อาหารอิตาเลี่ยน ที่ปากช่อง StarGio"s
อาหารอิตาเลี่ยน ที่ปากช่อง StarGio"s Italian Restaurant

ประกาศ

ร้าน StarGio's ย้ายมาอยู่ตรงข้ามโรงแรมริมธารอิน ติดกับ 3BB แล้วนะครับ
พิกัด GPS GarMin :
พิกัด GPS  :

อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม2548

//raanaroy.posttoday.com/restaurant.php?id=214
ลมเย็นๆ ที่เริ่มโชยมาสู่เมืองกรุงบ้างแล้ว แต่ก็คงทำให้คนที่ชื่นชอบลมหนาวไม่สะใจสักเท่าไหร่ เพราะในช่วงกลางวันของกรุงเทพมหานคร ถนนคอนกรีตและอาคาร สูงใหญ่ที่ภายในเต็มไปด้วยเครื่องปรับอากาศ ผนังกระจก ทำให้ความร้อนเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ต้องหาเรื่องออกจากเมืองหลวง เพื่อไปสัมผัสลมหนาวบ้าง แต่ด้วยการทำงานที่รัดตัว การเดินทางจึงต้องเลือกพื้นที่ใกล้ๆ กับกรุงเทพฯ เดินทางไปกลับได้ในวันเดียว เพื่อให้การพักค้างคืนเกิดขึ้นท่ามกลางธรรมชาติ และสายลมเย็น พอให้กระชุ่มกระชวยมีแรงทำงานต่อบ้าง

เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นที่ที่เลือก ด้วยระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 200 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น และนอกจากจะได้ที่เที่ยวอากาศเย็นจนถึงหนาวในช่วงกลางคืนแบบไม่ไกลเกินไปแล้ว อาหารการกินที่นี่มีให้เลือกอย่าง หลากหลาย รายทางที่จะขึ้นไปสู่เขาใหญ่ เต็มไปด้วยร้านขายหมูหัน ไก่หัน ส้มตำ ลาบ น้ำตก เห็นว่าร้านไหนพอจะถูกใจก็สามารถแวะเข้าไปได้

แต่เราคงไม่ได้ใช้โอกาสนี้แนะนำร้านอาหารพื้นถิ่น เพราะลองมาถึงที่แล้วเปอร์เซ็นต์ที่จะเข้าร้านไหนแล้วอร่อยน่าจะมีอยู่สูง ให้คุณผู้อ่านได้ลองเลือกตามใจต้องการบ้างแล้วกัน แต่เราเลือกที่จะไปรับประทาน อาหารสไตล์อิตาเลียน

ใช่แล้ว...ร้านอาหารอิตาเลียนใน อ.ปากช่อง นี่ล่ะ หลังจากที่มีผู้แนะนำว่าให้ลองไปดู เพราะของเขาเข้าท่า พ่อครัวมีความเชี่ยวชาญเรื่องอาหารอิตาลีโดยเฉพาะ เพราะเคยเป็น “เชฟ” ให้กับโรงแรมและร้านอาหารดังๆมาแล้ว

ข้อมูลที่ได้มามีต่อว่า ร้านนี้ชื่อ สตาร์โจ’ส (StarGio’s) หรือ สตาร์จีโอ้'ส อยู่แถวๆ สถานีรถไฟปากช่อง หาไม่ยากนัก อยู่ตึกบ้านแก้วสมุนไพร ตรงข้ามกันเป็นร้านนิภากุนเชียง ร้านของฝากขึ้นชื่อของปากช่อง

เมื่อมาถึง...การตกแต่งร้านเป็นแบบง่ายๆ ภายใต้ห้องแถว 1 คูหา อาจจะไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเป็นร้านสไตล์อิตาเลียน (นอกจากชื่อร้าน) มีเสียงเพลงยุคซิกตี เซเวนตี คลอเบาๆ แต่เราเริ่มดูเมนูและหาอะไรมารับประทานดีกว่า เพราะเวลาที่แวะไปนั้นก็ใกล้เที่ยง ถึงเวลาของอาหารกลางวันแล้ว

เมนูร้านสตาร์โจ’ส มีอยู่หลากหลายทีเดียว ขอทำเป็นเท่เริ่มต้นด้วยสลัดท่าจะดี แต่ไม่ได้หวังเลือกไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เพราะได้เลือกสลัด อโวคาโด้ผลไม้ที่มันและแคลอรีสูง หน้าตาสลัดจานนี้แม้จะดูซีดจากสีเนื้ออโวคาโด้ แต่ก็มีผักเมืองหนาวแครอท กะหล่ำปลีม่วง ช่วยทำให้มีสีสันขึ้นมา พร้อมด้วยผักกาดแก้วสดกรอบถูกใจคนชอบผักเป็นยิ่งนัก

ตามด้วยมันฝรั่งอบชีส บล็อกโครีอบชีส อืมม..ชีสเป็นชีส พอตักจากจานจะเห็นความยาวยืดเป็นคืบ รสชาติถูกใจเอาเรื่อง

ระหว่างที่พอมีอาหารมาที่โต๊ะบ้างแล้ว จากความที่ไม่ได้รีบเร่งนัก จึงเริ่มพิจารณาเมนูของร้านสตาร์โจ’ส มีหลายเมนูที่เป็นความตั้งใจพิเศษของร้าน เช่นในประเภทเรียกน้ำย่อย นอกจากจะมี รายการอาหารทั่วๆ ไปอย่างที่ร้านสไตล์อิตาลีควรจะมี พวกหอยลายอบเนย กุ้งซอสเนยกระเทียมแล้ว ยังมีเนื้อดิบคาปาซิโอ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อบซอสมารินาร่า ซุปใส ซุปข้นต่างๆ ที่อร่อยมากๆ ก็จะเป็นซุปข้นกุ้งใหญ่

ประเภทเส้นก็มีพาสต้าให้เลือกหลายชนิด จะเป็นแบบเส้นสปาเกตตี เส้นเฟตตูชินี เส้น ฟาร์ฟัลเล่ เส้นฟูซิล เส้นบูคาตินี และแองเจิลแฮร์ มีซอสให้เลือกมากมายอาทิ คาโบนาร่า โบลองเนส ครีมซอส เคียนติ ซีฟู๊ด และอีกมากมายหลากหลายมารายการหนักๆ ในประเภทย่าง ก็จะมีไล่มา ตั้งแต่ทีโบนสเต๊ก ริบอายส เซอร์ลอย เปปเปอร์ ฟิเลมิยอง ปลาแซลมอล ปลามั้งค์ ปลากระพง ปลาโซล รวมไปถึงแกะย่างก็มีให้เลือก

ไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับร้านนี้ และอย่าประมาทเพียงแค่เห็นการตกแต่งร้าน ลองก้าวเข้ามา แล้วลองสั่งดู

นอกจากพวกอาหารเรียกน้ำย่อยแล้ว เราได้ลองอาหารหนักกันคนละอย่างสองอย่าง เช่น พาสต้า ลาซานญ่า สเต๊ก ที่ต้องบอกว่าเนื้อนุ่มและ น้ำราดอร่อย ไม่ได้เป็นรสชาติฝรั่งเสียทีเดียวที่จืดไม่ถูกลิ้นคนไทย

เชฟที่รับผิดชอบในการทำอาหาร และเป็น เจ้าของร้านชื่อว่า “เชฟป๋อง” ชายหนุ่มวัยสามสิบต้น ที่ผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนการทำอาหารอิตาเลียนจากประเทศต่างๆโดยที่มุ่งไปที่อาหารอิตาเลียนโดยเฉพาะเนื่องจากความชอบ แรกๆ เมื่อเรียนจบก็จะเป็นเชฟให้กับหลายโรงแรม ต่อมาจึงคิดที่จะมีร้านเป็นของตนเอง โดยเพิ่งเปิดมาได้3ปีกว่าๆ

โดยเชฟป๋องบอกว่าลูกค้าของร้านจะเป็นชาวต่างชาติมากกว่า เพราะการบอกต่อๆ กันไป และจากที่มีข้อมูลอยู่บ้างในเว็บไซต์ แต่คนไทยที่มาเที่ยวและคนในพื้นที่ก็เริ่มที่จะรู้จักร้านและมาใช้บริการมากขึ้นจนตอนนี้ถึงกับต้องจองกันแล้ว

คุยกับเชฟป๋องพอคร่าวๆ เพราะเชฟต้องขอตัวไปปรุงอาหารต่อ และพอดีกับที่เราจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างเรียบวุธ จึงเริ่มมองไปที่ของหวาน ตกลงเลือก “ทีรามิสุ” เพราะอยากลองพิสูจน์ฝีมือเชฟว่าจะรสชาติดีทั้งอาหารคาวและหวาน หรือไม่

“เพนฟิ่น” ไม่ขอบอกด้วยตัวเองว่ารสชาติ ทีรามิสุเป็นอย่างไร แต่เพื่อนที่ชื่นชอบกับขนมหวาน พอตักคำแรกแล้วถึงกับเอ่ยมาว่า “อร่อยกว่าของโรงแรม..(เอ่ยชื่อโรงแรมในกรุงเทพฯ) เสียอีก”

แต่ที่สำคัญเมื่อเรียกเช็กบิลราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับรสชาติและคุณภาพของอาหาร รับประทานกัน 5 คน ถ้าหารกันแล้วไม่ถึงคนละ 200 บาท เรียกว่ารสชาติถูกใจและสบายกระเป๋ากันเลย.........

อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม2549

//raanaroy.posttoday.com/restaurant.php?id=214




Create Date : 27 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 2 ตุลาคม 2555 14:30:15 น.
Counter : 1496 Pageviews.

40 comment

paulaner
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เราเน้นคุณภาพ มากกว่าราคา