ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

ใครกำลังต่อเน็ตใกล้ๆบ้านเราหว่า??

เมื่อสักวันพฤหัสมานี่ Notebookของพี่ผมที่กำลังใช้เน็ตไร้สายอยู่สามารถจับสัญญาณเน็ตไร้สายที่ไม่ใช่ของบ้านผมได้ครับ แถมไม่ใช่สัญญาณเบาบางแค่ขีดเดียวนะ แต่เป็นสัญญาณเข้มขนาด3-4ขีดเลย ไม่แพ้ของบ้านเราเลยครับ
ก็เลยสงสัยว่าบ้านใกล้เรือนเคียงเราบ้านไหนหว่า??ที่เพิ่งจะเปิดใช้เน็ตไร้สายในตอนนี้ ก็เปิดใช้เป็นช่วงๆมีปิดพักงานก็ช่วงใกล้เที่ยง พี่ผมก็เลยแอบขโมยใช้สัญญาณเน็ตไร้สายนั้นมาเล่นซะเลย ก็เล่นไม่ปรับSecureสัญญาณแบบนี้มันก็ถูกขโมยใช้เอาดื้อๆนะสิ นี่ถ้าคีย์IPของเครื่องRouterยี่ห้อLinksysซึ่งNoteBookพี่ผมจับได้เครื่องนี้ไม่ได้เปลี่ยนPasswordหลังจากเปิดใช้เครื่องละก็ อาจจะถูกแอบปรับแก้ไขค่าสัญญาณOptionของเครื่องModem Routerอะไรต่ออะไรแบบนี้อันตรายอยู่นะครับ นี่ยังดีที่เปลี่ยนใส่Passwordไปก่อนแล้ว

ในที่สุดก็ซื้อWireless USBจากร้านขายอุปกรณ์คอมที่พันทิพย์มาจนได้ ยี่ห้อD-Linkราคา690บาท แล้วก็ได้ใช้เลย เน็ตโหลดได้ดีกว่าBuddyที่ใช้อยู่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเน็ตBuddyที่ใช้อยู่ตอนนี้มีปัญหาที่ชุมสายเองหรือสัญญาณของเน็ตเองกันแน่ เพราะมันจะมักจะหลุดและก็ต่อได้ยาก หรือเมื่อต่อได้แล้วก็มีเสียงซ่าๆรบกวนอยู่ในสายตลอดทำให้เน็ตเน่าอืด พี่ผมลองไปสอบถามคนที่ใช้Buddyดูแล้วก็ได้ความว่าในชุมสายอาจจะมีคนต่อใช้โหลดข้อมูลกันเยอะมากเกินพิกัดจำนวนช่องสัญญาณก็เลยอืดหรือหลุดง่ายแล้วต่อยาก
ความเร็วของเน็ตข้างบ้านที่ต่ออยู่เท่าที่ดูจากกราฟหลังจากทดลองโหลดข้อมูลแล้วก็ประมาณ512Mbps.ครับ

ส่วนนี่ก็เป็นเน็ตที่ใช้จากการทดลองเช็คโดยโพสต์กระทู้ในบอร์ดแล้วดุIP Adressที่แสดงออกมาครับ

OrgName: Asia Pacific Network Information Centre
OrgID: APNIC
Address: PO Box 2131
City: Milton
StateProv: QLD
PostalCode: 4064
Country: AU

ReferralServer: whois://whois.apnic.net

NetRange: 58.0.0.0 - 58.255.255.255
CIDR: 58.0.0.0/8
NetName: APNIC-58
NetHandle: NET-58-0-0-0-1
Parent:
NetType: Allocated to APNIC
NameServer: NS1.APNIC.NET
NameServer: NS3.APNIC.NET
NameServer: NS4.APNIC.NET
NameServer: TINNIE.ARIN.NET
NameServer: NS.LACNIC.NET
NameServer: NS-SEC.RIPE.NET
Comment: This IP address range is not registered in the ARIN database.
Comment: For details, refer to the APNIC Whois Database via
Comment: WHOIS.APNIC.NET or //www.apnic.net/apnic-bin/whois2.pl
Comment: ** IMPORTANT NOTE: APNIC is the Regional Internet Registry
Comment: for the Asia Pacific region. APNIC does not operate networks
Comment: using this IP address range and is not able to investigate
Comment: spam or abuse reports relating to these addresses. For more
Comment: help, refer to //www.apnic.net/info/faq/abuse
RegDate: 2004-05-04
Updated: 2005-05-20

OrgTechHandle: AWC12-ARIN
OrgTechName: APNIC Whois Contact
OrgTechPhone: +61 7 3858 3188
OrgTechEmail: search-apnic-not-arin@apnic.net




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 8 สิงหาคม 2551 21:57:05 น.
Counter : 248 Pageviews.  

และแล้วผมก็ได้เครื่องPrinter,ScannerและCopyในตัวเดียวกันมาจนได้

ผมไปงานคอมมาร์ทมาเมื่อกลางเดือนมีนา ก่อนงานสัปดาห์หนังสือไม่กี่วัน คิดว่าคงจะไม่ได้ซื้ออะไรกลับมาแล้วแท้ๆเชียว แต่พอได้ดูเครื่องInkjet Printerซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่Printerอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังเป็นเครื่องScanner,เครื่องCopyถ่ายเอกสารและPhotoCaptureอีกด้วย แต่ราคาขั้นต้นอยู่ที่2000บาทต้นๆเองครับ
เทียบกับColour Inkjet Printerตัวเก่าอย่างCanon Colour Bubblejetรุ่นBJC-4310SPซื้อเมื่อปี2542ราคา7000-8000บาทเข้าไปแล้วคนละเรื่องเลยครับ ค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรกลเทคโนโลยีสูงมากจนน่ากลัวจริงๆ ทางบ้านผมเองก็ไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์ตัวเก่ามาตั้งนานแล้ว คาดว่าหัวหมึกคงจะอุดตันไปหมดแล้วละมั๊ง

หลังจากตรวจสอบราคาและก็ความสามารถมาเรียบร้อยแล้วก็เลยถือโอกาสทุ่มทุนประมาณ2390บาทซื้อPrinter All in Oneเครื่องใหม่เป็นยี่ห้อBrotherรุ่นDCP-150C Specของเครื่องก็ตามรายละเอียดนี้ครับ
Print ความเร็วในพิมพ์สี/ขาวดำ 22/27 แผ่นต่อนาที
ความละเอียดการพิมพ์ 1200*6000 dpi.
Copy ความเร็วในการถ่ายเอกสารสี/ขาวดำ 18/20 แผ่นต่อนาที
ความละเอียดสูงสุดในการScan 19200*19200 dpi.
พิมพ์รูปหรือเอกสารโดยตรงจากFlash Driveหรือแผ่นSD Cardได้โดยที่มีช่องให้เสียบโดยเฉพาะโดยไม่ต้องต่อผ่านคอม
ใช้ตลับหมึกของแท้ราคา490บาทสำหรับสีดำ และราคา290บาทแยกตามสีต่างหาก สำหรับสีเหลืองส้ม(Yellow),สีน้ำเงินเข้ม(Cyan)และสีชมพูเข้ม(Magenta) พิมพ์ภาพสีขนาดA4ได้200หน้า

ว่าด้วยราคาตลับหมึกของPrinterแต่ละยี่ห้อผมก็มีข้อมูลเอามาเปรียบเทียบให้อ่านกันด้วยโดยแยกเป็นดังนี้
Canon145 หมึกดำ830ราคาตลับละ710บาทพิมพ์ได้225หน้า หมึกสี831ราคาตลับละ870บาทพิมพ์ได้205หน้า
Hewlette Packard4185 หมึกดำ21ราคาตลับละ550บาทพิมพ์ได้185หน้า หมึกสี22ราคาตลับละ650บาทพิมพ์ได้170หน้า
Epson CX5500 หมึกดำT0911ราคาตลับละ190บาทพิมพ์ได้170หน้า หมึกสีT0912-4ทั้งหมด3ตลับ ตลับละ190บาทพิมพ์ได้200หน้า
ซึ่งถ้าเอามาเทียบกันแล้วตลับหมึกของEpsonราคาถูกสุดรองลงก็Hewlette Packard แพงสุดก็Canon โดยคิดจากราคาตลับหมึกต่อจำนวนหน้าที่พิมพ์ได้ โดยผมไม่มีข้อมูลจากทางยี่ห้อBrotherมาเปรียบเทียบด้วย

นอกจากนี้ผมยังซื้อชุดInk Tankสำหรับใช้เพื่อจะได้ไม่ต้องซื้อตลับหมึกราคาแพงๆโดยแลกกับความเสี่ยงที่จะสูญเสียประกันเครื่อง2ปี ยี่ห้อInkMediaสำหรับใช้กับตลับหมึกรุ่นLC37พร้อมหมึกในTank4สี สีละ100ml. และยังแถมหมึกเติม4สี4ขวดไว้เติมเพิ่มอีก ราคาทั้งหมดก็1600บาท กะเก็บไว้ใช้หลังจากที่ใช้หมึกตลับแท้จนหมดนั้นแหละครับ โดยหมึกเติมขวดละ100ml.แยกตามสีทั้งหมด4ขวดพิมพ์ภาพสีขนาดA4ได้1500หน้าครับ ชุดหนึ่งก็ราคา544บาท

ทดลองใช้ดูแล้วก็ทึ่งในความสามารถของเครื่องพิมพ์ปัจจุบันจริงๆ ทั้งScanเอกสารหลักฐานส่วนตัวเป็นไฟล์ลงเครื่อง ,พิมพ์ภาพสีจากไฟล์รูปภาพ และถ่ายเอกสารหลักฐานเก็บสำรองไว้ใช้ไม่ต้องไปพึ่งร้านถ่ายเอกสารอีกต่อไป
ตอนนี้ใช้หมึกในตลับแท้หมดไปแล้วทั้ง4สี(แต่จริงๆแล้วหมึกดำเกิดหมดก่อนในขณะที่หมึกสียังไม่หมด เนื่องจากในการพิมพ์ภาพสีนั้นมีการใช้หมึกดำด้วย) พิมพ์ภาพสี+ขาวดำได้ประมาณ250แผ่นได้มั๊ง
ทดลองใช้Ink Tankก็ดูปกติใช้ได้ดีมากเลยหมดเมื่อไหร่เวลาเติมก็สะดวกละ ถ้าทำตามขั้นตอนในคู่มือรับรองว่าหมึกไม่หยดเลอะเทอะแน่นอน หมึกที่มักจะใช้เยอะสุดคือหมึกเหลืองส้ม(Yellow)ครับรองลงมาก็หมึกดำ ใช้น้อยสุดพอๆกันระหว่างหมึกชมพูเข้ม(Magenta)กับหมึกน้ำเงิน(Cyan)

ราคา2000ต้นๆนี่คือราคาขั้นต่ำสุดของPrinter All in Oneแล้วครับ ไม่แน่ว่าต่อไปPrinter All in Oneที่มีความสามารถในการรับส่งโทรสาร(Fax.Modemส่งทำเวลาได้3วินาทีต่อแผ่น) ,ระบบป้อนกระดาษเพื่อScanหรือCopyถ่ายเอกสารอัตโนมัติสูงสุด35แผ่น ,ระบบเครือข่ายสำหรับใช้ได้หลายๆคนและWirelessไร้สาย ที่มีราคาตั้งแต่8000-12000บาท ในอนาคตราคาอาจจะตกลงอย่างมากจนน่ากลัวไปเลยก็ได้

ส่วนLaser Printerตอนนี้ราคาก็ยังสูงอยู่ประมาณ10000-20000บาท สำหรับความสามารถพิมพ์ ถ่ายเอกสารขาวดำ และScanเอกสารในเครื่องเดียว
แต่ถ้าเอาเฉพาะพิมพ์ขาวดำอย่างเดียวราคาอยู่ที่4000-9000บาท
และถ้าเป็นพวกColour Laser Printer All in One ราคาจะถีบขึ้นเป็น30000-45000บาทครับ
ตลับผงหมึกที่ใช้ก็มีตั้งแต่1090บาท(พิมพ์ขาวดำได้12000แผ่น หน้าปก5%)ไปจนถึงราคา3490กับ4590บาท(พิมพ์4สีได้4000-5000แผ่น หน้าปก5%)
นอกจากนี้ก็มีตลับแม่พิมพ์(Drum)ราคา9900บาท(พิมพ์4สีได้17000แผ่น)
กับราคา2990-5490บาท(พิมพ์ขาวดำได้12000-25000แผ่น)

ถึงตรงนี้Laser Printerคุ้มค่ากว่าInkjetแค่งานพิมพ์ขาวดำเท่านั้น ส่วนงานพิมพ์สีนั้นInkjetยังถูกกว่าเยอะครับ
ในอนาคตถ้าLaser Printer All in Oneขาวดำและตลับหมึกที่ใช้ ราคาถูกลงมากกว่านี้ ผมอาจจะตัดสินซื้อก็ได้อยู่ครับ เพราะจำนวนงานพิมพ์ต่อราคาตลับหมึกที่ใช้น้อยกว่าInkjetหลายเท่าเลยครับ

ส่วนกระดาษเอาที่ราคาถูกสุดก็คงเป็นกระดาษที่ผลิตโดยบริษัทรีมส์แอนด์โรลส์จำกัด 80/6 หมู่11 ถนนเจริญพัฒนา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510 โดยมักจะเอามาขายโดยใช้ยี่ห้อของห้างค้าปลีกที่เอามาจัดจำหน่ายทั่วไป เช่นOffice Depot ,First Price(ของห้างBig C) ฯลฯ
แบ่งเป็นกระดาษทั่วไปผลิตจากเยื่อไม้โดยตรงกับกระดาษรีไซเคิลที่ผลิตจากกระดาษที่ใช้แล้วผสมกับเยื่อไม้กับใส่สารฟอกขาวสักหน่อย เพื่อให้ได้กระดาษออกมาขาวสะอาดไม่แพ้กระดาษทั่วไป
แยกเป็นความหนา70แกรมกับ80แกรม(แกรม(Gram)คิดจากน้ำหนักในหน่วยกรัมของกระดาษพื้นที่1ตารางเมตร)

โดยราคากระดาษ1รีมส์(Remes)ที่หาข้อมูลมาได้
กระดาษทั่วไป80แกรม จำนวน500แผ่น ราคา97บาท
กระดาษทั่วไป70แกรม จำนวน500แผ่น ราคา87บาท
กระดาษรีไซเคิล80แกรม จำนวน450แผ่น ราคา79บาท
กระดาษรีไซเคิล70แกรม จำนวน450แผ่น ราคา69บาท

ในที่นี้ผมเลือกใช้เอากระดาษรีไซเคิล80แกรม ซึ่งผิวเนื้อกระดาษอาจจะหยาบด้านกว่ากระดาษDouble A80แกรม ราคา119บาทอยู่นิดหน่อย
แต่ก็สามารถเอามาใช้พิมพ์ภาพสีได้คุณภาพดีไม่ได้ต่างกันเลย
โดยหลังจากพิมพ์ภาพสีกระดาษอาจจะชื้นเป็นลอนเนื่องจากปริมาณที่หมึกที่เข้มมาก แต่ถ้าเอามาตากลมให้แห้งแล้วก็เอามาซ้อนทับกันก็จะเรียบสนิทสวยงามไม่เลอะเทอะเลย

งานคอมมาร์ทที่ผ่านมาผมได้ลองซื้อหมึกเติมยี่ห้อHot Printราคาขวดละ100บาท4ขวด4สี มาสำรองไว้ยังไม่ได้ทดลองเติมเลยยังบอกไม่ได้ว่าสามารถใช้แทนMediaJetที่ราคา4ขวด544บาทนี่ได้หรือไม่
และก็มีกระดาษPhoto Glossy Paper(พิมพ์สีเคลือบพิเศษผิวมันเงา)ขนาดA4ความหนา150แกรม 100แผ่นราคา200บาทยี่ห้อHi-Jet ผลิตโดยบริษัท Hi-Coat(Thailand) จำกัด จำหน่ายโดยบริษัท ปภาวิน จำกัด 88 หมู่4 ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130 เป็นราคาที่ถูกที่สุดแล้วสำหรับกระดาษแบบนี้




 

Create Date : 22 เมษายน 2551    
Last Update : 16 มิถุนายน 2551 3:43:25 น.
Counter : 474 Pageviews.  

ในที่สุดก็ได้ติดเน็ตความเร็วสูงADSLใช้ที่บ้านสักกะที

ก่อนหน้านี้ใช้เน็ตอืดต่อครั้งละ3บาทของTOTอยู่นานเลย เสียค่าใช้จ่ายก็ประมาณ200-300บาทต่อเดือนได้ ต่อกันวันละ2-3ครั้ง ครั้งละ2ชั่วโมง
กับอัตราความเร็วในการโหลดอย่างมากก็เกือบ40Mb.ใน2ชั่วโมง หรือประมาณ4-5Kb.ต่อวินาทีนี่ละ กับอัตราโหลดที่คงที่

คราวนี้ศึกษาความคุ้มค่าในการใช้ADSLมาอย่างดีแล้ว กับต่อแต่ละครั้งไม่ต้องเสียค่าต่อครั้งละ3บาทเลย ต่อได้นานเท่าที่ต้องการไม่มีตัด ความเร็วในการโหลดเฉลี่ยทำได้สูงสุดก็30กว่าMb.ต่อชั่วโมง แต่อัตราโหลดไม่คงที่ เปิดโหลดบ้าง พักอ่านบ้าง พิมพ์ตอบกระทู้บ้าง
เริ่มใช้เน็ตADSLของBuddy Broad Band ความเร็วที่เลือกคือ1Mbps.กับค่าใช้จ่ายรายเดือนที่650บาท(ถ้าเลย6เดือนไปแล้วก็เพิ่มเป็น900บาท ถึงตอนนั้นถ้ามีเน็ตเจ้าอื่นที่โหลดดีๆค่าใช้จ่ายถูกกว่าค่อยมาตัดสินใจเลิกก็ยังได้) เพิ่มขึ้นจากรายจ่ายเดิมสัก2-3เท่า

ADSL Modemที่ใช้แรกก็ใช้ของที่Buddyให้ยืมใช้มาแต่ก็ยังเร็วไม่สะใจ อาจจะเป็นเพราะต่อสายด้วยUSBมั๊ง ไม่ได้ต่อผ่านด้วยสายLAN พอพี่หันมาลองใช้54Mbps. Wireless ADSL Modem Router DG834G v3ยี่ห้อNetgear โดยต่อผ่านสายLAN เท่านั้นแหละก็สามารถทำช่วงอัตราโหลดเฉลี่ยที่300-500Kb.ต่อวินาทีได้(ดูจากTask Managerที่อัตราโหลด0.3-0.5%จากความเร็ว100Mbps.) แถมถ้ามีComputerหรือNotebookที่ติดตั้งระบบWireless LANด้วยละก็สามารถใช้เล่นเน็ตแบบไร้สายในรัศมี100เมตรได้ พี่ผมลองโหลดหนังได้ถึง200Kb.ต่อวินาที เร็วจริงๆ รับรู้ได้ถึงความคุ้มค่าขึ้นมาเลย

เน็ตแบบนี้จะใช้ให้คุ้มก็ต้องโหลดแบบมาราธอนตลอด24ชั่วโมงนี่แหละประมาณว่าโหลดไฟล์หนัง เพลง รูปภาพ เกม พวกนี้ผ่านBittorrentซึ่งก็ต้องไปศึกษาต่ออีกทีว่าจะใช้โปรแกรมอะไรสูบและจะสามารถหาสูบได้ที่ไหนอีก




 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2551 22:22:17 น.
Counter : 300 Pageviews.  

ใช้คอมพิวเตอร์มาสองปีถือโอกาสเพิ่มอุปกรณ์เสริมสมรรถนะตามแบบฉบับพอเพียง

งานคอมมาร์ทครั้งล่าสุดผมถือโอกาสซื้อเครื่องDVD Rewriterยี่ห้อLGที่บู๊ทของLGในราคาเกือบ1200บาท โดยสเปกของมันก็คือใช้ช่องและสายเสียบแบบSata ช่วยให้ส่งผ่านข้อมูลเพื่อทำการไรท์เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น และสามารถพิมพ์ลายลงไปบนแผ่น(LightScribe)ได้ ความเร็วการไรท์สูงสุด15x
โดยผมทดลองไรท์แผ่นDVDข้อมูล4.7Gb. ความเร็ว15xใช้เวลาแค่15-20นาทีเอง มากกว่าไรท์CDธรรมดาไม่มากเท่าไหร่

ต่อมาก็ได้ฤกษ์ซื้อHard Diskตัวใหม่เมื่อช่วงปลายสิงหาที่ผ่านมาเพิ่มไปด้วย เนื่องจากตัวเก่าเกิดอาการมีเสียงผิดปกติดังเป็นจังหวะๆเกรงถ้าไม่รีบเปลี่ยนหรือแก้ไขอาจส่งผลร้ายต่อไฟล์ข้อมูลมีค่าที่อุตสาห์สะสมมาทั้งหมด ดังนั้นเพื่อเป็นการประกันความเสี่ยงต่อความเสียหายในข้อมูลจึงต้องรีบซื้อตัวใหม่มาใช้สำรองข้อมูลไปเลย
ในที่สุดก็ได้Hard Diskตัวใหม่ยี่ห้อSeagate ความจุ250Gb. ช่องและสายเสียบSata กับBuffer Memory 8Mb. ราคา2300กว่าบาท เอามาใช้รองรับไฟล์ข้อมูลรวมแล้วตอนนี้กว่า65Gb.ซึ่งก็เกือบจะเต็มของตัวเก่าความจุ80Gb.เข้าไปแล้ว แถมมีปัญหาโหลดช้าเนื่องจากเหลือเนื้อที่ว่างน้อย ซึ่งก็คงจะใช้ได้คุ้มไปอีกนานเลยตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
และวันนี้ผมเพิ่งจะไปรับเอาHard Disk ความจุ80Gb.ตัวใหม่มาใช้แทนที่ตัวเก่าที่เอาไปเปลี่ยนที่ศูนย์Synnex สาขาห้างพันทิพย์

การอัพครั้งหน้าผมกะเอาไว้ว่าอนาคตถ้ามีMainBoard ใช้กับSocket CPU Intelแบบใหม่ที่ดีกว่าSocket775 รองรับDDR3ที่เริ่มมีออกมาให้ยั่วกระเป๋าเงินเล่นแล้ว และมีการพัฒนาSata3ใช้แล้วหรือแม้แต่ช่องเสียบการ์ดจอแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นไปจากช่องเสียบPCI Express ถึงตอนนั้นอาจจะได้ซื้อเครื่องใหม่เลยก็ได้คุ้มแน่นอน แม้ว่าตัวเก่าอาจจะยังใช้ได้อยู่ก็ตาม




 

Create Date : 08 กันยายน 2550    
Last Update : 8 กันยายน 2550 16:24:58 น.
Counter : 252 Pageviews.  

กรรมกรกระทู้กับบทบาทหนอนหนังสือการ์ตูน

ผมทำBlogเกี่ยวกับการ์ตูนมาก็เยอะแล้ว แต่ยังไม่ได้พูดถึงตัวกรรมกรเลยว่าทำไมถึงได้บ้าการ์ตูนขนาดนี้
ตอบตามตรงว่า การ์ตูนที่ผมโพสต์ๆลงหิ้งชั้นการ์ตูนนั้นล้วนแต่เป็นการ์ตูนที่เพิ่งจะซื้อมาสะสมในช่วง2-3ปีนับตั้งแต่หาเงินได้จากการทำงานแทบทั้งสิ้น
นับย้อนอดีตไป ผมเริ่มอ่านการ์ตูนมาตั้งแต่ป.4-5ได้มั๊ง ช่วงที่การ์ตูนโดเรมอนฉบับไพเรตยังขายกันเกลื่อนเมือง
และการ์ตูนนั้นมีทั้งประเภทที่เฉพาะเด็กอ่าน เฉพาะผู้ใหญ่อ่าน หรือแม้แต่อ่านได้ทุกวัย การ์ตูนเจาะตลาดผู้หญิงก็เยอะเอาการอยู่ ในช่วงนั้นก็ชอบตามเก็บนิตยสารการ์ตูนไพเรตรายสัปดาห์อย่างThe Zeroของวิบูลย์กิจ และThe Talentของมิตรไมตรี ตังแต่สมัยราคาเล่มละ10บาทจนก่อนจะเลิกไปและเริ่มต้นยุคการ์ตูนลิขสิทธิ์แทนเมื่อช่วงปี2536ก็เล่มละ20-25บาท รู้สึกว่าจะมีเจ้าชายจอมพลัง และก็โดเรมอนฉบับไพเรตเก็บเอาไว้ก่อนจะชั่งกิโลขายไปนานมากแล้วด้วย
ลิขสิทธิ์แรกๆก็ตามการ์ตูนเด็กผู้ชายหัวMagazineของKodansha ในKC.Weeklyมา11-12ปีได้(ก่อนจะเลือกซื้อไปเนื่องจากเกิดภาวะการ์ตูนเฟ้อรออ่านจนดองสะสม) และก็โค(ตร)นานอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนการ์ตูนเด็กผู้ชายของหัวJumpของเครือShueishaในBoomกับC-Kidก็อาศัยของคนอื่นอ่านไปเรื่อยๆ
ช่วงที่ยังเด็กเรียนหนังสืออยู่ ผมยังไม่ได้บ้าการ์ตูนมากถึงขนาดนี้เลย ซึ่งก็ถือว่าโชคดีครับ เพราะถ้ามีคนมาคอยเลือกและซื้อการ์ตูนมาให้อ่านกันมากกว่านี้ มีหวังไม่เป็นอันเรียนแหงๆครับ แถมช่วงนั้นก็ยังติดVDOเกมFamicomและก็Super Famiconไปมากแล้วเหมือนกัน(แต่ตอนนี้ติดเน็ตแทนแล้วครับเกมไม่ได้เล่นไม่ได้ซื้ออีกต่อไปแล้วแม้กระทั่งเกมออนไลน์ด้วย) แต่ก็โชคดีที่ช่วงป.5-6ครอบครัวผมซื้อการ์ตูนความรู้ลิขสิทธิ์จากGakkenของสำนักพิมพ์ซีเอ็ดยูเคชั่นเป็นชุดกล่องใหญ่2ชุดราคาเกือบ1000บาทได้ เป็นเล่มปกแข็งชุดละ9เล่มได้(ถ้าเป็นราคาในสมัยนี้ถือว่าถูกสุดๆเลยละครับ แต่ในสมัยโน้นถือว่าแพงพอสมควร)
จนเมื่อ2-3ปีมานี่ทำงานได้เงินเก็บมาเหลือเฟือ แถมเวลาว่างก็เยอะ ประกอบร้านเช่าการ์ตูนก็กำลังบูมสุดขีด ก็เลยบ้าซื้อการ์ตูนอ่านกันเป็นว่าเล่นเก็บกระทั่งการ์ตูนผู้หญิงดีๆบางเรื่องที่เนื้อหาสอบผ่านอีกต่างหาก และก็ได้รู้ว่าการ์ตูนถ้ารู้จักคัดเลือกให้ดีมันจะมีคุณค่าพอๆกับหนังสือสาระน้ำดี ไปจนถึงวรรณกรรมชีวิตผจญภัยสุดเข้มข้นต้นแบบชิ้นเยี่ยมเสริมจินตนาการเล่มหนึ่งเลยละครับ




 

Create Date : 23 เมษายน 2550    
Last Update : 23 เมษายน 2550 16:27:01 น.
Counter : 377 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.