ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

ประมวลข้อตกลง กฏกติกามารยาทการ Spoil การ์ตูนญี่ปุ่น พันทิปโต๊ะเฉลิมไทย

ร่างต้นฉบับ (แก้ไข 6 มิ.ย. 2551)
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ประมวลข้อตกลง กฏกติกามารยาทการ Spoil การ์ตูนญี่ปุ่น พันทิปโต๊ะเฉลิมไทย
*หมวด 0 ที่มาและข้อบังคับเพื่อความเป็นระเบียบในการอยู่ร่วมกัน*
1. ที่มาของกฏกติกามารยาทนี้ เป็นข้อตกลงร่วมกันของสมาชิกห้องการ์ตูน เพื่อความปลอดภัยและความสงบสุขของบอร์ด แม้จะเรียกว่า กฏ กติกามารยาท แต่ที่จริงคือการขอความร่วมมือให้ทุกคนปฏิบัติตามเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมและการอยู่ร่วมกันอย่างไม่ขัดแย้งกันของชาว Spoil ทุกฝ่าย
2. กรุณานำกฏกติกามารยาทนี้ เขียน หรือทำ Link ตาม (2.4) ไว้ที่หัวกระทู้ที่มีการ Spoil เนื้อหาการ์ตูนมังงะทุกครั้ง
(2.1) เพื่อความเป็นระเบียบ กรุณาคัดลอกกฏนี้ลงในหัวกระทู้ Spoil (ความคิดเห็นที่ 0)
(2.2) จากข้อ (2.1) กรุณาเริ่มลงภาพ Spoil ภาพแรกใน ถัดจากหัวกระทู้ (ความคิดเห็นที่ 1)
(2.3) สามารถคัดลอก source ของกฏที่มีการทำตัวเน้นหนาสำหรับโพสต์ ได้จาก Link นี้
//cartoonpantip.exteen.com/20080531/source-spoil
(2.4) หากเห็นว่าข้อตกลงนี้ยาวเกินไป สามารถเปลี่ยนเป็นทำ Link ไปยังที่นี่แทนได้
//cartoonpantip.exteen.com/20080530/spoil-rules-pantip
ถือว่าเป็นการยอมรับข้อตกลงนี้แล้วเช่นกัน
(2.5) กฏกติกามารยาทในที่นี้ไม่เกี่ยวกับการตั้งคำถาม หรือกระทู้พูดคุยเรื่องเฉพาะที่อาจมีการ Spoil เนื้อหาในเรื่องนั้นๆ
(2.6) ในที่นี้เน้นกับการ์ตูนมังงะ อาจไม่เกี่ยวกับการ Spoil การ์ตูน คอมมิคหรือ อะนิเมะ
3. กฏการ Spoil ในส่วนของ การ Spoil การ์ตูนลิขสิทธิ์ เกิดจากข้อตกลงประนีประนอมระหว่างสมาชิกบอร์ดและฝ่ายเจ้าของลิขสิทธิ์ การอ่านSpoil เป็นเพียงการให้ดูตัวอย่าง, เกรินนำและเชิญชวนให้ผู้ติดตาม Spoil สนับสนุนซื้อการ์ตูนฉบับลิขสิทธิ์ในประเทศไทยด้วย
4. สมาชิกทุกคนมีสิทธิ์ในการ Spoil อย่างเท่าเทียมกันตามกฏ กติกามารยาทนี้
5. กฏกติกามารยาทนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม จากความเห็นของสมาชิก
(5.1) สมาชิกทุกคนมีสิทธิ์คัดค้านข้อที่เห็นว่าไม่เหมาะสมต่อส่วนรวมได้ โดยสามารถตั้งกระทู้คัดค้าน หรือออกความเห็นสำหรับความเปลี่ยนแปลงได้
(5.2) หากเกิดปัญหาถกเถียงที่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ให้ใช้วิธีสอบถามความเห็นส่วนรวมหรือการขอโหวตจากสมาชิก (กรุณาดูเพิ่ม ข้อ 6. )
6. เพื่อนสมาชิกสามารถออกความเห็นในการลบกระทู้, ความเห็น, รูปภาพ ที่คิดว่าไม่เหมาะสมได้ โดยหากเจ้าของกระทู้,ความเห็น, รูปภาพ มีความเห็นขัดแย้ง สามารถคัดค้านหรือสอบถามจากสมาชิกส่วนรวม หรือติดต่อขอความเห็นได้จากAdmin ผู้ดูแลบอร์ดพันทิปโดยตรง และให้ถือผลสรุปนั้นๆไม่ว่าจะเป็น ความเห็นส่วนรวม/ผลโหวต/ความเห็นAdminของพันทิป เป็นอันสิ้นสุด
7. กฏกติกามารยาทและระเบียบในการอยู่ร่วมกันนี้ ไม่มี Admin หรือ Moderator ในการรักษากฏ แต่ถือเป็นกฏกติกามารยาทและระเบียบในการอยู่รวมกันเพื่อความสงบสุข เป็นการขอความร่วมมือให้สมาชิกร่วมกันรักษาและปฏิบัติตามเพื่อการอยู่ร่วมกันทุกฝ่าย
8. หลังการออกความเห็นเพื่อเปลี่ยนแปลงกฏและได้ข้อสรุปแล้วทุกครั้ง สมาชิกทุกคนมีสิทธิ์ในการแก้ประมวลกฏกติกามารยาทและระเบียบในการอยู่รวมกันในข้อที่มีปัญหานั้นๆ อย่างเท่าเทียมกันทุกคนและสามารถแจ้ง/เสนอให้สมาชิกอื่นๆได้รับทราบและนำไปปฏิบัติได้ โดยไม่ต้องรอให้ใครคนใดคนหนึ่งมาจัดการ, ปรับปรุง หรือเป็นตัวแทนผู้ประกาศเป็นพิเศษ
9. การฝ่าฝืนกฏ กติกามารยาททั้งหมดนี้ ยกเว้นหมวด 2 ไม่ถือเป็นความผิดของบอร์ด แต่ถือเป็นความเห็นแก่ตัวของผู้กระทำการฝ่าฝืนเองโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น
10.....(เพิ่มเติมได้ภายหลัง โดยให้เลื่อนข้อความนี้ลงไปเป็นข้อถัดไป)

* หมวด 1 คำอธิบายศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวกับการ Spoil ใน ห้องการ์ตูน*
0. (คำอธิบาย) หมวดนี้มีไว้สำหรับอธิบายคำศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวกับการ Spoil เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน
1. Spoil หมายถึง การนำเนื้อหาล่วงหน้า หรือเนื้อหาการ์ตูนที่ออกก่อนในต่างประเทศมาแสดงหรือแจกจ่ายก่อนที่จะมีการเผยแพร่ในประเทศไทย
2. Raw หรือ Raws หมายถึงภาพสแกนที่มาจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นโดยตรง
3. Scanlation หรือ Scans หมายถึงภาพสแกนที่มีการแปลคำพูดแทนที่ลงไปในการ์ตูนเป็นภาษาอื่นโดยผู้แปลไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ในภาษานั้นๆ
4. LQ ย่อมาจาก Low Quality หมายถึง ภาพแอบถ่ายด้วยกล้อง Digitalหรือภาพสแกนอย่างหยาบ คุณภาพต่ำจากการ์ตูนต้นฉบับ
5. MQ ย่อมาจาก Medium Quality หมายถึง ภาพสแกนในระดับดี แต่ไม่มีการตกแต่งภาพที่ดีหรือขนาดของภาพไม่ละเอียดพอ
6. HQ ย่อมาจาก High Quality หมายถึง ภาพแสกนอย่างดี พื้นหลังขาว ลายเส้นและตัวหนังสือเห็นชัดตามมาตรฐานการสแกนภาพการ์ตูน
7. Link หมายถึง URL, Web Address ตัวอย่างเช่น //www.pantip.com
8. Delay ของบอร์ด หมายถึง Delay ในการตั้งกระทู้พันทิปที่กระทู้ที่ตั้งจะไม่แสดงในรายการList กระทู้ทันทีและอาจทำให้เกิดการตั้งกระทู้ซ้ำซ้อนได้
9. Sample Spoil หมายถึง การนำภาพ LQ หรือภาพแอบถ่ายด้วยกล้อง Digital มาลงก่อน HQ จะออก
10. Text, Text Script หมายถึงคำพูดที่อยู่ในการ์ตูนซึ่งอาจมีคนรวบรวมออกมาหรือแปลไว้ให้สามารถอ่านได้โดยไม่มีรูป
11. LC หมายถึง License ในที่นี้หมายถึงการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย
12. Non-LC หมายถึง การ์ตูนที่ไม่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย
13.....(เพิ่มเติมได้ภายหลัง โดยให้เลื่อนข้อความนี้ลงไปเป็นข้อถัดไป)

*หมวด 2 ข้อที่เกี่ยวกับกฏพันทิป และกฏหมายลิขสิทธิ์โดยตรง*
0. (คำอธิบาย) กฏในหมวดนี้ เป็นกฏข้อห้าม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการผิดกฏ ของบอร์ดพันทิปโดยตรง และเกี่ยวข้องกับกฏหมายการละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อนสมาชิกควรปฏิบัติตามและระมัดระวังการกระทำที่ผิดกฏ
(0.1) ตามกฏหมาย การ์ตูนที่มี LC ในประเทศไทย สามารถ Spoil ได้ในจำนวนหน้าที่จำกัด ในลักษณะของการแนะนำ, ตัวอย่าง ซึ่งสามารถเลือกมาโพสต์ได้ 5-6หน้ารวมหน้าเปิด
(0.2) สนพ.เจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ตกลงยินยอมให้มีการ Spoil ในห้องการ์ตูนเว็บไซต์พันทิปได้ตามคำอธิบายข้อ 0.1 ทั้งนี้หากกระทู้ใดได้รับการทักท้วงจากตัวแทนของสนพ. ขอให้สมาชิกแก้ไขและปฏิบัติตาม
1. กรุณาปฏิบัติตามกฏของบอร์ดพันทิปอย่างเคร่งครัด จาก //www.pantip.com/cafe/rules.html
2. ห้าม Spoil ภาพการ์ตูนมังงะ ที่เป็นภาษาอื่นนอกจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น (เช่นฉบับแปลภาษาอังกฤษ, จีน, ฝรั่งเศส) เนื่องจากผิดกฏหมายลิขสิทธิ์
3. จากข้อ 0. การ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ห้ามลงครบจำนวนหน้า เนื่องจากผิดกฏหมายลิขสิทธิ์
(สำหรับการ์ตูนรายสัปดาห์ เลือกมาได้ประมาณ 5-6หน้า รวมหน้าเปิดตอน หรือ ประมาณไม่เกิน 30%สำหรับรายเดือน, รายปักษ์ หรือการ์ตูนที่มีจำนวนหน้ามากกว่าปกติในรายสัปดาห์) และโปรดรักษาจำนวนโควต้าของหน้าที่ลงอย่างมีประโยชน์
4. การดัดแปลงแก้ไขอื่นๆเช่น การตัดช่องต่างๆในแต่ละหน้ามาแปะรวมในหน้าเดียวถือเป็นการแก้ไขต้นฉบับ และละเมิดลิขสิทธิ์ชัดเจน ไม่ควรกระทำ
5. จากข้อ 2. ถ้าเป็นการ์ตูนที่ยังไม่มีลิขสิทธิ์ในไทยสามารถลงครบจำนวนหน้าเต็ม และสามารถลงหน้า HQ ซ้ำกับหน้า LQ ที่อาจลงก่อนได้ แต่ห้ามขัดกับมารยาทข้อ 1.
6. ไม่ลง Link ที่นำไปสู่หน้าเว็บ หรือมีเนื้อหาในหน้าอื่นของเว็บนั้นที่มีการ Spoil อย่างผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ในประเทศไทย
7. หากเกิดปัญหาที่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ในแง่กฏของบอร์ดหรือปัญหาทางลิขสิทธิ์ ให้ติดต่อสอบถามจาก Adminผู้ดูแลของบอร์ดพันทิปเท่านั้น
8.....(เพิ่มเติมได้ภายหลัง โดยให้เลื่อนข้อความนี้ลงไปเป็นข้อถัดไป)

*หมวด 3 มารยาท และกติกาในการ Spoil เพื่อการอยู่ร่วมกัน*
0. มารยาทเหล่านี้เป็นข้อพึงระลึก พึงปฏบัติ เพื่อรักษาความเป็นระแบบ และความพอใจแก่ทุกฝ่ายรวมทั้งลดสิ่งที่จะก่อให้เกิดปัญหาหรือเกิดความรำคาญแก่สมาชิกโดยรวม

หมวด 3.1 เกี่ยวกับการ Spoil การ์ตูนที่มี LC
1. งดการ Sample Spoil การ์ตูนที่มี LC ด้วยภาพถ่ายด้วยกล้อง Digital หรือภาพ LQ เนื่องจากกฏข้อตกลงทางลิขสิทธิ์ทำให้โควต้าจำนวนหน้าในการโพสต์มีจำกัด
2. การโพสต์ Spoil การ์ตูนแบบ LC ควรจะเลือกหน้าให้ดีก่อนนำมาโพสต์เช่น หน้าที่มีเนื้อหา หรือดูน่าสนใจ เนื่องจากกฏข้อตกลงทางลิขสิทธิ์ทำให้โควต้าจำนวนหน้าในการโพสต์มีจำกัด ไม่ควรลงหน้าที่ไม่มีความหมาย หรือขอแค่ได้ลงโดยไม่สนใจถึงเนื้อหา ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจ/รำคาญแก่สมาชิกอื่นและอาจถูกลบได้
(2.1) เจ้าของกระทู้, ความเห็น หรือรูปภาพ ที่ถูกลบสามารถคัดค้านได้ตามหมวด 0 ข้อ 5. และ 6. โดยข้อสรุปที่ได้ไม่ว่าจะความเห็นของส่วนรวม/ผลโหวต/ความเห็นAdmin อย่างใดอย่างหนึ่งก็ตามขอให้ถือเป็นที่สิ้นสุด
3. จากข้อ 2. กรุณาอย่าใช้การลบหน้าอื่นเพื่อสปอยหน้าใหม่อย่างพร่ำเพรื่อ จนเกินจำนวนโควต้าอย่างไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้ถูก สนพ.เจ้าของลิขสิทธิ์เพ็งเล็งและเกิดปัญหากับเพื่อนสมาชิกในบอร์ดได้
4. การ์ตูนมังงะของโชเน็นจัมพ์รายสัปดาห์ (เช่น Naruto, One Piece, Bleach เป็นต้น) ไม่ควรทำก่อนวันศุกร์/เสาร์ เนื่องจากอาจเกิดปัญหากับทางต้นสังกัดญี่ปุ่นดังที่เคยเกิดมาแล้ว (อ่านหมวด 4 หมายเหตุข้อ 1. เพิ่มเติม) โดยเฉพาะการ์ตูนเรื่องที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทยเป็นสำคัญ
5. ขอความร่วมมือ กรุณาประกาศในกระทู้ว่า การ์ตูน LC เรื่องที่ลงนั้นๆเป็นของ สนพ.ใดในประเทศไทยโดยการระบุชื่อ สนพ. เจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษในกระทู้นั้นๆ เพื่อสนับสนุนการซื้อการ์ตูนฉบับลิขสิทธิ์ของไทย และสนับสนุน รายสัปดาห์ของ สนพ.นั้นๆ ด้วย
6. หากภาพสปอยใดมีภาพที่ล่อแหลม กรุณาทำเซ็นเซอร์/ลบ/เบลอ บนรูปนั้นด้วย
7.....(เพิ่มเติมได้ภายหลัง โดยให้เลื่อนข้อความนี้ลงไปเป็นข้อถัดไป)

หมวด 3.2 เกี่ยวกับการ Spoil การ์ตูนที่เป็น Non-LC
1. การ์ตูน Non-LC สามารถ Spoil ได้อย่างอิสระรวมทั้งการ Sample Spoil ตราบที่ยังไม่มีสนพ.ใดซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาในประเทศไทย และไม่มีการทักท้วงหรือห้ามปรามจากต้นสังกดญี่ปุ่น
2. ไม่ควรตั้งกระทู้ซ้ำซาก/ซ้ำซ้อน (กรุณาดู มารยาทหมวด 3.3 ข้อ 1., 2. และ 3. เพิ่มเติม)
3. สามารถลงภาพ HQ ที่ซ้ำกับหน้าที่อาจจะมีการโพสต์มาก่อนได้ โดยไม่ต้องลบภาพเดิม
4. สามารถลงเต็มจำนวนหน้า ต่อตอนได้ เนื่องจากไม่มีลิขสิทธิ์
5.....(เพิ่มเติมได้ภายหลัง โดยให้เลื่อนข้อความนี้ลงไปเป็นข้อถัดไป)

หมวด 3.3 มารยาทอื่นๆโดยรวม
1. ไม่ตั้งกระทู้ Spoil หรือ Sample Spoil รูปภาพซ้ำซาก/ซ้ำซ้อนกับคนอื่น
2. จากข้อ 1. ถ้าการซ้ำซ้อนเกิดจาก delay ของบอร์ด ให้เหลือกระทู้ที่ตั้งก่อน(ดูจากเวลาโพสต์)ไว้เป็นหลัก
3. การตั้งกระทู้ Spoil ในเรื่องที่เคยมีการ Spoil ตอนก่อนหน้านั้น ให้ใช้วิธีการ {แตกประเด็น} จากกระทู้เดิม
(3.1) สามารถแตกประเด็นได้โดนการกดปุ่ม "ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่" ที่อยู่ข้างล่างของช่องแสดงความคิดเห็นในกระทู้เดิม
4. วิธีการเขียนหัวข้อกระทู้ในการ กรุณาเขียนตามรูปแบบมาตรฐาน เพื่อให้สมาชิกอื่นสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย
4.1 วิธีการเขียนหัวกระทู้ตามมาตรฐาน "[Spoil][ลิขสิทธิ์] ชื่อเรื่อง เลขตอน ชื่อตอน" โดยชื่อตอนอาจมีหรือไม่มีแล้วแต่ความเหมาะสม (เช่น ชื่อตอนอาจมีการสปอยหัวกระทู้, ยังไม่ทราบชื่อตอน เป็นต้น)
4.2 จากข้อ 4.1 ตัวอย่างหัวกระทู้การ์ตูนลิขสิทธิ์ "[Sopil][LC] Naruto 999 ซาสึเกะมาแล้ว" เป็นต้น
4.3 จากข้อ 4.1 ตัวอย่างหัวกระทู้การ์ตูนไม่มีลิขสิทธิ์ "[Sopil][Non-LC] Tu Love Ru 999 ตอนนี้ดีอีกแล้ว" เป็นต้น
4.4 ตัวอย่างการ Spoil แบบอื่น "[Spoil][LC] Text Naruto 999", "[Sample Spoil][Non-LC] Psyren 999" เป็นต้น
4.5 การเขียนหัวกระทู้นี้สามารถยืดหยุ่นได้แล้วแต่ความเหมาะสม แต่อย่าลืมใส่คำว่า [Spoil] ที่หัวกระทู้เป็นสำคัญ
5. ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็น Spoil ปลอมหรือไม่ ควรไปตรวจสอบให้ดีก่อนจะนำมาลง
6.....(เพิ่มเติมได้ภายหลัง โดยให้เลื่อนข้อความนี้ลงไปเป็นข้อถัดไป)

*หมวด 4 คำอธิบายเพิ่มเติม (หมายเหตุ)*
0. หมวดนี้เกี่ยวกับคำอธิบายเฉพาะกิจ, คำอธิบายเพิ่มเติม หรือหมายเหตุสำหรับข้อสงสัยจากกฏกติกามารยาทและระเบียบในการอยู่ร่วมกันข้างต้น
1. ในอดีตเมื่อไม่นานเคยเหตุการณ์ต้นสังกัด สนพ.ชูเอฉะ จับผู้ปล่อย Spoil จากโชเน็นรายสัปดาห์หลายราย เนื่องจากปล่อย Spoil เร็วเกินเหตุ ถึงขั้น Spoil ออกก่อนที่รายสัปดาห์จะวางแผงเป็นวันๆ ผลสรุปจากเหตุการณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วง จึงเกิดข้อตกลงในการ Spoil ที่จะทำกันหลังวันศุกร์/เสาร์เป็นต้นไป โดยเฉพาะการ์ตูนจากโชเน็นรายสัปดาห์ของสนพ.ชูเอฉะที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย เป็นต้นมา
(ในที่นี้ การปล่อย Raws จากญี่ปุ่นก็มีการสัญญากันเองในหมู่ชาวต่างชาติผู้ปล่อย HQ รวมทั้งกับสนพ.ในญี่ปุ่นว่าจะชะลอการปล่อย ไปช่วงท้ายสัปดาห์แทน)
2. กระทู้ซ้ำซาก/ซ้ำซ้อน หรือกระทู้ flood ได้แก่การตั้งกระทู้ของสมาชิกหลายคนในเวลาไล่เลี่ยกันในเรื่องเดียวกัน เช่นครั้งหนึ่งเคยมีการ Sample Spoil รวมทั้งกระทู้ถามความเห็นจากผู้ที่อ่าน Spoil ต่างประเทศมาแล้วนับสิบกระทู้ต่อกัน หรือกระทู้ School Rumble ที่เคยมีการตั้งกระทู้ Spoil หน้าเดียวกันติดๆกันหลายกระทู้จากสมาชิกหลายคน ซึ่งเหตุการณ์อย่างนี้อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจ หรือความรำคาญแก่สมาชิกอื่นๆในห้องการ์ตูนได้
3. Scanlation ในภาษาอื่น(ดู หมวด1 ศัพท์เฉพาะข้อ 3.) ถือเป็นสื่อละเมิดลิขสิทธิ์ชัดเจน รวมถึงผู้ปล่อย Scans จากserver ต่างประเทศไม่ได้คำนึงหรือปฏิบัติตามสัญญา ไม่ได้รับการยอมรับให้นำมาใช้ในการ Spoil ภาพการ์ตูนมังงะในพันทิป ทั้งการ์ตูนที่มี LC และ Non-LC ตามข้อตกลงร่วมกันของสมาชิกรวมทั้งการอนุญาตจาก สนพ.เจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย
4.....(เพิ่มเติมได้ภายหลัง โดยให้เลื่อนข้อความนี้ลงไปเป็นข้อถัดไป)
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จากคุณ : มิกิโอะ อิตโต้ ค่าหัว1ล้านเบรี - [ 2 มิ.ย. 51 17:30:55 ] ผุ้รวบรวม




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2551    
Last Update : 6 มิถุนายน 2551 16:52:57 น.
Counter : 413 Pageviews.  

สารพัดเหตุผลที่ว่าทำไมฮันมะ ยูจิโร่ถึงมีคนชอบเอามาตั้งกระทู้พูดถึง

ท่านที่เป็นขาประจำพันทิปคงสงสัยว่าทำไมถึงมีคนชอบตั้งกระทู้ล้อเปรียบกำลังกับตัวการ์ตูนอื่นๆในพันทิปอยู่ประจำ ทั้งที่ผมเองไม่ค่อยชอบการ์ตูนพลังKอย่างเรื่องนี้เท่าไหร่

นี่คือเหตุผลบางท่านที่ผมขอยกมานะครับ

มันมาจาก การที่คนอ่านบากิส่วนมาก รู้สึกไม่ชอบการที่นักเขียนผู้นี้ดูถูกวิชามวยไทย แล้วก็ยกยอปอปั้นตระกูลฮันมะซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นเก่งที่สุดในโลก ซึ่งแรกๆ ความเว่อร์ยังพอทำเนา (ถึงกระนั้นมันเอานิ้วดีดปลายคางนักมวยไทยทีเดียวน็อก)

แต่หลังๆ กลับพบว่าคนเขียนเริ่มเว่อร์จนออกทะเล ไม่ว่าจะต่อยหยุดแผ่นดินไหว ต่อยช้างตัวเท่าไดโนเสาร์ตาย ว่ายน้ำทวนกระแสน้ำเชี่ยว 20 กม.แล้วบอก กำลังพักผ่อน ฯลฯ และที่เป็นตัวจุดกระแสมากที่สุดคือ ไคโอ ที่เป็นชาวไทย ซึ่งคนอ่านหลายๆ คนในช่วงนั้นรู้สึกหวังไว้มาก ว่าไอ้ตาคนเขียนคนนี้ช่วยวาดนักมวยไทยให้เก่งๆ กับเขาซักที แต่หารู้ไม่ หมอนี่โดนดีดไข่แพ้ภายใน 3 หน้า กระดาษ อนาถใจยิ่งนักแถมยังโดนยูจิโร่ถากถางอีก เลยเป็นที่มาของท่า "ดีดไข่ไร้พ่าย" ถึงแม้ยูจิโร่จะไม่เคยดีดไข่ใครก็เถอะ คนส่วนใหญ่ที่อ่านเรื่องนี้เลยเริ่มยกยอยูจิโร่ออกไปในแนวประชด ประชันเสียมากกว่า ไปๆ มาๆ ก็เลยเป็นเรื่องขำขันกันในหมู่ชาวการ์ตูน แล้วก็มีพวกตามกระแสจนถึงทุกวันนี้

จากคุณ : fedcba - [ 20 พ.ค. 51 10:29:41 ]

ผมว่ามันเป็นแบบนี้มากกว่า

ถ้าความเก่งของตัวละครอื่นๆในเรื่องอยู่ที่ 10
ยูจิโร่น่าจะซัก 50

อารมณ์ประมาณว่า ไอ้หมอนี่ยิ่งเขียนยิ่งเก่งเว่อร์ขึ้นทุกทีๆ แถมนิสัยยังน่ารัก หน้าตาน่าเอ็นดูอีกต่างหาก ความจริงในเรื่องอื่นๆ ตัวที่เก่งกว่านี้ เว่อร์กว่านี้มันก็มี แต่นิสัยหน้าตามันไม่น่าเอ็นดูเท่านี้น่ะสิ

ไม่น่าเกี่ยวกับดีดไข่มวยไทยหรอกครับ

จากคุณ : อาตารุคุง (อาตารุคุง) - [ 20 พ.ค. 51 11:17:42 ]


แหม... เวอร์โคตรจนผมไม่อยากอ่านแล้วสิ ไปอ่านจินมี่ยอดยุทธหมัดเหล็กแทนดีกว่า




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2551 17:04:14 น.
Counter : 1187 Pageviews.  

กว่าจะเป็นร้านเช่าการ์ตูน2

ตอนที่ 7 เปิดร้าน - การตลาด - รายได้เสริม (ต้องลองภูมิสักหน่อย มันจะไปยากอะไร เรียนมาแล้ว ไม่มีกลัว)

เมื่อได้หนังสือแล้ว ยังขาดอะไรอีกหล่ะเนี่ย เหนื่อยแล้วนะ (อย่าท้อ ท่องไว้ ห้ามท้อ เพราะมันจะมีเรื่องให้ท้อ อีกแยะ ฮ่าๆ) นั่นสิ แล้วอะไรหละที่เป็นสิ่งที่เราต้องทำก่อนเปิดร้าน อะไรอีกเนี่ย มีอะไรต้องทำก่อนเปิดร้านเหรอ (ร้องอยู่ในใจ จริงๆแล้วมีอีกเป็นร้อย ค่อยๆ ทำไปนะ สู้เค้า สู้ๆ) แล้วเมื่อไรเปิดได้นะ หนังสือก็มีแล้ว บาร์โค้ดก็ติดแล้ว ขาดอะไร ไม่น่าจะมีแล้วนะ ถ้าอย่างนั้น เราก็พร้อมแล้วสิ เปิดร้านสิเราต้องกำหนดวันเปิดร้าน แล้วเปิดร้านเนี่ย มันต้องมีอะไร ต้องตีฆ้องร้องเปล่า ขึ้นรถแห่ หรือว่าทำอะไรดีหละ ชาวบ้านแถวนั้น ถึงจะรู้ว่าร้านเปิดแล้ว เจ้าข้าเอ๊ย เปิดร้านแล้ว ช่วยเอาเงินมาให้พวกเราหน่อย แล้วที่เหลือหละ เราต้องทำการตลาดกันยังไงดี อันนี้ เพื่อไม่ให้งง กับชีวิตมากไปกว่านี้ เรามาว่ากันดีกว่า ว่าก่อนและหลังเปิดร้าน สิ่งที่เราต้องทำมีอะไรบ้าง แล้วทำไปแล้วมีประโยชน์ หรือทำไปแล้วเมื่อยตุ้ม ไม่รู้ทำไปทำไม เปลืองเงินหรือเปล่า แล้วเค้ามีอะไรกันบ้างหละ มาเรามาว่ากันเป็นหัวข้อ เอาแบบก่อนเปิดร้านก่อน
• ก่อนเปิดร้าน ให้กำหนดเวลาเปิดปิด คร่าวๆ ก่อน ไม่ต้องกังวล ว่าคนจะสับสน แรกๆ ไม่มีคนสนใจหรอก ค่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ ช่วงเช้ามีคนเช่าไหม หรือปิดดึกคุ้มเปล่า กว่าจะลงตัวใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เปลี่ยน ไม่ต้องกลัวลูกค้าสับสน อันนี้บอกเป็นรายคนได้ เมื่อลูกค้ามาเป็นสมาชิกจะปรับจะเปลี่ยนอะไรว่ากันไป
• ก่อนเปิดร้าน ให้คิดแบบว่า แรกๆ จะเปิดมันทุกวัน ไม่ต้องปิดหรอก ทนทำสักเดือน แล้วจะรู้ว่าวันไหนดี ไม่ดี เลือกเอาสักวัน ปิดซะ เชื่อเรา เราทำมาแล้ว ทำมันทั้ง 7 วัน มีแต่ทรมาน ทำ 6 วันก็พอ ไม่รู้นะ ถ้าใครไม่เห็นด้วย ไม่ว่า แต่ 6 วัน เป็นอะไรที่พอดีๆ อย่าลืมว่าเราต้องไปทำธุระเหมือนกัน ถ้าทำมันทั้ง 7 วัน เราไปธุระก็ต้องให้ญาติพี่น้อง มาเฝ้าแทน อันนี้จะทำให้ทะเลาะกันซะเปล่าๆ ไม่เอาๆ พึ่งตัวเองดีที่สุด
• ก่อนเปิดร้านให้ตั้งกฎการเช่าไว้ให้ดี เขียนแปะไว้ให้เห็นได้ง่าย อย่าคิดว่าเป็นเงินเล็กน้อยนะ ป้ายพวกนี้ช่วยเราได้มากเลย โดยเฉพาะเวลาลูกค้าต้องเสียค่าปรับ เราจะได้มีที่อ้างอิงเวลาที่เราเรียกเก็บเงินพวกนี้ บางคนแกล้งไม่ฉลาด อันนี้ไม่ไหวนะ ไม่ยอมเสียค่าปรับก็มี
• ก่อนเปิดร้าน เคาน์เตอร์หละเป็นไง เอาแบบที่เคยเห็นกันทั่วๆไปนะ เราก็พูดไม่ถูก ไม่เหมือนกับที่ seven นะ นั่นเค้าไว้วางของ ของเรา เอาแบบที่เค้าใช้พวกขายกาแฟอ่ะ แต่ไม่ต้องมีหลังคาเอาแบบนั้นเลย เชื่อสิ ว่ามันดีกว่า โต๊ะโล่งๆ ไม่มีอะไรกั้นนะ เพราะว่าเราต้องว่าของไว้ใต้ เคาน์เตอร์เพียบเลย อันนี้ไม่ต้องซีเรียสในการหาซื้อ แล้วจะไปบอกตอนทำบัญชีนะ ว่าเอาไงดี
• ก่อนเปิดร้าน ประชาสัมพันธ์ (ใช่ๆ ทุกคนก็เรียนมา ถ้าเราเปิดร้านอะไรสักอย่าง เราต้องประชาสัมพันธ์) ยังไงดี เราขอแนะนำ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทำป้ายร้าน แนะนำให้ทำป้ายไฟนะ เห็นป้ายตู้ไฟแบบแขวนป่ะ ทำแบบนั้นแหละ แรกๆ เปิดมันทั้งคืนเลย ถึงแม้จะปิดร้านไปแล้วก็ให้เปิดมันทั้งคืน เสียไปไม่เท่าไรหรอก และราคาของป้ายไฟ แล้วแต่ขนาดนะ ใหญ่แพง เล็กถูก (ไม่เอา ป้ายไม้ เหมือนร้าน ขายของชำ หรือร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างนะ จริงๆ แล้วก็ทำได้ แต่เราไม่แนะนำ เพราะเราเป็นร้านหนังสือ ก็ต้องทำอะไรให้มันดูมีอะไรบ้าง) กับที่ให้เปิดไว้ทั้งคืน เนี่ย เอาเฉพาะช่วงแรกก็พอ ไม่ต้องทำตลอดไปนะ เราทำเพื่อให้ลูกค้าเห็นเราแล้ว เค้าจะได้รู้ว่ามีร้านเราเหมือนกัน ช่วยๆ มาเช่ากันหน่อย ป้ายร้านไม่ต้องทำบอกเวลาเปิด ปิดนะ ไม่จำเป็น เพราะอะไรรู้ไหม ถ้าเราจะขยับหรือขยายเวลาที่เราตั้งใจเปิด ปิด จะได้ไม่ต้องให้ช่างมาทำใหม่ เอาเป็นว่าแค่บอกชื่อร้านก็บอก เช่น AA books หนังสือการ์ตูน นวนิยาย และนิตยสารให้เช่า เป็นต้น
• ก่อนเปิดร้าน ถ้าร้านเป็นกระจก ต้องตัดสติ๊กเกอร์นะ อย่าให้มันโล้น ตัดไปเหอะ ไม่กี่บาทเอง แปะ เข้าไป จะเขียนอะไรก็เขียนไป ส่วนใหญ่ก็เขียนพื้นๆ แหละ เวลาเปิดเปิด จะเขียนหรือไม่ก็ได้ (ถ้าเป็นเรา เราไม่เขียน บอกแล้ว อีกหน่อย เราต้องปรับเปลี่ยน เวลาอย่าลืม)
• ก่อนเปิดร้าน ใบปลิว ต้องแจกเปล่า อันนี้แล้วแต่นะ สำหรับเราไม่แจก และเราก็ไม่เคยได้รับเวลาเค้าเปิดร้านใหม่เลย จะบอกว่าไม่จำเป็นก็คงได้ แต่ถ้าจะทำ แนะนำ ญาติ หรือเพื่อน (อีกแล้ว) ให้พิมพ์จากที่ทำงานให้ 1 แผ่น a4 สามารถทำใบปลิวเล็กได้ตั้ง 4-8 แผ่น แน่ะ ลองดูนะ
• และสุดท้าย ก่อนเปิดร้าน ต้องทำ คือ อะไรนะ อะไรหละ อ้อ หาฤกษ์นั่นเอง อิอิ หาฤกษ์ซะ เราเคยบอกแล้ว 30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฟัน ต้องสู้ๆ ต้องสู้ ถึงจะชนะ (เจิน เจิน บอกไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ ต้อง 30% แน่ะ)
ก่อนเปิดร้านก็จบแล้วไป คราวนี้มาหลังเปิดร้าน ทำไรดี
• Promotion มีให้เลือกหลากหลาย แบ่งได้ หลายๆ แบบ คือ
- สมัครฟรี (ช่วงแรกๆ ควรทำอย่างยิ่ง)
- สมัครกี่บาท ได้ของนิดๆ หน่อย (ควรทำหลังจากเปิดร้านไปได้สักพัก หรือจะทำเริ่มแรกเลยก็ได้ แล้วแต่คนนะ ลองหาวิธีเอาแล้วกัน)
- เช่าเท่าไร แถมเท่าไร (ทำนะ ต้องทำ จำไว้ว่า หนังสือดี คือหนังสือที่มีคนเช่า หนังสือเน่า เพราะหาคนเช่าไม่มี)
- พาเพื่อนมาสมัครแล้วเช่า ให้อ่านไปเลย กี่เล่ม ว่ากันไป (อันนี้ดูระบบด้วยนะ ถ้าซื้อเค้ารับรองว่ามี แต่ถ้าของฟรี มีหรือเปล่า ไม่รู้จ้า)
ทุกร้านต้องคิดโดยอิงจากลูกค้าเป็นหลัก บอกแล้ว ไม่มีอะไรตายตัว ลูกค้าเป็นยังไงเราก็ค่อยๆปรับตัวตาม อันนี้ก็อย่าไปมองไปที่กำไรมากมากนัก ตอนแรกยังไงก็ไม่กำไร ให้ศึกษาไว้ก่อน แล้วกำไร ไปหาเอาข้างหน้า (ฮือๆ หามานานแล้ว ยังไม่เจอ) เอาน่า ก็บอกเองนี่น่าว่า เราชอบอ่านหนังสือ เพราะงั้น ได้อ่านก็น่าจะพอใจแล้ว ส่วนที่เหลือ ถือเป็นกำไร (อิอิ ไม่ใช่ตัวเงินนะ แต่เป็นกำไรชีวิต)

ยังไงซะ นอกจากหนังสือแล้ว เราก็อยากมีรายได้เสริมกันใช่ม้า จะมากจะน้อยก็อยากจะมีกัน เราบอกยังไงดีหละ แบ่งเป็น 2 พวกแล้วกัน
พวกแรก ให้เค้าทำหน้าร้าน เช่น ขายน้ำ ขายขนม ขายอะไรต่อมิอะไร ที่ทำให้เราได้ค่าเช่า อันนี้แนะนำ เพราะว่าเราไม่ต้องเสี่ยงด้วยตัวเอง จะได้เสีย คุ้มไม่คุ้ม เรื่องของคนมาเช่า เก็บค่าเช่า อย่างเดียว คุ้ม เชื่อดิ
พวกที่ 2 ทำเอง แบบว่า อยากทำ เพิ่มรายได้ ขายอะไรดีหละ กิ๊ฟช๊อบ กระเป๋า น้ำดื่ม หรืออะไรดีหละ อยากจะแนะนำว่าทำอะไรก็ได้ ถ้าคิดว่าตัวเองคุมได้อยู่ และคิดว่ามันขายได้ ก็เอา แต่จริงๆ แล้วไม่แนะนำ ไม่ส่งเสริม แต่ไม่ห้าม อันนี้ห้ามกันไม่ได้ นะ เราเคยทำหมดทุกอย่างที่ว่าเนี่ย จะบอกว่าอะไรดีหละ ไม่ดีสักอย่าง อันนี้คิดเองว่า น่าจะเป็นเพราะว่า ของมันไม่มากพอ และก็ไม่มีของเปรียบเทียบด้วย เราเข้าใจว่าเวลาคนไปซื้อของ ถ้ามีของให้เลือกแยะ เปรียบเทียบกันได้ก็จะซื้อ แต่ถ้าของน้อย ถึงแม้ถูก เค้าก็ไม่รู้ว่ามันถูก เพราะงั้น ไม่ซื้อดีกว่า ประหยัด ด้วย อ้าวก็บอกแล้ว ว่าเป็นร้านหนังสือการ์ตูนเช่านี่หน่า เข้าใจกันหน่อยดิ

ตอนที่ 8 บัญชี

โอ๊ย แค่เห็นก็เกือบจะลมใส่ สรุป ค่าใช้จ่าย ตั้งแต่เปิดร้าน ทุกอย่างเลย
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันต่อไป บทนี้น่าจะเป็นบทหัวใจของการทำร้านการ์ตูนเช่า เลยใช่ป่ะ ถ้าไม่มีเงินไม่ต้องมาพูดกัน (พี่อ้อย ณ. กรีนเวฟ บอกว่า เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เงินทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น อันนี้เห็นด้วยพันเปอร์เซ็นต์ ลองให้พี่พานมาทำงานเหมือนพวกเรา รับรองว่าไม่มีทางหาเงินเปิดบริษัทฮาวคัม ได้หรอก (อิอิ อดกระทบพี่พานไม่ได้ ทำไงได้หละ ก็พี่แกเป็นขวัญใจเรานี่หน่า รวย แถมยังแฟนสวยอีก โอ๊ย อยากตายแล้วไปเกิดใหม่จริงๆ) เข้าเรื่องดีกว่า เงิน เงิน เงิน ถ้าไม่มี ก็ต้องไปหามาซะก่อน งานอย่างอื่น ถ้าคิดดีแล้ว กู้เลย ถ้าอยากทำ แต่ถ้าเป็นร้านหนังสือ กู้เลย ถ้าอยากขึ้นศาลประนอมหนี้นะ ฮ่า อย่ากู้ ให้เอาเงินมา (ยกเว้นกู้พ่อแม่พี่น้อง ก็ว่ากันไป)
เอางี้ เรามาแจกแจงกันก่อนว่ารายจ่ายมีอะไรบ้างนะ เพื่อความเข้าใจกันมากขึ้น (อันนี้เอาร้านเราเป็นตัวอย่างนะ เริ่มแรกหนังสือการ์ตูน 8000 อื่นๆ อีก 500 นิตยสาร 20 เล่ม ในตอนแรก สรุป สรุป ดีกว่า
1. ค่าเช่า ไม่เกิน 8000 บาท ต่อเดือน ล่วงหน้า 2 เดือน เซ็น 2 ปี รวมเป็นเงิน 24000 บาท
2. หนังสือ ประมาณ 8000 เล่ม หมดเงินไปประมาณ 120000 บาท (จดไว้ด้วยนะ เค้าจะมีรายการส่งมาให้ดูก่อน อยากได้เล่มไหน ไม่อยากได้เล่าไหนก้เลือกเอา ซื้อเองได้ ก็เอาเลยจ้า
3. หนังสืออื่นๆ เอามาจากบ้าน ได้แถมจากร้านบ้าง แต่จากบ้านมีหนังสือมากกว่า 3-4 ร้อยเล่ม ประหยัดไป ถ้าไม่งั้น ก็ซื้อเอานะ
4. ชั้นวางประมาณ 13 ตัว ถ้าเป็นวางด้านเดียว (ติดผนัง) ถูกหน่อย ประมาณ 2500 บาทต่อตัว (ร้านเราวาง 8 ตัว) แต่ถ้าเป็นวางสองด้าน 3500 – 4000 บาทต่อตัวจ้า (อันนี้วาง 4 จ้า) ส่วนอีกตัวเป็นชั้นวางนิตยสารอีก 1 ตัว (ประมาณ 3000 บาทจ้า) รวมแล้วเป็นเงิน 40000 - 50000 บาท แล้วแต่ขนาดร้านจ้า
5. คอมพิวเตอร์ (เอาที่บ้านมานี่แหละ) ซื้อแค่ จอ ให้มันดูดีหน่อย ประมาณ 6000 บาท(เฉพาะจอ)
6. barcode หนังสือ ประมาณ 0.50 บาท ก็ทำเลย 15000 ใบ ประมาณ 7500 บาท
7. เครื่องยิงบาร์โค้ด อย่างไม่แพงมากก็ 4000 บาท แต่แนะนำให้ซื้อแบบพวกมีขาตั้ง แพงอีกนิด แต่ชีวิต สบายขึ้นแยะ
8. บัตรสมาชิก ทำเริ่มแรก 1000 ใบ ใบละ 3 บาทไม่เกิน ทั้ง barcode แล้วพิมพ์แบบนามบัตร แล้วเอาไปเคลือบ (ร้านที่ประตูน้ำ Platinum ถูกมากๆ ชั้นใต้ดิน ลองไปดู) ส่วน barcode ไปที่พันธุ์ทิพย์ ชั้น 4
9. ตู้ไฟ (ป้ายร้าน) 4500 บาท
10. เคาน์เตอร์ 4500 บาท
11. อุปกรณ์ accessories เช่น
• เครื่องเย็บกระดาษ (เป็นทางการไปหน่อย) แม๊ค ใหญ่ 3000 บาท (ไม่น่าเชื่อ)
• พลาสติก ห่อปก 10 ม้วนเลย ประมาณ 1800 บาท
• Scottape (ขโมยมาจากที่ทำงาน นิสัยแย่ ไม่แนะให้ทำนะ)
• ตู้ใส่ของ 600 บาท
12. ตัดสติกเกอร์ 2000 บาท
13. ระบบคอมพิวเตอร์ (ซื้อมัน ตัดใจ) 4000 บาท
14. หนังสือเข้าร้านวันแรก ซื้อพวกนิตยสารและอื่นๆ ประมาณ 5000++ บาท
รวมเงินก้อประมาณ 240000 – 250000 บาทนะ ส่วนที่เหลือ ก็เช่น ต้องทำร้านใหม่ ติดแอร์ไหม ทาสีเปล่า อะไรแบบนี้อ่ะ ต้องค่อยๆ ทำไปนะ อันนี้ ก็น่าจะรวมทั้งสิ้น กว่าจะทำนู่นทำนี่เสร็ อีก เราใช้ไปทั้งหมด 300000 บาท ไม่เหลือเลย พอดีๆ เพราะต้องตระเวนซื้อหนังสือ และซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยเฉพาะพวกหนังสือการ์ตูนที่ร้านจัดหนังสือให้เรามา แต่ลูกค้าไม่ชอบเลย ต้องไปตระเวนซื้ออีกหลายหมื่นมากๆ ทุกวันนี้ก็ยังซื้ออยู่อย่างเมามันส์เลย จนเดือนหนึ่งๆ เหลือไม่เท่าไรแล้ว แต่ถ้าคุณรู้จริง ก้อไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้นะ เอาแบบทำตามที่เราเห็นดีนั่นแหละ ลองผิดลองถูกไป ขออย่างเดียว อย่าท้อแท้ และอย่าเอาเงิน (เราหมายถึงกำไร) เป็นตัวตั้งหล่ะ ตัวยืนน่าจะเป็นความสุขมากกว่า ทำทุกอย่างให้มีความสุข เงินน้อยไปหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้สนุก และมีความสุขเป็นใช้ได้ (สิ่งทีเกิดขึ้นแล้ว ดีเสมอนะ อ่านหนังสือเค้าบอกว่าอย่างนั้น ก็ต้องเชื่อเค้าหละ) สู้ๆ ต่อไป ร้านหนังสือ มีข้อดีมากมาย แต่ข้อเสียมีเพียงข้อเดียว คือทำเท่าไรก็ไม่รวย สิน่า อันนี้ เป็นข้อเสียใหญ่ที่สุดของร้านหนังสือเช่าเลย จริงม่ะ และแล้ว ก้อจบไปอีกหนึ่งตอน

ปล. ของทั้งหมดหาได้ทั่วไป ถ้าทำเอง ลองตระเวนดู แต่ถ้าให้เค้าจัด มีทุกอย่างที่ต้องมีจ้า

ตอนที่ 9 ไม่ไหวแล้ว เซ้งเป็ด

“ได้เปิดร้านกันแล้วนะทุกคน เราได้ร้านหนังสือมาอยู่ในอุ้งมือเราแล้ว ฝันเป็นจริงสักที เราได้อยู่กับหนังสือที่เรารัก ทั้งวัน แถมยังได้เงินอีก อะไรมันจะดีขนาดนี้เนี่ย ดีใจจริงจริงๆ ลูกค้าที่มาแต่ละคนก็แสนจะน่ารัก ทะนุถนอมหนังสือเรายังกับหนังสือของเค้าเอง อะไรจะน่ารักขนาดนั้น มาเช่ากันมืดฟ้ามัวดินมากๆ หนังสือรึ ก้อไม่มีหายเลยแม้แต่เล่มเดียว ว้าวววว สุดยอดจริงๆ ได้เงินคุ้มเลย ฮ่าๆๆๆ อย่าจะหัวเราะเยาะไอ้คนที่บอกว่าทำร้านหนังสือ ไม่มีทางรวย จริงๆ” สังเกตไหม ที่เขียนมันอยู่ในเครื่องหมายคำพูด แสดงว่า อันนี้คือ สิ่งที่ร้านหนังสือทุกร้าน หวัง (หรือแทบจะบนบานศาลกล่าว เล่นไสยศาสตร์กันเลยทีเดียว) หรือง่ายๆ คือมันเป็นความฝัน แต่เมื่อตื่นมาพบความเป็นจริงแล้วมันตรงกันข้ามทุกอย่างเลย ฮือๆ ทำไม สวรรค์ ช่างอยุติธรรมปานนี้ พ่อแม่ เราก็ส่งเสีย กตัญญูทุกอย่าง ไม่เคยโกงชาติ (ภาษีก็จ่าย – ไม่ได้กระทบใครนะ อิอิ แอบเหน็บ) แล้วทำไม ทำไม ถึงได้แต่ส่งอุปสรรค และปัญหามาให้จอมยุทธ์อย่างเราแก้ด้วย ฮือๆ ร้องไห้อีกที เรื่องแบบนี้แหละที่จะบั่นทอนกำลังใจของพวกเราชาวร้านหนังสือเช่าให้หมดหวัง ท้อแท้ จนอยากผูกคอตาย (ใต้ต้นถั่วงอก) ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปจริง อันนี้ถ้าไปอ่านหนังสือธรรมะ ต้องว่ากันว่าเป็นเรื่องของกรรมเก่า แต่ถ้าพูดในมุมของประเทศชาติแล้ว (เป็นไง ดูยิ่งใหญ่ไหม) บ้านเมืองเรา มันสอนคนกันมายังไงให้เอาเปรียบกันได้ทุกที่ ทุกโอกาส (อยากจะร้องทุกข์กล่าวโทษ กระทรวงศึกษาธิการ หรือธรรมการเดิม จริงๆ สอนแต่ให้แย่งกันเป็นที่ 1 ไม่เคยสอนให้มีความรับผิดชอบหรือรู้บาปบุญคุณโทษ มีแต่จะทำพวกโอเน็ต เอเน็ตอยู่นั่นแหละ ปัญญาสูงส่งจริงๆ ขอว่าหน่อย อิอิ หาโอกาสมานานแล้ว) ที่เรากำลังพูดถึงนี่ คือเรื่องที่ทำให้ร้านหนังสือทุกร้านเซ็งเป็ดกันทั่วหน้า และก้อมีหลายๆ อย่างมากๆ มาแจกแจงกันดีกว่า ปัญหาเกี่ยวกับลูกค้า ปัญหาใหญ่สุดของพวกเราร้านหนังสือ มีตั้งแต่ดีสุดๆ แล้วก็แย่สุด ยังกับอยู่คนละโลกหรือคนละสปีชีย์เลยหละ ลูกค้าที่ดีเนี่ย อยากจะเอาขึ้นหิ้งแล้วกราบเบญจาจุดธูปให้เลย (ลูกค้านะไม่ได้ศพ จะได้จุดธูป ล้อเล่นน่า) ลูกค้าที่ดี ก็คงเหมือนกันๆ ทุกนิยามใช่เปล่า รักหนังสือ ไม่เอาเปรียบ ทำตามเงื่อนไข และกติกาที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก มีติชม เพื่อปรับปรุงร้านบ้าง ข้าผู้น้อย ขอคารวะ ด้วยน้ำเปล่า 1 แก้ว (หมอที่ไหนไม่รู้เคยบอกไว้ว่า น้ำที่ดีที่สุดคือน้ำเปล่านะ น้ำผลไม้นี่ หมอคนเดิมบอกกินไปทำหยังอะไร ไม่มีประโยชน์ ฮ่าๆ ห้ามฟ้องด้วยนะ หมอคนนั้นบอก ไม่เกี่ยวกับเรา) ตรงกันข้ามกับลูกค้าที่ไม่ดี (อันจริงๆ ต้องเรียกว่า สันดอนเลวมาก) มีแยะมาก ขอเจียระไนหน่อยนะ ไม่ไหวแล้ว
พวกที่ 1 ยืมแล้วไม่คืน โทรไปไม่รับสาย ถึงรับก็รับปากว่าจะคืนแต่ไม่เคยมา (ยังมีแสบกว่านี้อีก บอกว่าไม่มีเงินค่าปรับ ฮือๆ คนบ้า ถ้าไม่มีค่าปรับ แล้วแกทำไมไม่คืนตรงเวลาฟ่ะ เก็บไว้ให้ลูกหลานอ่านอีกเหรอ ฮือๆ)
วิธีแก้ไข ให้เอารายชื่อ บวกที่อยู่แล้ว ซื้อไปรษณียบัตรมาอีก 1 ปึก แล้วเขียนชื่อพวกนี้ พร้อมกับเขียนไปทวงเลย ถ้ายังไร้ผล ให้ขี่รถไปหาเลย ไม่น่าจะไกลมาก แล้วจดไว้ให้ดี อย่างให้กลับมายืมอีกนะ
พวกที่ 2 อันนี้ซีม่า ยังอาย พวกที่ตระเวนหาหนังสือดีๆ หายาก (รวมถึงเสียเงินน้อยด้วย) มากันแบบเนียน สมัครแล้วยืม ยืมแล้วหาย หายไปเลย แล้วอย่าเอาแต่เอามาคืนเลยนะ หน้ามันไม่เจออีกเลย แล้วทำไงหละ เราก็ต้องซื้อใหม่อ่ะดิ ตั้งแต่เปิดมา 6-7 เดือน หายไปแล้ว 100 เล่ม
วิธีแก้ คือ เก็บหลักฐานอะไรก็ได้ไว้ เช่นบัตรประชาชน บัตรนักเรียน (บัตรเช่าวีดีโอ ไม่เอา บอกแล้วไม่เอาไง) แค่สองอันนี้ก็เล่นเอากลุ้มใจ ไม่มี ล ลิงได้เลยอ่ะ อันนี้ต้องจำไว้ด้วย ว่ามันจะมีทั้งได้และเสีย ได้คือ กันได้ระดับหนึ่ง เสียคือ บางคน (ลูกค้าที่ดี) บอกเรื่องมาก เฮ้ย ทำไงดีฟ่ะ เนี่ย จะทำดีไหม ทำดีหรือเปล่า จะทำดีไหม ทำดีหรือเปล่า (ร้องให้เป็นชิงร้อยชิงล้านด้วย เร็วๆ บอกให้ร้อง เดี่ยวเหอะ)
พวกที่ 3 ทำลายหนังสือ ทำยังกับชาติก่อนเป็นปลวก แมลงหรือมอดไม้อะไรพวกนี้ ของดีแค่ไหน ไปอยู่มือพี่แกเป็นแหลกลาญ สงสัย ไม่ได้อ่านอย่างเดียว จะเอาไปทำการฝีมือด้วย กลับมาเลยยับเยินทุกที (จำไว้ อือ อุตส่าห์เอาหนังสือที่มารักมาให้แบ่งกันอ่าน ยังทำยังนี้อีก) ทีของตัวเองที่ซื้อนะ เพื่อนทำยับ ทำยังกับว่าจะฆ่าเพื่อน แต่เป็นของคนอื่น เนี่ย โอโห้ เต็มที่เหลือเกินนะ
วิธีแก้ เย็บ ใส่ปกให้ดี ไว้ก่อนเลย อันนี้ป้องกันได้เยอะมากๆ แล้วค่อยบอกพี่แกไปให้อย่างนุ่มนวลว่า พี่ๆ หนังสือนะ มีไว้อ่าน ไม่ต้องรุนแรงก็ได้ อ่านได้เหมือนกัน จริงมั๊ย
พวกที่ 4 ทำยังร้านเป็นบ้าน มาอยู่ที 2 ชั่วโมง ยืมเล่มเดียว แต่อ่านไป 20 เล่ม เห็นใจกันบ้างสิจ๊ะ ของเช่านะ ถ้าอยากอ่านฟรี ขอแนะนำห้องสมุด อ่านฟรีได้ตามใจ แต่ร้านหนังสือเช่า อย่าทำอย่างนี้เลย สัก 2-3 เล่มพอทำใจ แต่อ่านกันเป็นล่ำเป็นสัน เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนอย่างนี้ไม่ไหวนะ ถือว่าขอร้องหละ อย่าทำเลยนะ เข้าใจอ่ะนะ แต่อย่าให้มันน่าเกลียด ขอร้อง คุณแม่ไม่ขอร้อง แต่เจ้าของร้านของร้องแทนได้ไหมหละ (ห้ามบอกให้ร้องสิ อันนี้เชยมาก)
วิธีแก้ บอกด้วยความนุ่มนวลว่า ลูกค้าที่เคารพจ้า เช่าไปเถอะจ้า ลูกค้าได้ ร้านก้อได้นะ จะอ่านเล่มแรกไม่ว่าเลย แต่อ่านหลายเล่ม เนี่ย ทำใจบ่อได้ บ่อได้มั่กๆ
เห็นมั๊ย ว่าร้านหนังสือมีเรื่องเฉพาะลูกค้าให้เซ็งเป็ดแค่ไหน นี่เฉพาะลูกค้านะ ไม่รวมที่เราไปเป็นลูกค้าซื้อหนังสือที่ร้านอื่นๆ อีก แหม ยังกับไปขอทานมันมั่งอ่ะ แย่จริงๆ ไม่อยากจะเชื่อเลย ทำไมชีวิต ฟ้าถึงลิขิตแบบนี้ สำหรับพวกร้านที่เราไปซื้อหนังสือ ไม่เอา ไม่เล่า เพราะไม่เกี่ยวกับเรา แค่อยากให้ทุกคนเตรียมตัวให้เต็มที่ก่อนจะไปซื้อ ถ้าเค้ามีระบบ หรือวิธีช่วยเหลืออะไรก็พยายามใช้เข้าไป ไม่ว่าจะส่ง fax ชื่อหนังสือก็ส่งไปก่อนก้อได้นะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปหา (อย่าหวังว่ามันจะหาให้ จะหาให้เฉพาะส่ง fax เท่านั้น) หรือ ราคาที่ต้องต่อกันจนเหงือกแห้ง ขออีกสัก 5% ได้ไหม นึกว่าช่วยเหลือลูกหลาน (แต่มัน อุ๊บส์ เค้าไม่ให้อ่ะ แย่จัง) เสียทุนไปพอสมควร อันนี้ ถ้าจะให้ดี ให้หาร้านประจำ แล้วทำเป็นเรื่องเป็นราว หมายถึง ผูกติดกับเค้าไป จนกว่าจะหาร้านใหม่ (ลดเยอะกว่า) ได้นะ เรื่อง เซ็งเป็ด สำหรับร้านหนังสือหลักๆ คงมีแค่ 2 เรื่องนี้เท่านั้นแหละ ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันไปตามสภาพปัจจัยของแต่ละคนนะ อันนี้พูดเฉพาะร้านที่เป็นร้านหนังสือเช่าเพียวๆ ไม่เป็นแบบกึ่งหรือขายพ่วงกาแฟ หรือนมอะไรพวกนี้นะจ๊ะ

ตอนที่ 10 เอาวะ อย่างน้อยก็เป็นเถ้าแก่หละว้า - - ปลอบใจตัวเอง (ตอนสุดท้าย)
เมื่อทุกท่านอ่านมาถึงตอนสุดท้าย ท้ายสุดนี่แล้ว เราคนเขียนเอง ก็ขอบคุณจากใจจริง สำหรับทุกคนที่กรุณาอ่าน แล้วเข้ามา comment และให้กำลังใจเรา คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้วแหละ ขอโทษด้วยสำหรับการพาดพิง และคำที่ไม่เหมาะสม (ไม่มีเจตนา อยากจะแค่ให้หนุกๆ พี่พานไม่โกรธนะ) กระทู้นี้ น่าจะได้ประโยชน์บ้างนะ (ถ้าเป็นภาษารายงานก็ต้องบอกว่า หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย - - ประมาณนี้) สำหรับทุกคนที่มีความฝัน เราจะบอกว่ายังไงดีหละ อย่าทิ้งความฝันนะ แต่อย่าปล่อยปละละเลยมันหละ ไม่งั้น มันจะลอยห่างไปทุกที ทุกที ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ก่อให้มันเป็นรูปเป็นร่าง แล้วทำความฝันให้มันเป็นจริง เราทุกคนเกิดมาก็เท่ากัน เวลาตายก้อไปแต่ตัวเหมือนกันใช่ป่ะ ก่อนตายไปก็น่าจะทำให้อะไรให้มันลือลั่นไว้สักหน่อย (ไม่ต้องไปกู้ชาติ หรือ ช่วยโลก อะไรหรอก) แค่ทำความฝันที่อย่างน้อยก็มีเราภูมิใจใช่ป่ะหล่ะ ฝันใกล้ๆ ไปช้า (หนุ่มเมืองจันทร์ ว่าไว้) หรือฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง มันก็อีหรอบเดียวกัน (ให้ไปให้ถึงฝันจริงๆ นะ) อย่าท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง และอย่าหมดกำลังใจ อะไรๆ ก้อไม่สำคัญไปกว่ากำลังใจ (อ้อ อีกอย่าง อย่าลืม คนข้างหลังเราด้วยนะ พ่อแม่ พี่น้อง แฟน เพื่อนๆ พวกนี้แหละ ทำให้เรามีตัวตนในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้)

ขอบคุณทุกคนที่รักที่จะมีความฝัน อย่างน้อย ก็มีแต่เราที่เห็น
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาร่วมแบ่งปันความฝัน ให้คนอื่นเห็น
ขอบคุณทุกคนที่รักและเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น
และขอบคุณทุกคนที่มีความฝันไม่ว่างเว้น ทุกลมหายใจ


แล้วทุกความฝัน ก็ทำให้โลกนี้หมุนไป

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับกำลังใจ แล้วเจอกันใหม่นะจ๊ะ

จบแล้วจ้า ขอกำลังใจด้วยนะ

จากคุณ : Limy1025 - [ 2 เม.ย. 51 16:31:40 ] แห่งโต๊ะสีลม ณ พันทิป




 

Create Date : 12 เมษายน 2551    
Last Update : 12 เมษายน 2551 1:22:41 น.
Counter : 553 Pageviews.  

กว่าจะเป็นร้านเช่าการ์ตูน1

ตอนที่ 1 แรงบันดาลใจ กับความใฝ่ฝันในชีวิต

โอ๊ย เบื่อ เหลือประมาณ ทำงานประจำ เมื่อไร จะรวย ท่านพ่อ ท่านแม่ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำงานประจำ ซื้อมา ขายไป ตลอด (ทำไปเท่าไร ก็ไม่รุ่ง ยอดคุณพ่อของเรากรอกหูทุกวัน ต่อให้ลูกได้เงินเดือนเท่าไร ก็ลูกจ้างเค้าดีๆ นี่เอง) อ้าวไงพูดงั้นหละพ่อ ถ้าไม่เป็นลูกจ้างเค้า จะให้เป็นไรหละ ก็ส่งเรียนมาขนาดนี้ จะให้ไปขายชายสี่หรือไง (เอ๊ะ ชายสี่ก็รายได้ดีนะ) จบมาแล้ว ถ้าไม่ทำงานก็ตกงานดิ พ่อก็ไม่มีเงินเป็นถุงให้เรานี่หน่า โครงการแยะ แต่ไม่มีเงิน จะทำอะไรได้หละ ใช่ป่ะ

คิดๆ เข้า เราเหมาะกับอะไรนะ ไม่เก่งอะไรสักอย่าง เก่งอยู่อย่างเดียว คือ นอน แล้วคนเก่งกว่าเราตั้งแยะ ยังเป็นลูกจ้างเค้าเลย แล้วเราหละ จะทำไงดี เป็นลูกจ้างต่อไปแหละ อย่างน้อยก็ไม่อดตายแน่ แล้วอนาคตหละ (หนังสือพ่อรวย แม่รวย และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ขายคนที่อยากรวย แต่ไม่รวยสักที สอนไว้ ไม่ได้ เป็นลูกจ้างไม่มีวันรวย คนรวยต้องไม่เป็นลูกจ้าง) ดังนั้น เราต้องคิดไม่เอาแล้วลูกจ้าง ต้องคิด ต้องคิดให้ออก แวบแรกมาแล้ว ร้านเน็ต – โอ๊ย ไม่เอา เกร่อสิ้นดี วันดีคืนดี ไม่รู้ว่าพ่อแม่ เด็กจะตามมาด่า เราไหมเนี่ย ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ ก็ไม่ได้ จะทำได้ไง ไม่เอา ไม่เอา ตัดทิ้ง ไม่เอาร้านเน็ต แวบสอง เปิดท้าย หน้าห้างดีกว่า – แล้วเราจะเอาอะไรไปขายเค้าหละ เสื้อผ้า ต้องไป โรงเกลือ แบบดูไม่เป็น ไม่รู้จัก แฟชั่น โอ๊ย ทำไม่ได้ อีกแล้ว หรือจะขายอาหารดี ชายสี่ดีกว่า แค่ 40000 ก็ขายได้ แล้ว ถามมาแล้ว ขายได้แน่นอน แล้วตูจะไปขายให้ใครฟ่ะ แค่นี้ ทุก 7-11 ก็มีหมดแล้ว ขายหน้าบ้าย ไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ติดถนน ขายหน้าถนน ไม่ติดตลาด ขายไม่ออกแน่ๆ เตาก็ร้อน น้ำซุป ก็ร้อน ยังไม่รู้ว่าทำเป็นหรือเปล่า ถ้าทำต้องเจ๊งแน่ๆ ทำไปทำไม ไม่เอา อาหารไม่เอา เน็ตไม่เวิร์ค เสื้อผ้า ไม่มีปัญญา แล้วเราเหมาะกับอะไรเนี่ยยยย โอ๊ยยยยยยยยยย เครียดด
ไปเช่าหนังสือมาอ่านดีกว่า ปิ๊งๆๆๆๆ ปัญหามา ปัญญาเกิด ขอบคุณ พระพุทธศาสนา ที่สอนให้รู้จัก อริยสัจ 4 จริงๆ ครบทุกข้อ ถ้าไม่มีทุกข์ ไม่คินะเนี่ย เอาละว่ะ ร้านหนังสือนี่แหละ เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) คือคำตอบของชีวิต และทางออกของหัวใจ (นอกจากรักหนังสือแล้ว ผมไม่เก่งอะไรสักอย่าง – ดัดแปลงจากหนังรัก the classic นอกเรื่องนะ อิอิ)

ได้แล้ว ร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ธุรกิจในฝัน ทำไงดีหละ เริ่มแรก ต้องหาข้อมูล ใช่ข้อมูล เราต้องรู้ก่อน เอาว่ะ เมื่อจะทำต้องให้เต็มที่ หาข้อมูล ทำไงดีหล่ะ เอางี้ เราเคยมาก่อน บอกเป็นข้อๆ ไปเลย
1. Net สิ แน่นอนกว่า อะไรไม่รู้ google ไว้ก่อน พิมพ์เลย ร้านหนังสือการ์ตูนเช่า โอ๊ย ทำไมมันเยอะจังฟ่ะ เอาว่ะ อะไรมาก่อน เลือกเลย (ขออุ๊บนะ เพราะว่าจะต้องพาดพิงไปอีกนาน) ได้ร้านแล้ว สองสามร้าน
2. Call สิ อุตส่าห์ได้เบอร์ ไม่โทรได้ไง โทรไปถามเค้าเลย มีตั้งแต่สักกะเบือ ยันเรือรบ แล้วค่อยมาว่ากันต่อตอน 4 นะ มีเรื่องให้คุยแยะ
3. เงินหละ ลงทุนเท่าไรดี ค่าตอบแทนหละเท่าไร คร่าวๆ ก็ 3 แสนแล้วเราไปแจกแจงกันต่อในตอนที่ 4

เอาหล่ะสิ ข้อมูลมาแล้ว ทำไงดี บอกพ่อ ขอเงินดีกว่า เงินแค่นี้ พ่อให้ได้น่า เอาฟ่ะ ต้องขอ ด้านได้อาย-อด ยอมไปตากหน้าขอเงินพ่อ บอกพ่อยากทำร้านหนังสือ คำแรกของพ่อ คือ เท่าไร (แหม พ่อใครฟ่ะ รู้ใจจริงๆ) บอกพ่อไป 3 แสนครับ ไม่มากหรอก รับประกันอีกไม่กี่เดือน คืนทุน (แหม ไม่อยากจะบอก ทำมาจนจะ 5 เดือน เหลือ แค่ หมื่นเดียวเอง ฮื่อ สงสารตัวเองจัง ฮ่าๆ ใครคิดจะทำจำไว้ด้วยนะ ถ้าจะทำร้านแบบนี้อย่าไปสนใจเงินทุน (เรารวยอยู่แล้ว กลัวไรหละ)

จริงๆ แล้วพ่อเราถามว่า เท่าไร เอ็งมีเท่าไร ไม่ใช่จะขอข้าเท่าไร แป่วๆ สุดท้ายพ่อก็ให้เงินมาสามแสน โอ้โห้เกือบไม่พอแนะ

ตอนที่ 2 ที่ปรึกษา

(มาพร้อมกับคำแนะนำ ที่ต้องจำจนตาย -- หรือเลิกกิจการ
ถอยไม่ได้แล้วเรา ก็พ่อให้เงินมาแล้ว เราจะถอยได้ไง เงินไม่ใช่บาท 2 บาท ถ้าถอยคราวนี้ อย่าหวังว่าจะมีคราวหน้าอีก พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน พ้อง ต้องด่าเรา ไอ้ใจเสาะ เอาฟ่ะ ไม่ถอย สู้ตาย

ก่อนอื่นเลย ถ้าเราอยากทำร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) จริงๆ ถ้าเราไม่เคยทำมาก่อน เราต้องหาที่ปรึกษา โชคดีที่มีเพื่อนของน้อง เคยทำร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) มาก่อน เค้าก็ให้ข้อคิดและเตือนสติมาพอสมควร ว่าการทำร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ไม่ง่ายอย่างที่คิด ทำเอาตอนแรกอยากจะเลิกทำมันซะเลย อุปสรรคปัญหามีแยะเหลือเกิน เอาครับ อย่าไปคิดมาก เมื่อตั้งใจแล้วต้องทำให้ได้ ปรึกษาเข้าไป เค้าไม่คิดเงิน อยากรู้อะไร ถามเค้า ถามทุกเรื่อง จนจะกลายเป็นญาติกับที่ปรึกษาไปแล้ว อะไรๆ ก็ถาม ถ้าเค้าเก็บเงิน เราคงหมดตัวแน่ๆ ถามอย่างกับเจ้าหนูจำไม --เณรน้อยเจ้าปัญหา -- บอกก่อนนะครับ การคิดแต่เรื่องรายรับ โดยไม่คิดถึงอุปสรรค หรือปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำให้เราหน้ามืดตามัว เพราะหลงใหลกับรายรับที่คาดว่าจะได้ จากงานสบายๆ (คิดเอาเองว่า สบาย) จริงๆ แล้วเงินนี่มันก็เหมือนกับความรักนะ หลงกับมันมากๆ เข้ามันก็ทำให้ตาบอดได้เหมือนกัน ตั้งสติให้ดีครับ อย่าคิดแต่ด้านดี รับรองว่าการทำงานมีทั้งด้านดี และด้านร้าย เตรียมใจไว้เลย มีรายได้ ก็ต้องมีรายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่าย ที่ต้องจ่ายประจำ ทั้งหลาย เดี๋ยวเราค่อยมาว่ากันเรื่องรายรับ รายจ่ายในบทต่อๆ ไปนะครับ

เอาละที่นี้ เมื่อได้รับคำปรึกษาจากที่ปรึกษา แล้ว สรุปกันดีกว่า ที่ปรึกษาที่เคยทำมาแล้วหลายร้าน ย้ำว่าหลายร้าน ตอนหลัง ไม่ทำเลย เพราะ เหนื่อย เงินน้อย เปิดร้านเน็ต มอมเมาเยาวชนดีกว่า (ฮ่าๆ ล้อเล่นครับ จริงๆ แล้ว ร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ก็มอมเมาเยาวชนเหมือนกัน) บันเทิง ๆ ครับ อย่าคิดมาก มาว่ากันต่อเรื่องของที่ปรึกษา ว่าเค้าให้คำปรึกษาอะไรเราบ้าง

ข้อแรก --- ถ้าเป็นไปได้ อย่าทำ อ้าวไงพูดงั้นหละ จริงๆ เค้าพูดคำแรกคำนี้จริงๆ แต่ถ้าเราตอนนั้น ภาษาจีนเค้าเรียกว่าอะไรนะ เฮ้าเสี่ยน ใช่ป่ะ ประมาณว่า เอาก้านกล้วย ตอนชนช้างมาฉุดก้ไม่อยู่ อยากทำนี่น่า เค้าบอกว่า ได้ไม่คุ้มเหนื่อย (ไม่เห็นเหนื่อยเลย ได้อยู่กับหนังสือตลอดทั้งวัน มันจะเหนื่อยอะไร้ เสียงสูงด้วย ได้อ่าน ได้อ่าน แล้วก็ได้อ่านหนังสือ งานยากกว่านี้มีไหม แอบเถียงในใจ) แล้วพี่แก ก็ร่ายทศชาติชาดก เกี่ยวกับร้านหนังสือ มาเป็นกุรส ตั้งแต่ เริ่มคิด เริ่มเปิด และจนพี่แก ปิดร้านไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้อย่าทำ คำนี้ยังลอยเข้ามาในหัว จนกระทั่ง

ข้อสอง --- ทศชาติชาดก หนังสือ ต้อง update รู้แล้ว ว่าต้องทันสมัย บอกทำไมเนี่ย รู้แล้ว รู้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่า คำว่าต้องทันสมัยตลอดเวลาที่แกพูดมา มันเป็นอะไรทีทำจริงได้ยากมาก เอาแค่นิตยสารอย่างเดียว มีทั้ง รายเดือน รายสองเดือน รายปักษ์ รายสัปดาห์ อะไรไม่รู้ มากมาย ยังไม่รวมการ์ตูน อีก มันออกกระปริกระปอย อย่างกับประปานครหลวง แถวชายแดน พวกเค้า (เจ้าของร้านหนังสือ มันจะรู้ไหมเนี่ย ว่าตูไม่ได้มีร้านมาส่งนะ ต้องถ่อไปซื้อเอง เข้าใจไหม มันเหนื่อย น้ำมันอีก โอ๊ย สารพัด จะใช้จ่าย) จำไว้ ให้ขึ้นใจ คำว่าทันสมัย มันกว้างงงงงง มากๆๆๆๆ มิน่าพี่แก จึงไม่อยากให้ทำ ขอบอกว่าเหนื่อยจิง ตอนทำงานไม่เหนื่อย เหนื่อย ตอนเตรียมงานต่างหาก จริงๆนะ

ข้อสาม จากใจที่ปรึกษา ในกรณีที่เช่าที่ ใครเช่าเกินหมื่น ไม่มีทางได้กำไร ท่องไว้ เช่าได้ไม่เกินหมื่น ถ้าเป็นบ้านตัวเองได้จะดีที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ ก็เช่า (จะบอกทำไมฟ่ะ ใครก็รู้) ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่าย ที่สำคัญที่สุดในบรรดา พวกค่า ค่า ก็คือ ค่าเช่า ถ้าเราเช่าแพง ทำเท่าไรก็ไม่พอกนิ ตอนที่จะทำใหม่ เคยไปหาทำเลได้ สวยมาก อยู่ใต้อพาร์ทเมนต์ กะว่าต้องขายระเบิดเถิดเทิง ตึกก็สวย ห้องก็สวย ทำเลก็กลางซอย ต้องได้สิน่า เจอค่าเช่า 15000 ที่ปรึกษาสั่งให้ไป bye ได้เลย ทำเท่าไรก้อไม่กำไร อย่าทำ เด็ดขาด จำไว้ให้ขึ้นใจ ร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) เล่ม ละ 3 บาท ทำเท่าไรก็ให้ค่าเช่าหมด จดไว้ คนที่อยากทำให้จดไว้

ข้อ สี่ -- ทำใจไว้ ที่ไหนก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกใคร หรือพ่อเป็นใคร ถ้าทำร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ต้องเจอทุกราย ไอ้ที่ว่าต้องเจอคือ 1. ไอ้พวกไม่ลงทุน แต่อยากจะอ่าน อยู่มันทุกวัน มาทุกเวลา ขอที่นั่งเหมาะๆ จะนั่งอ่านไปจนจบ ลูกปลาน้อย มี 90 กว่าเล่ม มันอ่านในร้านซะ 80 กว่า ที่เหลือมันยอมเช่า แหม ตูซื้อมานะเฟ้ย ไม่ได้ยืมมา จะได้พวกแกอ่านฟรี แหม จะอ่านเล่มเช่าเล่ม พอว่า ไอ้นี้ อ่านกันเป็นกิจวัตร อ่านได้อ่านดี เหมือนอยู่บ้านมันเลย เซ็งเป็ด หรือว่าจะเป็นกรรมเก่า เราก็เคยไปยืนอ่านร้านหนังสือเหมือนกัน เฮ้ย ก็ถือว่าช่วยๆกันไปแล้ว 2. พวกยืมแล้วไม่คืน ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ช่างมัน สงสัยชาติก่อนเคยขโมยหนังสือใบข่อยจากพวกนี้แน่ๆ เลย เอาว่ะ หายก็ซื้อใหม่ แต่ที่เจ็บใจตอนโทรไปทวง ดันบอกว่าอยากมาคืน แต่ไม่มีเงินเสียค่าปรับ โอ๊ย ไม่เอาก้อได้ ขอหนังสือข้าคืนเหอะ (รับรอง จะลบชื่อมันออกจากระเบียนสมาชิก อย่าหวังจะได้เช่าหนังสืออีก) 3. อันนี้เจ็บปวด ยิ่งกว่าซีม่าอีก ทำกันได้ คือพวกร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ร้านอื่นๆ ที่ตะเวนหาหน้งสือดีและหาได้ยากยิ่งในตลาดหนังสือเก่านั่นแหละ อย่ากระนั้นเลย หามันจากร้านหนังสือ (การ์ตูนเช่า) ด้วยกันนี่แหละ ทำทีมาสมัคร แล้วก็ยืม แล้วก็หายหัวไปเลย อันนี้ ยังไม่เคยทำ อยากทำเพื่อล้างแค้นเหมือนกัน แต่หิริ มันห้ามไว้ แหม จำไว้เลย ขอให้ทำกับเราได้ อยากให้รู้นะ ถ้ารู้จะแช่ง ขอให้ไม่รวย ทำเท่าไรก็ไม่รวย จำไว้

อย่าลืม กฎของที่ ปรึกษา คือ ปรึกษาให้ตายอย่างไรก็ไม่รู้สึก เมื่อทำเองเมื่อไร ถึงจะซึ้ง

ตอนที่ 3 ทำเล ทำเล ทำเล

ผ่านไป 2 ตอน เพื่อนๆ คงเห็นเหมือนกันแล้วว่า ไอ้แค่ร้านหนังสือแค่เนี่ยะ ทำไม๊ ทำไม มันต้องใช้ความพยายามมากมายอะไรนักหนา จำได้ไหม เราเคยให้นิยาม คำว่า คนเปิดร้านหนังสือว่า ใครก็ตามที่ชอบอ่านหนังสือ หนังสือ คือเพื่อนแท้ อ่านได้ทั้งวันทั้งคืน เพราะฉะนั้น อะไรมันจะเหมาะไปกว่าการเปิดร้านหนังสือเล่า เปิดซะ จะได้อ่านหนังสือใหม่ๆ ฟรี อ่านได้ทุกวันด้วย เพราะเราเป็นเจ้าของ ไหนจะได้เงินอีก ได้ทั้งเงิน ทั้งสบายใจ อะไรจะดีไปกว่านี้ เพราะฉะนั้น จำไว้ อย่าให้ความตั้งใจหลุดลอย ลงมือเดี๋ยวนี้ เราต้องทำร้านหนังสือ

บทนี้ มาว่ากันด้วยเรื่องเดียว และเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการทำร้านหนังสือ ใช่แล้วจ้า ทำเลลลลลล (กรุณาตะโกนก้องในใจด้วย) ทำเล นี่หมายถึงทุกสิ่งและทุกอย่างที่เป็นร้านหนังสือเลย สรุปความสำคัญของทำเลกันหน่อย
1. อยู่รอดหรือเจ๊ง คำเดียวที่ว่าคือ ทำเล
2. รูปแบบร้านจะเอนเอียงไปทางไหน อยู่ที่ ทำเล อันนี้หมายถึง จะเน้นหนัก ด้านไหน การ์ตูน นิตยสาร พ็อตเก็ตบุ๊ค อันไหนมากน้อย ก็อยู่ทำเลนี่แหละ
3. จะขายอะไรเพิ่มเสริมแรงได้เปล่า ก็อยู่ที่ ทำเล
4. ค่าเช่า (หนังสือ) ถูก หรือแพง ก็อยู่ทำเล

ถ้านับได้ 4 ข้อแล้ว จะเห็นเหมือนกันว่า ทำเล เป็นปัจจัยในการทำร้านหนังสือที่สำคัญที่สุด (รองจากเงินทุน - - เพราะถ้ามีเงิน ไม่มีทำเล ก็จบกันไป ไม่ต้องทำกัน พอดี จริงไหมหละ ทำเลที่ดี มันอยู่ตรงไหนดีหละ แล้วถ้ามีคนอื่นทำแล้ว เราอยากทำ ทำได้ไหมอ่ะ แล้วมันมีอะไรมาวัดว่าทำเล อันไหนดี อันไหน ไม่ดี หละ เอางี้ ดีไหม เราเคยไปสำรวจ มานานร่วมเดือน พอสรุปได้บ้าง เอาเป็นข้อๆ นะ เพื่อเห็นภาพชัดๆ
• ทำเลดี คือใกล้แหล่งชุมชน อ้าว พูดง่ายๆ เอาให้มันเป็นรูปธรรมหน่อยได้ป่ะ ได้คร้าบ
• ใกล้ตลาด ใกล้โรงเรียน เอาแค่ สองใกล้ นี่ก่อนก้อได้นะ แต่ถ้าคิดว่าไม่ใกล้อะไรเลย เปิดได้ไหม บอกได้เลยว่าได้ แต่ตรงนั้น ต้องเป็นอะไรที่เข้าถึงง่ายและไปมาสะดวก อันนี้ หมายความรวมถึง จอดรถได้ด้วยนะ ไม่ใช่ ไปตั้งซะในหมู่บ้าน แล้วแมวที่ไหนจะไปเช่า ถ้าไม่ใช่คนในหมู่บ้าน อันนี้ ถ้าหมู่บ้านใหญ่จริงเอาเลยครับ
• ใกล้พวกอะไรก็ได้ที่คนมาบ่อย เช่น 7 eleven แบบนี้ก้อได้ แต่จำไว้ ไม่จำเป็นต้องเลิศเลอมาก เพราะหนังสือนะ ไม่ใช่ร้านทองจะได้เอาทำเลดีเยี่ยม อันนี้แปรผันตรงกับกำไรและขาดทุนของร้านด้วย ถ้าอยู่ดีมาก รายได้ดีแค่ไหน แต่ค่าเช่าเอาไปกินหมดก็ไม่รู้จะทำไปทำไม ตัวอย่าง มีร้านหนึ่งอยู่ในตลาดแถวบ้าน ไม่ได้อยู่หน้าตลาด ออกจะไปทางหลังตลาดที่ไม่มีใครเดินด้วยซ้ำ แต่กลับขายได้ดี เพราะว่า คนที่มาก็มาตลาดก็แวะมานิดนึง ค่าเช่าเหรอก็ถูกยังกับได้เปล่า ไม่เกิน ห้าพัน เพราะฉะนั้น ถ้าได้แบบนี้จะดีมาก ช่วยชีวิตกันได้เลย แต่ไม่ว่ายังไง จำไว้ให้ขึ้นใจ ถ้าได้บ้านตัวเองจะดีที่สุด จำไว้อีกข้อด้วย ว่าบ้านตัวเองก็ต้องได้ที่มันดีๆ อย่าเข้าข้างตัวเอง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นกับหลายๆปัจจัยนะ แต่เผอิญๆ ปัจจัยเรื่องทำเล เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็แค่นั้นเอง
• ใกล้อะไร ให้เน้นสินค้าให้เหมาะกับสถานที่ด้วย เช่น ใกล้โรงเรียนก็เน้นการ์ตูน จริงๆ แล้วร้านเรามีการ์ตูนแยะอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นใกล้ตลาดเนี่ย จำไว้เลยว่า นิตยสารและ pocket book เป็นอะไรที่จำเป็นมากๆ อย่าละเลย เดี๋ยวเป้าไม่ถึง และจะทำให้ท้อแท้นะ คติประจำใจ คือ คนเป็นตัวตั้ง สินค้าให้ตอบโจทย์คน อะไรที่เค้าต้องการเราตอบตรงนั้น อย่าลืมนะ เพราะว่าคนที่เปิดร้านหนังสือ จะมากจะน้อย ก็ต้องหวังให้มันอยู่ได้ใช่ม้า แต่ถ้ารวยเป็นพี่พานทองแท้ นะก้อ เอาไงก็ได้ จะทำเล่น เซ็งแล้วปิดก็แล้วแต่บุญพาวาสนาส่งนะ เรื่องแบบนี้ไม่ว่ากัน (ฮ่าๆ จริงแล้ว แอบอิจฉาพี่แก นิดหน่อย อะไรว้า รวยไม่แบ่งปันเลย – ตายแล้วไปเกิดใหม่ ดีกว่า เศร้าจัง จนตลอด)
• ตระเวน ถ้าจะให้ดี เลือกไว้หลายที่ ถ้ามีเวลา ไม่ใช่สิ ต้องมีเวลา ให้ไปนั่งเฝ้า นั่งนับรถ นั่งดูคน เอาสักวันนะ คือทั้งวัน เพื่อประเมิน อย่าเห็นเป็นเรื่องไร้สาระนะ บางทีของแบบนี้ ถ้าทำได้นะ รับรองว่าทั้งฝึกความอดทนและประเมินตลาดได้อย่างแม่นยำเลย เลือกไว้ สองสามที่ และหาเวลาไปนั่งเฝ้า เอาทั้งวันธรรมดาและวันหยุด เอาให้รู้ไปเลย ว่าจะทำแล้วจะไปรอดหรือเปล่า ดีกว่า เอาว่ะ เลือกเพราะไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว ถ้าใ:-) ทำไปโลด อันนี้ไม่ว่ากัน (ตามสไตล์ พี่พานเค้าหน่ะ)

ไม่เอาหละ ตอนนี้ โม้ไปมากมาย สรุปดีกว่า ทำเล คือ
1. ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง จริงๆ ต้องบอกว่าค่อน ให้ใกล้ลูกค้าไว้หน่อยนะ
2. ทำเลที่ดีสำหรับร้านหนังสือ อันนี้หมายรวมถึง ต้องไม่แพงด้วยนะ จำไว้ เกิน 10000 บาท ต่อเดือน ก็บอกลาไปเลย ไม่มีวันคุ้ม อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัว ไม่เชื่อไม่ว่าจ้า

ตอนที่ 4 หนังสือซื้อที่ไหน หรือว่าจ้างให้ร้านที่รับทำ จัดหนังสือให้ดีกว่า (ร้านที่จัดหาและตกแต่งร้านให้ เกือบดีทุกราย) อ้อ เงินทุนด้วยนะ

เมื่อเราได้สถานที่ เพื่อเปิดร้านในฝัน (ฝันดี หรือ ฝันร้าย ก็แล้วแต่ชะตากรรม) สิ่งถัดไป ที่เราต้องคำนึง และฝันถึง คือ เราจะทำยังให้หนังสือเข้าร้านดี เอาแต่หนังสือดีๆ ที่มีคนเช่านะ ไม่ดีไม่เอา เพราะงั้นการหาแหล่งหนังสือ (ถูก) ก็เป็นสิ่งจำเป็นของเราเหมือนกัน ตามหัวข้อนี้ เราก็จำแนกหรือแยกประเภทการหาหนังสือได้ 2 แบบ จริงไหมหละ
1. หาเอง ลำบากกาย แต่ได้ใจ (หมายถึงภูมิใจ เวลาได้ของดี ราคาถูก และเจ็บใจ ถ้ามันกลับกัน ฮ่าๆ จริงไหม)
2. ให้คนอื่น ช่วยหา อันนี้ สำคัญ ร้านไหนดี มีกลาดเกลื่อน ถ้าคิดไม่ออก บอก google แล้วหาไปเลย ร้านหนังสือการ์ตูนเช่า รับรองมีเพียบ (เราก็เป็นพวกหนึ่งในนั้น) เอาอย่างนี้ เรามาว่ากันทีละข้อ เป็นประโยชน์กับชีวิต ข้อดี ข้อเสียของแต่ละอย่าง แยกตามประเภท จริงๆ อยากทำเป็น powerpoint เลย จะได้ไม่ต้องอธิบายมาก แต่เอาง่ายไปก่อนแล้วกัน นะ
วิธีที่ 1 หาเอง
หาเอง ได้จากทุกแหล่งที่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นจตุจักร หรือ พวกร้านหนังสือลด 50% คนเราถ้าจะทำอะไรให้ได้ดีสักอย่าง สิ่งสำคัญคือเราต้องมีความรู้ หรือความสนใจในสิ่งๆ นั้น จริงไหม ถ้าเราจะเปิดร้านหนังสือการ์ตูน เราก็ต้องมีความรู้และสนใจในหนังสือการ์ตูนด้วย ตอนนี้โลกเราไปถึงไหนแล้ว มีหนังสือการ์ตูนร้อยแปดพันเก้าร้อยกว่าเรื่อง อันไหนดี อันไหนฮิต อันไหนขายได้ อันไหนขายไม่ได้ จะรู้ได้ไง ถ้าอยู่ในแวดวงนี้ ขอเสนอให้ซื้อเองเลย ได้ของที่ตรงกับใจ ได้เรื่องที่ฮิตแน่นอน ไม่โดนหลอกขายของที่ไม่ดี (อันนี้โดนมาไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร บอกแล้ว ว่าไม่ชอบอ่านการ์ตูน แต่ดันผ่ามาทำร้านหนังสือการ์ตูนเช่า) เลือกเลยจ้า อะไรก็ได้ ร้านไหนก็ได้ ขอให้มีครบทุกเล่ม ทุกเรื่องที่อยากได้ก็พอแล้ว ไม่แนะนำพวกที่ไม่ชอบอ่านการ์ตูนแบบเรานะ ไม่แนะนำ ต้องยอมโดนเค้าหลอกหน่อย ฮ่าๆ แต่ถ้ามีเพื่อนฝูง คนรู้ใจ หรือใครที่มีความรู้ เอาเลย ทำเอง เหนื่อย แต่รับรองคุ้ม เราก็จะได้แต่ของดี ราคาถูก เป็นที่นิยมของตลาด แน่นอน เพราะงั้น ถ้ามีความรู้ เอาเลย
ข้อดี : ได้ของดี ราคาถูกใจ สินค้าฮิต ติดระดับ ขายได้
ข้อเสีย : เหนื่อย ยิ่งถ้าไม่รู้จริง เท่ากับทุนจม เพราะว่า ได้ของมา แต่ขายไม่ออก
วิธีที่ 2 ให้ร้านจัดการให้
อันนี้สำหรับพวกที่ไม่มีความรู้เรื่องการ์ตูนเลย แต่อยากเปิดร้าน หรือความรู้อ่ะมี แต่รู้น้อย อย่างเรา ชอบอ่านโดเรมอน ในชีวิต อ่านเรื่องเดียว อันนี้แนะนำอย่างแรกให้หาแรงเสริมด่วน ให้จ้างพวกนี้แหละ พวกนี้ไม่คิดเงิน แต่สันดานไม่ดี (อันนี้ไม่ว่าใครนะ เผอิญเจอพวกดีไม่จริง) ชอบขายของเหลือ ในสต๊อก ลูกค้าถามอะไรไม่เคยมี ไอ้ที่มีไม่มีใครอ่าน แหม มันเอาอะไรมาให้ตูว่ะเนี่ย ทำไงได้ จ่ายเงินมันไปแล้ว ก็ดีเหมือนกัน จะได้รู้ว่า โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี พวกร้านพวกนี้ก่อนจ่ายเงิน เราคือเทพเจ้า ตี่จุ้ยเฮี้ย ขออะไรให้หมด จะเอาเรื่องไหน พี่แกต้องตะเกียกตะกายหาใคร เอาใจสุด ยังกับเราเป็นแฟนมัน แต่พอจ่ายเงินไปแล้ว เหมือนเข้าเทศกาลเช้งเม้ง นานๆ จะเจอมันสักที บางทีต้องรอจนเมื่อย กว่าจะเจอมัน (เราเจอพวก ครึ่งดีครึ่งร้าย ก็โชคดีไป ไม่เจอแบบ เลวร้ายสุดๆ) เพราะงั้น จะเลือกร้านไหน ไปดูมันหลายๆ ร้าน ถ้าจะให้ดี เอาพวกรายชื่อหนังสือที่ร้านพวกนี้ ให้เรามา ไปตรวจสอบกับเพื่อนที่บ้าการ์ตูนก่อน ว่ามันเป็นไง พอได้ไหม ถ้าได้ก็เอา หรือจะให้เพื่อน บอกรายชื่อหนังสือก็ได้ ถ้าเพื่อนบอกมาแล้ว เราค่อยไปบอกมัน เดี๋ยวมันจัดให้ พวกนี้คิดราคาเท่ากันทุกร้านคือ 50% ขายคืนมันได้ 30% แต่ก็ถือว่าเราได้ทุนมาส่วนหนึ่ง อย่างน้อยธุรกิจพวกนี้ก้ไม่ได้ขาดทุนจนหมดตูด หล่ะว้า จริงไหมหล่ะ
ข้อดี : ได้ของครบ จัดส่งถึงที่ ไม่มีเหนื่อย จ่ายเงินอย่างเดียว แต่มีเสียวนิดๆ เหมือนกัน
ข้อเสีย : ได้ของไม่ดี ไม่ครบ อันไหน ฮิต อย่าหวังจะได้ ต้องไปซื้อเพิ่มเติมทีหลัง รับประกันเอาใจเฉพาะช่วงโปรโมชั่น (ตอนยังไม่จ่ายเงิน)

ยังไงก็ ให้คิดถึงเงินทุนเป็นหลักนะ จริงๆ แล้วทั้งสองแบบแทบจะไม่ต่างกันในรายละเอียด หรือเงินลงทุนเท่าไรนัก เพราะไม่ว่าจะซื้อเองหรือให้พวกร้านจัดให้ ราคาก็คือ 50% เหมือนกัน ดังนั้น เราอาจจะประหยัดงบได้มาก ถ้าเราได้แต่ของดีของฮิต และทุนไม่จม ถ้าเราซื้อเองได้ ของเราซื้อหนังสือ ครั้งแรก เฉพาะการ์ตูน 8000 เล่ม นิยาย มากกว่า 500 เล่ม แค่นี้ก็หมดเงินไปกว่า 200000 บาท แล้ว ไหนจะต้องซื้อเพิ่ม ซื้อไอ้ที่ขาด ซื้อไอ้ที่ฮิต ซื้อจะจนอ่อนใจ ไอ้ที่ไม่เคยไปก็ไป ไอ้ที่ไม่เคยเจอก็ต้องเจอ โอ๊ย สารพัด สารเพ ค่อยๆ เล่าไปทีละตอนแล้วกันนะ แล้วเมื่อถึงบทสรุป จะรู้ว่า กี่บาทกันแน่ ไอ้ร้านหนังสือการ์ตูนเช่า เนี่ย และผลตอบแทนคุ้มค่าเหนื่อยเปล่า อันนี้ไม่แน่ แล้วแต่ฟ้าลิขิต (ไปโน่น แบบว่าหวังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือ)

อ้อ อีกอย่าง อย่าลืม พวก accessories นะ พวกที่เย็บหนังสือ พลาสติกห่อหนังสือ scottape เคาน์เตอร์ computer พวกนี้เดี๋ยวจะมาแจกแจงกันอีกที่ ในเรื่องของงบดุล

ตอนที่ 5 ระบบ

ระบบ ไหนดี ไม่เอายาก แต่ขอเข้าใจง่าย และขั้นตอนการจัดวางหนังสือ
ระบบไหนดีหละ เอ๊ะ ร้านหนังสือต้องมีระบบด้วยเหรอ เราจดเอา แบบห้องสมุด แถวบ้านได้ป่ะ หรือห้องสมุด โรงเรียนก็ได้ อันนี้เป็นความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงนะ ห้องสมุดแถวบ้าน หรือห้องสมุดโรงเรียนยังมีระบบ barcode เลย แล้วนับประสาอะไรกับร้านหนังสือที่ให้เช่าหนังสือเป็นกิจจะลักษณะจะขาดไปได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ชีวิต จะมีเวลาอ่านหนังสือที่ชอบ เวลาว่างจากลูกค้าหรือไม่นั้น ระบบการจัดการเช่า หนังสือสำคัญมากที่สุด มันช่วยเราได้แยะเลย ทั้งคำนวณเงิน ค่าเช่า ค่าปรับ รายงานรายรับ รายจ่าย ฐานข้อมูลหนังสือ รวมถึงแสดงเตือนอะไรต่อมิอะไร ให้ระบบมันทำให้หมดแหละ อ้าว แล้วที่เหลือ เอาเวลาไปทำอะไร บอกแล้วไง ก็เราอยากอ่านหนังสือ เพราะฉะนั้น อะไรก็ตามที่ทำให้เรามีเวลามากขึ้น เราก็ต้องใช้ใช่ป่ะหละ ระบบการจัดการร้านหนังสือเช่า หลักๆ จะมีคุณลักษณะ ดังนี้ คือ
1. ใช้ระบบ barcode แบบว่าใช้ barcode ของหนังสือนั่นแหละ เป็น barcode ต้นแบบ หรือว่าเราจะกำหนด barcode เองก้ได้
• Barcord ของหนังสือ ทำให้เราสามารถที่จะ key และไม่ต้องติด barcode ใหม่ให้หนังสือ เวลาทำการบันทึกก็ง่ายเค้า ไม่ต้องใช้อะไรมาก แค่ระบุชื่อหนังสือ วันเวลา ประเภท รวมถึงค่าเช่า และค่าปรับ ก็สามารถเอาไปวางไว้บนชั้นได้เลย อันนี้ง่ายและสะดวกดี
• Barcode แบบทำเอง ของเราใช้ barcode แบบทำเอง เพราะว่า เราต้องการเช็คจำนวนหนังสือ และจัดหนังสือเป็นหมวดหมู่อะ ของเราเริ่มตั้งแต่ 000001 ไปเรื่อย อันนี้ให้ร้านที่พันธุ์ทิพย์ พิมพ์ barcode แบบสติกเตอร์ อันละ 50 สตางค์ หรือว่า ถ้าจะเป็นพวกซื้อมาทำเองก็ได้ เดี๋ยวนี้เครื่องหละไม่กี่บาท ตอนนี้ทางร้านเราก็เลย รู้จำนวนหนังสือที่แน่นอนว่ามีทั้งหมดกี่เล่ม แล้วแบ่งเป็นอะไรบ้าง เพราะกำหนดเองตั้งแต่แรก
2. ตัวระบบออกแบบมาให้ใช้งานคล้ายๆ ของร้านขายของชำ ทั่วไปนะ แบบว่า จะขึ้นมาเลยว่าคิดเงินเท่าไร เวลายืมหรือคืน คิดให้เสร็จ ตัวระบบจะออกรายงานสรุปเงินได้ ต่างๆ ไว้ให้ด้วย เพื่อสะดวกในการทำงานนะ
3. ตัวระบบ จะเป็นระบบ ที่ต้อง คีย์ หรือยิง barcode สำหรับสมาชิกก่อน อันนี้ก็คล้ายกับการทำ barcode นะเพียงแต่ว่าร้านเราทำบัตรสมาชิก เป็นกระดาษแล้วเรา barcode สมาชิกไปติด แล้วทำการเคลือบอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อนะว่า ทำแบบนี้ ราคาถูกว่า plastic ที่ร้านวีดีโอ อะไรพวกนี้แยะเลย ของเราตกแค่ ไม่ถึง 3 บาท รวมทุกอย่าง แต่ของร้านแบบนั้น ต้องใช้ค่าบัตรมากกว่า 5 บาทนะ ของเราถูกกว่า ฮ่าๆ ดีใจจริง
4. ตัวระบบออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย คนที่ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์อย่างเราๆ ท่านๆ รับรองว่าใช้งานได้ ง่ายเหมือนคอมที่ seven แหละ รับรองทุกคนเห็นแล้วใช้ได้เลยทันที ไม่มีอะไรยากหรอก
5. ตัวระบบ ต้องทำการกรอกข้อมูลเข้าไปก่อน ซึ่งเป็นงานที่เหนื่อยที่สุดพอๆ กับการหาหนังสือหรือจัดหนังสือไปวางที่ชั้นเลยนะ เพราะทุกเรื่องเราต้องเป็นคนคีย์ เข้าไปในระบบ อันนี้รวมถึงเล่มใหม่ทุกเล่มที่เข้ามาใหม่ด้วยนะ
ข้อควรจำไว้ : เวลาจัดชั้นวางหนังสือให้ทำเป็น index ไว้ด้วย จะเรียกว่าอะไรหละ เอาเป็นยกตัวอย่างแล้วกัน สมมุติว่าเรามีชั้นวางหนังสืออยุ่อันหนึ่ง มี 5 ชั้นย่อย แต่ละ ชั้นย่อยให้ระบุ index ไป เช่น AA1, AA2 เป็นต้น เวลาคีย์ชื่อหนังสือเข้าไปก็ให้ระบุไปด้วย นะ ตัวอย่างหนังสือชื่อ โดราเอมอน เล่ม 8 AA1 เป็นต้น เวลาเราไปเก็บคือเวลาคนถามจะได้บอกเค้าถูกว่าหนังสือมันอยู่ตรงไหน แต่ถ้าใครมีระบบที่ดีกว่านี้ก็ว่ากัน

อย่างไรก็ดี จริงๆ แล้ว ระบบการบริหารงานร้านหนังสือเช่านั้น ในท้องตลาดตอนนี้มี แบ่งออกเป็น 2 แบบ แล้วก็มีอะไรๆ ที่ต่างกันบ้างนิดหน่อย ขอเล่าให้ฟังง่ายๆ แล้วกันนะ
1. ระบบ แบบ ฟรี ฟรี หาได้จากใน internet ไม่รับประกัน อันนี้เป็นของนักเขียนโปรแกรม กรุณามาให้เรา เราก็เอาที่เค้าให้ฟรี นั่นแหละมาใช้ อันนี้ก็แล้วแต่นะ สิ่งที่ได้แน่ๆ คือระบบมันจะฟรี ไม่เสียเงิน โหลดมาก็มาทำความเข้าใจสักเล็กน้อยแล้วค่อยเอาไปใช้จริงๆ
2. ระบบที่ซื้อผ่านพวกร้านจัดหาหนังสือ อันนี้เราใช้ ข้อดีคือ พวกนี้มีพวกติดตั้ง สอนใช้ ระบบใช้งานง่ายจริงๆ มีปัญหาก็ถามเค้าได้ รับประกัน ระบบผ่านการทดสอบมาพอควรแล้ว เลยใช้ได้ค่อยข้างดี ไม่มีปัญหา แต่ข้อเสียคือเสียเงินให้พวกนี้ไป แล้วแต่ราคาที่ต่อรองได้ ใช้งานได้เครื่องเดียวด้วย มันงกจริงๆ แต่ถือว่าช่วยกัน มีคู่มือให้ด้วยนะ ใช้งานได้ง่ายๆ จริงๆ มีระบบ back up ข้อมูลด้วยนะ ถือว่าช่วยป้องกัน โปรแกรมล่มได้ดี

ตอนที่ 6 หนังสือใหม่ (นิตยสาร) ซื้อที่ไหน ทำไงดี

มาเรามาว่ากันต่อ เรื่อง กว่าจะเป็นร้านหนังสือเช่า ตอนที่ 6 เรื่อง หนังสือใหม่ ซื้อที่ไหน ทำไงดี ง่ายๆ ก่อน หนังสือใหม่ที่เราว่ากันนี้ หมายถึงหนังสือใหม่จริงๆ ที่เราต้องซื้อเข้าร้านทุกอาทิตย์ และก็หนังสือใหม่ของเราแต่เก่าที่อื่น ที่เราต้องไปตะเวนหาซื้อ จะด้วยเหตุผล ชอบส่วนตัว หรือลูกค้าถามหา อะไรก็ตาม พวกนี้ เราต้องทำให้สายตา กว้างไกลนิดหนึ่ง อะไรประหยัดได้ แม้แต่เล็กน้อยก็ขอให้อย่ามองข้ามนะ อย่าลืมว่า มีหนึ่งบาทควรบรรจบให้ครบสิบ (ก็แหม สลึงมันน้อยนี่หน่า ขอเริ่มตั้งแต่ 1 บาทนะ – เข้าใจง่ายดี ) เข้าเรื่องเลยนะ แต่ก่อนแต่ไร เคยซื้อแต่หนังสือราคาเต็ม หรือไม่ก็ลด 5% ก้อดีใจตายแล้ว เหล่าเอี๊ยปอห่อ (พระเจ้าคุ้มครองแล้ว) สำหรับร้านหนังสือที่เราจะว่ากันนี่ ต้องลดแบบว่า 15% ขึ้นไป เป็น คำตอบสุดท้ายและท้ายสุด (ถูกต้องแล้วคร้าบบบบบ เสียงเสี่ยปัญญาตามมา ตอนนี้เปลี่ยนพิธีกรแล้ว) หนังสืออะไรก็ตามที่เราซื้อเข้าร้านหนังสือของเรา ต้องได้ลดอย่างน้อย 15% ขึ้นไปนะ ต้องจำเอาไว้ (15 ขึ้น 15 ขึ้น 15 ขึ้น ท่องให้เหมือนสวดมนต์เลย สวดเข้าไป) ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนหรืออะไรก็ตาม จริงๆ แล้วการ์ตูนใหม่ อ่ะ บางทีลดได้ถึง 20 ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นนิตยสาร ส่วนมากจะ 15 ก็เอาไว้ก่อน เอ้า แล้วเราจะไปหาที่ไหนหละ ไอ้ร้านพวกนี้ ฮ่าๆ ไม่ยากไม่ยาก (ไม่ต้องตระเวนข่าวดึก หรือต้องลักลอบซื้อ หาได้ทั่วไป พอๆกับซีดีผีจ้า) แถวจรัญก็มี รัชโยธินก็พบ หรือสะพานควาย เยอะแยะ หรือจะเป็นจัตุจักร ก็มีร้านแบบนี้ให้เลือกนะ จะซื้ออะไร ซื้อเท่าไรหละ อันนี้ ก็กลับไปที่งบลงทุนนะ งบมากซื้อมาก (แต่ถ้าเจ๊ง ก็เจ็บ แต่น้อยไปไม่ได้นะ น้อยไปจะโหวงนะ เอาเป็นว่าเพื่อความประทับใจ การ์ตูนต้องอย่างน้อย ตอนเริ่มสัก 5000 แล้วกัน อย่างอื่น สัก 2 – 3 ร้อย (อันนี้พวกนิยาย + พ็อกเก็ตบุ๊ค) แล้วกัน ขึ้นอยู่กับเงินที่ฟ้าประทาน (เงินของตู ฮือๆๆ หรือของท่านพ่อ ท่านแม่ตู)

เอาละ เพื่อเข้าใจง่ายขึ้น เราสรุปจากประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกซื้อหนังสือให้ เป็นข้อๆ ดังนี้นะ (โทษด้วย ชอบแบ่งเป็นข้อๆ ก็แหม จบวิทยาศาสตร์นี่หน่า ต้องทำอะไรเป็นขั้นๆ หน่อยสิ เริ่มตั้งแต่ ตั้งสมมติฐาน ทำการทดลอง สรุปผล จบด้วยทฤษฎี อะไรประมาณนี้ เพ้อเจ้อนะเราเนี่ย แต่จริงๆแล้วก้อ จำไม่ได้ เหมือนกัน อิอิ ) เข้าเรื่อง
1. หนังสือใหม่ ลด 15 % เป็นอย่างน้อย น้อยกว่านี้ อย่าซื้อ (เดี๋ยวหาว่าเราใจไม่ถึง ไม่ซื้อนะ ถ้าน้อยกว่านี้) ไม่ว่าจะใหม่ แค่ไหน ลด 15 ขึ้นไปเท่านั้น ที่ช่วยเราได้ ร้านค้าตามที่เคยบอกนั่นแหละ หาได้โดยทั่วไป แล้วแต่สะดวก ถ้าไม่สะดวก เดินหรือขับรถไป โทรไป เค้าก็ส่ง แต่จะทำให้เรา เสียค่าส่ง ซึ่งเป็นเงินที่พึงได้นะ แต่ถ้าคุ้ม ก็เลือกเอาได้เลย ส่งก็ช่วยได้ ไปเอาเองก้อดี
2. ร้านค้าบางร้าน ให้เราส่งรายชื่อหนังสือให้ก่อนเพื่อเค้าจะได้เตรียมให้ ก็ใช้ซะให้คุ้ม จะฝากเพื่อน พี่หรือญาติที่บ้านไปพิมพ์ และส่ง fax ที่ทำงานได้ ก็จะถือว่าประหยัดนะ (บอกแล้ว 1 บาทก็ต้องเอา) ใช้ญาติให้คุ้ม
3. ร้านค้าบางร้าน กวนมากๆ ให้ถือซะว่า ชาติก่อน เคยไปทำกรรมเอาไว้ อโหสิ ให้เค้าไป (แต่พยาบาทไว้ในใจ ทีใครทีมัน ฮึ่ม อยากให้ได้แต่งงานกับพวกโรงพิมพ์หรือเจ้าของลิขสิทธิ์นะ จะเล่นตัวซะ) แต่ถ้ามันถูกจริง ก็ทนทำใจ แล้วซื้อร้านนั้นต่อไป
4. สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ หาได้ช่วยชีวิต ร้านของพวกเราไม่ เพราะว่าเต็มที่ก็ลด 20 % แต่ถ้าไปจตุจักร แล้วซื้อแยะ บางทีจะได้ลดถึง 25-30 นะจ๊ะ (งานสัปดาห์มันงานถูกกฎหมาย แต่จัตุจักรสิ แน่นอนกว่า ฮ่าๆ ถูกกว่าเห็นๆ)
5. หนังสือใหม่ หรือเก่า ยิ่งซื้อเยอะ ต้องลดเยอะขึ้นนะ ต้องจำฝังใจเลย บางร้านเขี้ยวมากๆนะ ทำมาเป็นไม่ยอมลด พอเราจะได้เดินออกจากร้าน แหม แทบจะมาอุ้มกลับไป (อันนี้โดยเฉพาะ แถวจตุจักรเป็นกันมาก สงสัยเป็นหลักสูตรการขาย ที่ต้องเรียนก่อนเข้าไปขาย มหาลัยไหนสอน มันน่านัก อิอิ แอบแซว อย่าถือ)
6. หนังสือดี ติดอันดับ ไม่ใช่ว่าจะมีคนเช่าเสมอไป เข้าทำนอง พระท่านว่าไว้ในกาลามสูตร อย่าเชื่อเพราะคนอื่นเค้าเชื่อกัน (คิดแล้วก็ขำ เหมือนหนังออสการ์เลย ดูกี่เรื่องก็ไม่เข้าใจ – ว่ามันได้รางวัลได้ไงฟ่ะ) เช่นอันดับหนึ่ง พิมพ์หลายสิบครั้ง ต้องนี่เลย เข็มทิศชีวิต ขอโทษ ตั้งแต่เอาเข้าร้าน ไม่มีแมวซะคน อ่าน เศร้าจัง ท่องไว้ให้ขึ้นใจ หนังสือ ดีคือหนังสือที่มีคนเช่า ไม่ใช่อยู่ที่อารมณ์คนซื้อ หรือจำนวนที่พิมพ์ นั่นก็หมายความว่า มันอยู่ที่ลูกค้าเป็นหลัก อันนี้ไม่ตายตัว ทำไปก่อน ลองผิดลองถูกสักพัก จะรู้ว่าลูกค้าต้องการแบบไหน
7. หนังสือพวกแฉต่างๆ จะขายดีมากๆ ขอบอก โดยเฉพาะถ้าเกี่ยวกับเซ็กส์ จะขายดิบขายดี (อันนี้แสดงว่า ประเทศเรายังเห็นว่าเรื่องแบบนี้ ถ้าพูดจะไม่ดี ไม่ควรเปิดเผย แต่ถ้าเป็นหนังสือ เอาเลย เต็มที่ – ขอบคุณประเทศไทยไชโยของเราจริงๆ) เช่น คืนที่นอนกับดารา ชีวิตโคโยตี้ หรือ หนูเป็นเด็กป๋า อ่านกันทุกคนไม่ว่าเด็กหรือแก่ ผู้ชายผู้หญิง (ทั้งๆ ที่แหม แถบจะไม่มีบทพิศวาส หรือสาระ อะไรเท่าไร เว้นบรรทัด พิมพ์ตัวใหญ่ เพื่อขายเพิ่มราคา ก็ยังทำกันนะ การตลาดจริงๆ พวกโรงพิมพ์เนี่ย) อ่านกันเข้าไป ยังไงซะก็ดีกว่าไปทำอย่างอื่น อย่างน้อยก็รู้มากขึ้นใช่ป่ะ เพราะงั้น หน้าที่ของเรา คือซื้อมันทุกเล่ม (เราส่งเสริมให้คนรักการอ่านนี่หน่า) ทำกำไร เป็นกอบเป็นกำ เช่ากันอย่างครึกโครม ขอรับรองด้วยเกียรติ กำไรจริงๆนะ เช่าไปเช่ามาหลายครั้ง จนเยินก็มีคนเช่าต่อไป (เซ็กส์ คือชีวิต)
8. การ์ตูน classic พวก โดราเอมอน dragon ball ต้องมีให้ครบทุก เวอร์ชั่น บ้าบอคอแตก ยังไงก็มีคนเช่า เช่ากันเป็นเรื่องเป็นราว เหมือนกับเป็นการ์ตูนที่ทุกคนควรอ่าน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นหนังสือสอน กอ ขอ คอ งอ (กระทรวงศึกษา บรรจุหลักสูตรด่วนเลย จริงๆนะ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน เด็กมากๆ หรือคนที่เริ่มจะอ่านการ์ตูน ต้องเริ่มต้นที่พวกนี้ก่อน พวกอ่านนานๆ แล้ว ยังกลับมาอ่านใหม่เลย
9. หนังสือที่เราชอบ คนอื่นอาจจะไม่ชอบหรือไม่แม้แต่จะเหลียวมองด้วยซ้ำ (ทำใจซะ อย่าคิดมาก) ถ้าชอบใจก็ซื้อนะ บางเล่ม ชอบมากมาย แต่ไม่มีคนเช่า อาทิ ผลงานของอีแร้ง มีทุกเล่ม ทุกเรื่อง บ้ามากๆ สนุกดี แต่พอแนะนำไป ไม่มีใครอ่าน ไม่มีคนสนใจ หรือหนุ่มเมืองจันทร์ มีครบทุกเล่ม ลายเซ็นยังเคยไปต่อคิวขอ แต่แหม จะบอกว่าไงดีหละ พี่หนุ่ม กับพี่แร้งไม่ช่วยดลใจคนเช่าเลย (ก็เค้ายังไม่ตายนี่หน่า อิอิ หยอกเล่น)
10. นิตยสารดารา โดยเฉพาะพวก gossip, oho, FHM ขายดี ต้องซื้อ แม้เราจะอ่านแล้ว ไม่มีสาระเลย มีแต่รูปซ็กซี่ และบทความบ้าเซ็กส์ อาทิ วิธีไหนทำให้ชายหนุ่มยอมจำนน หรือ 20 จุดเร้นลับ สร้างอารมณ์ อะไรพวกนี้ อันนี้ขอบ่น (แต่อ่านนะ สนุกดี) ขายได้รับรอง ทุกคนต้องอ่าน เพราะฉะนั้น ก็ต้องซื้อนะ เด็กชอบ ผู้ใหญ่ก็ชอบ นิตยสารทั้งหลายแหล่ ซื้อได้ แต่ถ้าแพงมาก ก็อย่าซื้อ ต้องท่องไว้ในใจ หนังสือขายคืนได้ 30% แต่นิตยสารเล่มละ 5 บาท ยังขายยาก อีกอย่างคือ นิตยสารออกตลอดเวลา ไม่มีวันจบ รายสัปดาห์มั่ง สองสัปดาห์มั่ง เดือนมั่ง เพราะงั้นมันเป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน ไม่จ่ายก้อไม่ได้ ต้องซื้อเท่าที่จำเป็นแต่ไม่น้อย และไม่มากจนเกินไปนะ
11. Internet เป็นอีกหนึ่งหนทางของเรานะ ถ้าเราทำได้ ก็ให้เลือกไปซื้อหนังสือทางเน็ตบ้าง นัดส่งกันที่ไหนก็ได้ บางเล่ม ก้อถูกกว่าข้างนอกนะ หรืออาจจะ 60-70% ทั้งๆที่เป็นหนังสือใหม่ด้วย แต่อาจจะช้าไปสัก เดือน 2 เดือน ก็ไม่เป็นไรใช่ป่ะ เอาไปลองกันดูนะจ๊ะ
ถ้าครบ 11 ข้อแล้ว ก็จะมีแนวทางในการซื้อหนังสือมากขึ้นนะ แต่ของอย่างนี้ ไม่มีข้อห้ามหรือกฎตายตัว ต้องลองผิดลองถูกอย่างเดียว สักพักหนึ่งจะดีขึ้น อย่าเครียดนะ ถือว่าตอนแรกซื้อ เพื่อลองตลาดแล้วกัน เราแรกๆ ซื้อหลายสิบเล่มสำหรับนิตยสาร อย่างน้อย 20 เล่มขึ้น แต่พอนานๆ ไป อยู่สักประมาณ 10-15 เล่มก็พอแล้ว เอาที่เค้าอ่านกันจริง ต้องเอาให้ชัวร์ว่า เราไม่เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์นะ สู้ต่อไป อย่างที่บอก เกิดมาทั้งที ต้องเหลืออะไรไว้บ้างจริงป่ะ (แต่หนี้ ไม่เอานะ สงสัยคนข้างหลัง ฮ่าๆ) เก็บเกี่ยวประสบการณ์ แล้วมาทำความฝันกัน เจอข้อความอยู่ร้านหนึ่ง น่ารักดี เค้าบอกว่า “ยืมกันอ่าน ดีกว่าซื้อนะ” อันนี้น่าจะเป็นสโลแกนของพวกเราชาวร้านหนังสือเช่าได้




 

Create Date : 12 เมษายน 2551    
Last Update : 12 เมษายน 2551 1:21:47 น.
Counter : 642 Pageviews.  

กฎระเบียบการSpoilการ์ตูนในบอร์ดโดยความเห็นชอบจากสภาการ์ตูนพันทิป

ว่าด้วยกฎเดิมก่อนนะครับ
เนื่องจากเมื่อหลายปีก่อนนั้น บอร์ด Pantip ได้มีการ Spoil การ์ตูนแบบที่ไม่เกรงใจลง Spoil กันเป็นว่าเล่นแถมเรื่องเดียวกันตอนเดียวกันไม่ได้มีเพียงคนๆเดียวที่โพสลง Spoil แต่มีหลายคนและยังลงแบบทุกหน้าจนกระทั้งบอร์ดเฉลิมไทยได้สั่งห้ามการลง Spoil การ์ตูนในทันที
ต่อมาด้วยกฎหมายทางลิขสิทธิ์ที่ว่าด้วยที่
สามารถเผยแพร่ได้ ในเชิงของการวิจารณ์ผลงาน, โปรโมทผลงาน โดยต้องที่ลงเนื้อหาได้ไม่เกิน 15% หรือ 5-6 หน้าของเนื้อหาผลงานนั้น
บอร์ดเฉลิมไทยจึงได้อนุโลมให้สามารถตั้งกระทู้ Spoil การ์ตูนได้ในการจำกัดจำนวนหน้าที่ลง แต่เนื่องจากการที่ลง Spoil ได้แต่เกิดกรณีที่มีหลายๆคนได้พร้อมใจกันโพส Spoil การ์ตูนโดยบางครั้งไม่ได้ดูคนอื่นว่ามีการโพสไว้ก่อนอยู่แล้วหรือไม่ ทำให้จำนวนรูปที่ลงนั้นเกินกว่าที่กำหนดคือกลายเป็นว่าเกือบทุกหน้า ทำให้ผู้อ่านและติดตาม Spoil ร่วมด้วยช่วยกันตั้งกฎการ Spoil การ์ตูนประจำบอร์ดขึ้นมาเพื่อป้องกันปัญหานี้โดย

1.โพสรูปได้ไม่เกิน 5-6 รูปต่อ 1 ตอนต่อเรื่องในแต่ละเรื่อง(ในกรณีที่การ์ตูนเรื่องนั้นมีตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย)
2.ในการ Spoil การ์ตูน 1 เรื่องเพื่อไม่ให้เกิดการตั้งกระทู้ Spoil(รูป) ซ้ำซ้อนเกินไปจึงให้มีเพียงคนเดียวที่สามารถตั้ง Spoil ได้ 1 เรื่องต่อ 1 คนโดยให้ถือว่าเป็นคนดูแลการ Spoil เรื่องนั้นๆไป(กรณีกระทู้ Spoil ที่มีการลงรูปภาพ)

** 2 ข้อนี้ถือเป็นการสรุปที่เอาแต่ส่วนสำคัญ

โดยผู้ที่อ่านบอร์ดการ์ตูนในเฉลิมไทยครั้งนั้นได้ร่วมด้วยช่วยกันเป็นอย่างดีและช่วยกันดูแลมาตลอด แต่หลังจากนั้นก็มีกรณีที่เนื่องจากบอร์ดต่างประเทศได้มีการปล่อยภาพ Spoil บางส่วนออกมาล่วงหน้าทำให้เกิดการ Sample Spoil ขึ้นซึ่งเป็นกรณีช่องโหว่จากกฎเดิมและทำให้ในแต่ละครั้งที่มีรูปหลุดมาก็จะมีการตั้งกระทู้เพื่อแบ่งปันรูปที่หลุดออกมาล่วงหน้า ทำให้เหล่าคนที่มาโพสลง Sample Spoil จนหน้าที่ลงนั้นเมื่อรวมกับ Spoil หลักแล้วกลายเป็นว่าเกิน 5-6 หน้าตามที่ตั้งไว้ และต่างคนต่างแย่งกันโพสการ Sample Spoil ซึ่งที่แล้วๆมาผมพยายามลดทอนสิ่งนี้ลงโดนขอความร่วมมือให้โพส Sample Spoil ได้กระทู้เดียวต่อ 1 อาทิตย์ต่อ 1 เรื่อง แต่ก็ยังมีผู้ที่ลง Sample Spoil โดยไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเคยมีผู้ที่โพสไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่เนื่องจากการปล่อยหลุดของ Sample Spoil ที่ไม่แน่นอนในแต่ละอาทิตย์

และเนื่องด้วยเริ่มที่ทางสำนักพิมพ์เริ่มที่จะเตือนออกมาอีกครั้งจนเริ่มที่เป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาอีก
จากกระทู้ที่ได้ร่วมด้วยช่วยกันลงมติด้วยการโหวตการลง Sample Spoil ที่ยังไม่เคยได้ร่วมออกความเห็นกันว่าจะทำยังไง แล้วผลสรุปนั้นออกมาว่านับจากบัดนี้ในบอร์ดเฉลิมไทย "ห้ามมีการตั้งกระทู้หรือลงภาพ Sample Spoil การ์ตูนอีกในทุกกรณี"

ดังนั้นนับจากนี้ขอความร่วมมือผู้ที่อ่าน Spoil ถ้าเจอรูปการ Sample Spoil ไม่ว่าด้วยการตั้งกระทู้หรือโพสตามความคิดเห็นในกระทู้ ขอความร่วมมือช่วยกันลบทิ้งด้วยนะครับ

และอีกหนึ่งข้อสำหรับเหล่าผู้ที่ดูแล Spoil การ์ตูนในเรื่องต่างๆที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทยที่โพสประจำอยู่ในบอร์ดอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆจากค่ายไหนๆก็ตาม เนื่องจากการดัดแปลงภาพด้วยการแปล Eng หรือภาษาอื่นๆ ใส่ภาพนั้นถือว่าผิดต่อกฎหมายว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองลิขสิทธิ์
ดังนั้นต่อจากนี้ไปผู้ที่ Spoil การ์ตูนในเรื่องที่ตัวเองดูแลอยู่ทุกคน(ขอให้รู้ตัวเองนะครับว่าตัวเองทำการ Spoil การ์ตูนเรื่องไหนเป็นประจำอยู่ในบอร์ดนี้) "ห้ามนำภาพ Spoil ที่มีการแปลด้วยภาษาต่างๆนอกจากภาษาต้นฉบับนำมาลงเป็นการ Spoil หรือก็คือ อนุญาตให้ Spoil ได้เฉพาะภาพที่มาจาก Raw เท่านั้น" ตามนี้นะครับถือเป็นกฎอีกข้อสำหรับผู้ที่ Spoil ไปตามที่กฎหมายได้กำหนด

ก็หมดเท่านี้แหละครับ แต่ยังไงก็ตามถ้าทุกท่านอยากจะอ่าน Spoil การ์ตูนกันต่อไปก็ขอความร่วมมือกันด้วยนะครับ เพราะมิฉะนั้นกฎที่ตั้งกันมาในบอร์ดนี้ก็ถือว่าไม่มีประโยชน์ใดๆเลย ซึ่งถ้าเกิดกรณีหลุมดำในบอร์ดอีกครั้งคราวนี้ผมคิดว่าไม่มีทางที่จะฟื้นได้อีกเลย(ยกเว้นแต่จะ Text Spoil แบบคุณ Drake อย่างเดียวละ)

แต่ยังไงถึงเราจะอ่าน Spoil กัน แต่ผมอยากให้ช่วยกันอุดหนุนทางตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ของเรื่องต่างๆในประเทศไทยด้วยนะครับ เพราะผมถือว่าการ Spoil การ์ตูนนั้นเป็นเพียงการโปรโมตและวิจารณ์เท่านั้น(ผมเห็นมาหลายรายแล้วที่มาอ่าน Spoil ทำให้ติดใจไปซื้ออ่านจากที่แปลลิขสิทธิ์กัน ข้อนี้ทำให้ผมดีใจมากๆเลยครับ) เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาอ่านและสนใจได้ไปซื้ออ่านจากทางสำนักพิมพ์ตัวแทนลิขสิทธิ์ในประเทศไทยกันเพราะทางนั้นถือว่าได้แปลไทยให้เราได้อ่านกันมายาวนาน เลยอยากให้อุดหนุนกันเพื่อให้สามารถจะซื้ออ่านแบบเต็มๆจุใจกันได้ไปอีกนานๆทั้งแบบรายสัปดาห์และแบบรวมเล่ม(สำหรับผมถึงจะ Spoil อยู่ทุกอาทิตย์แต่ก็ซื้อรายสัปดาห์อ่านเหมือนกันนะครับ แต่ก็แล้วแต่ตามแต่กำลังทรัพย์ของท่านนะครับ เรื่องเงินนี้ช่วยไม่ได้จริงๆ)

สุดท้ายที่ก็ขอบคุณที่อ่านจนจบกระทู้นะครับ และขอบคุณในความร่วมมือด้วยนะครับ

Edit : มาบอกเพิ่มเติม สำหรับกรณีที่นำแค่บางรูปมาทำการเปลี่ยนคำพูดที่ไม่เกี่ยวกับต้นฉบับเดิม(อย่างที่เห็นกันบ่อยๆในบอร์ดที่บางคนเอารูปจากช่องๆเดียวหรือกรณีแบบกระทู้ Prince ที่เปลี่ยนคำพูดมาทำให้ขำๆกันในบอร์ด) ถือว่าไม่เป็นปัญหาอะไรครับ แต่ขอว่าอย่าถึงขนาดเอาทั้งตอนๆนั้นมาเปลี่ยนคำพูดทั้งตอนแล้วมาลงนะครับ แบบนั้นไม่ได้นะครับเพราะถึงคำพูดเปลี่ยนแต่รูปถือว่าค่อนข้างบอกให้เห็นถึงของเดิม(แค่ตัดๆมาบางรูปก็พอแล้วครับ) แต่ขอเป็นรูปจากตอนเก่าๆหลังจากที่มีการ Spoil หลักไปแล้วด้วยนะครับ เพราะไม่งั้นผมถือว่าเป็นการ Sample Spoil

จากคุณ : neozero - [ 14 มี.ค. 51 02:59:11 ] นักSpoilการ์ตูนในหัวJump Magazineประจำห้องการ์ตูน โต๊ะเฉลิมไทย ณ พันทิป




 

Create Date : 15 มีนาคม 2551    
Last Update : 15 มีนาคม 2551 14:12:23 น.
Counter : 370 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.