เวลามีไว้ให้เรา เดินไปพร้อมกับมันและ ทำตัวเองให้มีความสุขไปขณะที่เราเดินไปตามเวลา
Group Blog
 
All blogs
 

อลวนรักหนุ่มขี้เก๊ก # 13

วันสิ้นปี

นนนี่รีบมาถึงบ้านไข่ตุ๋นตั้งแต่บ่ายกว่า เพราะต้องเตรียมของและอาหาร
การกินสำหรับเลี้ยงปีใหม่ของพวกพี่ๆก๊วนตีแบด

ที่จริงนนนี่อยากจะมาแต่เช้าด้วยซ้ำแต่ไข่ตุ๋นบอกว่าต้องพาแม่ไปวัด
เธอจึงเตรียมของบางส่วนอยู่ที่บ้านและมาถึงในช่วงบ่าย วันนี้นนนี่ดูสวย
น่ารักและหวานมากเป็นพิเศษ เธออยากสร้างความประทับใจให้ไข่ตุ๋น
ตั้งแต่แรกเห็น ก็แน่ละ ไข่ตุ๋นเห็นเธอแค่วันตีแบดในชุดตีแบดและชุดทำ
งานที่ใส่มาก่อนจะตีแบด วันอื่นๆที่เจอกันก็ดูเหมือนจะเป็นวันธรรมดาเกิน
ไปที่จะสวยเริ่ด

“พี่ตุ๋นค่ะ นนนี่ว่ามุมหนังสือที่บ้านพี่ก็น่าจัดเป็นโซนชิลปาร์ตี้ได้นะคะ”
“อืม มันแคบไปอยู่ชั้นสองด้วย มันจะลำบากนะ พี่ว่าลานหน้าบ้านดีกว่ามี
น้ำตก และสนามหญ้า จะปิ้งบาร์บีคิวก็สะดวก”

“อุ้ยจริงด้วยค่ะ นนนี่ลืมไป แค่คิดว่าตรงนั้นไฟสวยโรแมนติกดี เหมาะกับ
คู่รัก”
“ปีใหม่นะ คู่รักไหน”
“เราไงคะ อิอิ” นนนี่ทำหน้าทะเล้นใส่ พูดเป็นเชิงแกล้งหยอกไข่ตุ๋น
แต่ไข่ตุ๋นเหมือนจะไม่ได้ยิน เพราะเดินไปไกลแล้ว

ทั้งสองช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ชั่งเป็นวันที่มีความสุขมากสำหรับนนนี่ที่
ได้มีโอกาสใกล้ชิดและสร้างสัมพันธ์ให้เธอกับไข่ตุ๋นได้เดินหน้ามากขึ้น

ด้านอั้มที่กระวนกระวายใจ อยากจะถามไข่ตุ๋นเรื่องที่เขาไม่ยอมพูดแก้ตัว
อะไรกับทางบ้านนั้น มันทำให้เธอเสียหายอยากถามให้รู้เรื่อง ใจนึงอั้มก็
เป็นเหมือนหญิงสาวทั่วไป วันสิ้นปีก็อยากได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่ตัวเองรู้สึกดี
ด้วย เธอจึงสับสนจนต้องออกมาเอง มาตามหัวใจ

ขณะที่รถของอั้มจอดอยู่ริมรั้วบ้านของไข่ตุ๋น เธอสังเกตุเห็นรถยนต์จอดอยู่
ในบ้านของไข่ตุ๋นแล้ว แต่ไม่ใช่ของไข่ตุ๋น รถใครกัน ยังไม่เย็นนิหน่า แล้ว
เราจะคุยกับพี่ตุ๋นได้ไหม๋ อั้มคิด

อั้มลงจากรถและได้ยินเสียงหยอกล้อหัวเราะสนุกสนานของชายหญิงคู่
หนึ่ง เสียงผู้ชายเธอจำได้ดี ไข่ตุ๋นนั่นเอง ผู้หญิงล่ะ ใคร? แฟนรึ เขามี
แฟนแล้วไม่บอกเรารึ นี่เป็นเหตุผลที่เขาไม่ชวนเรามารึ ความคิดเริ่มไหลเข้าสมองอั้มมาเรื่อยๆ มันเริ่มเยอะขึ้นทุกทีที่ก้าวขาเดิน

อั้มได้เห็น สิ่งที่เธอไม่คาดคิด ชายที่เธอชอบและกำลังพยายามหาคำ
ตอบอยู่ว่า มันคืออะไรกันแน่กับความรู้สึกนั้น กับนนนี่ หญิงสาวน่ารักที่เธอ
เห็นอยู่ในคอร์ดแบดประจำ กำลังช่วยกันจัดเตรียมงานเลี้ยง

ภาพที่เห็นมันเหมือนกับว่า สองสามีภรรยากำลังช่วยกันเตรียมของเพื่อรอ
เลี้ยงปีใหม่เพื่อนๆ

อั้มยืนนิ่งอยู่นับสิบนาที ดูภาพที่เธอไม่อยากเห็นที่สุด และโดยบังเอิญ

“อุ้ยพี่ตุ๋น นนนี่เจ็บตาค่ะ อะไรไม่รู้เข้าตา”
“ไหนพี่ดูซิ”

ไข่ตุ๋นวางของและเข้าไปดูตาของนนนี่ เหตุการณ์ธรรมดาสร้างน้ำตาให้อั้ม
ได้ เพราะจากมุมที่อั้มยืนอยู่ อั้มไม่ได้ยินคำพูดชัดเจนมากหรอก แต่มุม
นั้นมันทำให้เห็นภาพเหมือนไข่ตุ๋นเข้าไปบรรจงจูบนนนี่ ทั้งที่เป็นบริเวณหน้า
บ้านอย่างนี้

“ไอ้ผู้ชายบ้า มักมาก” อั้มสบถกับตัวเองแล้วรีบวิ่งขึ้นรถขับออกไปทันที

ไข่ตุ๋นได้ยินเสียงเครื่องยนต์ จึงเงยหน้าขึ้นมองทันพอดีที่จะเห็นอั้มขับรถ
ออกไปจากหน้าบ้านเขา อย่างรวดเร็ว

น้ำตา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้ใครที่ได้เห็นมันรู้สึกได้ถึงความเศร้าความ
เสียใจ อั้มขับรถออกไปทั้งน้ำตา เธอสับสน เธอว้าวุ่นใจจนทำอะไรไม่
ถูก ทำไมกัน ทำไมพี่ไข่ตุ๋นต้องเป็นอย่างนี้ ที่ผ่านมาเขาไม่ได้จริงใจกับ
เราเลยรึ อั้มนึก

“ทำไมมมมมมมมมม” เสียงตะโกนดังรถพร้อมทั้งน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา
ไม่หยุด อั้มเศร้าเหลือเกิน

ไข่ตุ๋นเดินไปที่โทรศัพท์ของเขาและเปิดขึ้นดู เกือบสิบสายที่อั้มโทรมา
แต่เขาไม่ได้รับ เพราะปิดเสียงไว้แล้วลืมเปิดตั้งแต่ที่วัด

ไข่ตุ๋นพยายามโทรกลับไปหาอั้ม อยากรู้ว่าทำไมมาหาไม่ยอมเข้ามา
และที่โทรมามีอะไรกันแน่ เขาเริ่มกังวลใจ

อั้มไม่รับสาย เพราะไม่ได้ยิน เวลาเสียใจอั้มมักจะเปิดเพลงเสียงดังมาก
จนไม่ได้ยินเสียงใดๆ ทั้งสิ้น อั้มต้องการปลดปล่อยมันช่วยให้อั้มผ่อนคลายได้บ้าง

อั้มขับรถมาจอดหน้าบ้านไอ้ปุ่นเพื่อนรัก แต่ยังคงทำใจไม่ได้ อั้มนั่ง
ร้องไห้อยู่ในรถ จนปุ่นสังเกตุเห็นรถอั้มที่จอดอยู่

ปุ่นตกใจและเคาะกระจกรัวให้อั้มเปิดประตู
“ไอ้อั้มแกเป็นอะไรวะ แก เปิดสิ เปิดประตูออกมาคุยกัน”
อั้มหันมาเห็นเพื่อนรัก น้ำตาที่เกือบหยุดไหลแล้ว ก็เพิ่มขึ้นมาอีก ประตู
เปิดออกและอั้มก็โผล่เข้ากอดเพื่อนรัก

“ไอ้ปุ่น เค้าอ่ะ ฮือ เค้า ฮือออออออ”
“เดี๋ยวไอ้อั้มแก อะไร เค้าไหน ใจเย็นๆ ก่อน ค่อยๆพูด”

“ก็ ก็ ....พี่ตุ๋นอ่ะ แกชั้นไม่ไหวแล้ว”
“เออ พอก่อนเข้าบ้านก่อนแก เงียบซะ ค่อยๆ คิด”
ปุ่นปลอบใจอั้มเป็นการยกใหญ่ หลังจากพาเข้ามาบ้านแล้วอั้มก็เหมือนจะ
มีสติขึ้น

“ว่ามา ไหนพี่ไข่ตุ๋นของแกเขาเป็นยังไง แกถึงฟุ้งขนาดนี้เนี๊ยะ”
“คือ ชั้นไปเจอเขามาตอนเช้าที่วัด ชั้นก็กะว่าจะชวนเขาไปนับถอยหลัง
กันที่ข้าวสาร ที่ชั้นนัดแกไว้ แต่เขาชิงบอกก่อนว่ามีงานเลี้ยงกะเพื่อนๆ
ที่บ้าน แต่เขาไม่ได้ชวนชั้นว่ะแก”

“เออแปลกว่ะ”
“แต่ชั้นก็ไม่ได้อะไร แต่แม่เขาน่ะซิดันเข้าใจผิดเรื่องชั้น ชั้นเลยอยาก
โทรไปต่อว่าเขาน่ะ เขาไม่รับสายชั้นว่ะ ชั้นเลยไปหาเขาที่บ้านแทน”
“เฮ้ย อั้ม แกรู้ตัวป่ะว่าแก เยอะว่ะ”
“อะไร เยอะ”
“ก็รู้สึกกับเขาไง แกไม่เคยเป็นอะไรแบบนี้นะ ดูสับสน ดูว้าวุ่นใจ แกรู้ตัว
รึเปล่า ว่าแกรักเขา เข้าแล้วน่ะ”

อั้มนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร สีหน้าเหนื่อยอ่อนจากการร้องไห้ เธอยอมรับ
กับเพื่อนแต่โดยดี

“แค่นี้เหรอ ฉันว่ามันมีอีกนะ ไม่งั้นแกไม่วิ่งหนีร้องไห้ และเยอะได้ขนาด
นี้หรอก”

“ก็ชั้นเห็นเขาอยู่กับสาว และก็ เอ่อ ........จูบกัน”
“ฮะ จูบกัน แกตาฝาดมั้ง กลางวันอยู่เลยนะ”
“โหแก ชั้นยังไม่แก่นะเว้ย หน้าบ้านเลย จะให้ชั้นคิดยังไงวะ”
“ชั้นว่าแกน้อยใจที่เขาไม่ชวนมากก่า อย่าคิดมาก ไปล้างหน้าชั้นว่าพวก
ไอ้แมนมันรออยู่ข้าวสารแล้ว ชั้นขับรถเอง แกเชิญเป็นคุณนายเลยวันนี้”

ไข่ตุ๋นเริ่มว้าวุ่นใจมั่งแล้ว เขานั่งอยู่ไม่ติดที่ “อั้มเป็นอะไรนะ” เขาคิด
ที่เขาไม่ได้ชวนเพราะคิดว่า อั้มน่ะคงไม่สนุกเท่าไปเที่ยวกับเพื่อนของตัว
เอง และอีกอย่าง คงเป็นความผิดเขา เขาเกรงใจนนนี่ ถึงเขายังไม่ได้คิด
อะไรกับเธอ แต่เขาก็รู้ว่านนนี่รู้สึกยังไงกับเขา การทำร้ายน้ำใจกันใจขณะ
ที่เขาก็ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกใคร มันเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น

โทรศัพท์ดังหลายครั้ง จนไข่ตุ๋นเริ่มท้อ เขาอยู่ไม่สุขและดูเหมือนจะไม่
สนุกสนานกับงานเลี้ยงเหมือนเคยที่ผ่านมา
สาวปุ่นลากอั้มไปถึงร้านจนได้ ร้านบางกอกบาร์ที่อยู่ในซอยเยื้องๆ กับ
ถนนข้าวสาร เป็นร้านสไตน์ฮิบฮอบซึ่งเป็นร้านประจำที่เพื่อนๆแก๊งค์อั้มมัก
มาด้วยกันบ่อยๆ

“ไงวะไอ้ปุ่น ทำไมมาช้า”
“ก็ไอ้นี่งัย กว่าจะยอมออกจากบ้าน”
“เป็นอะไรวะไอ้อั้ม ตาบวมๆ”
“มันอกหักว่ะ วันนี้ดูแลมันหน่อยนะ”
“ฮะ ไอ้อั้มนี่นะ แกบ้าแล้วไอ้ปุ่นมันเคยรักใคร้”
“ไม่เชื่อก็ดูมันกินเหล้าสิ ดูซะ”
“เฮ้ยไอ้อั้มช้าๆ เดี๋ยวจะไม่ได้นับถอยหลังนะเว้ย”
อั้มไม่สนแล้ว ตอนนี้เริ่มกินเหล้าหยั่งกะน้ำเปล่า ไม่นานตาอั้มก็เยิ้ม
และยิ้มหวานซะมากมาย

ปุ่นและเพื่อนๆ สนุกสนานกันเต็มที่ บรรยากาศฮิบฮอบที่ทุกคนชอบกับ
ความสุขในวันสิ้นปี แผ่กระจายไปทั่วบางกอกบาร์ แม้แต่อั้มที่เคลียดๆ
ก็ยิ้มแย้มขึ้นมาได้บ้าง

“ไอ้ปุ่นไปห้องน้ำก่อนนะแก” อั้มเดินโซเซไปห้องน้ำ
เสียงโทรศัพท์อั้มดังอีกครั้ง แต่อั้มฝากมันไว้ที่ปุ่น
“ฮัลโหลค่ะ”
“ฮะ อั้มเหรอ พี่ไม่ค่อยได้ยิน”
“ป่าวค่ะ นิปุ่น ไอ้อั้มมันไปห้องน้ำ”
“เหรอ อยู่ไหนละครับ คุณปุ่น”
“อ่อ ข้าวสารค่ะบางกอกบาร์ กำลังได้ที่ นี่คุณไข่ตุ๋นรึป่าว มีอะไรคะ”
“คือผมโทรหาอั้มเค้าแล้วไม่เห็นรับสาย ผมเห็นเขามาที่บ้านน่ะครับแต่ยัง
ไม่ได้คุยกันเลย เลยเป็นห่วงเขา”

“อ่อง่ายนิดเดียว คุณไข่ตุ๋นมารับอั้มสิค่ะ เนี๊ยะมันเมามากเลย อยากได้
คนไปส่งพอดี” ปุ่นวางแผนให้เพื่อนได้คืนดีกัน เท่าที่ดูคุณไข่ตุ๋นนี่เขาก็
ดูเหมือนจะชอบอั้มและเป็นห่วงมันดี น่าจะมีอะไรเข้าใจผิดกัน

“ครับเดี๋ยวผมจะออกไปเลยคงถึงประมาณอีก 1 ชั่วโมง น่ะครับ ฝากคุณ
ปุ่นดูแลอั้มไปก่อนนะครับ”
“อั้มมันเพื่อนชั้นนะคุณ ไม่ต้องห่วง แค่นี้นะคะ”
ปุ่นรีบวางสายเมื่อเห็นอั้มกลับมา แผนจะแตกหากอั้มรู้ว่าใครโทรมา
เราต้องรีบให้มันเมากว่านี้โดยด่วน ปุ่นยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ไอ้อั้ม แก ตื่น มีคนมารับแล้ว”
“ฮะ ไรนะ ใคร แกไม่ส่งช้านเหรอ”
“เออแกกลับไปเถอะ ชั้นก็เมาวะ ขับรถไม่ไหวต้องให้ไอ้แมนมันไปส่ง
เหมือนกัน”
อั้มไม่ตอบหลับต่อ และดูเหมือนจะไม่ตื่นอีกคืนนี้

ไข่ตุ๋นเดินเข้าประตูร้านมา พยายามมองหาอั้ม แต่คนก็เยอะจนตาลาย
ปุ่นสังเกตุเห็นจึงเดินมาตาม
“ลุง ทางนี้ค่ะ”
“ฮะ เรียกใครลุง”
“อ้าว ก็ลุงไง มารับไอ้อั้มไม่ใช่เหรอ ฮะๆ ล้อเล่นค่ะพี่ ไอ้อั้มหลับอยู่ตรงนั้น
อ่ะ มีแรงพออุ้มมันไปได้มั๊ยค่ะ”
“เมาขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ค่ะ มันเฮิร์ท มั้ง หึหึ” ปุ่นส่งสายตายิ้มแบบเจ้าเล่ห์อีกแล้ว ดูเหมือนวันนี้
ปุ่นจะเป็นจอมวางแผนตัวจริง

ไข่ตุ๋นเดินไปหาอั้ม พยายามปลุกอั้มและพูดด้วย แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะ
ไม่ยอมแม้แต่จะลืมตามามองว่าใครคือคนที่มารับเธอกับบ้าน

ไข่ตุ๋นไปอั้มมาส่งถึงห้อง ที่แม้จะมาหลายทีแล้วแต่เขาก็ไม่เคยมีโอกาส
ได้ขึ้นมาส่ง อั้มที่ดูเหมือนจะมีสติเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ถูกแบกขึ้นหลัง
ขึ้นมาส่งถึงห้อง โชคดีที่ในกระเป๋าของอั้มมีทั้งการ์ดเข้าตึกและกุญแจที่
มีเลขห้องติดอยู่ทำให้ไข่ตุ๋นสามารถเดินแบกอั้มไปส่งได้ถูกห้องโดยไม่
ต้องเสียเวลาหา

เมื่อไปถึง ก็ทันเวลาพอดีที่อั้มอยากจะอ้วกแต่ไม่ทันเวลาที่จะพาอั้มเข้า
ไปถึงห้องน้ำ อั้มทำเสื้อไข่ตุ๋นเลอะซะแล้ว

ไข่ตุ๋นต้องพาอั้มเข้าห้องน้ำและใช้น้ำฉีดตัวอั้มล้างตัวก่อนจะพาอั้มไป
เปลี่ยนชุดอย่างทุลักทุเล เพราะต้องเตรียมชุดให้แล้วปิดไฟ เพราะไม่อยาก
จะล่วงเกินอั้ม แต่ก็ไม่สามารถให้อั้มนอนทั้งตัวเปียกได้

“เฮ้อทำไมต้องกินซะมากมายขนาดนี้ด้วย” ไข่ตุ๋นบ่นไปและเช็ดตัวให้อั้มไป
“อั้มตื่นเถอะพี่อยากถาม เรายังไม่ได้คุยกันเลยนะ ทำไมอั้มถึงไม่เข้าไปหา
พี่ แล้วทำไมต้องเมาขนาดนี้”
“อือ อือ อารายยยยย” อั้มละเมอตอบ
“งั้นพี่กลับก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะ” ไข่ตุ๋นเห็นอั้มนอนอย่างสบาย
แล้วก็คิดที่จะกลับบ้าน เพราะคงคุยอะไรกันไม่รู้เรื่อง แต่ก่อนที่ไข่ตุ๋นจะ
เดินไปถึงประตู อั้มก็ละเมอออกมา
“พี่ตุ๋นใจร้ายอ่ะ อั้มเสียใจ ไม่รักเราแล้วมาทำแบบนี้ทามมายยยย มีแฟน
แล้วก็ไม่บอก” แล้วน้ำตาอั้มก็ไหลมาทั้งที่ยังหลับอยู่ ไข่ตุ๋นมองดูเธออย่าง
เป็นห่วง มือที่แสนอบอุ่นลูบหัวอั้มเบาๆ ช่วยให้อั้มผ่อนคลายความเครียด
ได้

“อั้มรักพี่นะ พี่ตุ๋น”
คนเราเวลาละเมอมักชอบหลุดพูดสิ่งที่เก็บไว้ในใจมาตลอด ไข่ตุ๋นได้แต่
ยืนงง แต่เขาก็รู้สึกดีใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน เขาเดินออกจากห้องไปพร้อม
กับรอยยิ้ม เวลาเลยเที่ยงคืนไปแล้ววันนี้ชั่งเป็นปีใหม่ที่แสนสุขและเริ่มต้น
ได้ดีจริงๆ เขาคิด

ในบางครั้งเวลาก็คงเป็นเรื่องที่ทำให้อะไรหลายๆ อย่างลงตัวอย่างเหมาะ
สม และความรักที่มั่นคงมักมีเวลาเข้ามาเป็นตัวแปรหลักในการพิสูจน์รักแท้

อั้มตื่นขื้นมาในตอนเช้า และรู้สึกว่าตัวเองปวดหัวอย่างหนัก วันนี้ฉันต้อง
เดินทางไปเที่ยวกับครอบครัว อั้มคิด แล้วเมื่อคืนกลับมาได้ยังไงหว่า

โทรศัพท์หาไอ้ปุ่นดีกว่า
“อ้าวเฮ้ยโทรศัพท์หายไปไหนวะ ใช้เบอร์บ้านก็ได้นิหว่า” ยังไม่ทันที่อั้ม
จะโทรก็มีเสียงโทรเข้าดังมาก่อนแล้ว
“ฮาโหล อั้มค่ะ”
“อ่าว ก็ต้องเป็นแกสิเจ้าอั้ม ห้องแกนิหว่า”
“อ่าว อะไรพี่โก๋เองรึ มีไร”
“อะไร ถามได้ อะไร ชั้นมาจอดรอแกนานแล้วนะเว้ย โทรไปโทรศัพท์แก
ก็อยู่ที่ไอ้ปุ่น เมื่อคืนแกไปไหนมา แล้วนิเพิ่งตื่นเหรอ รีบเก็บของแล้วลง
มาเร็วเลย แม่รอนานแล้วนะ”
“เออ ๆ ยาวเชียว ขอ 10 นาทีนะ กระเป๋าอ่ะเก็บไว้นานแล้ว”
อั้มเดินทางไปเที่ยวกับครอบครัว 4 วัน ชั่งเป็นการท่องเที่ยวที่เงียบสงบ
ดีจริงๆ เพราะอั้มไม่ได้เอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย มันอยู่ที่เจ้าปุ่นเพื่อนรัก
ตัวแสบ ที่ตอนนี้หูอื้อมาก เพราะต้องมาคอยรับโทรศัพท์ของอั้มแทน

คนที่กระวนกระวายกลายเป็นไข่ตุ๋นแทน เพราะไม่สามารถติดต่ออั้มได้
ทำให้เรื่องที่เขาอยากจะรู้ อยากจะถามอั้ม ไม่ได้รับคำตอบ

อั้มสนุกสนานกับการเป็นตากล้องให้หลาน พี่ ป้า น้า อา มาก เพราะเธอ
ไม่ชอบถูกถ่ายรูปมากกว่า ความสุขในครอบครัวทำให้อั้มลืมทุกสิ่งที่ไว้
เบื้องหลัง เรื่องส่วนตัวมักมาทีหลังครอบครัวเสมอ มันคือ “คอนเซ็ปการใช้
ชีวิตของอั้ม”

“ไง ไอ้อั้มเพลินเชียวนะ พี่ว่าตอนสาย จะไปนวดสปากะแม่ แกไปป่าววะ”
“ถามทำไม ไปอยู่แล้ว ของชอบ พี่โก๋เลี้ยงช่ายป่ะ”
“ตลอดแหละแก เมื่อไหร่จะมีแฟนซะทีวะ จะได้มีคนดูแลแทนชั้น”
“แหม๋ ดูแล กล้าพูดเนอะ”
“แม่ว่าอั้มมันมีแล้วนะโก๋”
“เฮ้ยแม่ ไม่ใช่บอกแล้วไงเขาเข้าใจผิดกัน”
“ยะ พูดกะแม่นะ เฮ้ยเหรอ”
“ขอโทษคร๊าบบบบ แม่”
“โก๋ดูน้องสาวแก อยากเป็นน้องชาย”
“มันตลอดแหละแม่ โก๋ล่ะเบื่อ”
อั้ม พี่โก๋ และแม่ไปสปากันอย่างแสนสำราญ ครอบครัวนี้ชอบนวด
เหมือนกันหมด โก๋จะเลือกที่ซาดิสหน่อย ขอเจ็บๆ ส่วนแม่และอั้มจะชอบ
นวดบำรุงผิวด้วยการขัดสมุนไพรสด และนวดน้ำมันอโรม่า 4 วัน กับครอบ
ครัวแสนสุขผ่านเป็นอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีก็กำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ
เมืองฟ้าแล้ว

บางทีการได้หลบเรื่องวุ่นๆ ในเมืองกรุง ไปผ่อนคลายกับธรรมชาติก็เป็น
เหมือนการได้ชาร์ตแบตให้ตัวเองมีไฟพร้อมที่จะกลับมาสู่ต่อ มีแรงทำงาน
มีแรงคิดงานที่สร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้กับองค์กร

ส่วนในบางคนที่มีเรื่องวุ่นๆ ทางจิตใจ ก็คงต้องกลับมาเคลียร์ใจของตัวเอง
ให้สดใสขึ้นมาพร้อมที่จะเดินทางตามเส้นทางรักต่อ หรือเปลี่ยนเป็นทาง
เดินด้วยเส้นทางลำพังกันต่อไป ชีวิตไม่มีอะไรที่แน่นอน แต่ชีวิตก็จะเป็น
ไปตามที่เราเลือกเสมอ

ติดตามต่อฉบับหน้าค่ะ




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2554 16:48:20 น.
Counter : 265 Pageviews.  

อลวนรักหนุ่มขี้เก๊ก # 12

คอยเติมรัก

เวลามันชั่งผ่านไปรวดเร็วจริงๆ วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสิ้นปีแล้ว คงเป็นเวลา
เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่อั้มไม่ได้เจอหน้าไข่ตุ๋นเลย เขาไปไหนนะ ทำไมที่
คอร์ดแบดที่น่าเจอกัน เพราะมีวันที่ตรงกัน 1 วัน แต่อั้มก็ไม่เคยเห็นไข่
ตุ๋น

คิดๆ ไป อันนี้อาจเป็นข้อเสียของอินเตอร์เน็ตก็ได้ เพราะอั้มและไข่ตุ๋น
ติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ตทุกวัน ถึงแม้จะยุ่งมาก อย่างน้อยก็ได้ทักสวัสดี
ตอนเช้ากัน มันจึงทำให้ไข่ตุ๋นซึ่งเป็นผู้ชายที่ออกจะไม่ค่อยคิดอะไรมาก
มายรู้สึกเหมือนเขาได้เจออั้มแล้วทุกวัน และงานมันก็ยุ่งจนทำให้เขาไม่มี
เวลาปีกตัวไปไหน

อั้มก็รู้สึกคล้ายๆ กันไข่ตุ๋นคือ เหมือนได้เจอกันแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่ด้วยความเป็นผู้หญิง และเธอก็มักมีหนุ่มๆมาแจกขนมจีบบ่อยๆ ทำให้
เธอนึกน้อยใจไข่ตุ๋นอยู่บ้างที่หายหน้าไปไม่มาทำหวานไปไหนมาไหนด้วย
เหมือนก่อน

หากอั้มได้รู้ว่าความจริงแล้ว ไข่ตุ๋นยุ่งแต่เขาก็มีนนนี่มาคอยทำคะแนนด้วย
การอำนวยความสะดวกสบายเรื่องอาหารการกิน และคอยแวะเวียนมาหาที่
บ้านเป็นประจำ ทำให้ไข่ตุ๋นซึ่งเคยอยู่ว่างๆ ดูเหมือนจะไม่ว่างไปซะงั้น

ด้วยงานที่ยุ่งและการมีนนนี่แวะเวียนมาหา ทำให้ไข่ตุ๋นซึ่งไม่เคยกล้าปฎิเส
ธสาวน้อยน่ารัก นั้นนิ่งเฉยและปล่อยตัวตามสบายเกินไป

ไข่ตุ๋นเดินกลับเข้าบ้าน ด้วยท่าทางที่ง่วงเต็มที วันนี้เขาต้องไปหาลูกค้าข้าง
นอกขับรถทั้งวันจนอยากจะเข้านอนสุดฤทธิ์ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ขัด
จังหวะการหาวของเขา

“หวัดดีครับ ว่าไงหายไปเลยนะอั้ม”
“อ่อ มันยุ่งค่ะ วันนี้ไม่เห็นออน ไปข้างนอกรึ”
“อืม ทั้งวันเลยง่วงชะมัด มีไรป่าว”
“เหรอ ป่าวหรอก แค่วันนี้ไม่ได้ทักเลยอยากโทรมาหา ฮะๆ”
“อ่อ พี่เพิ่งถึงบ้านน่ะ”
“โหดึกแล้วนะ กินไรยัง เดี๋ยวซื้อไปฝาก”
“ฮะ จะมาเหรอดึกแล้วนะ”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ บร้าเหรอ ล้อเล่น ฝากในฝันมั้ง”
“ตลอด ไม่เคยนึกถึงกันบ้าง”
“ก็แล้วไง นิไง โทรมาแล้ว อิอิ ฝันดีนะ”
“อ่าว หนีนิหว่า โทรมาแค่นี้รึ”
“อืม ไม่รู้จะพูดอะไร แค่นี้แหละ อ่ะเดี๋ยวๆ ลืมน่ะ วันก่อนท้องเสีย
หายยัง กินยาฆ่าเชื้อตามที่บอกรึป่าว แล้วยาล้างสารพิษน่ะกินด้วยมั๊ย”

“กินแล้ว ถ้าไม่กินคงขี้แตกตายไปแล้วววว”
“เฮอะ ตลอดนะ แค่นี้แหละ วางจิงแล้ว บาย”
“จ๊ะ บาย”

ไข่ตุ๋นนั่งพักลงบนเก้าอี้ตัวโปรด เขานั่งยิ้มและคิดถึงว่าอั้มดูเหมือนคนที่
กวนเขาได้ตลอดเวลา ไม่เคยจะยอมพูดกันดีๆ บ้างเลย ซึ่งแตกต่างจาก
นนนี่โดยสิ้นเชิง รายนั้นน่ารักเอาใจตลอดไม่เคยเถียงเขาให้เขาหงุดหงิด
ซักครั้ง

น้องๆ พวกนี้น่ารักดี แต่เขายังไม่อยากจะเลือกใครมาร่วมทางเดิน การที่
เขามีชีวิตโสดแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วได้เจอได้คุยกัน ไปเที่ยวกันบ้างมันก็ดี
แล้ว จะคิดอะไรมาก

ด้านอั้มนั่งหงุดหงิดตัวเองที่ไม่กล้าพูดชวนไข่ตุ๋นให้ไปเที่ยวปีใหม่ด้วยกัน
ตอนที่โทรไปก็อ้างโน่นนี่ไปเรื่อยทำไมฉันต้องเก็กด้วยนะ อั้มอดใจไม่
ไหวต้องโทรไประบายกับไอ้ปุ่นเพื่อนรัก

“แก ชั้นไม่กล้าว่ะ แล้วงี้ฉันก็ไม่มีเพื่อนไปนับเคาน์ดาวน์ด้วยกันน่ะสิแก”
“เออ เรื่องของแกสิอุตส่าห์ คิดเรื่องดีๆ ให้ดันไม่ยอมบอกเขา ไอ้บ้าแกนี่จิง
ๆ เลย แกกับเขาก็รู้อยู่แล้วว่าใครรู้สึกกันยังไง พูดแค่นี้ไม่เสียหน้าหรอก
แก”

“บ้าฉันรู้ใจฉันคนเดียวเว้ย เขาไม่ได้มารู้ด้วยซะหน่อย แล้วฉันก็ไม่เคยรู้ว่า
เขาคิดยังไงกับฉันด้วย”

“แหม๋แก ไปเที่ยวกับครอบครัวเขา สวิตตตตตตกันขนาดนั้นไม่รู้เลยมั้ง
กล้าคิดเนอะ”

“อ้าว ไอ้ปุ่นแกนิ ก็เขาไม่เคยบอกฉันนิหว่า เออแก เรื่องที่ฉันให้ช่วยหา
ที่เรียนต่อที่อเมริกาน่ะ ได้เรื่องยังวะ”

“ก็มันมีโครงการที่เรียนไปทำงานไปด้วย ชั้นไม่แน่ใจว่าปีรึ สองปีว่ะ”
“อ่อ ชั้นสนใจว่ะ เริ่มเบื่อๆงานด้วยอยากไปหาประสบการณ์”
“แกไอ้อั้มชั้นถามแกจริงๆ นะ แกจะไม่คิดถึงเขาหรือวะ”

“บ้าน่าไอ้ปุ่น ชั้นกับเค้ายังไม่มีอะไรกันถึงขั้นขาดกันไม่ได้หรอก แล้วอินเตอร์เน็ตมันก็ช่วยให้เราใกล้กันได้เว้ย”
“เออคิดไปเถอะ ไปขึ้นมาแล้วร้องไห้คิดถึงเขาขึ้นมาจะขำให้”
“จ๊ะ ขอบใจนะแก นอนดีกว่าดึกและ บายนะ”
“เออ บายจ้า”

อั้มคิดหนักถึงอนาคตของตัวเอง ด้วยความที่อยากเรียนต่อ ป.โท ก็เลย
ต้องคิดหนักว่าจะเรียนที่ไหนดี ในเมืองไทยก็มีเยอะ อั้มอยากเข้าศิลปกร
ด้วยใจที่รักศิลปอั้มอยากเรียนอยู่ในรั้วของมหาวิทยาลัยนั้นมาตั้งแต่จบ
มัธยมใหม่ๆ แต่เธอสอบไม่ติด ทำให้อั้มมีความคิดอยู่บ้างว่า ป.โทก็ขอลอง
สอบเข้าไปเรียนอีกซักครั้ง แต่ที่อเมริกาก็มีสาขาที่เธออยากเรียนมากๆ
อยู่ งานกราฟฟิคของอเมริกาเป็นงานที่อั้มชอบเธอจึงอยากไปเรียนที่นั้น
เหมือนกัน

และอั้มก็มีญาติที่ทำงานอยู่ที่นั่นอยู่แล้วด้วย ดูเหมือนจะไม่ยากถ้าอั้มอยาก
ที่จะไปเรียนต่อ เพราะแม่ก็คงสบายใจที่ลูกสาวไปอยู่กับญาติของตนได้

อั้มล้มตัวลงนอนคิด และเรื่องไข่ตุ๋นก็ยังผุดเข้ามาในใจ ถ้าเราไปเราจะคิด
ถึงพี่ไข่ตุ๋นรึเปล่าหว่า คงไม่มั้ง แต่พรุ่งนี้อยากไปเดินเล่นดูไฟ และนับ
ถอยหลังปีใหม่กับพี่เขาจัง เฮ้อไม่กล้าชวนนิ ไอ้บ้าอั้มแกนะ อย่างอื่นกล้า
ทุกอย่างแค่นี้ทำไมไม่กล้าพูดหว่า

อั้มคิดต่อว่าตัวเองจนเผื่อหลับไป เรื่องหนักใจไม่เคยทำให้อั้มหลับไม่ลง
อันนี้คงเป็นเรื่องดีของการหลับง่ายของอั้ม

วันนี้เป็นวันสิ้นปีแล้ว ทุกๆ บรรยากาศรอบตัวดูจะมีแต่รอยยิ้มสนุกสนาน
พนักงานออฟฟิตต่างได้หยุดพักกันซึ่งบางบริษัทอาจได้หยุดก่อนหน้านี้ไป
แล้ว อั้มเองก็หยุดงานเช่นกัน วันนี้อั้มนัดกับแม่ไปทำบุญที่วัดประจำที่ไป
กันบ่อยๆ

เหมือนกับนัดกันไว้ อั้มและไข่ตุ๋นได้เจอกันที่วัด เพราะเขากับแม่ก็ชอบไป
วัดนี้เหมือนกัน

“อ้าวพี่ตุ๋น คุณแม่สวัสดีค่ะ”
“อ๋ออั้ม สวัสดีจ๊ะ มากับแม่รึเรา ไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่ตอนนั้นนะ”
“ค่ะ งานยุ่งมาก พี่ไข่ตุ๋น นิแม่อั้มค่ะ”
“สวัสดีครับ”
“อ่ออั้ม มานั่งด้วยกันเลยสิจ๊ะ ไปทางนี้ พระจะสวดแล้ว”
“ค่ะ ไปแม่”

ทั้งสองครอบครัวรวมกันไปนั่งฟังพระสวดที่ด้านหน้า หลังจากนำอาหารไป
วางถวายพระเรียบร้อยแล้ว

“พี่ตุ๋นมาได้ไงเนี๊ยะ” อั้มกระซิบถาม พรางนึกขอให้ไข่ตุ๋นลืมเรื่องที่เธอ
เคยทำให้เขากางเกงเปียกเพราะชนกันเมื่อนานมาแล้ว
“อ้าวพี่ก็มากับแม่บ่อยๆ อั้มมาบ่อยรึ ไม่เคยเห็น”
“เหรอ” อั้มยิ้มแหะๆ แล้วฟังพระสวดต่อ หุหุ พี่ตุ๋นจำไม่ได้ ดีจิง
เวลาสิบเอ็ดโมงเช้า เมื่อทำบุญเสร็จคุณแม่ของทั้งสองก็เดินไปโรงครัวแวะ
เม้าท์กับแม่บ้านคนอื่นๆ ที่มาทำบุญ

ไข่ตุ๋นและอั้มก็อาสาเดินไปเก็บปิ่นโต ตามหน้าที่เดิมของทั้งสองอยู่แล้ว

“พี่ตุ๋นเย็นนี้ไปเที่ยวไหนเนี๊ยะ”
“อ่อบ้านพี่เอง เพื่อนๆ ที่สนามแบดเขาอยากมารวมตัวกันฉลองและนับถอย
หลังน่ะ”
“อ่อน่าหนุกดีนะ อั้มก็นัดเพื่อนไว้เหมือนกัน ตอนแรกว่าจะชวนพี่แต่ตอนนี้พี่
คงไม่ว่างแล้วแหละ” อั้มแก้เขินด้วยการแกล้งบอกว่ามีนัดแล้วเพราะดู
เหมือนไข่ตุ๋นจะไม่ชวนเธอ อั้มได้แต่แอบน้อยใจว่าทำไมเขาดูจะเฉย และ
ทำเหมือนไม่เคยคิดอะไรกับเธอเลย แล้วไอ้ที่เราผ่านมาด้วยกันช่วงนึง มัน
คืออะไรหว่า

ไข่ตุ๋นและอั้มเดินกลับมาหาแม่ และบอกลากัน ทั้งสองทำตัวเหมือนคนที่
ไม่เคยมีความสัมพันธ์อะไรลึกซึ้ง นั่นเป็นเพราะความสัมพันธ์ดังกล่าวดู
เหมือน จะไม่ยอมมีใครเริ่มต้นเปิดเผยตัวตนของตัวเองออกมา ต่างฝ่าย
ต่างไม่รู้กันว่าคู่ของตนรู้สึกยังไง

“คุณแม่สวัสดีค่ะ สวัสดีปีใหม่ด้วยนะคะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงค่ะ อั้มกลับ
และนะคะ”
“จ๊ะ ว่างๆ ก็แวะไปเที่ยวบ้านบ้าง เจ้าไข่ตุ๋นมันบื้อ ไม่ยอมพาแฟนมาบ้าน
บ้าง หนูอั้มมาเองก็ได้นะน้องๆ คิดถึง แม่ไปและ”

ไข่ตุ๋นก็ลาแม่อั้มแล้วเดินพาแม่ของตนไปขึ้นรถ เขาทำหน้าแบบบอกไม่ถูก
ที่แม่ของเขาดันพูดแบบนั้นต่อหน้าแม่อั้ม

ส่วนอั้มกับแม่สงสัยมีเรื่องคุยกันยาวววววววว
“ยังไงยัยอั้ม แม่งงไปหมด ตอนอยู่กับพี่เขาแม่ก็ตอบไม่ถูก แกจะมีแฟน
ไม่เห็นแนะนำอะไรกันบ้าง แล้วไอ้ที่หนีไปเที่ยวเชียงใหม่อีก ไหนว่าไปกะ
เพื่อนไง” แม่ซักยาว

“โหแม่ทีละอย่างนะ เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว อย่างแรก หนูไม่ได้เป็นแฟน
พี่ไข่ตุ๋น แม่ของพี่เขาเข้าใจผิด เพราะหนูไปเที่ยวเชียงใหม่นี่แหละ” อั้มทำ
หน้าเซ็งใส่แม่ที่ทำหน้าเซ็งกว่า

“อันดับสองหนูไม่ได้โกหกแม่นะ ที่ไปเชียงใหม่ก็หนูไปกะเพื่อนไงมองว่าพี่เขาเป็นแค่เพื่อนคนนึง โหแม่ไปฟรีนะ”
“แล้วแกไปทำยังไงเขาถึงเข้าใจผิดได้”
“ก็.........เอ่อ โหแม่คนจะเข้าใจผิด หนูไม่รู้หรอก ชั่งมันเถอะเนอะ กลับกัน
ดีกว่า” อั้มเฉไฉ แล้วรีบดันแม่ขึ้นรถ

เย็นวันนั้น อั้มร้อนรนอยากจะโทรไปโวยไข่ตุ๋นมาก แต่เขาไม่ยอมรับ
โทรศัพท์เลย เขาไปไหนเห็นบอกว่าอยู่บ้าน รึไม่ได้ยินหว่า อั้มกระวน
กระวายใจจนทำอะไรไม่ถูกต้องรีบขับรถออกจากบ้านไปหาไข่ตุ๋น เพราะ
คิดว่าเพื่อนเขาคงยังไม่มา มันยังไม่มืดเลย เขาคงมีเวลาคุยกับเธอก่อนที่
ใครๆ จะมา

*ติดตามต่อฉบับหน้าค่ะ*




 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2554 8:23:54 น.
Counter : 239 Pageviews.  

อลวนรักหนุ่มขี้เก๊ก # 11

อลวนรักหนุ่มขี้เก๊ก # 11
คนที่เคียงคู่
2 สัปดาห์แล้วที่ไข่ตุ๋นและอั้มไปเที่ยวด้วยกันมา ทั้งสองยังคงสนุกสนานกับการแชตเม้าท์กันเรื่องของการไปเที่ยวมาบ้างล่ะ เรื่องขำขันตอนขับรถเอทีวีบ้างล่ะ สุดท้ายอั้มก็ไม่ลืมที่จะพูดถึงเจ้าดาวเทียม มุขคนแก่หรอกเด็ก
ไข่ตุ๋นดูจะมีความสุขจนลืมนึกถึงใครอีกสองคนที่เคยเข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตของเขาเสมอ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะหายไปจนผิดสังเกตุ
เป็นอย่างนี้เสมอเวลามีความสุข อะไรๆ ก็ดูเหมือนจะมีความสำคัญน้อยลงไปหมด
ด้านสาวน้อยนนนี่ซึ่งดูเหมือนจะได้รู้ข่าวคราวไข่ตุ๋นบ้างจากเพื่อนๆ ที่สนามแบด ทำให้กำลังใจของเธอหดหายไปพอสมควรแม้เธอจะไม่เคยคิดว่าไข่ตุ๋นจะต้องเลือกเธอ เพราะความรักของเธอที่มีให้เขา เธอไม่เคยได้พูดไป
แต่การได้รับรู้ว่าเขาไม่ได้ นิ่งเฉยและค่อยๆ รับความรักจากเธอเพียงคนเดียว เธอเริ่มมีคู่แข่งแล้วมันทำให้เธอสับสนในใจเรื่องการจะเป็นแบบเดิมต่อไป หรือจะเปิดเผยตัวเองดี
นนนี่มีเวลาตั้งตัวก่อนจะกลับมาสู้ใหม่ งานของเธอยุ่งจนขยับตัวไม่ได้ ใกล้สิ้นปีก็เป็นแบบนี้ทุกที ทำให้นนนี่ไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะมาตีแบด ทำให้นนนี่ห่างไข่ตุ๋นออกไป และทำให้เธอได้มีเวลาทบทวนจิตใจดูว่าเธอรู้สึกมากน้อยแค่ไหน ควรทำอย่างไรดี
เที่ยงของวันพุธ กลางสัปดาห์เข้าไปแล้วนนนี่ก็ยังไม่ได้หยุดพักเลย เธอเหนื่อยและเพลียเกินกว่าจะคิดเรื่องใดๆ นอกจากจะขอนอนพักเมื่อได้เลิกทำโอที
“ยัยนนธินี แกจะทำงานได้โล่รึ”
“ป่าวค่ะพี่หมอน แต่มันเยอะจริงๆนิค่ะ แหม๋พี่หมอนไม่ใช่รึที่ให้งานนนนี่น่ะ”
“ก็ใช่แต่ควรดูเวลาบ้างนะนี่เที่ยงกว่าแล้ว ไปเถอะพี่ก็หิว”
“อ้าววววว เหรอค่ะ แหม๋โทษที ลืมจริงค่ะพี่”
ร้านอาหารสำหรับพนักงานออฟฟิตย่านอโศก มีให้เลือกอยู่เยอะมาก แต่สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะเดินไปทานกันตรงใกล้อาคารแกรมมี่ หรือไม่ก็ในมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรจ เพราะนอกจากจะมีอาหารที่อร่อยถูกปากแล้ว ยังเป็นแห่งช๊อปปิ้งที่สร้างความสำราญและผ่อนคลายให้กับสาวๆ ได้เป็นอย่างมาก
“ความรักเป็นยังไงบ้างจ๊ะนนนี่ พักนี้พี่ไม่เห็นเธอจะพูดอะไรถึงชายหนุ่มสุดที่รักของเธอให้เพื่อนๆฟังเลย”
“ก็เรื่อยๆ ค่ะพี่ มันไม่มีเวลาไปทำคะแนนเพิ่มเลยนิคะ”
“พี่ว่าไม่มั้ง เมื่อก่อนเหนื่อยยังไง พี่ก็เห็นสู้ไม่เคยถอยนะ”
“ก็มีบ้างน่ะค่ะ คือพอได้รู้มาบ้างว่าพี่เขามีคุยๆ กับสาวคนอื่นอยู่ นนนี่ไม่รู้จะทำยังไงดี จะบอกเขาก็ไม่กล้ากลัวเสียเพื่อน จะเลิกรักก็ทำไม่ได้ เลยสับสนอยู่”
“เฮ้ยไม่ได้นะ เรารักของเรามาตั้งนาน ไม่สู้แล้วให้คนอื่นจะแย่งไปง่ายๆ มันจะไม่เสียใจรึ”
“เสียอยู่แล้วค่ะ ตอนนี้ก็เป็น แต่เหนื่อยงานพอไหวเหนื่อยใจนิมันท้อนะคะ”
“สู้สุดๆ แล้วหรือยังล่ะจ๊ะ บอกเขาไปหรือยัง พี่เห็นเธอทำเยอะนะ แต่ต่อให้เยอะแค่ไหน แล้วไม่พูดออกไปไม่แสดงออกให้ชัดเจนมันก็เท่านั้น เราก็ยังคงเป็นได้แค่เพื่อนนะ”
คำพูดของพี่หมอนดูจะสะกิดใจนนนี่เป็นอย่างมาก จริงอยู่เธอรักเขามาก แต่ทำไมไม่เคยมากพอที่จะยอมพูดออกไปให้เขาได้รู้ความจริงในใจนี้ซักที เธอยังคงทนเห็นเขามีใครๆ เข้ามาพัวพันได้ตลอด เธอยังคงเป็นคนที่เฝ้ารอให้เขาหันมามองเธอตลอด ทำไมเธอจึงไม่ตัดสินใจที่จะเดินต่อ ต้องการค่อยเป็นค่อยไปรึ มันดูเหมือนจะไม่ใช่ นนนี่คิด
นนนี่พอจะสะสางงานได้บ้างและพอมีเวลาที่จะกลับมาตีแบดได้อีกครั้ง วันนี้นนนี่ตั้งใจจะไปตีแบดหลังจากห่างหายมานานหลายเดือน
กลับมาครั้งนี้ นนนี่มาพร้อมกำลังใจในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ด้วย เธอไม่คิดอยากจะเป็นอย่างเดิมที่ผ่านมาอีกแล้ว มีคำกล่าวที่ว่า “ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก” นนนี่คิดว่าอันนี้อาจช่วยเธอได้ไม่มากก็น้อยทีเดียว
นนนี่มาถึงสนามแต่หัววัน พลางนึกในใจ “ทำไมฉันไม่แวะร้านวินนี่มิลด์ซื้อขนมมาฝากพี่ไข่ตุ๋นหว่า ไม่เจอกันตั้งนานคิดถึงจะแย่”
“ไง น้องนนนี่ หายไปนานเลย เจ๊เป็นห่วงแทบแย่”
“อ้าวสวัสดีค่ะ เจ๊ต้นข้าว แหม๋ไม่นานซะหน่อย หายไปไหนกันหมดนะ ยังไม่มีกันอีก” นนนี่ทำท่าชะเง้อมองหาเพื่อนๆ
“เดี๋ยวนี้มากันสายจ๊ะ สงสัยใกล้สิ้นปี เขาเร่งงานกัน” เจ๊ต้นข้าวเจ้าของสนาดแบดตอบอย่างเป็นกันเอง
“แย่จังอุตส่าห์รีบมา” นนนี่นั่งขี้เกียจนั่งคอยต่อไป จึงเดินไปเปลี่ยนชุดเตรียมรอตีแบด
เพื่อนๆ เริ่มทยอยมาแล้ว ขาดก็แต่ไข่ตุ๋นคนเดียวซึ่งน่าจะไม่มา เนื่องจากงานที่ทำมีปัญหาทำให้มาไม่ได้
อั้มตีแบดตามปกติกับเพื่อนๆ ที่ออฟฟิตอยู่แล้ว แต่เริ่มก่อนคอร์ดของไข่ตุ๋น 1 ชั่วโมง เมื่อตีออกมาอั้มจึงขอตัวเดินไปล้างหน้าที่ห้องอาบน้ำ
อั้มเดินมาเจอเข้ากับนนนี่พอดี ทั้งสองได้แต่ยิ้มให้กันเพราะไม่เคยได้คุยกันมาก่อน อั้มออกจะชื่นชมหน้าสวยๆ ของสาวนนนี่ที่ดูหมดจดและเข้ารูปจนน่าอิจฉา ผู้หญิงอย่างนี้ล่ะมั้งที่ผู้ชายใฝ่ฝันอยากจะได้ อั้มคิด
อั้มไม่คิดรู้เลยว่า สาวคนนี้เป็นคนที่สนิทกับไข่ตุ๋นและเป็นคนที่แอบชอบไข่ตุ๋นมานานมากแล้ว อาจเป็นเพราะตอนที่เธอกับไข่ตุ๋นสนิทกัน เธอไม่ค่อยได้เห็นนนนี่ และเวลาส่วนใหญ่ที่ไข่ตุ๋นกับเธอเจอกันก็ไม่ใช่เวลาตีแบด หากรู้สักนิดว่ามีสาวน้อยแสนดีที่ดูเหมาะสมกับไข่ตุ๋นแอบรักไข่ตุ๋นอยู่แบบนี้ อั้มคงไม่เผลอใจไปรักไข่ตุ๋นเข้า
“ไง ไอ้อั้ม แกเป็นทอมรึไงวะ มองแต่สาวตาไม่กระพริบ”
“อ่อ ก็เขาสวยก็ต้องมอง พวกพี่ไม่มองกันรึ”
“เออไม่ค่อยเห็นนะ แต่เคยเห็นมะก่อนมาตีบ่อยมั้ง คงยุ่ง”
“พอและ นินทาชาวบ้าน ไปตีได้แล้ว นั่นพี่ซันรอแล้วนะ”
อั้มรีบผลักไสให้พี่ๆ ไปตีแบดเพื่อที่ตัวเองจะได้พักบ้าง เหนื่อยมากเยอะและการออกกำลังเนี๊ยะ พอหายไปซักพักกลับมาเล่นใหม่ก็ดูเหมือนว่ามันจะวิ่งได้ช้าขึ้นแรงก็หดหายไปหมด ทำเอาเหนื่อยมากขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิม
ใกล้สิ้นปีแล้ว เดือนธันวาคมเริ่มเลื่อนเข้ามา ดูเหมือนช่วงเวลานี้คนทำงานออฟฟิตอย่างเราๆ จะยุ่งเกือบทุกคน ไม่มีใครพอมีเวลาออกกำลังซักเท่าไหร่ รวมถึงอั้มด้วย หลังจากวันนั้นอั้มก็ไม่ได้ไปตีแบดอีกเลย เพราะต้องเร่งสรุปรายงานกิจกรรมต่างๆ ที่ตัวเองได้ทำงานมาตลอดปี และเตรียมแผนงานใหม่สำหรับปีหน้าต่อไป งานสรุปและพรีเซ็นต์ ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ทำจบได้ง่าย ๆเลย
ไข่ตุ๋นเองก็เร่งงานจนได้นอนน้อยลงเยอะมาก กว่าจะทำงานเสร็จในแต่ละวันเขาได้เข้านอนเกือบเที่ยงคืนทุกวัน แต่วันนี้เขาขออู้งาน มากินข้าวกับสาวเมย์ซักวัน
ไข่ตุ๋นเดินทางมาถึงร้านอาหารย่านรามอินทรา เป็นร้านที่สวยและแนวดี เหมาะกับเมย์มากเพราะมันชอบร้านแบบนี้ไข่ตุ๋นคิด ไม่นานเมย์ก็เดินเข้ามาในร้าน หลังจากมองหาซักพัก เธอก็เดินเข้ามาหาไข่ตุ๋นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“แปลกจังวันนี้ตุ๋นมาเร็วกว่าเรา”
“พอดีมาทำงานใกล้ๆ เสร็จเร็ว”
“อืมดี สั่งไรไว้”
“ก็สองอย่าง กะเพรากรอบไข่เยี่ยมม้า กับต้มยำกุ้ง”
“ตลอดกินแบบเดิมตลอด ไม่คิดเปลี่ยนบ้างรึ”
“ไม่มมมมมมม”
“ป่าว เปลี่ยนใจมาชอบเมย์น่ะ”
“หือ วันนี้มาแปลก แล้วมีไรนัดมากินข้าว เลี้ยงช่ายป่ะ”
“อืมเลี้ยง เรามีข่าวดี ก็อยากบอกคนที่เรารู้สึกดีที่สุดมาตลอดก่อน”
“ไร มีคนมาขอรึ”
“อ่าวรู้แล้วรึ ว่าเราจะแต่งงาน”
ไข่ตุ๋นถึงกับทำช้อนตกลงบนโต๊ะอาหาร เขาตกใจกับสิ่งที่ได้ยินมาก เขาคิดมาตลอดว่าเมย์ชอบเขา เพราะเมย์บอกกับเขาแล้วนี่อะไร จะแต่งงาน ตอนไหนวะ ทำไมเราไม่รู้
“อะไรตกใจอะไร ก็เมย์จะแต่งงานกับพี่ชัยน่ะ เจ้านายเมย์เอง พี่เขาดีกับเมย์มาตลอด แต่เมย์มองเห็นแต่ไข่ตุ๋นทำให้ไม่เคยมองเขาเลย” เมย์ยิ้มอย่างอารมณ์ดี เธอต้องการเล่าถึงความประทับใจหลายอย่างที่พี่ชัยทำให้เธอ จนเธอยอมตัดใจจากไข่ตุ๋นได้ ยังไงๆ เธอก็มองไข่ตุ๋นเป็นคนสำคัญของเธออยู่ดี เธอยังรักเขาอยู่แม้จะในฐานะเพื่อนสนิทก็ตาม วันนี้เธอจึงเลือกที่จะมาบอกเขาด้วยตัวเอง
เมย์เลือกที่จะดึงตัวเองออกจากไข่ตุ๋น อาจเป็นเพราะเธอเริ่มเห็นความดีของคุณชัยที่คอยดูแลเธอมาตลอดหลายปีที่ทำงานด้วยกัน ชัยเป็นคนที่รู้เรื่องเมย์ดีทุกอย่าง และเข้าใจเธอ
“เมย์จะแต่งเมื่อไหร่นะ” ไข่ตุ๋นยังไม่หายงง
“อ่อ เดือนกุมภาปีหน้าจ๊ะ เป็นเดือนแห่งความรักไง”
“อืม เราจะไป”
“แน่นอนเธอต้องไป เมย์จะให้ไข่ตุ๋นน่ะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวนะ”
“ฮะ ม่ายเอา ไม่ชอบแต่งตัวเยอะ”
“ไม่ได้ทำเพื่อเมย์ซักครั้งนะ เมย์ขอร้องล่ะ ให้ตุ๋นเลือกเพื่อนเจ้าสาวเองเลย”
“อืม แต่ไม่รู้จะเลือกใคร เมย์เลือกมาแล้วกัน” ไข่ตุ๋นยังเหมือนเดิมไม่เคยเลือกอะไรได้
“จ้า ขอบคุณนะตุ๋นเมย์รู้ว่าตุ๋นใจดี ไม่ทิ้งเมย์หรอก อิอิ”
“อะฮะ” ไข่ตุ๋นก็รู้สึกยินดีกับเมย์นะ แต่มันเหมือนกับว่าคนที่เคยบอกว่ารักเขามากมายกำลังจะไปแต่งงานกับคนอื่นแล้ว มันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เหมือนเด็กโยนแย่งของเล่น หรือรู้สึกตัวเองด้อยค่าลงไปมั้ง แต่ก็ดีแล้วนิ เพื่อนสนิทกำลังจะมีความสุขไม่ใช่เรื่องที่น่าจะรู้สึกแปลกๆ เลย ไข่ตุ๋นคิดวน
เมย์และไข่ตุ๋นนั่งคุยกันถึงเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา พอได้กลับมาคิดถึงมัน มันช่างมีเรื่องราวน่าประทับใจเยอะแยะเต็มไปหมด แปลกจังที่เขาไม่เคยเห็นหรือนึกถึงมันเลย จนวันที่คิดว่าคงไม่ได้มีโอกาสแบบนั้นอีกแล้ว จึงได้นึกขึ้นได้ว่าที่ผ่านมามันมีค่ามากเพียงใดสำหรับคนสองคน
ตอนนี้เขาและเมย์คงเป็นได้แค่เพื่อนสนิท แต่ไม่สามารถทำอะไรอย่างที่ผ่านมาได้อีกแล้ว เมย์มีเจ้าของแล้ว ที่รักเมย์ย่อมต้องหวงและห่วงที่รักของเขาเช่นกัน
ไข่ตุ๋นขับรถกลับบ้านโดยไม่มีเมย์คอยโทรมาถามไถ่ขณะขับรถอีกแล้ว ตอนนี้เขาจึงว่างพอที่จะคิดอะไรเรื่อยเปื่อยได้บ้าง ที่ผ่านมาเขามีแต่คนมามอบสิ่งดี ๆให้ตลอดเวลา เขาไม่เคยคิดหรือทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้างเลย สิ่งที่คนอื่นๆ เห็นว่าเขาดี ก็เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ควรทำให้กับเพื่อนอยู่แล้ว เขาไม่คิดว่ามันพิเศษ ในขณะที่ผู้ได้รับกลับมองว่ามันพิเศษมากมาย
ตอนนี้เขาเริ่มคิดถึงคนที่เขาอยากทำอะไรๆ ให้หลายอย่างโดยไม่มีเหตุผล จะมีใครคนนั้นอยู่จริงๆ มั๊ย คนที่เขาพร้อมจะยอมทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้อยู่เคียงคู่กับเธอ
ขณะที่รถจอดอยู่สี่แยกไฟแดง ไข่ตุ๋นมองไปเห็นเด็กเช็ดกระจกรถคนแรกที่เขานึกถึงคืออั้มนั่นเอง อั้มเป็นคนที่มักจะบ่นเสมอว่าสงสารเด็กพวกนี้และเปิดกระจกรถส่งเงินให้เด็กๆ
ไข่ตุ๋นนั่งยิ้มคนเดียวบนรถ และขำ “ฮะๆ อั้มรึ” ไม่ใช่หรอกอั้มมันโก๊ะจะตาย เด็กนั่นไม่มีทางเป็นคนที่เขาจะยอมทำทุกอย่างได้ ใจก็นึกเลยไปถึงน้องนนนี่ สาวน่ารักที่ยอมทำทุกอย่างที่เขาบอกและมักดีกับเขาเสมอ รึเราจะไม่รู้ตัวว่าเราชอบนนนี่หว่าก็เราไม่เคยคิดอยากปฎิเสธเธอเลยนะ ก็ดีออก เอาใจเก่งด้วย สวยอีกตะหาก
ความคิดหยุดลงเมื่อไข่ตุ๋นขับรถถึงบ้าน สิ่งใดๆที่ผ่านเข้ามาเดี๋ยวมันก็คงกระจ่างเอง เขายังไม่อยากตัดสินใจอะไร เพราะเขายังไม่เคยได้รู้ใจตัวเองเลยซักครั้งว่า ต้องการอะไรกันแน่
เวลาช่วงปลายปีนี้ ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจว่าอีกไม่กี่วัน ก็จะปีใหม่แล้ว
นนนี่หลังจากได้กำลังใจกลับมาก็ดูเหมือนจะมีแรงที่จะหมั่นมาทำคะแนนกับไข่ตุ๋นได้บ่อยมากขึ้น ถึงขั้นถี่จัด ในขณะที่อั้มยุ่งจนไม่สามารถสนใจใครได้ ด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยจะยอมโทรหาใครจึงยิ่งทำให้เธอกับไข่ตุ๋นไม่ได้คืบหน้าไปไหนเลย
คงต้องขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ยังคงพอมีฝากข้อความถึงกันบ้างทำให้ไม่ได้คิดถึงหรือลืมกันจนเกินไป




 

Create Date : 22 ตุลาคม 2554    
Last Update : 22 ตุลาคม 2554 0:37:08 น.
Counter : 275 Pageviews.  

อลวนรักหนุ่มขี้เก๊ก # 10

อลวนรักหนุ่มขี้เก๊ก # 10
ขอโอกาสอีกครั้ง

อั้มหายไปจากวงจรชีวิตของการตีแบด รวมทั้งเธอไม่ไปหาและพยายามหลบหน้าไข่ตุ๋นมาเกือบ 2 เดือนแล้ว โชคดีของเธอที่งานเข้าจนยุ่งไม่มีเวลาให้คิดมากเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น อั้มต้องเตรียมงานหลายอย่าง และวิ่งไปวิ่ง
มาหลายจังหวัดเพื่อทำงานด้านอีเว้นท์ให้กับบริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกัน แต่ในทุกๆครั้งที่ว่างจากสิ่งต่างๆ

อั้มก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ ทำไมต้องคอยหลบหน้าไข่ตุ๋น และพยายามทำตัวเหมือนจะให้ลืม ดูคล้ายๆเป็นคนอกหัก ทั้งที่ก็เธอกับไข่ตุ๋นก็ยังไม่ได้คบกัน นิเราอกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยรึ ทำไมกันหรือฉันจะไม่ดีหว่า

“อั้ม แกรใจลอยอีกแล้วนะ” ซันเองก็ยุ่งแต่ยังอยากจะแซวน้อง
“เฮ้อ เหนื่อยมั้งพี่ งานมันเยอะชะมัด ทำไงก็ไม่หมดซะที” อั้มถอนหลาย
ใจเฮือกใหญ่ แล้วก็เริ่มทำงานต่อ

“เออ พี่ว่าวันนี้จะไปกินข้าวร้านอร่อยที่มีเป็ดย่างน่ะ แกรไปกินด้วยกันหรือ
ป่าว พี่ว่ามันก็ไม่ไกลนะ กลับมาทำงานต่อก็ยังได้”
“อืม ก็ดีนะ โหมงานหนักมาหลายวันแล้ว ไม่อยากกินขนมปังแทนข้าวเย็น
แล้ว หุหุ”


อั้มและเพื่อนๆ ขับรถมากินข้าวกันแถวๆออฟฟิต ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้น
ไข่ตุ๋นก็แวะมากินข้าวเหมือน เขามาไม่บ่อยมาก เคยมาแค่ 2-3 ครั้งแต่
ติดใจเป็ดย่างร้านนี้ จึงแวะมากินข้าวเมื่อมีโอกาสผ่านมาแถวนี้

อั้มเดินเข้าร้านด้วยอาการหิวโซพร้อมกินเป็ดทั้งตัว เธอรีบจนไม่มองทาง
เดินชนข้างหลังชายคนนึงเข้า

“อุ้ยย ขอโทษนะคะ อั้มรีบเดินไปหน่อย”
“อ้าว อั้มเราเองรึ หายไปนานเลย ทำไมไม่แวะหาพี่บ้างเลยล่ะ” ไข่ตุ๋นนั่น
เอง บังเอิญจังนะ ทำไมยิ่งไม่อยากเจอ กับยิ่งต้องเจอนะ อั้มกรอกตาไป
มาด้วยอาการเซ็งสุดๆ

“ไร ไร ดูทำหน้า”
“ป่าวนิ แค่หิว” อั้มแก้ตัวไปเรื่อย
“โหมาทั้งออฟฟิตเลย พี่นั่งกินด้วยนะ มาคนเดียวพอดี” ไข่ตุ๋นก็เนียนไปได้
เรื่อยอีกแล้ว

อั้มเงียบผิดปกติมากระหว่างกินข้าว ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นเมื่ออั้มมากับ
เพื่อนกลุ่มนี้ ต้องมีแซว มีกัดชาวบ้านไปทั่ว ผิดกับไข่ตุ๋นซึ่งดูเหมือนจะเข้า
กับทุกคนในกลุ่มได้ดี คุยกันรู้เรื่องไปซะหมดผู้ชายก็เงี๊ยะ มีเรื่องคุยไม่
เยอะมากนัก

“ไงเรา เป็นไรปวดท้องเหรอ เงียบผิดปกติ” พี่ซันสังเกตเห็นได้เพราะสนิท
ที่สุด
“นิดหน่อยค่ะ สงสัยหิวมากเกินไป กินเร็วเลยปวดท้อง”
“งั้นแกไม่ต้องกลับไปทำงานแล้ว พอแล้ว เหนื่อยมาหลายวัน อั้มกลับบ้าน
เลยแล้วกัน” ซันรีบตัดบทเพราะอยากให้อั้มได้พักบ้าง

“เฮ้ยพี่แล้วอั้มจะกลับยังงัย รถก็ไม่ได้เอามา งั้นติดรถกลับออฟฟิตก่อนแล้วค่อยกลับแล้วกัน” อั้มออกความคิดเห็น

“ขอโทษนะครับ ขอขัดจังหวะหน่อย ผมไปส่งให้ได้นะ ไปอยู่บ่อยๆ อยู่แล้ว” ไข่ตุ๋นออกตัว

ทุกคนในโต๊ะมองหน้ากันไปมาอย่างสงสัย ไม่มีใครในออฟฟิตรู้เรื่องที่ว่าอั้ม
และไข่ตุ๋นสนิทกันและไปรับไปส่งกันบ่อยๆ อั้มไม่เคยปริปากเล่าให้ใครฟัง
แม้แต่คนสนิท อั้มยังไม่ต้องการให้ใครรู้และยิ่งตอนนี้เธอไม่สามารถรู้ได้
เลยว่าเธอคืออะไร และเธอมีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรได้บ้าง

“ไม่ต้องค่ะ อั้มกลับไปเอารถได้ พี่กลับไปเถอะ อิ่มแล้วนิ”
“อั้มแก ไปเถอะย้อนมาย้อนไป ไม่ถึงบ้านพอดี ตอนนี้รถก็เริ่มติดแล้ว”

หน้าคนถูกพากลับบ้านงอเป็นขอเกี่ยวข้าวกันเลยทีเดียว ทำไมพวกพี่ๆ
ต้องคะยั้นคะยอให้เราไปกะอีตานี่ด้วยนะ แหม๋พอเขาพูดว่าไปบ่อยเข้า
หน่อยก็นึกว่าเป็นพวกเชียว พรุ่งนี้จะไปด่าให้หมด อั้มพยายามไม่มองหน้า
ไข่ตุ๋น ทำไมนะ เรามาทำไมนะ ฮึ

“นิเป็นอะไรนักหนา หน้างี้หยั่งกะยักษ์เลย”
“ก็ไม่อยากกลับนิ กลัวเป็นข่าวกะคนมีเจ้าของ”
“หา คนมีเจ้าของ ใคร พี่เหรอ”
“หรือว่าไม่จริง มีแฟนแล้วยังมาหลีหญิงอื่น หน้าไม่อาย”
“นิไปกันใหญ่แล้ว ไปเอามาจากไหน” ไข่ตุ๋นเริ่มไม่สบอารมณ์กับข้อกล่าว
หาที่เขาไม่รู้เรื่องด้วยเลย ทำไมยัยเด็กบ้านิไปเอามาจากไหน มิน่าล่ะ
งอนหายไปเลย

“ก็....พี่เมย์งัย หรือว่าไม่จริงล่ะ นอนบ้านเดียวกันขนาดนั้น” อั้มเริ่มระเบิด
อารมณ์ที่เก็บมานานกว่า 2 เดือน
“เฮ้ยยย เข้าใจผิดแล้ว ไม่ได้เป็นเว้ย มัน แค่มานอนบ้านเฉยๆ” ไข่ตุ๋นเริ่มงง
หนัก

“อ้าวใครจะไปรู้ล่ะ ก็เห็นนอนห้องเดียวกัน เป็นใครก็เข้าใจแบบนี้ทั้งนั้นแหละ แหม๋ฮอตจริงๆ” อั้มยังไม่หยุดกระแนะกระแหน
“เออเข้าใจถูกแล้วงัยวันนี้ ถ้าไม่เจอกันก็คิดจะหายไปเลยใช่มะ แล้วถึงพี่จะมีแฟน อั้มจะเป็นอะไร ทำไมต้องงอน” ไข่ตุ๋นเริ่มอยากรู้มั่ง ถามไปก็แอบทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ เหมือนรู้ทันอั้ม

“อ่า ไม่รู้สิ ข้ามไป ฮึ”
นั่นสิ ทำไมอั้มต้องงอนด้วย แล้วทั้งสองคนก็นิ่งเงียบกันไปพักใหญ่ ต่าง
คนต่างไม่พูดอะไรนอกจากนั่งฟังเพลงในรถ ส่วนอั้มก็มองออกนอกรถไป
เรื่อยเปื่อย ใจก็คิด เออเราเป็นอะไรหว่า ทำไมต้องร้องไห้ ทำไมต้อง
งอน ทำไมต้องทำเป็นเหมือนหึงพี่เขา ว้ายเยอะนะเรา ที่สำคัญเขาไม่ได้
แสดงออกอะไรเลย ว่าคิดอะไรกับใครแม้แต่กับอั้ม ทำไมอั้มต้องสับสนวุ่นวายในใจซะมากมายขนาดนี้ด้วย

ไข่ตุ๋นโทรคุยกับที่บ้าน สรุปเรื่องที่จะไปพักต่างอากาศกันที่เชียงใหม่
คราวนี้ดูเหมือนจะได้ไปคบทุกคนในครอบครัวเลย เมื่อคุยเสร็จก็หันมา
บอกอั้ม

“นิ ไปด้วยกันป่ะ เชียงใหม่”
“ฮะ อะไรนะ ไป ทำไม ยังไง” อั้มตั้งตัวไม่ทัน เมื่อโดนชวนแบบไม่ทันตั้ง
ตั้ว ก็แหม๋ เขาไปกับครอบครัวแล้วมาชวนอั้ม มันก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา

“ก็ที่พักมันเหลือ เสียดายจองไปแล้ว ไปสิ เที่ยวฟรี กินฟรีนะ” ไข่ตุ๋นส่ง
สายตาเจ้าเลห์มาทางอั้มอีกแล้ว ในใจก็คิดว่าอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง
จากการชวนเธอไปในครั้งนี้

ที่ผ่านมาไข่ตุ๋นไม่เคยเป็นอย่างนี้กับใคร เขาออกจะดูเป็นคนใจดี แต่ไม่ทำ
อะไรเพื่อใคร หรือสนใจใครเท่าอั้มใจเขาคิดว่าถ้าได้พิสูจน์ไปเลยด้วยการ
ใกล้ชิดกัน มันคงทำให้เขาได้รู้ใจตัวเองที่มันสับสนอยู่ตอนนี้ได้ เขาเลือกที่
จะพิสูจน์ กับอั้มเพราะเธอคือคนเดียวที่เขาต้องเข้าหาก่อน คนอื่นๆ เขามี
เวลาให้พิสูจน์ได้อีกเยอะ แต่คนนี้เขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมจึง
อยากพาไปแนะนำและอยากมีเวลาได้ใกล้ชิดแบบนี้บ้าง

“ว่าไง เงียบไปเลย ไม่ตอบตอนนี้อดนะ” ไข่ตุ๋นเร่ง
“ฮะ แป๊ปไม่ได้เหรอ ดูก่อนว่าว่างหรือป่าว” แล้วอั้มก็โทรถามที่บ้านว่าต้อง
การให้เธอทำอะไรขับรถไปไหนหรือป่าว เหมือนฟ้าเป็นใจ เพราะผลตอบ
รับคือ ไม่มีใครอยากไปไหนหรือให้เธอทำอะไรเลย เธอว่างตลอด 3 วัน

“อืม ว่างค่ะ ไปก็ได้ น่าหนุกดี เที่ยวฟรี กินฟรี มีคนขับรถ ยิ่งดีใหญ่”
“อืมดี วันเสาร์เจอกัน 7 โมงเช้า ห้ามเบี้ยว ห้ามช้า ไม่งั้นอด” ไข่ตุ๋นสั่ง
เป็นชุด แต่ก็แอบยิ้มรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ ที่คราวนี้เขาไปเที่ยวกับครอบครัวแล้ว
มีคนของตัวเองไปด้วย เพราะที่ผ่านมาเขาต้องฉายเดี่ยว เป็นคนเดียวใน
ครอบครัวที่ยังไม่ได้แยกครอบครัวออกมา ซึ่งในบางครั้งก็ทำให้เขารู้สึก
โดดเดี่ยวได้เหมือนกันถึงแม้ว่าจะไปกับครอบครัวตัวเองแท้ๆ ที่มีทั้งแม่ พี่
สาว พี่ชาย และหลานๆ

“ถึงและ ไว้เจอกันวันเสาร์นะ อย่าลืมลางานล่ะ เราไปกัน 3 วันนะ”
“บายค่ะ ขอบคุณที่มาส่งค่ะ แล้วเจอกัน”
อั้มเดินมึนขึ้นหอตัวเอง ยังงง ๆ มึนๆ อยู่ ก็ไม่ใช่ว่าอะไรนะ ได้เที่ยวฟรีก็
เป็นสิ่งที่เธอชอบอยู่แล้ว แต่มันจะดีเหรอ ไปกับครอบครัวคนอื่นเขา เธอ
จะทำตัวยังไง กับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่คนอื่นๆ จะยอมรับได้มั๊ย กับนิสัยเธอ
การแต่งตัวบ้าบอของเธอ และต่างๆ นาๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอไปเที่ยวกับ
คนอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่กว่าเธอ และเธอไม่รู้จักพวกเขามาก่อน

“อั้ม เอ้ย แกคิดยังไงว่ะ ไปตอบรับ ไปเที่ยวกับคนอื่นที่ไม่รู้จักน่ะนะ” ไอ้
ปุ่นเพื่อนรักอั้ม บ่นอุบหลังจากฟังอั้มที่พึ่งจะตั้งตัวได้โทรมาเม้าท์ให้ฟัง จริงๆ ต้องเรียกว่าโทรมาโดนด่ามากกว่า เพราะตอนนี้อั้มหูชาเต็มที

“เฮ้ย ก็มันไม่เคยไง ถึงโทรมาปรึกษาว่าต้องทำตัวยังไง แกก็รู้นิหว่าว่าฉัน
น่ะ ทั้งโก๊ะ บ้าบอ แล้วเวลาไปเที่ยวชอบชิลๆ แต่งตัวสบายเกิ้น แกจะให้ฉันทำไงวะ ก็มันตอบรับไปแล้ว”

“แกก็โทรไปบอกเขาสิ ว่าไม่ไปแล้ว แกติดธุระด่วน ไอ้บ้าแกคบกะฉันมากี่
ปีวะ ทำไมจะไม่รู้ว่าแกมันบ้า ไปกะเขาตอนนี้มีหวังเละ” ปุ่นยังบ่นต่อ

“ไม่ ฉันอยากไปนิ แกฉันเครียดมาหลายวัน งานก็ยุ่งแต่ก็เพิ่งจะจบโปรเจ็ก
ต์ได้ ฉันก็อยากพัก เที่ยวฟรีนะเว้ย”

ปุ่นรู้ดีว่าทำยังไง อั้มที่ตัดสินใจไปแล้วก็ไม่เปลี่ยนใจแน่ๆ นี่เป็นนิสัยมัน
ไอ้นี่มันบ้าชอบทดสอบ จึงเปลี่ยนใจตัวเองด้วยการแนะนำวิธีการใช้ชีวิตให้
รอดใน 3 วันแห่งการท่องเที่ยวของอั้ม ซึ่งฟังดูเหมือนเดินทางไปรบ ซะ
มากกว่า

“อั้มแกฟังนะ แกก็เข้ากะผู้ใหญ่ได้ดี ฉันเห็นแกบ่อยเวลาไปกะที่บ้านแก
แกก็แค่ทำตัวให้เป็นธรรมชาติของแก แล้วก็เปลี่ยนการแต่งตัวบ้าง ให้มัน
ดูสาวหน่อย ไม่ใช่เซอร์ๆ บ้าๆ เหมือนตอนแกไปกะพวกชั้น และที่สำคัญ
อย่าซุ่มซ่ามบ่อย อ่อ แล้วไอ้อาการพูดไม่ชอบมองหน้าคนก็ห้ามนะ ผู้ใหญ่
เขาไม่ชอบ เคป่ะ”

“เออชั้นจะพยายามว่ะ ขอบใจแกนะไอ้ปุ่น ฉันคิดว่าน่าจะมีเวลาซัก 3 วัน
ก่อนไปฉันจะลองหาเสื้อผ้าดู ไม่น่าจะยาก”
“นั่นแหละ ฉันว่าจิงๆ แกก็มีอยู่แล้วแหละ แม่แกบังคับให้ใส่ประจำนิ แต่แก
ไม่หยิบมาใส่เอง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”
“ไอ้บ้า เออ งั้นแค่นี้แหละ ฉันต้องทำงานต่อวะ รีบปั่นงานเพื่อจะได้ไปเที่ยว
ได้ อิอิ บายเว้ย”

อั้มที่กังวลใจ พอจะได้ข้อสรุปอะไรบ้างแล้วเกี่ยวกับการวางตัวในการไป
เที่ยวครั้งนี้ แต่เธอก็ยังไม่หายข้องใจว่าทำไมเธอจึงอยากไปกับไข่ตุ๋นทั้งที่
เธอออกจะ “สันโดษ มากมาย” เธอไม่ได้เป็นสัตว์สังคมอย่างที่พยายาม
แสดงออกมา

โดยอั้มเองก็ไม่ทันได้คิดว่า จริงๆแล้วตัวเธอเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย
เพราะเธอมีนิสัยที่ไม่กล้าเรื่องมากกับคนแปลกหน้าแบบว่าจะเรียกว่า
“เกรงใจ” ก็ได้

3 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว อั้มเร่งเคลียร์งานจนลืมนึกถึงสิ่งที่เธอต้องเตรียม
ตัวไปในเช้าวันพรุ่งนี้ อั้มเพิ่งจะได้มานั่งหาของใช้จำเป็นในการเดินทางและ
ยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าใบโปรด ตอน 3 ทุ่มกว่าๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่วายมีเรื่องมา
ป่วนเธอ เสียงโทรศัพท์นั่นเองดังกวนใจเธอนานแล้ว แต่อั้มมัวแต่จัดของอยู่

“โหล มีไรพี่โก๋ หายไปเลยนะ”
“เออ ทำไมแกรับช้าวะ โทรหลายรอบแล้ว ชั้นมีเรื่องจะวานแกหน่อย”

“อ่อ จัดของอยู่ พรุ่งนี้จะไปเที่ยว มีไร”
“ฮะ พรุ่งกี่โมง ชั้นติดธุระด่วนจะให้แกเอารถมาจอดให้ที่อู่ประจำแถว
รามอินทราซะหน่อย นัดเขาไว้แล้ว”

“อ้าว พี่โก๋ อั้มต้องไปแต่เช้านะเว้ย นัดเขาไว้ 7 โมงแล้วจะไปให้ได้งัย
ไม่ได้” อั้มตวัดเสียงแบบไม่พอใจเล็กน้อย
“โห ไอ้น้องรัก แกพี่จ่ายค่าแท๊กซี่ให้ก็ได้ แวะไปให้หน่อย ไม่งั้นมันจะรอ
คิวนานเว้ย นะนะ”
“แล้วมันต้องตื่นกี่โมงกันนี่ โห ลำบากนะ รามอินทรา กะสาธรนะเว้ยพี่โก๋”

“เออ งั้นก็ปล่อยให้รถแม่งเจ้ง แล้วกัน”
“นั่น เป็นงี้ทุกที” อั้มกะโก๋เป็นพี่น้องที่ไม่เคยจะพูดจาภาษาดอกไม้กันได้
อาจเป็นเพราะความสนิท หรือวัยไม่ต่างกันมากทำให้ดูเหมือนเป็นเพื่อนกัน
มากกว่าพี่น้อง
“เออ ตื่นเช้าให้ก็ได้ ถ้าตกรถนะพี่โก๋ พี่ต้องพาฉันไปเที่ยวชดเชย และเที่ยวฟรี กินฟรีด้วยยยยยยยย” อั้มลากเสียงแบบยี่ยวน เพราะทำอะไร
มากกว่านี้ไม่ได้
“เออได้ ขอบใจ แค่นี้แหละ บายไอ้น้องรัก”
ยังไม่ทันที่อั้มจะพูดอะไรต่อ โก๋ก็วางสายไปแล้วปล่อยให้อั้มยืนงง คิดหาทางเอารถไปไว้แล้วไปขึ้นรถไข่ตุ๋นให้ทันเพียงลำพัง

เมื่อคำนวนเส้นทางได้แล้วอั้มก็กลับมาจัดของเหมือนเดิม ซึ่งครั้งนี้แปลกว่า
ทุกที เพราะอั้มขนทั้ง PSP MP3 และหนังสืออ่านเล่นไป ประหนึ่งเหมือน
ว่าอั้มจะไปเที่ยวคนเดียวไม่คุยกะใคร ส่วนสิ่งของจำเป็นสำหรับสาวๆ อย่าง
ครีมทาผิว ครีมกันแดด หมวก เธอดันลืมซะหมด

อั้มออกจากบ้านตั้งแต่ ตี 5 เพื่อเอารถไปทิ้งไว้ที่อู่รถเจ้าประจำของบ้าน
แล้วจึงนั่งแท๊กซี่ไปต่อรถไฟฟ้า แถวจตุจักร เพราะคิดว่ามันน่าจะเร็วสุด

ไข่ตุ๋นเดินวนไปมา ดูทางท่ากระสับกระส่ายเพราะตอนนี้ 7 โมงแล้วเจ้าอั้ม
ยังไม่มาถึงซะที รึว่ามันจะเปลี่ยนใจเพราะตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้โทรคุยกัน
เลย เขาไม่อยากให้อั้มดูไม่ดีตั้งแต่ครั้งแรกที่มาหาครอบครัวเขา ซึ่งตอนนี้ทุกคนกำลังรออั้มอยู่

ไข๋ตุ่นอดใจไม่ไหว จะกดโทรไปหาอั้ม ซึ่งจริงๆ แล้ว เขาคิดว่ามันเสียหน้า
อยู่บ้าง แต่ทางอั้มโทรเข้ามาพอดี

“ไง ไม่ไปแล้วเหรอ” ไข่ตุ๋นกวนตั้งแต่เริ่ม
“ป่าว รีบแล้ว ตอนนี้อยู่สถานีสุรศักดิ์แล้วค่ะ พี่ออกไปยัง โทษทีคำนวน
เวลาผิดนิดหน่อย”
“ก็กำลังจะออก ให้เวลาแค่ 10 นาทีนะ ไม่งั้นอด” เขาแกล้งขู่แต่ก็อดยิ้มไม่
ได้ อั้มมาแล้วดีจริงๆ
“อ่อค่ะ กำลังจะนั่งมอไซค์เข้าไป ไม่น่าจะเกิน 10 นาที เจอกันค่ะ”
อั้มรีบเดินสุดชีวิต เธอไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องมารอเธอคนเดียว แต่ทำงัย
ได้ มันมีธุระนิ ฉันรีบแล้ว อั้มคิด

ไข่ตุ๋นยืนรออยู่ที่หน้าบ้านแม่ของเขาพอดี ทำให้อั้มไม่ต้องหาบ้านให้เสียเวลาอีก เออ ดีเหมือนกันออกมารอด้วย
ยังไม่ทันที่อั้มจะเดินถึงดี ไข่ตุ๋นก็บ่นซะแล้ว “ช้า รู้งี้ไม่รอดีกว่า”
“ขอโทษค่ะ” อั้มไม่ได้อธิบายอะไร เพราะรู้ว่าพูดไปก็เท่านั้นมันเป็นเรื่องของเธอ เธอสายเอง

ไข่ตุ๋นเดินนำอั้มไปทักทายครอบครัวของเขา ซึ่งออกมายืนเตรียมพร้อมจะเดินทาง และก็ช่วยถือกระเป๋าอั้มไปเก็บที่ท้ายรถ อั้มเดินตามไปอย่าง
เงียบ ๆ เพราะเริ่มเกิดอาการเกร็ง

“กินข้าวเช้ามาหรือยังล่ะเรา” พี่ดาพี่สาวคนโตถามขึ้น
“อ่อ คะ ยังเลยค่ะ มาออกจะเช้าไปหน่อยค่ะ อั้มกินตอนประมาณ 8 โมง ค่ะ”
“อืม เดี๋ยวคงได้แวะกินข้าวอ่ะนะ หึหึ เข้าไปนั่งข้างไอ้ตุ๋นมันไปจะได้เดิน
ทาง”

รถตู้ของครอบครัวเริ่มออกเดินทางไปเที่ยว ความสนุกสนานตื่นเต้นของ
เด็กๆ ทำให้บรรยากาศในรถไม่อึดอัดจนเกินไป อั้มก็ได้ทำความรู้จักกับ
ทุกๆ คนไปด้วย แต่ก็ยังรู้สึกเขินเล็กน้อยที่มีไข่ตุ๋นนั่งอยู่ข้างๆ แขนที่ติด
กันเพราะที่นั่งไม่ได้กว้างมาก ทำให้อั้มรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ

เมื่อรถตู้เดินทางมาถึงนครสวรรค์ ในเวลา 10 โมงเช้า ก็ได้แวะพักรถที่ร้าน
อาหารจุดพักรถ ซึ่งส่วนใหญ่ขบวนเดินทางที่จะขึ้นไปเชียงใหม่มักนิยมมา
แวะพักรถที่จุดพักรถ จ.นครสวรรค์ ด้วยเพราะรถก็ใช้งานหนักมาพอ
สมควร และจุดนี้ก็ยังมีร้านอาหารน่ากินตั้งเรียงรายอยู่มากมาย

“อ้าวอั้ม ตื่น อะไรเนี๊ยะยังเห็นนั่งหัวเราะอยู่ หลับซะแล้ว”
“ฮะ ถึงแล้วเหรอ เชียงใหม่ เร็วจังฮะ” อั้มงวงเงียตื่นขึ้น
“นั่น ไปกันใหญ่ ป่ะกินข้าวกัน”

ทั้งหมดเดินเข้าไปร้านข้าวแกง ร้านแรก เพราะดูเหมือนจะน่ากินสุด
ต่างคนก็เดินไปสั่งอาหารที่ตัวเองชอบ แต่ไข่ตุ๋นดูเหมือนจะจำได้ว่า
อั้มชอบกาแฟเอสเปสโซ่ จึงเดินตรงไปสั่งมาให้ก่อนเลย ยังไม่ทันถึงโต๊ะ
อั้มก็ซุ่มซ่ามเดินชนเก้าอี้หกล้มหน้าคว่ำไปแล้ว

“เฮ้ยยยย ตลอดอ่ะ ระวังหน่อยสิ นิยังไม่ตื่นอีกเหรอ”
“อูยเจ็บ ก็มันง่วง” อั้มบ่นไปถูแขนไป
การใส่ใจดูแลของไข่ตุ๋นแม้จะดูไปบ่นไป แต่เขาก็เป็นห่วงอั้มอย่างเห็นได้
ชัด จากคนที่มองดูอยู่รวมทั้งครอบครัวของเขาด้วย ส่วนอั้ม มัวแต่ง่วงเลย
ไม่ได้ทันสังเกตุอะไร นอกรอยแผลของตัวเอง

“อ้าวพี่ตุ๋น ไปซื้อมาตอนไหนอ่ะ อยากกินอยู่พอดี” อั้มยิ้มเมื่อได้กินกาแฟ
ของโปรด
“อืม กินไปเถอะ พูดมาก” พูดจบไข่ตุ๋นก็เดินไปนั่งกับแม่ ทิ้งให้อั้มนั่งอยู่
คนเดียวในโต๊ะใกล้ๆกัน ความเขินอายแต่ไม่แสดงออกของไข่ตุ๋นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นประจำ คนที่บ้านเขารู้ดี ถึงนิสัยนี้

ขณะที่นั่งกินข้าวไป ไข่ตุ๋นก็แอบมองอั้มเป็นระยะ เพราะไม่อยากให้อั้มนั่ง
เหงาเกินไป แต่อั้มไม่เหงาแล้ว เพราะบังเอิญเจอเพื่อนที่เคยทำงานด้วย
กัน เข้ามาทักทาย

หนุ่มหล่อวิศวกร ที่เข้ามาทักอั้ม ดูดีทีเดียวทำให้คนที่คอยแอบมองอยู่รู้สึก
หงุดหงิดในใจ พาลอดคิดไม่ได้ว่าทำไมอั้มต้องทำท่าทางสนิทสนมอย่างนั้น
ด้วย ทีกับเขาเองไม่เคยจะเห็นยิ้มแบบนั้นให้บ้าง

ไข่ตุ๋นเห็นว่าสายมากแล้ว รวมกับอาการหมั่นไส้อั้มที่คุยกันไม่หยุดซักที
จึงรีบชวนคนอื่นๆ ให้ขึ้นรถ จากนั้นก็เรียกอั้มให้เดินตามไปด้วย ทำให้อั้ม
ต้องบอกลาเพื่อนแล้วเดินตามไป

การเดินทางสู่เชียงใหม่ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากที่ทุกคนได้ทาน
อาหารเช้าแล้วก็ดูเหมือนว่าจะได้ชาร์ตพลังงานกันเต็มที่ทำให้มีแรงเม้าท์และเล่นกันในรถได้ ส่วนอั้มเธอดึงหนังสือเล่มโปรดออกมาอ่านเป็นการฆ่า
เวลา และเพื่อที่จะได้ไม่มีใครมาคอยชวนเธอพูด รวมถึงสอบถามเรื่อง
ระหว่างเธอกับไข่ตุ๋น อั้มบอกไม่ถูก ไม่สามารถบอกใครได้ว่าเธอกับไข่ตุ๋น
นั้นเป็นอะไรกัน แต่คนอื่นๆ เข้าใจไปแล้วว่าเธอเป็นแฟนไข่ตุ๋นนั่นเอง ทำ
ให้อั้มกระอักกระอ่วนใจพอสมควรที่จะตอบคำถาม

เมื่อรถเริ่มเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ ก็เป็นเวลาบ่ายแก่ๆ แล้ว จึงแวะหาอาหาร
เหนือทานก่อนจะเชคอินที่บ้านพักซึ่งเลยเข้าไปอีกจากตัวเมือง

อั้มยืนมองซ้ายมองขวา ไม่รู้ว่าจะเข้าไปนั่งตรงไหนดี จึงได้แต่รอให้ทุกคน
นั่งกันเสร็จก่อนแล้วก็คิดว่าจะเข้าไปนั่งตรงที่ว่าง จนไข่ตุ๋นเหลือบมาเห็นพอ
ดี ก็เดินตรงเข้ามาจับข้อมืออั้มและลากไปนั่งข้างๆ เขา อาการนั้น ทำให้

อั้มเขินอายจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ก็แหม ทุกคนมองเธออยู่นิ อย่างนี้แล้วพวกเขาจะรู้สึกอะไรไปได้มากกว่าเธอและไข่ตุ๋นเป็นแฟนกัน

“เอ่อ พี่ตุ๋น อั้มว่าอั้มนั่งตรงนี้แหละ ง่ายดี” อั้มพูดแบบเขินๆ
“อ้าว เออได้งั้นพี่นั่งตรงนี้ เผื่ออยากได้อะไรจะได้หยิบให้ได้”
พี่ดาเริ่มกลับมายิงคำถามใส่อั้มอีกแล้ว เมื่อมีโอกาสได้นั่งตรงข้ามกับอั้ม

“นิเรารู้จักกันยังไงอ่ะอั้ม พี่ไม่เคยเห็นได้ข่าว”
“เจอกันที่สนามแบดค่ะ อั้มเป็นรุ่นน้อง” พูดจบก็ยิ้มก้มหน้ากินต่อ
“แหมหาเอาง่ายๆ นะไอ้ตุ๋น สมภารกินไข่วัดเหมือนไอ้เต้เลยนะแก” พี่ต่อ พี่ชายคนโตโพร่งออกมาบ้าง ทำเอาทุกคนในโต๊ะขำกันใหญ่
“ก็ไม่ขนาดนั้น มีต้นแบบมันก็ต้องทำตามบ้าง ได้มันคนนึงนิไง” เมื่อได้
โอกาส ไข่ตุ๋นก็พูดจากำกวมจน ทุกคนยิ่งแน่ใจว่า อั้มนิแหละน้องสะใภ้คน
สุดท้องแน่ๆ

อั้มได้แต่มองหน้าไข่ตุ๋น แล้วทำให้ห้ามปามไข่ตุ๋น ไม่ให้พูดต่อ ก็เธอคิด
ว่ามันจะมากไปแล้วนิ เรายังไม่ใช่ซะหน่อย

เมื่อทั้งหมดเริ่มเดินออกจากร้าน อั้มก็ได้โอกาสพูดกับไข่ตุ๋นแบบส่วนตัว
บ้าง
“นิพี่ตุ๋น มากไปแล้วนะ” อั้มทำตาเขียว
“มากอะไร” ไข่ตุ๋นแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ นิ่งตามเคยกับสีหน้าที่เรียบเฉย

“ก็พี่ตุ๋นพูดแบบนั้นได้งัย คนอื่นเขาเข้าใจผิดหมดละ แย่จิงอั้มเสียหายนะ”
“ชั่ง มันเถอะถ้าเราไม่ใช่จะเดือดร้อนอะไร” พูดจบไข่ตุ๋นก็เดินขึ้นรถหน้าตา
เฉย

เมื่อแยกย้ายกันเข้าห้องพัก ก็เกิดการเข้าใจผิดเรื่องห้องพักของอั้มและไข่
ตุ๋น เนื่องจากทุกคนเข้าใจว่า เขาและอั้มจะต้องพักห้องเดียวกัน จึงให้
พนักงานถือกระเป๋าไข่ตุ๋นไปไว้ในห้องของอั้ม ส่วนอั้มที่ไม่รู้เรื่องเพราะเดิน
ไปก่อนแล้วก็ไม่ทันรู้ว่ากระเป๋านั้นเป็นของไข่ตุ๋น อั้มนึกว่ามีสาวๆ คนอื่นมา
พักห้องเดียวกับเธอ จึงเข้าห้องพักและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อพักผ่อน
ก่อนที่จะต้องออกไปตะเวนท่องเที่ยวอีกในช่วงเย็น

ระหว่างที่อั้มอาบน้ำ ไข่ตุ๋นซึ่งทราบเบอร์ห้องตัวเองและได้รับกุญแจที่อั้ม
ฝากพนักงานยกกระเป๋าไปให้อีกคนที่จะนอนกับเธอ เพราะเข้าใจผิดและกลัวว่าหลานสาวจะเข้าห้องไมได้

ไข่ตุ๋นก็เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองได้นอนกับแม่ จึงไมได้ถามอะไรรีบไขกุญแจ
ห้องเข้าไปนอน เพราะง่วงที่ต้องตื่นเช้ามาเตรียมของการเดินทาง หยิบข้าว
ของออกมาจัด

“ว้ายยยยยยยย พี่ตุ๋น เข้ามาได้ยังไงคะ” อั้มตกใจสุดขีดและเขินจนหน้า
“อ้าว เฮ้ย พี่ขอโทษ พี่นึกว่านิห้องแม่พี่” ไข่ตุ๋น ก็ตกใจเช่นกันแต่ไม่ยอม
หลบตา เพราะสิ่งที่ได้เห็นมันทำให้เขาขำนิดๆ เขานึก ดีเหมือนกันได้เห็นหน้ายัยอั้มแบบนี้ แล้วก็สวยดีเหมือนกันนะ ผิวอั้มสวยมากเลย

“จ้องอะไรคะ หันหน้าไปเลยนะ อั้มอายจะแย่อยู่แล้ว”
“ได้คับ” ไข่ตุ๋นหันหน้าไปพร้อมกับรอยยิ้มขำๆ
“อั้มขอแต่งตัวก่อนนะคะ พี่ช่วยออกไปก่อนได้มั๊ย” อั้มรีบหยิบเสื้อผ้าที่วาง
ไว้
“อ้าว ก็แต่งไปสิ พี่ไม่ได้ทำอะไรนิ ออกไปตอนนี้พี่ก็ไม่รู้แม่อยู่ห้องไหน
ขอพักก่อนล่ะ อั้มอยากทำไรก็ทำไปเหอะ พี่ไม่กวนหรอก” พูดจบไข่ตุ๋นก็
นอนลง โดยไม่สนใจว่าอั้มจะว่าอะไรต่อ ก็เขาง่วงจนไม่ไหวแล้ว อีกอย่างก็
ดีเหมือนกัน ได้มีโอกาสคุยกันบ้างตั้งแต่มาเขายังไม่ได้คุยกับอั้มตามลำพัง
เลย

อั้มต้องเอาเสื้อผ้าไปแต่งตัวในห้องน้ำแทน เพราะทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
เสร็จแล้วออกมา ก็เห็นไข่ตุ๋นหลับสนิทไปแล้ว จึงหยิบหนังสือมาอ่านและ
นั่งลงตรงโซฟาแทน

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง อั้มเริ่มสงสัยว่าไข่ตุ๋นจะหลับนานไปแล้ว และนี่มัน
เย็นมากแล้วด้วยเดี๋ยวก็ต้องออกไปข้างนอกกันแล้ว จึงจะเดินไปปลุกแต่ดัน
สะดุดขาตัวเอง แล้วก็ล้มหน้าคว่ำไปโดนแกล้มไข่ตุ๋นพอดี ทำเอาเจ้าตัวลืม
ตาทันทีและจับตัวอั้มกอดไว้ทันที

“ว้าย พี่ตุ๋นปล่อยอั้มนะ” อั้มดิ้นรนออกจากอ้อมกอดไข่ตุ๋น
ชายหนุ่มยิ้มกริ่มและไม่ยอมปล่อย “อ้าว มาขโมยหอมเค้าแล้วยังไม่รับผิด
ชอบอีกเหรอ แย่นะ” ไข่ตุ๋นหยอกและแกล้งอั้มต่อ
“บ้าแล้วพี่ อั้มสะดุด ใครกันจะไปหอมพี่ล่ะ ถ้าไม่ปล่อยนะ จะร้องดังๆ
เลย ไม่อายรึ”
“เอาสิ พี่ว่าเราจะอายกว่าพี่นะ” ไข่ตุ๋นไม่สน
อั้มเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง กำลังตกที่นั่งลำบากอะไรกันตานี่ ดูเฉยๆ ไม่น่าจะเป็น
คนแบบนี้ได้เลย แกล้งกันไม่เลิกหึ
“ก็ได้ อั้มทำเอง แล้วพี่จะทำไม จะแกล้งกลับรึ พอเถอะก็ยอมรับแล้วไง”
“พูดกันดีๆ ซิ พี่รู้สึกว่าเรามีเรื่องไม่พอใจพี่อยู่ ว่ามาสิพี่ไปทำอะไรให้”

“อ่า ไม่นิคะ พี่คิดไปเอง” อั้มคิดไปถึงเรื่องของเขากับพี่เมย์ที่เธอได้รับรู้มาแล้วก็รู้สึกแย่ ที่เขายังไม่ทำแบบนี้กับเธออีก ชั่งเป็นคนที่เห็นแก่ได้จริงๆ
“แล้วทำไมถึงหายไป นิถ้าไม่ได้เจอกันที่ร้านอาหารเราคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่ด้วยกัน”
“ก็........” อั้มนึกไม่ออกว่าจะแก้ตัวยังไง อั้มทำตัวหายไปจริงๆ เพราะคิดว่ามันไม่เหมาะที่จะจิจ๊ะ กับแฟนของคนอื่น
“อะไร บอกมา ไม่งั้นไม่ปล่อย” ไข่ตุ๋นเร่งเร้า
ผู้ชายอะไรน่าไม่อายจริง รู้อยู่แก่ใจยังจะมาถามอีก อั้มเริ่มหมดความอดทน
“พี่ตุ๋น ทำแบบนี้กับอั้มมันไม่ดีกับพี่เมย์นะคะ เขาจะรู้สึกยังไงถ้าได้รู้ว่าคนที่เป็นแฟนเขา มาทำตัวเจ้าชู้กับสาวอื่นแถมพามาเที่ยวกับครอบครัว แถมพูดจากำกวมให้ครอบครัวเข้าใจผิด และ” อั้มโดนปิดปากด้วยมือของไข่ตุ๋นทั้งที่อีกมือก็ยังกอดเอวเธอไว้อยู่
“พอและ เข้าใจผิดกันไปใหญ่ ใครบอกเราว่าพี่เป็นแฟนกับเมย์ แล้วถ้าเป็นจริงพี่จะชวนเรามาเที่ยวได้ยังไง คิดซิ”
อั้มแกะมือไข่ตุ๋นออกจากปาก แล้วเริ่มพูดต่อ “อั้มเห็น พี่เมย์นอนอยู่ในห้องพี่ แล้วพี่ยังจะไม่ยอมรับอีกเหรอ มากไปแล้วนะ” อั้มจ้องไข่ตุ๋น พร้อมน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาสองตา และดูเหมือนมันจะหยุดไม่ได้
ไข่ตุ๋นงงกับสิ่งที่เห็นมาก อั้มเป็นอะไรทำไมจึงเป็นอย่างนี้ สาวน้อยที่ดูร่าเริงได้ตลอดเวลา ทำไมต้องร้องไห้มากมายแบบนี้ด้วย เขาไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แต่ก็สงสารอั้มจนดึงตัวเธอมากอดไว้ที่อก
“อั้มฟังพี่นะ เราเข้าใจผิด ที่อั้มเห็นอาจเป็นวันนั้น เมย์เขาเมา พี่ก็นอนข้างล่าง เช้ามาพี่ก็ไปซื้อของที่ตลาด พี่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พี่ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาจริงๆ หยุดเถอะ”
อั้มฟังและทำตัวนิ่งๆ อั้มไม่รู้ว่าสิ่งที่ไข่ตุ๋นอธิบายเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน แต่อั้มก็สงบลงได้ด้วยไออุ่นจากอกของไข่ตุ๋น
ไข่ตุ๋นคิดว่าเขาควรออกไปจากห้องได้แล้ว เขาไม่อยากทำให้อั้มเสียหายการที่เขาอยู่ในห้องนี้กว่า 2 ชม. ก็ทำให้คนคิดไปต่างๆ นานา ได้แล้วขณะนี้เขายังไม่พร้อมที่จะทำให้ใครเสียหาย เพราะเขายังไม่เคยได้เข้าใจตัวเองเลยว่ารู้สึกยังไงกับใคร บอกได้แค่ว่าอั้มดูเหมือนจะพิเศษกว่าคนอื่นในใจของเขา แต่เขาก็ยังไม่อยากคิดอะไรมากขอดู ๆ ไปก่อน
ไข่ตุ๋นเก็บของย้ายออกจากห้องอั้มไปแล้ว เหลือแต่อั้มยังคงนั่งว้าวุ่นใจ คิดอะไรมากมายอยู่คนเดียว
อั้มนอนมองเพดานห้อง ใจล่องลอยไปถึงเรื่องราวที่ได้เจอมา การที่เธอยอมให้ไข่ตุ๋นได้ทำอะไรแบบนั้นกับเธอโดยที่เธอไม่ได้โกรธเขาเลย มันบอกอะไรๆ ได้หลายอย่างที่เดียว อั้มเริ่มรู้ใจตัวเองแล้ว เธอชอบไข่ตุ๋นยังเป็นแค่ความชอบที่ทำให้เธอยอมเปิดใจที่จะดูเขามากขึ้น
เรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามาในช่วงหลายเดือนนี้ เมื่อได้มานอนนึกถึงมันอั้มก็รู้สึกว่ามันชั่งน่าแปลกจริงๆ ที่เธอและไข่ตุ๋นได้มาสนิทกันและผูกพันกันขึ้นเรื่อยๆ การผ่านเรื่องราวมากมายทำให้ความรู้สึกของเธอเหมือนถูกทำให้เปลี่ยนไปทุกๆวัน จนกลายมาเป็นความชอบที่เกิดขึ้น
ความคิดถึงขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตู ไข่ตุ๋นนั่นเอง
“อั้ม ๆ พี่มาตามเขาจะไปกันแล้วนะ”
อั้มเดินมาเปิดประตู โดยเตรียมกระเป๋ามาพร้อมที่จะไปเลย
“อ่อค่ะ ขอโทษทีที่ลืมเวลา ไปเลยค่ะ” อั้มพยายามหลบตาไข่ตุ๋นและเดินเลี่ยงไปโดยไม่เดินเคียงคู่กันไป
เมื่อรู้ใจตัวเองขึ้นมา มันก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากมากที่จะให้เธอกล้ามองหน้าเขาได้ตรงๆ มันรู้สึกแปลกๆ
ทั้งหมดเดินทางไปทานอาหารที่ร้านอาหารเหนือแท้ๆ ถึงจะเป็นร้านที่เล็กๆ แต่คนก็แน่นร้านทีเดียว อาหารรสชาติเหนือแท้ๆ ที่อร่อยถูกปากทำให้ทุกคนดูมีความสุขจากการรับประทานอาหารเย็นมาก
ไข่ตุ๋นนั่งติดกับอั้มเช่นเคย เขาดูจะยิ้มได้มากกว่าตอนกลางวันคงเป็นเพราะได้เคลียร์เรื่องในใจกันบ้างแล้ว เขาพอใจที่เห็นอั้มยิ้มได้ วันนี้เป็นวันของเธอถึงแม้เขาจะยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกใคร แต่วันนี้เขารู้แค่ว่าเขามีความสุขมากขึ้น เมื่อได้เห็นรอยยิ้มอั้ม
ส่วนอั้มก็ยังเป็นแบบเดิม ไม่กล้าที่จะมองหน้าไข่ตุ๋นและคอยแต่จะหลบสายตาอยู่ตลอด แต่ก็ยังเทคแคร์ดูแลไข่ตุ๋นเช่นที่ผ่านมา คอยตักอาหารให้ โดยเฉพาะของที่เขาชอบ
“เอ่อ พี่ตุ๋นพอแล้วค่ะ อั้มอิ่มแล้ว”
“อ่าว กินน้อยจัง ชอบฮังเลไม่ใช่รึ”
“ค่ะ แต่ไม่ไหว กินมาตลอด ฮะๆ”
“อะไรกันสองคน คุยกันกะหนุงกะหนิงเชียว” พี่ดาโพร่งขึ้นกลางวง
“ป่าว ก็ไอ้เจ้าอั้ม มันกินน้อย ดูสิ เสียดายของ”
“อะไรล่ะ พี่ตุ๋น” อั้มตั้งตัวขึ้นเถียงบ้าง
“อะไร ไม่กล้าอะดิ แน่จริงกินต่อสิ”
“เฮ้ย บอกว่าอิ่ม อ้าว ก็ได้ดวลกัน คนล่ะชามไปเลยนะ” อั้มท้าไข่ตุ๋นที่ไม่มีท่าทีว่าจะยอมกัน จนทำให้ดาอดขำไม่ได้
“จริงๆ เลยเราสองคน แก่กันแล้วนะ”
“โหพี่ดา พี่ตุ๋นเขาแก่คนเดียวค่ะ อิอิ มาพี่ตุ๋น แข่งกัน ใครหมดก่อนชนะ คนแพ้ต้องเป็นเบ๊กันทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น”
“นั่น คิดเหรอว่าจะชนะ ฮึฮึ” ไข่ตุ๋นพูดจบก็รีบกินแบบไม่รออั้ม
ทั้งสองแข่งกันกินแต่สุดท้ายก็เป็นไข่ตุ๋นที่ชนะ อั้มจึงต้องยอมเป็นเบ๊คอยรับใช้ไข่ตุ๋นตลอดทั้งวันในวันพรุ่งนี้
“โห ก็พี่ตุ๋นมันขี้โกง พี่ดาก็เห็น”
“อะไร แพ้แล้วต้องยอมรับสิ” ไช่ตุ๋นยักคิ้ว ล้อเลียน
“ก็ได้” อั้มยอมรับชะตากรรม แต่ก็ไม่วายยังชักสีหน้าค้อนใส่ไข่ตุ๋น
บรรยากาศในโต๊ะอาหารดีขึ้นเยอะ ส่วนบรรยากาศข้างนอกเกินบรรยายเพราะสวยมาก ดาวเต็มท้องฟ้า ทั้งหมดทานกันหมดแล้วก็ไม่มีใครที่คิดจะขยับตัวขอกลับบ้าน
ไข่ตุ๋นและอั้มเมื่ออิ่มเต็มที่ก็ขอตัวเองไปเดินเล่น ขยับพุงกันบ้าง ทั้งสองเดินออกไปถึงระเบียงของร้านอาหารที่บรรยากาศลายล้อมด้วยหุบเขา ใครนะชั่งเลือกทำเลได้ดีขนาดนี้ มาสร้างร้านอาหารที่น่ารัก และแสนอร่อย เก่งจริงๆ
“อั้ม ๆ มาดูนี่สิ”
“อะไรเหรอค่ะ”
“เคยเห็นดาวเทียมมั๊ย”
“ฮะ ดาวเทียมเหรอ อะไรอ่ะ”
“อ่าว ก็ดาวเทียมไง ดาวเทียมที่เราทำขึ้น แล้วเอาขึ้นไปไว้ใช้สือสารน่ะ ของไทยก็มีไง”
“อ่อ อย่างพวก ไทยคมอ่ะเหรอ พี่”
“อืม ดูสิ มองขึ้นไปบนฟ้า แล้วหาให้หน่อยสิว่าดวงไหน”
“อืม แล้วมันเป็นยังไงอ่ะ”
“ถามจริง ลองมองดูสิ” ไข่ตุ๋นพูดและดึงอั้มมายืนติดกัน เพื่อยืนมองดาวด้วยกัน อากาศที่เย็นทำให้เขารู้ว่าอั้มหนาวมาก เพราะมืออั้มเย็นเฉียบอย่างกับเอาไปแช่น้ำแข็งมา ไข่ตุ๋นถือโอกาสกุมมือเย็นๆ นั้นไว้ ไออุ่นจากเขาคงทำให้อั้มรู้สึกดีขึ้นบ้าง
“อ่ะพี่ตุ๋น อันนั้นหรือป่าว” อั้มรีบดึงมือออก แม้จะรู้สึกดี แต่ก็เขิลเกินไปจนไม่กล้าให้ไข่ตุ๋นจับมือไว้ต่อ อั้มชี้ไปที่ท้องฟ้า แบบมั่วๆ เพื่อกลบเกลื่อน
ไข่ตุ๋นเอื้อมมือไปจับมืออั้มแล้ว เลื่อนไปทางขวา
“ไม่ใช่ ต้องอันนี้ เห็นมั๊ย มันจะเคลื่อนที่ช้าๆ ดาวจริงน่ะ ไม่เคลื่อนที่หรอก”
“เออจริงด้วย พี่ตุ๋นนิเก่งแฮะ”
“อ้าว ไม่เคยรู้รึ”
“ม่ายยยยยย เคย” อั้มทำหน้าล้อเลียน

“อีกและ ไปดีกว่าออกมานานและ” ไข่ตุ๋นตัดบทเพราะโดนอั้มล้อ
เขาออกจะไม่ค่อยชอบให้ใครแกล้ง แต่ตัวเองชอบแกล้งคนอื่นเป็นที่สุด
ความผูกพันที่เกิดขึ้นทีละน้อย ทำให้อั้มและไข่ตุ๋นเริ่มรู้สึกดีๆ ต่อกัน จะ
ต่างกันก็ตรงที่ อั้มนั้นรู้ใจตัวเองแล้วล่ะสิว่าเธอรู้สึกยังไงกับชายหนุ่มข้างๆ
เธอนี้ ถึงจะไม่รู้ได้รู้สึกลึกซึ้งมากแต่ก็มากพอที่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

การเที่ยวเชียงใหม่ครั้งนี้ สามารถช่วยให้ไข่ตุ๋นได้กลับมามีโอกาสดูใจอั้มได้อีกครั้ง ถ้าหากมันจะช่วยให้เขาตัดสินใจอะไรได้บ้างก็คงจะดีกับใครอีกหลายคน เพราะการรอคอยอย่างมีความหวัง โดยไม่รู้ว่าความหวังนั้นมันจะเป็นจริงมั๊ย ช่างเป็นความทรมานจริงๆ แต่ก็คงเป็นความทรมานที่เต็มใจ แม้คำตอบจะออกมายังไงก็ตาม





 

Create Date : 11 ตุลาคม 2554    
Last Update : 11 ตุลาคม 2554 14:17:59 น.
Counter : 230 Pageviews.  

อลวนรักหนุ่มขี้เก๊ก # 9

อลวนรักหนุ่มขี้เก๊ก # 9
มันเรียกว่าอะไร

อั้มได้แต่ยืนงงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ไม่เข้าใจว่าตกลงสิ่งที่เห็นมันคืออะไร เขาสองคนเป็นแฟนกัน นอนด้วยกันหรือแค่มาพบกัน นะตอนนี้สิ่งที่รู้คืออั้มรู้แค่ว่าใจตัวเองตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ความตกใจ ความผิดหวัง และน้ำตามันล้นอยู่ภายในแต่เธอไม่อาจแสดงออกมาได้

“ส สวัสดีค่ะเอ่อ....”
“นี่เมย์เพื่อนพี่เอง วันนี้เขาจะมาค้างที่บ้านอ่ะ”

“อ่อค่ะ ขอโทษที่มารบกวนนะคะ อั้มแค่อยากจะขอยืมหนังสือพี่ตุ๋นไปอ่าน”

“อ่อ ไม่เป็นไรค่ะ แต่มาบ้านคนอื่นค่ำๆ มืดๆ อย่างนี้พี่ว่ามันอันตรายนะ” คำพูดและสายตาที่ดูเหมือนไม่มีอะไรของเมย์มันแฝงความนัยไว้มากมายว่าอั้มนั้นมาขัดจังหวะเธอและไข่ตุ๋นอย่างแรง

ด้วยความที่บ้านไข่ตุ๋นนั้นเป็นบ้านชายโสด สิ่งต่างๆ นานาตามจิตนาการก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวอั้ม เธอไม่รู้และไม่กล้าพอที่จะถามว่าเขาสองคนเป็นอะไรกัน และสิ่งที่เธอและไข่ตุ๋นเป็นมาสักระยะหนึ่งนั้น เราเป็นอะไรกัน อั้มซึ่งยังอยู่ในอาการช๊อคขอเดินขึ้นไปหาหนังสือที่ชั้นบนเงียบๆ

โดยปล่อยให้ทั้งสองนั่งดูหนังต่อไป เสียงคุยกะหนุงกะหนิงมีมาไม่ได้ขาด มันทำให้อั้มซึ่งไม่รู้ใจตัวเองจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ยืนน้ำตาไหลอยู่เงียบๆ คนเดียวที่บนชั้นสองของบ้าน

อั้มหายไปนานพอควรด้วยความที่เธอไม่อาจ ให้ใครเห็นหน้าของเธอตอนนี้ได้
“อั้มหาเจอมั๊ย หกล้มหรือป่าว” เสียงไข่ตุ๋นตะโกนขึ้นมาพร้อมกับวิ่งตามขึ้นมาดูอั้ม
อั้มถึงกับตกใจ รีบปาดน้ำตาและก้มหน้าหาหนังสือมาปิดบังหน้าตัวเอง แต่ไม่ทัน

“อ้าวเป็นไร ทำไม......” ไข่ตุ๋นเห็นหน้าและแก้มสองข้างแอบด้วยน้ำตา คาบน้ำตาที่โดนปาดออกไปยังไม่ทันแห้งดี
“อ่อ ปะป่าว ค่ะ คือฝุ่นมันเข้าตาน่ะ”
“ไหน ดูซิ” ไข่ตุ๋นพยายามมองหาฝุ่นจากตาของอั้มซึ่งไม่มีอยู่จิง หัวใจอั้มเต้นแรงและอยากจะหนีไปจากตรงนี้จริงๆ

“ไม่มีนิ คงหลุดไปแล้วแหละ พี่ป่าวให้อีกทีและ น่าจะหาย ขับรถได้ป่าว จะเคืองตามั๊ย”
“ไม่ค่ะ หายแล้ว ได้หนังสือแล้วด้วยจะกลับแล้วค่ะ”
“ไรกัน ดูหนังด้วยกันก่อนสิ สนุกนะ”

“อืม ไม่ค่ะ ดึกแล้ว” อั้มพยายามเลี่ยงและออกมาจากวงแขนของไข่ตุ๋นที่ดูเหมือนจะลืมเอาออกจากตอนที่จับตัวเธอดูฝุ่นที่เข้าตา

ระหว่างที่ทั้งสองคุยกันอยู่นั้น เมย์ซึ่งเดินตามมาด้วยโดยทั้งสองไม่รู้ตัว ยืนมองดูสถานการณ์ด้วยใจแตกสลาย เมย์ไม่เคยเห็นไข่ตุ๋นห่วงใครอย่างนี้ แม้จะใจดีกับทุกคนแต่เขาไม่เคยเป็นอย่างที่เห็นนี้กับใครแน่นอนแม้แต่เธอ เมย์ก้าวขาต่อไปไม่ไหว ได้แต่ยืนนิ่ง แล้วทั้งสองก็หันมาเจอกับเมย์ อาการตกใจเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสามคน และไข่ตุ๋นก็โพร่งออกมาคนแรก สีหน้าไม่แสดงออกถึงความตกใจ เขาเก็บความรู้สึกได้ดีเสมอ

“อ่าว ขึ้นมากันหมด ไปๆ ดูหนังกันต่อดีก่า”
“อ่อค่ะ แต่อั้มคิดว่าอั้มกลับดีกว่าดึกและของที่ต้องการก็ได้และ บายค่ะ ไม่ต้องไปส่งก็ได้” พูดจบอั้มก็เดินกึ่งวิ่งออกจากบ้านไปพุ่งตรงไปที่รถทันที โดยมีไข่ตุ๋นวิ่งตามมาแต่ไม่ทันอั้มออกรถไปเสียแล้ว

ไข่ตุ๋นเดินกลับเข้าบ้านด้วยอาการมึนๆ งงๆ ดูเหมือนเขาจะพอรู้สถานการณ์นี้ดีแต่ไม่อยากสรุป ปล่อยไปเรื่อยๆ ดีกว่าเดี๋ยวก็คงเหมือนเดิมเอง นั่นเป็นการหลอกตัวเองตามประสาผู้ชาย เมื่อเปิดประตูเข้าบ้าน เขาก็ได้เจอกับความจริงเข้าแล้ว

“ไข่ตุ๋น มันยังไงกันแน่ เธอกับน้อง...เอ่อ น้องอั้มน่ะ”
“ยังไง ก็เพื่อนกันเขาเป็นรุ่นน้องที่ตีแบดคอร์ดข้างเราไง”
“ช่าย เมย์รู้พอจำหน้าได้ แต่เธอไปสนิทกันตอนไหน”
“เอ่อ ก็ช่วงเขาเจ็บ เราก็ไปดูแลบ้าง”
“เท่าที่เห็นมันไม่ใช่นะ เมย์ไม่ยอม”
“อะไรกันเมย์ แกเป็นอะไร ไม่ใช่อะไร ก็ไม่มีอะไรนิ”
“ตุ๋นไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ว่าเมย์คิดยังไงที่ผ่านมาน่ะ แล้วเมื่อกี้อีก ตุ๋นก็ไม่ตอบเมย์” เมย์เริ่มเสียงสั่นทนไม่ไหว

“แล้ว” สีหน้าไข่ตุ๋น ดูสงบเงียบเมย์จี้ใจดำเขา แต่เขาไม่ยอมแสดงออก จริงที่เขารู้มานานว่าเมย์รู้สึกยังไง แต่เขายังไม่พร้อมนิ ยังไม่รู้สึกรักใครจะให้เขาทำยังไง

“แล้วเหรอ ตุ๋น ช่วยแสดงอะไรออกมามั่งก็ได้ ปฎิเสธก็ได้ อะไรก็ได้ เมย์ไม่ไหวแล้วนะ” เมย์เริ่มไม่มีสติจะคุมอารมณ์ได้แล้ว ความรู้สึกที่มีมานานมากมันไม่สามารถเก็บได้อีกต่อไป เมย์น้ำตาไหล พรางตัดพ้อ

“เมย์รักตุ๋นมานาน แต่เราเป็นเพื่อนกัน เมย์ทำทุกอย่างที่คิดว่าตุ๋นชอบ แต่...แต่ตุ๋นดูเหมือนจะไม่เคยเห็นมันเลยนะ ตุ๋นไม่เคยใส่ใจเมย์เท่ายัยเด็กนั่น เมย์พยายามอดทนและรอว่าซักวันตุ๋นจะรู้สึกดีๆ กับเมย์บ้าง แล้ว..แล้วยังไงตุ๋น เมย์ได้อะไร เมย์เป็นอะไรกันแน่ บอกมาสิตุ๋น”

“เมย์ใจเย็น อย่าร้องไห้เลย” ไข่ตุ๋นกอดเมย์ไว้ แปลกมากความอบอุ่นจากเขาทำให้เมย์ดีขึ้น สติค่อยๆ กลับมา

ไข่ตุ๋นไม่พูดอะไรต่อ เขาแสดงออกไม่เป็นทั้งที่ก็รู้สึกเป็นห่วงเมย์ที่ร้องไห้มากมายอย่างนี้ เขาหรือ เป็นเพราะเขาหรือ ทำไมต้องมาเสียใจเพราะเขาขนาดนี้

“พอและเมย์ไม่ร้องและ กินเบียร์กันดีกว่าตุ๋น ในตู้เย็นมีมั๊ย ไม่มีไปซื้อมาด่วน”

“ไรกัน บ้าป่าวไอ้เมย์ เดี๋ยวร้องเดี๋ยวบ้า ฮึฮึ” แต่ไข่ตุ๋นก็ออกไปซื้อมาให้ ทั้งสองนั่งกินเบียร์กันจนดึก เมย์เผลอหลับไปไข่ตุ๋นอุ้มเธอไปนอนที่ห้องเขาและเขาลงมานอนที่โซฟาเอง

อั้มขับรถกลับบ้านด้วยจิตใจแปลกๆ มันบอกไม่ถูก นิฉันเป็นอะไรกันแน่ อยู่ๆ ก็อยากมาหาเขา อยู่ๆ ก็รีบหนีเขาออกมา หนังสืออะไรพวกนี้เหรอ ข้ออ้างชัดๆ “ไอ้อั้มแกเป็นอะไรกันแน่” อั้มตะโกนเสียงดังมากอยู่ในรถที่เงียบสงบ มีแค่เสียงเครื่องยนต์ลอดผ่านเข้ามาเพียงเล็กน้อย แต่เพียงแค่ได้ระบายออกไปบ้างอั้มก็ดีขึ้นบ้าง เริ่มมีสติกลับคืนแล้วคิดได้ว่าต้องโทรไปหาแม่พี่นัดกันวันรุ่งขึ้น

“อ้าว เฮ้ย มือถือฉัน หายไปไหนวะ หล่นตอนไหน” เสียงพรึมพรำพร้อมกับควานหา เลยไปจนถึง เททุกอย่างลงมากองตรงหน้า ไม่มีวี่แววมือถือของอั้มจะอยู่ในนี้ แน่ล่ะ ก็มันตกอยู่ที่หน้าห้องนอนของไข่ตุ๋นนั่นเอง

อั้มจอดรถอยู่นานที่หน้าบ้านตัวเองเพื่อหาอีกรอบแต่ก็ไม่เจอ เธอไม่รู้จะทำยัง ครั้นจะกลับไปก็ดึกมากแล้วจึงกลับเข้าบ้านนอนดีกว่า พรุ่งนี้แล้วกัน ไอ้มือถือเจ้าปัญหา

แม้จะดูเหมือนว่าง่วงนอนเต็มที่แล้วแต่อั้มก็ยังคิดมากเรื่องที่เจอมาตกลง พี่เขาเป็นอะไรกัน และเราเป็นอะไร แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมมมมมมมม คำถามในหัวดูจะเยอะเกินไปและหาคำตอบไม่ได้ด้วย ตี 2 ก่าแล้วอั้มยังคงนอนหลับไม่สนิท แต่ก็พยายามฝืนหลับตาต่อไป

“พี่รักอั้ม” ไม่จริงฉันฝันไป ฝันไปแน่ๆ ไอ้บ้าทำไมเป็นฉันล่ะ ไม่นะ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่มมมมมมมม
“โอ้ย” เจ็บชะมัดอั้มพยายามฝืนตัวลุกขึ้นมาจากกองผ้าห่มที่ดูเหมือนจะม้วนตัวอั้มไว้จนทำให้ขยับตัวได้ลำบาก

“ฮ่า ๆๆๆๆ ฉันฝันจริงๆ ด้วยว่ะ แน่ล่ะใครบ้าที่ไหนมันจะมาบอกรักฉันวะ” อั้มพึ่งรู้สึกตื่นเต็มที่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เป็นเพียงความฝันบ้าๆ ของเธอเอง เธอไม่รอช้าเพราะมันนัดกับแม่สุดที่รักไว้ แล้วเธอยังต้องรีบไปบ้านพี่ไข่ตุ๋นเพื่อหามือถืออีก ดูเหมือนความวุ่นวายตอนเช้าจะทำให้เธอลืมความเศร้าเมื่อคืนไปได้

อั้มขับรถอย่างรีบร้อนไปที่บ้านไข่ตุ๋นเพราะรู้ตัวว่าสายมากแล้ว หมู่บ้านที่ไข่ตุ๋นอยู่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึงบ้านเขาแล้ว อั้มเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าบ้านเขาและรีบเดินเข้าบ้านทันที

ประตูเปิดเหมือนกับคนที่อยู่บ้านอยู่ แต่บ้านกลับเงียบมากผิดปกติ อั้มเดินเข้าไปในตัวบ้านเพราะมันไม่ได้ล๊อคเธอตะโกนเรียกไข่ตุ๋นแต่ไม่ได้รับการตอบรับจากเขา เธอจึงเดินสำรวจบ้านเพื่อหามือถือ และเดินขึ้นไปที่ชั้นบนของเขา

“เอ พี่ตุ๋นไปไหนหว่า ต้องอยู่สิ บ้านไม่ได้ปิด” อั้มพรึมพรำพรางหาไปด้วย แล้วเธอก็เห็นมือถือเธอวางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียงผ่านช่องประตูห้องนอน
อั้มเปิดประตูเข้าไปเพื่อหยิบมือถือ แล้วเธอก็ได้เห็น “หญิงสาวนอนอยู่บนเตียง”
“อ่อ อั้มหรือจ๊ะ”
“อ่ะ.....เอ่อ ค่ะ พี่เมย์”
“ลืมมือถือล่ะสิ หยิบได้เลยนะ”
“อ่อค่ะ อั้มไปแล้วนะคะ พี่เมย์จะได้นอนต่อ ไม่รบกวนล่ะ”
“จ๊ะ สงสัยเจ้าตุ๋นมันจะอุ้มพี่มานอนบนเตียง บายจ๊ะ” สิ้นเสียงเมย์ก็นอนต่อด้วยเพราะ ฤทธิ์เบียร์เมื่อคืนทำเธอแฮงค์


ติดตามอ่านตอนต่อไป ^^




 

Create Date : 27 กันยายน 2554    
Last Update : 27 กันยายน 2554 15:14:18 น.
Counter : 213 Pageviews.  

1  2  3  

สตอเบอรรี่ด็อก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกิดมาก็เป็นคนนึง
ซึ่งอยากจะท่องไปในโลกกว้าง
บางครั้ง เจอเรื่องราวระหว่างทาง
สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ปนๆ กันไป
New Comments
Friends' blogs
[Add สตอเบอรรี่ด็อก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.