ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

นักวิชาการนิเทศจุฬาฯชี้สื่อยุคใหม่เจอท้าทาย เทคโนโลยีเปลี่ยน-คนอ่านตรวจสอบ

Mon, 2009-08-10 01:32

ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศและผู้อำนวยการศูนย์ศึกษานโยบายสื่อคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในหัวข้อ “วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนในทศวรรษหน้า: ปัญหาข้อท้าทายและพันธกิจต่อสังคม” ในงานสัมมนาเรื่องโครงการจินตนาการปฏิรูปสื่อ2010-2020 ทิศทางสื่อใ นทศวรรษหน้า: แนวโน้มข้อจำกัดและจินตนาการซึ่งจัดโดยคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย ร่วมกับศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ว่า สองประเด็นหลักทางสังคมในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ซึ่งส่งผลต่อวารสารศาสตร์และอุตสาหกรรมสื่อทั่วโลก คือ เทคโนโลยีดิจิตอลหรือสื่อใหม่ และพหุนิยมทางวัฒนธรรม

ผศ.ดร. พิรงรอง กล่าวว่า จากมุมมองของผู้ผลิตเทคโนโลยีสื่อใหม่ทำให้เกิดองค์กรสื่อแบบหลอมรวมในแง่ การทำงานบนฐานของเนื้อหา นักข่าวหนึ่งคนต้องทำได้หลายอย่าง มองในมุมบวกคือเป็นการเสริมแรงกัน เช่น ASTVผู้ จัดการ ที่มีทั้งหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ ที่รายงานทั้งวิดีโอคลิป และข่าวที่เป็นตัวอักษร โดยลงทุนเพียงต้นทุนการผลิตครั้งแรก จากนั้นก็นำมารีไซเคิลได้ อย่างไรก็ตาม การมีองค์กรสื่อแบบหลอมรวมก็อาจเป็นการผูกขาดทางความคิดได้

หัวหน้า ภาควิชาวารสารสนเทศ กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่ากลัวสำหรับสื่อเก่าตอนนี้เกิดขึ้นแล้วในสหรัฐฯ โดยหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นฐานสำคัญของวารสารศาสตร์ ประสบปัญหาคนอ่านน้อย ขณะที่ต้นทุนสูง ผู้บริหารของมีเดียนิวส์ เจ้าของหนังสือพิมพ์กว่า 50 แห่งในอเมริกา ได้บอกให้จ้างงานบริษัทนอกประเทศ อาทิ ให้คนในอินเดียเป็นบรรณาธิกร หรือวางเลย์เอาท์ และปัจจุบันมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้น โดยขณะนี้มีเพียงเรื่องของการก็อปปี้เท่านั้น ที่ยังไม่จ้างให้บริษัทข้างนอกทำ

สำหรับผู้ผลิตเนื้อหาในแง่ของปัจเจก ผศ.ดร.พิรงรอง กล่าวว่า เมื่อปี 2000 มีงานวิจัยว่า ความเป็นปัจเจกนิยมของนักข่าวแต่ละคน ซึ่งมักไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงจะเป็นปัจจัยขัดขวางการเกิดขึ้นของสื่อ มัลติมีเดีย แต่ 9 ปีผ่านมา พบว่า นักข่าวรู้จักปรับตัวมากกว่ายึดโยงกับความเป็นปัจเจกของตัวเอง โดยได้บูรณาการตัวเองเข้ากับระบบ เป็นนักวารสารแบบหลอมรวม คือจะไม่เขียนเรื่องหลายๆ รูปแบบ โดยยกตัวอย่างนักข่าวสำนักข่าวเนชั่นว่า เมื่อก่อน นักข่าวคนเดียวต้องเขียนข่าวได้ทั้งภาษาไทยในภาษาแบบ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ภาษาแบบคมชัดลึก ภาษาอังกฤษ และเขียนให้สั้นสำหรับข่าวออนไลน์ แต่ปัจจุบัน นักข่าวที่เก่งจริงจะต้องเขียนงานเพียงชิ้นเดียว แล้วใช้ได้ทุกสื่อ ทำให้ภาระหนักขึ้น ซึ่งก็เป็นความท้าทายของนักข่าวในองค์กรข้ามสื่อ

ในแง่ ความน่าเชื่อถือ ผศ.ดร.พิรงรอง กล่าวว่า ปัจจุบัน ข้อมูลต่างๆ เข้าถึงได้โดยเสรีกว่าในอดีต ทำให้มีนักข่าวบางคนฆ่าตัวตายทางวิชาชีพโดย ขโมยผลงานคนอื่นมาเป็นของตนเอง และเกิดปรากฎการณ์นักข่าวอาร์มแชร์ โดยนักข่าวที่อายุงานนาน มีแหล่งข่าวของตัวเองก็จะเช็คข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์สัมภาษณ์ ซึ่งก็จะเจอคู่แข่งอย่างบล็อกเกอร์ต่างๆ ซึ่งอยู่ในพื้นที่จริง ไม่ใช่นักวิชาชีพ แต่เข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ ซึ่งต้องรอดูต่อไปว่าใครจะชนะ

ผศ.ดร.พิรงรอง กล่าวถึงความท้าทายในด้านอิสรภาพกับการทำหน้าที่ตรวจสอบสังคมของสื่อว่า เมื่อก่อน สื่อได้รับหน้าที่หมาเฝ้าบ้าน (watchdog) เพราะสื่อเข้าถึงข้อมูลและมีอิสรภาพ ขณะที่ปัจจุบัน ข้อมูลเข้าถึงได้ง่าย และเกิดการตรวจสอบสื่อกลับ โดยขณะที่เกิดการเปรียบเทียบว่า บล็อกเกอร์ไม่มีความเป็นมืออาชีพเหมือนนักข่าว ที่ต้องตรวจสอบข่าวก่อนและมีจรรยาบรรณวิชาชีพกำกับ

เธอยก ตัวอย่างกรณีไอเอ็นเอ็นรายงานข่าวคราวความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งต่อมามติชนตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ข่าวจริง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่า เนื่องจากไอเอ็นเอ็น นำเสนอข่าวสารผ่านข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) และทางออนไลน์ ซึ่งต้องอาศัยความรวดเร็ว จึงไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดพอ หรือกรณี “นัก สืบพันทิป” หรือผู้ใช้งานเว็บบอร์ดของเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องของนาธาน โอมาน หลังเจ้าตัวให้สัมภาษณ์สื่อเก่าว่าได้ไปแสดงภาพยนตร์เรื่อง The Prince of Red Shoes ที่ต่างประเทศ สองตัวอย่างนี้ แสดงให้เห็นว่า ตำแหน่ง watchdog ของโลกไซเบอร์กำลังเลื่อยขาบทบาทของสื่อเก่า แต่ก็ยังมีความท้าทายเรื่องความครบถ้วนของข้อมูล

ผศ.ดร.พิรงรอง กล่าวถึงข้อท้าทายที่เกิดจากสื่อใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบล็อก ข้อความสั้น หรือทวิตเตอร์ว่า จากเดิมที่การสื่อสารเป็นแบบทางเดียวและจากบนลงล่าง กลายเป็นการสื่อสารที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ และเชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่าย อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.พิรงรองตั้งคำถามว่า ข้อมูลที่มากขึ้น ทำให้เราฉลาดขึ้นจริงหรือ การมีเสรีภาพที่ไม่จำกัดนั้น ทำให้การเปิดรับข้อมูลเฉพาะตัวมากขึ้นหรือไม่ โดยยกตัวอย่างการเปิดหนังสือพิมพ์ แม้จะอ่านข่าวอื่น แต่ก็มีโอกาสได้อ่านหน้าการเมือง ขณะที่การอ่านจากสื่อใหม่จะเป็นการอ่านตามประเด็นย่อย จุดยืนและความสนใจของผู้ใช้

ในแง่ของการกำหนดวาระข่าวสารจากเดิมที่สื่อเก่าอย่างสื่อของรัฐหรือสื่อเชิงพาณิชย์เคยเป็นผู้กำหนดข่าวสารนั้นผศ.ดร.พิรงรองกล่าวว่าปัจจุบันบล็อกของนักข่าวพลเมืองหรือผู้ใช้ผู้อ่านสื่อที่นำเสนอในเรื่องที่ตัวเองเชี่ยวชาญนั้นก็มีอิทธิพลมากขึ้นหรือถูกสื่อหลักนำไปขยายความต่อเช่นบล็อกเกอร์ Pen ของโอเคเนชั่นที่เสนอเรื่องผังเมืองเชียงใหม่หรือกรณีทวิตเตอร์ของ @thaksinlive ที่ทวีตข้อความว่าจะลงทุนเหมืองเพชรถูกสื่อต่างๆหยิบไปเล่นข่าวและเกิดการขยายกลุ่มผู้รับในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ผศ.ดร.พิรงรอง ตั้งคำถามว่า เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไป แต่เนื้อหายังเป็นสาระหลักหรือไม่ หรือสำคัญที่ตัวสื่อ นอกจากนี้ มีข้อสังเกตว่า สังคมที่ค่อนข้างรวดเร็ว แต่คนจำนวนมากก็ยังดูรายการย่อยข่าว-สรุปข่าวอยู่ ทำให้มีการตั้งคำถามว่า การทำเช่นนี้ทำให้วารสารศาสตร์ไม่ประเทืองปัญญามากขึ้นหรือไม่ นอกจากนี้ในแง่ต้นทุนแล้ว รายการประเภทนี้แทบไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร ยกเว้นค่าตัวคนจัดรายการ เพราะอาศัยเนื้อหาข่าวจากหนังสือพิมพ์ สำหรับหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ ประเภทเร้าอารมณ์ แนวปาปารัซซี่เองก็มีคำถามว่า การมีสื่อใหม่จะทำให้หนังสือเหล่านี้ขายดีน้อยลงหรือไม่ ขณะที่หนังสือพิมพ์คุณภาพหลายฉบับต้องลดขนาดลง และแม้หนังสือพิมพ์เอง มีคุณค่าของการพกพาได้และมีเนื้อหาแบบมืออาชีพเป็นโอกาส แต่ก็ต้องลงทุนค่ากระดาษและค่าจ้างมืออาชีพ

ผศ.ดร.พิรงรองกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ก็ทำให้การเคลื่อนย้ายอำนาจในการเข้าถึงและให้คำนิยามข่าวต่างประเทศโดยมีนักวิชาการระดับโลกหลายคนบอกว่าต้องให้นิยามสิ่งที่เรียกว่าจักรววรรดินิยมทางสื่อกันใหม่จากเดิมที่มีศูนย์กลางอยู่ที่“big four” ได้แก่สำนักข่าวเอพีเอเอฟพีรอยเตอร์สและเอพีไอเดี๋ยวนี้คนไม่สนใจแล้วเพราะค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงข่าวบนเว็บถูกกว่าค่าสมัครสมาชิกรับบริการข่าวของสำนักข่าวตะวันตกจนเกิดเป็นกระแสbye bye “big four”! hello “big ten”! ซึ่งเป็นสื่อครบวงจรขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของสื่อทั่วโลกแทนอาทิAOL time warner

หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศกล่าวว่า นอกจากนี้ ตัวแทนบรรณาธิการต่างประเทศของ Straits Times จากสิงคโปร์เคยบอกว่าที่ผ่านมาสื่อตะวันตกพูดถึงประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องซ่องการค้าประเวณีและรัฐประหาร อย่างไรก็ตาม มีนักวิชาการระบุว่าอินเทอร์เน็ตทำให้เราสามารถเข้าไปดูในแต่ละประเทศว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างแล้วค่อยตัดสินใจแต่ละข่าวด้วยตัวเองมากกว่าที่จะให้ข่าวถูกตัดสินโดยสำนักข่าวตะวันตก

สำหรับแนวโน้มของผู้ใช้ ผศ.ดร.พิรงรองกล่าวว่า เราไม่ใช้คำว่าaudience หรือผู้ชมอีกแล้วเำพราะ ผู้ใช้จะเลือกว่าจะใช้หรือเข้าไปดูข้อมูลเพื่ออะไร นอกจากนี้ ทักษะต่างๆ ยังเปลี่ยนไปด้วย โดยจากการวิจัยในยุครับสื่อทีวี พบว่าคนเราอ่านน้อยลงแต่ก็พบว่าคนอ่านออนไลน์ได้ยาวขึ้นซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า อาจเพราะถูกใจกับเนื้อหาหรือเลือกแล้วว่าจะอ่านอะไร รวมทั้งผู้ใช้ยังรับรู้ virtual สูงขึ้น ซึ่งอาจหมายถึงนักข่าวอาจต้องเสนอด้วยภาพมากขึ้นกว่าตัวอักษรด้วย ทั้งนี้ พบด้วยว่า ปัจจุบัน ผู้ใช้ไม่ได้ทำอะไรเพียงอย่างเดียว แต่ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งบริโภคและผลิตข้อมูล เช่น ดูทีวี คุยโทรศัพท์ และหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต คือเป็นmulti-tasking

ผศ.ดร. พิรงรอง สรุปว่า ในอนาคต สื่อเองต้องปฏิรูปมุมมองและการทำงานของตัวเอง ว่าจะเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองได้อย่างไร ขณะที่ผู้รับสารได้เปลี่ยนไปแล้ว คงต้องมองคนใช้สื่อเป็นพลเมืองที่ต้องอยู่ร่วมมากกว่าคนที่จะขายของโดยส่วนตัวคิดว่า สื่อน่าจะมีศักยภาพสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่จรรโลงคุณค่าเชิงบวกได้เช่น การเห็นด้วยที่จะไม่เห็นด้วย(agree to disagree) ต้องยอมรับความแตกต่างได้และที่สำคัญคือต้องมีความรับผิดรับชอบโปร่งใสตรวจสอบได้ในแง่เทคโนโลยีก็คงต้องนำมาบูรณาการอย่างรู้จักใช้และเป็นนายของเทคโนโลยีเช่น RSS feed ที่หนังสือพิมพ์หลายแห่งอาจจะรู้สึกเป็นปฏิปักษ์เพราะรู้สึกว่าถูกเอาเนื้อหาไปใช้สื่ออาจจะต้องสร้างโมเดลทางธุรกิจขึ้นมา

ที่มา ประชาไท




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2552    
Last Update : 11 สิงหาคม 2552 20:14:21 น.
Counter : 359 Pageviews.  

ผลประโยชน์ทับซ้อนของ“นักกู้ชาติ”?

Mon, 2009-08-10 01:05

นักปรัชญาชายขอบ

“นี่คือโทรทัศน์ของประชาชน ของประชาชนจริงๆ ...เพราะฉะนั้นแล้วผมก็เลยคิดว่า อันเดียวที่เราจะทำได้นอกจาก sms แล้วก็คือ สินค้าที่เข้ามาในเอเอสทีวี นะครับ ผมกราบเรียนพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ในห้องส่ง และพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ที่บ้าน กำลังดูเอเอสทีวีอยู่... เราต้องหาสินค้าที่มีคุณภาพ ที่พ่อแม่พี่น้องต้องใช้ทุกวัน กะปิ น้ำปลา ยาสระผม ผงซักฟอก ข้าวสาร ซอสหอยนางรม ซอสเห็ดหอม ว่ากันไป ยาสมุนไพร สบู่สมุนไพร ซึ่งพี่น้องต้องซื้ออยู่แล้วจากเทสโก้ โลตัส จากเซเว่น-อีเลฟเว่น ก็อีกหน่อยก็ซื้อจากเอเอสทีวี ช็อป บางอันมีกำไร ขาย 20 บาท กำไร 2 บาท บางอันกำไร 1 บาท บางอันกำไรเยอะหน่อยไม่เป็นไร สบู่สมุนไพรบางอันขาย 58 บาทราคาท้องตลาด อาจจะกำไรสัก 20 บาท

แต่รวมๆ แล้วถ้าเรามี ASTV SHOP ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ อำเภอละร้าน แล้วของเราก็ส่งไปให้หมดเลย พี่น้องตื่นขึ้นมาตอนเช้า สบู่หมด ก็ตะโกน ไอ้หนูเอ็งไปซื้อสบู่ที่ร้าน ASTV หน่อย ถ้าพี่น้องทั้ง 76 จังหวัดช่วยกันอย่างนี้ ASTV อยู่ได้เลย อยู่ได้จากรายได้ของการขายสินค้าอุปโภคบริโภค ผมก็เลยอยากจะฝากพ่อแม่พี่น้องทั้งที่อยู่ในห้องส่ง ทั้งที่อยู่ต่างจังหวัด ว่าอีกไม่นานเราก็ต้องเริ่ม ASTV SHOP แล้ว เพราะว่าการตั้ง ASTV SHOP ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องการ ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องการจะทำ แต่เราไม่มีทางเลือก เราต้องทำมาค้าขาย เราคนทำโทรทัศน์ ไปขายสบู่ ขายน้ำปลา ขายข้าวสาร ขายซีอิ้วได้อย่างไร แต่พระพุทธเจ้าบอกว่า อัตตา หิ อัตตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เมื่อพี่น้องรัก ASTV แล้วรู้ว่า ถ้าไม่มี ASTV กระบวนการพิทักษ์ราชวงศ์ ปกป้องชาติของเราก็ไม่เกิดขึ้นใช่ไหมพี่น้อง ไม่มีวันจะรวมตัวพ่อแม่พี่น้องได้…”

(คำกล่าวของ สนธิ ลิ้มทองกุล,ประชาไทออนไลน์,09/08/2009)

ขอให้สังเกตข้อความ “... ถ้าไม่มี ASTV กระบวนการพิทักษ์ราชวงศ์ ปกป้องชาติของเราก็ไม่เกิดขึ้นใช่ไหมพี่น้อง ไม่มีวันจะรวมตัวพ่อแม่พี่น้องได้…” ดังนั้น “นี่คือโทรทัศน์ของประชาชน ของประชาชนจริงๆ ...” และ ASTV จึงจำเป็นต้องอยู่รอดด้วยการทำธุรกิจจิปาถะดังกล่าว ควบคู่กับการสร้างกระบวนการพิทักษ์ราชวงศ์ ปกป้องชาติ

เป็นความจริงว่า สื่อกระแสหลัก นักวิชาการ คนชั้นกลางในเมือง ไม่เคยตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า วาทกรรมกู้ชาติ และปกป้องราชวงศ์ ถูกสร้างขึ้นจากฐานของข้อเท็จจริงอะไร และด้วยเหคุผลที่แท้จริงอะไร นอกจากจะไม่ตั้งคำถามแล้วยังกระโดดเข้าผสมโรงจนทำให้วาทกรรมดังกล่าวกลายมา เป็นเหตุผลรองรับความชอบธรรมของรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นๆอีกที่สังคมยังไม่ตั้งคำถามจนบัดนี้ เช่น

1. เหตุใดในยุคสมัยของประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 2540 จึงยังเกิดปรากฎการณ์การใช้วาทกรรม “กู้ ชาติ” “ปกป้องราชวงศ์” สร้างพลังมวลชนของคนชั้นกลางในเมืองได้อย่างมหาศาล ซึ่งคนเหล่านี้เป็นชนชั้นที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและการศึกษาดี เข้าใจประชาธิปไตยได้ลึกซึ้งกว่าชนชั้นรากหญ้า

เพราะเราต้องยอมรับว่า ลำพังการแฉพฤติกรรมการทุจริตของทักษิณ ยังไม่สามารถรวมพลังมวลชนได้มากมายและเหนียวแน่นเท่ากับการใช้วาทกรรม “กู้ชาติ” “ปกป้องราชวงศ์”

2. จากข้อ 1 ทำให้สงสัยว่า สื่อกระแสหลัก นักวิชาการ คนชั้นกลางในเมือง ได้ประจักษ์ “ข้อเท็จจริง” ของหลักฐานแห่งแผนการทำลายชาติหรือแผนล้มราชวงศ์ หรือเพียงแต่ได้ฟัง “เรื่องเล่า” เกี่ยวเรื่องดังกล่าว

หากเป็นอย่างแรก สื่อกระแสหลัก นักวิชาการ คนชั้นกลางในเมืองที่มีเสียงดังที่สุดใน “พื้นที่ สาธารณะ” ก็ประสบความล้มเหลวในการบอก “ข้อเท็จจริง” ให้คนส่วนใหญ่ในสังคมเข้าใจตรงกัน หากเป็นอย่างหลัง ความงมงายของพวกที่สามารถส่งเสียงดังในพื้นที่สาธารณะมากที่สุด ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสยดสยองที่สุด

3. เพื่อแสดงออกถึงความยึดมั่นในอุดมการณ์ปกป้ององชาติและราชวงศ์ สื่อกระแสหลัก นักวิชาการ คนชั้นกลางในเมือง ยอมที่จะละเว้นให้สำหรับการทำลายประชาธิปไตยเลยหรือ? เช่น การทำรัฐประหาร การใช้วาทกรรมชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ปิดกั้นความเห็นต่างทางการเมือง และทำลายศัตรูทางการเมือง

4. สื่อกระแสหลัก นักวิชาการ คนชั้นกลางในเมือง ยอมรับอย่างสนิทใจได้อย่างไรว่า “สื่อ สร้างการเลือกข้างในสังคมไทย” ที่ใช้วาทกรรมปกป้องชาติ และราชวงศ์ ปลุกระดมมวลชน สนับสนุนให้เกิดรัฐประหาร ใช้เครดิตการปกป้องชาติ และราชวงศ์ทำธุรกิจจิปาถะควบคู่ไปกับการต่อสู้ทางการเมือง เป็น “สื่อของประชาชน” หรือเป็นสื่อตัวแทนของประชาชนในการต่อสู้เพื่อ “ประชาธิปไตยที่แท้จริง”

ทำไมไม่มีใครตั้งคำถามบ้างว่า นี่คือผลประโยชน์ทับซ้อนของนักกู้ชาติ และราชบัลลังก์ใช่หรือไม่?!

ถ้าสื่อกระแสหลัก นักวิชาการ คนชั้นกลางในเมืองวางท่าทีเสมือนยอมรับว่า ไม่ว่า “สื่อ สร้างการเลือกข้างในสังคมไทย” จะคิด จะพูด หรือจะทำอะไรก็ถูกทั้งหมดเพียงเพราะเขาเป็นหัวหอกในกระบวนการขจัดทักษิณ นี่ย่อมเป็นท่าทีที่สะท้อนวิธีคิดที่มีปัญหาในตัวมันเอง

ปัญหา ความแตกแยกในสังคมที่เกิดขึ้น จึงไม่ใช่เพราะว่าชาวบ้านรากหญ้าไม่เข้าใจประชาธิปไตย ยอมตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองฉ้อฉลอย่างที่พวกเขาถูกกล่าวหา

หากแต่เป็นเรื่องของการ “ใช้ ประชาธิปไตยอย่างฉ้อฉล” ใช้วาทกรรม “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” อย่างไม่ซื่อ และการที่คนชั้นกลางในเมืองให้การยอมรับสนับสนุนส่งเสริมนักต่อสู้เพื่อ ประชาธิปไตย หรือนักกู้ชาติ และราชบัลลังก์ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจเฉกเช่นที่เห็นและเป็นอยู่ ณ ปัจจุบันนี้!




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2552    
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 19:41:31 น.
Counter : 273 Pageviews.  

เครือข่ายแรงงานโลกไม่ได้สนับสนุนพธม.ตามที่หมาเนเจ๋ออ้างแต่อย่างใด

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
28 กรกฎาคม

เมื่อไม่นานมานี้สื่อ “ผู้จัดโกง” ป่าวประกาศว่าแรงงานทั่วโลกสนับสนุนพันธมิตรฯ โดยการอ้างว่ามีหนังสือจากผู้นำแรงงานขนส่งโลก International Transport Workers Federation-ITF ถึงอภิสิทธ์ ประท้วงข้อกล่าวหา “ก่อการร้าย” เนื่องจากการปิดสนามบิน

(หมายเหตุไทยอีนิวส์:อ่านข่าวจากกระบอกเสียงผู้ก่อการร้ายพันธมิตรเรื่อง"เครือข่ายแรงงานทั่วโลกจี้มาร์คถอนข้อหาพันธมิตร")

ข้อเท็จจริงคือ องค์กร ITF เป็นองค์กรประเภท “หัวไม่มีหาง” เจ้าหน้าที่เป็น “ข้าราชการแรงงานมืออาชีพ” ที่ไม่มีมวลชนและไม่เคยเป็นนักสหภาพแรงงานในสถานประกอบการเลย

มี การส่งจดหมายครั้งนี้เพราะรู้จักสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นส่วนตัวจากการประชุมเชิงเที่ยวที่ไร้สาระแต่ใช้เงินสูงที่องค์กรชอบจัด ตามที่ต่างๆ พวกนี้ก็หลงเชื่อคำโกหกของสมศักดิ์

การอ้างว่ามีสหภาพ จากหลายๆ ประเทศเป็นสมาชิก ITF เป็นแค่คำอ้างในนามธรรม ไม่ได้แปลว่าสหภาพแรงงานรถไฟหรือสหภาพแรงงานเดินเรือในประเทศเหล่านั้นมีการ พูดคุยหรือลงมติเกี่ยวกับประเทศไทยแต่อย่างใด นักสหภาพแรงงานทั่วโลกคงไม่ทราบว่าในไทยเกิดอะไรขึ้น และไม่ได้มีส่วนร่วมแม้แต่นิดเดียวในการส่งจดหมายถึงอภิสิทธิ์ และคงไม่มีวันออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนพันธมิตรฯ

การพ่วงรายชื่อองค์กรไปกับแถลงการณ์ต่างๆ โดยที่องค์กรเหล่านั้นมีแต่ชื่อ แต่ไม่มีการสนับสนุนจริง เป็นประเพณีอันยาวนานขององค์กรเอ็นจีโอไทย ซึ่งชอบนำชื่อ “องค์กรผี” มาพ่วงคำแถลงให้ดูดี โดยที่ไม่มีมวลชนจริง นี่คือสาเหตุที่องค์กรเหล่านี้ชอบวิ่งไปหาผู้มีอำนาจ เช่นอำมาตย์ แทนที่จะสร้างฐานมวลชนจริงในหมู่คนยากคนจน

ใครที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับขบวนการแรงงานโลก จะทราบดีว่า “องค์กรสากล” ในขบวนการแรงงาน ไม่มีบทบาทอะไรเลยในการนำการต่อสู้ของแรงงานในแต่ละประเทศ มีเจ้าหน้าที่มืออาชีพที่ไร้จิตรสำนึกทางการเมืองโดยสิ้นเชิง และห่างเหินจากมวลชนสมาชิก

ดังนั้นในประเทศที่ขบวนการแรงงานเข้ม แข็ง อย่างเกาหลีใต้ ออสเตรเลีย หรือยุโรป ไม่มีใครสนใจองค์กรสากลเลย เพราะการต่อสู้ของแรงงานจริง ในสหภาพแรงงานจริง ในระดับรากหญ้า เป็นเรื่องชี้ขาดเสมอ ไม่มีกรณีใดในประวัติศาสตร์ที่องค์กรสากลสร้างผลงานให้แรงงานเลย

และ ในกรณีสมศักดิ์เขาเองก็ไม่มีผลงานในการต่อสู้เพื่อประโยชน์ลูกจ้างในการรถไฟ เลย การรถไฟแห่งประเทศไทยถูกแปรเป็นเอกชนหลายส่วน มีพนักงานเหมาช่วงที่เงินเดือนต่ำและไม่มีความมั่นคงจำนวนมาก และรัฐไทยละเลยการลงทุนในระบบรถไฟมานาน เมื่อมีการสร้างรถไฟไฟฟ้าในกรุงเทพฯ สหภาพไม่ได้สนใจจัดตั้งคนงานใหม่ แต่ผู้นำแรงงานอย่างสมศักดิ์กระตือรือร้นมากที่จะคลานเข้าไปอาสารับใช้ อำมาตย์ ซึ่งตรงข้ามกับผลประโยชน์สมาชิกสหภาพ

นักสหภาพแรงงานทั่วโลกที่ไม่ใช่นักสหภาพปลอมแบบที่ถูกแต่งตั้งโดยนายจ้าง หรืออำมาตย์ คงจะต่อต้านการทำลายประชาธิปไตย การดูถูกคนยากคนจน และการเสนอการเมืองระเบียบใหม่ของพันธมิตรฯเพื่อปกป้องระบบกษัตริย์ เรามั่นใจได้ว่าเขาไม่มีวันสนับสนุนขบวนการฟาสซิสต์แบบพันธมิตรฯ

คนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยแท้ จะต้องขยันทำงานกับนักสหภาพแรงงานตัวจริงในระดับรากหญ้าหรือสถานประกอบการ ซึ่งล้วนแต่เป็นคนที่รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในสังคม เราควรสนับสนุนคนงานไทรอัมฟ์ และคนงานอื่นๆ ที่กำลังถูกเลิกจ้างท่ามกลางวิกฤต เราต้องเรียกร้องให้เพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และที่สำคัญคือเราไม่ควรเหมารวมพวกผู้นำสหภาพแรงงานน้ำเน่าที่ทำตัวเป็นขุน นางรับใช้อำมาตย์ กับ ผู้นำแรงงานจริงในสถานประกอบการ เราต้องขยันขยายความคิดของคนเสื้อแดงในสหภาพแรงงานไทย เพราะเป็นแหล่งพลังสำคัญในสังคม

อย่าปล่อยให้พันธมารสร้างภาพว่าพูดแทนคนงาน




 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2552 15:26:02 น.
Counter : 266 Pageviews.  

สมาคมนักข่าวเปิดเวบบอร์ดไม่ทันไรมือดีแห่กันมาสรรเสริญจนต้องปิดไปในเวลาแค่ไม่ถึง20ชั่วโมง

เมื่อวานนี้สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เปิดให้มีWebboard Forum
Webboardสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

โดยคุณท่านทองแดง แห่งบอร์ดฟ้าเดียวกัน ได้มาตั้งกระทู้แจ้งข่าวให้ชาวบอร์ดได้ทราบโดยทั่วกัน ผมก็ตัดสินใจแวะไปเยี่ยมดูสักหน่อย

ปรากฏว่านี่คือหัวข้อกระทู้ที่มีคนไปเปิดซิง เมื่อช่วง10.45น.

3 Replies ขอถามเรื่องรางวัลอิศรา อมันตกุล ปี ๒๕๔๘
Posted 11 Hours, 27 Minutes ago by giles Views: 307 Last Post by kreangsak
3 Hours, 10 Minutes ago

1 Replies ถามนักข่าวดีเรื่อง พธม. ที่ดึงผมสาวเสื้อแดง
Posted 12 Hours, 55 Minutes ago by kreangsak Views: 69 Last Post by SPK
5 Hours, 25 Minutes ago

1 Replies คาดว่าเว็บบอร์ดจะเปิดได้นานเท่าไหร่
Posted 12 Hours, 17 Minutes ago by Sarote Views: 43 Last Post by SPK
5 Hours, 29 Minutes ago

2 Replies ลากไส้สื่อเน่า กระทู้ยอดฮิตจากฟ้าเดียวกัน เชิญโหลด
Posted 14 Hours, 46 Minutes ago by แมลงวันเน่า Views: 194 Last Post by SPK
5 Hours, 30 Minutes ago


ทั้งกระทู้และความเห็นในตอนแรก ก็ยังไม่มีใครมาแสดงอารมณ์ร้อนแรงมากนัก
ผมตัดสินใจสมัครสมาชิกบอร์ดที่นั้น พร้อมๆกับนำข้อมูลที่ผมเก็บรวบรวมไว้ในWeblogหัวข้อความเลวของสื่อมาโพสต์เพิ่มลงไปในกระทู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยไม่มีการด่าก่อกวนหรือปั่นกระทู้ใดๆทั้งสิ้น มีแยกหัวเรื่องมาตั้งเป็นกระทู้ใหม่แค่2กระทู้เท่านั้น

ปรากฏว่าพอเวลาล่วงมาถึง 16.10น.
หน้าเว็ปบอร์ดก็ได้ขึ้นข้อความนี้
The Forum is currently offline for maintenance.
Check back soon!

ซึ่งนับเวลาตั้งแต่กระทู้เริ่มตั้ง รวมแล้วแค่เวลาเกือบ20ชั่วโมงเท่านั้นเอง งามหน้าไหมครับเนี่ย




 

Create Date : 30 มิถุนายน 2552    
Last Update : 30 มิถุนายน 2552 19:23:53 น.
Counter : 235 Pageviews.  

ฮุบไพรม์ไทม์ช่อง11ส่ง‘เถกิง’นั่งบริหาร

19 มิ.ย. 2009 - 00:45:12 น.

* ฮือฮา!ไม่ผ่านประเมินมาจากTPBS

ฮุบอีก! ไพรม์ไทม์โทรทัศน์ช่อง 11 ส่ง “เถกิง สมทรัพย์” นอมินีค่ายบางนา เข้ามาบริหารรายการตลอดทั้ง 5 วัน วิพากษ์กันแซดทั้งกรมประชาสัมพันธ์ ส่งคนไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาจากทีวีสาธารณะไทยพีบีเอส ดูแลเวลาเงินเวลาทองของช่อง “นักวิชาการ” ชี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทนทางการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ เชื่อรัฐบาลอยากควบคุมสื่อเบ็ดเสร็จเพื่อใช้เป็นกระบอกเสียง แนะในอนาคตต้องมีกฎหมายออกมาป้องกัน ด้าน “ณรงค์ ชื่นชม” เจ้าของรายการกรองสถานการณ์ที่ถูกปลดกลางอากาศ ย้อนวาทะ “สาทิตย์” เหมือนไม่ใช่ภาษามนุษย์

* ย้อน‘สาทิตย์’วาทะ‘สั้น-ยาว’เหมือนไม่ใช่ภาษามนุษย์

การเปลี่ยนแปลงในสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ภายใต้การกำกับดูแลของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการปลดรายการบางรายการออกจากผัง หรือการสั่งให้ถอดพิธีกรออกจากบางรายการ ก็เริ่มเข้าสู่การนำเอาคนคุ้นเคยและพรรคพวกเข้ามาดำเนินรายการแทน

โดยเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีรายการของนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ในนามบ.วอทช์ด็อก เข้ามาจัดรายการในช่วงเวลา 21.00 น. ตลอดทั้ง 5 วัน โดยจัดสรรผลประโยชน์ด้านการโฆษณากับกลุ่มเนชั่น ที่มีข่าวว่าจะส่ง น.ส.จอมขวัญ หลาวเพชร และ น.ส.กรุณา บัวคำศรี เข้ามาดำเนินรายการ 2 วัน สลับกับนายเจิมศักดิ์ ซึ่งรายการดังกล่าวเป็นที่ฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์กันให้แซดในช่อง 11 มาแล้ว กับการเสนอค่าตอบแทนให้กับทางช่องเพียงตอนละ 1 หมื่นบาท

รวมทั้งล่าสุดที่น่าจับตาก็คือเวลาในช่วงไพรม์ไทม์ หรือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการออกอากาศคือเวลา 20.30-21.00 น. จะให้นายเถกิง สมทรัพย์ ซึ่งมีข่าวว่าเป็นนอมินีของสื่อค่ายบางนา เข้ามาบริหารรายการทั้ง 5 วัน เป็นเหตุให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางอีกครั้งของคนในช่อง 11 เนื่องมาจากนายเถกิง เพิ่งจะไม่ผ่านการประเมินมาจากสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

ดร.อรัสธรรม พรหมมะ หัวหน้าภาควิชาการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงที่ช่อง 11 มีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วก็พยายามที่จะเข้ามาควบคุมสื่อ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นกระบอกเสียง

ส่วนกรณีที่นายเถกิง สมทรัพย์ ที่สอบตกจาก TPBS แล้วมาจัดทำรายการในช่อง 11 นั้น ดร.อรัสธรรม กล่าวว่า ในเรื่องนี้มองว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่จะต้องต่างตอบแทน และก็มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะไม่ใช้เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่อาจจะเป็นผลประโยชน์ทางการเมือง หรือเป็นการตอบแทนอย่างที่บอกไว้

รศ.ดร.อรุณีประภา หอมเศรษฐี อดีตคณบดี คณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า มันแน่นอนอยู่แล้วที่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ตราบใดที่ยังไม่มีกฎหมายมารองรับ หรือมาดูแลในเรื่องนี้ มันก็ยังคงจะเป็นไปอย่างนี้เรื่อยๆ

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้นายสาทิตย์ ออกมาเล่นลิ้นว่าไม่เคยล้วงลูกเพราะตัวเองสั้นไปหมดทุกส่วนนั้น นายณรงค์ ชื่นชม กรรมการผู้จัดการ บริษัทนาริอินโฟ เจ้าของรายการกรองสถานการณ์ กล่าวถึงคำให้สัมภาษณ์ของนายสาทิตย์ ว่าสิ่งที่นายสาทิตย์ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องสั้นเรื่องยาว ล้วงไม่ล้วง น่าจะเป็นภาษานักการเมือง แบบมาเคียเวลลี่ ซึ่งคิดว่านายสาทิตย์น่าจะถนัดแล้วใช้มาโดยตลอด แต่นั่นไม่ใช่ภาษามนุษย์ ที่สังคมมนุษย์สร้างอารยธรรม วัฒนธรรมในการกระชับความอบอุ่น ไม่ใช่ลักษณะการเอาเป็นเอาตาย เข่นฆ่า ห้ำหั่นกันแบบนี้ สิ่งที่นายสาทิตย์ได้ให้สัมภาษณ์อาจจะฝันไปก็ได้

ที่มาประชาทรรศน์




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2552    
Last Update : 21 มิถุนายน 2552 22:34:16 น.
Counter : 256 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.