ชีวิตเน่า ๆ ของคนตัวดำ ที่สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามประสามนุษย์ฮึเหม็น...
Group Blog
 
All blogs
 

Don't you dare leave me nowww!!!!



วันนี้ตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่ทำคือ หยิบโทรสับมากดหาแม่ เพื่อจะบอกกับแม่ว่า ลูกสาวแม่ได้งานทำแล้วน่าาา
ถึงแม้จะไม่หรูเหมือนงานเก่า แต่ก้อยังอยู่ในวงการเดิม แถมที่ทำงานใหม่ก้อดีกว่าเดิมมาก ๆ จึงไม่แปลกที่เราจะเริ่มที่จุดเล็ก ๆ เสียงแม่ในโทรสับบอกกับเราว่า แม่ดีจัยที่เรามีงานทำซะที ..จะได้ไม่เกิดอาการเบื่อสวีเดนอีกต่อไป (ไม่แน่น่าแม่น่าาา)..แม่ยังบอกอีกว่า
คนเราต้องเริ่มต้นกันที่ 0 ทั้งนั้นแหละ ยิ่งคนตัวดำ ๆ ตาดำ ๆ อย่างเราด้วยแล้ว มีโอกาสนับ 0 ใหม่ก้อดีโขแล้ว ... แหม๋ มันช่างไปตรงกับที่คุณซะมีพูดจริง ๆ เลย (สองคนนี้จะพูดไรคล้าย ๆ กันเสมอแหละคะ) คุณซะมีบอกว่า ไม่ว่าเธอจะเก่งแค่ไหน มันก้อเป็นไปไม่ได้หรอก
ที่การนับของเธอจะเริ่มต้นที่ 5 หรือ 3 มันก้อต้องเริ่มที่ 0 ด้วยกันทั้งนั้น...จริงค่าจริง อิเมียไม่เถียงหรอก

กลับมาเรื่องแม่ ... คุยกันแป๊บหนึ่ง เราก้อถามหานายหัวเหมือนอย่างเคย แม่บอกว่า กินข้าวเที่ยงเสร็จก้อนอนอยู่นี่แหละ วันนี้พากันไปไร่มา (ที่จริงมันเป็นสวน แต่บ้านเราชอบเรียกติดปากว่า "ไร่") คุยกันต่ออีกแป๊บก้อวางสาย...

ดีจัยที่เห็นแม่ดีจัย

ตกบ่าย นั่งเล่นเน็ตอยู่ เจ้าซุงร้ายก้อดังขึ้นพร้อมบอกว่า แม่โทรเข้า เราก้อตัดสาย แล้วโทรกลับเหมือนเคย. แต่คนรับสายเป็นเสียงพี่สาวคนกลาง
กำลังจะด่าว่า เมิ้งมายุ่งไรกับโทรสับแม่อีกแระ (มันชอบเอาโทรสับแม่โทรออก แล้วโทรสับมันไม่เค๊ยมีตังค์ แล้วใครล่ะเป็นคนเติมตังค์โทรสับแม่
ก้อกรูนี่แหละ) มันตัดหน้าพูดซะก่อนว่า อ่ะ คุยกับ..สิ (พี่สาวคนโต)

เรา- ทำไรกัน
..- อยู่ตรังเนี่ยะ
เรา- ทำไร ค่ำแล้วน่า
..- อยู่โรงบาล
เรา- ใครเป็นไร
..- พ่อ
เรา- ทำไม พ่อทำไม
แล้วเขาก้อเล่าให้ฟังว่า พ่อโดนอัมพฤกษ์จับ (เขียนถูกไหมไม่รู้น่ะ) เมื่อตอนบ่าย บลา บลา บลา บลา บลา ฟังไม่รู้เรือง เพราะหูอื้อ น้ำตาไหล
..บอกว่า ยังไม่ต้องคิดเรื่องจะกลับมาหรอก คิดว่าพ่อคงไม่เป็นไรมากหรอก แม่เรายังหายเลย (..คนละแม่กันกับเรา) โดนปลอบใจซะร้อยแปดพันเก้า
แต่ฟังไม่รู้เรื่อง เลยบอกไปว่า เด๋วโทรหาใหม่น่ะ ตอนนั้นกลั้นไม่ไหวแล้ว ร้องเจี๊ยกเลย ไปซบอกคุณซะมี ที่เห็นคุณอิเมียร้องไห้ ก้อร้องไห้ด้วย
โดยที่ไม่ทราบสาเหตุ

แล้วก้อเล่าให้เธอฟัง เธอก้อปลอบว่า คงไม่เป็นไรมากหรอก บลา บลา บลา บลา ไม่ต้องกังวลหรอก
จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ร้องไห้เพราะกังวล แต่เราสงสารพ่ออ่ะ พ่อจ๋าาา เจ็บมั้ย เจ็บมากไหมอ่ะ พ่อคงจะทรมานมากเลยน่ะ
นู๋คิดถึงพ่อจังเลย ...

โทรกลับไปอีกรอบ พี่สาวคนกลางบอกว่า หมอว่า เส้นเลือดในสมองตีบ หมอจะให้อดน้ำ อดอาหารคืนนี้ แล้วพรุ่งนี้ดูอาการว่า ต้องผ่าตัดไหม
(ถ้าไม่ผ่า กรุณาเอาข้าว เอาน้ำให้พ่ออิชั้นกินด้วยน่ะ หมอขา)


โอเค ก้อโล่งใจที่ไม่ใช่เส้นเลือดในสมองแตก คุยกันไปคุยกันมา พี่สาวอีกคนกับ..จะกลับไปนอนที่บ้าน ให้พี่สาวคนกลางนอนกับแม่และพ่อที่โรงบาล
เราก้อเอะใจ นอนยังไงอ่ะ ก้อภาพโรงบาลบ้านเรามันยังติดตา สมัยไปนอนเฝ้าแม่ของเพื่อนตอนเป็นสาวเทคนิค เลยบอกพี่ให้ไปเปิดห้องพิเศษ
เพราะว่า ไม่งั้นคงจะไม่ได้นอนกันหรอก แม่บ่น พี่สาวบ่น ว่ามันเปลืองบ้าง มันแพงบ้าง ชักรำคาญสองคนนี้ ทำไมไม่ get ว่าไม่ได้จ่ายตังค์เอง
เลยพูดแบบขู่ ๆ ปนรำคาญใส่พี่สาวว่า เมิ้งไปเปิดห้องเหอะ "ค่าห้องที่โรงบาลคงไม่ต่างกับค่าเหล้ากรูเท่าไหร่หรอก" สงสัยมันคิดว่า เรากินเหล้าขาว
เลยบอกว่า ค้าาา ไม่ใช่คืนละร้อยทีอ่ะ กรูละเวนนนนกับพี่สาวตัวเองจริง ๆ (ขนาดพ่อไม่สบายนะเนี่ยะ ยังมีกะจิตกะใจกัดกัน)..
แต่ชีก้อรับปากว่า จะไปเปิดห้องพิเศษ ..สักพักโทรหาชีใหม่เพื่อเชคว่า ได้ห้องหรือเปล่า เฮ้ออ สรุปว่า ไม่มีห้องว่างเลยอ่ะ แต่คาดว่าพรุ่งนี้จะได้ (คาดว่านะ
ยังไม่แน่) .. สงสารพี่สาวกับแม่จัง คืนนี้จะได้นอนไหมน่าาาา คงต้องนั่งหลับเอา จะย้ายโรงบาลก้อกระไรอยู่ กลัวการรักษามันไม่ต่อเนื่อง

สงสารพ่อด้วย งอแง จนเขาต้องฉีดยานอนหลับให้ พ่อเจ็บหลังไหม๊จ้ะ พ่อทนหน่อยน่าาา เด๋วก้อหายแล้ว ได้กลับไปอยู่บ้านกับเจ้าเอกแล้วน่าาาา...

นู๋อยากอยู่ใกล้ ๆ พ่อจังเลยจ้ะ




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2550 0:51:20 น.
Counter : 194 Pageviews.  

¤¤##¤¤ไร้สาระน่ะค่าาา ไม่มีไรหรอก¤¤##¤¤เอามันส์เหมือนเดิม #3



วันนี้จะเขียนต่อจากบ๊อกที่แล้วคะ เตือนไว้ว่ายาวเหมือนเดิม เม้นท์ไม่เม้นท์ไม่ว่ากันคะ อ่านไม่อ่านอีกเรื่องหนึ่ง
อิอิ แบบว่า มาเขียนได เขียนบ๊อกคะ ไม่ได้มาหาเรตติ้งให้ตัวเอง เหอ ๆ แล้วก้อไม่ได้ว่าใครน่าาาา (ใครกินปูนร้อนท้องก้อรับไป)

หลังจากวันนั้นที่ไปรับแม่กับหลาน คืนนั้นอิช้านกับพี่สาวก้อได้ตั้งวงกันที่บ้าน เหอ ๆ เอาต่อหน้าแม่เลยนี่ล่ะคะ (ขอนิ๊ดนุงนะแม่นะ)
ตั้งกันไปตั้งกันมา มือก้อคันอยู่ไม่นิ่ง หยิบโทรสับขึ้นมากริ๊งกร๊างงหาเจ้าก้อย (เอิ๊ก ๆๆ งงละสิ ไปแลกเบอร์กันตั้งแต่เมื่อไหร่ฟ่ะ)
เจ้านั่นก้ออ่านะ (ถ้าเป็นผู้หญิงจะโดนเรียกว่า "นังแรด" แต่มันเป็นปู้ชายจะเรียกมันว่าไรดีอ่ะ) รับปากทันทีทันใด คับ ๆ เด๋วผมเข้าไป
เอิ๊ก ๆๆ พี่สาวเราก้อหันขวับมาค้อนทันที พร้อมวาจาอันสามหาวว่า "อีประสาทไม่ปกติ (บ้า) เห-ล้าหมดแล้ว เมิ้งจะชวนเค้ามาทำเหงือกอะไร"
เราก้อใส่เกียร์สี่(หาว)กลับ "ก้อไปซื้อมาอีกเซ่ ฮ่วย อ้วนแล้วเจือกไม่ฉลาดอีกเมิ้งนิ" ครึ่งชม.ให้หลังเจ้าก้อยก้อมาถึง เราก้อลอดสายหนาม(รั้ว)
ออกไปหา (ลุงแกปิดประตูเข้าบ้านแล้วอ่ะ มันดึกแล้วแกว่า เหอ ๆ) แล้วก้อชวนเจ้าก้อยไปร้านค้า ..... แหม ถูกจั๊ย ถูกจัย เจ้าก้อยเป็นเจ้ามือ
แต่เราโดนเหน็บมาว่า ซื้อของไม่เป็น ให้แบงค์ม่วง แต่ดันทอนให้กลับตั้งเกือบครึ่ง เฮ้ออ อ้าว ก้อกรูไม่รู้นิ (ก้อเพิ่งเจออ่ะ ครายจารู้ว่า เฮียก้อยสป๊อร์ตอ่ะ)
กลับไปก๊งกันต่อที่บ้าน อีพี่สาวขี้แพ้ของเราก้อต้องถอยทับไปนอน เพราะแพ้ฤทธิ์ยอดข้าว ก้ออ่านะ มันเล่นกินแบบแก่ ๆ อ่ะ จาทนได้ยังง๊ายยย
เก่งมาจากไหน ก้อแพ้ฤทธิ์ยอดข้าวทั้งนั้นแหละ ... ทีนี้ อิอิ ก้อเหลือเราสองคน จ๊ากกกก เขิลวุ๊ยยย... ก้อคุยกันเรื่อยเปื่อย เน้นไปทางเรื่องส่วนตัวของเฮีย
ฮ่า ๆๆ เรื่องของเรา ไม่อ่าววว ไม่ปู๊ดดด ... เราก้อบอกมันว่า เรารู้เรื่องที่เขากำลังไปสู่ขอสาวแหละ เอิ๊ก ๆๆ งงใหญ่เลย ว่ารู้ได้ยังไงเพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่วันเอง
--แหม เฮีย ปากคนอ่ะ ยาวกว่าปากกาอีก ทำเป็นไม่รู้ไปได้-- มันก้อเล่าให้ฟัง แต่ไม่ได้บอกว่า เป็นใครที่ไหน (คงไม่อยากให้รู้ แต่ขอโท๊ดรู้แล้วโว้ยยย)
เป็นพยาบาลด้วยแหละ คุยไปคุยมากก้อแลกโทรสับกันดู (เรามิกลัวเขาเจออะไรเลย เพราะโทรสับเราเซ็ทไว้เป็นสวีดิช ก๊าก ๆๆ)
เราเลยแอบดูข้อความเข้า-ออก ฮ่า ๆๆ เจอข้อความรักหวานแว๋วววด้วย แต่มันโคตรทุเรศเลย ไม่ใช้สมองเลยอ่ะ ลอก text ของเพลงอ่ะ ส่งให้เป็นท่อน ๆ
เลย เหอ ๆ เห็นแล้วกรูสงสารคนรับจับจิต เราก้อแซวมัน มันก้อหัวเราะ เหอเหอในคอ พร้อมบ่นว่า อ่านไม่อ๊อกเลยโทรสับเราอ่ะ ฮ่า ๆๆๆ ก้อแหง๋ล่ะ

คุยกันไป กินกันไป สักพักแม่เฮียแกโทรมาตาม ฮ่า ๆๆๆ ขำว่ะ ก้อมันอ่ะออกมา ไม่ยอมบอกคนที่บ้านว่าไปไหน มันก้อซื่อบอกแม่ว่า อยู่กับเรา
(ไม่พอใจเท่าไหร่ ก้อเด๋วเขารู้ว่าอิช้านแ-กเห-ล้าอ่าดิ) นั่งกันต่อสักพัก เจ้าก้อยก้อกลับบ้าน เราก้อนั่งกินต่อคนเดียวจนหมด ฮ่วยยย ไม่ช๊ายยย
เราก้อหยุดกิน แล้วอาบน้ำ นอน ....

หลังจากวันนั้นก้อได้เจอกันอีก นิดหน่อย ...ไม่ได้เยอะเหมือนที่โทรคุยกันเล้ยยย เหอเหอ ก้ออ่านะ คนเหงากับคนจอแหล มาเจอกันก้อพากันลงเหว
เหอ ๆ ... จริง ๆ แล้วคุยกันถูกคอมาก ๆ ตอนเป็นเด็กแทบจะไม่คุยกันเลยอ่ะ รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นลูกใคร ก้อจบ ไม่มีอะไรที่จะต้องคุยกัน แถมเรียนคนละ
โรงเรียนอีก แต่เราจะสนิทกับน้องเจ้าก้อย เพราะรายนั้นพูดมาก สนิทกับเค้าไปทั่ว... เจ้าก้อยบอกว่า นึกถึงตอนเด็ก ๆ แล้วไม่คิดว่าเราโตขึ้นมาแล้วจะ
...บ้า...ขนาดนี้ (ฉุนนิดหน่อย เพราะไม่รู้ว่าชมหรือแอบด่า..แอบโง่บ่อย ๆ เวลาคนเขาพูด เพราะฟังยากว่าเขาพูดเล่นหรือพูดจริง หรือว่าชมหรือด่า)

จนได้เวลากลับบ้านที่ตรัง ... วันนั้นวันเสาร์

ไว้เขียนต่อนะบ๊อกจ๋าาา วันนี้จาไปนอนแหละ




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 17 มิถุนายน 2550 19:03:55 น.
Counter : 167 Pageviews.  

*-* การพบเจอที่เราไม่ได้หวังอะไร (เอามันส์อย่างเดียว) #2*-*



คำเตือน: บ๊อกช่วงนี้จะยาวเป็นพิเศษ ไม่ควรอ่านเกินวันละ 2 รอบ และอ่านคำเตือนก่อนทุกครั้ง เด็กและสตรีมีพุงควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ต่อจากบ๊อกที่แล้ว==> ได้นอนบ้านคืนหนึ่ง (รึสองคืนนี่แหละ) ตกเย็นวันหนึ่ง นังเพื่อน(นังรุ้ง)ก้อโทรมาจิกหัวว่า เมื่อไหร่จะเข้าเมืองซะทีเนี่ยะ เหอเหอ แบบว่าบ้านอิชั้นอยู่ในเขาอ่ะ แหม จะค่ำอยู่แหละ จะให้ตูออกไปข้างนอก (เกือบ 40 กม.อ่ะถึงในเมืองอ่ะ) คุณเธอก้ออ่านะ อยากแหลกเหล้าจัด เลยอาสามารับถึงบ้าน สรุปว่าคืนนั้นก้อไปซิ่งกันกับนังรุ้งและนังจ๋าในเมือง(ตรังแลนด์)

พวกมันทำช้านอิจฉาตาร้อน เพราะชี ๆ เอาผู้ชายมาเคล้าคลอเคลีย กรูเลยได้แต่นั่งดำอยู่คนเดียว (คิดถึงปั้วมาตะหงิดตะหงิด ) ไปถึงในเมืองเราก้อให้นังรุ้งพาไปกินน้ำชา (ที่ป๊อบปูล่าของเมืองตรัง) กินกันเสร็จก้อไปนั่งกันต่อที่ร้านเจ้าไหม มีโฟล์คซองเพื่อชีวิตให้ฟังด้วย กินกันจนเคลิ้ม ๆ ก้อไปแดนซ์สะบัดเหงื่อกัน ... ขอบอกว่า อิช้านป้ามาก ๆ เลยคะ คือตอนออกจากบ้านอ่ะ ก้อใส่เสื้อยืดกุงเกงยีนส์ธรรมด๊า ธรรมดามาก ๆ ก้อไม่ได้คิดไรนิ นึกว่ามานั่งกินกันเฉย ๆ ตอนเข้าไปแดนซ์ เห็นเด็ก ๆ ในนั้นแต่งตัว กิกิ อยากกลับบ้านไปนอนกกลูกเลยอ่ะ เหอ ๆ ...เด็กสมัยนี้เปรี้ยวมาก ๆ ขอโบกกกก ใ่ส่กุงเกงคืบ เสื้อตัวอิ๊ดเดียว ...ทำไปได้... ป้ามีสามีฝรั่งแท้ ๆ ยังแต่งซะมิดชิดเร้ยยย...

แดนซ์กันมันส์มาก นังจ๋าบอกว่า กรูคิดถึงการได้เที่ยวกับเมิงมาก ๆ ยังหนุกเหมือนเดิม (มันแอบด่าว่า กรูยังทุเรศเหมือนเดิม) นังรุ้งก้อเหมือนกัน มันว่าสนุกเหมือนเดิม ... กลับจากแดนซ์ก้อไปกินข้าว(เช้า)กันต่อ แล้วกลับไปนอนที่บ้านนังจ๋าแถว ๆ นอกเมือง พอตื่นนังรุ้งกับสามีก้อไปส่งเราที่บ้าน แต่อีกสองวันมันก้อมารับอีก เฮ้ออออ เหอ ๆ ...รอบนี้เรา นังรุ้งแอนด์สามี ก้อไปภูเก็ตกัน ขับรถกันไปเอง ไปถึงตอนค่ำแหละ ไปแหลกน้ำยอดข้าวกันต่อกับนังนู๋นิดที่ผับแถว ๆ วงเวียนนิมิต ...รอบนี้เราก้อเป็นป้าอีก เหอ ๆ ใส่กุงเกงขาสั้นสีขาว (มิใช่กุงเกงคืบแต่อย่างใด)กับเสื้อเชิ้ต เหอ ๆ โชคดีที่พี่ที่ตรวจบัตรปล่อยกรูเข้าไป (แต่งตัวทุเรศ ฯ เขาจะไม่ให้เข้าผับเขาอ่ะ) เต้นไม่มันส์เท่าไหร่ เพราะเหนื่อยจากการเดินทาง เสร็จจากที่นั่นเราก้อแยกย้ายกันกลับ เราก้อไปนอนกับยัยกะปุก(เพื่อนสนิท)ที่อ่าวมะขาม นังรุ้งแอนด์สามีแอบหรู ไปเปิดโรงแรมนอนตากแอร์ เช้าขึ้นมากะปุกทำงาน เราก้อไปตะแล๊ดแต๊ดแต๋กับนังรุ้ง จนตกค่ำก้อนัดเจอกับเพื่อน ๆ อีก มีนังเอ๋ นังตั๊ก-ตั๊ก (แอบมาเรียกเราพี่เล็ก-เล็กด้วยแหละ) นังชะนีหน้าหล่อ (นังฝน) นังกะปุก ส่วนนังคิน มิได้มาแจม...สามีนังรุ้งขอตัว... เราไปก๊งกันที่ผับเดิม เสร็จจากนี้เราก้อไปต่อกันที่แถวพูนผล ...เสร็จก้อแยกย้ายกันกลับ เราก้อกลับกับกะปุกอีก แต่ช้าก่อน ... ขับรถออกมามิทันไร โทรสับนังกะปุกก้อดังขึ้น (สุดหล่อโทรเข้า พี่โนเกียบอกว่างั้น) เราก้อเจือกอีก รับสาย ..สุดหล่อบอกว่า อยู่คนเลี้ยงช้าง มาดิ กรูก้องง ไรฟ่ะ ดึกจะตาย-่า เมิงยังไปเลี้ยงช้างอยู่อีก ..เอิ้ก ๆ มันด่าว่า อีโ-่ ร้านคนเลี้ยงช้างเว้ยย กรูไมไ่ด้มาเลี้ยงช้าง ...ร้านนี้อยู่ไกลถึงป่าตอง แต่เรากับกะปุกก้อมิหวั่น ไปไหวเจ้าค่ะ อิอิ (จริง ๆ แล้วทางไปป่าตองน่ากลัวมากเลยสำหรับสาวน่ารัก ๆ อย่างเราสองคน) ...เป็นร้านเพื่อชีวิตอย่างแรง (ขอบอกว่า เรามิเคยรู้ว่า ที่ภูเก็ตมีร้านหยั่งงี้ด้วย) เจอน้าชายและเพื่อน ๆ ของสุดหล่อ อัธยาสัยดีกันทั้งน้าน ..อิอิ ขำตอนที่โดนถามว่า ชื่อไรอ่ะน้อง เราบอกว่า ชื่อเล็ก-เล็กคะ(ติดมาจากนังตั๊ก-ตั๊ก) พี่ทั่นทำหน้างง แล้วมองเราตั้งแต่หัวจดเท้า แล้วถามกลับว่า อะไรเล็กอ่ะ ...ฮ่า ๆๆๆ ชื่อคะชื่อ มิใช่อย่างอื่น ... ขำกันใหญ่ ..เพื่อนสุดหล่ออีกคนหนึ่งพูดต่อว่า ...เด็กต่างประชาติ (มันไม่ยอมพูดต่างประเทศ มันพูดต่างประชาติอยู่นั่นแหละ)เล่นมุขก้อเป็นวุ๊ยย...เสร็จจากเลี้ยงช้าง เฮ้ย ร้านคนเลี้ยงช้าง เขาก้อพาเราไปต่อที่บ้านฟ้าใส (น่านนนเห็นม่ะ ที่เที่ยวอิชั้นจำชื่อได้หมดแหละคะ อิอิ) ปิด 0530 มันส์มากก เสร็จแล้ว ยังคะ ยังไม่ได้กลับบ้าน สุดหล่อเอารถเราไปเก็บไหนไม่รู้ รู้แต่เขาบอกให้ขึ้นรถยนต์ไป ก้อไป ...เหอ ๆ ใจง๊ายง่ายเนาะ ... น้าชายสุดหล่อพาพวกเราไปนั่งก๊งกันต่อที่ริมทะเล หาดป่าตองน่ะเอง ขอบอกว่า ตอนนั้นสภาพอิชั้นดูไม่ได้อย่างแรง เพราะคืนนั้นเมาน้ำยอดข้าวไปไม่รู้กี่รอบแล้วแถมนอนก้อยังไม่ได้นอน สรุปว่า ออกจากหาดป่าตองกันตอนสองโมงเช้า ..แบบว่าโคตร ๆ เลยคะ (โคตรไรคิดเอาเอง)...ตอนสิบเอ็ดโมง นังรุ้งแอนด์สามีก้อมารับเรากลับบ้านที่ตรัง แต่ ...กิกิ เรามีแผนร้ายซ่อนไว้ในใจ เราให้นังรุ้งแอนด์สามีแวะส่งเราที่กลางทาง ที่บ้านป้าเราที่สุราษฏร์ฯ น่ะเอง (วันนั้นวันอาทิตย์ ยังจำได้) ญาติ ๆ ดีจัยกันใหญ่ที่เราไป (ไม่ได้ไปหา 4-5 ปีแล้ว) สรุปว่า ชีวิตในขวดเหล้าของอิชั้นยังไม่จบแค่นั้น คืนนั้นพี่สาว(ลูกพี่ลูกน้อง)ก้อพาเราไปก๊งต่อที่แถว ๆ เขื่อนเชี่ยวหลาน โอ้ ชีวิตข่อย มองกลับหลังไปนี่ เราเป็นลำยองน้อย ๆ เลยอ่ะ แต่ตอนนั้นไม่คิดไร เอามันส์ไว้ก่อน ... คืนนั้นมีสารถีหน้าตางั้น ๆ และภรรเมียพาเราไป โอคือชื่อของม้านน เพื่อนสมัยเด็กของเราน่ะเอง ตอนเด็กหน้าตาดี๊ดี โตขึ้นมา ทำไมแยกสัญชาติให้มันไม่ถูกเลย ไม่รู้จะจีน หรือลาว หรือไทย และเต้ยของภรรเมีย พี่สาวเราคือ นังตุ่ม (ชื่อจริง ตุ้ม แต่มันอ้วนเราเลยเรียกมัน อีตุ่ม อิอิ) สี่คนนั่งสั่งของมากิน 9 จาน ฮ่า ๆๆ พี่สาวอิชั้นตุ่มจริง ๆ คะ กินเ้ข้าไปได้ยังไง ... สักพักเต้ยก้อเหลือบตาไปเห็นหนุ่มหน้าตาคุ้น ๆ แล้วมากระซิบถามว่า นั่นใช่เจ้าก้อยรึเปล่า?? (ญาติ ๆ กันอยู่แถวบ้านป้านั่นแหละ) สรุปว่า ใช่ แต่เราก้อไม่ได้ทักกัน...กินเสร็จก้อกลับบ้านไปนอน (โอ้ ได้นอนแล้ว)

เกือบเที่ยง แม่ก้อโทรมาบอกว่า มาถึงแล้ว มารับด้วย ..เราเลยไปเอารถโอไปรับ (โอใจดี๊ดี บอกให้เรามาเอารถไปใช้ได้ทุกเมื่อ เพราะโอไม่อยู่บ้าน ไปทำงาน รถก้อได้แต่จอดไว้) แล้วที่ ๆ เราจะไปรับแม่นั้นก้อเป็นบ้านเจ้าก้อยที่เราเห็นเมื่อคืนไง ... ไปถึง เราก้อเดินเข้าไปในบ้านมันเลย เห็นมันนอนหมดสภาพอยู่หน้าทีวี เราก้อกอดแม่มันทีหนึ่ง มันเห็นเรากอดแม่มัน มันบอกว่า มาม่ะ มาให้มันกอดด้วยทีหนึ่ง ไอ้เราก้อติดนิสัยกอด ๆ ไปจากสวีเดน ก้อกอดมันด้วยทีหนึ่ง แต่มันดันมาจู๊บหัวเราด้วยทีหนึ่ง (แหม๋ ทำป้าเสียวสันหลังเลย) เราสะดุ้งเลย ฮ่า ๆๆ แบบว่าเป็นอะไรที่ไม่ได้คาดคิดไว้ มันหัวเราะใหญ่เลยพอเห็นเราสะดุ้ง ... ได้คุยกันนิดหน่อยว่า เราเห็นมันนั่งก๊งเหล้ากับเพื่อนด้วยเมื่อคืน มันก้อเที่ยวถามว่า ที่ไหน ยังไง ..ก้อ ฮ่่วย เอ็งไปไหนมาล่ะ...คุยกันไปกันมา ก้อเลิกคุย เพราะสภาพมันดูไม่ได้ ไม่อยากคุยด้วย (แหม ถ้าหล่อ คุยด้วยทั้งวันทั้งคืนเลยน่ะ) ...แล้วเราก้อกลับบ้านป้าพร้อมกับแม่และหลาน ๆ สองคนที่มากับแม่ด้้วย (หลานสาวเราอ้าปากค้างเลย เห็นเราขับรถได้ ชีว่า ไม่เคยเห็นเลยไม่รู้ว่าขับเป็น) ...

พอแหละ เอาไว้เขียนต่อ...เหนื่อยนิ้ว เหนื่อยขมองแล้วเนี่ยะ ภาพต่าง ๆ ยังวนเวียนอยู่ในหัวเรา เลยอยากเขียนเก็บไว้ว่า การไปเมืองไทยของเราครั้งนี้ มันส์แค่ไหน เพื่อนที่แวะมาอ่าน อย่าเพิ่งหาว่าอิช้านไร้สาระน่ะค๊าาาา ..ไม่อ่านไม่ว่ากันคะ




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 17 มิถุนายน 2550 19:03:15 น.
Counter : 211 Pageviews.  

**การเดินทางที่เราไม่ได้คาดหวังอะไร #1**



การเดินทางครั้งนี้ก้อทุลักทุเลพอสมควรแหละ เริ่มจากที่บ้านคุณสามีโคตรเศร้า เราก้อโคตรเครียด แต่ก้อต้องไป แวะไปเอากล้องถ่ายรูปกับเพื่อนที่ Malmö ก้อพยามโคตร ๆ ไม่ร้องไห้ แต่ใครเห็นเขาก้อคงจะรู้ว่า นังนี่กำลังร้องไห้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีน้ำตาไหลออกมาให้เห็นก้อเหอะ ... ที่จริงกล้องที่บ้านก้อมี แต่มันเป็นกล้องของที่ทำงานคุณสามี เราเลยไม่อยากเอาไป เผื่อว่าบางทีคุณสามีต้องใช้ จะลำบากเขา เลยตัดสินใจถอยกล้องใหม่ที่ราคาไม่น่าหนักใจจนเกินไป คือเป็นคนชอบถ่ายรูปอ่ะ ไปโน่นไปนี่ ทำนั่นทำนี่ไม่มีกล้อง มันก้อไม่อยากทำ ไม่อยากไป (ใช่ม้าาาาา??? หลายคนในนี้ก้อน่าจะเป็นเหมือนเรา)

ทริปนี้ได้ซื้อตั๋วนักเรียนของ STA เป็นตั๋ววันเวย์ บินกับฟินแอร์เป็นครั้งแรก เ็ฮ้อออ เครื่องดีเลย์ตั้งแต่ตูยังไม่ได้เชคอินเลย ดีฯ ไปเกือบสองชั่วโมง พอดีเลยกับเวลาที่เราจะไปรอที่ฟินแลนด์ สรุปว่าอิชั้นนั่งเหงื่อตกซิก ๆๆๆ เพลนที่วางไว้กับเพื่อนสรุปว่า จบเฮ (ไอ้สุดสวยไปนั่งรออยู่ที่โรงแรมครึ่งวันแน่ะ) ตอนอยู่บนฟ้า ป้าพนักงานก้อเดินมาถามว่า มีผู้ได๋จาไปต่อเครื่องไหมค้าาา ... อิชั้นเลยรีบเอาหน้าสวย ๆ ไปเสนอ ป้าเลยบอกมาว่า ให้ไปติดต่อเคาน์เตอร์ข้างล่าง แต่คิดว่าน่าจะมีเครื่องไปสยามตอนเที่ยงคืน...โอเค (แล้วป้าจะมาถามทำไมเนี่ยะ)

พอไปถึงฟินแลนด์ ไอก้อเดินอารมณ์เสียไปที่เคาน์เตอร์ลูกค้าสัมพันธ์ (อิอิ ที่ฟินแลนด์เขาพูดสวีดิชได้ ตูเลยได้บ่นอย่างคล่องปอด) ว่าไอจาไปไทยแลนด์แดนสยาม แต่เครื่องมันดีเลย์ ทำไงอ่ะ?? ป้าคนนั้นก้อท่าทางใจดี แต่ตูนิสัยไม่ดี ชอบทำหน้าดำใส่เค้า (เอ่อ หน้าที่ดำอยู่แล้วก้อยิ่งดำไปใหญ่) ป้าแกบอกว่า มา ๆ เด๋วป้าเชคอินให้นู๋ไปเที่ยวบินต่อไปตอน 23.55 น่ะ ..อิ๊บหง๊ายยย อีกเกือบสามชั่วโมงเลยเหรอ (ตูก่อบ่นไปงั้น ๆ เอิ๊ก ๆๆ เพื่อความมันส์) .. ป้าก้อตอบมาดี ๆ ว่า จ้ะ ..มันไม่มีเที่ยวบินที่เร็วกว่านั้นอ่ะจ้ะ...โอเค ๆ ... แล้วป้าก้อให้คูปองของกินมายัดปากอีก 13 ยูโร ให้ไปแลกเอาที่ค๊อฟฟี่ช๊อปได้เลย ... อยากดีจัย แต่ทำไม่ลง ก้ออ่านะ 3 ชั่วโมง 13 ยูโร จากินไรได้ เฮ้ออ ป้าไม่คิดเล้ยยยย....

แล้วก้อไปเดิน ๆๆๆๆๆๆ เพื่อให้ตัวเองเหนื่อย ขึ้นเครื่องปุ๊บ จาได้หลับทันที เดินได้พักหนึ่งก้อมาไรกิน เห็นพี่คนไทยคนหนึ่งเขามาเดินใกล้ ๆ ที่เรานั่ง ชักเขินวุ๊ยยย ก้อตะกี้กินแบบสวาปามมาก ๆ เลย เหอ ๆ คิดว่านั่งอยู่คนเดียวอ่าดิ พี่เขาเดินมาใกล้ ๆ ใกล้ ๆ ใกล้ ๆ อีกนิด อีกนิด อีกนิดนึง แล้วพี่ท่านก้อทำหน้าดีจัย (ทำไมไม่รู้เหมือนกัน) .. เราเลยทำให้เขารู้ว่า อิช้านเนี่ยะ มีมนุษยสัมพันธ์ดีน่าค๊่าาาา เลยถามพี่แกว่า คาราบาว??? ...จ๊ากกกกกกกกกก ไม่ใช่ ถามไปว่า คนไทยหรือเปล่า??? พี่เขาตอบว่าใช่ เราเลยเชิญพี่เขานั่ง (ใจง่ายม่ะเหอ ๆ ) โต๊ะเดียวกะเรา เลยได้คุยกัน (หายเหงาปากไปเลย) สรุปว่า คืนนั้นมีพี่เขาเป็น company แต่ว่าม่ะได้นั่งด้วยกัน ไปเจอกันอีกทีตอนถึงสุวรรณภูมิแล้ว พี่แกใจดี ให้เรายืมโทรสับโทรหาไอ้สุดสวยด้วย เพราะเราบอกแกไปว่า เพื่อนต้องรอจนหัวฟูแล้วแน่ ๆ เพราะตอนแรกจะถึงตอน 11 โมง แต่นี่ดันมาถึงซะตอนเกือบบ่ายสี่อ่ะ ....

ตอนที่ถึงสุวรรณภูมิ แล้วต้องผ่านด่าน เราก้อไปเข้าแถวตรวจพาสปอร์ตที่แถวฝรั่ง เพราะพาสปอร์ตไทยเรามันหมดอายุ แต่คิวโคตรยาวววเลย แถมช่องพาสฯ ไทยก้อว๊าง ว่าง เราเลยสวมวิญญาณผีบ้า หน้าด้าน เดินนมตรงไปที่ช่องพาสฯ ไทย แต่เอาพาสฯ ฝรั่งให้เขา เหอ ๆ (ใครแอบบ่นว่า อีบ้า น่ะ ได้ยินน่ะ) พี่เขาเลยถามว่า พาสฯ ไทยไปไซ่ซะล่ะนังนู๋ ...มีคะ แต่มันหมดอายุ ... นานยัง...เมื่อเดือนที่แล้วคะ ... เอามาดูหน่อยสิ....ได้ ๆ (รีบล้วงให้เลย) ... พี่ที่ด่านใจดี๊ ดี ให้พม่าเข้าเมืองกับพาสฯ ไทยที่หมดอายุแล้ว พี่เขาบอกว่า มันเพิ่งหมด ยังหยวน ๆ ได้ ถ้าหมดมาเป็นปีแล้ว หยวนให้ไม่ได้ -- แค่นี้นู๋ก้อซาบซึ้งแล้วค่า-- แล้วก้อวิ่งไปจับแท็กซี่ เพื่อไปหาไอ้สุดสวย (สงสารมันอ่ะ รอเป็นครึ่งวันเลย)

ถึงโรงแรมก้อจัดการเชคอิน เหอ ๆ ไอ้สุดสวยมันมานั่งรออยู่ ไม่ยอมเชคอิน เหอ ๆ มันว่า ชั้นไม่รู้ว่าแกจองไว้ชื่ออะไร (ฮ่า ๆๆ เป็นพม่าชื่อเยอะค่ะ) แล้วก้อออกไปหาไรกินกัน

เช้าวันรุ่งขึ้นก้อไปทำพาสฯ ใหม่ แล้วก้อต่อด้วยไปเดินช๊อปปิ้ง ตอนเที่ยงก้อมาเชคเอ้าท์ แล้วออกไปเดินช๊อปต่อ จนบ่าย เราก้อจับแท๊กซี่ไปสนามบิน ลงใต้ ไอ้สุดสวยก้อไปต่อที่บ้านเพื่อนที่สะพายบัฟฟาโล่ ... ขอบใจสุดสวยเด้อ ที่มานอนเป็นเพื่อน

ถึงสนามบินกระบี่ --- ก้อมีคุณเพื่อน ๆ (สมัยเป็นสาวเทคนิค)มารับ (เที่ยวก่อน ๆ จะมีคนที่บ้านมารับ) พร้อมกับสามีของหล่อน ๆ แหม ตูไปถึงตอน 18.00 พวกมันออกจากบ้านกันตั้งแต่ 10 โมงเช้าอ่ะ ...โคตรเว่อร์เลย เหอ ๆ ... ได้ข่าวว่าไปนอนกันอยู่ที่วัดถ้ำเสือ ...

คุยกันหนุกหนานในรถ โดยที่ไม่เกรงใจพี่ ๆ สามีของพวกมันเลย เหอ ๆ ... ถึงบ้านเราเกือบจะสามทุ่มแล้ว แม่ก้อหุงข้าวไว้รอด้วยน่ะ น่ารักเจ้ง ๆ แม่ใครหว่า??? ตอนแรกเรานึกว่า พวกเราจะหิ้วเราออกมาข้างนอกต่อ แต่ผิดคาด ... พวกมันบอกว่า คืนนี้ให้เมิ้งนอนกับแม่ก่อน (55555) เด๋ววันอื่นกรูมารับ ... ฮ่วย กรูอยากไปวันนี้อ่ะ เหอ ๆ ม่ะช่ายยยย เราก้อรับปากเอออืมไป แล้วเห็นแว่ป ๆ ว่ามีครายวิ่งออกไปห้องนอนเราพร้อมอะไรขาว ๆ ...เอ่อ อีเพื่อนอีกคนหนึ่ง มันแอบติดใจน้อง Adidas สีขาวปนสิ่งสกปรกของเรา ฮ่า ๆๆ มันขโมยเลยเฟ้ยยย (มันไม่ได้คิดเลยว่า กรูจะใส่อะไร ถ้ามันเอาเกิบกรูไป) สรุปว่าคืนนั้นได้เข้านอนเกือบเที่ยงคืนแระ ....




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 17 มิถุนายน 2550 19:02:38 น.
Counter : 204 Pageviews.  

*=*แล้วจะคิดถึงน่ะ*=*



บ๊อกนี้มาเขียวมาเชียวคะ คุณ ๆ เหอ ๆ ... (เหมือนคนเขียนอ่ะ กิกิ) ปกติไม่ค่อยชอบสีเขียวสักเท่าไหร่ แต่เอาซะหน่อยเพราะว่า คนเราไม่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่ตลอดเวลานี่ ใช่ม้าาา (ถามใครว่ะ) .... พรุ่งนี้แล้วสินะ ที่เราจะบินกลับสยามประเทศ

แล้วเจอกันน่ะจ้ะความร้อนที่เมืองไทย
คราวนี้แหละจะได้รู้กันว่า ใครกันแน่ที่ hot กว่ากัน ฮ่า ๆๆ

ไปแหละ .. จบแบบห้วน ๆ




 

Create Date : 21 มีนาคม 2550    
Last Update : 21 มีนาคม 2550 0:09:20 น.
Counter : 204 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

M-i-am
Location :
ตรัง Sweden

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บล๊อกของคนตัวดำ ที่ใจไม่ดำคะ ..ขอเตือนว่าบล๊อกนี้ไม่มีสาระน่าาา จขบ. ทำเพราะความอยากล้วน ๆ ความรู้ไม่ค่อยแน่นเท่าไหร่ (ตอนเรียนก้อบ้าเล่นเน็ต ไม่ฟังครูเลย) แต่ความอยากมีเต็มร้อยคะ

Hej och välkommen hit, har du tur så finns det nånstan på svenska så att du kan läsa--hihi

Friends' blogs
[Add M-i-am's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.