ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

วิธีทำรูปCandy Doll

เว็ปนี้ของเกาหลี มีแบบให้เลือกมากกว่า
//www.candybar.co.kr/?GO=shop|fashion&TO=7

เว็ปนี้อังกฤษ ทำง่ายกว่า
//elouai.com/doll-makers/candybar-doll-maker.php

สิ่งที่คุณจำเป็นต้องมี 3 โปรแกรม

1.ต้องมีโปรแกรม Camtasia Studio 2 เพื่อจับภาพเคลื่อนไหวเป็น ไฟล์avi

ftp://ftp.techsmith.com/pub/products/camtasiastudio/camtasiaf.exe

(ลงทะเบียนด้วย...คุณนู๋ผักกาดแก้วมาบอกซีเรียลนัมเบอร์เอาไว้ค่ะ..)

โปรแกรม camtasia studio
Camtasia Studio
Name: format
Serial: 0C5CA264ECDADCEDDE


2.123 Avi to Gif Converter
แปลงเป็นไฟล์ gif
ส่วนโปรแกรม 123 avi to gif ก้อไปหา s/n มาให้เหมือนกันคะ
//www.bitsoft.net/download/atg.exe --- โปรแกรม
Name: ByTESCRK
s/n: 35C6010F

3.Adobe ImageReady 7.0
อันนี้ส่วนมากจะมีมากับคอมนะ...เพื่อลดขนาดให้เล็กลงค่ะ

โปรแกรม 2 อันบนขนาดไม่ใหญ่ค่ะ...เพราะคอมเราก็ห่วยๆ ยังสามารถทำได้โดยไม่กระตุกอะไรค่ะ.

เปิดโปรแกรมขึ้นมาเลือก start new project


จากนั้นเลือก ติ๊กที่ region the of the screen


พอ next ต่อมากดที่ select region ค่ะ จากนั้นก็ไปที่เวป //www.candybar.co.kr จัดแต่งตุ๊กตาตามที่เราพอใจค่ะ แล้วก็กำหนดขอบเขตหน้าจอที่จะจับภาพค่ะ


แล้วกดปุ่ม บันทึกเป็นไฟล์ avi
คลิกดูรูปภาพใหญ่

พอได้เป็นไฟล์ avi แล้วก็ใช้โปรแกรมแปลงจาก avi to gif
123 avi to gif
//www.bitsoft.net
ต้องหา serial ด้วยนะ แต่พอดีไม่ได้เซฟไว้ตอนนี้คราวหลังจะหาให้แล้วกัน เพราะถ้าไม่มีมันจะไม่ให้ save
เปิดโปรแกรมขึ้นมา เลือกเปิดไฟล์ avi ที่เราเซฟไว้


จัดการกำหนดเฟรมว่าต้องการตั้งแต่ เฟรมใดถึงเฟรมใด ตรงช่องจากนั้นก็คลิกที่วงสีเหลือง แล้วเลือกที่เซฟ(วงสีฟ้า)


จะำได้เป็นไฟล์ gif ที่ขนาดใหญ่มากๆ ต้องใช้ imageready ช่วยลดขนาดไฟล์ โดยเปิดไฟล์ gif ที่ได้ใน imageready
จากนั้นเลือกที่หน้าต่าง optimize จาก unnamed เป็นเหลือซัก gif 32 ditherd ก็พอ จากนั้นก็เลือก file>save optimize
คลิกดูรูปใหญ่

เปลี่ยนที่ช่องนี้ก็เสร็จ


จากคลังกระทู้เก่า
กระทู้ต้นฉบับ




 

Create Date : 11 มีนาคม 2548    
Last Update : 1 มิถุนายน 2548 12:50:57 น.
Counter : 661 Pageviews.  

รวมWebสำหรับload Fansubการ์ตูน ภาพยนตร์ เพลงMV

//kasshin.anime-kraze.net/kuraki/
//www.elitetopdown.com/index.php
//anime-legion.bl5.net/track/mystats.php
//anime-xplosion.com/website/skins/classic/BT.php
//www.thehawks.org/hawks/bt/index.php?dir=.%2FBerserk
//www.animesuki.com/
//bittorrent.anime-supreme.com:6969/index.html?sort=1
//www.d-addicts.com/forum/torrents.php
//demonoid.com/torrents-browse.php
//www.downloadanime.org/
//forum.gay-torrents.net/index.php?action=browse
//www.ideagenx.com/tracker/torrents.php
//www.indie-o.com/tracker/index.php
//mangadonkey.membres.jexiste.org/mangavid.php
//perso.club-internet.fr/dkpan/
//torrents.theppn.org/
//www.nininunu.com
//th-torrent.mine.nu/login.php
//www.animeskyscraper.com/torrent.html
//www.torrentindex.net/
//www.animesuki.com/torrents.php
//www.descargasweb.net/news.php

อาจมีบางอันเข้าไม่ได้นะ พอดีไม่ได้เช็คก่อนนะ เนื่องจากไม่ได้โหลดมาหลายอาทิตย์แล้ว (ไม่รู้จะโหลดอะไร)

จากคุณ : Kim (juckrid) - [ 11 ก.พ. 48 13:52:14 ] แห่งห้องการ์ตูนเฉลิมไทย




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2548 19:13:59 น.
Counter : 622 Pageviews.  

คุ้ยลึกกระบวนการตีพิมพ์การ์ตูนของแต่ละสำนักพิมพ์

วิบูลย์กิจ
ข้อดี-การ์ตูนเยอะ การแปลและลักษณะรูปเล่มไม่เลวร้ายนัก magazineราคาถูก
ข้อเสีย-ดอง ชอบซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนมากั๊กสะสมไว้เยอะๆ เซ็นเซอร์เยอะมากๆ กระดาษสีคล้ำขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป หมึกเลอะติดมือง่าย ไสกาวแย่เนื่องจากทำด้วยมือมิใช่ด้วยเครื่อง กาวหลุดง่าย

SIC
ข้อดี-มักหน่วงราคาการ์ตูนทั่วไปให้คงราคาเดิมไว้นานที่สุด เซ็นเซอร์น้อยหรือไม่มีเลย
ข้อเสีย-แปลห่วย ภาพไม่ชัด มีปัญหาเยอะมากๆในการทำรูปเล่มหนังสือ ดองเป็นบางโอกาส

NED
ข้อดี-แปลดี รูปเล่มสวย มีการคัดสรรการ์ตูนดีเยี่ยม มักมีรูปเล่มพิเศษดีๆให้สะสม
ข้อเสีย-เป็นลูกไล่วิบูลกิจในการขึ้นราคาหนังสือ ในการขายรูปเล่มพิเศษในบางครั้งก็ตั้งราคาแพงเสียจนทุเรศ มีการ์ตูนดังในสังกัดอยู่น้อยเรื่อง

กระดาษที่แต่ละสำนักพิมพ์ใช้

VBK = กระดาษบรูฟ รีไซเคิล ( รีไซเคิล 70 % ใหม่ 30 % ในเนื้อกระดาษ) ถ้านึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงกระดาษ ดัลเมเชียน +ชิสุ ตามร้านเครื่องเขียน ความหนา อยู่ที่ 75 แกรม ราคาตามท้องตลาดตอนนี้ (ขนาดเท่า หนังสือพิมพ์รายวัน จำนวน 500 แผ่น ต่อ 1 รีม) อยู่ที่ 600 บาท ไม่รวม แวต
กระดาษปก เนื้อในเรียก กระดาษ ขาวเทา หนา 120 แกรม ราคา จำไม่ได้ กระดาษปกหุ้มนอก เรียกกระดาษอาร์ต 220 แกรม รีมละ 1800 บาท อาบมัน ราคาปกละ 0.5-1.0 บาท(เฉพาะปก)

SIC เรียกว่า กระดาษ กรีนรีด 75 แกรม เป็นเนื้อกระดาษผลืตในประเทศ ราคาตลาดตอนนี้ รีมละ 1320 บาท ไม่รวมแวต
ปกใน เรียกขาวเทา เหมือน VBK แต่บางกว่า ปกหุ้มนอก
อาร์ต 200 แกรม อาบมัน ราคา 1700 บาท

NED เล่มปกติ เรียกว่ากระดาษบรู๊ฟนวล 60 แกรม เป็นกระดาษบรูฟ เกาหลี ราคารีมละ 680 บาท ไม่รวมแวต
ส่วนเล่มแพงๆ เช่น chobits เรียกว่า กรีนรีด เกาหลี 75 แกรม ราคารีมละ 1450 บาท ไม่รวมแวต
ส่วนเล่มละ 85 95 แบบ โดราเอมอน เรียกว่า กรีนรีดในกระเทศ รีมละ 1120 (หนา 75แกรม)
ปก ขาวเทา 120 แกรม
ปกหุ้มนอก อาร์ต 200 แกรม 1700 บาท
อาบมัน เล่มละ 0.5- 1 บาท
ปล. บางเล่ม เป็นกระดาษปอนด์ เช่นในหน้าสีของ vagabond คือปอนด์ 80 แกรม ราคารีมละ 1300 ซึ่ง 1 รีม 500 แผ่น สามารถพิมพ์ได้ เท่ากับ 500 คูณ *32 หน้า เท่ากับ 16000 หน้า ฉะนั้นตกเล่มละเท่าไหร่ ไปหารเอง

บงกช ใช้กระดาษบรูฟ (แบบ ned) แต่หนากว่า

เทคนิคการพิมพ์ของแต่ละสำนักพิมพ์

VBk เทคนิคการพิมพ์ โอเค ภาพครบชัด มีการแต่งภาพ พองาม

SIC เทคนิคการพิมพ์แย่มาก ทำให้ กระดาษดีดี เสียคุณค่าไปเลย เพราะ ใช้ระบบการพิมพ์คนละแบบ กับเจ้ามือ เน้นความเร็วอย่างเดียว (ความเร็วในการพิมพ์ ไม่ใช่ความเร็วในการออกหนังสือ 1 ปก)

NED เทคนิคการพิมพ์ ดีที่สุด ต่อให้พิมพ์ในกระดาษที่แย่ ก็คมชัด ดูเหมือนกระดาษดีไปเลย (ความละเอียดของกระดาขึ้นกับ "แกรม" ส่วนความมันเรียบ ลื่น เป็น "ลักษณะ" เฉพาะของพื้นผิวกระดาษ ดูตัวอย่างหน้าสีของ c-kids เปรียบเทียบ หน้าสี ในบูม จิ กระดาษปอนด์ เหมือนกัน แต่ คุณภาพพิมพ์ไม่เท่ากัน ทำให้กระดาษ ของซีคิดส์ ด้อยไปถนัดตา ทั้งๆ ที่กระดาษแบบเดียวกัน (และโรงงงานเดียวกัน) <----- เป็นผลต่อเนื่องทางจิตวิทยา) เรื่องการพิมพ์ที่ดีนี่เอง ทำให้ มีผลต่อไปยังกระดาษ (ขอให้ดู นิตยสารอนิเมชั่นเปรียบเทียบ ทั้ง 2 ปก ใช้กระดาษปอนด์ หนาเท่ากัน (% ของแกรมเท่ากัน แต่โรงงานที่สั่งกระดาษคนละโรงงาน) แต่ เทคนิคการพิมพ์ และ อาร์ตเวิร์คแตกต่างกัน ทำให้ เล่มหนึ่งมี "ระดับ" สูงกว่าอีกเล่มหนึ่งไปเลย เมื่อพิจารณาเฉพาะเรื่องกระดาษ)

การแปล
ned ดีสุด
vbk ที่สอง
sic แย่สุด
แต่ไม่ว่า สนพ.ไหน ทำไม่ดีเท่า T.rex ของบงกช ที่จะมีเชิงอรรถ อธิบายในเคสที่ไม่เข้าใจ (t.rex แปลการ์ตูนฝรั่งหน่ะ แต่ การ์ตูนญี่ปุ่นก็น่าจะทำแบบนี้ ยกเคส "โคนัน" เล่มล่าสุด ที่ "เล่น" เรื่องตุ๊กตาญี่ปุ่น มีคนกี่คนกันเชียว ที่เข้าใจ "มุก" ของเขา )
บงกชเทคนิคการพิมพ์ พอๆ กับ VBK แต่ดีกว่า SIC แน่นอน

ต้นทุนการพิมพ์
ได้ราคากระดาษแล้ว เราลองมาคำนวณหาต้นทุนการ์ตูนกันเล่นๆ ดีกว่า
การ์ตูน ไซส์ปกติ เนี่ย เขาเรียกไซส์ 16 หน้ายก หมายความว่า เครื่องพิมพ์หมุน 1 รอบ ได้มา 16 หน้า แม้พิมพ์นี้เรียกว่า "เพลท" ถ้าเป็นสีเดียว เพลทจะตกอยู่ที่ไม่เกินเพลทละ 1000 บาท
สมมุติว่า 1 เล่มมี 160 หน้า ก็เท่ากับว่าใช้เพลท 10 เพลทในการพิมพ์

ถ้ามีหน้าสี 4 สี ก็ราคาเพลทนึง (4 แผ่นประกอบ) ไม่น่าเกิน 3500 บาท เวลาพิมพ์ก็ได้ 16 หน้า แล้วค่อยมาจับแยกๆ ลงไปในเล่ม (คือเหตุผลว่า ทำไมหน้าหลังๆ ของกันดั้ม จึงเป็นหน้าโฆษณา "สี" ก็เพลทมันเหลือนี่ครับ จะไม่พิมพ์ ก็ไม่ได้ หน้าเสียเปล่า เพราะในเล่ม มันไม่ครบยก (แปลว่า จำนวนหน้าสี หาร 4 ไม่ลงตัว) )

การเข้าเล่ม ของ SIC กะ NED เข้าใจว่าใช้เครื่องจักรสำเร็จรูปในการเข้าเล่ม ส่วน VBk (รู้สึกว่าจะยังใช้มืออยู่ รูปเล่มแต่ละเล่มเลยไม่ค่อยเท่ากัน)
ที่ไม่รู้คือค่า ลิขสิทธิ์ ค่าแรงในการพิมพ์ (เช่นคนงานคุมเครื่อง นับ พับปกหุ้มนอก ใส่ถุง สี ค่าไฟ ) ถ้าได้ข้อมูลครบเมื่อไหร่ จะกดราคาหารมาให้เพื่อนๆ ดูแล้วกัน
แต่โดยเฉลี่ย ประมาณด้วยสายตา ต้นทุนการ์ตุน 40 บาท น่าจะอยู่ที่ 17-20 บาท ซึ่งเมื่อไปถึงสายส่ง (ส่วนมากพวกเขาก็ทำสายส่งกันเองนี่หว่า) พวกเขาจะส่งที่ 60 %ของราคาปก (24 บาท) ซึ่งกว่าจะถึงยี่ปั้ว (ส่งที่ 70 % 28 บาท) และร้านขายส่ง (ส่งที่ 75 -80 % คือ30- 32 บาท) ก็มีการหักเปอร์เซนต์ไปเรื่อยๆ จนถึง ส่วนลด 10% ที่หน้าแผง (ขาย 36- 40 บาท)

ปล. ไอ้ร้านที่ลด 20 % (ขายปลีก) ได้หน่ะ ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ร้าน เพราะเขาไป "กด" ราคา จาก สนพ. อีกที (ได้ข่าวว่ามากกว่า 40 % แล้วเอาไปขาย "ตัดราคา " ร้านค้าขายส่งร้านอื่นๆ ที่ได้เปอร์เซนต์น้อยกว่า ทำให้ระบบ ทำให้ร้านค้าส่งอื่นๆ ขายไม่ได้ พาลไม่รับของไปหมด ของที่มีอยู่ในร้านนั้นบางเล่ม จะไม่ไปโผล่ที่ร้านอื่นก็มี เพราะร้านขายส่งอื่นๆ ไม่รับ ทั้งๆที่ พูดถึง VOL.รวมแล้ว ร้านอื่นๆ ที่เหลือ มีแขนขาส่งของได้กว้างไกลกว่ากัน คิดๆ แล้วก็เสียดายแทนที่หนังสือมันไม่กระจาย (การ์ตูนจีนบางเรื่องนั่นแล เช่น นพ. นิวเวฟ (ตอนนี้เจ๊งไปแล้ว ส่ง ร้านอื่นไม่ได้ เขาคืนของหมด เพราะ ร้าน 20 % ไปตัดราคาคนอื่นจนเขาไม่รับฝากวาง เลยมีขายอยู่ที่เดียว ถ้าส่งร้านอื่นๆ ได้หมดก็จะขายได้ราว 1-2 หมื่นเล่ม แต่ถ้าส่งร้าน 20 % อย่างมากขายได้ 1 พันเล่มเอง (แต่คนซื้อชอบเพราะได้ถูก ผมเองก็ไปซื้อมาจากร้านนี้ เหอๆๆๆๆ ) สำนักพิมพ์หน้าใหม่ๆ ไม่ค่อยมีคนอยากไปวางขายหรอก (ดู BU จิ))

ราคาการ์ตูนของ sic ปีหน้า ก็ว่าจะขึ้นแล้ว
ที่ยังไม่ขึ้น ก็เพราะว่า จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ ไปแล้ว (แต่พิมพ์ออกมาไม่ทัน) ถ้าแอบขึ้นโดยไม่ได้ดูเงื่อนไขของสัญญาลิขสิทธิ์ โอกาส โดน "เฉ่ง" มีสูง

ส่วนของ สนพ.อื่น ถ้าเป็นเรื่องใหม่ๆ ก็คงเป็นสัญญาลิขสิทธิ์ใหม่ ส่วนเรื่องดองๆ ก็คงเป็นการเซ้นสัญญาฉบับใหม่ด้วยพอดี แต่ไม่ได้หมายความว่า "ค่าลิขสิทธิ์" มันขึ้น นะ เพราะต้นทุนหนักๆ ของสิ่งพิมพ์ ตกอยู่กับ ค่าพิมพ์ ค่ากระดาษ เป็นสัดส่วนที่สูงที่สุด เรียกว่า 70% ของต้นทุน เป็นค่าจัดพิมพ์ล้วนๆ (10-15 % เป็นค่าลิขสิทธิ์ อีก 10-15 % เป็นค่าจัดการพวกแรงงานทั้งหลาย และการประสานงาน สัดส่วนของต้นทุนนะ ไม่ใด้คิดจากราคาหน้าปก ด้วย อย่าสับสน (ถ้าปก 40 บาท ต้นทุน น่าจะอยู่ที่ 17- 24 บาท เอา 17- 24 ตรงนี้ไปคูณหาสัดส่วนของค่ากระดาษ ค่าแรงกันเอง) เพียงแต่ว่า เงื่อนไขในสัญญาลิขสิทธิ์ มันจะระบุข้อตกลงในการแบ่งรายได้ ถ้าขึ้น แล้วไม่ได้แก้ตรงนี้ ก็มีโอกาส โดนเฉ่ง ดังนั้น พวกดองๆ มันอยู่ระหว่าง เซ้นสัญยางวดใหม่พอดี เลยแก้ไขตรงนี้ไปด้วย
ส่วน ใครจะแอบลักไก่ในเรื่องไหนไปบ้างนั้น ไม่รู้ ไม่อยากรู้ ด้วย

sic มีสต็อกกระดาษอยู่เยอะ อย่างน้อยก็ซื้อได้ราคาถูกกว่าชาวบ้าน เขาจึงยังอั้นเรื่องค่ากระดาษได้บ้าง คิดว่าตอนนี้อยู่ระหว่างปรับแต่รายละเอียดในข้อสัญญา เสร็จแล้วก็คงขึ้นหล่ะ

สำหรับราคาค่ากระดาษ เมื่อต้นปี 2547 (ยกตัวอย่างกระดาษบรูฟนะ เพราะ ตัวอื่นก็ขึ้นในสัดส่วนใกล้เคียงเหมือนกัน) กระดาษบรูฟ รีมละ 580 บาท กลางๆ ปี ขึ้นมาเป็น 620 บาท แถม ไม่มีของด้วย ต้องสั่งจองล่วงหน้าเป็นเดือน
ช่วงเดือนตุลา มาเป็น 680-720 บาท แล้วทรงๆ ตัวอยู่ที่ 680 บาท ในตอนนี้ ถ้าเทียบแล้วก็คือขึ้นมา 100 บาท ต่อรีม หรือราว 18 % นั่นเอง
การขึ้น 5 บาท ของการ์ตูน ก็สมเหตุสมผล เพราะ 5 บาทที่ขึ้นมา ทางสนพ.ได้ไปเพียงเล่มละ 3 บาท (ก็คือเพิ่มขึ้น 20 % จาก "ที่เคยได้" คิดแบบโง่ๆ คือ กระดาษขึ้น 17 % แต่ขึ้นราคาไป 20 % ส่วน 3 % ที่เหลือ ก็ต้อง ปันไปให้ทางค่าลิขสิทธิ์ด้วย เพราะค่าลิขสิทธิ์คิดตาม "จำนวนเล่มคูณราคาปก" ที่ตีพิมพ์ (อธิบายง่ายๆ คือ ขึ้นราคา 5 บาท ก็ต้องแบ่งให้ญี่ปุ่น มากขึ้นกว่าตอนที่ราคา 35 บาท) แต่ผมไม่ได้หมายความ 3 % ตรงนี้ เป็นการขึ้นราคาค่าลิขสิทธิ์นะครับ ตรงนี้อาจมีการเจรจา หรือว่า แอบมั่ว หรือว่า เก็บเป็นผลกำไรก็ได้ ตรงนี้ ต้องดูอย่างละเอียดอีกที เป็นเรื่องๆ เป็นสนพ. ไป) อีก 2 บาทที่เหลือ ตกหล่นอยู่ตามร้านขายส่ง ยี่ปั้ว แผงหนังสือ และคนอ่านนั่นเอง

กระดาษที่ดีไม่ได้ดูที่ราคานะครับ และไม่ได้ดูที่ความหนาด้วย หรือน้ำหนักแกรมด้วย มันอยู่ที่ "การนำไปใช้" อย่างไร ให้ดูดีต่างหาก ในเคส SIC กับ NED ถึงแม้ว่ากระดาษ NED จะถูกกว่าก็จริง แต่ ปัจจัยอื่นๆ มาทำให้กระดาษที่ถูกกว่า กลายมาเป็น "ผลิตภัณฑ์" หนังสือการ์ตูนที่งามกว่า อันนี้ ก็ต้องชมฝ่ายจัดทำ+ประสานงานรูปเล่มของเขาครับ ซึ่งแน่นอนว่า ประสิทธิภาพแบบนี้ คงต้องแลกมากับ"การดูแลการผลิต" ที่เข้มงวด ซึ่งตรงนี้อาจจะใช้ค่าแรง+ต้นทุนรวมๆ แล้วมากกว่า การใช้กระดาษดีดี (แปลว่า พอดูแลการผลิตดีดี ก็อาจต้องจ่ายตังค์เพิ่ม ทำให้ต้นทุนราคาหนังสือก่อนไปถึงแผนกสายส่ง ราคาพอๆ กันก็ได้ ) ก็ได้นะ

กรีดรีด มีหลายเกรดครับ

ที่สังจาก ไทยเปเปอร์ ก็แบบนึง
กระดาษกรีนรีด เกาหลีก็อีกแบบหนึ่ง

ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับ "ล็อต" ของที่เขามาด้วยครับ บางที ของเข้ามา เที่ยวเรือเดียวกัน แต่ดัน คนละสี ก็มี
เนื่องจาก ระบบการผลิตของกระดาษกรีนรีด (เก่า 60 % ใหม่ 40 % ) ยังไม่ได้เป็นมาตรฐานแบบเดียวกัน แปลว่า เทคนิคการผลิต มันยังไม่คงตัวเป็นformat เดียวกัน เหมือนพวก ปอนด์ หรืออาร์ต (ไม่นับตัวแปร พวกการเก็บ
รักษา และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ) เอาง่ายๆ ลองดูกระดาษของสนพ. BU จิ กระดาษ แบบเดียวกันแท้ๆ แต่ละเล่ม (หมายถึงแต่ละเล่มใน เรื่องเดียวกัน เช่น มังกือหยก เล่ม xx กะ เล่ม xy กระดาษแบบเดียวกันแท้ๆ แต่คนละสี ก็มี )

เอาง่ายๆ อีกหน่อย เล่มที่กรีนรีดแบบ chobit ยังต่างจาก กรีนรีดแบบ Say hello to BJ และต่างจาก โดราเอม่อน เล่มละ 85- 95 บาทเลย ไม่นับว่า มันยังต่างจาก พ็อตเก็ตบุ้คของ สนพ. อิมเมจ (เรื่องริง) ซึ่ง มันก็ไม่เหมือนกับ กระดาษของพ็อตเกกตบุ้คของสนพ.รหัสคดี (เช่นเรื่อง ลูแปง)เลย
ทั้งๆ ที่บอกมาเนี่ย กรีนรีด ล้วนๆ เลยนะ (ของอิมเมจ +รหัสคดี เป็นกรีนรีดของไทยเปเปอร์)

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ : หน้าม้า - [ วันสิ้นปี 18:10:31 A:61.91.66.31 X: TicketID:034605 ]

กระดาษของ SIC ไม่ใช่กรีนรีดส์นะครับ แต่เป็นปอนด์ครีมราวๆ 90 แกรมที่เรียกว่าลักส์ครีมต่างหากราคาไม่เท่ากรีนรีดส์หรอกห่างเยอะเลย 1 รีม 1120 กว่าๆ มั๊ง ถ้า75แกรมก็900กว่าๆ แต่ก็นับว่าดีที่สุดสำหรับการ์ตูนที่ราคาเดียวกันแล้ว น่าสงสาร SIC นะครับที่โดนต่อว่าต่อขานอยู่เสมอๆ สำหรับผมผมคิดว่า SIC มีความพยายามจะพัฒนามากกว่าคนอื่นเลยทีเดียว(นับแค่เจตนานะ) แต่น่าเสียดายที่องค์กรไม่เป็นใจ เรื่องการที่กระดาษยับหมึกติดมือเป็นปัญหาการพิมพ์ที่มีคนด้านบนแจ้งข้อมูลไปแล้ว(แต่ยับนี่อยู่ที่กระดาษด้วย) หากจะให้ SIC พิมพ์ดีเหมือน NED ก็ต้องลงทุนอีกเป็น 100 ล้านเพื่อเปลี่ยนแท่นพิมพ์ของสำนักพิมพ์ทั้งหมดนั่นแหละครับ แต่บนตลาดการ์ตูนที่กำลังจะตาย(พูดจริงๆนะ) ไม่มีใครกล้าหรอกครับ ในขณะที่ NED เป็นสำนักพิมพ์ที่มีการตลาดแรงที่สุดกลับได้ใจของนักอ่านไปครอง ผมไม่ได้เกลียด NED นะ แต่ต้องยอมรับว่าปกปิดข้อเสียนำเสนอข้อเด่นได้เก่งมั่กๆ C-Kids กับ Boom เป็นตัวอย่างที่น่ากลัวอันหนึ่งเลยทีเดียว ใครจะคิดว่าการที่ NED ไปตบหัวแย่งคนเขียนฮันเตอร์มาจาก SIC แค่เรื่องเดียวจะเป็นชนวนที่ทำให้ C-Kids ย่ำแย่ลงจนถึงวันนี้ หากพิจารณาจริงๆ แล้ว NED เป้นสำนักพิมพ์ที่บริการคนอ่านน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ เรื่องไหนดอง เรื่องไหนมีปัญหาตัดทิ้งแล้วเงียบกริบรอจนข่าวซา เรื่องไหนขายดีต้องรีบเอาหน้าว่าเห็นใหมเราทำเพื่อคนอ่านขนาดไหน เรื่องไหนขายยากทำราคามันแพงซะดื้อๆ มาร์จินมันจะได้ลดลงกำไรเท่าเดิม ยังไงคนอ่านก็น้อยอยู่แล้วแถมไม่ดังไม่มีคนพูดถึงหรอก ถ้าสังเกตแนวคิดนี้จะมีอยู่แต่ NED ที่เดียวนะครับกับราคาที่หลกหลายตามแนวการตลาดที่แตกต่าง ถามว่าผิดใหมไม่ก็ไม่ผิดหรอกไม่น่าเกลียดด้วย แต่ผมแค่สงสารสำนักพิมพ์อื่นที่มีใจเท่ากันหรือมากกว่าแต่สภาพไม่อำนวยเท่านั้นเอง...

จากคุณ : Aha301 - [ 2 ม.ค. 48 15:00:54 ]

เรื่องความอึดหรือทรหดของหนังสือ
ความแข็งแรงของปกกับความแข็งแรงของกระดาษ วิบูลย์กิจที่1ครับ
ถ้าไม่เอามือฉีกตรงๆปกไม่ขาดเด็ดขาด ส่วนของเนชั่นกับบูรพัฒน์แค่หยิบเดินไปมาปกก็ส่อแววขาดแล้วครับ
สรุปผล
วิบูลย์กิจ ที่1ครับ
ถ้าไม่เชื่อลองหยิบหนังสือของแต่ละสำนักพิมพ์ไปแช่น้ำครับ แล้วเอาไปตากแดดจนน้ำแห้ง

อันดับ1. วิบูลย์กิจ ปกจะติดกับหนังสือ กระดาษจะงอแต่ ถ้าคุณใช้กำลังบิดหนังสือไปมา คุณจะสามารถเปิดอ่านต่อได้โดยมีกลิ่นเป็นของแถมครับ
อันดับ2 บงกช แข็งแรงอันดับ2แต่ก็หมดสภาพอยู่ดี ปกของbongkochมี2แบบครับแบบมันกับแบบด้าน แบบด้านจะถึกกว่าหน่อยนึงแต่ดำง่ายกว่า
อันดับ3 สยามอินเตอร์ฯ ปกจะติดกับหนังสือ รูปเล่มจะงอมากๆ ถ้า2เล่มติดกันนี่คือไม่สามารถแยกจากกันได้ครับต้องฉีกอย่างเดียว
อันดับ4 บูรพัฒน์ แข็งแรงกว่า Nedหน่อยแต่ปกขาดง่ายพอกัน
อันดับ5 เนชั่น บอบบางที่สุดครับ ไม่ต้องนึกถึงภาพแช่น้ำเลย แค่หยดน้ำจากมือก็ทำให้กระดาษเสียรูปทรงได้แล้วครับ แถมปกขาดง่ายมากๆ

ทั้งหมดนี้มาจากประสบการณ์ของผมตอนน้ำท่วมครับ ผู้รอดชีวิตจากน้ำท่วมมีเพียงของวิบูลย์กิจเท่านั้นที่บาดเจ็บแต่ยังมีชีวิตต่อไปได้ ส่วนคนอื่นบาดเจ็บหนักจนหมดทางรักษาครับ

ป.ล เรื่องราคา เนชั่น .... มากครับ นักโทษประหารเล่ม4 ขาย75บาท หน้าสีก็ไม่มี posterหรือของแถมก็ไม่มี (ถ้ามีposterหรือของแถมหรือหน้าสีก็ยังพอรับได้) เพิ่ม50หน้า หรือประมาณ1/4ของเล่ม แต่+ราคาเพิ่ม 1/2 ของราคาเต็มครับ .... มาก

จากคุณ : kishio - [ 6 ส.ค. 50 02:17:26 ]




 

Create Date : 05 มกราคม 2548    
Last Update : 10 สิงหาคม 2550 16:31:18 น.
Counter : 587 Pageviews.  

ปัจจัยในการอ่านการ์ตูนให้สนุกสนาน

สิ่งที่ทำให้เด็กอ่านการ์ตูนสนุกกว้าผู้ใหญ่คือกระบวนการคิดแบบเด็กเล็กมีดังนี้
1. Magical thinking
ความคิดแบบที่ไม่ต้องมีเหตุผลมากมารองรับ แบบเวทย์มนต์เพ้อฝัน ทำให้ยอมรับกติกาในการ์ตูนได้ง่าย
2.egocentric
ตัวองเปนศูนย์กลาง ทำให้สวมบทบาทเป็นตัวการ์ตูนได้ง่าย เพราะคิดว่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นมีผลจากตัวเอง
3.Phenomenalistic causality
เหตุการณ์ 2เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นมีผลต่อกัน เช่น เด็กไม่ทำการบ้าน แล้วพ่อตื่นสาย ผู้ใหญ่จะคิดว่าสองเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวกัน แต่เด็กจะคิดว่า การที่เขาไม่ทำการบ้าน ทำให้พ่อตื่นสาย (ประมาณนี้ละมั้ง) นี่ทำให้อ่านการ์ตูนจากช่องไปช่องนึงได้รู้เรื่อง
4.animism
อันนี้สำคัญ คือการคิดว่าสิ่งใดที่เคลื่อนไหวได้มีชีวิต เช่นการคิดว่าของเล่นต่างๆมีชีวิต การเล่นกับตุ๊กตาที่เคลื่อนไหวไม่ได้โดยไม่เบื่อเส้นเคลื่อนไหวในการ์ตูนนำสายตา ทำให้ภาพดูแล้วเคลื่อนไหว เหมือนมีชีวิต
แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถอ่านการ์ตูนให้สนุกได้หากมีกระบวนการคิดเหล่านี้อยู่
จากคอลัมป์การ์ตูนที่รัก โดยนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์




 

Create Date : 05 มกราคม 2548    
Last Update : 5 มกราคม 2548 19:12:10 น.
Counter : 504 Pageviews.  

รวมคำถามถามบ่อยเรื่อง Anime

รวม Anime FAQS
Anime คืออะไร
Anime คือคำที่ใช้เรียก Japanese Animation ซึ่งกลายเป็นชื่อเฉพาะไปเสียแล้ว ส่วน Animation คือเทคนิคการถ่ายทำภาพเคลื่อนไหวชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นการถ่ายทำทีละภาพ เช่น Stop motion เป็นการจัดฉากในเคลื่อนไหวที่ละนิด (เรื่อง Chicken Run) Cell เป็นการวาดภาพบน เซลลูลอย หรือ ภาพการ์ตูนนี่เอง รวมกระทั่งการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า Computer Graphic
Anime มันสนุกตรงไหน?
Animation เป็นเพียงเทคนิคของการถ่ายทำ เหมือนกับ Live movie ละครเวที ลิเก ซึ่งรูปแบบการแสดง/การถ่ายทำ ก็แล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหน ส่วนที่กลายเป็น Anime เพราะว่า animation ของทาง ญี่ปุ่น ได้มีการพัฒนามากกว่าทุกแห่งในโลก ทำให้มีจำนวนเรื่องหลากหลาย มีหลายๆแนว ไม่ว่าจะเป็น Sci-Fi หนังครอบครัว หนังบู๊ หนังปรัชญา เรียกว่าบางแนว ฮอลลีวู๊ด ยังไม่กล้าทำ เช่น Nenon Genesis Evagalion หรือ Serial Experiment Lain เป็นต้น นั่นย่อมทำให้เกิดหนังจำนวนมากที่ ไม่สมควรพลาดชม รวมกระทั่งไปถึงหนังที่ไม่น่าจะเสียเวลาดูเหมือนกัน
จะหา Anime ดูได้อย่างไร
หาได้ง่ายมากในเมืองไทย เนื่องจากมีการนำมาฉายทางโทรทัศน์มานานหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นจึงมักได้ชมทางโทรทัศน์ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องดังๆแล้วก็มีให้ชมเรื่อยๆ แต่สถานะการณ์เริ่มไม่ค่อยดี เมื่อทางช่อง 9 ที่เป็นช่องที่ฉายการ์ตูนมากที่สุด ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการฉาย ไม่ว่าจะเป็นเสียงพากษ์ที่ดีกว่าเป็ดตรงที่ฟังรู้เรื่องเท่านั้น ไปกระทั่งเพลงที่แปลงเป็นเพลงไทย แต่ร้องไม่เป็นเพลง ไม่ตรงจังหวะดนตรี (พ่อแม่ที่มีลูก ช่วยดูตรงนี้ด้วย เพราะลูกของท่าน เติบโตขึ้นอาจจะเกิดการพิการทางเพลงได้ ถ้าหากดูบ่อยๆ) รวมไปถึงช่อง 3 ที่มีการ์ตูนดีๆ แต่ช่วงนี้ไปออกอากาศตอน 6.30-7.00 ทำให้หลายๆคนพลาดโอกาสที่จะได้ชมไป ขอสรุปโดยย่อ ดังนี้
1. ทางโทรทัศน์
2. VDO tape หรือ VCD ได้มีการจัดทำจากหลายบริษัท โดยเฉพาะบางเรื่องที่ไม่มีฉายทาง โทรทัศน์ เช่น Tiga Amigo รวมไปถึง หนังที่ไม่มีลิขสิทธิ์ก็ยังมีออกมาให้เห็น
3. VCD และ DVD จากต่างประเทศ ที่มักจะเห็นกันก็คือ จากสิงคโปร์ และ ฮ่องกง ส่วนถ้าเป็นของทาง ญี่ปุ่น จะมีปัญหาว่าส่วนใหญ่กว่า 90% ไม่มีซับหรือเสียงภาษาอังกฤษ บางส่วนยังสามารถหาได้จาก อเมริกา ซึ่งมักจะมีซับหรือเสียงอังกฤษให้ และราคาจะถูกกว่าทาง ญี่ปุ่น พอสมควร ซึ่งในส่วนของ VCD ยังไม่เคยเห็นที่ขายในเมืองไทย ส่วน DVD สามารถหาซื้อได้จากร้านที่ขาย DVD ทั่วไป แต่หาค่อนข้างยาก เพราะมีจำนวนน้อย
4. VCD สับไทย เป็นการจัดทำโดยกลุ่มคน หรือ ร้านค้า รายเล็กๆ ที่มักจะนำ anime ที่ใหม่ๆมาจัดทำโดยใส่ ภาษาไทยลงไป และมักจะไม่มีลิขสิทธิ์ (ขออนุญาติไม่บอกแหล่งที่ซื้อแล้วกัน)
Fansub คือ การรวมตัวกันของผู้รัก anime ทาง internet แล้วจัดทำ anime แจกให้ฟรี โดยมีทั้งที่มีซับ หรือ ไม่มีซับ (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอังกฤษ) โดยมีนโยบายจะแจกให้ในประเทศที่ไม่มีลิขสิทธิ์ในเรื่องนั้นๆ (ดังนั้นเมื่อมีเรื่องใดที่มีลิขสิทธิ์ก็ขอให้เลิกแจก) ซึ่งในไทยก็ได้เกิดกลุ่มหัวใสทำแผ่นจากเรื่องแจกฟรีออกขายในราคา 50-60 บาท สามารถหาได้จากทาง IRC
ไม่เคยดูเลย ถ้าอยากจะดูให้เริ่มดูเรื่องใดก่อน
ต้องถามตัวเองก่อนว่าชอบดูแนวไหน เพราะแต่ละแนวก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้าไม่ชอบแนวนั้นๆ ต่อให้ดีแค่ไหนมันก็ไม่ถูกใจเราแน่ ถ้าจะเริ่มต้นก็ดูหนังแนวครอบครัว อย่าง My Neighbor Totoro หรือ Whisper of The Heart ของ Ghibli Studio ก็เป็นการปลอดภัย
ทำไมราคาแผ่น Anime บางแห่งจึงมีราคาถูก ถูกกว่าแผ่นของญี่ปุ่นเสียอีก
แผ่น Anime ที่มีขายที่เมืองไทย จะมีหลายแห่งที่มา โดยส่วนใหญ่จะเป็น pirate ซึ่งก็หมายถึง แผ่นที่ไม่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง จะมีแหล่ที่มาหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง จีน หรือ มาเลเซีย ทำให้มีราคาขายตั้งแต่ 100 กว่าบาท ไปจนถึง 700 บาท แล้วแต่แหล่งที่มา ยี่ห้อ และคนขายจะตั้งราคากันเอง ส่วนแผ่นที่ถูกลิขสิทธิ์ที่เป็น Zone 3 ก็มีมาขายด้วย แล้วราคาจะถูกกว่าแผ่นญี่ปุ่นที่เป็น Zone 2 อยู่ราวๆ เกือบเท่าตัวก็มี แต่เนื่องจากแผ่นจาก ญี่ปุ่น มักจะไม่มี subtitle ภาษาอังกฤษอยู่ (ประมาณกว่า 90%) ทำให้คนที่จะซื้อน้อย ดังนั้นจึงหาซื้อไม่ค่อยจะได้ตามไปด้วย
ในเมื่อแผ่น Pirate มีหลายยี่ห้อ แล้วยี่ห้อไหนจะดี
สำหรับคำถามนี้ ขอตอบเฉพาะแผ่น DVD Anime จากฮ่องกง มียี่ห้อต่างๆดังนี้
AC/MI เป็นค่ายแรกๆ ที่ผลิต DVD Anime เดิมใช่ชื่อว่า AC และมีสัญลักษณ์เป็นตัว A สีส้ม แต่มีบริษัทคู่แข่ง AV เปิดใหม่ แล้วใช้โลโก้ตัว A สีแดง คล้ายๆกัน AC เลยเปลี่ยนชื่อเป็น MI มีโลโก้เป็นตัว M สีเขียว คุณภาพแผ่นยี่ห้อ AC/MI กับ AV ก็อยู่ในขั้นพอใช้ครับ มีดีและไม่ดีบ้างปะปนกันไป ต้องคอยอ่านรีวิวแผ่นหรือถามผู้รู้ดีๆ

Link ของค่าย AC/MI ครับ
//www.anime-cartoon.com/

AV หรือ Animation Video แต่ถ้าดูจาก Logo ไม่แน่ใจว่าเป็น Video Animation หรือเปล่า แต่เนื่องจาก Logo ใช้สัญญาลักษณ์ตัว “A” ก็เลยใช้เป็น AV แทนที่จะเป็น VA ส่วนแผ่นมีทั้งดีและไม่ดีปนกัน ก็เหมือนๆ กับ AC แต่สำหรับเจ้านี้จะมีแผ่นที่ก๊อปจากยี่ห้อ FX อยู่ด้วย

AS หรือ Anime Studio เป็นค่ายใหม่ มักจะก็อป*** AC/MI หรือ AV หรือแผ่นแท้โซน 1 มา แล้วลดจำนวนแผ่นลง เช่น AC/MI มี 5 แผ่น AS จะมี 4 แผ่น และยังขายราคาต่อแผ่นถูกกว่าค่ายอื่นๆอีกด้วย แต่แผ่นคุณภาพแย่กว่ายี่ห้ออื่นๆ อย่างไรก็ตาม บางแผ่นก็ดีครับ ต้องคอยอ่านรีวิวหรือถามผู้รู้เหมือนกัน ล่าสุด ค่าย AS มีการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามขึ้น และใช้ชื่อว่า MAC แต่แผ่นก็ยังเหมือนๆ เดิมกับ AV เจ้านี้จะมีแผ่นที่ก๊อปมาจากทาง USA จำนวนมากกว่าเจ้าอื่นๆ มาก ทำให้เป็นอีกเจ้าหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะบางเรื่องจะมีเสียงภาษาอังกฤษมาให้

Link ของเวปค่าย AS/MAC ครับ
//www.animegod.com/

FX ไม่แน่ใจว่าย่อมาจากอะไร ใช้สัญลักษณ์ fx ตัวเขียน นับว่าเป็นค่ายใหม่ล่าสุด คุณภาพแผ่นดีเยี่ยมกว่าค่ายอื่นๆ แต่ราคาแผ่นก็แพงกว่าด้วย เนื่องจากเป็นผู้ผลิตรายย่อย ที่ส่วนใหญ่เลือกแต่ Anime ที่มีต้นฉบับคุณภาพยอดเยี่ยม เช่นแผ่นแท้โซน 1 หรือโซน 2 ของญี่ปุ่น
คำบรรยาเรื่องไหนดี
ลองหาข้อมูลจากผู้ที่มีแผ่นนั้นๆ แล้ว ดูรีวิวได้ที่นี่ หรืออ่านรีวิวภาษาอังกฤษได้จากเวปต่างประเทศ เช่น //www.import-anime.com

OVA คืออะไร

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า Anime ในญี่ปุ่นมี 3 ประเภท คือ TV Series, Movie และ OVA โดยแต่ละประเภทมีลักษณะดังนี้

TV Series คือ Anime ที่ฉายทางโทรทัศน์ในญี่ปุ่น ความยาวมากน้อยตามแต่ผู้ผลิตจะผลิตออกมา แต่ส่วนมากจะมีความยาวตอนละ 30 นาที เนื่องจากงบลงทุนค่อนข้างต่ำ และมักจะต้องเร่งสร้างเพื่อให้ทันฉายทางทีวี คุณภาพจึงต่ำกว่าประเภทอื่นๆ

Movie คือ Anime ที่ฉายในโรงฉาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น ซึ่งอาจจะเป็นการสร้างโดยใช้เรื่องที่เป็น TV Sereis มาสร้างใหม่ เปลี่ยนแปลงเนื้อหา หรือเพิ่มเติมเนื้อหา เป็นตอนพิเศษ หรืออาจเป็น Movie ที่สร้างขึ้นเพื่อฉายทางโรงภาพยนตร์โดยเฉพาะ แต่บางครั้งก็อาจเห็นว่าทำมาโดยเฉพาะฉายทางทีวี เช่น I can hear the sea ซึ่งมักจะใช้งบลงทุนค่อนข้างสูง จึงทำให้มีคุณภาพดีกว่าประเภทอื่น

OVA ย่อมาจาก Original Video Animation หมายถึง Anime ที่ผลิตขึ้นเพื่อวางจำหน่ายเท่านั้น ในรูปแบบของ VDO และ/หรือ DVD ไม่มีการนำมาฉายทางโทรทัศน์ เนื้อเรื่องอาจเป็นการสร้างขึ้นมาใหม่ หรือเป็นภาคต่อ หรือภาคพิเศษจาก TV Series หรือ Movie ก็เป็นไปได้ งบลงทุนจะต่ำกว่า Movie แต่เนื่องจากไม่ต้องเร่งสร้างออกอากาศ ดังนี้นคุณภาพจึงค่อนข้างดี
ทำไมเรื่องเดียวกัน บางทีจำนวนแผ่นไม่เท่ากัน
นั่นเป็นได้หลายประการ
1. เป็นเรื่องเดียวกัน แต่คนละภาค ก็ทำให้จำนวนแผ่นไม่เท่ากันได้ล
2. จำนวนแผ่นที่ใส่มาในแผ่นไม่เท่ากัน เช่น ถ้าเป็นแผ่นของ ญี่ปุ่น มักมีจำนวนตอนไม่เกิน 3 ตอน แต่ถ้าเป็นของ USA บางเรื่องมีถึง 6-7 ตอนเลยก็มี ทำให้จำนวนแผ่นไม่เท่ากัน
3. ถ้าเป็น pirate ก็แล้วแต่ละยี่ห้อจะทำ ซึ่งบางยี่ห้ออาศัยการลดรายละเอียด (เรียกว่า bit rate ก็ได้) บางยี่ห้อก็เอาต้นฉบับจาก ทีวี บ้าง จาก DVD บ้าง ทำให้คุณภาพและจำนวนตอนไม่เท่ากัน ทำให้ใช้แผ่นไม่เท่ากันตามไปด้วย
รวบรวมคำถามโดยคุณeATแห่งบอร์ดdvddiaryครับ




 

Create Date : 05 มกราคม 2548    
Last Update : 5 มกราคม 2548 19:01:48 น.
Counter : 504 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.