จน เครียด ยิงธนู สิจ๊ะ

ได้เวลาเปลี่ยน limb แล้ว . . . แต่จะเปลี่ยนเป็นอะไรดีล่ะ

Limb ไม่แน่ใจว่า ภาษาไทยเรียกว่าอะไร ปีกธนูมั้ง หรือว่าไม่ใช่หว่า . . . เอาเป็นว่าขอใช้ภาษาอังกฤษว่า Limb ละกัน แต่มันคือแท่งไม้ยาวๆที่เอาไว้ติดด้านบนด้านล่างของคันธนู ซึ่งทำหน้าที่กำหนดน้ำหนักของ draw weight และสร้างแรงอัด เมื่อถูกโน้มสาย ซึ่งเป็นแรงที่ส่งให้ลูกธนูพุ่งออกไปหาเป้านั่นเอง นับว่าเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่ง ที่มีความสำคัญมากๆ ที่มองข้ามไม่ได้

ตอนนี้ Limb ที่ผมใช้อยู่ เป็นของ KAP ซึ่งก็เป็นของถูก สำหรับมือใหม่ ใช้มาปีหนึ่งหน่อยๆล่ะ คิดว่าได้เวลาเปลี่ยนมาใช้ของดีหน่อยล่ะ กำลังเลือกอยู่ว่าจะเปลี่ยนมาใช้ของอะไรดี คิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นของยี่ห้อ Hoyt เพราะคันธนูผมก็เป็นของ Hoyt อยู่ จะได้ใช้เป็นแบบยี่ห้อเดียวกันไปเลย . . . แต่ว่าจะใช้ Limb อันไหนของ Hoyt ดีล่ะ เพราะเค้าก็มีให้เลือกอยู่ 4 รุ่น คือ G3, M1, CRX และ Epic (เรียงลำดับจาก แพงสุด มา ถูกสุด นะครับ)

G3 นี่ ตัดทิ้งไปเลย เพราะว่า มันดีเกิน และแพงเกิน ฝีมือผมยังดีไม่ถึงขั้นนั้นมั้ง 555 . . . ส่วน Epic ก็ถูกเกิน ไม่ต่างกับอันที่ผมใช้อยู่ตอนนี้เท่าไร สำหรับมือใหม่ . . . ก็เหลืออยู่สองทางเลือกคือ CRX ซึ่งเป็นของระดับกลาง (ราคาก็กลางๆ) และ M1 ซึ่งเป็นของระดับสูงขึ้นมา (ราคาก็สูงขึ้นมาด้วย)

M1 ถือว่าเป็น Limb ระดับสูงแล้ว (รองจาก G3 แค่อันเดียว) เพราะแทนที่จะทำมาจากไม้เหมือน Limb ธรรมดาอืนๆ M1 นั้นทำมาจากแผ่นโฟมคาร์บอนทั้งอัน ซึ่งมีความนุ่มและยืดหยุ่นที่ดีกว่า ทำให้เวลาดึงสายมีความรู้สึกนุ่มขึ้น และเวลาปล่อยสายก็แทบไม่มีแรงสะบัดหรือแรงสะเทือนใดๆเลย (น่าสนใจมากๆ) . . . ส่วน CRX นั้นเป็นแบบลูกครึ่ง คือตัว Limb ยังคงทำมาจากไม้อยู่ แต่จะมีการสอดแผ่นโฟมคาร์บอนไว้ตรงกลาง ผลที่ได้ก็คือ สบายกว่า Limb ไม้ธรรมดานิดหน่อย แต่ก็ยังไม่สบายและนุ่มนวลถึงขั้น limb ที่ทำมาจาก โฟมคาร์บอน ทั้งอัน

โดยส่วนตัว ตอนนี้ ผมก็โอนเอียงมีใจมาให้ทาง M1 มากกว่า แต่ CRX ก็มีแรงดึงดูดตรงที่ว่า มันถูกกว่าน่ะสิ 555 ยิ่งตอนนี้ มีคนเสนอขาย CRX มือสอง ราคาถูกมากๆ เลยไม่แน่ใจว่า งั้นซื้อ CRX มาใช้ก่อนสักปีดีมั้ย (เพราะมันถูกมากๆอะ) แล้วปีหน้าค่อยเปลี่ยนเป็น M1 อีกที . . . เอ หรือจะเอา M1 ไปเลยดีกว่า สับสนจริงๆเลย

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ถ้าจะซื้อ limb ใหม่ แล้วอีกเรื่องที่ต้องคิดหนักๆ ก็คือ แล้วจะเอาแบบหนักกี่ปอนดี (อย่าลืมว่า limb นั้นทำหน้าที่กำหนด draw weight ของคันธนู) . . . ตอนนี้ limb ทีผมใช้อยู่ก็หนัก 34 ปอน . . . ถ้าจะเปลี่ยน limb ใหม่ ก็ต้องเอาให้หนักขึ้นกว่าเดิม กำลังคิดอยู่ว่าตอนนี้ จะเอาแบบ 38 หรือ 40 ปอน ดี . . . 38 นี้ พอยิงได้ครับ โดยที่ไม่ลำบากเท่าไร ส่วน 40 นี่ ชักหนักเกิน ถ้ายิงนานๆนี่ ไม่ไหวแน่ . . . แต่ใจจริง ก็อยากได้สัก 40 ปอนนะ ประมาณว่าโลภมาก 555 บางคนก็เชียร์ว่าให้เอา 40 ไปเลย มันจะหนักและลำบากแค่ช่วงแรกๆ สักพัก แรงเราก็จะเริ่มเข้าที่ บวกกับ ถ้าใช้ M1 มันจะนุ่มขึ้นด้วย

ตอนนี้ก็กำลังคิดแต่เรื่องเปลี่ยน Limb นี่แหละครับ ว่าจะจัดการซื้อเปลี้ยนใหม่ ช่วงกลางเดือนหน้า หลังจากแข่ง ที่รามคำแหงเสร็จเนี่ยครับ ตอนนี้ ก็อยู่ระหว่างคุยปรึกษากะคนอื่น คนนั้นคนโน้น ว่าจะเอาแบบไหนดี




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2550 13:34:50 น.
Counter : 642 Pageviews.  

ศึกครั้งใหม่และครั้งใหญ่ การแข่งขันยิงธนู "30ปี ชมรมธนู ม ราม"

การแข่งครั้งใหม่กำลังจะเข้ามาแล้วครับ วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน นี้ จะมีการแข่งขันยิงธนูระยะ 70 เมตร แบบเก็บคะแนน ต่อด้วยการดวลตัวต่อตัว จัดการแข่งขันโดยชมรมธนู มหาวิทยาลัยรามคำแหงนะครับ สถานที่แข่งขันก็คือ สนามยิงธนู ณ สนามกีฬาหัวหมากครับ . . . เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนเต็ม ก็ฝึกซ้อมฝีมือกันให้ดีๆ มันส์แน่ๆงานนี้

เพิ่มเติมเกร็ดความรู้เล็กน้อย มีเพียงมหาวิทยาลัยไม่กี่แห่งในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีชมรมกีฬายิงธนู และ มหาวิทยาลัยรามคำแหง คือมหาวิทยาลัยแห่งแรก ที่มีการจัดตั้งชมรมกีฬายิงธนูขึ้น การแข่งครั้งนี้ จะถือว่าเป็นการฉลองครบรอบ 30 ปี ของชมรมยิงธนูของ รามคำแหง ด้วยครับ . . . มหาวิทยาลัยอื่นๆในประเทศไทย ทีมีชมรมกีฬายิงธนู ก็มีแค่ไม่กี่แห่งเท่านั้น คือ เกษตรศาสตร์ เชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยพละอีกแค่แห่งหรือสองแห่งเท่านั้น อ้อ และได้ยินมาว่า ธรรมศาสตร์ก็จะเริ่มก่อตั้งชมรมยิงธนูขึ้น ปีนี้เป็นปีแรกด้วยครับ




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 11 พฤษภาคม 2550 10:53:12 น.
Counter : 446 Pageviews.  

รูปจากงานแข่งยิงธนูระดับเยาวชนที่สิงค์โปร

รูปภาพนะครับ ที่นักยิงธนูระดับเยาวชนของเราไปแข่งมา งานแข่งมีชื่อว่า 1st Southeast Asia Junior Championship 2007 (จัดครั้งแรกเลยนะเนี่ย ก็เปิดซิงไปสองเหรียญทองซะแล้ว กะอีกหนึ่งเหรียญเงิน และหนึ่งทองแดง) นักกีฬาเล่าว่า ในการแข่งสองวัน เจออากาศทุกรูปแบบ วันแรกฝนตกฟ้ามืดครึ้ม อีกสักพักแดดออก อีกนิด มีทั้งแดดออก ทั้งฝนตกพร้อมกันๆ วันที่สอง มีลมพัดกระหน่ำ สลับกับลมเบาๆ 555 ขาดแต่หิมะตกอย่างเดียว

รูปภาพนักกีฬาและผู้จัดการทีมช่วยกันถ่ายนะครับ ขออนุญาตินำเสนอ










 

Create Date : 09 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2550 13:29:24 น.
Counter : 231 Pageviews.  

UPDATE ข่าวคราววงการยิงธนู

ในบ่ายวันนี้นะครับ จะมีนักยิงธนูระดับเยาวชนผู้ชาย 4 คน (recurve 3 และ compound 1) กับอีกหนึ่งผู้จัดการสาว จากชมรม TOAC จะเดินทางไปแข่งยิงธนูระดับเยาวชน (อายุไม่เกิน 18 ปี) ที่ประเทศสิงค์โปรนะครับ ซึ่งจะมีอีกหลายชาติในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมแข่งขันด้วย

รายละเอียดการแข่งขันนั้น แข่งกันสองวันนะครับ วันแรก แข่งเก็บคะแนนกันที่ระยะ 30, 40 และ 60 ครับส่วนอีกวันหนึ่งเป็นการแข่งแบบดวลตัวต่อตัวนะครับ อ้อ แล้วก่อนแข่งวันแรกหนึ่งวัน ก็เป็นการเปิดสนามให้ซ้อมกันเต็มๆหนึ่งวัน . . . นักกีฬาที่ส่งไป แม้จะยังอายุน้อย แต่ก็ฝีมือร้ายกาจเอาการ (เก่งกว่าผมอีก) แต่ก็ไม่รู้ว่านักกีฬาจากประเทศอื่นๆจะเก่งกาจสักแค่ไหน อย่างนี้ ก็ต้องลองดูกันสักตั้ง . . . สู้ๆ ขอส่งแรงใจไปเชียร์ แต่ถ้าสู้เค้าไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เน้นแข่งแบบขำๆฮาๆไปเลย . . . แล้วถ้าเจอนักยิงธนูสาวๆขาวๆหมวยๆ ก็อย่าลืมขออีเมล msn ติดต่อ กลับมาแบ่งๆกันด้วยนะ 555

อีกเรื่องหนึ่ง วันเสาร์อาทิตย์ที่ 5-6 พฤษภาคมนี้ จะมีการแข่ง ยิงธนูแบบ 3D ที่สัตหีบนะครับ (แข่งยิงเป้ารูปสัตว์ จำลองสถาณการณ์ล่าสัตว์) แข่งกันตรงชายหาดติดทะเลเลยครับ แข่งกันสองวัน วันละรอบ แข่งเสร็จ ว่ายน้ำ กางเตนท์นอน กันตรงชายหาดเลยครับ . . . แข่งเสร็จ แล้วจะเอารูปมาบรรยากาศฝากครับ . . . ช่วงนี้ ฝนตกบ่อย หวังว่าถึงวันแข่ง ฝนคงจะหยุดตกแล้วนะ




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 2 พฤษภาคม 2550 10:28:04 น.
Counter : 194 Pageviews.  

มาทำความรู้จักกับส่วนประกอบของธนู Recurve และ ราคา

ธนู Recurve เป็นธนูที่ต้องประกอบขึ้นมานะครับ ชิ้นส่วนต่างๆ จะมีหน้าที่และความสำคัญต่างๆกัน มีหลายยี่ห้อ หลายเกรด และหลายราคา มาดูสิว่า มีอะไรกันบ้าง ถึงจะกลายเป็นธนู recurve สวยงาม แบบที่เราเห็นกัน

1) Riser หรือตัวคันธนูนั่นเอง เปรียบเสมือนศูนย์กลางของคันธนูทั้งคัน ชิ้นส่วนอื่นทั้งหลายแหล่ ก็จะถูกนำมาประกอบกับ riser ตัวนี้ riser ก็จะมีตัว grip หรือที่จับนี้เอง และ riser รุ่นใหม่ๆ ก็จะมีการทำลวดลายเป็นช่องว่างแหว่งๆ ทั้งคัน ด้วยเหตุผลว่า มันสามารถกระจายแรงกระแทก ได้ดีกว่า . . . ราคา 6 000 - 24 000 บาท

+ 2) Limbs หรือ ปีกธนู ก็คือแท่งไม้ยาวๆสองแท่ง (แต่จริงๆ มันไม่ใช่แค่แท่งไม้ธรรมดาๆนะ ต้องใช้เทคโนโลยีสูงใรการสร้าง) ที่เอามาเสียบตรงข้างบน และข้างล่าง ของ Riser นั่นเองครับ มีหน้าที่กำหนดน้ำหนักของ draw weight เวลาโน้มสายธนู และส่งแรงให้ลูกธนูพุ่งออกไปข้างหน้า เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้ riser เลย . . . ราคา 6 000 - 24 000 บาท

+ 3) Arrows หรือ ลูกธนูนั่นเอง หน้าที่คือ พุ่งออกไปหาเป้าหมาย 555 ก็จะมีให้เลือกมากมายหลายรุ่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ได้นะครับ เพราะว่านักยิงธนูแต่ละคนใช้คันธนูที่ไม่เหมือนกัน แรงดึงไม่เท่ากัน จึงต้องเลือกให้ลูกธนูที่เหมาะกับตัวเองที่สุด โดยดูจากน้ำหนัก ระยะดึง วัสดุ ที่ใช้ และอื่นๆอีกมากมาย ขนาดที่ว่าต้องมีตาราง เอามาดูเปรียบเทียบกันเลย และก็ลูกธนูนี่ ไม่ใช้ยิงทีเดียวแล้วทิ้งนะครับ เมื่อยิงไปโดนเป้าแล้ว ก็ถอนกลับมา สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เรื่อยๆ . . . ขายเป็นโหลนะครับ โหลละ 2 400 - 19 000 บาท

+ 4) สายธนู ไว้ใช้ดึง 555 . . . ราคา 300 - 500 บาท

5) Sight หรือ ศูนย์เล็ง ไว้ใช้เล็ง . . . ราคา 1 200 - 10 000 บาท

6) Stabilizer ก็คือแท่งยาวๆที่ยื่นออกมานั่นแหละครับ หน้าที่คือการกระจายแรงกระแทก และถ่วงน้ำหนักไปที่ด้านหน้าของคันธนู . . . ราคา 3 000 - 8 000 บาท

7) V Bar & Side Rod ก็คือ แท่งสองแท่ง ที่เป็นรูปตัว V ที่ติดกับ Stabilizer อีกทีหนึ่ง หน้าที่คือกระจายแรงกระแทก และ ถ่วงน้ำหนักซ้ายขวาให้เท่ากัน . . . ราคา 3 000 - 8 000 บาท

8) Rest ที่วางลูกธนู ราคาถูกมาก และทนมาก จนไม่น่าเชื่อ . . . ราคา 80 บาท

+ 9) Puncture (สะกดถูกเป่าเนี่ย) เป็นแท่งเล็กเสียบอยู่ตรง Rest ทำหน้าที่กำหนดให้ลูกธนูพุ่งออกไปเป็นเส้นตรง ไม่แลบซ้ายหรือขวา . . . ราคา 500 - 1 200 บาท

10) Damper แท่งเล็กๆที่ยื่นออกมาตามตัวธนู หน้าที่เพื่อช่วยกระจายแรงกระแทก . . . ราคา 300 - 800 บาท

11) Tab หรอแผ่นรองนิ้ว ใช้รองนิ้วที่ใช้ดึงสาย เพื่อลดอาการปวดนิ้ว . . . ราคา 300 - 1 000 บาท

12) Arm Guard ใช้ใส่ไว้ที่แขนซ้าย ที่ถือคันธนู เพื่อป้องกันไม่ให้โดนสายธนูตีแขน . . . ราคา 200 - 600 บาท

13) ที่ขึ้นสายธนู ไว้ใช้ขึ้นสายธนู และ ปลดสายธนู . . . ราคา 200 บาท หรือจะไม่ซื้อ แต่ยืมคนอื่นใช้ก็ได้ 555

14) เชือกผูกมือกับคันธนู ทำหน้าที่เชื่อมือซ้ายเรากับคันธนูเข้าด้วยกัน เราจะได้ไม่ต้องกำคันธนู . . . ราคา 20 บาท ซื้อเชือกรองเท้ามาทำก็ได้

15) ที่วางธนู ไว้ใช้วางธนูเมือประกอบคันธนูเสร็จแล้ว . . . ราคา 500 บาท

17) Chest Guard ใส่รัดหน้าอก เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าไปรุ่มร่ามขวางสายธนู และป้องกันสายธนูดีดหัวนม (เจ็บนะครับผม) . . . ราคา 500 - 800 บาท

18) Quiver ไว้ห้อยตรงเอว บางรุ่นก็สะพายหลัง ไว้เก็บลูกธนูขณะยิง และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ . . . ราคา 500 - 1 500 บาท

19) กระเป๋าธนู เพื่อเก็บรักษาธนูและอุปกรณ์เสริมต่างๆ และเพื่อสะดวกต่อการขนย้ายและเดินทาง . . . ราคา 1 400 - 10 000 บาท

20) สุดท้ายแล้ว ฝีมือ . . . ไม่มีขายครับ อยากได้ ต้องฝึกฝน 555 . . . ราคา ประเมินค่าไม่ได้




 

Create Date : 30 เมษายน 2550    
Last Update : 30 เมษายน 2550 14:54:22 น.
Counter : 6230 Pageviews.  

1  2  3  4  

Starlight Extinction
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อืม กำลังงงๆอยู่ว่า blog นี่ มันใช้ยังไง แล้วก็ทำยังไงเนี่ย จะลองๆทำดู ว่าจะทำเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬายิงธนู ผ่านประสพการณ์ส่วนตัวของผมอยู่ . . . ใครสนใจ ก็อดทนๆรอๆดูกันหน่อยนะครับ . . .
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Starlight Extinction's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.