ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

ชาตินี้กรรมกรกระทู้อย่างเราจะมีครอบครัวไหมเนี่ย

ไม่ทราบเหมือนกันว่าถ้าผมจั่วหัวข้อBlogแบบนี้แล้วจะมีคนหลงเข้ามาอ่านเยอะกว่าปกติหรือเปล่าไม่รู้
แต่ที่แน่ๆก็คือผมถูกแม่ถามถึงเรื่องนี้อยู่บ่อยครับ ว่า

เมื่อไหร่จะมีเนื้อคู่เป็นตัวเป็นตนสักที

น่าจะทำความรู้จักกับสาวร่วมรุ่นคณะเดียวกันสักหน่อยเผื่อจะได้เพื่อนไปเที่ยวเข้าสังคมเปิดหูเปิดตาไปโลกข้างนอกบ้าง เน็ตจะได้เลิกสักที

บ้าแต่การ์ตูนกับเน็ตอย่างนี้แล้วชีวิตมันจะเจริญขึ้นได้ยังไง


ผมเพิ่งจะอ่านไทยรัฐฉบับเมื่อวานคอลัมป์สกู๊ปหน้า1พบว่าในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เด็ก3ขวบขึ้นไปมีพัฒนาการล่าช้าไม่สมวัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมอง สติปัญญา
พอเข้าสู่วัยเรียนสิ่งแวดล้อมในบ้านไม่ได้กระตุ้นพัฒนาการของเด็กให้เหมาะสม เนื่องจากผู้เลี้ยงมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กค่อนข้างน้อย
เด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาหมดไปกับการบ้าน เรียนพิเศษ เวลาว่างก็ทีวี วิดิโอเกม เกมออนไลน์ สุดท้ายเชาวน์ปัญญาของเด็กวัยเรียนลดลงอย่างน่าตกใจ พ่อมีบทบาทการเลี้ยงดูน้อยมากเพียง1.2%
พ่อแม่คาดหวังให้ลูกเป็นเด็กดีเรียนหนังสือเก่ง จบสูงๆมีการงานดีคิดเพียงว่าทำงานเก็บเงินให้ลูกเรียนจะเป็นวิธีบรรลุความหวัง แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องการเรียนของลูก เอาแต่เน้นการเลี้ยงดุ กินอยู่หลับนอน แต่ขาดการส่งเสริมทางปัญญา ไม่ได้ส่งเสริมการอ่าน ส่วนใหญ่เปิดทีวีให้เด็กดู แล้วยกเรื่องการเรียนรู้ให้เป็นหน้าที่ของครูและโรงเรียน
ต่อมาผู้เลี้ยงดูมักแสดงความรักต่อเด็กเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ เด็กเมื่อโตขึ้นพ่อแม่ก็จะชมเชยลูกน้อยลง และเพิ่มการสั่งสอนว่ากล่าวตักเตือนมากขึ้น
สังคมกับสมองของเด็กเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการเหมือนกัน จะต่างกันก็เพียงโอกาส ปัจจุบันสังคมคนส่วนน้อยมีโอกาสพัฒนาสมอง เข้าถึงข้อมูลความรู้ได้มากกว่า แสวงหาผลประโยชน์อยู่รอดในสถานะที่ดีกว่า ก่อให้เกิดความแตกต่างขึ้น
ปัญหาความยากจน ไม่เท่าเทียมในฐานะ ก่อให้เกิดความเครียดรุนแรงนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างชนกลุ่มต่างๆในสังคม ภาวะการพัฒนาสมองก็เช่นกัน ถ้าไม่สมดุลเซลล์สมองจะเป็นปรปักษ์ เกิดการทำลายกันและกัน
การแก้ปัญหาก็คือต้องเพิ่มศักยภาพของสมองเด็กและเยาวชนไทยให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อการเรียนรู้ วางรากฐานกำหนดนโยบายกันแบบระยะยาว ก่อนจะสายเกินไป

ผมอ่านแล้วย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองว่า เราพร้อมจะมีเนื้อคู่ ครอบครัว และมีลูกไว้สืบสกุล แล้วหรือยัง
เพราะนั้นหมายถึงว่าเราไม่มีเวลามาบ้าเล่นเน็ตแบบนี้อีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างที่ทำเป็นเล่นเป็นงานอดิเรกจะต้องลดลงไปอย่างมากหรืออาจจะต้องยุติไปเลย รวมถึงบทบาทการเป็นกรรมกรกระทู้ด้วย
การเลี้ยงดูลูกถือเป็นศาสตร์ที่ซับซ้อน ต้องสูญเสียทั้งเวลา สละความชอบความสนุกส่วนตัวมาทุ่มเทอย่างถึงที่สุดเท่านั้น เราจึงจะได้ลูกที่มีคุณภาพ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะวางแผนเวลาชีวิตตัวเองไว้ในรูปแบบไหนกัน

แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อนออกทะเลสาระไปไกลอีกแล้วฉัน เอาแค่ว่าชาตินี้เราจะหาสาวที่ไหนสักคนมาแอ้มได้ไหมละ ผับบาร์คาราโอเกะอะไรนั้นผมไม่สนอยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้นผมจะไปจากไหนละ จากเน็ต? ที่ทำงาน? ร้านหนังสือ? ร้านการ์ตูน? แล้วมันจะไปเจอเหรอ? ประเภทที่เพลงสัญชาตญาณบอกนั้นนะ ผมยังไม่เจอเลยสักคนหนึ่ง
แถมเวลาเดินทางไปไหนต่อไหน ผมมักมีนิสัยชอบเดินเร็วแซงชาวบ้านแบบสุดๆ สายตามองอยู่แค่เส้นทางข้างหน้า เวลาขึ้นบันไดสะพานลอยก็วิ่งก้าวขึ้นไปทีละสองขั้นเพราะคนข้างหน้าเดินกันเชื่องช้าซะเหลือเกิน แล้วใครหน้าไหนจะมาสนใจเรามั่งละฟ่ะ
เรามันก็ไม่เหมือนชาวบ้าน หน้าตาก็ไม่หล่อเอาซะเลยแถมยังขี้เกียจโกนหนวดหวีผมอีก ไม่ทำหน้าตาให้ดีๆแล้วใครเขาจะหันมาสนใจอีกละ

เอาเป็นว่าสาวคนไหนก็ได้มีการมีงานทำแล้ว ทำอาหารเก่ง งานบ้านงานเรือนแจ๋ว ถ้าอ่านเนื้อหาทั้งหมดในWeblogของผมแล้วถูกใจขึ้นมาละก็ จะติดต่อขอทำความรู้จักกับเบอร์มือถือผมก็ได้นะครับ มีอมยิ้มพันทิปเป็นตัวเป็นตนก็ดีฮะจะได้ส่งหลังไมค์สะดวก เผื่อว่าผมจะปรับปรุงตัวเองให้มันดีขึ้นกว่านี้ ให้เป็นพ่อที่เลี้ยงดูลูกให้เจริญและมีคุณภาพอย่างที่ต้องการ
โดยเฉพาะถ้าจบทางด้านวิทยาศาสตร์อาหาร(Food Science)ละก็ อันนั้นเข้าขั้นอุดมคติในใจผมเลยละครับ แหะๆ...
ขอบคุณที่เสียสละเวลามาอ่านBlogไร้สาระเรื่อยเปื่อย(หรือเปล่าหว่า?)ของผมนะครับ




 

Create Date : 15 มิถุนายน 2548    
Last Update : 15 มิถุนายน 2548 17:20:29 น.
Counter : 226 Pageviews.  

บัญชีรายจ่ายในแต่ละวันแต่ละเดือนของกรรมกรกระทู้

ค่าใช้จ่ายประจำวันก็คงหนีไม่พ้นค่าอาหารกับค่ารถแน่นอนอยู่แล้ว และก็มีรายจ่ายพิเศษอื่นๆก็มี

ค่ารถ ที่ผ่านมาผมใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเสียแค่15บาทใช้เวลาแค่20นาที จากสุทธิสารฯมาลงสีลมแล้วก็ต่อรถเมล์ร้อน5หรือ6บาทไปลงถึงหน้าที่ทำงาน
ส่วนขากลับผมใช้เดินออกกำลังเอาครับปกติผมก็ชอบเดินอยู่แล้วและเร็วมากด้วยผมใช้เวลาเดินจากที่ทำงานไปสถานีสีลมแค่15นาทีเท่านั้นครับ ระยะทางประมาณ3-4ป้ายรถเมล์ครับ
แต่ว่าในสัปดาห์หน้าโปรโมชั่นค่าโดยสารก็จะหมดลงพอดีซึ่งผมคงต้องลงทุนตื่นตั้งแต่ตี5ครึ่งเพื่ออาบน้ำแต่งตัวกินข้าวออกเดินทางด้วยรถเมล์ปรับอากาศสาย73หรือ514 ในช่วงเช้า6โมงครึ่งใช้เวลากว่าชั่วโมงด้วยกันกับค่าโดยสารอัตราใหม่15บาทครับ เทียบรถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งเสียมากกว่า22บาทขึ้นไปแถมยังต้องต่อรถเมล์อีกไม่คุ้มแน่นอนครับ

ค่าอาหาร ผมไปอาศัยกินข้าวราดกะเพราไข่ดาวราคาจานละแค่16บาทที่ชั้นใต้ดินโรงอาหารตึกวิทยกิตติ์ชามเดียวอิ่มครับ น้ำก็อาศัยคูลเลอร์ที่อยู่ใกล้ๆไม่ต้องเสียเงินซื้อน้ำอัดลมเพิ่ม

ค่าใช้จ่ายประจำเดือน ได้แก่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ซึ่งเฉลี่ยออกมาแล้วที่บ้านใช้ไป1000-1500บาทครับ
ค่าไฟถ้าไม่เปิดแอร์ก็ประมาณ400-500บาท ถ้าเปิดแอร์ช่วงหน้าร้อนตอนกลางคืนก็800บาทยกเว้นถ้ามีฝนตกก็จะไม่เปิด
ค่าน้ำปกติก็ประมาณ150-230บาท ที่เหลือก็เป็นค่าโทรศัพท์ไปโดยเฉพาะทางไกลซึ่งคุณแม่โทรติดต่อญาติๆแถวบ้านเกิดที่อุทัยธานีอยู่เรื่อยๆ
นอกจากนี้ก็มีค่าใช้บริการมือถือส่วนของผมซึ่งผมใช้Happy Dpromptเติมเงิน200บาทใช้ได้20วัน(ไม่ได้คิดเลยว่าตัวเองใช้เวลาโทรไปเท่าไหร่ แต่ผมนานๆใช้ทีหนึ่งนะเมื่อมีเหตุจำเป็นนะ) พอหมดอายุผมไม่มีแผนจะใช้มือถือเท่าไหร่ก็ยืดเวลาเติมเงินไป7วันค่อยเติม ซึ่งตรงนี้เงินมักจะเหลือพอเยอะๆเข้าผมก็เอาไปใช้บริการแลกเงินเป็นวันไป120บาทยืดไป30วัน(4บาทแลกได้1วัน)
ผมไม่ชอบเสียเงินไร้สาระไปกับSMS Download Javagame Wallpaper Screen saver เนื่องจากมือถือผมไม่ได้รองรับระบบโหลดนั้นสักเท่าไหร่และผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้ไปทำไมในเมื่อมีอย่างอื่นที่สนุกและมีคุณค่าไว้ทำอยู่แล้ว นั้นก็คือเน็ตฟรีๆกำลังโหลดอืดๆของห้องLabที่ทำงานอยู่ใช้อ่านกระทู้สนุกๆเฮฮา+สาระข่าวสารน่าสนใจทดแทนไปเล่นในช่วงหลังเลิกงานวันธรรมดาตั้งแต่4โมงเย็นจนถึง1ทุ่ม

ค่าใช้จ่ายพิเศษ(ไม่ประจำ) อันนี้ก็มี
ค่าขนมของว่าง เมื่อกลับมาบ้านผมชอบซื้อไปกินรองท้องไว้ก่อนโดยเฉพาะไอศกรีมซึ่งผมชอบคอร์นเนตโต้ซุปเปอร์โคนละ20บาท กับมันฝรั่งเลย์รสบาร์บีคิวแผ่นหยักขนาด70กรัมซองละ20บาท ซึ่งผมกินไม่บ่อยหรอกเพราะนอกจากสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายแล้วยังทำให้อ้วนเอาได้เหมือนกัน
ค่าหนังสือ โดยเฉพาะการ์ตูนรวมเล่มตามหัวเรื่องเล่มละ40บาทแล้วแต่โอกาสความชอบเป็นเรื่องๆไป และตามผังเวลาการออกการ์ตูนของสำนักพิมพ์ในช่วงวันจันทร์ พุธและศุกร์
โดยถ้าเป็นการ์ตูนของวิบูลย์กิจผมจะไปซื้อที่ร้านของวิบูลย์กิจชั้น4 มาบุญครองโซนตลาดซื้อขายมือถือนั้นละครับ ลด10%เหลือแค่36บาท
แต่ถ้าเป็นของสำนักพิมพ์อื่นผมก็ไปซื้อที่ร้านCartoon Parkชั้น7 มาบุญครองใกล้ๆSF Cinema ซึ่งก็ลดราคา10%เช่นกัน
กับหนังสือสาระดีๆลดราคา10%ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
ค่าเครื่องดื่ม โค้กขวดใหญ่กับน้ำแข็งเปล่า9บาทที่โรงอาหารของสำนักงานตำรวจ(เฉพาะเมื่อต้องกินข้าวเที่ยงที่นั้น)
ค่าเช่าการ์ตูน เวลาว่างๆอยู่ที่บ้าน ผมมักจะคลายเครียดโดยการเช่าการ์ตูนมาอ่านจากร้านแถวปากซอยค่าเช่า10%ของราคาหนังสือซึ่งก็ตกประมาณ3-5บาทต่อเล่มต่อวัน ครั้งหนึ่งไม่ควรเกิน4เล่มเพราะถ้าเกิดใช้เวลาอ่านไม่ทันขึ้นมาก็ต้องเสียค่าปรับเป็นรายวันถ้าคืนช้ากว่ากำหนด

นอกจากนี้ก็เป็นรายจ่ายซึ่งจ่ายกันด้วยแรงกายกับเวลาครับ ซึ่งก็คืองานบ้านอย่างซักผ้า4-5ถังต่อสัปดาห์ รีดผ้า10ผืนต่อสัปดาห์ กวาดถูบ้านทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ล้างจาน อุ่นเตรียมกับข้าวที่บ้าน

เอาละคำนวณโดยรวมแล้วใน1เดือนผมใช้ไปอย่างมากไม่เกิน3500บาทเองครับ(ไม่นับมหกรรมผลาญงบหนังสือ+การ์ตูนประจำครึ่งปี)
ตั้งแต่มีWeblogของตัวเองมานี่ชักวางแผนชีวิต+อนาคตเก่งขึ้นแฮะเรา




 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 30 พฤษภาคม 2548 17:26:57 น.
Counter : 268 Pageviews.  

ต้นตระกูลบรรพชนของกรรมกรกระทู้

วันนี้ผมมาเผยข้อมูลเล็กๆน้อยๆเท่าที่พอจะเผยได้ของต้นตระกูลบรรพชนของผมครับ
เริ่มกันที่สายพ่อของผมก่อน พ่อของผมนั้นเดิมมีบ้านเกิดอยู่แถวซัวเถา มณฑลกวางตุ้งโดยเป็นชาวจีนอพยพมาตั้งแต่เมื่อท่านยังอายุแค่10ขวบพร้อมๆกับอาก๋ง(ปู่)อาศัยอยู่แถวบ้านเกิดที่อุทัยธานี โดยอาม้า(ย่า)บังเกิดเกล้านั้นท่านได้เสียไปก่อนจะอพยพไปนานแล้วและศพก็ฝังอยู่ที่บ้านเกิดนั้นแต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถชี้จุดเดิมซึ่งเป็นที่ฝังศพของอาม้าได้เนื่องจากการปฏิวัติศิลปะัวัฒนธรรมของจีนเมื่อสมัยท่านประธานเหมาเจ๋อตุงได้ทำลายศาลเจ้า ป้ายหลุมศพบรรพชนซะสิ้น
นอกจากนี้พ่อผมยังมีอาแปะ(ลุง)ที่อายุมากกว่าพ่อผมเกือบ10ปีด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันยังคงยึดถิ่นฐานพำนักอยู่ที่เมืองวูฮั่น โดยคาดว่าญาติท่านอื่นๆของอาก๋งคงอาสารับเลี้ยงดูแทนท่านไป และไม่ได้เจอหน้ากันมานานมากถึง40ปีเห็นจะได้ กว่าจะได้เจอหน้ากันก็เมื่อเกือบ10ปีที่แล้วนี่เองซึ่งอาแปะท่านก็เกษียณอายุไปก่อนแล้วจึงมีเวลาและเงินทองมากพอจะมาเที่ยวเมืองไทยพร้อมๆกับอาอึ้ม(ป้าสะใภ้)เพื่อมาเจอหน้าพ่อผมสักครั้งซึ่งก็เป็นน่ายินดีแทนพวกท่านไปละครับ พอจะพูดคุยกันรู้เรื่องจากภาษาจีนแต้จิ๋วนะ
กลับเข้าเรื่องกันต่อ อาก๋งเมื่ออพยพมาอยู่เมืองไทยแล้วท่านก็ได้แต่งงานใหม่กับชาวจีนคนหนึ่งและรับอุปการะลูกบุญธรรมอายุมากกว่าพ่อผมเกือบ20ปี และเป็นชาวจีนเช่นกันคนหนึ่งไปด้วย ต่อมาเมื่ออาก๋ง อาม้าบุญธรรมเสียไป ลูกเลี้ยงคนนั้นก็รับอุปการะพ่อผมและรับเป็นอาแปะบุญธรรมไป พร้อมกับอี้หมวย(น้องสาวของอาม้าบุญธรรม)ก็ช่วยรับเลี้ยงดูต่อไปเช่นกัน
พ่อผมเรียนจบปวส.ช่างกล ปทุมวัน แล้วทำงานในสายงานถนัดของท่าน ปัจจุบันทำงานเป็นช่างเทคนิคอาวุโสในบริษัทรับเหมาก่อสร้างของสถาปนิกมือหนึ่งแห่งวงการสถาปัตยกรรมท่านหนึ่ง โดยถึงแม้พ่อผมจะแซยิดไปแล้วแต่ประธานบริษัทก็ยังคงให้ทำงานต่อไปจนถึงวัย65 จนป่านนี้เพิ่งจะทำเรื่องโอนสัญชาติมาเป็นไทยอยู่เลยครับ

มาถึงสายของคุณแม่บ้าง แม่ผมเกิดในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่2ใกล้จะยุติพอดี โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้านไม้เล็กๆใกล้กับตลาดสดริมแม่น้ำสะแกกรังของตัวเมืองอุทัยธานี
โดยคุณตานั้นมีรากฐานบรรพชนเดิมเป็นบ่าวไพร่ผู้รับใช้ท่านขุนผู้หนึ่งแถวๆอ.ลาดยาว นครสวรรค์ ซึ่งต่อมาก็ได้ใช้นามสกุลตามชื่อของท่านขุนไปด้วย แต่คุณตาซึ่งจบมาทำงานเป็นทนายความเห็นว่าไม่เป็นมงคลก็เลยเปลี่ยนนามสกุลซะใหม่เป็นที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ และผมก็ใช้นามสกุลตามของแม่ไป
ส่วนคุณยายนั้นก็เป็นลูกหลานของชาวจีนไหหลำที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่ริมแม่น้ำใกล้ๆอำเภอบางปลาม้า สุพรรณบุรี ทำงานเป็นครูในโรงเรียนเล็กๆประจำชนบท
ในสมัยที่จอมพล ป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลมีนโยบายให้คนไทยในสมัยนั้นมีลูกมีครอบครัวกันแบบขยาย เนื่องจากประเทศไทยเมื่อตอนนั้นมีจำนวนประชากรที่จะมาช่วยพัฒนาบ้านเมืองน้อยมากเมื่อเทียบชนชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และอินเดียเมื่อสมัยนั้น เพราะเรามีประชากรแค่10-20ล้านเท่านั้นเอง ส่งผลให้ช่วงตั้งแต่ปีพ.ศ.2485 - 2500 ทั้งคุณตาและคุณยายต่างก็มีลูกเป็นคุณป้าคุณน้ารวมแล้วก็6คนด้วยกัน โดยคุณแม่ผมนั้นเป็นคนที่2
ต่อมาหลังจากที่คุณน้าคนสุดท้องถือกำเนิดได้ไม่นาน คุณตาก็ได้ซื้อบ้านไม้หลังใหม่ซึ่งก็คือบ้านเกิดเดิมของผมหลังปัจจุบันที่ผมกล่าวไว้ในBlogก่อนๆแล้ว นับอายุของบ้านมาก็เกือบ50ปีแล้วครับ
หลังจากนั้นไม่กี่ปีคุณตาก็เริ่มเข้าสู่สนามการเมืองโดยการลงสมัครเป็นสส.เมืองอุทัยธานี ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แล้วได้รับเลือกตั้งเข้ามาในสภาอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะถูกทำรัฐประหารยุบสภาไปตามธรรมเนียม แต่ก็ยังคงทำงานในสายงานเดิมของท่านตราบจนเกษียณอายุ และใช้ชีวิตอย่างสงบจนเสียไปด้วยโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่เมื่อผมวัยได้แค่2-3ขวบเท่านั้นเอง เหลือคุณยายที่ยังคงแข็งแรงดีอยู่จนเสียไปเมื่อปลายปี46ที่ผ่านมา ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว
โดยคุณแม่ผมเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี มศว.ประสานมิตร แล้วเริ่มงานเป็นอาจาร์ยในโรงเรียนแถวอำเภอหนองฉาง อุทัยธานี ก่อนจะย้ายมาสอนวิชาพระพุทธศาสนา อยู่โรงเรียนกุนนทีฯแถวรัชดาห้วยขวางจนปลดเกษียณตัวเองก่อนกำหนดไปเมื่อปีที่แล้วนี่ ใช้ชีวิตอย่างสงบของแม่บ้านผู้ดูแลสั่งสอนลูกๆวัยทำงานอย่างผมนี่ละ

มาถึงชีวิตครอบครัวของท่านบ้าง หลังจากที่ท่านแต่งงานกันเมื่อสักปี2519ได้ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวายจากการปราบปรามคอมมิวนิสต์ พี่ชายผมเกิดก่อนและเติบโตอยู่ที่บ้านเกิดที่อุทัย จากนั้นพอผมเกิดก็ได้ย้ายมาอยู่บ้านทาวน์เฮาส์เล็กๆที่ซื้อไว้ในซอยแคบๆแถวตลาดแฟลตดินแดง ก่อนจะขายทิ้งและกู้เงินไปซื้อบ้านหลังปัจจุบันที่กล่าวไว้ในBlogก่อนๆโดยไปอาศัยค้างบ้านทาวน์เฮาส์3ชั้นของน้าแถวซอยสุทธิพร ถนนประชาสงเคราะห์ก่อนจะย้ายไปอยู่จริงอีกทีหนึ่ง

ก็จบเท่านี้ละครับเกี่ยวกับเรื่องบรรพชนของผม




 

Create Date : 09 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2548 17:53:54 น.
Counter : 223 Pageviews.  

ปณิธานในการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นของตัวกรรมกรในตอนนี้

เราจะต้อง

เราจะซื้อการ์ตูนให้น้อยลง เลือกแต่เรื่องที่ดีมีสาระเสริมจินตนาการในการแต่งนิยายดองๆของตัวเองได้

เราจะสังคายนาข้าวของบนโต๊ะซึ่งเคยเป็นโต๊ะทำการบ้านของเราเมื่อสมัยเรียนที่เต็มไปด้วยกองสมุด หนังสือ ใบปลิวโฆษณา และเอกสาร สักที

เราจะโละการ์ตูนรายสัปดาห์ที่วางเกะกะแถวหัวบันไดไปชั่งกิโลขายให้หมดสักทีรวมถึงกองหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่ไม่อ่านแล้วนั้นด้วย

เราจะบริโภคทานผักให้มากชนิดยิ่งขึ้น และบ่อยขึ้น

เราจะเก็บเงินประหยัดน้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์ รวมถึงขนมจุกจิกซึ่งผลาญเงินทองสนองกิเลสของตนไปวันๆ

เราจะใส่ใจกับสังคมภายนอกให้มากขึ้นทั้งต่อครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน

เราจะขยันทำงานเพื่อความก้าวหน้าทั้งการงานและการเงิน

เราจะมีสมาธิกับตัวอยู่เสมอไม่ว่าทำการสิ่งใด ไม่คิดวอกแวกอื่นใด

เราจะขยันศึกษาหาความรู้นอกสาขาให้มากขึ้น

เราจะต้องทำงานบ้านพึ่งพาตัวเอง โดยไม่ยืมแรงงานผู้ใดมาช่วยทำให้

เราจะลดละเลิก

การทานขนมตามใจปาก

ขี้ลืม

ความรำคาญกับเสียงบ่นของคนในครอบครัว

การเก็บตัวเงียบเพื่อทำการใดๆของตัวเองลำพังคนเดียว




 

Create Date : 24 มีนาคม 2548    
Last Update : 24 มีนาคม 2548 17:50:55 น.
Counter : 207 Pageviews.  

ชีพจรลงเท้ากับการวางแผนหาทางหนีทีไล่ก่อนขึ้นรถไฟฟ้า

เนื่องจากผมติดนิสัยชีพจรลงเท้าเป็นชีวิตจิตใจไปแล้ว เวลาที่ผมจะออกจากที่ทำงานอย่างรพ.ตำรวจเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีสีลม ผมตัดสินใจเดินเอาครับ ได้ออกกำลังทั้งยังประหยัดเงินค่าโดยสารรถเมล์ด้วย
ผมติดนิสัยเดินเร็วๆออกกำลังกายแบบนี้มาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้วครับ เพราะช่วงที่ผมยังเรียนอยู่ที่หอวังซึ่งตอนนั้นอาคารวชิรุณหิศสูง9ชั้นเพิ่งจะสร้างเสร็จพอดี โดยห้องเรียนประจำชั้นของผมอยู่ที่ชั้น5ของตึกครับ ลิฟท์แน่นอนว่ามีไว้สำหรับอาจาร์ยใช้เท่านั้นอยู่แล้ว พอถึงชั่วโมงพละ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ซึ่งต้องแยกไปใช้ห้องเรียนหรือสถานที่พิเศษซึ่งมันไม่ได้อยู่ในอาคาร9ชั้น ก็เลยต้องขึ้นลงจากอาคารเป็นว่าเล่น ถ้าสถานศึกษาวางแผนจัดตารางเรียนตารางสอนไม่ดีก็มักจะเจอปัญหาแบบนี้ละครับ เด็กนักเรียนก็เหนื่อยเหงื่อแตกก่อนจะได้เข้าห้องเรียนด้วยซ้ำไป
ทำให้ผมติดนิสัยวิ่งขึ้นบันไดทีละสองขั้น ถ้าขึ้นขั้นเดียวแล้วรู้สึกว่ามันช้าไม่ถนัดเท้ายังไงอยู่เหมือนกัน เวลาเดินขึ้นบันไดเลื่อนนี่รู้สึกได้ชัดเจนเลยเมื่อบันไดเลื่อนมันเกิดเสียขึ้นมานี่รู้สึกไม่ถนัดเท้าตอนเริ่มเดินขึ้นมาก่อนแล้วถึงจะปรับตัวได้ก็ตอนขึ้นไปได้สักหน่อยนี่แหละ

มาถึงเรื่องของรถไฟฟ้ากันมั่ง ผมเพิ่งจะอ่านกระทู้ที่โต๊ะโทรโข่งเรื่องมารยาทแย่ๆของผู้โดยสารที่ชอบยืนออกันตรงหน้าประตูกระจกเพื่อแย่งที่นั่งในรถไฟฟ้าโดยเฉพาะที่สถานีจตุจักร พหลโยธิน สุขุมวิท นี่แหละครับ แต่ยังดีที่สถานีสีลมกับสถานีสุทธิสารที่ผมขึ้นลงประจำเนี่ย มีแต่คนขึ้นหรือคนลงแค่ฝ่ายเดียวเลยไม่ค่อยเจอปัญหาเท่าไหร่
แต่มีเคล็ดเล็กน้อยเวลาจะขึ้นลงในแต่ละสถานีมาบอกครับ โดยเฉพาะสถานีที่มีคนลงกันเยอะๆอย่างเช่นสถานีจตุจักร สถานีสีลม สถานีสุขุมวิท มักจะเจอปัญหาต้องมาเสียเวลาต่อแถวเข้าคิวเพื่อแนบบัตรกับเครื่องสแกนเพื่อเปิดประตูกล
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ ขอให้วางแผนก่อนก้าวขึ้นรถไฟฟ้าซะตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการเลือกขึ้นตรงประตูที่คำนวณแล้วเห็นว่าใกล้กับบันไดเลื่อนของสถานีเป้าหมายที่สุดเพื่อเวลาที่ก้าวออกจากขบวนรถจะได้เดินพุ่งตรงไปขึ้นบันไดเลื่อนก่อนใครแล้วจะได้แนบบัตรกับเครื่องตรวจออกจากสถานีได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องไปต่อแถวให้เสียเวลา

ยกตัวอย่างเลย เมื่อจะขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานีสุทธิสารไปยังสถานีสีลมผมจะเลือกขึ้นตรงประตูชานชาลาหน้าสุดของโบกี้ต้นขบวนเลย เพราะบันไดเลื่อนของสถานีสีลมนั้นจะอยู่ตรงปลายสุดของชานชาลาทั้งสองด้าน
หรือถ้าเกิดจะลงสถานีศูนย์สิริกิต์เวลาที่จะไปงานหนังสือที่นั้น ผมเลือกขึ้นตรงประตูชานชาลาที่3นับจากโบกี้ท้ายขบวนมาเพราะมันอยู่ใกล้บันไดเลื่อนขึ้นไปยังเครื่องสแกนบัตรก่อนออกจากสถานีไปยังศูนย์สิริกิต์มากที่สุดยังไงละครับ




 

Create Date : 15 มีนาคม 2548    
Last Update : 15 มีนาคม 2548 17:57:51 น.
Counter : 220 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.