ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

สรุปคนดังประจำโต๊ะสยามสแควร์

หลักสี่ พี่ตู่สุดยอดนักตั้งกระทู้มือฉกาจประจำห้องสยาม น่าชื่นใจแทนที่ตู่เพราะทุกครั้งที่พี่ตู่ตั้งกระทู้ มักมีคนมาตอบเยอะและตอบยาวมากๆ ด้วย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นตั้งกะหัวกระทู้ แกจะใส่งานศิลปะของแกลงไปด้วย(ตัวยึกยือ)ในเนื้อหา จะให้อะไรๆเยอะมาก ทำให้หยุดคิด บางทีก็เออจริงสิ เราลืมไปนะเนี่ยะ
บางทีก็เออ นี่แหละๆ อดตอบของแกไม่ได้แต่..ภาพที่ออกมา คำที่ใช้ มันดูจริงจัง ไม่กล้าล้อเล่นและใช้คำที่แทงใจ ตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม อ่านกระทู้พี่ตู่แล้วนึกถึงรายการถึงลูกถึงคน

JazzMiroQuai ที่สุด ของที่สุด สงสัยเสมอว่าสมองเธอทำด้วยอะไรหยักในสมองคงมากมายกว่าของคนธรรมดาหลายเท่านัก คุณคงไม่รู้ว่า เราเป็นแฟนห้องสยามเพราะลีลาการตอบทู้ของคุณ
ตัวหนังสือของ JazzMiroQuai ไม่ใช่ตัวหนังสือที่สวย แต่เป็นตัวหนังสือที่ฉลาด ไม่ได้อัดแน่นด้วยความรู้ทางวิชาการ แต่บอกถึงไหวพริบและปฏิพานของคนใช้ทั้งการเปรียบเทียบ การใส่ใจกับทุกตัวอักษรที่เลือกใส่ แม้ว่าหลังๆ จะหลุดคอนเซปไปซะหน่อย ก้อทำใจครับ - -" เข้าใจว่าพยายามสร้างภาพให้ดูหื่นๆ เพื่อกลบใบหน้าที่ออกแนวหวานๆ เค้ามีไอเดียดีนะ..ถ้าลดความหื่น แล้วพรีเซ้นต์เฉพาะกึ๋น จะดีมากๆ

Goi Goi(--yo!--) อันนี้ ไม่เกี่ยวกะความชอบส่วนตัวนะ ชอบการตอบทู้ของน้องเค้า เพราะว่าการใส่ใจกับการตอบคำถามและการเล่นมุขอย่างเป็นเอกลักษณ์ หลังๆ นี่ออกจะติดเรทไป แต่น้องก้อยฉลาดจริงๆ และคงไม่มีใครบ้าพลังเท่าเธออีกแล้ว ทุกกระทู้ที่เธอตอบ ไม่เคยต่ำกว่า 5 บรรทัด แถมชื่อเธอข้างหน้าชื่อล็อกอิน จะแปรเปลี่ยนไปตามสภาวะอารมณ์ของเธอในช่วงนั้นอีกต่างหาก สมแล้วกับตำแหน่งสาวมั่นบ้าพลังที่

Gay- E -Cha ป้าแมนมักมีมุมมองการใช้ชีวิตอีกแบบนึง เขียนหนังสือสนุกดี ทั้งตอบและตั้ง ชัดเจนและห้าวหาญสุดๆ เป็นคนตรงมากๆด้วยลีลาการตอบกระทู้ที่ตรงไปตรงมา กรูไม่ชอบก็คือกรูไม่ชอบ ไม่มีเสแสร้ง ว่ากันไปตามเนื้อผ้า ชอบกระทู้ เรื่อง4พี่น้องมาก ลบภาพเดิมๆไปหมดเลย

แมลงสาบ ชอบวิธีการเขียนเรื่องของน้องไว คับ แต่ไม่ค่อยตามไปอ่านที่หลังห้องฯ เค้าค่อนข้างรอบรู้อ่ะคับ แต่จะดีมากๆถ้าจะมาตั้งกระทู้ที่หน้าห้องบ้าง

นางมารนอกสังกัด ความคิดแรก ๆ ที่ได้อ่านการตอบทู้ของเธอ .. ผู้หญิงคนนี้ตรงไปตรงมา และ บู๊ น่าดู ภาพนั้นทำให้คิดว่าเธอคนนี้ ต้อง แกร่ง และ เก่ง แน่ ๆ แถมยังดูเจ้าชู้ อีกด้วยย กริ้วววววว
แต่ พอเมื่อได้มาคลุก(วงใน)เจ๊แอ๋ม ด้วยตัวเองทำให้รู้ว่า เธอ ไม่ได้เป็นแบบภาพ ที่ทุกคนเห็นในกระทู้ซะทีเดียว..ตัวจริง ของเธอ คือ คนน่ารัก..จิตใจดี..อ่อนไหวมาก ๆ และ รักใคร-รักจริง .. จริงใจเป็นที่สุด

คำสารภาพครั้งล่าสุด ไม่ได้ชอบเพราะคุ้นเคยกัน แต่ผมชอบกระทู้น้องเค้า ถ้าน้องเค้าเขียนในแนวเปรียบเทียบคับ ถ้าแนวรักๆใคร่ๆผมขอบายยย เข้าถึงยาก คับ

-::konjaidee::- ชอบที่เค้าตั้งกระทู้แล้วจับจุดเด่นแต่ละคนมาพูด เค้าช่างสังเกต ช่างจดช่างจำ คำตอบตั้งกะปีมะโว้ เค้าก็จำได้ลีลาตอบกระทู้ มุขเค้าสุดยอด(เวลาอารมณ์ดี)

ตามตะวัน ชอบความสม่ำเสมอทางอารมณ์ของน้องเค้าค่ะ เขียนกลอนเปล่าได้ดีในแนวรัก ผมจึงไม่ค่อยติดตาม แต่ในมุมมองของคนอ่านหนังสือ ออก ผมว่าน้องเค้าเขียนได้ดีอารมณ์เหงา อารมณ์รัก ติดตามได้ตลอด มีเรื่องเหงา ๆ เศร้า ๆ รัก ๆ มาให้อ่านเสมอ ... เมื่อไหร่ที่เห็นชื่อนี้ มักมีเรื่องรัก ๆ ตามมาเสมอ

จางจื้อลิ ชอบกระทู้เฮียโยตรงที่ เค้ามักจะเพ้อเจ้ออ่ะคับ ฝันๆลอยๆ ผิดกับยุคต้นๆที่เน้นกลอนเปล่าแบบคนขี้เหงา รึว่า ตอนนี้เลิกเหงาซะแล้นน

ป้าต้น ถ้าจะเปรียบเหมือนหนังชีวิตอ่ะ ชอบเขียนกลอนแบบเศร้าๆ ผมชอบกระทู้โวยวายทู้นั้นของป้าต้นมาก ตอนนั้นคิดว่า ป้าต้นคงเครียดจริงๆ แต่ดูมีสีสันดีคับ

รั้วหน้าบ้าน ชอบรูปประกอบกระทู้ และอักษรที่เหมือนคำพูดของน้องเค้าคับ กระทู้ที่มีเรื่องให้คิดตามนะ ชอบการตอบกระทู้ ที่ดู มีที่มา..ที่ไป..และ จบได้สวย ทุกครั้ง....ที่สำคัญ...ภาพประกอบ ทุกภาพ ได้อารมณ์ร่วมจริง ๆ

เด็กสันดานเสียแห่งโลกใบนี้ ถ้าเขียนหนังสือถูก ไม่ใช่ตัวเค้าคับ หลายคนบอกว่า เค้าเขียนกระทู้แนวรักๆได้ดี (มีคนไปแอบอ่านที่ห้องบางรัก) น้องอาร์ดคับ สุดยอดคับ ผมชอบคำบรรยายใต้ภาพของน้องเค้าคับ มันได้อารมณ์ดี
ตั้งกระทู้ ได้เหมือน จัดนิทรรศการ จริง ๆ เข้าไปชมกระทู้ทีไร...เหมือน ได้ไปเห็น สถานที่ นั้น ๆ เองทุกที...แถม คำบรรยาย ใต้ภาพ ที่น่าติดตามอีกด้วย

*๑และDD สุดยอดนักตอบและตั้งกระทู้โคลงสี่สุภาพ อึ้งมากๆ กับการแต่งโคลงสี่สุภาพได้ไว และได้ทุกสถานการณ์ และก็จำทั่นพี่ *๑ ได้มีมากๆ เลยด้วยเรื่อง KonDeeJai ยังจำได้ไม่เคยลืม

โทโมะฮิโร คนนี้ละเอียดอ่อน อ่อนไหว สาวๆ ติดกันงอมเลย ชอบเรื่องที่โทโมะเขียนที่เป็นเรื่องเล่า แฟนฉันอ่ะ ยังจำกันได้ไหม!!

นายกลุ้ม(-_-' ) คนนี้ตอนมาแรก ๆ เห็นมีเรื่องกลุ้มๆ มาตอบและตั้งกระทู้ได้ทุกวัน และคำตอบแต่ละคำตอบก็ฮามั่กๆ แต่ตอนนี้เห็นท่านายกลุ้มจะไม่กลุ้มซะแระ จำได้ไหมเอ่ย ใครกันเรียกเราว่า คนใจดีเชิญยิ้ม

ทิชชูนิดนิด แม่ศรีเรือนผู้น่ารักสดใส ประหยัดคำพูด แต่ไม่รู้ทำไมตัวอักษรมันดูน่ารักได้ยังไงอ่า และพักหลังๆ มานี้เธอจะเน้นเรื่องอาหารการกินซะเป็นส่วนใหญ่ต้องพูดประจบไว้ก่อนเผื่อว่าวันหลังจะทำให้เราได้ทานบ้าง

โยตะ บ้างครั้งลึกซึ้ง บางครั้งฮ่า และบางครั้งโชว์รูป คนเดียวแต่มีหลากหลายอารมณ์ ชื่นชมอยู่เสมอทั้งแม้พักนี้จะไม่ได้เห็นแล้วก็ตาม

ลูกสาวป้าเอี่ยม เป็นชื่อที่โดนมากๆ ยังไงก็ชอบชื่อนี้ไม่เปลี่ยนใจ ถึงเค้าจะเปลี่ยนชื่อให้ดูดีขึ้นหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถลบภาพ..ลูกสาวป้าเอี่ยมได้เลย
การตั้งกระทู้ของเค้าออกแนวประชดประชันดี ภาพที่ออกมาผมดูว่า เค้าน่าจะเป็นผู้หญิงที่ช่างเลือกเป็นคนที่เก็บทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต บางครั้งก็ดูเหยียดๆ หยิ่งๆ

แมวอ่อนแอ ป้าอัย มักมาพร้อมกับ...เพลงเก่าย้อนยุค (สมัยสงครามโลกครั้ง) ฮ่าๆๆ และ เรื่องราว หวาน ๆ โรแมนติค น่าอิจฉา ... ในบางครั้ง ก็มาพร้อมกับความเศร้า เหงา และ รัก

Phoenixนิลมังกร ชอบการตอบ คำถาม ที่มัก เหมือนกับการ กลั่นกรอง และ คิดอย่างรอบคอบ แล้ว..ทุกตัวอักษร ...

วิเศษนิยม คนนี้..ใหม่ล่ามาแรงงงง แซงทางโค้ง ฮ่า ๆ ๆ ๆ ตั้งกระทู้ได้น่ารัก และ น่าขำ มากค่ะ

คุณชายมากรัก ขอบคุณสำหรับเรื่องราว ดี ๆ ที่นำมาแบ่งปันนะ

เทียน แม้..ล๊อคอินนี้ จะหายจากห้องสยามฯไปชั่วนิรันดร์ แต่ทุกตัวอักษร ที่เคยโพสไว้ที่นี่..จะอยู่ในใจตลอดไป

S(2) คนนี้...สิงสถิตย์ ไม่เป็นที่ หุหุหุ.... แต่ช่วงหลัง ๆ มาที่ห้องสยามฯ บ่อย ๆ คิกๆๆ (เพราะไรน๊อออ???)
ปกติ..แกชอบอ่าน ไม่ค่อยตอบ แต่ถ้าได้ตอบแล้ว...รับรองว่า ทุกตัวอักษร ของเค้า..ออกมาจากใจเค้าจริง ๆ เหอ ๆ ๆ ไม่อยากจะบอกว่า...แค่สองบรรทัด เฮียแกอาจใช้เวลา พิม เป็นชั่วโมง ที่สำคัญ...เฮีย เขียน ร้อยแก้ว ได้ซึ้งจับใจ

มนัสวาท(สาวหน้าใส) เธอมัก ตื่นแต่เช้าตรู่ มาโพส รูป น่ารัก ๆ ตอบกับ กระทู้เสมอ และ มักแทรกตัวอักษร ไม่กี่บรรทัด แต่....ซึ้งจับจายยย อิอิ

Minna no Tabo เจ๊ซัน..ตั้งกระทู้ คำถาม ได้....น่าคิด และ ตรงกับ ชีวิตจริง เสมอเลย

ano c ชอบในความเป็นเอกลักษณ์ ส่วนตัว...เหมือน ท่าน ๆ ที่กล่าวไว้ ด้านบน โดยเฉพาะ.....ข้อความเสียง นี้...
..*PIPsss*>>>~~~~> <~~~~<<<*PIPsss*..

คนโสด ป่วนจนได้ดี ประมาณนั้น แกกลายเป็น..ดาวร้ายยอดเยี่ยมไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียนกระทู้ล่อเป้า

นอกจากนี้ก็มีคุณอะไรดีล่ะเรา ,TON_DEVIL ,Bluetonic ,วินบลูยอร์ช ,ข้าวตุ๋น ,yog_bf ,งง งง ,loveme_loveu ,nods ,นักสืบเอกชน ,กะโหลกกะลา และ อีกมากมายยยย

จากคุณ : หลักสี่ - [ 26 ก.พ. 47 09:49:42 ] คุณ : -::konjaidee::- - [ 26 ก.พ. 47 20:41:13 ] คุณ : ห้าวหาญ (จางจื้อลิ) และจากคุณ : ^0^Goi_Goi (--yo!--) - [ 27 ก.พ. 47 08:15:01 ] แห่งโต๊ะสยามสแควร์ ณ พันทิพย์

สรุปคนดังโต๊ะสยามโดยคุณคนใจดี

1.หลักสี่ --- บุคคลที่จะไม่กล่าวถึงไปไม่ได้ถ้าไม่กล่าวถึงพี่ตู่ไปห้องสยามก็ดูขาดๆ อะไรไปเลยนะ พี่ตู่หลักสี่เคยได้รับการโหวตจากเพื่อนในห้องสยามให้พี่ตู่เป็นนางงามมิตรภาพ พี่หลักสี่มีลักษณะการตั้งกระทู้ที่เป็นเอกลักษณ์มากทุกกระทู้ที่พี่ตู่โพสต์จะต้องมีรูปภาพสวยๆ มาให้น้องๆ ได้ชมกันเป็นทุกกระทู้ไป
อีกทั้งเนื้อหาในการตั้งกระทู้ของพี่ตู่ก็มีหลากหลายแนวด้วยกัน มีทั้งจริงจังได้สาระประโยชน์ได้ความสนุกสนาน หรือแม้แต่บางกระทู้ก็เล่นอำน้องๆ กันไป แบบฮากันจนหงายหลังก็มี จำได้ว่าตอนที่พี่ตู่จะไปอยู่ญี่ปุ่นตอนแรกๆ คนใจดีก็ยังใจหายอยู่ว่า อุ้ยๆ ห้องสยามจะขาดพี่ตู่ไปคราวนี้ก็ต้องเงียบเหงาเป็นแน่แท้ แต่ที่ไหนได้ฮ่ะพี่ตู่หลักสี่ไม่ได้หายไปไหน ถึงอยู่ไกลแค่ไหนพี่ตู่ก็จะมีกระทู้ดีๆ ส่งผ่านมาให้น้องๆ ได้อ่านกันอย่างสนุกสนานอีกเช่นเคย

2.โทโมะฮิโร ---- เอ่ออ.อออ..อ..เมื่อกล่าวถึงบุคคลที่ฮอตของบรรดาสาวๆในห้องสยามนี้รับรองว่าต้องมีชื่อ โทโมะฮิโร่ ติดอยู่ในอันดับแรกๆ เป็นอย่างแน่ เค้าเป็นชายหนุ่มที่แสนจะอบอุ่นทุกกระทู้ที่เค้าตั้งเวลาอ่านเหมือนรู้สึกว่านั่งอยู่หน้าเตาผิงมันช่างอบอุ่นเสียเหลือเกิน 5555
จำได้ว่าเมื่อช่วงตอนต้นๆ ปีโทะโมะเคยตั้งกระทู้อำลาจากห้องนี้ไป ช่วงนั้นคงทำเอาสาวๆในห้องสยามน้ำตาร่วงกันไปหลายคนเลย แต่ในที่สุดพ่อหนุ่มนักกลอนก็กลับมาที่ห้องสยามนี้อีกครั้งทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่เริ่มรู้สึกว่าเหมือนนั่งกันอยู่ข้างเตาผิงกันอีกครั้ง คนใจดีรู้ว่าโทโมะเค้าเฝ้ารอใครบางคนอยู่ ใครบางคนที่เค้ารู้สึกดีๆ ด้วย ใครบางคนที่เค้าตั้งใจมอบทุกๆ กระทู้ที่เค้าตั้งให้เธอคนนั้น คนใจดีเอาใจช่วยให้เธอคนนั้นของคุณกลับมาหาคุณเร็วๆ นะ

3.ตามตะวัน ---- เมื่อกล่าวถึงหนุ่มนักกลอนอย่างโทโมะฮิโร่แล้ว ก็คงอดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงสาวน้อยนักกลอนประจำห้องสยามอย่างตามตะวัน
สาวแสนอ่อนหวานกับความหลังที่อ่อนไหว ทุกๆ กระทู้ที่เธอตั้งล้วนแต่เป็นกลอนที่คนขี้เหงาอย่างพวกเราโดนใจกัน จำได้ว่าช่วงหนึ่งตามตะวันกับจางจื้อลิทำเอาทุกคนในห้องนี้อิจฉาตาร้อนกับความรักที่ออกจะหวานของพวกเค้าทั้งคู่ แต่!!ในที่สุดเค้าก็ออกมาเฉลยว่าเป็นแค่การสร้างภาพเท่านั้น เค้าทั้งสองคนไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ โอ้วววรู้หรือเปล่าว่าเราน่ะหลงเชื่อว่าพวกคุณสองคนนะเป็นแฟนกันจริงๆ เสียอีก

4.*๑ ---- เมื่อกล่าวถึงนักกลอนกันมาหลายคนแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงคุณ*๑ ที่เป็นคนจุดกระแสโคลงสี่สุภาพที่ห้องสยามให้เกรียวกราวกันอย่างมากในช่วงนั้น *๑ เค้าย้ายมาจากห้องราชดำเนิน ด้วยหวังว่าอยากทำให้วัยรุ่นสมัยนี้ได้รู้จักกับบทกลอนโคลงของไทย ซึ่งช่วงหลังมานี้กลอนในพักหลังๆ จะเป็นในลักษณะกลอนเปล่าซะมากกว่า และจะทำให้วัยรุ่นหันมาสนใจโคลงที่เป็นของน่าเบื่อดูโบราณได้งัย คุณ*๑ จึงตั้งและตอบกระทู้เป็นโคลงสี่สุภาพรวมถึงได้อธิบายวิธีการแต่ง และสัมผัสคล้องจ้องไว้ด้วย ทำเอาหลายคนในที่นี้ที่ไม่เคยสนใจ ไม่รู้จักโคลงสี่สุภาพได้หันมาสนใจหัดแต่งกันมากขึ้น แต่มาช่วงหลังๆ มานี้ไม่เห็นคุณ *๑ แล้วนะน่าเสียดายเหมือนกันนะ

5. DD --- หนุ่มนักกลอนผู้ปราศจาก login เป็นอีกผู้หนึ่งซึ่งเป็นเหมือนตัวตายตัวแทนของคุณ *๑ ถ้าเปรียบคุณ *๑ เป็นผู้บุกเบิกด้านโคลงสี่สุภาพ คุณ DD ก็คงเป็นรุ่นสองที่มาช่วงสืบสาน การตั้งและตอบกระทู้เป็นโคลงเป็นกลอนต่อไป ตอนแรกที่เห็น DD คนใจดีเองยังนึกว่าเป็นคนเดียวกับคุณ *๑ แต่ถ้าสังเกตให้ดีคุณ DD จะดูขี้เล่นและมีมุขตลกแอบแฝงอยู่ในโคลงมากกว่าคุณ *๑

6.โยตะ --- หนุ่มผู้ซึ่งมีบุคลิกกวนๆ ป่วนๆ แต่เมื่อถึงคราวหวานก็ทำได้ดี ซึ่งได้เห็นอยู่ช่วงหนึ่งเค้าก็ทำเอาบรรดามดที่อยู่ในห้องสยามเดินขบวนเข้ามาในกระทู้เค้าเป็นแถวได้เหมือนกัน แต่ที่จะเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือกระทู้โชว์รูปภาพที่เค้าถ่ายเองมีหลายอยู่กระทู้ด้วยเหมือนกัน แต่ถึงเค้าจะพยายามสร้างภาพอย่างงัย แต่สำหรับเค้าแล้วภาพที่ติดตาของคนใจดีมากที่สุดก็คือตอนที่เค้าแกล้งพี่ตู่หลักสี่จนพี่ตู่หลักสี่ออกมาตั้งกระทู้ทำว่าโกรธเค้าจริงๆ เล่นเอาตอนนั้นทำให้ทุกๆ คนในห้องนี้คิดว่าพี่ตู่หลักสี่โกรธโยตะจริงๆซะอีกแต่ขอบอกว่าพี่ตู่ทำได้เนียบมากๆ จนคนใจดียังคิดว่าพี่ตู่โกรธโยตะจริงๆ ซะอีก นึกถึงกระทู้นั้นทีไรแล้วนึกภาพโยตะกำลังทำหน้าสำนึกผิดอยู่ทุกทีสิน่า

7.บูลยอช์ท ---- หนุ่มซึ่งมีบุคลิกในกระทู้แซวชาวบ้านเค้าไปทั่ว เป็นคนอารมณ์ดีโดยเฉพาะกับสาวๆ พี่วินจะตามไปแซวทุกกระทู้ จำได้ว่าพี่วินตั้งกระทู้อำลาจากห้องสยามนี้ไปหลายรอบแล้ว (หลายรอบมาก) แต่พี่วินก็ยังไม่อาจตัดใจจากสาวๆ ที่นี่ไปได้ จึงยังเห็นที่วินยังคงวนเวียนมาตามแซวบรรดาสาวๆ อยู่อย่างเป็นนิจเอกลักษณ์ที่พอพูดถึงพี่วินแล้วนึกขึ้นได้อยู่อย่างนึงก็คือคนก้นกระทู้จำได้ว่าตอนที่พี่วินมาที่ห้องสยามตอนแรกๆ พี่วินมักเรียกตัวเองว่าเป็นคนก้นกระทู้ เอ่อออ แต่คนใจดีอยากจะบอกพี่ว่าคนใจดีก็เป็นคนก้นกระทู้พอๆ กับพี่วินเหมือนกันน้า มาตอบกระทู้ทีไรก็มาช้าเหมือนกันทุกทีน้า
แล้วอีกอย่างพี่วินเป็นคนที่เขียน e-mail ได้ยาวมากๆ ขอบอกว่ายาวมากๆ ไม่เชื่อถามคนที่เขียน e-mail ติดต่อกับพี่วินได้ แล้วจะรู้ว่าพี่วินเป็นคนที่เขียน mail ได้ยาวมากจริงๆ

8. Minna No Tabo ---- พูดถึงพี่วินบูลยอช์ทผู้จัดการฮาเล็มแล้วก็อดไม่ได้พี่จะต้องพูดถึงเจ๊ซัน Minna No Tabo เจ้าแม่ฮาเล็มไม่ได้
ช่วงแรกๆ ที่คนใจดีเห็นเจ๊ซันคนใจดียังจำชื่อ login ของพี่เค้าไม่ได้แต่จำได้อย่างเดียวคำเดียวว่าฮาเล็ม เราก็สงส๊ยสงสัยว่าฮาเล็มอะไรกัน แต่พออ่านมาได้สักพักก็พอรู้ว่าเธอเป็นเจ้าแม่ฮาเล็มประจำห้องสยามฯ เอิ๊กๆๆ เด็กๆ คนไหนหน้าตาดีๆ ระวังไว้นะระวังเธอจะชักชวนเค้ามาอยู่ในฮาเล็มของเธอ
อุ้ยๆ เกือบลืมไปคนใจดีก็ยังได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติจากเจ้าแม่ฮาเล็มคนนี้ให้ได้เป็นประชาสัมพันธ์ฮาเล็มอีกด้วยวันนี้คนใจดีทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ฮาเล็มให้เจ๊ซันแล้วน้า แต่เห็นๆ เจ๊ซันหมกมุ่นอยู่กับการหาเด็กๆ เข้าฮาเล็ม แต่พอถึงตอนตั้งกระทู้ก็ทำได้ดีเหมือนกัน นานๆ ตั้งกระทู้ทีแต่ตั้งทีไรเห็นกระทู้เจ๊ซันได้ขึ้นหน้านึงอยู่บ่อยๆ ถึงแม้จะนานๆ ตั้งกระทู้ทีก็ตาม

9.ป้าต้น ---- คนนี้ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคนใจดีจำป้าต้นได้ดีเสมอมาป้าเป็นคนแรกที่ตั้งกระทู้ถึงคนใจดี ตอนนั้นป้าตั้งกระทู้ขอ e-mail ของคนใจดี จึงทำให้เราได้รู้จักกันคนใจดีมักจะแอบคิดเสมอว่าถ้าตามตะวันอายุมาก ๆ ตามตะวันคงจะเป็นเหมือนป้าต้น เพราะป้าต้นแต่งกลอนได้ดีและซึ้งพอๆกับตามตะวัน ป้าเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหลากหลายได้ทั้งกลอนโคลง แต่บุคลิกที่ติดตาน้องๆ ทุกคนในห้องนี้ก็คือป้าเป็นคนที่อ่อนไหวและเป็นห่วงทุกๆ คนเสมอ คนใจดีเคยคิดเหมือนกันนะว่าอยากจะเลิกใช้ Login ว่าคนใจดี เพราะว่ารู้สึกว่าคำว่าคนใจดีที่ใช้ในห้องสยามเนี่ยน่าจะหมายถึงป้าต้นมากกว่า

10.จางจือลิ ---- หนุ่มใหญ่ใจดี ที่มีเอกลักษณ์คือกระทู้โชว์รูปภาพที่เค้าถ่ายเองในทุกๆ ที่ที่เค้าเดินทางไปสัมผัสด้วยสายตา เค้าก็มักจะเก็บภาพมาฝากพวกเราชาวห้องสยามเป็นรูปภาพสวยๆ ประกอบคำบรรยายที่เข้ากับภาพได้ดี จนทำให้หลายๆกระทู้ภาพของจางจื้อลิได้เป็นกระทู้แนะนำอยู่ที่ห้องสยามอยู่บ่อยครั้ง
จำได้ว่าตอนที่เค้าตั้งกระทู้อำลาว่าจะไปจากห้องสยาม เราก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน

11.ลูกสาวป้าเอี่ยม ---- สาวน้อยเจ้าของเอกลักษณ์แคนโต้ ช่วงหนึ่งจำได้ว่าทุกๆ กระทู้ที่เธอตั้งหรือตอบจะต้องเป็นแคนโต้ 3 บรรทัดตลอดแล้วเธอก็ทำได้ดีซะด้วยให้ตายเถอะถ้าเธอไม่ใช้ชื่อ login ว่าลูกสาวป้าเอี่ยมเราต้องนึกว่าเธอเป็นผู้ชายอย่างแน่นอน เพราะดูจากลักษณะการตอบกระทู้แล้วมีลักษณะการตอบที่ห้าวๆเหมือนกับผู้ชายมาก เอ่ๆ หรือว่าเธอจะเป็นลูกชายป้าเอี่ยมซะมากกว่านะ

12.รั้วหน้าบ้าน --- เมื่อกล่าวถึงลูกสาวป้าเอี่ยมแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงรั้วหน้าบ้านเราคิดว่าเค้าทั้งสองคนมีบุคลิกที่ค่อยข้างคล้ายกันมาก รั้วหน้าบ้านเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความสม่ำเสมอในการตั้งกระทู้เราจะพบเห็นกระทู้ของเธอได้เกือบจะทุกวันแต่ก็ขอขอบคุณคุณรั้วหน้าบ้านด้วยที่ช่วยกันตั้งกระทู้ดีๆ กันห้องนี้จะได้ไม่เงียบเหงา

13.รักดี ---- สาวผู้มองโลกในแง่ดี และใส่ใจกับทุกๆ กระทู้และทุกๆ ความคิดเห็นที่เธอได้ตอบไป เธอตอบกระทู้จริงจังและเรียบร้อยมาก ถ้ามีใครสักคนที่จะได้รับตำแหน่งบุคคลที่ตอบกระทู้ได้เรียบร้อยและถูกกติกามากที่สุดเราจะมอบตำแหน่งนี้ให้กับเธอแน่ๆ จำได้ว่าเมื่อตอนกลางๆ ปีรักดีได้หายหน้าหายตาไปจากห้องสยามนี้พักนึงแต่ช่วงหลังๆ ก็ได้เห็นเธอกลับมาที่นี่อีกครั้ง และเธอก็ยังเป็นเหมือนเดิม
รักดีผู้ซึ่งใส่ใจและตั้งใจกับการตอบกระทู้ทุกๆ ความคิดเห็นของเธอ และอีกอย่างที่ยังเหมือนเดิมก็คือ เราจะไม่ค่อยได้เห็นรักดีตั้งกระทู้บ่อยครั้งนัก

14.ทิชชูนิดนิด ---- บุคคลซึ่งเราขอมอบตำแหน่งคนที่ตอบกระทู้ได้สั้นที่สุดในห้องสยามนี้ให้แก่เธอ ทุกๆ กระทู้ที่เธอตอบเอกลักษณ์คือ : ) หรือไม่ก็ ^^
แต่อีกเรื่องนึงที่เราจำได้ดีก็ต้องหนีไม่พ้นเรื่องนี้แน่ๆ เรื่องที่มีคนใช้ชื่อ login ว่านิดนิด เหมือนเธอด้วย แต่หลังๆ มานี้ไม่เห็นเค้าคนนั้นแล้ว แต่เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ห้องนี้คงจำเรื่องนี้ได้ดี 55555 เมื่อไหร่จะมีคนมาใช้ชื่อ login ว่าคนใจร้ายบ้างนะ จะได้เป็นคู่กับคนใจดี

15. armasye ---- จำได้ว่าตอนแรกที่ได้เห็นเธอเธอใช้ชื่อว่าน้องหนูรักคุณพี่ด้วยแต่หลังๆเธอไม่ได้ใช้ชื่อนั้นแล้ว แต่กลับหันมาใช้ชื่อนี้แทน armasye สาวน้อยผู้ใส่ใจกับความคิดเห็นที่เธอตอบ ตอนแรกที่ได้เห็นการตอบกระทู้ของเธอเรายังแอบนึกอยู่ในใจเลยว่าอายุเธอต้อง 30up เป็นอย่างแน่นอนแต่ที่ไหนได้เธอยังเรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัยอูยู่เลย แต่มาช่วงหลังๆ เนี่ยเห็นเธอห่างหายไปนานกับการตอบและตั้งกระทู้นะ

16. สุดซ่าส์แสนซน --- สาวผู้มีความมั่นใจในตัวเองเกินร้อย เธอมีลักษณะการตอบกระทู้ที่เป็นเอกลักษณ์มาก หาใครเลียนแบบได้ยาก บุคลิกที่ดูห้าวๆ เปรี้ยวของเธอนั้น ทำให้เธอมีคนจ้องจะป่วนเธออยู่มาก จะมีอยู่ช่วงหนึ่งไม่ว่าแซมจะตอบหรือตั้งกระทู้อะไร ก็จะมีคนมาตามคอยว่าคอยราวีเธออยู่เสมอ แต่คนเร้าๆอย่างเธอมีหรือจะยอมแพ้กับพวกตัวป่วนพวกนั้น 55555 แต่พอถึงช่วงที่เธอจะหวานเธอก็ทำได้ดีดังเห็นได้จากกระทู้กลอนที่เธอตั้งได้กลายเป็นกระทู้แนะนำอยู่หน้าห้องอยู่บ่อยๆ จำได้ว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราเข้าไปอ่านกระทู้ของเธอแล้วจะตอบว่าอะไรไม่ได้เลยนอกจากคำว่ากริ้ววว

17. เด็กสันดารเสียแห่งโลกใบนี้ --- ถ้าจะมีกระทู้ไหนบ้างกระทู้ที่อ่านแล้วรู้สึกมึนๆ งง รับรองว่ากระทู้นั้นชื่อเจ้าของกระทู้อาจเป็นเด็กสันดานเสียแห่งโลกใบนี้ก็ได้ แต่หลังๆ มานี้เห็นหลายๆ คนบอกว่ากันว่าเค้าตั้งกระทู้ได้รู้เรื่องขึ้นมากแล้ว แต่เราว่าเราก็อ่านแล้วยังงงอยู่ดี

18. มือใหม่หัดพังคอม --- หนุ่มน้อยผู้กำลังแสวงหารักแท้ และเป็นคนคนเดียวในห้องสยามนี้ที่ได้เห็นหน้าคนใจดีแล้ว ถ้าใครอยากรู้ว่าหน้าตาเราเป็นยังไงไว้ไปถามโพดเค้าได้นะ 555 แต่จ่ายใต้โต๊ะไว้แล้วแหละ

จากคุณ : -::konjaidee::- - [ 11 พ.ย. 46 20:05:45 ] แห่งโต๊ะสยามสแควร์
ไปขุดมาได้จากAtriumtechครับ หลังจากหายสาบสูญไปกับบอร์ดเก่าของผมเอง

ไม่ได้เข้าโต๊ะสยามไปนานมากเลย เข้าไปดูในพันทิปรายวันถึงจะเพิ่งรู้เลยว่าคุณแมวหูดำนั้นตั้งกระทู้Chatไร้สาระปั่นความเห็นเป็นว่าเล่น เลยเจอคนในโต๊ะด่าเฉดหัวเข้าให้ ก็หวังว่าคงลาลับไปด้วยดีนะครับ ฮิๆๆ....




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2548 19:43:14 น.
Counter : 363 Pageviews.  

รวมข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวการสร้างเว็ปพันทิพย์2

เรื่องเล่น ๆ ที่เป็นเงิน

บรรดานักโต้คลื่นชาวไทยบนอินเตอร์เน็ตหลายคนคุ้นเคยกับเว็บไซต์ (pantip.com) หรือ (sanook.com) เพราะ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันบนเว็บไปแล้ว

ในแต่ละวันจะมีคนจำนวนมากที่เปิด (lock in) เข้าเว็บ ไซต์เหล่านี้ เพื่อหาเพื่อนใหม่ในห้องสนทนา (Chatroom) หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ ในห้องที่จัดแบ่งไว้ตามความสนใจ และมีอีกไม่น้อยที่เข้าไปหาซื้อชิ้นส่วนคอม พิวเตอร์ อาทิ โมเด็ม ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม

แต่ละวันจะมีคนล็อกอินเข้าไปในเว็บไซต์ของ pantip. com และ sanook.com ไม่ต่ำกว่า 50,000 รายต่อวัน เป็น ตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์ เน็ตในไทยที่มีอยู่ประมาณ 2-3 แสนราย

ยิ่งเมื่อบวกกับกระแสความสำเร็จของ yahoo.com หรือพวกบรรดา amazon.com ในสหรัฐอเมริกา เป็นแรงส่งทำให้ pantip.com และ sanook.com ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

จนทำให้เกิดคำถามว่า จะมีเว็บไซต์คนไทย ที่จะสามารถ เดินตามรอยบรรดา yahoo.com หรืออะเมซอนดอทคอม ที่ ร่ำรวยจากการขายหุ้น หรือเข้าตลาดหลักทรัพย์ แม้ว่าเนื้อแท้ของธุรกิจจะขาดทุนก็ตาม

"ผู้จัดการ" สนทนากับ วันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้สร้างเว็บไซต์ pantip.com พร้อมกับทีมงานอีก 2 คนในบ่ายวันหนึ่งที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ หรือบอย นักศึกษาปี 4 วิศว กรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับหน้าที่พัฒนาโปรแกรม และ ฤทธิชาติ ศิริวงศ์ ณ อยุธยา หรือบอยโปรแกรมเมอร์ของบริษัทซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ รับหน้าที่ออกแบบเว็บ และงานกราฟิก ทั้งสองเป็นกลุ่ม ผู้ใช้รุ่นแรกๆ ของ pantip.com และต่อมาได้กลายเป็นทีมงานของ pantip.com

ปกติแล้วหากไม่ต้องออกไปพบปะกับลูกค้าที่จะมาลงโฆษณาบนเว็บ pantip.com แล้ว วันฉัตรจะนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน และติดต่อกับอภิศิลป์ และ ฤทธิชาติ ผ่านอี-เมล และจะนัดประชุมแบบเห็นหน้าเห็นตากันเดือนละครั้ง

วันฉัตรเคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อยู่ที่การบินไทยเกือบ 8 ปี ก่อนจะออกมาร่วมหุ้นกับเพื่อนทำธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากไต้หวัน ซึ่งเป็นจังหวะที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับอินเตอร์เน็ต

"ตอนนั้นผมไม่คิดอะไรมากไปกว่าต้องการใช้อีเมลเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการส่งแฟกซ์ ตกเดือนละ 3-4 พันบาท ทำให้ ลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ"

วันฉัตรเริ่มหันมาศึกษาอินเตอร์เน็ต สิ่งที่เขาพบคือ ทำไมอินเตอร์เน็ตมีแต่ข้อมูลที่เป็นภาษาอังกฤษ ความคิดในการสร้างแมกกาซีนด้านคอมพิวเตอร์บนอินเตอร์เน็ต มีคนมาเขียนคอลัมน์ให้ มีรายได้จากค่าโฆษณา ความคิดที่จะเปิดเป็นชอปปิ้งมอลล์จึงเกิดขึ้น

แต่อินเตอร์เน็ตยังเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย คนส่วนใหญ่ยังไมรู้จัก ทำให้เป้าหมายของเขาต้องเปลี่ยนไป

"พอไปไม่ถึงผมก็เริ่มเรื่อยเปื่อย มองหาว่าจะหาบริการอะไรมาทำดี เลยส่งอีเมลหาคนโน้นคนนี้ไปแนะนำเว็บ พอดีไปเจอกับหมอคนหนึ่ง เขาแนะนำว่าควรจะมีเพลงใส่เข้าไป และก็แนะนำเว็บที่จะดาวน์โหลดได้ ผมก็เลยมานั่งคิดว่า ความรู้คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เฉพาะพวกโปรแกรมเมอร์ หรือคนที่ทำงาน ด้านนี้ เพราะหมอเองก็ไม่ใช่คอมพิวเตอร์"

จากประกายความคิดที่ได้วันนั้น วันฉัตรออกแบบโปรแกรมแลกเปลี่ยนความรู้ คอมพิวเตอร์ หรือเทคนิคัลแชท (Technical chat) ซึ่งกลายเป็นที่มาของบริการชุมชน (Community Service) บนพันทิพย์ดอทคอม

ทุกวันนี้มีคนล็อกอินเข้ามา pantip.com เพื่อหาเพื่อนใหม่ๆ ผ่านห้องแชทรูม หรือแลกเปลี่ยนซื้อขายของ ซึ่งอาจจะมากกว่าเว็บไซต์ที่ทำขึ้นมาเพื่ออิเล็กทรอนิกส์คอมเมิร์ซบาง แห่งด้วยซ้ำ

แม้จะมีคนมาใช้บริการใน pantip.com ไม่ต่ำกว่าหลาย หมื่นคนต่อวัน และสินค้าที่ลงโฆษณาก็เริ่มเปลี่ยนจากขนม เปี๊ยะ มาเป็นชิปอินเทล แต่วันฉัตรไม่คิดว่า pantip.com จะทำให้เขาและทีมงานกลายเป็นเถ้าแก่บนเว็บ เยี่ยง Portal web ที่ทำเงินในอเมริกา

ลำพังรายได้จากค่าโฆษณา (ป้ายโฆษณา) บนหน้าแรกของ pantip.com ที่ไม่เคยเกิน 40,000 บาท คงไม่สามารถเลี้ยง pantip.com ได้ ทุกวันนี้พันทิพย์ดอทคอมต้องพึ่งพาอินเตอร์เน็ต ประเทศไทย ช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายของการเช่าเนื้อที่บนอินเตอร์เน็ต ซึ่งหากคำนวณเป็นเงินแล้วไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท

รายได้โฆษณาที่หามาได้ถูกเก็บสะสมไว้เพื่อเพิ่มขีดความ สามารถ (upgrade) ให้กับเครื่องแม่ข่าย (server) และใช้สำหรับการดูแลไม่ให้เว็บมีปัญหาเกิดขึ้น

แม้ว่า pantip.com จะมีคนมาขอซื้อหุ้นที่เป็นนักลงทุน จากไทยและต่างประเทศ แต่สำหรับวันฉัตรแล้ว pantip.com ไปไกลเกินกว่าจะเป็นธุรกิจเสียแล้ว

"ในทางกฎหมายมันเป็นของบริษัท แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันเป็นของมหาชน ไม่ว่าผม หรือ บอย เอ และอาสาสมัครทุกคนมีส่วนร่วมทำให้เว็บมีความน่าสนใจ ไม่ใช่ผมคนเดียว สิ่งที่ผมอยากได้คือทำให้เว็บนี้เป็นของมหาชนมากกว่าจะเป็นธุรกิจ" คำกล่าวของวันฉัตรที่บอกถึงเป้าหมายของพันทิพย์ดอทคอม

[b]คอลัมน์ the road to success[/b]
ความสุขและความสำเร็จสำหรับคนบางคนไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์สินเงินทองหรือความมั่งคั่งร่ำรวยเสมอไป แต่กลับอยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่ตนเอง รัก และเชื่อมั่นว่า ดีแล้ว เบื้องหลังแนวคิดของการสร้างเว็บไซต์ Pantip.com ของ วันฉัตร ผดุงรัตน์ ก็เป็นเช่นเดียวกัน
เขา จึงพึงพอใจกับการเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ แต่มีคุณภาพของ Pantip.com
ปรัชญาชีวิตของผมไม่เชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด แต่เชื่อว่าคนเราเกิดครั้งเดียว ฉะนั้น ผมจึงถือว่าในช่วงที่มีอยู่สั้นๆ ถ้าเทียบกับเวลาที่มีอยู่ในโลกผมต้องการอะไร อันแรกคือต้องใช้มันอย่างมีค่าที่สุด และทำให้ช่วงเวลาสั้นๆ นี้มีประโยชน์กับคนอื่นมากที่สุด เพราะผมไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ผมไม่เชื่อว่าตายแล้วจะไปเกิดใหม่
หลักคิดและปรัชญาในการทำงานของ วันฉัตร เชื่อมโยงกับแนวคิดในเรื่องชีวิตของเขาได้อย่างพอดี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะไม่ขายเว็บไซต์นี้ให้กับบริษัทข้ามชาติในยุคดอตคอมบูมเมื่อหลายปีก่อน หรือแม้แต่นำข้อมูลของฐานสมาชิกที่มีมากกว่า 15,000 รายไปใช้ประโยชน์เชิงธุรกิจต่อบริษัทของเขา
วันฉัตร บอกว่า เขามุ่งหวังที่จะสร้าง Pantip. com ให้เป็นเวทีในการแสดงความคิดเห็นและการแลกเปลี่ยนความรู้บนโลกอินเทอร์เน็ต โดยพยายามทำให้เว็บบอร์ดแห่งนี้เป็นสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพให้ได้
ตามสโลแกนที่ว่า พันทิปดอตคอม สุดยอดเว็บบอร์ดไทยเพื่อสังคมออนไลน์คุณภาพ
คำจำกัดความของคำว่า สังคมออนไลน์คุณ ภาพ ในความหมายของ วันฉัตร หมายถึงการทำข้อมูลหรือเนื้อหาจากการแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องต่างๆ บนเว็บบอร์ดของพันทิปกลายเป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ มีคุณ ภาพ และมีประโยชน์ต่อสังคม
ผมว่าจริงๆ แล้วตอนนี้ประโยชน์ของมันก็เริ่มเห็นชัดแล้วในฐานะที่เป็นเวทีแสดงความเห็นสำหรับคนทั่วๆ ไป คนทำงานประจำ ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ทำให้พวกเขาได้มีพื้นที่แสดงความคิดเห็นในเรื่องใหญ่ๆ โตๆ เช่น เหตุบ้านการเมือง ความเห็นต่อสังคม หรือแม้กระทั่งเรียกร้องความเป็นธรรม เราได้เปิดเวทีตรงนั้นได้แล้ว
พัฒนาการของ Pantip.com จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเปิดเวทีแสดงความคิดเห็น แต่ต้องพัฒนาทำให้ความคิดความเห็นเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือ และเริ่มทำไปแล้วด้วยการสร้างระบบสมาชิกขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพหรือผู้ที่ไม่หวังดีนำเว็บบอร์ดไปใช้ในทางที่ผิด เช่น ใช้เป็นช่องทางในการใส่ร้ายป้ายสีหรือหลอกลวงกันและกัน
โดยให้ผู้ที่ต้องการเป็นสมาชิกของ Pantip.com กรอกข้อมูลส่วนตัว พร้อมทั้งหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองไว้เป็นหลักฐานด้วย และกำหนดให้ผู้ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกแล้วเท่านั้นที่มีสิทธิแสดงความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด
นอกจากนี้ ยังจะมีการลงทุนสร้างระบบตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของคนที่เข้ามาลงทะเบียนด้วยว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่ แม้จะรู้แน่แก่ใจว่า เงื่อนไขที่เข้มงวดอาจทำให้ชุมชนออนไลน์แห่งนี้เติบโตช้าเพราะสร้างกำแพงให้คนไม่อยากเข้ามาเป็นสมาชิก
น้องๆ ในทีมงานเขาเสนอมาว่าอยากให้เมม เบอร์มีตัวตนมากขึ้น มีการตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชน และทำให้นามแฝงหนึ่งมาจากคนได้คนเดียว ตรวจเป็นขั้นเป็นตอนแบบซีเรียสเลย ซึ่งถ้าผมมองพันทิปเป็นธุรกิจ ผมคงไม่ทำหรอก เพราะนอกจากคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกเข้ามาได้ยากขึ้นแล้วยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะต้องลงทุนติดตั้งระบบตรวจสอบ แต่ด้วยความที่เราไม่เน้นธุรกิจมากนัก เราจึงตัดสินใจทำ ถ้าสำเร็จผมเชื่อมั่นว่ามันจะทำให้คุณภาพการใช้อินเทอร์เน็ตดีขึ้นมาก
วันนี้ Pantip.com มีสมาชิกที่มีตัวตนตรวจสอบได้มากถึงกว่า 15,000 คน มีจำนวนผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์และเปิดอ่านความคิดความเห็นบนเว็บบอร์ดมากถึงวันละเกือบแสนราย และมีรายได้จากค่าโฆษณาเดือนละ 3-4 แสนบาท
สิ่งเหล่านี้น่าเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของ Pantip.com ได้เป็นอย่างดี
ฉบับหน้ามาแกะรอยความสำเร็จของพันทิปดอตคอม
ทก็ยังไม่ค่อยมั่นใจมากนัก โดยเฉพาะหลังจากการถอนตัวออกไปของโนเกีย
ข่าวจาก : ประชาชาติธุรกิจ

วันฉัตร ผดุงรัตน์ Web Gardener pantip.com
สมคิด เอนกทวีผล
Positioning Magazine ธันวาคม 2547

“อยากทำงานที่ไม่มีคนอยากทำ” คือทัศนคติในวัยเด็กของ วันฉัตร ผดุงรัตน์ เจ้าของเว็บบอร์ด Pantip.com เขาเผยเบื้องหลังของทัศนคติอันแปลกไม่เหมือนใครนี้ไว้ว่า เป็นเพราะเชื่อว่าหากเราทำงานที่ไม่มีใครอยากทำแล้ว เราจะเป็นคนที่มีคุณค่าในสังคม จากนั้นวันฉัตรเติบโตขึ้นพร้อมปรับตัวเองเข้าสู่โลกแห่งความจริงด้วยการเรียนด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งที่นี่เองที่เขาได้สัมผัสกับคอมพิวเตอร์เป็นครั้งแรก เป็นการใช้ PC ในยุคแรกๆ คุมเครื่องจักร แต่เขาก็ให้ความสนใจกับการออกแบบวงจรต่างๆ มากกว่าและถือเป็นงานในฝันที่ถนัด

แต่เมื่อจบมาแล้ววันฉัตรพบว่างานของวิศวกรในยุคนั้นไม่พ้น 3 อย่างคือ “ซ่อม” “คุม”(คนงาน) และ “ขาย” ซึ่งงานแรกของเขาที่บริษัทวิทยาคมก็คือ sale engineer ขายเครื่องมือแพทย์ซึ่งรวมถึงติดตั้งและซ่อมบำรุงด้วย ที่นี่เองที่วันฉัตรเริ่มมาหลงรักคอมพิวเตอร์อย่างจริงจังจากการที่เจ้านายซื้อเครื่อง PC มาด้วยความอยากรู้ แต่ไม่มีเวลาเล่นและตั้งเครื่องทิ้งไว้แล้วชักชวนวันฉัตรให้ “ลองเล่น” ดู ซึ่งเขาก็ “ลองเล่น” ด้วยการเขียนโปรแกรมคำนวณค่าคอมมิชชั่นของพนักงานขาย แต่โปรแกรมก็ทำงานไม่ได้อย่างที่คิด เขาไม่ท้อแท้ “ลองเล่น” ต่อด้วยการใช้โปรแกรม Visicalc บรรพบุรุษของ Excel แทน แล้ววันฉัตรก็ตกหลุมรักคอมพิวเตอร์ เพราะใช้สร้างสรรค์งานต่างๆ ออกมาได้ง่ายกว่าการสร้างวงจรอิเล็กทรอนิกส์ แรงจูงใจที่จะ “ไล่ตาม” เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะขับเคลื่อนชีวิตการงานของวันฉัตรนับจากนี้เป็นต้นไป แล้วพนักงานเงินเดือน 4,500 บาท (ช่วงปี 2528) อย่างเขาก็ตัดสินใจควักเงินซื้อคอมพิวเตอร์เป็นของตนเองในราคา 2 หมื่นกว่าบาท

เขาตัดสินใจหางานที่จะได้คลุกคลีกับซอฟต์แวร์แทนที่จะเป็นฮาร์ดแวร์เครื่องจักร จนได้งานที่การบินไทย ได้ทำงานกับระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่และซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย ที่นั่นเขาเริ่มจากการเป็น “ผู้ใช้” โปรแกรมจัดการเนื้อที่ในเครื่องบิน (space control) จนได้เลื่อนขึ้นไปเป็น “ผู้สร้าง” ซอฟต์แวร์ต่างๆ ในตำแหน่ง system programmer ถึงจุดนั้นวันฉัตรสรุปว่า เขาได้ผ่านงานแทบทุกด้านเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาแล้วทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทั้งในฐานะผู้ใช้และผู้สร้าง เกิดความรู้สึกอิ่มตัวหมดแรงจูงใจที่จะไล่ตามเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ว

วันฉัตรเริ่มเข้าสู่โลกธุรกิจโดยการออกมาร่วมหุ้นกับเพื่อนทำบริษัท Macrocare นำเข้าอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์เช่นตัวต่อพ่วงสายต่างๆ จากไต้หวันมาขายในไทย ซึ่งกิจการก็ไปได้ดี และที่นี่เองที่ไฟรักการเรียนรู้กลับมาอีกครั้ง เมื่อหุ้นส่วนของเขาบ่นเรื่องค่าใช้จ่ายในการติดต่องานกับต่างประเทศด้วยโทรศัพท์และแฟกซ์ เขาจึงมาซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ตมาใช้รับส่งอีเมลและเข้าสู่โลกแห่งเว็บในยุคแรกๆ ซึ่งยังหาเว็บภาษาไทยแทบไม่ได้ วันฉัตรจึงเห็นช่องทางเปิดเว็บภาษาไทยขึ้นให้คนไทยอ่านง่ายๆ จึงตัดสินใจออกจากความเป็นหุ้นส่วน Macrocare มาเปิดเว็บนิตยสารออนไลน์ด้านไอทีใช้ชื่อ pantip.com เหมือนปัจจุบันแต่ยังไม่มีเว็บบอร์ด ซึ่งก็ล้มเหลวในการหารายได้โฆษณามาเข้า ซึ่งเขาสรุปบทเรียนได้ว่าเป็นเพราะเขาเพียงแค่ทำนิตยสารทางเว็บออกมาแข่งกับนิตยสารกระดาษโดยยังไม่ได้ใช้ศักยภาพการสื่อสารสองทางของเว็บ และตลาดยังไม่รู้จักสื่อเว็บเท่าใดนักในยุคนั้น

หนทางใหม่ของวันฉัตรกลับเกิดจากเรื่องที่ดูเล็กๆ สองเรื่อง ช่วงนั้นเขาซื้อรถยนต์ส่วนตัวคันแรกในชีวิต ด้วยความ “เห่อ” เขาจึงตระเวนเข้าเว็บที่มีข้อมูลและภาพต่างๆ จนมั่นใจว่าตัวเองรู้เรื่องรถรุ่นนี้ดี ขณะเดียวกันเขาก็ส่งเมลไปหาผู้คนจำนวนมากเพื่อโปรโมตเว็บตัวเอง ซึ่งวันฉัตรยอมรับว่าก็คือการ spam เพียงแต่ยุคนั้นยังไม่ถูกสังคมต่อต้านเพราะยังมีน้อย ซึ่งก็มีนายแพทย์คนหนึ่งตอบเมลกลับมา แนะนำให้เขาใส่เสียงเพลงประกอบลงใน pantip.com พร้อมกับตอบข้อสงสัยวันฉัตรถึงวิธีการทำ สิ่งนี้สั่นสะเทือนความคิดวันฉัตรอย่างรุนแรงว่านายแพทย์คนหนึ่งกลับรู้เรื่องไอทีที่เขาไม่รู้ เขาจึงได้คิดว่าน่าจะมีเว็บไซต์สักแห่งที่ให้ผู้คนได้แลกเปลี่ยนความรู้ความเห็นกัน เป็นที่ที่เขาจะได้แบ่งความรู้เรื่องรถให้ผู้อื่น และเขาจะสามารถทิ้งคำถามหาวิธีเอาเสียงดนตรีลงเว็บได้ ซึ่งเขาเคยเห็นเว็บลักษณะนี้มาแล้วของต่างประเทศ จึงได้เริ่มค้นคว้าจนหาโค้ดโปรแกรมของต่างประเทศมาปรับแต่ง ทำไปก็ถามผู้รู้คนอื่นๆ ไปด้วยผ่านทางอินเทอร์เน็ต จนเกิดเป็น pantip.com โดยในระยะแรกยังพูดคุยกันแค่เรื่องไอทีเป็นหลักแล้วจึงขยับขยายไปยังเรื่องอื่นๆ มากมาย

เงินทุนส่วนตัวที่เขากันออกมา 2 แสนเพื่อ pantip.com นั้นเกือบจะหมดลงอยู่แล้ว ซึ่งเขาตั้งใจไว้ว่าหากหมดไปเขาก็จะปิดเว็บเลิกกิจการ เพื่อไม่ให้กระทบฐานะการเงินส่วนตัวและครอบครัว แต่เมื่อเขาปรับเปลี่ยนเว็บ สถานการณ์ก็กลับดีขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้าโฆษณารายใหญ่รายแรกเข้ามาคือ Intel ซึ่งกำหนดผ่านทางเอเยนซี่รายใหญ่ว่าต้องเป็นเว็บไซต์ด้านไอทีเท่านั้น จากนั้นในยุคดอทคอมบูม มีกลุ่มทุนมากมายทั้งไทยและเทศเข้ามาติดต่อขอซื้อขอร่วมทุน แต่วันฉัตรปฏิเสธหมดเพราะเขารู้สึกว่า pantip.com ไม่ใช่ของเขา เป็นของทุกคนที่เข้ามาร่วมกันแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร เขาเองจึงไม่น่าจะมีสิทธิขายสิ่งนี้ไปแลกกับเงิน ในที่สุดจึงได้ลงตัวกับกลุ่ม Nation โดยให้ Nation เป็นพันธมิตรช่วยขายโฆษณาให้แล้วแบ่งรายได้กันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในดีลครั้งนั้นวันฉัตรเผยว่า สุทธิชัย หยุ่น ถึงกับกำชับผ่านลูกน้องลงมาว่าอย่าไปบังคับกำหนดกรอบกับวันฉัตร ให้วันฉัตรและทีมงานได้ทำในแนวทางเดิมต่อไปอย่างอิสระเต็มที่

เมื่อมองย้อนกลับไป วันฉัตรสรุปหลักที่เขายึดมั่นในการทำ pantip.com ตลอดมาคือเขาทำในฐานะคนสวน ไม่ใช่สถาปนิก นั่นคือคนสวนจะเพียงแค่เตรียมดินให้ดี พยายามสรรหาพันธุ์ไม้ที่ดีมาลง แล้วดูแลรักษาโดยไม่สามารถจะออกแบบกำหนดได้ว่า จะให้ต้นไม้ทั้งหลายนั้นเติบโตออกมามีรูปร่างอย่างไร ต่างจากสถาปนิกสร้างอาคาร อย่างไรก็ตามเขาเชื่อว่าสวนจะมีคุณภาพได้เขาก็ต้องกำจัด “ศัตรูพืช” และ “กิ่งใบที่เป็นโรค” บ้าง นั่นคือที่มาของระบบบัตรผ่านและระบบสมาชิกที่ผู้ใช้ต้องให้รายละเอียดบัตรประชาชนก่อนที่จะลงข้อความใดๆ ได้

ส่วนหลักการส่วนตัวของเขาตั้งแต่ทำงานใหม่ๆ คือ “ทำงานให้เหมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของกิจการ” ซึ่งปรัชญานี้เขาได้รับจากธรรมเทศนาของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุตั้งแต่เมื่อครั้งบวชสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาเชื่อว่าไม่มีประโยชน์ที่จะมาคิดเปรียบเทียบกับเงินเดือนว่าเราทำงานเกินเงินเดือนหรือไม่ เพราะหากเราทำงานให้เหมือนเป็นเจ้าของกิจการ สำคัญสุดคือได้ความรู้ประสบการณ์มากกว่า และได้มุมมองของเจ้าของกิจการสำหรับใช้เปิดธุรกิจของตนเองต่อไป

สำหรับวิสัยทัศน์ของวันฉัตรในปีนี้เขาคาดว่ามี 2 แนวโน้มที่ต้องจับตามองคืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (broadband) และอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอย่างแรกนั้นเล่นกับข้อมูลขนาดใหญ่อย่างภาพยนตร์และเสียง ส่วนอย่างหลังนั้นเล่นกับข้อมูลและโปรแกรมขนาดเล็ก ซึ่งเขาให้ความสนใจกับ broadband มากกว่า และเขาเชื่อว่าเนื้อหาที่เหมาะกับ broadband คือเนื้อหาที่มีลักษณะสด 24 ชั่วโมง เพราะจะได้ใช้ประโยชน์จากทั้งความเร็วและจากการที่ผู้ใช้ไม่เสียเงินเพิ่มตามเวลาที่ดู เพราะ broadband ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายตามเวลาการใช้ เขามองว่า broadband จะทำให้ “นักนิเทศศาสตร์” เข้ามาครองวงการไอทีแทน “นักคอมพิวเตอร์ศาสตร์” ได้ในเร็วๆ นี้ เพราะเนื้อหาภาพและเสียงจะถูกนำมายิงออกอากาศผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันทีง่ายๆ ไม่ต้องอาศัยความรู้ทางโครงสร้างข้อมูลมากนัก

Profile
Name: วันฉัตร ผดุงรัตน์
Age : 41
Education :
ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาอิเล็กทรอนิกส์
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
Career Highlights:
2529- 2530 sales engineer บริษัทวิทยาคม
2530 - 2539 space control, system programmer บริษัทการบินไทย
2538 - 2539 หุ้นส่วนบริษัท Macrocare
2539 - ปัจจุบัน กรรมการผู้จัดการบริษัท pantip.com
Family :
คู่สมรส นลินี ผดุงรัตน์




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2548 16:33:55 น.
Counter : 2558 Pageviews.  

รวมข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวการสร้างเว็ปพันทิพย์

ปรัชญาธุรกิจ Pantip.com "ทำในสิ่งที่รัก-รักในสิ่งที่ทำ"

"Pantip.com" เกิดขึ้นเมื่อ 8-9 ปีที่แล้ว หลังจาก "วันฉัตร ผดุงรัตน์" ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับประโยชน์ของการใช้อินเทอร์เน็ตด้วยความบังเอิญ เพราะในเวลานั้น "เขา" เปิดบริษัทนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เข้ามาขายในเมืองไทยจึงต้องติดต่อกับซัพพลายเออร์ต่างชาติเป็นประจำ

ในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายจากการใช้โทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศ และค่าแฟกซ์สูงเอาการ สำหรับบริษัทเล็กๆ ย่อมเป็นต้นทุนที่สร้างภาระให้ไม่น้อยเลย บังเอิญว่าบริษัทต่างชาติที่ติดต่อธุรกิจด้วยเริ่มใช้อีเมล์แล้วทำให้ "เขา" ได้ทำ ความรู้จักกับอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก

"ครั้งแรกที่สัมผัสกับอินเทอร์เน็ต ผมพูดไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง เหมือนเจอที่โล่งๆ ที่ทำอะไรได้เยอะมาก แต่นึกไม่ออกว่าจะเริ่มทำอะไร ตอนนั้นผมยังนึกว่าเน็ตสเคปกับเว็บคือเรื่องเดียวกัน นึกภาพไม่ออกว่าเน็ตสเคปเป็นแค่บราวเซอร์ที่เข้าไปในเว็บ เปิดเข้าไปพอเจอเน็ตสเคปปุ๊บจะเห็นหน้าโฮมเพจ มีแค็ตตากอรี่ต่างๆ เรื่องวิทยา ศาสตร์บ้าง บันเทิงบ้าง ท่องเที่ยวบ้าง ผมเองสนใจเรื่องรถยนต์ก็เข้าไปในเซ็กชั่นออโตโมบิล ไปดูข้อมูลก็เริ่มๆ ติดใจแล้ว...

...พอเล่นไปสักพักเริ่มรู้สึกว่าเอ๊ะ...ทำไมมีแต่ภาษาอังกฤษ ทำไมไม่มีเว็บไทย จนไม่แน่ใจว่า อินเทอร์เน็ตเนี่ยใช้ได้แต่ภาษาอังกฤษรึเปล่า ใช้ภาษาไทยไม่ได้มั้ง ตรงนี้เด็กรุ่นใหม่ๆ คงไม่งงแต่เด็กรุ่นผมหรือคนแก่รุ่นผมเนี่ยงงนะ เพราะรุ่นผมเกิดมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีภาษาไทย"

"วันฉัตร" จึงนึกสนุกอยากลองสร้างเว็บ ไซต์ขึ้นมาบ้าง ซึ่งชื่อ "Pantip" ก็มาจากห้างพันธุ์ทิพย์ศูนย์ค้าส่งค้าปลีกสินค้าไอทีชื่อดังนั่นเอง โดยสร้าง Pantip. com เป็นแมกาซีนออนไลน์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไม่ได้เป็นเว็บบอร์ด หรือคอมมิวนิตี้ ออนไลน์เช่นทุกวันนี้

"ตอนแรกมีเว็บบอร์ดแค่อันเดียว หัวข้อก็คือ ถามตอบปัญหาคอมพิวเตอร์ พอทำเว็บมาสักพักก็รู้สึกสนุกอยากทุ่มเวลาทำให้เต็มที่จึงเลิกทำธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่บ้านผมก็งงนะ แม่ก็เริ่มบ่นเพราะเดินลงมาตี 2 ตี 3 ก็เห็นผมนั่งคลุกหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำอะไรก๊อกแก๊กตั้งแต่เช้าจดเย็น เรียกว่าแทบจะไม่ไปไหนเลย (หัวเราะ)"

เงินก้อนแรกที่ใช้ลงทุนใน "Pantip.com" เป็นเงินส่วนตัวของ "วันฉัตร" เอง เขาควักกระเป๋าหยิบเงิน 2 แสนบาทถ้วนออกมาใส่บัญชีแยกไว้ต่างหากสำหรับทำพันทิปดอตคอมโดยเฉพาะ

โดยตั้งใจไว้ว่าจะลองทำตามความรักความชอบดูสักตั้ง ถ้าหมดเงิน 2 แสนเมื่อไรก็เลิกเมื่อนั้น แต่เหมือนโชคเข้าข้างมีบริษัทไอทีข้ามชาติยักษ์ใหญ่รายหนึ่งมองเห็นความสำคัญของอินเทอร์เน็ตจึงเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ลงโฆษณาบน Pantip.com ตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน จากนั้นก็มีบริษัทอื่นๆ ตามมา การหารายได้จากโฆษณาของ "วันฉัตร" เพื่อหล่อเลี้ยงพันทิปจึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นจนเกินไปนัก

"ตอนทำพันทิปใหม่ๆ ผมก็ส่งอีเมล์ไปแนะนำเว็บกับใครต่อใครที่พอจะหาลิสต์อีเมล์ได้ แล้วมีคุณหมอท่านหนึ่งอีเมล์กลับมาว่าเว็บคุณน่าสนใจดี แต่น่าจะมีเพลงสักหน่อย มีอะไรกุ๊กกิ๊กเพิ่มอีก ผมก็ไม่รู้หรอกว่าจะใส่เพลงยังไง ก็อีเมล์กลับไปถาม แกก็ตอบกลับมาสักสองย่อหน้าว่าไปดาวน์โหลด ซอฟต์แวร์ที่นี่ แล้วทำอย่างนี้ ตรงนี้จุดประกายผมว่าไอ้ข้อความสองย่อหน้านี่สามารถทำให้ผมสร้างเว็บได้ แต่เวลาที่คุณหมอคนนี้ตอบผม ผมเป็นคนเดียวที่ได้อ่าน ทำไมต้องเป็นผมคนเดียว ถ้ามีคนอีกสิบอีกร้อยคนพันคนได้อ่านบ้างน่าจะเป็นประโยชน์มาก"

คิดได้ดังนั้น "วันฉัตร" ก็เริ่มเข้าไปดูเว็บไซต์ต่างประเทศเพื่อค้นหาว่าสิ่งที่เขาคิดมีใครทำบ้างไหม และทำกันอย่างไร เมื่อได้เห็นรูปแบบเว็บบอร์ดที่คิดว่าใช่จึงเริ่มเขียนโปรแกรมสร้างเว็บบอร์ดของตนเองขึ้นมาบ้าง โดยปรับให้เป็นแบบที่ต้องการ ใช้เวลาเพียงแค่คืนเดียวก็ทำสำเร็จ

"พอทำเสร็จโพสต์ขึ้นไปก็มีคนชอบ เฮ...สนุก สนานกันใหญ่ ไอ้ผมก็แบบบ้ายอ (หัวเราะ) มีคนชอบอยากได้โน่นอยากได้นี่ มีคนเข้ามาใช้บริการเยอะๆ เวลาทำก็สนุก เทียบกับตอนทำแมกาซีนออนไลน์ต่างกันเยอะนะ นั่นเขียนคอนเทนต์เหนื่อยมาก มีคนอ่านนิดเดียวจึงหันมาทำคอมมิวนิตี้เป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันนี้"

"วันฉัตร" สรุปความสำเร็จของ Pantip.com ว่ามาจากเหตุผล 3 ประการ

ประการแรก จากความเป็น first mover หรือเป็นรายแรกที่ทำ

ประการที่ 2 เพราะนิสัยเกื้อกูลกันของคนไทยที่ใช้อินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ยุคแรกๆ ที่เข้ามาช่วยกันสร้างเนื้อหา มีอะไรดีๆ ก็เข้ามาแลกเปลี่ยนเผื่อแผ่กัน และ ประการสุดท้าย คือทีมงานของ Pantip. com เองที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด

"ตอนเริ่มผมทำคนเดียว จากนั้นมีน้องอีก 2 คนมาช่วย เขาอยากสนุก อยากทำ ทำไปต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป เพราะธุรกิจเว็บไซต์เองก็ไม่ได้มีรายได้มากมายอะไร มันก็ลำบาก คนหนุ่มๆ อนาคตเขาไปได้อีกเยอะ นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมต้องทำอะไรอีกหลายอย่างเพื่อสร้างธุรกิจให้มั่นคงขึ้น แต่ไม่ยุ่งกับพันทิปนะ เป็นอันใหม่เพราะทีมงาน 16 คนที่อยู่ด้วยกันเขาก็ต้องโตขึ้น ต้องมีครอบครัวจะให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ได้"

เส้นทางบนโลกไซเบอร์ของ "วันฉัตร ผดุงรัตน์" จึงยังมีอีกยาวไกล แต่เป็นนวัตกรรมใหม่-เว็บไซต์ใหม่ๆ หรือธุรกิจใหม่ๆ สำหรับสร้างความมั่นคงให้กับตัวเขาและทีมงาน เหนือสิ่งอื่นใดก็เพื่อหล่อเลี้ยงความรัก-ความชอบ และความฝันที่อยากสร้าง Pantip.com ให้เป็นสุดยอดเว็บบอร์ดไทยเพื่อสังคมออนไลน์คุณภาพได้สมกับที่ตั้งใจไว้นั่นเอง

ข่าว: ประชาชาติธุรกิจ

วันฉัตร ผดุงรัตน์ เบื้องหลังสุดยอดเวบบอร์ดไทย
เอ่ยชื่อของ ?วันฉัตร ผดุงรัตน์? น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเขา ?วันฉัตร? คือหนึ่งในผู้บุกเบิกเวบไซต์ในช่วงแรกของประเทศไทย ที่เพิ่งรู้จักคำว่า ?อินเทอร์เน็ต?

เขาคือคนยุคแรกของคนทำเวบ ช่วงนั้นมีเพียง 2 เวบดัง ที่ก่อกำเนิด และเริ่ม เป็นที่รู้จักเคียงคู่กันมาโดยตลอดใครรู้จักเวบพันธุ์ทิพย์ (pantip.com) ก็ต้องรู้จัก เวบสนุก (sanook.com) ใครรู้จักสนุกดอทคอม แต่ไม่รู้จักพันธุ์ทิพย์ดอทคอมคงเป็นเรื่องแปลก

ปัจจุบัน ?สนุกดอทดอม? อยู่ภายใต้กลุ่มทุนใหญ่จากต่างประเทศ ด้วยผลพวงที่เวบไซต์ไทยในยุคหนึ่งบูมสุดขีด ธุรกิจการซื้อขายเวบ จึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายสนุกดอทคอมก็ไปอยู่ใต้ชายคาของ ?เอ็มเวบ? กลุ่มทุนจากต่างประเทศ

เหลือเพียงเวบไซต์พันธุ์ทิพย์ที่ถึงวันนี้ มีอายุครบ 7 ปี ?วันฉัตร ผดุงรัตน์? ผู้ก่อตั้งเวบไซต์ยังคงอยู่กับเวบ ที่เขาทำขึ้นมากับมือ อย่างเหนียวแน่น พร้อมๆ กับการนำเวบก้าวขึ้นสู่ ?แหล่งชุมชนออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด? และกำลังมีบทบาทในการ ?ชี้นำ? ความเป็นไป และประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะ ?เวบบอร์ด? ที่มักถูกนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เสมอ หากพูดถึงสถานที่ในการแสดงความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ต

เวบบอร์ดพันธุ์ทิพย์ ไม่ใช่สถานที่ที่เต็มไปด้วยการแสดงความคิดเห็นของคนที่ไม่มีตัวตนอีกต่อไป นับจากการนำเอาระบบสมาชิกแสดงตัวตนเข้ามาใช้เป็นระบบหลัก หากใครจะเข้ามาโพสข้อความในเวบบอร์ดที่นี่ ต้องลงทะเบียนก่อนทุกครั้ง

ที่สำคัญ หลายๆ ครั้งของประเด็นร้อนในบ้านเมือง กระแสสังคมต่างๆ มักจะมาจากการแสดงความคิดเห็นในเวบบอร์ดแห่งนี้

7 ปีกับความภาคภูมิใจ

วันฉัตร เล่าว่า 7 ปีที่ผ่านมา พันธุ์ทิพย์ดอทคอม คือ ชุมชนออนไลน์ที่เขารู้สึกพอใจที่สุด

?สิ่งที่ผม และทีมงานทั้ง 16 ชีวิตทำเป็นกิจวัตรประจำ คือ แค่เข้าไปสำรวจ ตรวจตรา โดยเฉพาะเข้าไปอ่านใน ?เวบบอร์ด? ก็คอยดูว่า เขาอยากจะเพิ่ม หรือลด หรืออาจจะอยากเพิ่มประเด็นที่จะพูดถึงให้กว้างขึ้น เราก็จะดูกันตรงนั้น ถ้าเปรียบเป็นต้นไม้ ก็ดูว่า ตรงนี้กำลังจะแตกกิ่ง หรือจะออกดอกผลแล้วนะ ทางทีมงานก็จะทำหน้าที่สนับสนุนให้เขาแตกกิ่งให้ง่ายที่สุดเรา เราจะเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์? วันฉัตร เล่า

เขาบอกว่า ทุกวันนี้ เขารู้สึกสบายใจกับความเป็นพันธุ์ทิพย์ดอทคอม สาเหตุหลัก คือ การนำเอาระบบแสดงตัวตนเข้ามาใช้ในเวบบอร์ดที่มีคนเข้าๆ ออกๆ มาแสดงความคิดเห็นต่อวันเหยียบแสนคน ซึ่งที่ผ่านมา หลายคนมองความคิดเห็นในเวบบอร์ดพันธุ์ทิพย์ ก็แค่ความคิดเห็นลอยๆ ของใครก็ได้ที่จะผ่านเข้ามาแล้วก็โพสทิ้งไว้

แต่วันนี้คงไม่ใช่สำหรับเวบบอร์ดที่นี่ เพราะความคิดเห็นต่างๆ อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้โพสกระทู้ที่มีตัวตนอยู่จริง

?วันนี้ผมค่อนข้างสบายใจ คือ มองเห็นแล้วว่า สิ่งที่ผมเคยเสนอในเรื่องของการแสดงตัวตนบนเน็ตกับสังคม กับผู้บริโภค มันทำได้จริง ตอนแรกนึกกลัว และตอนที่ทำใหม่ๆ ก็มีคนต่อต้านเยอะมาก เพราะกว่าเขาจะได้เข้ามาโพสข้อความ ความยุ่งยากมันจะเริ่มเกิดขึ้น ต้องลงทะเบียน ต้องรอผลตอบกลับ แต่หลังจากทำความเข้าใจสักระยะ การตอบรับดีขึ้น และคุณภาพของเนื้อหาในเวบก็ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งลบกระทู้ เทียบกับสมัยที่ใครต่อใครก็โพสได้ ผมถึงบอกว่า พอมาถึงจุดนี้แล้วผมสบายใจ เพราะรู้แล้วว่า ยังไงเส้นทางนี้ก็เป็นเส้นทางที่ถูกต้อง เพียงแต่ทำอย่างไรที่เราจะสามารถเดินไปบนเส้นทางนี้ต่อไปได้ โดยที่ไม่สะดุดล้มก่อนเท่านั้นเอง?

วันฉัตร หมายมั่นว่า สิ่งที่เขาต้องเดินต่อไป คือ การทำอย่างไรก็ได้ที่จะให้คนที่เข้ามาโพสในพันธุ์ทิพย์เป็นสมาชิกที่สามารถแสดงตัวตนได้ทั้งหมด เมื่อถึงเวลานั้น เขาบอกว่า สังคมที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตมันจะดีขึ้นเอง

ยืนยันอย่างไรก็ไม่ขาย

กับคำถามที่มีคนเคยถามเขามาโดยตลอดว่า เพราะอะไรที่เขาไม่เคยคิดที่จะขายเวบไซต์เลย แม้จะเป็นหนึ่งในเวบที่อยู่ในยุคดอทคอมบูมสุดขีด เขาตอบสั้นๆ ว่า

?ผมคงไม่ขายใครหรอกครับ คือ อย่างที่เราจะประยุกต์นำระบบสมาชิกเข้ามาใช้ เพื่อให้เวบบอร์ดมีคุณภาพ การนำเสนอความเห็นในเวบดีขึ้น ลองคิดดูว่าถ้ามีเอกชนที่มองตรงนี้เป็นธุรกิจ เป็นทุนขึ้นมาเขาจะทำเหรอ ไม่มีใครกล้าทำหรอก ก็มีผมนี่แหล่ะ ที่ยังบ้าบอพอที่จะตัดสินใจทำ?

วันฉัตร บอกว่า ถึงวันนี้การทำงานของเวบพันธุ์ทิพย์มีภาพที่ชัดเจนขึ้น ขั้นต่อไปคือ การทำให้เส้นทางที่เดินอยู่ทุกวันนี้ดีที่สุด ในการคงสถานะการเป็นชุมชนออนไลน์

?ตัวเลขของผู้ที่เข้ามาเป็นสมาชิกในส่วนของเวบบอร์ดนั้น ยังไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่ต่อสัปดาห์จะมีคนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกประมาณ 400 กว่าคน แต่ถ้านับถึงการเยี่ยมชมในเวบไซต์แล้วตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 90,000 คนต่อวัน แบ่งเป็นเซคชั่นด้านซื้อขายสินค้าประมาณ 14,000 คน ที่เหลือจะเป็นส่วนของการพูดคุย แบบออนไลน์ (Cafe) ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุด และเวบบอร์ดราว 60,000 คนต่อวัน?

รายได้ และลู่ทางทำเงิน

สำหรับรายได้ของเวบพันธุ์ทิพย์ เขาบอกว่า รายได้หลักยังคงอยู่ที่โฆษณา ถ้าโฆษณาย่อยจะมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 100,000 บาท โฆษณาทั่วไปก็จะอยู่ที่ราว 300,000 บาท โดยรวมต่อเดือนเวบไซต์แห่งนี้ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 400,000 บาท เท่านั้น ซึ่งเขายืนยันว่าอยู่ได้ แต่ต้องเหนื่อยมากหน่อย

?ผมว่าตอนนี้ โฆษณาบนเน็ตเริ่มดีขึ้น ซึ่งมันก็เป็นส่วนหนึ่งของการได้มาซึ่งรายได้ของเวบ แต่ตอนนี้ผมกำลังคิดต่อไปว่า จะเริ่มทำให้เวบมีรายได้เพิ่มขึ้นจากทางไหนได้บ้าง ยอมรับว่า กระแสการนำเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือมาสร้างรายได้นั้น ก็เห็นได้ชัดว่ามีรายได้จริงๆ แต่ของผมยังถือว่าโชคดีกว่าเวบคอนเท้นท์ดีๆ ที่เกิดขึ้นช่วงหลัง เพราะเวบผมเกิดขึ้นก่อน คนรู้จัก มีเรทติ้งพอสมควร ดังนั้นการที่สปอนเซอร์ หรือคนที่จะลงโฆษณามาซื้อ หรือมาสนับสนุนด้านเงินทุนให้เรามันเลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไร?

วันฉัตร ยอมรับว่า ขณะนี้ เขากำลังดูลู่ทางของการนำเอาโทรศัพท์มือถือมาเป็นหนึ่งในการทำกิจกรรมบนเวบ และอาจจะกลายเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในอนาคตด้วย

?แรกๆ คงจะไม่มีอะไรยาก คงจะให้คนที่ใช้พวกโมบาย ดีไวซ์ทั้งหลายสามารถเข้ามาดูกระทู้ หรือเวบบอร์ดได้ แต่ตรงนี้คือ มันทำเลยไม่ได้ ต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน โดยเฉพาะขั้นตอนในเรื่องของเทคนิคต่างๆ รวมไปถึงเรื่องของลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ เพราะว่ากติกาของการโพสในเวบบอร์ดสาธารณะ คือ ตราบใดก็ตาม ที่ผู้โพสยังไม่อนุญาต ลิขสิทธิ์ยังเป็นของเขาอยู่ คงต้องรอดูอีกสักระยะ?

และด้วยกระแสความแรงของความคิดเห็นในเวบบอร์ดพันธุ์ทิพย์ เลยมีหลายเสียงที่ถึงขนาดอยากให้นำความเห็นบางส่วนมารวมเล่มทำเป็นพอคเก็ต บุ๊ค รวมไปถึงแผ่นซีดี

?ครับมีถามมาอยู่เรื่อยๆ ว่า จะเอาไปรวมลงหนังสือได้ไหม ผมบอกไม่ทราบเหมือนกัน (หัวเราะ) ผมไม่ใช่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เพราะถ้าเราเริ่มเอาไปเผยแพร่ในสื่ออื่น อาจต้องมีการเริ่มให้สมาชิกอนุญาตว่าให้มีการเผยแพร่ข้อความนี้ผ่านสื่ออื่น แต่ผมว่ามันคงยุ่งยากพอสมควร คงต้องดูอีกสักระยะ เพราะถ้าระบบสมาชิกมัน 100% ผมว่า มันคงทำอะไรได้อีกเยอะ?

กระจกส่องสังคม

วันฉัตร บอกว่า ปัจจุบันหลายคนมักมองว่า กระทู้หรือข้อคิดเห็นต่างๆ ในพันธุ์ทิพย์เริ่มเป็นสิ่งที่ชี้นำกระแสของสังคมปัจุจบันได้ แต่โดยส่วนตัวเขายังเห็นว่า พันธุ์ทิพย์เป็นเพียงแค่ช่องทางเล็กๆ ที่สามารถเป็นกระจกส่องสังคมได้อีกทางหนึ่งแค่นั้น

?ผมก็ยังถือว่ามันเป็นเพียงแค่ช่องทางเล็กๆ เป็นช่องทางออกปกติสำหรับเวบที่ให้ข้อมูลทางด้านนี้ แต่ถ้าเกิดว่า ต่อไปรัฐเองจะเข้ามาควบคุมซึ่งอาจเป็นได้ในเรื่องการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ผมมองว่า ถ้าตรงนี้รัฐไม่เข้ามาแตะมาก มันจะดีกว่านะ เพราะรัฐจะได้กระจกสะท้อนที่ชัด?

เขาบอกว่า การตั้งประเด็นเกี่ยวกับการกำกับ หรือการเข้ามาควบคุมเวบไซต์จากภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องของการเมือง หรือเวบโป๊ในช่วงนี้ แท้ที่จริงแล้วมันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

?ที่ผมว่า ไม่น่ากลัวเพราะอะไรเพราะถ้าผมเป็นคนที่นั่งอยู่ในรัฐบาล ผมไม่ควบคุมมันหรอก โดยเฉพาะเวบการเมือง ผมต้องฉลาดพอที่จะรู้ว่า สื่ออินเทอร์เน็ต มันไม่ใช่เป็นสื่อที่ลงไปถึงรากหญ้า มีการโจมตีรัฐ มันก็เป็นคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มคนระดับกลางที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ได้มีผลกับฐานเสียงอะไรเท่าไหร่

ผมเชื่ออยู่อย่างว่า การมีกฎควบคุมเวบไซต์ มันทำไม่ได้แน่นอน แต่ผมสนับสนุนนะ ภาครัฐจะออกกฎอะไรยังไงผมสนับสนุนเต็มที่ แต่ผมเชื่อว่า ทำไม่ได้หรอก อย่างเวบโป๊ ที่เรามีมาตรการในการบล็อกเกิดขึ้น มันกลายเป็นว่าตอนนี้เทคโนโลยีที่คนทำเวบโป๊ใช้ในการหลบเลี่ยง เป็นอะไรที่เยี่ยมมากเลย มันก็กลายเป็นเรื่องดีนะ ทำให้เทคโนโลยีส่วนนี้พัฒนาได้เร็ว?

เวบไซต์ คือ งานบริการ

วันฉัตร บอกว่า ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ทำเวบพันธุ์ทิพย์มานั้น เขายึดหลักแค่ว่า งานทำเวบเป็นงานบริการ ดังนั้นต้องทำให้ดีที่สุด แล้วตัวเองก็อยู่ห่างๆ เป็นแค่ผู้สังเกตการณ์

?ผมมองว่า สิ่งสำคัญต้องให้มันเป็นธรรมชาติมากที่สุด คือ ให้มองว่า การทำธุรกิจเวบเป็นชาวสวน ไม่ใช่สถาปนิก คือ เรามีหน้าที่รดน้ำพรวนดิน ให้ต้นไม้โต แต่ว่าเขาจะไปแตกกิ่งตรงไหน ออกดอกตรงไหนปล่อยเขา นั่นคือธรรมชาติของเขา เราทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น เราแค่รดน้ำ พรวนดินให้เขาเติบโตพอแล้ว เราไม่ใช่สถาปนิกที่จะบอกว่า ฉันจะเอาหน้าต่างตรงนี้ จะเอาประตูตรงนี้ เราไม่ควรทำอย่างนั้น?

และนี่คงเป็นคาถาสำคัญที่ทำให้ ?วันฉัตร ผดุงรัตน์? และเวบไซต์พันธุ์ทิพย์ดอทคอม ก้าวสู่ความสำเร็จของการเป็นเวบไซต์ยอดนิยม และอาจกลายเป็นตำนานอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ตเมืองไทย




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2548 16:35:11 น.
Counter : 368 Pageviews.  

สรุปเก็บตกชาวเฉลิมไทยโดยผู้สื่อข่าวสาวตัวแสบ

ยังมีอีกหลายคนเลยนะที่เด็ดๆ

แป๋ม. ชื่อนี้อีกหนึ่งตำนาน ไม่ว่าทุกวันนี้เธอเปลี่ยนชื่อมาจนนับไม่ถ้วน แต่ปรากฏการณ์ ชมรมคนเกลียดแป๋ม. ก็ยังเป็นชะนักติดหลังที่เจ้าตัวคงต้องร้องว้ายเสียวสันหลังวาบๆๆทุกครั้งที่นึกถึง และเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่เล่าขานกันชั่วลูกชั่วหลาน(เว่อร์ไปป่าวเนี่ย)

แมลงปิศาจ เป็นนักวาดการ์ตูนฝีมือดี เคยทำการ์ตูนd2b the anglesให้คอนเสิร์ตวงดีทูบี และวาดการ์ตูน ลอร์ดออฟเดอะร๊อค(ฮามาก) นิยายวงแคลช และบิ๊กดีทูบี(เศร้าสุดๆ) เรื่องราวน่ารักๆในการ์ตูนคงจะบอกถึงอะไรๆในจิตใจใสๆของนายคนนี้ได้พอสมควร ชอบอ่านมากๆ เพิ่งเห็นชื่อมาไม่นานแต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อยากให้อยู่ต่อไปนานๆ เพราะชอบการ์ตูนน่ารักๆมีเว็ปเก็บผลงานส่วนตัวเป็นของตัวเองสนใจเชิญขมได้


น้องเจนนี่ อีกหนึ่งตำนาน(นรก!)ฝันร้ายครั้งใหญ่ของชาวเฉลิมไทย ปั่นป่วนไปทั้งวงการ ทำเอาทีมงานพันทิบต้องกุมขมับจนไมเกรนขึ้น
สาว(แท้ปล่าว?)ปากจัด กัดแหลกคนนี้ เปิดตัวด้วยกระทู้ด่าหนังท่านมุ้ย แต่เอ๊ะ? อ่านๆไป นี่เธอชักจะลามปามไม่ได้ด่าแค่หนังซะแล้ว พาดพิงถึงระบบการปกครองศักดินาโยงไยเอไอเอสไปยุคอโยธยานู่นเลย อย่างนี้แถวบ้านหนูเรียกลองของนะเจ๊ แถมต่อล้อต่อเถียงคนที่เฉียดเข้าไปในกระทู้เธอจนไม่ได้ผุดได้เกิด แต่ข้อดีของเธอก็มีคือ งานเขียนของเธอที่เน้นความฮา(แบบซาดิสท์อันเดอร์กราวด์) ที่ถึงแม้คนที่จงเกลียดจงชังเธอแค่ไหนก็ตามก็ต้องอดใจไม่ได้ที่จะคลิ๊กเข้าไปอ่าน เปรียบเสมือนกัญชาถึงแม้จะมีโทษมหันต์ แต่พี้แล้วก็มันส์หลุดโลกนะฮ๊า เธอผู้นี้ยังได้สร้างสถิติ โดนยึดอมยิ้มรวดเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์(20นาทีกว่าๆเท่านั้น) และคาดว่าเธอคงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เวบพันทิบดอทคอมต้องปฏิรูปการสมัครอมยิ้มกันใหม่เลยทีเดียว ปัจจุบันชื่อของเธอกลายเป็นคำหยาบต้องห้าม เขียนชื่อเธอทีไรหน้าน้องเจนจะออกมายิ้มเผล่ทู๊กกกที เคราะห์ซ้ำกรรมซัดไปถึง บรรดาดาราสาวๆชื่อเดียวกับเธอที่หวังจะแจ้งเกิดในวงการ คงยากหน่อยนะค๊า
ล่าสุดได้ข่าวว่ากำลังไปต่อกรกับอาซ้อปากตลาดแถวเวบผู้จัดการอยู่ ใครเป็นแฟนคลับเจนนี่และชื่นชอบสไตล์ฮาร์ดคอร์แบบนี้ ก็ช่วยไปให้กำลังเธอด้วยละกัน ขอบอว่ามันส์หยดถึงลูกถึงคนค่ะ

colin_farrel หนุ่มน้อยวัยรุ่นผู้ชื่นชอบในบุรุษ(เพศเดียวกัน)คิ้วเข้ม นามว่าโคลิน ฟาร์เร็ล กระหน่ำโพสท์รูปพ่อรูปหล่อตั้งแต่เช้าจรดค่ำยันสว่าง ยิ่งกว่ากระทู้ส่งนกกระเรียนให้บิ๊กดีทูบีเสียอีก แต่เจ้าตัวยืนยันหนักหนา ว่า "ยังง้ายยยยยยยังไง! ผมก็ไม่ใช่เกย์นะฮะ ตัวเอ๊ง!"อ่ะนะ ก็ดีค่ะน้องเป็นตัวของตัวเองดีพี่ชอบ

กวางโย่ง&แมนยู สาวน้อยคนนี้อยู่มานานมากแล้ว พอเราได้เห็นชื่อของเธอทีไร เราจะนึกถึง บริทนีย์ ติ๊นาเรล่า จัสติน และเพลงป๊อบๆ ทั้งฝั่งUS และ UKอะไรเทือกนั้น ดูเธอจะชื่นชอบสนใจพวกนี้มากๆ นานๆทีถึงจะปันใจมานิยมของไทย เช่น แบงค์วงแคลชและแดน ดีทูบี! (รสนิยมเธอช่างน่าสับสนเหลือเกิน) เคยมีคนรวมตัวกันลงชื่อขับไล่เธอออกจากเฉลิมไทยเพราะความหมั่นไส้ แต่เพราะเธอเป็นหญิงแกร่งจึงยืนหยัดมาได้จนทุกวันนี้ มีคู่กัดตัวแสบ ชื่อนายโย่ง กัดกันไปกัดกันมา หลังๆกลายเป็นจีบกันซะแล้ว แต่ฟ้าเหมือนเล่นตลก นายโย่งจำต้องระหกระเหินไปเมืองนอกเมืองนา ไม่รู้ป่านนี้ไปถึงไหนต่อไหน

The Gunner Hooligan สาวน้อยวัยขบเผาะ(แหวะ!)ผู้ชื่นชอบตำนานเพลงบริทป๊อบ ชอบมวยปล้ำ เคยปล่อยไก่ตัวเท่าบ้านนายกทักษิณ เพราะลืมถอดล็อคอินเลยทำให้รู้ว่าร่างจริงคือใครจนขายขี้หน้าเค้าไปทั่ว(ว้าย กิ๊ว กิ๊วหน้าไม่อาย) แต่เธอก็ยังมั่นคงใช้ชื่อนี่เล่นมาจนทุกวันนี้ ถ้าเธอคนนี้เป็นผู้หญิงจริงๆ ก็จะเป็นหญิงซ่าส์แนวฮาร์ดคอร์ซาดิสท์จิ๊กกะโล่ที่ผู้ชายทั้งโลกไม่อยากให้มี! โดยส่วนตัวไม่อยากเขียนถึงมากเพราะหมั่นไส้เจ้าหล่อนเหลือเกินฮ่ะ

นิวัติ กองเพลีย VS. แบงค์ ตูดบวม ไม่รู้คนเดียวกันหรือปล่าว แต่สองคนนี้มีความมุ่งมั่นเดียวกัน คือ กระชากหน้ากากซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย แต่คนดีผีย่อมคุ้ม น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เมื่อพันทิบเปลี่ยนระบบการตั้งกระทู้ใหม่คน(ไม่ค่อยจะ)ดีอย่างนายสองคนนี้จึงต้องสูญพันธุ์

ตัวด้วงสีดำ สุภาพบุรุษดีแตก!!! ชายในฝันของสาวๆหลายๆคน ต้องกลายร่างเป็นชายในฝันร้ายทันที เมื่อเจ้าตัวออกมาระเบิดอารมณ์เพราะทนไม่ด้าย ทนไม่ได้ที่เห็นพันทิบมีแต่ผู้ดี๊ผู้ดี พี่ท่านจึงเปิดเผยตัวตนที่ร้ายกาจสวนกระแสการจัดระเบียบพันทิบ งานนี้เหมือนจะรู้ชะตากรรมตัวเองว่าต้องโดนริบอมยิ้มแน่นอน จึงประกาศอำลา พร้อมการแจกพาสเวิร์ดอมยิ้มให้ชาวสมาชิกเล่นกันสนุกสนานจนเพลินไปเลย

ยังเหลืออีกเยอะม๊ากๆๆ เดี๋ยวนึกออกจะมาเผาใหม่อีกรอบ อยากส่งใครขึ้นแท่น(เผา)อีกลองบอกชื่อมาได้ฮ่ะ จะพยายาม เพราะปกติเป็นคนดี ไม่ค่อยรู้เรื่องชาวบ้านเท่าไหร่เลย...(จริงๆ)
ต่อไปเป็นรายชื่อผู้สาปสูญ

แต๊แน สาวน้อยกุ๊กกิ๊กวัยหวานซ้ำยังอาโนเนะ ผู้เป็นเจ้าของประโยคเด็ด "แต๊แนอิ่มใจ" มักจะมาออดอ้อออเซาะพี่ๆเฉลิมไทยเสมอ "แต๊แนอย่างนู้น แต๊แนอย่างนี้ คุณแม่แต๊แนอย่างนั้น คุณแม่แต๊แนอย่างนี้" ฝ่ายพี่ๆก็มีทั้งเอ็นดูทั้งหมั่นไส้ แต่จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม สายข่าวจากวงในได้เปิดเผยมาว่า ตัวจริงของแต๊แน คือ "คุณลุงอายุ50กว่าๆแล้ว" !!! โอ้ว มาย ก๊อชชชชชชชชช!!!!!!!

หมวดก้อง หนุ่มใหญ่ใจดีแต่มุทะลุผู้ต่อต้านเพลงก๊อบมักจะมีกระทู้น่ารักๆให้ข้อคิดดีๆมาให้อ่าน ขึ้นหน้าหนึ่งกระทู้แนะนำบ่อยๆ ที่จำได้คือ กระทู้น่าเบื่อที่สุด กับคำคมจากหนังดัง ก่อนจะหายตัวไปมีการจับผิดว่าหมวดแกเป็น"เกย์"!!!!! กรี๊ดดดดๆๆๆ แกจึงหายสาปสูญไปนับจากนั้น ไม่รู้ไปไหนแล้ว แต่จะเป็นอะไรก็เป็นฮ่ะ น้องหมิวรับได้ทุกอย่างค่ะ กลับมาได้แล้วพี่หมวดขา

fan_hingis สาวกผู้จงรักภักดีต่อนักร้องสาวหน้าลิง นมเด้งดึ๋ง พลังเสียงสิบแปดสูบ นามว่ามารายห์ แครี่ โดยยึดคติพจน์ที่ว่า"มารายห์ข้า ใครก็ห้ามแตะ (ไม่งั้นเจอดี)" เคยโปรโมทตัวเอง โดยการตั้งกระทู้ว่า "ตัวเองเป็นสาวทางเน็ทนัดเดทกับfan_hingis เจอfan_hingisตัวจริงแล้ว เป็นหนุ่มลูกครึ่งรูปหล่อมากๆๆๆๆ นัยตาสีฟ้า ผมสีบลอนด์" กรี๊ดดด!! กล้าทำลงไปได้ไงไม่รู้ สุดท้ายก็ต้องแพ้ภัยตัวเอง จรลีจากไป(อย่างฮาๆ) ท่ามกลางเสียงก่นด่าจากประชาชีผู้แอนตี้นังม้าลาย

ป้าเมาท์ สาวใหญ่ใจดี ฝีปากเป็นเลิศ ขวัญใจหลานๆชาวเฉลิมไทยหลายๆคน ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หายหน้าหายตาไปนาน เหลือทิ้งไว้ก็แต่"หลานป้าเมาท์"ที่เร่ร่อนโต๋เต๋อยู่ในคลับ แต่ป้าเมาท์ก็เหมือนกับจะฝากโครโมโซมกรรมพันธุ์ปากดีไว้กับเจเนอเรชั่นหลังๆแต่รสดีดีกรีหนักไม่แพ้กัน อย่าง ปุ๋ย พันธุ์ทิพย์ เจ้าป้ากอกล้วย และ กุลสตรีกอแก้ว

เจ๊สี่ สาววัยทำงานผู้คร่ำหวอดในวงการหนังไทย เธอมักจะโผล่มาเตือนชาวเฉลิมไทยแทบทุกครั้งที่มีหนังไทยเรื่องใหม่ๆเข้าโรง เจ๊สี่ก็จะมาวิจารณ์กันให้ฟังอย่างเจ็บแสบถึงทรวง(เจ้าของหนัง) แต่งานวิจารณ์ของเจ๊แกก็เชื่อถือได้ เพราะหนังส่วนใหญ่ที่เธอจิกกัด ก็ห่วยจริงๆแหละ ทั้งไกรทอง ธรณีกรรแสงและที่เด็ดสุดก็ "ผู้หญิง5บาป" หลังจากนั้นไม่นาน เจ๊ก็สาปสูญไป ทิ้งชื่อเจ๊สี่ไว้เป็นเพียงตำนาน หรือโดนใครสั่งเก็บไปแล้วก็ไม่รู้สิ ฮือๆๆ

สาวน้อยร้อยกระบวนท่า รายนี้มากับบทแปลงภาพยนตร์ทั้งKill Bill , Matrix หรือแม้แต่Lord of the Ring หนังดังๆพวกนี้กลายเป็นหนังตลกเฮฮาไปในทันตาเลย

kanokrat นานๆมาตอบกระทู้ทีหนึ่งเมือช่วงกระทู้หนังโหมโรง เรารู้จักกันดีในนามของคุณกนก รัตน์วงศ์สกุล นั้นเองครับช่วงนี้เขาคงไม่ว่างมาตอบกระทู้ทักทายหรอกนะงานเยอะแบบนั้นนะ

ยังมีหายไปอีกหลายคนนะคะ ช่วยกันนึกหน่อยเร๊ววว

จากคุณ : ผู้สื่อข่าวสาวตัวแสบ - [ 24 ส.ค. 46 18:50:12 A:210.86.208.38 X: ] แห่งเฉลิมไทย ณ พันทิพย์




 

Create Date : 04 มกราคม 2548    
Last Update : 4 มกราคม 2548 16:59:40 น.
Counter : 308 Pageviews.  

สรุปความเคลื่อนไหวบุคคลในเฉลิมไทยห้องรวม(ไม่นับห้องการ์ตูน)

ผมเคยเขียนบันทึกแบบนี้แต่เป็นของห้องการ์ตูนมาแล้ว คราวนี้หลังจากเก็บสะสมประสบการณ์ในฐานะนักเดินทางโดยตลอดมา ผมได้ตัดสินใจลองเขียนบันทึกสรุปบุคคลแบบนี้ในห้องอื่นๆมั่ง
เนื่องจากผมไม่ค่อยชอบเสียเงินกับเวลาซื้อตั๋วมาดูหนัง กับเปิดวิทยุโทรทัศน์ดูรายการเพลงเท่าไหร่นัก เลยไม่ค่อยได้เข้าไปแจมห้องภาพยนตร์กับดนตรีเท่าไหร่
กระทู้นี้ผมขอตั้งในห้องวิทยุโทรทัศน์ซึ่งเป็นห้องประจำที่ผมชอบเข้าไปประจำในบรดาห้องรวมทั้งหมด

Cinephile พูดแต่ชื่อก็คงไม่รู้ แต่หลายคนในห้องภาพยนตร์รู้จักกันดีในนาม ท่านมุ้ย หม่อมเจ้า ชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับหนังเจ้าของพร้อมมิตรภาพยนตร์นั้นเองครับ

ออฟ นาโอมิ เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในฐานะสาวประเภทสองผู้ได้รับรางวัลการประกวดประเภทอัลคาซาร์อะไรหว่าลืมแล้ว ซึ่งเคยมีการตั้งกระทู้ถามเจ้าตัวไปว่าใช่หรือไม่ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาตอบตอนนั้นว่าใช่ครับ ตอนนี้ผมก็ลืมๆไปแล้วว่าชื่อจริงๆเขาว่ายังไงหนอ

คนดูทีวี รายนี้มาทีไรเป็นต้องมาให้ความเห็นประเภทไม่เกรงใจชาวบ้านในกระทู้(เขาชอบให้ความเห็นล่อเป้าหรือเปล่าแล้วแต่ท่านจะคิดละกัน)ว่าถ้ามาเห็นแล้วจะรู้สึกยังไงทั้งในเรื่องภาพยนตร์หรือวิทยุโทรทัศน์
ผมไม่ได้เพิ่งรู้จักเขาคนนี้ในพันทิพย์หรอกนะ ผมจำได้ว่าเมื่อต้นปี45ช่วงที่ผมยังเคยเป็นสมาชิกบอร์ดการ์ตูนแห่งหนึ่ง(ไม่ขอเอ่ยนาม)ผมเคยถูกคนชื่อนี้(แต่โพสต์ไม่ได้ใช้Login) ด่าแบบไม่ไว้หน้ามานานแล้ว ไม่ทราบว่าคนเดียวกันหรือไม่แต่ผมเดาว่าน่าจะคนเดียวกันเพราะนิสัยไม่ไว้หน้าชาวบ้านเหมือนกันเป๊ะนี่แหละ

น้องนุ้ยรักพี่บิ๊ก รายนี้ผมเดาว่าเป็นขาประจำห้องภาพยนตร์และดนตรีซึ่งผมไม่ค่อยได้เข้าไป ดูได้จากชื่อซึ่งเขาคงเป็นแฟนคลับนักร้องอย่างบิ๊กD2Bซึ่งตอนนี้ยังต้องลุ้นกันว่าจะรอดตายหรือไม่ (ผมไม่ได้เข้าไปแจมห้องดนตรีเลยไม่รู้ว่าตัวเขาในห้องนี้เป็นยังไงกัน)
เคยตั้งกระทู้เชิญชวนคนที่ไม่ชอบหนังว้ายบึ้มฯ ให้มาลงชื่อพร้อมสาเหตุที่จะไม่ไปดูจนได้ขึ้นหน้ากระทู้แนะนำ ปรากฏว่าพอหลังจากหนังเรื่องนี้ทำรายได้สูงผิดคาดก็มีประกาศโฆษณาหนังฉีกหน้าโดยการมาขอบคุณเธอคนนี้ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ครับ ซึ่งเจ้าตัวคงจะอับอายพอสมควรเลยทีเดียว ฮา...

jim bowie รายนี้มาตอบกระทู้ทีไรต้องใส่ไอคอนรูปลิงใส่แว่นตลอด เป็นหนุ่มหล่อผู้ชื่นชอบในดนตรีคลาสสิค ร็อคแอนด์โรล คาดว่านอกจากจะเป็นขาประจำห้องดนตรีแล้ว เขาคงเป็นขาประจำห้องClassical Music ,Rock & Roll,คนเล่นดนตรี พวกนี้อีกแน่ๆมั่ง แต่ก็มีชื่อเป็นที่รู้จักในเฉลิมไทยพอสมควรครับใครรู้เรื่องเกี่ยวกับเขามากกว่านี้เรื่องบทบาทของเขาในห้องดนตรีก็เล่าให้อ่านกันมั่งนะครับ

ดีเจอรรณพ แน่นอนว่ารายท่านก็คงคุ้นดีเจ อรรณพ กิตติคุณ ท่านนี้ในหน้าปัดวิทยุมาแล้ว เขามักจะมาตั้งกระทู้ชวนไปดูความเคลื่อนไหวในแวดวงวิทยุซึ่งเขาจัดรายการนี้อยู่บ้างเหมือนกัน

JEDIYUTH รายนี้สิงอยู่ห้องภาพยนตร์ซึ่งเขามักจะเขียนบทความวิจารณ์ภาพยนตร์ลงมาให้ชาวพันทิพย์ได้อ่านกันก่อนจะตัดสินใจไปชมหนัง เขาเขียนเกี่ยวกับอะไรบ้างรบกวนขาประจำภาพยนตร์ช่วยเล่าๆให้อ่านหน่อยนะครับ เพราะผมไม่ค่อยได้แจมห้องภาพยนตร์นะแต่มีชื่อเสียงยาวนานมากครับ

ลอร์ด โวลเดอร์มอร์ต ซุเปอร์สตาร์เฉลิมไทยตัวจริงชื่อเล่น หมูจัง กับแบรนด์เนมกระทู้น่าเบื่อซึ่งคอยตีตลาดให้สมาชิกทั่วไปมาตอบให้ความเห็นอยู่เรื่อยๆในช่วงที่พันทิพย์เริ่มมีคลังกระทู้ตั้งแต่ต้นปี2544 ลองไปหาดูในคลังกระทู้เอานะครับ
หน้าตาเขาคล้ายๆกับ โต ซิลลี่ฟูล เป็นเจ้าพ่อหนังAV(เอ... เขาตั้งกระทู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ในห้องไหนหรือครับบอกผมหน่อย เขาคงเป็นขาประจำห้องย่อยๆในเฉลิมไทยซึ่งผมไม่ค่อยได้เข้านี่อีกหลายห้องแน่ๆ) กับคาราโอเกะคอยแย่งไมโครโฟนชาวบ้านเวลาได้ร้องเพลงคาราโอเกะแจมอยู่ตลอด(ตามที่ได้ยินมาในมีตติ้งคลับเฉลิมไทย) ช่วงนี้เขาหายหน้าไปเนื่องจากติดภาระกิจเรื่องเรียน+จีบสาว(หรือเปล่าหว่า)อย่างหนักอยู่ครับ

RebertSpeharsJarni(Dju:k) รายนี้ดังมากับการโพสต์Logoซึ่งวาดโดยคุณI AM SUDYODจริงๆเพราะมีผู้มาตามจองล้างจองผลาญเรื่องนี้ด้วยความอิจฉาที่ไม่อยากเห็นเด่นเกินหน้าเกินตา(หรือเปล่า) จนถึงกับเลิกโพสต์ไปเลยเหลือไว้แต่Logo copyright เท่านั้นเวลาตอบ จะใช้โพสต์ก็เมื่อตัวเขาได้ตั้งกระทู้ของตัวเองเท่านั้น
หลายคนหรือแม้แต่ผมเมื่อได้เห็นโฉมหน้าเขาแล้วคงต้องเรียกฉายาเขาใหม่เป็น เฮียระเบิดติงนัง นั้นเองด้วยหน้าตาที่ละม้ายคล้าย รุ่ง สุริยา ถึงขนาดโดนแกล้งให้ร้องคาราโอเกะเพลงติงนังละกัน เขาเคยเล่นพันทิพย์เมื่อนานมาแล้วในชื่ออมยิ้มที่ผมวงเล็บไว้แล้วก็หายไปนาน2ปีก่อนจะกลับมาเล่นใหม่อีกครั้งในชื่อนี้

วาซุตะคุง เจ้าพ่อนักเก็บรวบรวมคลิปไฟล์วิดิโอโฆษณาในเว็ป //www.vasuta.com ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาต้องรับภาระกับBandwitchการDownloadไฟล์จากสมาชิกห้องแวดวงโฆษณามากมายขนาดไหน ขนาดสมาชิกบอร์ดการ์ตูนที่ชอบแจกไฟล์เพลงวิดิโอ op edของการ์ตูนหลายท่าน ต้องประสบปัญหาถูกเจ้าของHostตัดสิทธิ์ไล่ที่เนื่องจากทำServerของเขาเสียหายเนื่องจากมีคนมาโหลดในปริมาณมากเกินจนรับไม่ไหว จนหลายท่านต้องติดPasswordกันไว้แล้วให้ส่งข้อความส่วนตัวไปขอเอง แต่ก็ไม่วายมีผู้เห็นแก่ตัวนำLinkที่ให้โหลดไปเผยแพร่พร้อมกับให้passwordคอยสูบอีกต่างหาก น่าประณามคนพวกนี้จริงๆ

ความรักเหมือนยาคูลย์ เดี๋ยวนี้หายไปนานมากแต่ยังพอกลับมาตอบกระทู้อยู่บ้าง มีบทบาทในเรื่องการโพสต์อัพรูปดารานักร้องไทยซึ่งเขามีเก็บไว้หลายรูปมาก กระทู้โพสต์รูปของเขาในคลังมีเก็บไว้อยู่เยอะเหมือนกัน ตอนนี้ผู้มีบทบาทโพสต์รูปแทนก็คือคุณ ตูนตูน ซึ่งเขาอยู่บอร์ดดาราวิดิโอแฟนคลับกบ สุวนันท์ด้วย

นกยูง รายนี้คือสมาชิกเก่าระดับวัตถุโบราณรุ่นลายครามเล่นพันทิพย์มาเนิ่นนาน มักจะเก็บกระทู้ความทรงจำดีๆไว้ให้สมาชิกรุ่นหลังโดยเฉพาะผมได้มาอ่านกันครับ เขาเคยเอารูปWallpaperสวยๆในแบบฉบับต่างๆมาโพสต์ให้คนในห้องโทรทัศน์ได้เซฟเก็บประดับหน้าจอรวม9กระทู้ด้วยกันมีเก็บไว้ในคลัง

S@iYoJang แฟนคลับ กบ สุวนันท์ ในบอร์ดดาราวิดิโอมีชื่อเล่นว่า โอ๋ แม้ว่าจะชอบดูละครซึ่งส่วนใหญ่เป็นของช่อง7แต่ก็ชอบอ่านการ์ตูนคำสาบฟาโรห์เหมือนกันแม้ว่าเรื่องนี้ไม่รู้จะได้ตีพิมพ์ให้อ่านอีกรอบเมื่อใดกัน มาตอบกระทู้ในห้องวิทยุโทรทัศน์เกี่ยวกับความเห็นในละครกับแฟนคลับดาราช่อง7อยู่บ่อยเช่นกัน

กึ่งยิงกึ่งผ่าน(Over) นี่ก็สมาชิกรุ่นลายครามอีกท่านของบอร์ดพันทิพย์ ชื่อเล่น เวอร์ เดี๋ยวนี้สิงอยู่คลับเฉลิมไทยไม่ค่อยได้มาห้องรวมเท่าไหร่ ผมไม่เคยทราบมาก่อนว่าผู้ใหญ่วัย30นึกว่าจะแต่ชอบเรื่องกีตาร์กับถ่ายรูปอย่างเขาจะเคยเป็นแฟนหนังยอดมนุษย์ ตั้งกระทู้โพสต์รูปรำลึกความหลังเกี่ยวกับคาเมนไรเดอร์ให้ฮือฮามาแล้วตอนนี้ยังมีเก็บในคลังกระทู้ด้วย

YaiJomZon ปกติสิงอยู่คลับเฉลิมไทยแต่ก็มาตอบห้องรวมเหมือนกันแต่ไม่บ่อย ซนไม่นิ่งเหมือนกับชื่อยายจอมซนเลยจริงๆ แต่ตัวจริงมิใช่ยายแก่ตามชื่อหรอกนะ ตามที่เขาว่าแม้แต่ผมเองก็ยังอยากจะเห็นตัวจริงอยู่เหมือนกัน เก่งและถนัดมากกับการเผายำชาวบ้านในคลับเฉลิมไทยเล่นรวมถึงผมด้วย

มรกตนาคสวาท(แอน) รุ่นลายครามอีกแล้วครับ เป็นครูภาษาไทยประจำสถาบันแม่โจ้ปกติสิงอยู่โต๊ะห้องสมุดแต่ก็แวะมาเฉลิมไทยเหมือนกัน ไม่ค่อยได้ตั้งตอบกระทู้เท่าไหร่เลยไม่รู้จะเล่าอะไรให้ยาวกว่านี้ได้

d4b(no-k)ชื่อเล่น ป๋าโอ มีที่พำนักอยู่ขอนแก่นเป็นอาจาร์ยสอนศิลปะประจำม.มหาสารคามครับ ตอบกระทู้บ่อยระดับขาประจำห้องรวมเหมือนกัน

Xiangong ตอนแรกผมดันไปอ่านเป็นเซียนก่องทีจริงมันต้องอ่าน เซียงกง ขาประจำตอบกระทู้อีกคน

Pedro Alonso Lopez สมาชิกอมยิ้มหน้าใหม่ท่านหนึ่งซึ่งผมเห็นมาตอบบ่อยขึ้นเป็นขาประจำ และผมเองก็ติดใจในความเห็นของเขาในหลายกระทู้เหมือนกัน

ประมาณกลางกรกฎา พันทิพย์ได้ทำการล็อกห้องจะใช้โพสต์ได้ต้องมีบัตรผ่านแจกให้ในE-Mailเท่านั้น(สักวันหนึ่งการล็อกห้องก็ต้องมาถึงจนได้ละน่าเมื่อจำนวนคนเริ่มเยอะขึ้น) ทำให้กระทู้บ่นถึงพันทิพย์ในเรื่องจำกัดสิทธิ์คนมาตอบเยอะเป็นธรรมดา เดี๋ยวก็ปรับใจยอมรับกันได้เอง แต่ก็มีกระทู้ของน้าเซียงกงใส่ชื่อทำอย่างไรดีถึงจะโดนด่า ล้อการล็อกห้องเหมือนกับล้อนักการเมืองเลย
ชักเยอะพอดีกว่า จริงๆผมรู้จักชื่ออมยิ้มมากกว่านี้เยอะ แต่ไม่รู้จะเขียนถึงเขายังไงดีขออภัยด้วยนะครับ




 

Create Date : 04 มกราคม 2548    
Last Update : 4 มกราคม 2548 16:50:34 น.
Counter : 319 Pageviews.  

1  2  3  4  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.