ”!!


รักษ์”ข้างใน”ได้แล้วได้แก้วเพชร “ข้างนอก”เด็ดถอนขุดมนุสโส


ศีลบริสุทธิ์นำชีวิตเป็นจิตโพธิ์ เห็น”ธัมโม”สุกสว่างอยู่กลางใจ!!!


ใช้ศีลห้ารักษาใจรักษ์ได้หมด ถึงหมดจดพบสีทอง”จิตผ่องใส”


“อริยมรรค-อริยผล”หลุดพ้นภัย “จิตเป็นไท”อิสระ…..ปล่อย-ละ-วาง


“ดูลมหายใจ”เข้า-ออกใน-นอกรู้ “ปาณาฯ”ดู….”ห้ามฆ่าสัตว์”ที่ขัดขวาง


ทำชีวิตสัตว์ล่วงไปให้วายวาง ไม่รู้ทางไม่รู้เท่าคือเมามัว


ตัวเรานี้คือคน…..สัตว์ตนหนึ่ง มองให้ซึ้งทุกข์ทนอยู่บนหัว


หากยังหลง…..”ไม่รู้ลม”ตรมเมามัว คือ”ฆ่าตัวเองตาย”วอดวายพลัน


เมื่อ”ขาดลมก็ขาดใจ”ย่อมไม่รู้ ติดตามดู”ลมหายใจ”ให้ขยัน


หาก”ไม่หลงก็ต้องรู้”ทุกครู่ทัน หาก”หลง”พลันก็สิ้นหวัง”ตายทั้งเป็น!!


“ดูความคิด””อทินนาฯอย่าลักทรัพย์” “ให้อยู่กับปัจจุบัน”ขยันเห็น


อย่าส่งไปใน”อดีต”กรีดลำเค็ญ นอกประเด็น”อนาคต”ให้ปลดลอย


อย่าลากมา…อย่าดึงไปให้มันวุ่น อย่าหมกมุ่นเมาดำริ”สติ”ผล็อย


ให้”รู้ตัวทั่วพร้อม”น้อมใจคอย “กาย-ใจ”ค่อย”รวมเป็นหนึ่ง”พึงสังวรณ์


“รู้ที่กายกับใจ”ไปเป็นคู่ “รู้ตัว”อยู่ใน”ใจ-กาย”มิถ่ายถอน


มี”สติ-สัมปชัญญะ”ละนิวรณ์ จิตสุนทร”สมาธินิ่ง”ตริตรอง


“ดูความอยาก””กาเม สุมิจฉาฯ” “ดูตัณหา-อุปาทาน”ผ่านทั้งผอง


รู้”การเกิดแห่งทุกข์”ไร้สุขครอง รู้ครรลองรู้”การดับทุกข์”พับไป


รู้”การเปลี่ยนแปลงแห่งทุกข์”ทุกสถาน “ปัญญาญาณ”เปิดหนทางสว่างไสว


ด้วย”ศีล-สมาธิ-ปัญญา”จักพาไป “รัตนตรัย”””พุทธ-ธรรม-สงฆ์”นำทาง


“ดูสัจธรรม””มุสาฯ”โว”ไม่โกหก” “กลางทรวงอก”หนามขวากหมั่นถากถาง


“พระธรรมจักร”หลักชัยอยู่ใจกลาง “หยุดคิด”พลางแล้ว”นิ่ง”ไม่วิ่งวน


ปากไม่พูด…ใจไม่คิดสนิทนิ่ง “ตัวรู้”จริงยังต้องวาง….ทางสับสน!!


“ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม”ปรุงแต่งแรงทุรน นิ่ง”รู้”จน”หยุดดี-ชั่ว”….”หยุดตัวกรรม”


“อุเบกขา”หยุดปรุงแต่งที่แฝงอยู่ ทุกอณูในดวงจิตคิดถลำ


“พอคือหยุด…หยุดคือพอ”ขอแนะนำ “เข้าถึงธรรม-โลกุตตระ”สละตัว


“ดูดวงจิต””สุราฯอย่าดื่มเหล้า” อย่ามึนเมาไม่หลงปลงในหัว


มี”ตัวรู้”แจ่มใสอยู่ในตัว ไม่เมามัวทั้งชีวิตจิตวิญญาณ์


จนจิตเป็นเอกภาพแล้วเหมือนแก้วใส ละโลกได้ละธรรมนำสุขา


รู้ทั้งโลกทั้งธรรมล้ำโลกา ทรงจิตตา”อริยผล”พ้นทุกข์พลัน!!


จากทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค สายโซ่หักสู่”พุทธะ”ปล่อยละขันธ์


เห็นสายโซ่แห่งทุกข์-สุขพัวพัน ตัวเดียวกัน”รู้รอบคือรอบรู้!!!”


คือ”ผู้ตื่น-ผู้รู้-ผู้เบิกบาน” “พุทธะ”ผ่านทางประเสริฐอย่างเลิศหรู


จาก”รู้ลมหายใจ”ที่ใฝ่ดู เปิดประตูเข้าหลัก”มรรค”หนทาง


เป็นวงกลมลากไปสุดจากจุดเริ่ม- ต้นประเดิมจนรอบแล้วที่แผ้วถาง


มาทับที่”ตัวรู้”อยู่ปลายทาง เริ่ม-ท้ายอ้างข้องเกี่ยว”จุดเดียวกัน!!!”


พบ”ทางออก”สุดท้ายเห็นนั้นเป็น”ผล” “จุดเริ่มต้น”รู้ธรรมนำสุขสันต์


ผู้บรรลุใช่สำเร็จเสร็จกิจพลัน สำเร็จนั้นต้อง”หลุดพ้น”จากวนวัง


คือพ้นจากสังสารวัฏตัดกิเลส “ตัวสำเร็จ-คือตัวรู้”แฝงอยู่หลัง!!!


“อริยมรรค”แปดประการทางผ่านนำ ท่านต้องทำให้เกิดผลด้วยตนเอง!!!


อยากจะรู้อะไรถาม….ใจตอบ จิตรู้รอบจะเฉลยเผยตรงเผง


สิ้นสงสัยในดวงจิตจบกิจเอง ก็จบเพลงนิพพานมีเพียงนี้เอย ....



อุเบกขาพาลอยลิบถึงนิพพาน

เนิน นราธร



“สังขารขันธ์”…..จอมยุ่ง “การปรุงแต่ง “…………


ต้นเหตุแห่ง “กองกิเลส”….เปรต-อสูร…………


มีเกิด-ดับ-เปลี่ยนแปรแลเพิ่มพูน…………


จะดับสูญ “ความยึดมั่น”…..ด้วย “ปัญญา”………..


สังเกตการเกิด-ดับสรรพสังขาร………..


“วิปัสสนาญาณ”ด้วยธรรมเอก “อุเบกขา”………


แล้ว “ยิ้มสู้ “ดูเล่ห์…..”เวทนา”………..


“เป็นธรรมดาของมันเช่นนั้นเอง”………..


จะเจ็บ-ปวดรวดร้าวราวกายแยก…………


กระดูกแตกไม่อาทรนั่งนอนเขลง…………


ล้วน”เกิด-ดับ”…..”รูป-นาม”…..ไปตามเพลง………


จะรู้เอง…….หาก”ตามดู”ทุกครู่คราว………….


“อุเบกขา คือ คุณธรรม์อันสูงสุด “………


“วางเฉย”ดุจไม่อาวรณ์ร้อนหรือหนาว………


ปวดหรือเจ็บ-เหน็บชา…..ทุกคราคราว………


“ยิ้มสู้”ราว…..”ธรรมชาติ”….ปราศตัวตน………


เห็น “ไตรลักษณ์ “เพ่งพิศ……”อนิจจัง “………..


ทั้ง “ทุกขัง “……”อนัตตา “…..หาเหตุผล……….


“สรรพสิ่ง”เป็นเช่นนี้…….เหมือนมีมนตร์………..


“ดับตัวตน-ทุกข์ก็ดับ “……ลงลับไป……….


“พระนิพพาน”….อันเรืองรุ่งทีมุ่งมาด……….


แม้นถึงฆาตปรารถนาได้อาศัย…………


“ขอเกิดเพียงชาตินี้”…..ที่เป็นไป……….


ไม่อาลัยในทุกอย่าง……”ละวาง”เอย…………..

………….8 มิถุนายน 2545 นิพพานะ ปัจจโย โหตุ………………………..



< ดูตนเอง >

เนิน นราธร



ดูตนเอง…….ดู”ลมหายใจเข้า-ออก” ทั้งในนอกตามให้รู้ดูให้เห็น


จากปลายจมูกล่วงลำคอพอเย็นเย็น ตามให้เห็นเข้าสู่ปอดเป็นยอดดี


แลจากปอดออกมาหาจมูก ตามให้ถูกจังหวะประสานศรี


รำลึกรู้ทุกขณะพระกายี “ลมคือชีวิต”เราจงเข้าใจ


ถ้าไม่รู้เท่ากับฆ่าชีวาวาตม์ เพราะพลั้งพลาดไม่มั่นคงจิตหลงใหล


หากไม่หลงก็ต้องรู้อยู่แก่ใจ ลมขาดไปชีวิตก็ปลิดปลง


อยู่กับลมหายใจ….ไว้ตลอด เป็นเยี่ยมยอดศักดิ์สิทธิ์ไม่พิศวง


อยู่กับ”จิต-ตัวรู้”ผู้ยิ่งยง ชีพธำรงเป็นยอดตลอดกาล


ดูความคิด….ตามดูรู้ทุกสิ่ง อย่าเที่ยววิ่งสนานสนุกทุกสถาน


อย่าส่งไปในอดีตกรีดดวงมาน สิ่งที่ผ่านลืมให้หมดอย่าจดจำ


อนาคตมาไม่ถึงอย่าดึงสู่ ให้เราอยู่กับปัจจุบันอันคมขำ


คือ”รู้ตัวทั่วพร้อม”จิตน้อมนำ รู้พระธรรมนอกในทั้งใจกาย


สำคัญสุด”สัมมาสมาธิ” ด้วย”สติ-สัมปชัญญะ”ยอดสหาย


สราญสุขทุกคนพ้นอบาย สู่จุดหมายโลกทิพย์พระนิพพาน


ดูความอยากตัณหา….สารพัด ที่ผูกมัดดวงวิญญาณ์อย่างกล้าหาญ


รู้การเกิดแห่งทุกขะทรมาน รู้ถึงการดับแห่งทุกข์ที่รุกโรม


รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงแห่งทุกขัง เข้าถึงฝั่งใช้”ปัญญา”มุ่งถาโถม


พร้อมศีล-สมาธิ-ปัญญาอุณาโลม เหมือนแสงโคมสว่างไสวกลางใจเรา


นี่คือ”พระรัตนตรัย”อันใหญ่ยิ่ง เหนือทุกสิ่ง”ตัวปัญญา”ฆ่าความเขลา


เพราะ”ปัญญาคืออาวุธ”ขุดรากเหง้า แห่งความเขลาลุ่มหลงปลง-ละ-วาง


ดูสัจธรรม…..นอกในปากไม่พูด ตามขุดขูด”หยุดความคิด”ถูก-ผิดขวาง


หยุดทั้งปากแลความคิดปิดหนทาง รู้แล้ววาง”อุเบกขา”เป็นสามัญ


ดูดิน-น้ำ-ไฟ-ลมพรมปรุงแต่ง “นิ่ง”แล้วแฝงด้วย”ตัวรู้”คู่ขยัน


“พอคือหยุด…หยุดคือพอ”ไม่ต่อกัน “หยุดคิด”พลันหยุดปรุงแต่งพบแสงทอง


ยังชีวิตมีเวลาทำหน้าที่ ทั้งชีพพลีมวลพลังสิ้นทั้งผอง


จิตพุทโธโลกุตตระค้ำประคอง ธรรมคัลลองส่องทางสว่างไกล


ดูจิตตน…..พ้นทุกข์สุขไม่หลง “ตัวรู้”คง”รอบรู้”อยู่ไสว


แล”รู้รอบ”ทางเข้าออกทั้งนอกใน จิตสดใสมีเอกภาพตราบสิ้นลม


สิ้นหวงห่วงดวงจิตเป็นอิสระ คือ”พุทธะ”มรรคอำนวยให้สวยสม

เป็น”โลกะวิทู”ผู้เข้มคม สุดนิยมรู้โลก-ธรรมเลิศล้ำจริง


สี่ข้อทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค สายโซ่หลักข้อสุดท้ายทั้งชายหญิง


จาก”ตัวรู้”….ลมหายใจใฝ่ประวิง วงกลมวิ่งลากไปนอกในเวียน


เกิดทุกข์สุข….รู้รอบแลรอบรู้ จากประตูทางเข้าเฝ้าหันเหียน


สู่ทางออกจุดสุดท้ายที่ว่ายเวียน หยุดกงเกวียนหยุดท่องเที่ยวจุดเดียวกัน


จุดสุดท้ายไปถึงจิตผลิตผล นิรมลอริยอรหันต์


มรรคแปดแลผลหนึ่งถึงสามัญ สำเร็จพลันหลุดพ้นวนวัฏฏา


ดู-ทดสอบตนเองเร่งเข้าเถิด จักประเสริฐสมหวังสิ้นกังขา


ผู้รู้ย่อมให้เกียรติกันอนันตา ด้วย”พุทธา”แลนิพพานประทานพร ฯ



**รักจากใจฉัน ณ วันนี้**



เนิน นราธร



“รักจากใจ”ไม่ลืมปลื้มหัวอก หนีนรกปลื้มใจไปสวรรค์

เป็น”รักแท้”ปลื้มใจไปด้วยกัน “นิพพาน”พลันเลิกเกิดประเสริฐนัก

โลกมนุษย์เรานี้มีแต่ทุกข์ ที่โรมรุกเร้าทรวงให้หน่วงหนัก

อันเกิดแก่เจ็บตายเบื่อหน่ายนัก เรื่องความรักทุรยุคช่างทุกข์ทน

เมื่อมียศก็เสื่อมยศลดลงได้ มีลาภแล้วเสื่อมลาภไปไม่ฉงน

เมื่อมีสุขก็มีทุกข์ในสุขปน มีสรรเสริญก็ไม่พ้นคนนินทา.....

ขอชวนเธอไปสู่”แดนอริยะ” ด้วยการละตัด”วิจิกิจฉา”

สิ้นสงสัย”พระไตรรัตน์”เป็นอัตรา ถือ”ศีลห้า”บริสุทธิ์ประดุจเดือน

ตัด”ร่างกาย”ตัวเดียวเคี่ยวให้หนัก เลิกความรัก”กายา”เฉกพร้าเฉือน

ตัด”ขันธ์ห้า”ให้ขาดลงอย่าหลงเลือน เมื่อจิตเคลื่อนดับลงตรง”นิพพาน”

แม้ไม่ขาดยังประโยชน์สังโยชน์สาม ยังงดงาม”อริยะ”จิตประสาน

สู่”พระโสดาบัน”นิรันดร์กาล ไม่เนิ่นนานก้าวต่อไม่ท้อใจ.......

แล้วมานะตัดต่อไปให้ละเอียด ละไมละเมียดตัดปลงที่สงสัย

“เพ่งซากศพ”เน่าหนอนที่ชอนไช “รูปกาย”ไซร้เร่งรัด”วิปัสสนา”

สู่”พระสกิทาคามี”ผล สติตนไม่คลายคลาดวาสนา

มีโกรธเกลียดรักคงน้อยลงมา “อานาปาฯ”เป็นยอดตลอดกาล.......

สู่”พระอนาคามี”มั่น”กามฉันทะ” ต้องเลิกละลุ่มหลงในสงสาร

ตัด”รูปกาย-ขันธ์ห้า”สมาทาน เร่ง”อสุภกรรมฐาน”ด้านอารมณ์

เบื่อกามคุณ-ร่างกายนึกหน่ายยิ่ง เบื่อทุกสิ่ง”โกธะ”สิ้นสะสม

“อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา”รมณ์ ไม่ชื่นชมทุกสิ่งอย่างจริงจัง

แล้วมุ่งสู่”แดนอรหันต์”อัน”นิพพาน” ตัด”รูปฌาน”ตัด”มานะ”สู่”อรหัง”

เลิกถือตัว-ถือตนพ้นรักชัง “อรูปัง”-ราคะก็ละทิ้ง!!

สุดท้ายตัด”อวิชชา”มา”วางเฉย” แล้วชื่นเชย”ปัญญา”แกร่งกล้ายิ่ง

ก้าวเข้าสู่”รู้เห็นตามเป็นจริง” นี่คือสิ่งสูงสุดแห่ง”พุทโธ”.......

สู้มานะพยายามปฏิบัติ สารพัดทำที่สุดมนุสโส

เขาว่าเพี้ยนฉันก็ขำยำใหญ่โต อพิโธ่....มัวงมอยู่จะรู้ไง?

ขอพินิจพิจารณาปัญญาเลิศ สุขประเสริฐเช่นนี้มีที่ไหน?

เลิกเกิดแก่เจ็บตายสบายใจ อยู่”เหนือโลก”ผ่องใสนิรันดร.......

ขอตั้งจิตอธิษฐานนิพพานมุ่ง ให้เรืองรุ่งจนตายไม่ถ่ายถอน

โลกมนุษย์สุดสลดหมดอาวรณ์ ไม่อาทรแดนเทวาหรือว่าพรหม

สู่โลกทิพย์”นิพพาน”ที่หวานชื่น ระเริงรื่นด้วยธรรมะเคล้าผสม

เป็นแดนธรรมอมตะอภิรมย์ ขอชื่นชมวิมานนิพพานแพรว.....

เมื่อกายพังหวังพระพุทธะช่วย เอื้ออำนวยพบผ่านวิมานแก้ว

มโหฬารเพชรแก้วพราวส่องวาวแวว ต่างล้วนแล้ว”พระอรหันต์”กันทุกองค์

“พระพุทธเจ้า”งามเด่นเป็นประธาน ทิพย์วิมานกว้างใหญ่น่าใหลหลง

“พระสารีบุตร””พระโมคัลลาน์”ขวาซ้ายองค์ เสด็จลงโปรดสัตว์นิทรรศนา

“ทรงนิพพาน”ด้วยฉัพพรรณรังสี พระรัศมีกว้างไกลในเวหา

เลิศวิไลในจักรวาลา ขอบูชาพระพุทธองค์ผู้ทรงธรรม

พระเมตตา-กรุณาจะหาไหน ทั้งสามโลกเกริกไกรใจดื่มด่ำ

พระบริสุทธิคุณช่วยหนุนนำ รสพระธรรมดับไฟให้ร่มเย็น

ขอยึด”พระรัตนตรัย”ไว้เป็นหนึ่ง “ศีลห้า”ตรึงแน่วแน่ด้วยแลเห็น

ตัด”ขันธ์ห้า”เช้ายันค่ำเพราะจำเป็น ยึด”นิพพาน”สวยเด่นไม่เว้นเอย ฯ


บัวบาน ณ สุขาวดี
Buaban_bkk@hotmail.com









 

Create Date : 01 กันยายน 2549    
Last Update : 7 กันยายน 2549 15:05:31 น.
Counter : 148 Pageviews.  


Valentine's Month


 
Sukhawadee
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




พุทธจิตธรรมญาณ แสงทิพย์อริยธรรม
บ้านฉัตรไชย กรุงเทพฯ
สถาบันแสงทิพย์อริยธรรม
02-9707986,085-1637455
อีเมล์ buddhajitdhammayan@gmail.com
New Comments
Friends' blogs
[Add Sukhawadee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.