ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

ว่าด้วยเรื่องเจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องมากเกี่ยวกับการตีพิมพ์

การ์ตูนญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยกันอยู่นี่อย่างที่เราทราบกันดีครับว่าต้นฉบับจริงๆแล้ว ตีพิมพ์ให้อ่านจากขวาไปซ้ายมิใช่ซ้ายไปขวาแบบที่เราอ่านอยู่นี่เนื่องจากเป็นวัฒนธรรมการเขียนหนังสือมาแต่โบราณของชนชาติเขาเอง การเปิดอ่านจึงต้องพลิกเปิดจากซ้ายไปขวา ส่วนของเรานั้นพลิกเปิดจากขวาไปซ้าย
เมื่อสำนักพิมพ์การ์ตูนบ้านเราซื้อลิขสิทธิ์ของเขาเพื่อมาจำหน่ายในบ้านเรา จึงต้องมีการกลับด้านต้นฉบับคล้ายๆกับภาพในกระจกนั้นละครับ เพื่อทำให้การ์ตูนสามารถอ่านในแบบวัฒนธรรมการอ่านของเราได้

แต่ก็นั้นละครับมีการ์ตูนอยู่บางเรื่องจำเป็นต้องตีพิมพ์โดยคงต้นฉบับเดิมนั้นคือการอ่านจากขวาไปซ้าย เนื่องจากเป็นข้อตกลงทางธุรกิจกับสำนักพิมพ์ต้นสังกัดเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะสำนักพิมพ์Shueisha(ยกเว้นการ์ตูนในนิตยสารการ์ตูนผู้หญิงRibbon) ,Mag Garden ,Wani Book ,Media Work ,Gentosha ,Square-Enix เป็นต้น
แต่บางครั้งจะไปต่อว่าทางสำนักพิมพ์ต้นสังกัด(โดยเฉพาะKadokawa Shoten ,Shogakukan)นั้นไม่ได้ เนื่องจากคนเรื่องมากเจ้าปัญหาที่ว่านั้นกลับเป็นเจ้าของผลงานซะเอง เช่น โฮโจ ซึคาสะ(City Hunter) ,โอตะ เออิจิโร่(Onepiece) โดยเฉพาะรายหลังทำเอาผู้ที่ซื้อการ์ตูนของเขาไปก่อนแล้วเสียความรู้สึกไปตามๆกันเพราะจากเดิมที่รวมเล่มก็ตีพิมพ์ให้อ่านในแบบของเราอยู่แล้ว ดันมากลับลำให้ตีพิมพ์ตามต้นฉบับเดิมของเขาห้ามกลับด้านเด็ดขาด - -"
ยิ่งการ์ตูนของค่ายShueishaในช่วงหลังๆแล้ว ต้องตีพิมพ์ตามแบบญี่ปุ่นเท่านั้นโดยการ์ตูนที่เคยพิมพ์อ่านแบบของเราในช่วงแรกๆนั้นเมื่อเอามาพิมพ์ขายใหม่ก็กลับไปพิมพ์ตามต้นฉบับเดิมของเขาเช่นกันอย่าง ไดตะลุยแดนเวทมนตร์ ,มืออสูรล่าปีศาจ ,ซามูไรพเนจร
มีใจดียกเว้นอยู่สองเรื่องด้วยกันนั้นคือ นารุโตะ กับ Hunter X Hunter
แน่นอนว่าวิบูลย์กิจซึ่งเป็นสำนักพิมพ์การ์ตูนเก่าๆแก่ๆ ยืนยันเจตนารมย์เดิมที่ยังไงก็จะไม่ตีพิมพ์การ์ตูนตามต้นฉบับญี่ปุ่นอย่างเด็ดขาด เลยต้องยึดหัวหาดสำนักพิมพ์กับเจ้าของผลงานที่ไม่เรื่องมากในข้อนี้อย่างKodansha และ Akita Pulishing

อันด้วยวัฒนธรรมการเขียนตัวหนังสือของจีนและญี่ปุ่นแต่โบราณ เขียนจากบนลงล่างแล้วไปต่อหลักใหม่ทางด้านซ้ายครับ
แล้วทำไมต้องไปต่อหลัก(สดมภ์ หรือ คอลัมป์)ใหม่ที่ด้านซ้ายด้วยละ ก็เพราะเขาเขียนหนังสือม้วนกระดาษยังไงละครับถ้าจับปากกาด้วยมือขวาแล้วคลี่ม้วนด้วยมือซ้ายอย่างนี้ไปทางด้านซ้ายจะเขียนได้ราบรื่นครับ ดีกว่าไปคลี่ทางด้านขวาซึ่งทำแบบนั้นต้องคร่อมมือไม่สะดวกเลยครับ
ญี่ปุ่นซึ่งรับวัฒนธรรมหนังสือจากจีนมาก็เลยเขียนการ์ตูนแบบอ่านจากขวาไปซ้ายด้วยก็เท่านั้นละครับ
ผมเองก็ไม่เข้าข้างวัฒนธรรมญี่ปุ่นหรอกครับ แต่ญี่ปุ่นต่างหากที่ต้องปรับไปตามโลก อย่าให้โลกต้องปรับไปตามญี่ปุ่นอยู่ฝ่ายเดียว
อ่านจากขวาไปซ้ายผมก็ทำได้ไม่ตะขิดตะขวงใจหรอกครับ เพียงแต่ผมจะไม่ซื้อมาเก็บสะสมประดับชั้นก็เท่านั้นเอง

เหตุผลที่ว่าทำไมต้องตีพิมพ์ตามต้นฉบับดั้งเดิมนั้นก็เพราะเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่อยากให้มีการตกแต่งภาพโดยเฉพาะส่วนของตัวอักษรในการ์ตูน ให้มีความเพี้ยนไปจากเดิมอันเนื่องมาจากการตีพิมพ์กลับด้านเพื่อให้สามารถเปิดอ่านได้ตามแบบของเรานั้นจะทำให้รายละเอียดตามจริงของภาพโดยเฉพาะตัวอักษรทั้งในป้ายหรือเสื้อผ้าของการ์ตูน มีการกลับด้านไป จึงต้องมีการตกแต่งภาพส่วนนั้นซะใหม่ แต่ความเพี้ยนอย่างมือแต่ละข้างของตัวละครซึ่งในความเป็นจริงถนัดข้างขวา แต่พอตีพิมพ์แบบของเราจะกลายเป็นถนัดข้างซ้ายไป มีหลายคนที่ยอมรับตรงนี้ไม่ได้เช่นกัน
ในทัศนคติของผมแล้วผมก็เช่าอ่านได้ครับ แต่ยังไงก็ไม่ซื้อมาสะสมเด็ดขาดสาเหตุก็เพราะไม่เข้าชุดกันอย่างมากกับการ์ตูนลิขสิทธิ์เปิดอ่านแบบสากลที่ผมซื้อสะสมเอาไว้หลายเรื่องตามที่ระบุไว้ในBlogหิ้งชั้นการ์ตูนนั้นละ
แถมมีผู้อ่านบางคนตั้งแง่ทางวัฒนธรรมว่าทางญี่ปุ่นคิดจะยัดเยียดวัฒนธรรมการอ่านตามแบบของเขาให้กับนักอ่านบ้านเราซึ่งจริงๆเขาก็ไม่ได้คิดอย่างนั้น ถ้าคุณอยากจะอ่านผลงานของเขาคุณก็ต้องทำตามแบบของเขา ถ้าไม่ทำคุณก็ไม่ต้องอ่าน แค่นี้เองง่ายๆ

จริงๆแล้วผมว่าน่าจะใช้วิธีพบกันแค่ครึ่งทางในการตีพิมพ์การ์ตูนเปิดอ่านแบบสากลเพื่อไม่ให้การ์ตูนญี่ปุ่นนั้นดูแปลกแยกออกไปเมื่อมาวางจัดไว้ในชั้น เช่น แทนที่จะกลับด้านต้นฉบับก็ใช้วิธีตัดกรอบช่องการ์ตูนแบบCut Workจากนั้นก็เอามาสลับตำแหน่งซ้ายขวากันแบบตัวต่อJigsaw เพื่อให้สามารถเปิดอ่านแบบสากลได้ แต่วิธีนี้ก็ยุ่งยากไม่ใช่เล่นเหมือนกันถ้าต้องทำกันทุกหน้ากระดาษ
ว่าไปผมก็ลืมนึกถึงการเรียงลำดับบทพูดของตัวละครในช่องคำพูดไปหน่อย เพราะลำดับบทพูดในช่องการ์ตูนนั้นยังคงอ่านจากขวาไปซ้ายเหมือนเดิม
แต่ผมว่าถ้าศิลปินนักเขียนการ์ตูนหันมาใส่ใจเรื่องผลงานการ์ตูนของตัวเองเมื่อต้องตีพิมพ์ให้อ่านแบบสากลบ้างก็ดีอยู่นะครับ เพราะเขาจะได้สร้างสรรค์ผลงานให้สามารถตีพิมพ์โดยอ่านแบบญี่ปุ่นก็ใช้ต้นฉบับหนึ่ง อ่านแบบสากลก็ใช้ต้นฉบับอีกรูปแบบหนึ่งอย่างงี้เป็นต้น แต่คนเขียนก็คงจะเหนื่อยตายแย่ และทางสำนักพิมพ์ต้นสังกัดเองก็ต้องให้ความร่วมมือและปรึกษานักเขียนการ์ตูนเพิ่มไปด้วยในเรื่องของกระบวนการพิมพ์เพื่อให้อ่านได้ทั้งสองแบบเพื่อให้นักเขียนได้เช็คดูผลงานของตัวเองเมื่อต้องตีพิมพ์แบบสากลจะได้สบายใจด้วยกันทั้งฝ่ายคนอ่านชาวต่างประเทศและตัวของนักเขียนเอง

ผมเข้าใจดีครับว่าทั้งทางสำนักพิมพ์ต้นสังกัดและตัวผู้เขียนเจ้าของผลงานเองต่างก็รักและหวงในผลงานของท่านกันแทบทั้งนั้น แต่ก็อยากให้สำนักพิมพ์ต้นสังกัดของญี่ปุ่นและตัวของนักเขียนเองปรับเปลี่ยนต้นฉบับให้อ่านจากหน้ามาหลังตามแบบที่ตัวคุณเองต้องการ เพื่อให้นักอ่านต่างชาติที่เขาไม่ได้มีวัฒนธรรมการอ่านจากหลังมาหน้าเหมือนอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกงและไต้หวัน (จริงๆน่าจะรวมประเทศในกลุ่มอาหรับมุสลิมไปด้วยเนื่องจากมีวัฒนธรรมการเขียนอ่านตัวอักษรจากขวาไปซ้าย)ได้มีโอกาสชื่นชมผลงานของพวกท่านโดยไม่ต้องมาตะขิดตะขวงใจกับเรื่องการยัดเยียดวัฒนธรรมการอ่านที่ไม่ต้องการ หรือมาตั้งแง่ว่าไม่คิดจะจริงจังกับการเปิดตลาดหนังสือการ์ตูนออกสู่สายตาชาวโลกด้วยเหตุผลเพียงแค่ไม่ชอบการอ่านแบบนี้ก็ไม่ต้องซื้อสะสมสิ หรือว่าการทำต้นฉบับพิเศษจากหน้ามาหลังนั้นมันต้องสูญเสียต้นทุนหรือเวลาไม่คุ้มกับที่จะขายได้ในตลาดโลกก็ไม่ทราบได้นะครับ
ไม่ยังงั้นหลังจากที่การ์ตูนของพวกท่านตีพิมพ์ไปได้50ปี ลิขสิทธิ์การ์ตูนของท่านซึ่งจะตกเป็นของสาธารณะโดยอัตโนมัติตามกฏหมายสากล(ยกเว้นอเมริกาซึ่งประกาศยืดเวลาตามกฏหมายไปถึง100ปี เพื่อเป็นเกียรติแก่วอลต์ดีสนีย์ที่จากโลกนี้ไปได้เกือบ50ปีแล้วครับ) จะถูกทางสำนักพิมพ์ต่างชาติในอนาคตปรับเปลี่ยนต้นฉบับให้อ่านจากหน้ามาหลังตามใจชอบโดยที่ไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้เลยนะครับ
มาถึงตรงนี้ผมเห็นการ์ตูนที่ขายในแผงหนังสือแล้วอยากจะบอกตรงๆครับว่า เปลี่ยนความคิดจากรักษาผลงานศิลปะมาเป็นปรับปรุงผลงานศิลปะให้เข้ากับวัฒนธรรมการอ่านของโลกเถอะครับ ซึ่งผมก็เข้าใจดีครับว่าโอกาสมันยากมากๆเพราะคนญี่ปุ่นได้ชื่อว่ามีนิสัยชาตินิยมและขี้งกจัดกว่าชาติอื่นในโลกครับ (ก็มันจริงนี่นา หรือจะมีใครเถียงอีกละ)
ผมเชื่อว่าเรื่องนี้มันทำได้ยากมาก เพราะการทำต้นฉบับแปลงหลังมาหน้ามาเป็นแบบหน้ามาหลังไม่ใช่ว่าใช้วิธีสลับช่องลำดับการอ่านแบบJigsawเท่านั้นก็เสร็จไม่ใช่นะครับ เพราะถ้าช่องการ์ตูนมันไม่สมมาตรหรือแม้แต่ช่องการ์ตูนซ้อนทับสะเปะสะปะแบบที่การ์ตูนผู้หญิงชอบเขียนกัน อันนี้จนปัญญาต้องใช้วิธีกลับด้านลูกเดียวและผลก็คือความเพี้ยนของรูปที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง นอกเสียจากเจ้าของผลงานจะต้องวาดต้นฉบับขึ้นมาใหม่เองทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งมันเสียทั้งเวลาทำมาหากินและงบประมาณอันมีค่าไปพอสมควรอยู่แลกกับค่าLCที่ได้รับจากไทยหรือต่างประเทศเพียงไม่เท่าไหร่

โดยเฉพาะนักเขียนในรายชื่อต่อไปนี้ซึ่งเห็นได้ชัดเจนมากครับว่าท่านทั้งรักทั้งหวงในผลงานของท่านกันมากขนาดไหน
ยาซาวะ ไอ(NANA)
โยโกะ มากิ(Babe My love)
อาดาจิ มิซึรุ(H2 ,พริกขี้หนูสีรุ้ง ,Katsu ,Touch ฯลฯ)
ไนโตะ ยาซึฮิโระ(Trigun)
มิกิโมโต้ ฮารุฮิโกะ(Macross7)
ไซโต้ จิโฮะ(Utena ฯลฯ)
สุงิซากิ ยูกิรุ(D.N.Angel)
Clamp(XXX Holic ,Tsubasa Chronicle)
โยชิซูมิ วาตารุ(Ultra Maniac)
โฮโจ ซึคาสะ(City Hunter ,Cat eye ,Angle Heart ฯลฯ)
ฟุจิชิม่า โคสึเกะ(Oh my Goddess)
โอตะ เออิจิโร่(One Piece)
Gainax(Evangelion)
Sunrise(Gundam Serie)
ทาคาฮาชิ รูมิโกะ(Inuyasha)
ฟูจิตะ คัทสึฮิโระ(ล่าอสูรกาย,หุ่นเชิดสังหาร,ศึกเซียนพิสดารโฮไร)
ทาคาชิ ชิอินะ(แผนปราบผีไม่มีอั้น,สามพลังป่วนพิทักษ์โลก)
ทาคาฮาชิ โยอิจิ(Hungry Heart,กัปตันซึบาสะ)
คุรุมาตะ มาซามิ(Saint Seiya Episode G)
ซามูระ ฮิโรอากิ(Blame of the Immortal;ฤทธิ์ดาบไร้ปราณี)
คาโอรุ ชินทานิ(Area88)
มิยางาวะ มาซาโยะ(Eden)
โมริโมโตะ โคซูเอโกะ(ครูสาวยากูซ่า)
โยชิดะ ซึนาโอะ(แต่งเรื่อง) กับ คิวเจียว คิโยะ(วาด) (Trinity Blood)
ทามิโอะ บาบะ(คู่หูบะหมี่รถลาก)
โยเนฮาระ ฮิเดยูกิ(Coco Full Ahead,แสบกว่านี้มีอีกไหม)
ยามาโมโต้ เคนจิ(Black Jackหมอปีศาจ)

นอกจากนี้ก็มีนักเขียนการ์ตูนผู้หญิงที่ถึงจะโนเนมแต่ก็ยังเรื่องมากเข้าให้อีก โอกาสที่ท่านจะทำตลาดโกอินเตอร์นี่จะเป็นไปได้ยากขึ้นนะครับ
นาคาโจ ฮิซาโยะ(สับขั้วมาลุ้นรัก)
มิโฮะ โอบานะ(Mizu No Yakata;คฤหาสน์แห่งสายน้ำ)
มากิมูระ ซาโตรุ(Otenki Yoho;พรุ่งนี้อากาศเป็นเช่นไร)

เอ้อ... ยังไงซะถ้าสำนักพิมพ์อย่างKodansha,Shogakukan,Kadokawa shoten,Akita Pulishing,Shonen Gohosha ,Media FactoryและShinshosha รวมไปถึงนักเขียนเจ้าของผลงานในสังกัดสำนักพิมพ์พวกนี้พยายามที่จะทำความเข้าใจในจุดนี้ซะและยอมรับกับมันละก็ จะเป็นเรื่องดีอยู่มากเลยนะครับ
อ่านหลังมาหน้าผมก็เคยชินไปแล้วเหมือนกับทุกๆท่านนะแหละ ก็อ่านการ์ตูนเช่ามาถึงตอนนี้น่าจะถึงหลักพันเล่มได้แล้วมั่งก็เล่นอ่านกันวันละ3-4เล่มไม่มีเว้นวรรคเลยนี่หว่าแค่ใช้เวลาว่างช่วงที่งานไม่มาบ้าง คอยรถเมล์บ้าง ฆ่าเวลาช่วงรถติดบ้าง ว่างๆไม่มีอะไรทำที่บ้านก็เยอะ
ก่อนที่การ์ตูนจะกลายเป็นแบบหลังมาหน้าหมดยังงั้นเห็นทีเราต้องกระตุ้นวงการนักเขียนการ์ตูนหนังสือไทยของบ้านเราให้คึกคักสักทีหนึ่งละครับ
อนาคตที่การ์ตูนญี่ปุ่นอ่านจากหลังมาหน้าหมดทุกเล่มใกล้จะเป็นจริงแล้ว ผมคงต้องเก็บรักษาการ์ตูนที่มีอยู่ให้ดีที่สุดไว้ให้ลูกหลานได้อ่านก่อนที่จะไม่มีฉบับหน้ามาหลังให้เราได้อ่านกันอีกต่อไป
พูดถึงเรื่องรักษาผลงานศิลปะนี่เขาจะยอมให้มีการเซ็นเซอร์ใส่ตัวอักษรศีลธรรมแบบนั้นด้วยหรือเปล่านี่สิ ถ้าไม่ละก็การ์ตูนเรื่องนั้นอาจโดนลอยแพจากตลาดไปชั่วกาลนานเป็นแน่แท้




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 12 เมษายน 2551 14:21:01 น.
Counter : 494 Pageviews.  

ความรู้ด้านบทภาพยนตร์กับการ์ตูน ตอนที่ ๒ : โครงสร้างของเรื่อง - ก่อนจะเกิดมาเป็นเรื่อง

ความรู้ด้านบทภาพยนตร์กับการ์ตูน ตอนที่ ๒ : โครงสร้างของเรื่อง - ก่อนจะเกิดมาเป็นเรื่อง โดย ยัติภังค์
เกริ่นนำ
นี่เป็นแค่วิธีหนึ่งในการคิดสร้างเรื่องเท่านั้น คุณจะไม่เห็นด้วยก็ไม่แปลก แต่ศึกษาไว้ก็ไม่เสียหลายเหมือนกัน

ผมไม่ใช่คนเก่ง สิ่งที่นำมาเป็นเรื่องที่เรียนมาแล้วนำมาประยุกต์เข้ากับการ์ตูน เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์เท่านั้น ผมวาดการ์ตูนยังไม่เป็นด้วยไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลย

วิธีที่จะกล่าวถึงในบทความนี้เป็นที่เรียกว่าเรียกว่าเป็นการคิดเรื่องแบบ Classicalism คือมาตรฐานตามชื่อของมัน เป็นวิธีแบบหนังส่วนใหญ่ในโลก ประเภทจาก 1 2 3 ตามลำดับ (Cronological?) การย้อนอดีตในเรื่องจะเป็นการเล่าย้อนเพื่อสนับสนุนเรื่องลำดับตามปรกติ

ส่วนการ์ตูนต้องบอกได้เลยว่ามีข้อดีกว่าภาพยนตร์ที่เวลาในการเล่าไม่จำกัด(เหมือนหนังสือนั่นแหละ)ฉะนั้นคุณจะเล่าย้อนยาวหน่อยแบบ Lucky Man หรือ One Piece ก็ไม่มีใครว่า หรือจะเล่าย้อนยาวแบบ Berserk ก็ไม่เป็นไรอีกเหมือนกัน เชิญตามสบาย แต่ผมยังถือว่าเป็นวิธีแบบมาตรฐานอยู่

โครงสร้างของเรื่อง
โครงสร้างก่อนจะมาเป็นเรื่องๆหนึ่ง เราต้องคิดอะไรบ้าง เรามาดูกัน

๑. เงื่อนไขกฏเกณฑ์ (Frame หรือ Setting)
อาจเรียกว่าเป็นการกำหนดเงื่อนไขของ "โลก" ในเรื่องนั้น ไม่ว่าจะเป็น เวลา,สถานที่,ลักษณะทั่วไปของคนที่นั่นว่าปรกติ แปลกประหลาด มหัศจรรย์ยังไง,มีอะไรเป็นจุดเด่น หรือ ไม่มี

ตัวอย่างเช่น Dragon Ball มีเฟรมที่เปิดขึ้นมาคือไม่มีเวลาสถานที่ชัดเจนเพราะเป็นการจินตนาการผสมผสานของผู้เขียน วัฒนธรรม,ค่านิยม,การใช้ชีวิตต่างของตัวละครผสมผสานกันไประหว่างอนาคตและอดีต แต่เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการต่อสู้ และผจญภัยไปกับดราก้อนบอล ลูกบอลซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่งของเรื่อง หากสามารถรวบรวมลูกบอลได้ครบ ๗ ลูกก็จะสามารถขอพรอะไรก็ได้ นั่นเป็นชนวนอย่างหนึ่งในการเกิดเรื่องกับองค์กร เร้ด ริบบอน

สังเกตว่า Dragon Ball จะมีการเปิดเฟรมหลายครั้ง หมายถึง สร้างเงื่อนไขใหม่ๆให้ตัวเองเรื่อยๆ เพราะเป็นการ์ตูนที่มีความยาว และมีภาคต่อ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีลักษณะผิดแผกกว่าภาพยนตร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการสร้างเฟรม หรือกำหนดเงื่อนไขในช่วงแรกของหนังเลย(ประมาณ ๒๐-๓๐ นาทีแรก) เช่น ช่วง Dragon Ball Z มีการเปิดตัวซูเปอร์ไซย่า และตัวละครใหม่ๆ พลังใหม่ๆ ซึ่งพลังดังกล่าวนั่นแหละครับคือเฟรมใหม่ของเรื่อง เช่นเดียวกับตอนที่มีจอมมารบู,หรือหุ่นหมายเลขต่างๆ

ตัวอย่างเฟรมอื่นๆเช่น Berserk เป็นยุโรปยุคมืดที่พัวพันกับเรื่องภูตผีปีศาจ, หรือการ์ตูนอย่างนักเรียนนักเลงแต่ละเรื่องสังเกตดูเลยครับว่ามีความแตกต่างกัน เช่น บลู เป็นงานที่เน้นเรื่องราวที่สมจริงแบบชีวิตนักศึกษา,ขณะที่ อีกา กลับเน้นลงลึกไปที่เรื่องของนักเลง การต่อยตี และชีวิตผู้ชายล้วนๆ, ขุนพลประจัญบาน เป็นแบบแฟนตาซีต่อสู้ด้วยวิทยายุทธ ไปโน่นเลย

การ์ตูนแนวย้อนยุคประวัติศาสตร์ก็แตกต่างกัน เช่น เรียวม่า เป็นการนำเสนอแบบเน้นทางประวัติศาสตร์เด่นชัด โดยไม่พยายามตีความเกินเลย มีอารมณ์ขัน เน้นการสื่อสารต่อผู้อ่านทุกเพศวัย, Happyman ทั้งที่เป็นเรื่องยุคเดียวกัน เหตุการณ์เดียวกัน แต่กลับเน้นการตีความชนิดเตลิดเปิดเปิง เพื่อสะท้อนสภาพจิตใจที่มีด้านมืดของตัวละครชาวญี่ปุ่นแต่ละคนที่ต้องเปลี่ยนแปลงและโดนบีบคั้น (หากได้ใครอ่านเรื่องนี้คงจะจำได้ว่า เฟรมแรกของมันคือ เรื่องของตัวเอกที่เวลาสติแตก เส้นเลือดจะพุ่งกระฉูดจากศีรษะสองข้าง), หรืออย่าง Vagabond ก็จะเป็นการตีความเรื่องมิยาโมโต้ มุซาชิใหม่ โดยเน้นความสมจริง ตั้งแต่การวาด,การดำเนินเรื่อง,รวมไปถึงการต่อสู้ที่ไม่มีความพิสดารแต่อย่างใด

เฟรมของการ์ตูนนั้นจะว่าไปก็เกิดตั้งแต่ลายเส้นเลยครับ ฉากแต่ละฉากที่วาดว่าต้องการให้บ้านเมือง การแต่งกายมีความสมจริง หรือไม่สมจริง หรือคนในเรื่องจะตาถลนเมื่อตกใจ หรือเป็นท่าทางปรกติ(การ์ตูนมักจะเป็นอย่างแรก เพราะมันมีส่วนผสมของเรื่องแต่ง จนถึงความเป็นแฟนตาซีอยู่ในตัวอยู่แล้ว)

๒. สถานการณ์ (Events)
หรือ "เงื่อนไขของเหตุการณ์ต่างๆ" ตอนที่เรียนเขาบอกว่าหมายถึงฉากจบครับ แต่จริงๆไม่ใช่ซะทีเดียว

อย่างที่เรารู้ๆนะครับว่า Event มันแปลว่าเหตุการณ์ พูดง่ายๆก็คือเรื่องๆหนึ่งจะดำเนินไปได้จนจบต้องประกอบไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆเข้ามาเรียงร้อยด้วยกันจนจบนั่นแหละ สรุปได้ว่าหมายถึง เหตุการณ์ต่างๆที่เรียงร้อยเข้าด้วยกันจนนำไปสู่ฉากจบ

การคิดเรื่องอย่างง่ายๆนั้นมักมีตอนต้น กับตอนท้าย ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการคิดเหตุการณ์ต่างๆครับ

การคิดเรื่องที่ดีวิธีหนึ่งมักต้องสร้างเงื่อนไขคือ "จะเกิดอะไรขึ้นถ้า..."(What If) จะให้ดีนั้นจะต้องกำหนดว่าจากใคร-ทำอะไร-ที่ไหน-อย่างไร-กับใคร-และส่งผลอย่างไร เช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีหุ่นยนต์จากอนาคตมาช่วยเหลือเพื่อแก้ไขชีวิตเราให้ดีขึ้น กลายเป็นเรื่อง โดเรมอน, Vagabond จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามุซาชิ,โคจิโร่ ไม่ได้เป็นเหมือนที่ตำนานเล่าไว้ แต่เป็นคนธรรมดาสามัญ เป็นต้น ซึ่ง การคิดเรื่องดังกล่าว นำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆครับ ยิ่งการ์ตูนยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเราต้องสมมติจะเกิดอะไรขึ้นถ้า...มากมาย เรียกได้ว่าการ์ตูนเปิดกว้างทางจินตนาการมากกว่าหนังเสียอีก โดยเฉพาะแนวแฟนตาซี

การคิดเหตุการณ์ที่ดีนั้นต้องคำนึงถืง Theme ที่เราจะเล่าด้วยครับ เช่น วันพีซ คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนอยากเป็นนักดาบที่เก่งที่สุดในโลก ถ้าไม่คิดอย่างนี้แล้วเขามารวมกับลูฟี่มันจะไม่สนุกเลยครับ แต่นี่เขาคิดแบบเดียวกัน ในสาระสำคัญว่าด้วยการตามหาความฝันอย่างไม่เคยยอมแพ้ และเหตุการณ์เรื่องนี้ก็จะให้ตัวละครแต่ละคนได้ต่อสู้เพื่อความฝันตลอดเวลา โดยมีศัตรูคอยจี้ใจดำเรื่อยให้พวกเขาฮึดสู้

เรียกว่านอกจากจะต้องสมมติว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้า...บ่อยๆแล้ว จะมีทำระดับค่าความเชื่อมั่น หรือสาระที่ตัวละครยึดถือ(Value) หรือไม่ยึดถือ สั่นคลอนอยู่ตลอดเวลาครับ จากบวก เป็นลบ จากลบเป็นบวก เช่น ลูฟี่และพวกมีคนดูถูกเรื่องความฝันเกี่ยวกับเมืองลอยฟ้า และสมบัติ แต่ในเหตุการณ์ต่อมาพวกเขาก็พบว่ามันเป็นจริง แต่แล้วก็โดนคนที่ดูถูกมาแย่งสมบัติและดูแคลนเช่นเดิม ลูฟี่จึงไปกอบ***้โดยแสดงฝีมือซะ

หากเราสามารถแตกเหตุการณ์ให้ยิบย่อยและมีความผกผันของตัวละครจากบวกเป็นลบ ลบเป็นบวกได้ในระดับมากๆโดยไม่ยัดเยียด และดูดี สมเหตุสมผล การ์ตูนก็จะยิ่งสนุกครับ

๓. ทิศทางหลักของเรื่อง (Story Concept)
ผมขอเรียกว่า "แนวทางหลักที่ใช้ในเรื่อง" ซึ่งต้องเหมาะสมกับเรื่องที่สุด

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าวิธีสร้างสิ่งนี้ง่ายๆก็คือนำแนวของวรรณกรรมที่เรียกว่า Genre ไปจับครับ เช่น Action,รัก Romantic, Comedy. Thriller, Sport, Gangster, Period ซึ่งแต่ละแนวก็จะแยกย่อยไปอีกครับ เช่น ตลกก็มี ตลกเจ็บตัว,ตลกเสียดสีสังคม,ตลกล้อเลียน,ตลกร้ายสะท้อนด้านมืดมนุษย์, หรือตลกเย้ยหยันความไร้สาระของมนุษย์ แนววรรณกรรมดังกล่าวปัจจุบันก็มักถูกผสมผสานเข้ากันไว้เพื่อสร้างสีสันให้กับผู้เสพครับ เช่น รัก Romantic Comedy, หนังแอ๊คชั่นในบรรยากาศหนังไซไฟ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น ลักกี้แมน เป็นตลกล้อเลียนหนังยอดมนุษย์, โดราเอม่อน เป็นหนังไซไฟ ที่เน้นแนวทางตลกหลากหลาย ตั้งแต่ ตลกเจ็บตัวไปจนตลกล้อเลียน, Blue จัดเป็นงานแบบแก๊งสเตอร์ แบบที่เราเรียกติดปากว่า นักเรียนนักเลง เป็นต้น

Story Concept หรือ Concept ในองค์ประกอบของเรื่อง(ตอนแรก) อาจเรียกว่า เป็นจุดขายสำคัญของเรื่อง ถ้าเรื่องไหนโดนแบบดูแล้วเข้าท่า ถูกใจ มันก็เป็นเช่นนั้นไปตลอดจนกว่าจะเบื่อกันไปข้าง นอกจากใช้ Genre (ชอง) แล้วยังประกอบด้วย

Idea พูดง่ายๆ ถ้ามีไอเดียดี อย่างผลปีศาจ ในวันพีซ, องค์กรลึกลับ แบบ ฮันเตอร์,พลังสแตน แบบโจโจ้ ก็มันกันสิครับ

Plot โครงเรื่องที่ใช้ในการเล่าหลักๆ...ขึ้นมาเรื่องนี้อย่าคิดว่ามันใช้แค่ครั้งเดียวนะครับ การ์ตูนขนาดสั้นโครงเรื่องเดียวแน่ๆ แต่การ์ตูนขนาดยาวลองสังเกตไหมครับว่าการ์ตูนขนาดยาวเองมีหลายเหตุการณ์ และแต่ละหลายเหตุการณ์นั้นมักมีโครงเรื่องใกล้ๆกันเพื่อบอกเล่าสาระสำคัญเดียวกัน เช่น วันพีซ มีโครงเรื่องแต่ละครั้งเกี่ยวกับการผจญภัยต่อสู้กับศัตรูของคนที่มีความฝันแตกต่างกันแต่ต่างเป็นความฝันอันสูงสุด ซึ่งมักเป็นพลอตหลักของการ์ตูนผจญภัย เป็นพลอตว่าด้วยการไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรม ,หลายเรื่องอาจผสมผสานครับ เช่น Rough พลอตว่าด้วยความรักระหว่างชายหญิงซึ่งมีครอบครัวกีดกัน, ขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องของนักกีฬาที่ฝึกฝนตามความตั้งใจของตนเพื่อไปสู่ความสำเร็จ

สุดท้ายคือความเป็นตัวเอง หรือ เอกลักษณ์ นั่นเอง ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด เป็นลายเซ็นของผู้สร้างสรรค์งาน เช่น ความตลกแบบเพี้ยนๆ เฉพาะตัวของ โทริยาม่า อากิระ, ความถนัดจัดเจนในรักวัยรุ่นปนตลกของอาดาจิ มิซึรุ, ความเก่งกาจในการนำหลักตรรกะมาอธิบายเหตุการณ์ต่างๆในเรื่องของผู้เขียนโจโจ้ หรือ ฮันเตอร์xฮันเตอร์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าจะเข้ากับเรื่องหรือไม่ หากเอกลักษณ์ไม่มี เรื่องดีก็ไม่โดดเด่น, หรือเอกลักษณ์มี แต่ไม่เข้ากับเรื่องก็ไม่ไหว นักเขียนที่จัดเจนจะรู้ว่าตนถนัดกับแนวทางใดและสามารถผสมผสานได้ครับ เช่น Rough ซึ่งอาจจะดูเป็นงานที่เครียด สะเทือนใจไม่ต่างจากโรมิโอกับจูเลียต(ว่าไปนั่น) แต่เขากลับทำเรื่องความขัดแย้งของครอบครัวให้กลายเป็นเรื่องตลกเบาๆได้อย่างพอดีตามความถนัดของตน ขณะที่เวลาจะใส่ฉากเศร้าเข้ามาก็ไม่ขัด, หรืออย่าง ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ก็มักจะเขียนงานที่ผสมผสานระหว่างไซไฟ กับแฟนตาซี ในโลกของเด็กๆเป็นส่วนใหญ่

๔. ปัญหาชีวิต (Dramatic Problem)
เรียกว่าปัญหาชีวิตอาจจะฟังดูเศร้าเหมือนหนังชีวิตอะไรทำนองนั้น จึงขอเรียกว่า "ปัญหาระดับพื้น" ไปก่อน ปัญหาระดับพื้นนี้หมายถึง ปัญหาที่เกิดกับตัวเอกในเรื่องซึ่งนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของตัวเอกเอง มักไม่เกี่ยวกับผู้อื่น(ในที่นี้ถ้ามีหลายคนก็คือไม่กระทบกับคนส่วนใหญ่ รวมถึงผู้อ่านผู้เสพ) โดยอาจจะเป็นปัญหาง่ายๆ ที่อยู่ในโทนเดียวกับเรื่อง ยิ่งการ์ตูนที่แบ่งเป็นหลายๆตอนมักมีหลายปัญหา เช่น รันม่าต้องแข่งขันงานบะหมี่เพื่อจะได้รางวัลไปเมืองจีน(ปัญหาคือรันม่าอยากไปเมืองจีน)เพื่อไปอาบบ่อน้ำให้กับมาเป็นชายอีกครั้ง(ความต้องการเป็นชายโดยสมบูรณ์จัดเป็น “ปัญหาระดับสูงสุด”), ร้อนเงินขาดเงินช่วยครอบครัว, หลงรักผู้หญิงคนหนึ่งเลยต้องหาวิธีจีบ, สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ฝันไม่ได้ เป็นต้น

ซึ่งปัญหาระดับนี้นั้นจะคิดอย่างไรก็ได้ ขออย่าให้เสียเอกภาพของเรื่องเท่านั้น ยิ่งการ์ตูนขนาดยาวที่มีหลายตอน หลายภาค การคิดปัญหานั้นย่อมมีมากกว่าหนึ่งอย่างแน่นอน

๕. วิกฤตชีวิต (Dramatic Crisis)
เรียกว่าวิกฤตชีวิตดูจะเหมือนหนังแอคชั่นไปหน่อย ตอนนี้ขอเรียกว่า "ปัญหาระดับสูงสุด" ไปก่อน ซึ่งคำนี้หมายถึง ปัญหาที่กระทบถึงคนหมู่มาก หมายถึง คนในเรื่อง หรือคนดูก็ได้ครับ เป็นปัญหาระดับสากลที่คนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เช่น ปัญหาด้านศีลธรรมระหว่างดีหรือชั่ว,ความอยุติธรรม, การสูญเสียชีวิต, ความสูญสิ้นศรัทธา ซึ่งปัญหาระดับนี้คาบเกี่ยวกับสาระสำคัญหรือธีมเรื่องไม่มากก็น้อย

อาจกล่าวได้ Dramatic Problem กับ Dramatic Crisis สัมพันธ์เกี่ยวเนื่อง ไม่ควรแยกให้โดดจากกันนักครับว่าแล้วก็ขอยกตัวอย่างเลย

เรื่อง Rough ปัญหาแรกของตัวละครคือทั้งคู่พระเอก-นางเอกของเราไม่แน่ใจว่าทั้งคู่ควรคบกันดีหรือเปล่า เพราะครอบครัวต่างเป็นอริกัน ภายหลังทั้งคู่คบกันก็ไม่รู้ว่าจะรักกันดีหรือเปล่า นี่ถือเป็นปัญหาระดับพื้นฐาน ต่อมาครอบครัวล่วงรู้ความจริง ทำให้เรื่องเริ่มลดโทนตลกลง เรื่องต้องหาทางขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไปนั่นคือปัญหาการกีดกันด้านความรักอย่างไม่เป็นธรรม

เรื่อง โดเรมอน แม้จะเป็นการ์ตูนแบบจบในตอนเป็นหลัก แต่สังเกตไหมครับว่าก็มีปัญหาสองอย่างเหมือนกัน อย่างแรกโนบิตะมีอนาคตที่ล้มเหลวโดเรมอนจึงต้องมาแก้ไขด้วยของวิเศษสารพัดช่วยเหลือจากเพื่อนที่ไม่ต่างจากศัตรู แต่ความจริงมีปัญหาที่หนักกว่าคือเนื้อแท้โนบิตะเป็นคนขี้เกียจ ไม่เอาไหนสักอย่าง และเอาแต่ใจตน ทางแก้จะมีไม่ทุกตอน แต่เน้นไปที่การส่งเสริมศีลธรรมที่โนบิตะมักรู้แจ้งเอง

ง่ายกว่านั้นก็เช่น ฮันเตอร์ ...กอร์นมีปัญหาของตนคืออยากพบพ่อ ด้วยความสามารถและความมุ่งมั่นจึงสามารถไปเป็นฮันเตอร์ได้ แต่มันก็ไม่เพียงพอเพราะเขาพบว่าโลกนี้มีคนเก่งมากมายเหลือเกินจึงต้องฝึกฝนตนให้เก่งกว่าที่เป็นอยู่ด้วยเน็น (ผมอ่านเรื่องนี้โดยไม่สนใจธีมเลย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการ์ตูนที่ดีไม่จำเป็นต้องมีดีทุกอย่าง เน้นทุกอย่างตามที่ผมเล่า แต่ควรมีเอกลักษณ์เฉพาะของผู้สร้างสรรค์อย่างสูง), ล่าอสูรกาย ...ปัญหาคือการต่อสู้ในจิตใจเพื่อควบคุมหอกสมิง ปัญหาแรกก็คือโทร่า(พักหลังไม่ใช่กลายเป็นผู้ช่วยพระเอกไป) ปัญหาสูงสุดคือความชั่วร้ายที่สุด นั่นคือ ฮะกุเม็ง

ปัญหาทั้ง ๒ อย่างต้องมีความขัดแย้ง หรือ Conflict เรื่องใดมีความขัดแย้งเยอะๆยิ่งดีครับ แต่ต้องเข้ากับเรื่องนะครับ เช่น ลัคกี้แมน เป็นตลกล้อเลียน เวลาเกิดความขัดแย้งของปัญหาในเรื่องจึงมักงี่เง่าเพื่อสร้างความขบขัน แต่ถ้าไปอยู่ในเรื่องอื่นอาจถือเป็นบาปเลยคือทำให้เรื่องที่เคร่งขรึมขาดเหตุผลที่มาที่ไปอย่างยิ่ง ซึ่งรายละเอียดของ Conflict นั้นมีขยายความออกไปอีกซึ่งจะนำมากล่าวต่อไปในภายหลัง




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2548 18:13:00 น.
Counter : 434 Pageviews.  

ความรู้ด้านบทภาพยนตร์กับการ์ตูน ตอนที่ ๑ : องค์ประกอบสำคัญในการสร้างเรื่อง

ความรู้ด้านบทภาพยนตร์กับการ์ตูน ตอนที่ ๑ : องค์ประกอบสำคัญในการสร้างเรื่อง
โดย ยัติภังค์
จากเว็ป //www.moviemisc.com ของคุณขุนแสวงสรรพกิจ(กิ๊กก็อก)ครับ
หมายเหตุผู้เขียน: บทความนี้นำมาข้อความที่ผมได้ลงในเว๊บบอร์ดไทคอมิค และนำมาปรับปรุงรายละเอียดบางส่วนที่ขาดตกบกพร่องไป ข้อมูลต่างๆที่เขียนได้รับมาจากความรู้ที่เรียนมาจากการคอร์สอบรมเขียนบทภาพยนตร์ ประยุกต์กับบทความในนิตยสารไบโอสโคป ฉบับที่ ๑๐ - ๑๖ ครับ

เกริ่นนำ
เคยสงสัยไหมว่าทำไมหลายคนวาดการ์ตูนสวย แต่อ่านยังไงก็ไม่สนุก องค์ประกอบสำคัญในการสร้างเรื่องเพื่อให้น่าติดตามมันมีอะไรซับซ้อนหนักหนาหรืออย่างไร?

เพื่อสร้างความกระจ่างตามกำลังสติปัญญาผู้เขียนจะมีได้ ก็จะขอใช้ความรู้เกี่ยวกับการเขียนบทภาพยนตร์มาเพื่ออธิบายบทการ์ตูนสักหน่อย ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่นักอ่านการ์ตูน ซึ่งจะทำให้อ่านและตีความสาระสำคัญ จุดเด่น จุดด้อยของการ์ตูนเรื่องหนึ่งๆได้ดีขึ้น อ่านการ์ตูนได้สนุกขึ้น นอกจากนี้ยังมีส่วนในการคิด และเขียนสำหรับนักเขียนการ์ตูนสมัครเล่นของไทยอีกด้วย

ความรู้เกี่ยวกับด้านบทภาพยนตร์นั้นมีประโยชน์เกี่ยวเนื่องกับการ์ตูนอย่างเห็นได้ชัด เพราะการวาดภาพเพื่อเล่าเรื่องราวนั้น ก็ไม่ต่างจากภาพยนตร์ที่เกิดจากภาพนิ่งหลายๆภาพมาทำให้เกิดภาพเคลื่อนไหวโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม อย่างไรก็ตามการ์ตูนก็มีองค์ความรู้อื่นๆมาประกอบ เนื่องด้วยเป็นสื่อที่มีมิติของหนังสือประเภทนวนิยายมาผสมผสานเช่นกัน ดังนั้นบทความนี้จึงได้ประยุกต์บางส่วนให้เหมาะสมกับการเล่าเรื่องแบบการ์ตูน

สิ่งที่จะนำมาอธิบายเป็นอันดับแรกในตอนที่หนึ่งนี้คือ องค์ประกอบสำคัญในการเกิดเรื่อง ซึ่งหมายความได้อีกทางว่า การ์ตูนเรื่องหนึ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้นั้นมาจากสิ่งใดได้บ้าง

องค์ประกอบสำคัญในการเกิดเรื่องมาจาก ๔ ปัจจัยซึ่งทั้ง ๔ ประการที่จะกล่าวนั้นเป็นองค์ประกอบที่ไม่ว่าหนัง หรือการ์ตูนทุกเรื่องต้องมีทั้งสิ้นขึ้นอยู่ว่าจะทำได้ออกมาดีหรือไม่ดีเท่านั้น ย้ำว่าแค่เกิดเรื่องเท่านั้นส่วนจะคิดรายละเอียดที่แตกออกไปนั้นเป็นโครงสร้างของเรื่อง ซึ่งจะนำมากล่าวถึงอีกทีในตอนต่อไป

องค์ประกอบในการสร้างเรื่อง
ได้แก่

๑. แนวคิด (Idea)
หมายถึง จุดเด่น- ความคิดสร้างสรรค์ย่อยอย่างหนึ่งในการสร้างเรื่อง มักเป็นสิ่งแรกๆที่คนจะสังเกตและนึกถึงเวลาอ่านการ์ตูน ดูหนัง เช่น โดราเอมอนมีกระเป๋าวิเศษ, หรือตัวเอกมีวิชาด้านนินจา อย่างฮัตโตริ, ซาเอบะ เรียวเป็นมือปืนที่ลามกมากมี Beep เป็นความฮา ไม่ว่าจะเป็นตัวละครหรือว่าเงื่อนไขหลักในเรื่อง ถือเป็นไอเดียได้หมดครับ ซึ่งไอเดียของการ์ตูนนั้นเหตุที่สังเกตได้ง่ายเพราะการ์ตูนโดยส่วนใหญ่มีขนาดยาวกว่าภาพยนตร์ ไอเดียของการ์ตูนเรื่องนั้นจึงต้องเป็นสิ่งที่ผู้เขียนคิดแล้วว่าโดดเด่นจริงๆ จึงได้นำมาใช้ เพื่อตรึงคนอ่านให้ติดตามตลอดนั่นเอง

๒. โครงเรื่อง (Plot)
หมายถึง เช่น ฮันเตอร์x ฮันเตอร์ เป็นเรื่องของกอร์นเด็กซึ่งเข้าไปพัวพันกับองค์กรว่าฮันเตอร์ซึ่งมีความซับซ้อนเพื่อตามหาพ่อ, GTO เรื่องของนักเลงคนหนึ่งที่กลายมาเป็นครูซึ่งได้ใช้วิธีสอนแบบตนเองแก้ไขปัญหาของนักเรียนทุกคน ฯลฯ สังเกตได้ว่าพลอตสามารถซ้ำกันได้ขึ้นอยู่ว่าคุณจะเอาไปทำในลีลาแบบไหน เช่น GTO เป็นงานแบบตลกเสียดสีสังคม(Satire), Rookie ซึ่งมีพลอตคล้ายคลึงกับ GTO คือครูที่มีลักษณะแปลกๆคนหนึ่งเขามีวิธีการสอนแบบของตนเองเพื่อตั้งใจจะทำให้นักเรียนทุกคนเป็นคนดี ซึ่งนำเสนอด้วยแนวทางดราม่า สอดแทรกด้วยมุขตลก

ตัวอย่างการนึกถึงพลอตอย่างง่ายๆ ก็คือเมื่ออ่านการ์ตูนเรื่องนั้นจนจบ ให้ลองเล่าเรื่องอย่างย่อๆ ภายในหนึ่งบรรทัด นั่นแหละครับพลอต

หนังบางเรื่องเหมือนไม่มีพลอต เพราะอาศัยการนำเสนอแต่น้อย ราวกับไม่เน้นการเล่า แต่อาศัยการใส่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ต่างๆ เพื่อสร้างความสมจริง หรืออีกวิธีหนึ่งคือเล่าแบบไม่คำนึงถึงห้วงเวลา ปฏิเสธวิธีแบบตามลำดับที่คนคุ้นเคย ซึ่งจัดเป็นวิธีการเล่าที่มีคนทำน้อย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการ์ตูนขนาดยาวต้องเรียกว่าไม่มีคนทำ เพราะการตีพิมพ์ในลักษณะหนังสือเป็นส่วนผสมของสื่อชนิดนี้ ย่อมไม่ควรสร้างความสับสนให้คนดูที่ต้องอ่านหลายๆเล่ม

๓. แก่น (Theme)
หมายถึง สาระสำคัญหลักของเรื่อง อันนี้ไม่ว่าหนังสือ , เพลง, หนัง ,การ์ตูน ก็มีทั้งนั้น การ์ตูนเรื่องหนึ่งอาจมีสาระหลากหลายมากมายในความบันเทิง การที่มีสิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะทำเรื่องเครียด แต่กลับเพิ่มเนื้อสารเข้าไป ทำให้การ์ตูนสนุกขึ้น ส่วนใหญ่ Theme จะมีลักษณะเหมือนข้อคิดสอนใจ หรืออีกกรณีอาจเป็นสิ่งที่เน้นในเรื่อง (มักเป็นนามธรรม เช่น ความศรัทธา,คุณค่าของชีวิต,ธรรมชาติ,ความสูญเสีย,คุณค่าของเวลา) แล้วให้คนไปคิดเองว่าควรจัดการกับมันอย่างไร

ตัวอย่างของธีมในการ์ตูน เช่น โดราเอมอน มีธีมเกี่ยวกับการแก้ไขข้อผิดพลาดในชีวิต ซึ่งเรื่องแสดงให้เห็นว่าการที่โดเรมอนให้ของวิเศษโนบิตะ ไม่ได้ส่งผลดีเลย นอกจากว่าโนบิตะจะพยายามซะเอง , One Piece ว่าด้วยความฝันที่ไม่ควรละทิ้ง ซึ่งทำให้พวกเขาแต่ละคนที่มีความฝันต่างกันมาพบกัน รวมกัน และเกิดมิตรภาพ กับการผจญภัยมากมาย ฯลฯ

สรุปได้สั้นๆ Theme ก็เหมือนประโยคหนึ่งๆ คล้ายข้อคิดสอนใจซึ่งหนักแน่นเพียงพอที่จะใช้กับเรื่องๆหนึ่ง อาจเป็นสัจธรรมหรือไม่ก็ได้ (ซึ่งอาจจะตรงประเด็นชัดเจน หรือ กำกวมชวนตีความก็แล้วแต่ว่าผู้เขียนอยากนำเสนอข้อคิดนั้นให้ออกมาแบบไหน)

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระมัดระวังก็คือ ขึ้นชื่อว่า Theme แล้ว ก็ไม่แน่ว่าจะสร้างสรรค์อะไรดีๆให้สังคม การ์ตูนบางเรื่องมี Theme ที่เน้นปัจเจกชนเสียจนละเลยขนบธรรมเนียมและไม่สนใจสังคมรอบข้างเลยหรือแม้แต่กระทั่งเชิดชูคนโกงก็มีให้เห็นเหมือนกัน คนอ่านจะต้องระวังบ้าง คนเขียนก็ต้องมีจรรยาบรรณด้วยเหมือนกัน

๔. หลักการโดยรวม (Concept)
หมายถึง การปรุงแต่งเรื่องราวทั้งหมดว่าจะให้เป็นไปทางใด เช่น การกำหนดแนวเรื่องเพื่อความเหมาะสมกับพลอต หรือเพื่อสร้างความแปลกใหม่ รวมไปถึงการสร้าง Frame หรือกรอบของเรื่องว่ามีเงื่อนไขต่างๆอย่างไร เข้ากับเวลาและสถานที่ในเรื่องหรือไม่ เช่น ดรากอนบอล คือ การนำไซอิ๋ว มาปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัยด้วยสไตล์ที่เคลือบด้วยการ์ตูนตลก แต่เร้าใจด้วยฉากแอ๊คชั่น โดยรวมแล้วเป็นงานแบบแอ๊คชั่น คอเมดี้ ในโลกแฟนตาซีที่กำหนดให้มีลักษณะแบบอนาคตและอดีตปนเปไป ทั้งนี้เพื่อขับเน้นบรรยากาศของโลกของผู้ชายที่เต็มไปด้วยการผจญภัยและต่อสู้ , Hunter x Hunter จะเป็นคล้ายกับดราก้อนบอล แต่การกำหนด Frame จะแตกต่างออกไป ตั้งแต่ภาษา, วัฒนธรรม, ภูมิประเทศ รวมไปถึงองค์กรระดับใหญ่อย่าง "ฮันเตอร์" เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดเรื่องราวการผจญภัยและการต่อสู้ที่ผู้เขียนต้องการ, หรืออย่างโจโจ้ล่าข้ามศตวรรษ ที่แต่ละภาค แต่ละเฟรมในเรื่องก็จะแตกต่างกันไปตามสถานที่,ยุคสมัย, และไอเดียหลักๆที่การ์ตูนใช้ตลอดเรื่อง

กรณีการสร้าง Frame นั้นอาจนำมาจากรายละเอียดในชีวิตจริง โดยดึงจากสังคม,วัฒนธรรมต่างๆ และนำมาประยุกต์เพื่อให้เข้ากับความเป็นการ์ตูนที่เราต้องการให้มากที่สุด ถ้ายังไม่นึกไม่ออก ลองนึกถึงภาพยนตร์กันบ้างดีกว่า เพราะการที่หนังแต่ละเรื่องใช้ผู้แสดงจริง ถ่ายจากสถานทีจริงไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำเพื่อความสมจริงเสมอไป เช่น There's Something About Mary ตัวเอกในเรื่องต้องเจ็บตัวปางตาย(ปนทะลึ่ง)ไม่ต่างจากการ์ตูน, Bringing Out The Dead ที่ถ่ายทำเน้นความมืด แม้ในยามกลางวัน และให้ภาพวูบวาบเกินจริงบ่อยครั้งเพื่อสะท้อนสภาพชีวิตบุรุษพยาบาลที่หมดศรัทธา ซึ่งจะนำมาอธิบายอีกทีในส่วนของโครงสร้างของเรื่อง

วิธีกำหนด Concept ง่ายๆ นั้นใช้แนวเรื่องสำหรับวรรณกรรม ที่เรียกว่า Genre(ประเภท) เช่น Comedy (ซึ่งยังแบ่งย่อยออกได้เป็นอีก เช่น ตลกเจ็บตัว,ตลกเสียดสี,ตลกร้าย,ตลกล้อเลียน), Action (เช่น ผจญภัย,เผชิญหายนะ), ไปจนถึง งานแนวสืบสวน(Suspense),เขย่าขวัญ(Thriller), สยองขวัญ(Horror), เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะผสมผสานหลายแนวทางไว้ด้วยกัน เช่น Rough เป็นหนังตลกที่เน้นเรื่องราวความรักระหว่างชาย - หญิงที่ครอบครัวเป็นปฏิปักษ์ทางฝ่ายพ่อ หนังรักมันซ้อนแนวที่ว่าด้วยการเรียนรู้ ซึ่งก็คือ การเรียนรู้ซึ่งกันและกันของทั้งสองฝ่าย รวมไปถึงเรียนรู้ใจตนเอง ในบรรยากาศแบบหนังวัยรุ่น เน้นไปที่เรื่องราวในโรงเรียนมากกว่าที่อื่น นอกจากนี้ยังผสมกับแนวกีฬาเข้าไปด้วย

กรณีตัวอย่างกับองค์ประกอบในการเกิดเรื่อง: โดเรมอน
เหตุที่ยกตัวอย่างการ์ตูนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะเชื่อว่าคงไม่มีใครที่เป็นนักอ่านการ์ตูนแล้วจะไม่รู้จักแมววิเศษตัวนี้เป็นแน่แท้ แม้จะเป็นการ์ตูนที่เก่าแต่มีอะไรหลายๆอย่างที่น่าสนใจมากมายจนคงความเป็นการ์ตูนอมตะได้ถึงทุกวันนี้ ก็เลยนำมาใช้อธิบายประกอบเพื่อความกระจ่างยิ่งขึ้น
Idea
ไอเดียของโดเรมอนมีมากมาย เพราะเป็นการนำของวิเศษหลากหลายมานำเสนออย่างไม่ซ้ำ แต่ทั้งนี้ไม่ได้คำนึงถึงเหตุผลทางวิทยาศาสตร์หากแต่เพื่อผนวกเข้ากับพลอตและธีมของเรื่อง จึงใช้ของวิเศษเพื่อช่วยเหลือและตอกย้ำตัวโนบิตะเอง หรือหากจะบอกว่าไอเดียต่างๆเกิดจากไอเดียที่คิดหุ่นยนต์แมวตัวนี้เลยก็น่าจะได้ (ตามคำบอกเล่าเกี่ยวกับแรงบันดาลใจของผู้เขียน)
Plot
ว่าด้วยเรื่องราวหลักๆคือมีผู้วิเศษจากอนาคตมาช่วยแก้ไขเด็กคนหนึ่งในโลกปัจจุบันเพื่อมิให้เป็นคนล้มเหลวในอนาคต, ขณะที่เรื่องที่นำเสนอคนดูเป็นเรื่องราวขยายความจากโครงเรื่องดังกล่าว คือหลังจากที่โนบิตะมีโดเรมอนแล้ว กลายเป็นเรื่องของคนๆหนึ่งได้รับบททดสอบใหม่ๆให้กับชีวิตจากการได้อำนาจ(ของวิเศษ)เพื่อให้ตระหนักในคุณค่าที่ตนเองขาดหาย และเติบโตขึ้นอีกระดับ
Theme
เป็นเรื่องของการแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต โดยเรื่องนี้ต้องการบอกว่าไม่มีสิ่งใดสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดของเราได้นอกจากตัวเราเอง เพราะในขณะที่โดเรมอนช่วยโนบิตะด้วยของวิเศษ นิสัยที่ไม่ดีของโนบิตะก็มักลงเอยใช้ของวิเศษนั้นในทางที่ผิดทุกครั้งไป หรือไม่ก็มีอีกประเภทหนึ่งที่เลือกให้โนบิตะสำนึกผิดเองก่อนและเข้าใจหลักที่ว่า "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"
Concept
เป็นการ์ตูนประเภทจบในตอน ผสมผสานแนวตลกหลากหลายแนว ตั้งแต่ ดราม่าเจือตลก,ตลกเจ็บตัว,ตลกเสียดสีสังคม,ไปจนถึงตลกล้อเลียนภาพยนตร์อย่าง Star Wars ก็ยังมี กับแนวไซไฟซึ่งผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องของไทม์แมชชีนและการย้อนเวลา โดยมีเหตุการณ์อยู่ในช่วงเวลาเดียวกับของผู้เขียนคือ 1969 จนถึงปลายยุค 80s และเพื่อไม่ให้เกิดความน่าเบื่อ โดเรมอนจึงมักมีตอนพิเศษขนาดยาวเพื่อเปลี่ยนแนวทางให้กลายเป็นแนววิทยาศาสตร์-ผจญภัย(Scifi-Adventure) อยู่เรื่อยๆ
อาจกล่าวได้ว่าแนวทางเรื่องของโดเรมอนที่ผสมผสานหลายแนว เพื่อขับเน้นจินตนาการแนวแฟนตาซีของโนบิตะ ที่มีแม่ที่ดุและจู้จี้ขี้บ่นให้มีคนคอยดูแลที่ดี (สังเกตดูว่าโดเรมอนมาอยู่ในบ้านอย่างไม่มีใครต้องเอะใจ) ช่วยจัดการปัญหาทุกอย่างแม้กระทั่งการเลือกคู่ชีวิตทุก ๆอย่างในปัจจัย ๔ ประการนี้ควรมีเหตุมีผลสอดคล้องเหมาะสมกันทั้งหมด เพราะหากจัดวางผิดก็จะทำให้งานขาดความสมเหตุสมผล และไม่สนุกเอาได้ง่ายๆ

องค์ประกอบในการเล่าเรื่องดังที่ว่านอกจากจะช่วยในการอ่านการ์ตูน,ดูหนังสนุกขึ้น(หรือบางคนอาจว่าคิดมากก็แล้วแต่) ยังช่วยในการคิดเรื่องของการ์ตูนด้วย ไม่เชื่อลองนำไปใช้ดู อะไรที่เรายังไม่มีก่อนสร้างเรื่อง อย่าพึ่งไปเขียนทำเนม เพราะจะเสียเวลาค่อนข้างมากในการเขียนการ์ตูนให้จบอย่างสมบูรณ์ลงตัว โดยอาจจะเริ่มจาก Idea ก่อนว่าอยากให้ตัวละครบางตัวมีจุดเด่น จุดด้อยอะไร, บางคนอาจถนัด Theme เรื่องหนึ่ง เช่น ความศรัทธาในชีวิต, ธรรมะชนะอธรรม ก็อาจจะนำเสนอเรื่องหลายๆแนว ใน Theme ที่ถนัด, หรืออาจจะนึกที่จะเล่นพลอตๆ หนึ่งอย่างคนที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคแม้ไร้ทางสู้ ให้เป็นรูปแบบของตัวเอง( เช่น ถ้าเราคิดแบบซีเรียสมากๆ และต้องการสื่อถึงคนที่ไม่อาจปล่อยวางจากปมชีวิตได้ ก็จะได้ Berserk)เมื่อทราบถึงองค์ประกอบในการสร้างเรื่องแล้ว ในบทต่อไปเราจะพูดในรายละเอียดในโครงสร้างของการ์ตูนกันต่อไปครับ


--------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุผู้เขียน: เนม หมายถึง การร่างภาพการ์ตูนตามเรื่องที่จะเขียนทั้งหมดก่อนเขียนจริงเพื่อดูความเหมาะสมและนำมาปรับปรุงแก้ไขงาน คล้ายกับ Storyboard ในการถ่ายทำภาพยนตร์




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 13 พฤษภาคม 2548 18:09:25 น.
Counter : 403 Pageviews.  

การ์ตูนผู้หญิงในสายตาของกรรมกรกระทู้

นับตั้งแต่ผมเกิดมาเนี่ยการ์ตูนผู้หญิงที่ผมได้มีโอกาสรู้จักแรกๆเลยก็มีเรื่องมิงกี้โม่โม่ภาคแรก(จี้จี้สาวน้อยกายสิทธิ์เมื่อปี2528 โดยภาคสองเอามาฉายเมื่อช่วงปี2540) Sailor Moon และMagic Knight Rayearth ซึ่งพวกนี้ก็เป็นการ์ตูนแนวสาวน้อยเวทมนต์ที่เราคุ้นเคยกันดีและฉายให้เด็กชมกันทางช่อง9ไปนานมากแล้ว จริงๆแล้วก็มีเรื่องครีมมี่มามี่ฉายร่วมสมัยเดียวกับจี้จี้แต่ช่วงนั้นผมยังไม่ได้บ้าติดตามการ์ตูนมากเท่าไหร่
จำได้ว่าช่วงที่ผมติดตามการ์ตูนSailor Moonเนี่ยผมต้องหลบหลีกสายตาครอบครัวรอบข้างอยู่พอสมควรเพื่อมาเปิดดู แหม... ก็ช่วงนั้นผมอยู่ม.ต้นไปแล้วมาดูการ์ตูนแนวแบบนี้มันขัดแย้งกันเห็นๆอยู่แล้วนี่เนอะ
เอาละ มาพูดถึงการ์ตูนผู้หญิงในรูปหนังสือกันบ้าง ซึ่งผมเองแทบจะไม่เคยสนใจการ์ตูนพวกนี้มาตั้งแต่แรกเลย
จนเมื่อมีการ์ตูนสาวน้อยที่มีเนื้อหาเอาใจคุณผู้ชายโดยเฉพาะ เมื่อลุงเคน(อาคามัตซึ เคน)ที่มีผลงานอย่างA.I.Think so ,Love Hina และล่าสุดNegimaที่กำลังทำยอดขายตีตลาดอยู่ในตอนนี้ ทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่าการที่ผู้ชายอ่านการ์ตูนผู้หญิงนั้นคงไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไป
และเมื่อธุรกิจร้านเช่าหนังสือทั้งการ์ตูน นิยายและพ็อกเก็ตบุ๊คส์ กำลังก่อร่างสร้างตัวในช่วงที่ผ่านมานี่ ทำให้ผมลองหันมาเช่าการ์ตูนผู้หญิงอ่านดูบ้าง ซึ่งเท่าที่มีในตลาดหนังสือส่วนใหญ่โดยเฉพาะของสำนักพิมพ์บงกชก็มักจะเป็นเรื่องสั้นแนวรักๆใคร่ๆของหญิงสาวที่มีต่อชายหนุ่มหลากหลายอารมณ์และความรู้สึกด้วยกัน โดยมีเงื่อนไขทั้งชาติกำเนิด ฐานะ สัญชาติ อายุ สภาพแวดล้อมการเลี้ยงดู และความสามารถพิเศษอื่นๆที่แตกต่างกันไปเป็นตัวกำหนดการเดินเรื่องโดยมีคติธรรมดีๆเกี่ยวกับความรักสอดแทรกลงไป สุดแท้แต่ว่าคุณผู้หญิงแต่ละท่านจะชอบเนื้อหาในแบบไหนกัน
แต่โดยส่วนตัวผมแล้ว การ์ตูนพวกนี้มักจะจบแค่การเช่ามาอ่านแล้วก็จบแค่นั้น ไม่ควรค่าแก่การซื้อมาเก็บสะสมให้รกบ้านสักเท่าไหร่มีบางเรื่องที่ผมติดใจลายเส้นตัวการ์ตูน โครงเรื่องเนื้อหาที่แหวกแนวจนควรค่าแก่การนำไปต่อยอดทางจินตนาการ และชุดแต่งกายน่ารักๆที่โดนใจแบบสุดๆ
เนื่องจากการ์ตูนผู้หญิงหลายเรื่องนั้นเนื้อหาก็คล้ายกับละครวัยรุ่นน้ำเน่าทั้งของไทยและเพื่อนบ้านในเอเซีย ซึ่งตลาดละครบ้านเราตอนนี้ก็นิ่งอิ่มตัวไปมาก ผู้บริโภคขาประจำเริ่มชินชาและจับทางเนื้อหาของละครไปได้เยอะมากแล้วตามกาลเวลา และละครหลายเรื่องเช่นกันถ้าเอามาเขียนเอามาวาดเป็นการ์ตูนก็คงจะน่ารักน่าติดตามอยู่ไม่น้อยเลยเหมือนกัน
ถึงตอนนี้หลายท่านคงจะสงสัยกันละว่าทำไมจนป่านนี้ผมยังจะไปเช่าการ์ตูนพวกนั้นอ่านอยู่อีกละ ก็ขอตอบว่าคนวาดการ์ตูนผู้หญิงซึ่งออกขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงแทบทั้งนั้น ยกเว้นเท่าที่ผมรู้จักอยู่สองท่านด้วยกันอย่างวาดะ ชินจิที่แต่งและวาดพิกมาริโอ กับ มาซาฮิโร่ ชิบาตะที่แต่งและวาดการ์ตูนอย่างLove Syncroid ,Blue Sonnet และSarai (ซึ่งมีฉากโป๊โชว์สัดส่วนไม่เหมาะสมต่อเยาวชนอยู่หลายฉาก)
ซึ่งเมื่อคนสร้างสรรค์ผลงานคือผู้หญิงแล้ว เขามีมุมมองความรักของตนเองที่มีต่อสุภาพบุรุษแล้วแสดงออกมาในแง่มุมไหนบ้างผ่านทางบทบาทความนึกคิดของนางเอกในการ์ตูนแต่ละคนออกมา ผู้ชายในมุมมองของพวกเขาเป็นยังไงกันแน่ บางครั้งผู้ชายถ้าคิดจะจีบสาวให้ได้สักคนก็ต้องศึกษาและเข้าใจจิตวิทยาของลูกผู้หญิงกันสักหน่อย เพื่อจะได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนิสัย การดำเนินชีวิตประจำวัน ให้มีคุณภาพและมองไกลถึงอนาคตข้างหน้ามากขึ้น จะได้ไม่ประสบปัญหาแต่งแล้วชีวิตครอบครัวล้มเหลวจนต้องมาหย่าร้างกันในภายหลังซึ่งมีให้เห็นเป็นตัวอย่างอยู่หลายคู่ เนื่องจากปล่อยให้กิเลสกามราคะเข้ามาบ่งการชีวิตตัวเองอยู่เรื่อยไป

เอาละครับ คุณผู้ชายทุกท่านไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไปแล้วละนะถ้าท่านจะลองหันมาสัมผัสกับการ์ตูนผู้หญิงแบบกรรมกรคนนี้บ้าง




 

Create Date : 08 เมษายน 2548    
Last Update : 8 เมษายน 2548 17:48:40 น.
Counter : 443 Pageviews.  

เด็ก ผู้ใหญ่ การ์ตูน กับโลกแห่งการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน

เด็ก ผู้ใหญ่ การ์ตูน กับโลกแห่งการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน

ผมเชื่อว่า(เกือบ)ทุกคนที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้ของผมคงจะไม่มีใครเป็นผู้ใหญ่แล้วหรอก จริงมะ? ถึงคุณจะบรรลุนิติภาวะแล้วแต่ผมก็ไม่ถือว่าคุณจะห่างเหินไปไหน เรายังอยู่ในวัยที่คุยเรื่องเดียวกันรู้เรื่อง ผมเองก็เพิ่งจะ 17 จะดูแคลนผมก็ได้ว่ายังเด็กและยังคงมีความคิดไม่ประสีประสา แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าคุณมีอคติต่อตัวเลขของผม นั่นก็หมายความว่าคุณควรจะอ่านบทความของผมต่อไปนี้เป็นอย่างยิ่ง

เอ้อ… แต่ถึงไม่มีอคติก็อยากให้อ่านนะ อะเหะเหะ

คำถามแรกที่เป็นกุญแจของบทความนี้

คุณอ่านการ์ตูนมั้ยครับ?

ไม่อ่านก็ไม่เป็นไร ผมเชื่อว่าอย่างน้อยคุณคงรู้ว่าการ์ตูนมันคือหนังสือเป็นเล่มๆที่ข้างในมีรูปภาพเยอะแยะ มีช่องคำพูดออกมาจากปากตัวละคร หรือบางทีก็อยู่ในรูปของหนังทีวี มีเสียงพากย์พะงาบๆของน้าต๋อยทุก 8 โมงเช้า คุ้นบ้างมั้ยครับ?

เอาล่ะ ต่อ เด็กชอบอ่านการ์ตูน ผู้ใหญ่คิดว่าการ์ตูนเป็นสิ่งไร้สาระ รู้มั้ยครับว่าทำไมผู้ใหญ่คิดแบบนั้น?

เด็ก ตามความหมายทางกายภาพหรือทางรูปธรรมก็คือบุคคลทั่วไปไม่ว่าชายหญิงที่มีร่างกายอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต สมองกำลังพัฒนาและเรียนรู้ประสบการณ์ มีขนาดร่างกายที่เล็กกว่ามนุษย์ที่โตเต็มวัย และโดยทั่วไปมีน้ำหนักเฉลี่ย และกำลัง รวมไปถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน้อยกว่า

ส่วนผู้ใหญ่ก็เป็นวัยเจริญเติบโตเต็มตัวของเด็กครับ ผู้ใหญ่จะมีขนาดร่างกายที่ใหญ่โตแข็งแรงกว่า โดยมากแล้วจะหยุดเจริญเติบโตแล้ว ถ้าคุณอายุ 30 แล้วยังไม่หยุดสูงผมก็ขอบอกว่าคุณเป็นคนประหลาดครับ = =” คาดว่าน่าจะเป็นโรคอะไรซักอย่างที่คนอายุ 17 อธิบายไม่ถูกแน่นอน

ตอนนี้คุณเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ครับ?

คุณโตแล้วหรือยัง?

คำถามพวกนี้ตอบได้สองแง่นะครับ ลองนึกตามที่ผมเขียนดีๆนะ… สมมติว่าคุณอายุ 15 แต่คุณแต่งตัวเป็น คุณฟังเพลงสถานี Hot Wave คุณดูหนังทุกเรื่องที่เข้าโรง คุณไปเดินสยามทุกอาทิตย์

แล้ววันหนึ่งมีคนมาบอกว่าคุณยังเป็นเด็ก

แน่นอน คุณก็ต้องไม่พอใจ จริงไหมครับ? เป็นผมผมก็ไม่พอใจ ไม่มีใครชอบหรอกครับเวลามีคนมาบอกว่าเราเป็นอะไรที่เราไม่ได้คิดซักนิดว่าเราเป็น ถึงคำนิยามของคำว่า เด็ก ในบรรทัดบนๆนั่นมันจะฟ้องอยู่ชัดๆว่าร่างกายคุณยังไม่โตก็เถอะ

เด็กสมัยนี้ฉลาดขึ้นครับ ไม่โง่ให้ถูกหลอกเหมือนแต่ก่อน ข่าวเด็กหลอกเอาเงินผู้ใหญ่สารพัดวิธีมีให้เห็นอยู่ในหนังสือพิมพ์ทุกเมื่อเชื่อวัน เด็กคิดเป็น ถึงจะถูกชักจูงด้วยสื่อบ้างแต่พวกเขา(พวกผม?)ก็เชื่อว่าพวกเขามีความคิดเป็นของตัวเอง และย่อมจะเกรี้ยวกราดไม่มากก็น้อยทุกครั้งที่มีคนมาดูถูกดูหมิ่นความคิดที่ภาคภูมิใจ เรื่องการ์ตูนก็เช่นเดียวกัน

ก่อนที่จะเขียนต่อไป ผมก็ต้องบอกก่อนครับว่าผมชอบอ่านการ์ตูน ทุกวันนี้ผมมีหนังสือการ์ตูนเต็มบ้าน มีวีซีดีการ์ตูนบ้างพอเป็นพิธี นอกจากนี้ผมก็ยังชอบวาดการ์ตูนและอยู่ในวงการการ์ตูนอีกด้วย ผมไปงานการ์ตูนบ่อยๆ ไปแต่ละครั้งก็ไปพบปะเพื่อนฝูงที่ชอบในสิ่งเดียวกันมากมาย

เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นกระแสของเด็กๆ?

ผมไม่ใช่ผู้ใหญ่ครับ ไม่โตพอที่จะพูดได้ว่าผู้ใหญ่เขาคิดแบบนี้จริงๆหรือเปล่า ผมเพียงตั้งสมมติฐานขึ้นมาเฉยๆ ถ้าผมทำอะไรผิดก็รุมด่าผมได้ครับ สิ่งที่ผมจะแก้ไขก็คือลบบล็อกหนีไปทั้งยังงั้นแหละ ง่ายนิดเดียวเองเนอะ

เอ้า ผมตั้งสมมติฐานว่าผู้ใหญ่ไม่ชอบการ์ตูน คิดตามผมนะครับ ตอนนี้เรามาเป็นนักวิทยาศาสตร์กันเถอะ!

จากที่ผมสังเกต บันทึก จดจำ เรื่องราวท่าทีต่างๆของผู้ใหญ่ที่ผมเห็นๆมา ผมพบว่าผู้ใหญ่หลายคนมีอคติต่อการ์ตูนอยู่ไม่น้อย ทำไม?

ผมขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเว็บบอร์ดสองแห่งเมื่อประมาณสามปีที่ผ่านมาก่อนนะครับ

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งมีชื่อว่า –ตู๊ด- เว็บบอร์ดแห่งนั้นเป็นที่รวมพลคนรักการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยเรื่องการ์ตูน การวาดการ์ตูนแล้วนำผลงานมาโชว์ การแลกเปลี่ยนการ์ตูนกันอ่าน ล้วนมีให้เห็นได้อยู่ทุกวันกระทู้ต่อกระทู้ เว็บบอร์ดแห่งนี้มีคนอยู่มากมายหลายประเภท ตั้งแต่เด็กอายุ 12-13 ขวบ ไปจนถึงผู้ใหญ่อายุ 30 ที่ยังคงรักการ์ตูนอยู่เป็นนิจ

ที่หมวดการ์ตูนวาดเองของที่นี่ เป็นที่รวมผลงานของนักวาดการ์ตูนสมัครเล่นมากมายหลายท้องถิ่น แต่ละคนต่างวาดรูปที่ตนเองชอบแล้วนำงานมาโชว์เพื่อรับคำตำหนิติเตียนชี้แจ้งแถลงการณ์ เพื่อที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ฝีมือรุดหน้าต่อไป

วันหนึ่ง… มีบุคคลหนึ่งใช้ชื่อว่า –ตู๊ด- เข้ามาตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดแห่งนี้ โดยมีใจความสำคัญโดยสังเขปว่า…

ลูกของดิฉันเข้ามาดูรูปที่เว็บบอร์ดนี้เป็นประจำค่ะ แต่ต่อไปนี้ดิฉันคงไม่ให้ลูกเข้ามาอีกแล้ว ดิฉันไม่รู้ว่าที่นี่เป็นเว็บการ์ตูนโป๊ ดิฉันคิดว่าไม่ควรจะวาดการ์ตูนโป๊ลงอินเตอร์เน็ต –
ผมขอยืนยันให้มั่นใจได้เลยนะครับ ว่าเว็บบอร์ดแห่งนั้นมิได้นำเสนอรูปวาดที่มีการเปิดอวัยวะเพศของตัวการ์ตูนใดๆให้ได้เห็น ไม่มีการโชว์รูปเปลือยอก เปลือยท่อนล่าง เปลือยอะไรก็ตามที่เราเรียกกันว่า บัดสี วิตถาร ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว ที่มากที่สุดที่บุคคลคนนี้ยกมาเป็นตัวอย่างก็คือรูปผู้หญิงการ์ตูนใส่ชุดว่ายน้ำเท่านั้น

ตัวการ์ตูนใส่ชุดว่ายน้ำ ผมเข้าใจและยอมรับครับว่าคนวาดไม่ได้ต้องการให้ออกมาเป็นที่ขบขันแน่นอน เขาต้องการสื่อถึงความเซ็กซี่ของตัวละครที่เขาวาด สื่อความสวยงามในเชิงศิลปะ สื่อชุดว่ายน้ำที่เขาลองวาดดู ไม่ได้สื่อให้เกิดอารมณ์ความใคร่ทางเพศเลยแม้แต่น้อย

แต่บุคคลคนนี้ไม่พอใจ และบอกว่าเป็นการไม่สมควร บอกว่าเป็นการ์ตูนโป๊ ทำไม? แล้วพวกเว็บที่มีรูปนางแบบใส่ชุดว่ายน้ำไม่ใช่เว็บโป๊? หนังสือพิมพ์ที่ลงรูปดาราถ่ายภาพชะเวิ้บชะว้าบไม่ใช่หนังสือโป๊? แล้วทำไมวาดการ์ตูนใส่ชุดว่ายน้ำเป็นการ์ตูนโป๊?

งงมั้ยครับ

ผมงงครับ

เรื่องที่เกิดต่อจากนั้น ก็คือเว็บมาสเตอร์และผู้ที่มีวุฒิในเว็บบอร์ดแห่งนั้นได้ออกมาชี้แจงว่าสิ่งที่พวกเขานำเสนอบนเว็บบอร์ดมิใช่การ์ตูนโป๊ และพูดเชิงว่าบุคคลคนนั้นหมิ่นประมาทเว็บบอร์ดแห่งนี้ ผลสุดท้ายก็เกิดการโต้วาทีย่อมๆขึ้นกลางบอร์ด แล้วกระทู้หายนะนั้นก็ได้ถูกลบเลือนไป

แต่เรื่องยังไม่จบครับ ผมกล่าวนำไปแล้วใช่มั้ยครับว่าเว็บบอร์ดสองแห่ง? เพราะบุคคลนั้นนำเอาประเด็นนี้ไปถกต่อในเว็บบอร์ดชื่อดังชื่อ-ตู๊ด- ครับ

คราวนี้แหละครับ เนื่องจากเป็นประเด็นล่อเป้าเลยทีเดียว หัวกระทู้จ่อเด็ดขาดเกี่ยวกับการ์ตูนโป๊บนเว็บแห่งหนึ่ง บุคคลนั้นอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วคราวนี้แขกเหรื่อจากทุกสารทิศก็มาลงความเห็นกันในกระทู้นั้น ผมจำไม่ได้ว่ามีคนมาตอบกี่คน แต่จำนวนข้อความมันรันขึ้นมาเยอะจนผมปลงและอ่านไม่จบครับ

บุคคลนั้นอ้างตนว่าเขาทำงานอยู่ที่กระทรวงใหญ่โตที่ควบคุมเรื่องบนอินเตอร์เน็ต เขาขอความเห็นต่อคนในเว็บบอร์ดชื่อดังเหล่านั้น และแสดงความประสงค์ที่จะทำเรื่องขอให้แบนเว็บไซต์ดังกล่าว กลุ่มที่ค้านก็ลุกฮือครับ แต่กลุ่มสนับสนุนก็มีไม่ใช่น้อยเช่นเดียวกัน เรื่องตอนนั้นผมต้องขอบอกว่ามั่วมาก เพราะไม่มีใครอ่านข้อความของใคร ข้อความรันขึ้นมาเยอะและถี่จัดจนไม่มีใครจะตามอ่านจนครบ ทุกคนแสดงความเห็นโดยไม่ฟังความเห็น ฝ่ายที่หลักฐานสนับสนุนก็ทำไปโดยเปล่าประโยชน์เพราะไม่มีใครสนใจ จากคำว่าการ์ตูนโป๊ก็ทำให้มีผู้ใหญ่ออกมาสนับสนุนให้กับเจ้าของกระทู้ทั้งๆที่ข้อความเชิงสนับสนุนที่พวกเขากล่าวออกมานั้นอ่านแล้วรู้ได้ทันทีเลยว่าไม่ได้สนใจติดตามเหตุผลและหลักฐานของฝ่ายค้านเลยแม้แต่น้อย

เศร้าครับ เศร้า สุดท้ายแล้วเรื่องจบอย่างไรผมก็ไม่ทราบได้ แต่ปัจจุบันนี้เว็บบอร์ดการ์ตูนดังกล่าวก็ยังมีชีวิตรุ่งโรจน์อยู่ครับ ผมจะขอข้ามเรื่องเหล่านี้ไปเลยก็แล้วกัน

จากที่ผมได้ยกตัวอย่างไปแล้ว ทุกคนคงจะเห็นว่าผู้ใหญ่มีอคติต่อการ์ตูนมากกว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่บริโภคอยู่ทุกๆวัน เนื่องจากการ์ตูนนั้นเป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่เด็กเป็นผู้บริโภค และผู้ใหญ่เป็นผู้ควบคุมดูแล เมื่อไรที่การ์ตูนมีคำจำกัดความเพิ่มขึ้นมาจาก

แล้วทำไมผู้ใหญ่ถึงมีอคติกับการ์ตูนล่ะ?

ผู้ใหญ่ผ่านวัยเด็กมาแล้วครับ จากที่ผมกล่าวไว้แรกสุดเลยว่าคุณจะรู้สึกไม่ดีหรือไม่ถ้ามีคนมากล่าวหาว่าคุณยังเป็นเด็กทั้งๆที่คุณคิดว่าคุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผู้ใหญ่ทุกคนย่อมไม่พอใจครับ โดยเฉพาะถ้าเขาเหล่านั้นโตเป็นผู้ใหญ่จริงๆตามที่ผมได้กล่าวไว้แล้วในช่วงแรกด้วยแล้วยิ่งแล้วใหญ่

การอ่านการ์ตูน ถูกมองว่าเป็นเรื่องที่มีไว้สำหรับเด็กมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ใหญ่หลายๆคนจึงหลีกเลี่ยงที่จะอ่านการ์ตูน เพราะจะทำให้ถูกมองว่าตนยังเป็นเด็กอยู่ อย่าปฏิเสธเลยครับว่าคุณเองยอมรับการอ่านการ์ตูนและจะไม่คิดอะไรถ้าเห็นผู้ใหญ่ใส่สูทผูกไทหวีผมเรียบแปล้ไปทำงานแต่เช้า เปิดบูมหรือซีคิดส์นั่งอ่านอยู่บนรถไฟฟ้า เพราะผมว่ามันต้องมีคิดไม่มากก็น้อยแหละ ว่าผู้ใหญ่คนนี้แตกต่างจากคนอื่นๆ ยอมรับไหมล่ะครับว่าถ้าต้องเลือกเข้าไปคุย คุณเลือกจะเข้าไปคุยกับเขาก่อนแทนที่จะเป็นผู้ใหญ่อีกคนนั่งใส่สูทผูกไทกอดอกอยู่ข้างๆ

นี่แหละครับ พวกเราๆเองยังมองผู้ใหญ่อ่านการ์ตูนแตกต่างเลย แล้วผู้ใหญ่ด้วยกันเองเขาก็คิดสิครับ คิดว่าพวกคนรุ่นเดียวกับเขาที่อ่านการ์ตูนยังมีความเป็นเด็กมากกว่าตัวเอง จากทฤษฎีธรรมดามนุษย์ เมื่อเห็นว่าใครสักคนดูด้อยกว่าตัวเองก็จะเกิดความคิดดูหมิ่นสบประมาทขึ้นมาทันทีเป็นธรรมดา

นี่แหละครับ คือสาเหตุที่ผู้ใหญ่บ้านเราไม่ยอมรับการ์ตูน เพราะพวกเขาคิดว่าการ์ตูนคือสื่อที่แสดงถึงความเป็นเด็ก ทำให้ขาดความเป็นภูมิฐานหนักแน่น และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาไม่อยากถูกคิดว่าพวกเขายังเป็นเด็ก

ดังนั้น เมื่อ " สิ่งอำนวยความสนุกสนาน ขบขัน สำหรับเด็ก " มีรายละเอียดขึ้นมาถึงขั้นที่ว่าไม่ใช่กลายเป็นของสำหรับเด็กอีกต่อไป ผู้ใหญ่ก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องเหนือปกติแน่นอนครับ เพราะมันไปทำลายหลักความเชื่อดั้งเดิมของพวกเขา
ด้วยเหตุนี้เอง เวลาที่มีเรื่องของการ์ตูนโป๊เข้ามาพัวพัน เรื่องมันจะแดงแจ๋เลยครับ ผู้ใหญ่จะเพ่งเล็งมาก เดี๋ยวนี้ถ้าเห็นลูกอ่านการ์ตูนโป๊จะกลุ้มมากกว่าเปิดเว็บโป๊ซะอีก กลายเป็นว่าคิดว่าลูกวิปริตดูแต่การ์ตูนโป๊ไปอีกกระทง

การที่ผู้ใหญ่เข้ามาต่อต้านการวาดการ์ตูนล่อแหลมที่ผมยกตัวอย่างมานั้น ชี้ให้เห็นว่าผู้ใหญ่กังวลกับสิ่งที่ผิดหลักความจริงมากเป็นพิเศษ เนื่องจากคำนิยามของคำว่าการ์ตูนมันฝังอยู่ในหัวอยู่แล้วว่าเป้นเรื่องสำหรับเด็ก พอมีการ์ตูนโป๊เข้า ก็เลยกลายเป็นว่าผิดหลักที่ควรจะเป็น เป็นเรื่องใหญ่โตน่าหวั่นไหว กระทบกระเทือนสังคมไป ทั้งๆที่วัยรุ่นเสพย์ติดหนังสือโป๊มีมากกว่าเสพย์การ์ตูนโป๊อยู่หลายเท่าตัว ทั้งๆที่การ์ตูนในปัจจุบันไม่ใช่เป้นเพียงสื่อแสดงความเป็นเด็กอีกต่อไปแล้ว การ์ตูนในปัจจุบันนำเสนอได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสาระ บันเทิง คุณค่า ปรัชญา แนวทางการดำเนินชีวิต เรื่องเศร้า เรื่องสุข ทุกอย่างเหล่านี้ หรือมากกว่านี้ การ์ตูนก็สามารถสื่อออกมาได้เหมือนกัน

ทั้งๆที่การอ่านการ์ตูนก็ไม่ใช่การบ่งบอกว่าคนๆนั้นเป็นเด็กหรืออย่างไรเลย เด็กหรือผู้ใหญ่ ตัดสินกันที่ไหนครับ? ผมเองคงตอบไม่ได้หรอก รู้เพียงว่ามันไม่ใช่อะไรแค่นี้หรอกครับ จริงมั้ย?

นอกจากนี้ประโยชน์ของการ์ตูนก็ยังมีมากกว่าที่เราจะกล่าวกันได้หมด จากที่ผมบอกไปแล้วว่าการ์ตูนสื่ได้หลายๆอย่าง เพราะงั้นมันก็ต้องให้คุณค่าได้หลายอย่างเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการพัฒนาความคิดความอ่าน การ์ตูนถูกเขียนขึ้นมาจากความคิดของนักวาด เขาอยากจะนำเสนออะไรเขาก็เขียนมันออกมา ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เด็กคิดเป็น การ์ตูนที่ไร้สาระและทำให้สมองฝ่อมีแต่ความขบขันไปวันหนึ่งๆพวกนั้นขายแทบไม่ออกแล้วล่ะครับ หรือไม่จริง? การ์ตูนที่วาดภาพสวยเท่ากัน อันหนึ่งเนื้อเรื่องดีกับอีกอันเนื้อเรื่องห่วย คุณจะเลือกอันไหน?

น่าน้อยเนื้อต่ำใจนะครับ ที่บ้านเราไม่มีวัฒนธรรมการ์ตูนแบบประเทศอื่นๆ ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคงจะเป็นที่ประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นการ์ตูนไม่ใช่ส่วนประกอบของโลกบันเทิง แต่เป็นวัฒนธรรมและความภาคภูมิใจของเขาเอง (ก็เขาคิดขึ้นมาเองนี่หว่า ใครจะไปดูถูกดูหมิ่นตัวเอง) ถึงจะมีก็น้อยกว่าเรามากโขแหละ

จากบทความในบล็อกของคุณTempแห่งบอร์ดPocketครับ
//www.exteen.com/temp




 

Create Date : 30 มีนาคม 2548    
Last Update : 30 มีนาคม 2548 17:33:12 น.
Counter : 525 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.