ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

อี้-แทนคุณจากหัวหอกไล่สมัครทำกับข้าวออกทีวีโดนปลด ถึงบทบาทพิธีกร'ซึนเดเระ'ช่องหอยม่วง

พิธีกรซึนเดเระ- พฤติการณ์แบบอี้-แทนคุณมีพฤติกรรมแบบ"ตีสองหน้า"เป็นที่รู้จักกันในวงการวัยรุ่นด้วยศัพท์ว่า"ซึนเดเระ"คือความจริงมีความโหดเหี้ยมดุร้ายในกมลสันดาน แต่ชอบแสดงออกว่าเขาเป็นคนเคร่งศาสนา เขาไม่ได้รู้สึกสลดใจใดๆต่อการปราบปรามเข่นฆ่าผู้เรียกร้องประชาธิปไตย หากแต่เขามองคนเหล่านี้"รู้เท่าไม่ถึงการณ์"

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 เมษายน 2553

วันนี้โทรทัศน์ฟรีทีวีทุกช่องพร้อมกันแพร่ภาพที่ถ่ายทอดจากช่อง11 โดยรัฐบาลได้โฆษณาชวนเชื่อว่ามีผู้ก่อการร้ายแฝงเข้ามากับผู้ชุมนุมเสื้อแดงสังหารทหาร โดยมีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ เป็นผู้ดำเนินรายการ แต่ไม่ได้กล่าวถึงว่าจากเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 10 เมษายนที่ผ่านมามีผู้ประท้วงถูกสังหารมากกว่า 15 ศพ ขณะที่มีทหารตายเพียง 5 ศพ

รู้จัก"อี้ แทนคุณ-จิตต์อิสระ"พิธีกรผู้ดำเนินรายการช่องหอยม่วง ที่ชงแต่ละคำถามให้ร้ายป้ายสีเสื้อแดง และเชียร์รัฐบาลเต็มสูบ แต่ชอบออกตัวว่าเขาเป็นกลางทางการเมือง ความจริงเขาเคยเคลื่อนไหวขับไล่นายสมัคร สุนทรเสวชมาก่อน

อี้-แทนคุณมักประกาศว่าเขาเป็นผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า แต่ในบทบาทของพิธีกรทางช่องหอยม่วง ก็ดูเขาไม่ได้รู้สึกสลดใจใดๆต่อการปราบปรามเข่นฆ่าผู้เรียกร้องประชาธิปไตย หากแต่เขามองคนเหล่านี้มาร่วมประท้วงเพราะ"รู้เท่าไม่ถึงการณ์" และย้ำว่าไม่ได้พูดเพื่อให้คนไทยเกลียดชังคนเสื้อแดงผู้ประท้วงเลย เพราะคนเหล่านี้ถูกหลอกลวงมาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

พฤติการณ์แบบอี้-แทนคุณมีพฤติกรรมแบบ""ตีสองหน้า"เป็นที่รู้จักกันในวงการวัยรุ่นด้วยศัพท์ว่า"ซึนเดเระ"คือความจริงมีความโหดเหี้ยมดุร้ายในกมลสันดาน แต่ชอบแสดงออกว่าเขาเป็นคนเคร่งศาสนา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2551 หลังจากที่พรรคพลังประชาชนมีมติสนับสนุนให้ “สมัคร สุนทรเวช” กลับเข้ามารับหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ภายหลังศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานทำกับข้าวออกทีวี ส่งผลให้ 84 องค์กรเครือข่ายต้านคอรัปชั่น ได้ตัดสินใจรวมตัวกันถวายฎีกาไม่เอาสมัครเป็นนายกฯ โดยมี “อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ” ดาราและพิธีกรชื่อดังเป็นหนึ่งในตัวแทนขององค์กรต่างๆ เข้าถวายฎีกาด้วย

ในตอนนั้น ดาราพิธีกรชื่อดังได้เปิดเผยถึงเหตุที่จะต้องถวายฎีกาว่าเป็นเพราะ นายสมัครขาดจริยธรรม ทำความผิดไม่สมควรกลับมาเป็นนายกฯ วอนให้สำนึก ลดละเลิกอยากได้ตำแหน่ง ย้ำชัดอย่าเอาคนโกงกลับมาทำชั่วในสภาอีก

“ผมเป็นตัวแทนในนาม 84 องค์กรเครือข่ายต้านคอรัปชั่นเพื่อช่วยทำให้ปัญหาคลี่คลายและยุติ โดยองค์กรของเรานั้นจะเน้นย้ำป้องกันไม่ให้เกิดการคอรัปชั่น สร้างมาตรฐานคุณธรรมต่อสังคม คนคดโกงไม่ควรได้รับสิทธิพิเศษในการอยู่รอด ไม่งั้นก็จะเป็นต้นแบบไม่ดีกับเยาวชน คนที่ทุจริตประพฤติไม่ดีไม่เหมาะสม กลับมาเป็นผู้นำประเทศอีก บางคนอาจจะไม่กลัวเพราะมีสิทธิมีอำนาจ และพร้อมจะกลับมาทำชั่วในสภาได้อีก”

“โดยส่วนตัวเราไม่ได้มีเรื่องกับใคร ไม่ได้มีอะไรกับคุณสมัคร วันนี้ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครเราก็จะทำแบบนี้ ต้องทำให้เป็นต้นแบบต่อไป ผมเองทำงานเพื่อภาคประชาสังคมประมาณ 7 - 8 ปีแล้ว และเป็นประธานกลุ่มธรรมะเยาวชน เน้นความพอเพียง เสียสละ ซื่อสัตย์ เราทำงานเยาวชนมาเยอะ ถ้าพูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่งคนเขาจะไม่เชื่อถือ มันไม่ได้สำคัญที่ตัวเรา สำคัญที่ต้นแบบคนที่เป็นตัวอย่าง ถ้าต้นแบบสร้างมาไม่ดีประเทศชาติก็จะพังพินาศ เราสอนให้เขาซื่อสัตย์อย่าโกง แต่ถ้าสิ่งที่สอนกับสิ่งที่ทำขัดแย้งกันสิ้นเชิง แล้วองค์กรเราจะไปสอนเยาวชนได้อย่างไร”

“นักการเมืองยุคนี้เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไปสร้างเด็กรุ่นใหม่ดีกว่า ไม่งั้นเกิดเด็กไปเห็นตัวอย่างที่ไม่ดี และยึดเอาไปปฏิบัติตามจะทำให้ประเทศชาติพินาศกว่าเดิม”

“นายกไม่ใช่บุคคลธรรมดา เป็นคนสาธารณะ เรามีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องถ้าเห็นว่ามันไม่ถูกไม่ควร ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกลียดใครมาก ชอบใครมาก หรือแค้นใครมาก แต่เป็นการทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมบนความถูกต้อง เพื่อที่เขาจะได้ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเราต้องทำให้เป็นมาตรฐานของนักการเมือง ไม่ใช่มีอำนาจก็สามารถซื้อได้ทุกอย่าง”

“เด็กในวันนี้วันหนึ่งก็ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ซักวันหนึ่งก็ต้องแก่เฒ่า จะได้อยู่อย่างสงบสุข ท่านเองก็สูงอายุขึ้นทุกวัน น่าจะได้อยู่อย่างภาคภูมิใจมีศักดิ์ศรีที่ไม่ทำผิดไม่ละอายว่าเคยทำอะไรลงไป ขอให้มีความละอายในการทำชั่วกลัวบาป คนเราไม่ทำชั่วก็เพราะกลัวบาปกรรม เมื่อกลัวแล้วจะได้ทำบาปน้อยลง ทุกวันนี้มีอำนาจเยอะ แต่อย่าลืมว่าอำนาจนั้นมาจากประชาชน ถ้าสำนึกจริยธรรมไม่มีก็ต้องให้โอกาสเขาปรับตัว ทำดีคนก็ชื่นชมศรัทธา แต่ถ้าทำชั่วก็ต้องเชิญออก”

“ขอยืนยันว่าเราไม่ได้รักใครชอบใคร แต่ที่ต้องออกมาทำตรงนี้เพราะปัญหามันจะไม่มีที่สิ้นสุดไล่ไปก็มาใหม่ ฉะนั้นเราต้องแก้ที่ต้นเหตุ และที่เลือกวันพรุ่งนี้เพราะอาจมีการปะทะกัน ถ้าไม่ทำอะไรมัวแต่หลบอยู่เฉยๆ ดีกว่า เดี๋ยวก็แก้ปัญหาเองได้มันไม่ได้ ต้องช่วยกันอย่าผลักภาระแล้วอยู่เฉยๆ ไม่เจ็บตัวไม่ถูกใครว่า แล้วถ้าเราไม่ทำใครจะทำผลักไปเรื่อยๆ”

“ที่ผ่านมาทางองค์กรได้ติดตามมาสถานการณ์มาตลอด และคิดว่าคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะจบ น่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็จะเสนอชื่อเข้ามาอีก มันชัดเจนแล้วว่าพึ่งนักการเมืองไม่ได้ พึ่งระบบเดิมๆ ไม่ได้ การเมืองใหม่ที่เราอยากเห็นคือคนไทยมีส่วนร่วมมากที่สุด ใครก็ได้ที่จะทำอะไรเพื่อเรียกร้องให้เกิดความถูกต้องไม่ทุจริตคอรัปชั่นก็ทำเถอะครับ”

“การที่เขาไม่อยากจะสำนึก ก็อยากให้เห็นแก่ส่วนรวมว่า ตำแหน่งบางตำแหน่งไม่เหมาะสมก็ขอให้ละเลิกความอยากนั้นเสีย ถ้าเลิกไม่ได้มันไม่สง่างาม ในเมื่อศาลก็ตัดสินออกมาแล้วว่าคนนี้มีความผิดจริง ถึงแม้จะเป็นความผิดเล็กๆ แต่มีผลต่อภาพลักษณ์”

“ท่านก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ผมไม่ได้ก้าวร้าวอะไร แต่มันเป็นการทำงานที่ใหญ่หลายองค์กร ผมเป็นประชาสัมพันธ์อบรมเด็กเยาวชน ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใหญ่อบรมบ่มสอน พวกเราสำนึกมาตลอดว่า ถ้าเราไม่ร่วมเด็กเยาวชนทำเฉย พอชาติพังก็รับแต่ซากปรักหักพัง ถูกโกงกินจนหมดแล้วจะไปเรียกร้องอะไร ตอนนี้ประชาธิปไตยก้าวหน้าไปมาก เราต้องลุกออกมาแสดงออกสิ่งที่ถูกต้อง ไม่เอาคนโกงไม่เอาคนทุจริต”

แม้ว่าการเลือก “สมัคร” กลับมาอีกครั้งจะเป็นไปได้ตามหลักกฏหมาย แต่มันผิดหลักจริยธรรม

“จริยธรรมสำคัญกว่านะ กฏหมายมีช่องโหว่โดนแบบนี้กลับมาได้อีก การที่ศาลตัดสินแบบนี้คือการลงโทษที่สุดแล้วสำหรับผู้นำประเทศ ไม่ควรจะกลับมาอีก ควรจะคิดได้เองเลยไม่ได้มีการเขียนบทลงโทษ แบบนี้ถือว่ารุนแรงแล้วควรที่จะรู้ตัวเองแล้ว บางตำแหน่งให้คนอื่นทำดีกว่าเหอะ ถ้ามีมลทินแล้วให้คนอื่นทำ ถ้าเอาผลประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้งอย่างเดียวก็ออกไปเถอะ”

เผยการเมืองมาถึงทางตัน ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลยังเลือกสมัครเป็นนายกฯ ประชาชนจะหมดศรัทธา

“ถ้าพรรคร่วมยังจะเลือกเขาเป็นนายกฯ ก็คงจะแล้วแต่จิตสำนึกนะครับ มันถึงทางตันแล้ว วันที่ 25 ที่จะถึงนี้ก็จะมีการตัดสินคดีเกิดขึ้นอีก คำตอบก็มีอยู่แล้ว ความศรัทธาของพรรคต่างๆ ก็จะก็ลดลงไปด้วย ประชาชนกับพรรคการเมืองต้องพึ่งพาอาศัยกัน นักการเมืองไม่มีอุดมการณ์ประชาชนก็ไม่ศรัทธา เมื่อไม่ศรัทธาก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือ คิดว่าอนาคตอันใกล้คนไทยคงได้เห็นนิสัยจริงๆ ของนักการเมืองแต่ละคนแต่ละพวก ว่าควรค่าที่เชื่อใจหรือไม่”

“การที่นักการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์ศาลก็เหมือนกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เราควรจะเคารพศาลคนที่ไม่เคารพศาลไม่เคารพกฏหมายก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ ก็ไม่รู้วาเบื้องหลังมีใคร มีกฏหมายเตือนไว้อย่าละเมิดอำนาจศาล ถ้าละเมิดก็จะแย่ด้วยตัวเราเอง”

“วันนี้ประเทศชาติมันแย่แล้ว เราออกมาทำตรงนี้ไม่ได้คิดว่าโหนกระแส ไม่ได้รอจังหวะ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง พรุ่งนี้คาดการณ์ว่าจะเกิดการแตกหักปะทะกัน ถ้าการกระทำบางอย่างช่วยลดความเปลี่ยนแปลงตึงเครียดก็ต้องทำ ถ้าการกระทำด้วยวิธีใดๆ สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์รุนแรงได้ถือเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่มาก”

“ฉะนั้นเราต้องหาวิธีทางที่ทำให้เขาเชื่อ ซึ่งการถวายฎีกาน่าจะเป็นทางรอดทางเดียวในสังคมปัจจุบันที่กำลังหาที่พึ่ง”

โดยในวันดังกล่าวในเวลา 13.00 น. มีการนัดรวมตัว 84 องค์กรต่อต้านคอรัปชั่นที่บริเวณวัดพระแก้ว เพื่อทำพิธีสวดมนต์ และจะเดินทางไปถวายฎีกาที่สำนักราชเลขาธิการเวลา 13.30 น.




 

Create Date : 13 เมษายน 2553    
Last Update : 13 เมษายน 2553 2:31:27 น.
Counter : 338 Pageviews.  

ซีรีย์ฮาร์ดคอร์ลากไส้สื่อเห้:กลับมาตบเกรียน

โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
22 มกราคม 2553

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูกหลาน" ได้เขียนลงในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน แบบเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ล่าสุดผู้เขียนได้ปรับปรุงเพิ่มเติมเป็นภาค 2 ซึ่งไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าด้วยเหตุใด สื่อจึงมีบทบาทอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ลำเอียง เคียงข้างเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย โดยได้นำเสนอตามต้นฉบับเดิม แต่เนื่องจากเนื้อหายาวมาก เราจึงจะพิจารณานำเสนอเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ

พอผมเขียนเรื่องลากไส้สื่อเห้ออกมา โอ้โหเป็นเรื่องเป็นประเด็นใหญ่โตในแวดวง ตอนนี้ก็ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวไปหมด แต่แทนที่พวกมันจะพูดว่า แม่งระยำจินๆพวกเราเนี่ย กรูว่าพวกเรามากลับตัวกลับใจเหอะนะ มันจะได้เลิกด่าพวกเรา เสือกถามหาแซ่ดว่า "ใครวะ? ใครวะ!ด่าพวกกู"...อ่าว!ไอ้เชี่ย มึงจะสนใจไปทำไมว่าใครด่ามึง สนแค่ว่าที่กรูด่ามาทั้งหมดเนี่ย มันใส่สีใส่ไข่ไหมลูกอีดอก หรือกรูเนื้อๆเน้นๆ...เอาว่าเพราะพวกมึงไม่ยอมกลับตัวกลับใจ พวกมึงเลยต้องเจอเรียงเม็ดอีกยก ในภาคสองนี่ไง

มหากาพย์ลากไส้สื่อเหี้ย จากสงกรานต์เลือดไขปมไปสู่ไส้ทุกขดในวงการ

ไอ้ ที่ผมได้เขียนเรื่องมหากาพย์ลากไส้ถลกหนังสื่อเหี้ยมาให้กากินนี่ ต้นเรื่องก็มาจากว่า ตอนพวกเสื้อแดงม็อบกันแล้วบานปลายเป็นเหตุการณ์สงกรานต์เลือดปี2552นะแหละ

พวก เสื้อแดงก็คับอกข้องใจเหลือคณาว่า ทำไมพวกสื่อทำตัวได้เหี้ยม ม.ม้าหายกันขนาดนี้ คือรุมกระทืบเสื้อแดงซะตายคาตีน ทีกับตอนพวกม็อบพันธมิตรเสื้อเหลืองทำไมมันถึงอวยกันจัง...สื่อทำไมมี 2มาตรฐานวะ สัดดด!!?

คนนอกวงการก็คงได้แต่เดาส่งเดชกันไปว่าเพราะยัง งุ้นเพราะยังงี้ อย่ากระนั้นเลยผมคนในแท้ๆ ไม่เอามาแฉให้ฟังนี่มันจะเป็นบาปกรรมตกแก่ตัว ก็เลยได้ลากไส้กันให้ฟังให้อ่าน ให้เสพ

มีคนถามอีกว่าทำไมไม่เขียน ดีๆ ทำไมเขียนไปด่าแม่พวกสื่อเหี้ยไป...ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็เป็นคนดีๆเหมือนคุณๆคนอ่านนี่แหละ ดีมาก็ดีด้วย แต่ใครมันเหี้ย ก็เบื่อจะพูดกับมันดีๆ ก็มีแค่นี้เอง

ถามต่อไปว่าทำไมพวกสื่อมันถึง ออกลายเหี้ย ผมก็สรุปไว้เป็นประเด็นว่า เรื่องนี้มันมีทั้งปัจจัยผลัก(คือโดนเฮียเหลี่ยมเล่น จริงๆคือก็เล่นกันไปเล่นกันมา ผลัดกันเล่น)

กับปัจจัยดูด คือสื่อต้องไปพึ่งพาคนที่คุมอำนาจ ทรงพลัง ดลบันดาลสัมปทานคลื่น ความถี่ โฆษณาให้ได้ เพื่อที่สื่อจะได้เลิกไส้แห้ง มันก็ต้องแลกด้วยการไปเชียร์พวกนี้ บังเอิญพวกนี้ก็เป็นศัตรูเหลี่ยมด้วย

พูด ถึงตอนนี้มิตรรักแฟนเหลี่ยม หรือพวกเสื้อแดงแจ๋อาจจะไม่ชอบใจ แต่ฟังเอาไว้เถอะเพราะดันเป็นเรื่องจริง...คือเหลี่ยมมันก็ดันไปทำแสบกับไอ้ พวกสื่อไว้เยอะมั้กมาก มันก็เลยโดนเขาเอาคืน

จริงๆแล้วคุณๆหากอ่าน ที่ผมเขียนด่ามาให้ดีจะพบข้อสำคัญอยู่เรื่องหนึ่งก็คือว่า สื่อพวกนี้มันก็ใช่ว่าเกิดมาแล้วเป็นเหี้ยหางแดงเลยนะ...

มันก็มีมูลเหตุจูงใจ มีความเป็นไปเป็นมาทุกตัว ภาษาวิชาการเขาเรียกว่า"ปัจจัยผลัก-ปัจจัยดึง" ภาษาผมคือ"ปัจจัยถีบ-ปัจจัยดูดจ๊วบ"

ถ้าภาษาคอมมูนิสต์เขาเรียกว่า"คับแค้นทางจิตใจ ยากไร้ทางวัตถุ"เป็นปัจจัยให้คนมันลุกขึ้นมาสู้

ปัจจัยดูดจ๊วบนี่ ไม่ต่างกันหรอก คือสื่อก็อยากหนีจากสภาพสื่อไส้แห้งมามีเงินมีทองเหมือนอาชีพอื่นๆเขามั่ง จะเบ่งให้พองหรือเข้าตลาดหุ้นก็ว่ากันไป แต่ความซวยของบ้านเมืองเราคือความที่เป็นประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ กับโครงสร้างทางสังคมแบบระบบอุปถัมภ์(แหม่...ชักจะวิชาการมากไปแล้วมั๊ยสัด ดด) มันก็ต้องไปเลียตีนทหาร,ป๋า,เจ้าของคอกม้าเพื่อเอาสัมปทานคลื่น,ความถี่,โค ดสะนา,เวลาออกอากาศ แล้วก็ต้องไปรับใช้เขา แล้วก็ทำร้ายประเทศชาติบ้านเมือง

พวกนี้มันวิวัฒนาการมาเป็นเหี้ยหมดแล้วแบบที่ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์เคยว่าไว้..เหี้ยเอากับเหี้ยนึกออกใช่มั๊ย?

มันสมประโยชน์กัน อุปถัมภ์กันไปมา ไอ้พวกกลุ่มพลังอำนาจและอำนาจลึกลับก็อยากหาคนช่วยเชียร์ หาหมาไว้เห่าไว้กัดศัตรู ไอ้พวกสื่อก็อยากได้คลื่น ได้สัมปทานทีวี วิทมยุ อยากได้โฆษณา มันก็สมประโยชน์กัน กับไอ้พวกสื่อมันก็มีคดีเก่ากับไอ้เหลี่ยมอยู่เยอะ มันอยากเช็กบิลอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

อย่างตอนสงกรานต์ทมิฬที่สื่อยำตี นพวกม็อบเสื้อแดง คนก็ไปสงสัยว่าเพราะสื่อกลัวพรก.ฉุกเฉินมั่ง เพราะสื่อถูกรัฐกดดันให้ต้องเสนอข่าวเข้าข้างรัฐบาลมั่ง...พูดตรงๆรัฐจะไปทำ อะไรไปบีบอะไรสื่อหละ คือเทียบกับว่าสื่อเป็นผู้หญิง รัฐเป็นผู้ชาย แค่รัฐแตะขาเบาๆ สื่อแม่งก็ถ่างซะจนน้ำบานแล้ว...ไม่รู้จะเทียบกับอะไร เลยเทียบให้แม่งจัญไรอย่างนี้แหละ

ส่วนปัจจัยถีบนี่ไปดูแต่ละเคสย้อนหลังที่ผมเล่ามาเลย เหมือนกันทุกตัว

-อย่างโล้นเนชั่นนี่ เหลี่ยมก็เข้าไปเทกโอเวอร์ITV เข้าใจว่าคงเทกแบบไม่เป็นมิตร แบบที่ฝรั่งเรียกว่าhostile takeoverคือพวกหยุ่นก็วงแตกหนีหัวซุกออกจากITV(สมมุติขี่ไทม์แมชชีนไปแก้ไข ได้ ทำไมไม่ทำข้อตกลงว่า กูจ่ายตังค์ ให้หยุ่นเป็นคนใส่content มันก็จบแบบwin-win) พอหยุ่นหัวซุกออกไปซบTTVพอมีช่องหายใจนิดๆหน่อยๆ เหลี่ยมตามไปตื้บซ้ำกะเอาให้เขาจมดินอีก

หยุ่นมันก็ต้องแค้นตาแม้น มีลูกบอกลูกมีหลานบอกหลาน พอดีไอ้แก๊งเด็กนรกเนชั่น จอมขวัญ ธีระ กนก หรือสรยุทธ์มันก็หัวอ่อนอย่างผมเขียนเล่ามา ประกอบกับมันเป็นพวกกากี่นั้ง อาจจะดูหนังกำลังภายในมาก มันก็ประกาศสิว่า"ข้าจะแก้แค้นให้ท่านพ่อ..."แล้วพวกมันอาจเผลอคิดไปว่ามัน กำลังเป็นบู๊ลิ้มยุทธจักรออกตามล่าล้างแค้นจอมมารอสูรอยู่ ลืมไปว่ามึงกำลังทำหน้าที่ของสื่ออยู่นะสัดดด แม่งก็จะตามล้างแค้นให้ท่านพ่อเป็นหลัก...ไอ่เหี้ยเอ๊ย ก็ไอ้หยุ่นพอ่พวกมึงยังไม่ตาย มึงจะแค้นอะไรกันนักหนาวะ ไอ้หนก ไอ้ธีระ ไอ่สัดดด

-ลิ้มเลียอยู่ดีๆว่า"ทักษิณเป็นนายกฯดี ที่สุดที่ไทยเคยมีมา"ตอนที่มันยังเอากันอยู่ ต่อมาเหลี่ยมก็หักเขา(จะหักเพราะเรื่องรัยก็ว่าอีกเรื่อง..)เช่น ไม่ต่อวีซ่าให้เฮียช้อยเป็นเอ็มดีแบงก์กรุงไทยเพื่อเคลียร์หนี้เน่าให้,ไม่ ยก11news1
ให้,ปลดออกช่อง9เมืองไทยรายสัปดาห์,ฟ้องหมิ่นประมาทเรียก 1,500ล้าน,ฟ้องคดีหมิ่นฯลฯ....ปัจจัยถีบให้ลิ้มมันประกาศตายเป็นตายเจ๊งเป็น เจ๊ง

-หรือพวกลูกน้องลิ้มอย่างกรณีสำราญ ที่ผมเล่า ให้ฟังว่าสำราญไปช่วยปราบกบฎITVให้ ต่อมาก็อยากใช้เขาเป็นกระบอกเสียง เป็นหมาช่วยเห่าก็ไปบีบเขาเกิน คือเขาก็มีศักดิ์มีศรีของเขา พอเขาไม่ทำก็ปลดเขากลางอากาศ ตกงานตอนยังไม่แก่...สำราญก็ต้องวิ่งไปหาลิ้ม แล้วเอาคืน

-เปลวไทยโพสต์ เหลี่ยมก็ให้สตง.ไปตรวจเงินเขา ไปบีบไม่ให้โรงพิมพ์พี่วิรับพิมพ์หนังสือพิมพ์เขา ไล่เขาไปจนตรอก...เขาก็ต้องหันกลับมาสู้

-จารย์เจิมก็ไปปลดเขาออกช่อง9มีรายการวิทยุก็ตามไปบี้เขา...แกก็ต้องไปออกASTV ไปออกเก้าสิบสองสลึงกับประชัย

-มติชนของพี่ช้าง เขา ก็ด่าเปิงว่าจะไปเทกโอเวอร์เขา ทั้งที่มันเป็นสมบัติพระศุลีที่เขาสร้างมา หรือpostก็ไปซื้อเขาจะไปเทกเขา เพราะไม่พอใจที่โพสต์เขียนหนังสือพิมพ์ด่าให้ฝรั่งอ่าน(ไอ้ดิษฐ์เลขาสมาคม นักข่าว หยุดทำร้ายประเทศไทยมันก็กินเงินเดือนที่นี่ ไอ้ภัทระนายกสมาคมนักข่าวที่เอาสมาคมไปขายให้บัง มันก็กินเงินเดือนอยู่นี่ พวกนี้ก็แค้นว่าจะไปทุบหม้อข้าวพวกมัน)

-ฯลฯ

ว่าไปแล้วเรื่อง พรรค์อย่างนี้ เพราะสังคมไทยเรามันไม่มีวุฒิภาวะกันเท่าที่ควร หากเราจะแปรความขัดแย้งในเรื่องเหลี่ยมกับสื่อให้มันไปสู่ทิศทางที่ก้าวหน้า ขึ้น ผมว่าก็น่าจะพอไปได้ เช่น ก็มีการปฏิรูปไปซะว่า ระหว่างนักการเมืองกับสื่อต้องมีเส้นกั้นกลางอยู่แค่ไหน อย่าให้ล้ำเส้นกัน หรือวงการสื่อเองต้องปฏิรูปยังไง เช่นเรื่องใบอนุญาต หรือการมีหน่วยงานregulatorขึ้นมากำกับควบคุม เช่น หมอมีแพทยสภา วิดวะมีสภาวิศวกร พวกแบงก์เกอร์หรือวงการหุ้นมีกลต.กำกับ...หนังสือพิมพ์ก็ต้องมีถึงจะควร

สื่อกับนักการเมืองเรื่องของเหี้ยกัดเหี้ย

มีคนสงสัยถามมาเรื่องการคุกคามสื่อ กับการแทรกแซงสื่อมันเหมือนหรือต่างกันยังไง จะขอโม้ให้ฟังหน่อยนึง

คุกคามสื่อนี่ก็คือทางกายภาพหนะนะ ยิง ตายนี่ก็สมัยรุ่นพ่อคุณอารีย์ ลีวีระ สมัยอัศวินเผ่านู้น หรือจับขังคุกรุ่นๆจิตร ภูมิศักดิ์ อุทธร พลกุล ช่วง2500+/- เอาโซ่ไปล็อกแท่นพิมพ์สมัยสฤษดิ์-ถนอม ช่วงกลางๆก็มีส่งคนไปตีกบาลแบบชัชรินทร์เจอ หรือยิงแบบลิ้มเจอ(หากคุณนับว่าลิ้มเป็นสื่อ)หรือพี่เปลวเจอบุกโรงพิมพ์มี เผารถกันอะไรกัน

หรือสมัยน้าชาติ เหลิมเป็นรมต.คุมสื่อไม่พอใจไทยรัฐด่ารัฐบาล กูเล่นมึงตรงๆไม่ได้กูให้ตำรวจไปปิดนาซ่าของป๊ะซะเลย ทุบหม้อข้าวแม่งซะ อะไรยังงี้

เบาๆลงมาก็เปิดโต๊ะขอเคลียร์ ในชีวิตผมเจอมา2หน มีตัวกลางขาใหญ่มาคนนึง มีขาใหญ่วงการหนังสือพิมพ์มาคนนึง มีไอ้คนที่โดนเราเล่นมาคนนึง มีทหารที่ชอบเอามือตะปบเอวเหมือนแม่งโดนมดกัดแถวเอวเรื่อยอีกตัว2ตัว แล้วก็บอกว่างานนี้เฮียขอเถอะวะ พรรคพวกกันทั้งนั้น อย่ามีเรื่องกันเลย

เบาๆ นิ่มๆก็แบบเหลี่ยมเคยสั่งปปง.ตรวจสอบเงินทองของพี่เปลว หยุ่น หย่อง โสภณ องค์การณ์อะไรงี้...ที่เรียกว่าคุกคามเพราะมึงไปจ้องทุบหม้อข้าวเล่นล้วง กระเป๋าตังค์เขาเลย

ส่วนที่ฟ้องกันไปฟ้องกันมานี่จะไปหาว่ามันคุกคาม ก็คงไม่ได้ แต่ที่ผมเห็นนะ เอะอะแค่จะฟ้องหมิ่นประมาท หรือปชป.ไปโวยวายว่าเซีย ไทยรัฐเขียนการ์ตูนเล่นไอ่มาร์คทุกวัน จะไปร้องสภาการนสพ. อันนี้มาโวยว่าคุกคามไม่ได้หรอก ถือว่าเล่นกันตามกติกา

ส่วนแทรกแซงนี่ คงเป็นใช้อำนาจ บารมี อิทธิพล เงินนะไปแทรกแซง เช่น ข่าวเหลี่ยมไปเทกมติชน บางกอกโพสต์อะไรงี้ คือหากเป็นเรื่องธุรกิจล้วนๆเห็นเป็นบริษัทในตลาดหุ้นเข้าเทกซะคงว่ากันไม่ ได้ แต่เหลี่ยมแสดงชัดว่ากูไม่พอใจมติชนเล่นข่าวด่ากู โพสต์ก็ด่ากูเสียๆหายๆให้ฝรั่งอ่าน สำนักข่าวเมืองนอกก็โคว้ดจากโพสต์ไปด่ากูกทอด งั้นกูมีตังค์จะเทกโอเวอร์แม่งเลย...อันนี้ผมว่าแทรกแซง ความเป็นอิสระของสื่อ

แต่กรณีเหลี่ยมเทกไอทีวี ผมว่าสมควรแก่เหตุ เพราะตอนขอสัมปทานนั้น หยุ่นกลัวไม่ได้ก็เสนอค่าต๋งไปเป็นแสนล้าน แม่งบ้า พอไปไม่รอด เอาทรัพย์สินมาถือหุ้น เขาจะไปแตะอะไรก็ไม่ได้ บอกอิสระของกองบรรณาธิการ ทรัพย์สินก็เห็นทางข้างหน้าว่ากูเจ๊งแน่ต้องรีบปล่อยออก ตอนนั้นเหลี่ยมก็เข้ามาเทกฯ เขาก็ย่อมเทกได้เพราะเขายังไม่ใช่นักการเมือง เป็นเศรษฐีเฉยๆ เขาเข้ามาก็ต้องเป็นไปตามนโยบายของเขา หยุ่นก็ตั้งแง่จะด่าแม่เขาอย่างเดียว นักข่าวทะเลาะกับนายทุนสื่อทีไร นักข่าวมึงก็ต้องตกงานตลอดอยู่แล้ว เป็นกันงี้มาแต่โบราณ เป็นกันมาทั่วโลก จะหาว่าเขาแทรกแซงแม่งก็เลยฟังไม่ขึ้น

อย่างอื่นที่ว่าแทรกแซงเช่น เหลี่ยมบอกใครไม่ด่ากู หรือเชียร์กู กูให้โคดสะนาเครือชินคอร์ป แถมโคดสะนารัฐวิสาหกิจทั้งหลายที่รัฐบาลคุม ใครเล่นกู ก็ถอนโคดสะนาเอาแม่งตาย หรือไปบีบโรงพิมพ์ไม่ให้พิมพ์หนังสือเขาแบบกรณีพี่เปลว อันนี้ถือว่าแทรกแซงแกมคุกคาม

สรุปว่าเรื่องสื่อกับเหลี่ยมนี่มัน เป็นปัญหาประเทศด้อยพัฒนา คือตอนที่มันฮั้วกันได้แม่งก็แบ่งๆกันแดก พอน้ำแตกก็แยกทาง แต่วันดีคืนดีเสือกหักกัน ด้วยผลประโยชน์ก็ฟัดกัน ไม่ได้มีปัญหาเฉพาะพวกมัน ดันมาก่อปัญหาให้ชาวบ้านร้านช่องพลอยซวยไปด้วย เหมือนบทกวีนิรนามที่ว่า

เหี้ยมาเกิดบรรเจิดมาภาษาเหี้ย
เหี้ยต่อเหี้ยพึ่งพาอัฌชาศัย
เหี้ยต่อเหี้ยกัดกันย่อมบรรลัย
เหี้ยหนึ่งไปเหี้ยหนึ่งอยู่คู่ฟ้าดิน


ยังพอมีหวังกับนักข่าวรุ่นหลัง เพราะพวกมันยังเขี้ยวไม่งอก

นัก ข่าวรุ่นหลังผมก็ชื่นชมพวกเขาครับอย่างน้อยพวกเขามีจุดยืนมีหลักการ รู้ว่าอะไรเหี้ยอะไรไม่เหี้ย อย่างตอน19กันยา พวกนายกสมาคมสื่อต่างๆ พวกคนหนังสือพิมพ์หัวหงอกหัวขาวสั่นระริกอยากเป็นสมาชิกสภาลากตั้งสนช. พวกน้องๆนักข่าวทำงานใต้ถุนสภาก็ยังมีใจเข้าชื่อกัน50กว่าคนไปคัดค้านให้พวก นายกสมาคมสื่อถอนตัว

แต่ไอ้พวกหัวหงอกหัวขาวมันด้าน แถมไปลากหัวโล้นหัวหลิมขาใหญ่วงการ นายจ้างของพวกน้องๆนักข่าวสนามมาเป็นกรรมการห้ามมวย ไอ่กรรมการแม่งก็ต้องซูเอี๋ยไอ่พวกหัวหงอกหัวขาวให้ได้เป็นสมาชิกสภาลากตั้ง กันจนสำเร็จความใคร่ มีบางตัวก็อย่างไอ้เอ๋ ไอ้นูณแม่งสำเร็จความใคร่หนเดียวไม่พอ มันกระทำชำเธอประเทศชาติเป็นวุฒิลากตั้งต่ออีก...สันดาน!!

เนี่ยนักข่าวรุ่นใหม่เขาก็มีอุดมการณ์ ส่วนไอ่พวกหัวขาวหัวหงอกแม่งก็อุดมกามกันเป็นหลัก

เสียดาย แต่ว่าทำงานข่าวเจาะข่าวสืบข่าวสีพกันไม่เก่งอย่างรุ่นก่อน อาจเป็นเพราะสื่อตอนนี้มันต้องการเอาไวเข้าว่า มาเร็วเอาไมค์จ่อปากเร็ว ส่งเข้าโรงพิมพ์หรือทีวีให้เร็ว...ไม่รู้มันจะแย่งกันเร็วไปทำห่าอะไรกัน หนักหนา

ข่าวแนวเจาะแนวสีพแนวสืบที่เป็นอมตะอย่างคดีวอเตอร์เกทของเม กา หรือข่าวของไทยแบบที่ได้รางวัลอิศราอะไรนี่หากทำกันมั่ง เอาซัก10-20%ของปริมาณที่เสนอๆกันก็จะเป็นประโยชน์มากทีเดียว

ตัวอย่างการทำงานแบบนักวิชาชีพข่าวจริงๆจังๆที่ผมชื่นชมก็อย่างประชาชาติธุรกิจ

ประชาชาติทำงานดีมาตลอด โดยเฉพาะข่าวเจาะข่าวสืบข่าวสีพ('sive) ไม่ว่าตอนชลิตดูอยู่หรือตอนที่ประสงค์ วิสุทธิ์ดูแลเต็มๆ

ประสงค์นี่ของจริง แม้ชื่อเล่นของมันจะชื่อว่าเก๊ ในกระทู้นี้ผมชมไป2ครั้งแล้ว นี่เป็นหนที่สาม

เขาไม่เข้าออกใครด้วย คดีซุกหุ้นของเหลี่ยมนี่ก็ข่าวฝีมือของนายเก๊ ข่าวเสหนั่นซุกหนี้จนต้องนั่งพักไป5ปีก็ฝีมือของเขา

ดังนั้นพวกทีมประชาชาติธุรกิจเลยจะได้อิทธิพลไปจากนายเก๊เยอะพอสมควร ผมก็ว่ามีความหวังกับนักข่าวพันธุ์นี้

ส่วน นายเก๊มันจะเจาะข่าวตีเหลี่ยมซุกหุ้น หรือเสธ.หนั่นซุกหนี้ ไม่ใช่ธุระของผมหรือของใครจะไปโกรธนายเก๊มัน หากเรื่องนั้นมันเป็นความจริง เพราะแม้แต่นายเหลี่ยมก็ยังหนีไม่ออกต้องเอาตัวรอดไปด้วยความและคำว่า" บกพร่องโดยสุจริต"

ขณะเดียวกันเสธ.หนั่นที่โดนใบแดง5ปีเพราะฝีมือนายเก๊ ก็ไม่เห็นต้องมาด่านักข่าวเหมือนกัน

หาก ต่างคนต่างทำหน้าที่ มีจรรยาบรรณในวิชาชีพของตัวเอง มีความเป็นนักวิชาชีพเต็มตัว ใครเค๊าจะไปด่า กรูก็ไม่ด่า เห็นมั๊ยทำดีอย่างไอ่เก๊กรูก็ชมเหมือนกานน

เสนอล้อมคอกสื่อเหี้ยต้องมีใบอนุญาตต้องมีบทลงโทษชัดๆแบบอาชีพอื่น

เมื่อไหร่บ้านเมืองเราแม่งจะทำอะไรให้เข้าเค้าซะที

คน เขาเป็นหมอ วิดวะ ถาปนิก พยาบาล แม้กระทั่งเป็นยามนี่เขาต้องอบรมร่ำเรียนมา มีหน่วยงานกลางออกใบอนุญาต ทำผิดพลาดมานี่โดนยึดใบอนุญาตตกงาน จับเข้าคุก

ไอ้นักข่าวนี่ไม่มี เหี้ยอะไรซักอย่าง ใบนุญาตเหี้ยอะไรไม่ต้องมี ผิดมาก็ไปลงหน้าในๆตัวเท่าหอยมด ไม่ต้องมีใครยึดใบนุญาต ไม่ต้องเจอคุก แล้วอ้างเสรีภาพสื่อ

เสรีภาพส้นตีนสิ จะได้ทำเหี้ยๆตามอำเภอใจ

ภาระหน้าที่อันใหญ่ยิ่งย่อมต้องมาควบคู่กับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ พวกมึงไม่เคยได้ยินรึไง

มี อาชีพเหี้ยนี่แหละชี้เป็นชี้ตายให้บ้านเมือง ชี้ให้ดาราคนไหนเป็นเทวดา ใครต้องดับ เกี่ยวข้องกับประชาชนพลเมือง65ล้านคน ไม่ต้องรับยผิดชอบเหี้ยอะไรซักเรื่อง...

หลังจากผมเขียนเรื่องนี้ไป เป็นที่ฮือฮา ก็ฮือฮาอยู่พักนึง ไอ้พวกนี้แม่งทำชั่วอีกแระ ล่าสุดนี่ไอ้ต้อยนักข่าวร้อยล้านไปใช้ช่องหอยม่วงของไอ้เตี้ยหมาตื่นปลุกผี คอมมิวนิสต์ บอกว่าคนเสื้อแดงล้มเจ้า ส่วนไอ่สุนันท์ ศรีจันทราไปออกวิทยุคลื่นเก้าสิบสองสลึงปลุกพวกเหี้ยเหลืองให้ออกมาฆ่าเสื้อ แดง...ไอ้หยุ่นหัวโล้นก็เลวหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ

วันดีคืนดีบอกให้หยุดทำร้ายประเทศไทย ไอ้พวกส้นตีนแม่yeด




 

Create Date : 22 มกราคม 2553    
Last Update : 22 มกราคม 2553 23:03:01 น.
Counter : 478 Pageviews.  

สื่อลิ้ม-สื่อหลักไร้ยางอายบิดเบือนจากภักดีเป็นล้มสถาบัน คำต่อคำทักษิณสัมภาษณ์TIMESONLINE

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา TimesOnline
10 พฤศจิกายน 2552

*เมื่อท่านอ่านข่าวนี้จบ โปรดกระจาย"สัจจะความจริงที่อยู่เหนือความเท็จ"ไปในทุกช่องทางที่ท่านสามารถทำได้

ตีแผ่ขบวนการฤาษีแปลงสารของผู้จัดการจากบทสัมภาษณ์จงรักภักดีให้กลายเป็นจะล้มสถาบัน


ทักษิณพยายามตอบสัมภาษณ์ว่า ในเวลานี้สมเด็จพระบรมฯยังไม่ได้เป็นกษัตริย์ก็ทำให้ดูเหมือนว่าท่านยังไม่เปล่งรัศมีทอแสงเจิดจ้า แต่หากถึงเวลาที่เสด็จขึ้นเป็นกษัตรยิ์ก็จะทรงเป็นกษัตริย์ที่ดีแน่ เพราะทรงเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว กอรปกับได้เรียนรู้การทรงงานจากในหลวงมานานปีแล้ว

ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อTimes onlineฉบับตีพิมพ์ครั้งแรกไปพาดหัวข่าวทำนองว่า ทักษิณเชื่อมั่นว่าเมื่อพระบรมฯเสด็จขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่จะทรงมีพระ ราชบารมีทอแสง

ทำให้ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงพันธมิตรนำไปขยายผลเป็นข่าวพาดหัวว่า สุดชั่ว! “ทักษิณ” ยืมมือสื่ออังกฤษ ให้ร้าย “ในหลวง” รุนแรง โดยขยายเนื้อข่าวว่า "เป็นข้อความที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สัมภาษณ์ให้ร้ายและล่วงละเมิดองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงประทับรักษาพระวรกายอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 ที่ผ่านมาอย่างรุนแรง โดยมีการกล่าวอ้างถึงองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และการสืบราชสันตติวงศ์อีกด้วย"

จากนั้นเข้าตำราที่ว่าฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด อาจจะไม่เคยอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ สื่อกระแสหลักต่างๆก็นำข้อความจากเวบผู้จัดการASTVไปขยายผลทำลายทักษิณอย่าง เป็นกระบวนการ และขบวนการอำมาตย์ ทั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ แม้แต่กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนของประเทศไทยนำไปขยายผลอย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ดีผู้จัดการASTVได้พยายามแปลรายละเอียดบทสัมภาษณ์ทั้งหมด สุด ท้ายก็หาเรื่องใส่ร้ายทักษิณไม่ได้ และได้หันไปโจมตีเรื่องอื่นๆแทน นั่นแสดงว่าเมื่อฝ่ายแปลข่าวต่างประเทศแปลออกมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ความจริงก็คือทักษิณได้กล่าวเทิดทูนในหลวง ราชินี พระบรมฯ พระราชวงศ์ และอาจดูเหมือนแก้ต่างกับสื่อต่างชาติที่จี้ถามเรื่องสถาบันกษัตริย์แทรกแซง การเมืองอยู่ตลอดเวลาในการสัมภาษณ์นี้

ที่น่าเศร้าก็คือมา ถึงเช้าวันนี้(10พ.ย.)บรรดาสื่อกระแสหลัก ซึ่งรวมทั้งรายการ"เรื่องเล่าเช้านี้"ของสรยุทธ สุทัศนะจินดา รายการเล่าข่าวภาคเช้ายอดนิยม และขบวนการอำมาตย์เผด็จการก็ยังคงขยายผลเรื่องที่พวกเขาบิดเบือนและ สร้างblack propagandaต่อไป โดยไร้ยางอาย

เราได้ถอดความที่ทักษิณให้สัมภาษณ์ Timeonlineในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชวงศ์ชั้นสูง ซึ่งกระบอกเสียงพันธมิตรอย่างผู้จัดการASTVได้บิดเบือน ดังต่อไปนี้


1.ทักษิณย้ำในหลวงไม่เคยแทรกแซงการเมือง

ในตอนต้นทักษิณกล่าวถึงชัยชนะอย่างท่วมท้นของเขาและก้าวมาเป็นรัฐบาลที่มั่นคง ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์อ่อนแอ จึงมีการใช้สื่อมวลชนมาทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านโจมตีเขาอย่างไร้เหตุผล ครั้งหนึ่งเมื่อเขาได้พบกับลูกชายเจ้าของหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง ก็เลยถามไปว่าทำไมหนังสือพิมพ์ของคุณถึงได้โจมตีผมอย่างไร้เหตุผลนัก? เขาก็ตอบว่า"คุณอาครับ ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะคุณพ่อผมถูกล็อบบี้จากองคมนตรี2คนที่มาทานข้าวเย็นกัน แล้วก็แจ้งพ่อผมว่าพระเจ้าอยู่หัวฯไม่ต้องการทักษิณต่อไปแล้ว..ซึ่งผมก็แจ้ง เขาไปว่า ผมไม่เชื่อหรอกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระราชประสงค์เช่นนั้น เพราะพระองค์ท่านไม่เคยทรงแทรกแซงการเมือง อาจจะเป็นเพียงการที่องคมนตรีกระทำไปเองเพื่อต่อต้านผมเท่านั้น"(I said I don't believe that – His Majesty never wants to become involved in politics. Maybe it's because of their own prejudice against me. )

2.ยันไม่เคยคิดล้มสถาบัน ขึ้นเป็นประธานาบดีตามข่าวลือ

ทักษิณ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า เหตุที่องคมนตรีต่อต้านเขาก็เพราะมีการแพร่ข่าวลือออกไปว่า ทักษิณต้องการเปลี่ยนประเทศเป็นสาธารณัฐ และขึ้นเป็นประธานาธิดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในความคิดผมเลย เพราะผมมีความจงรักภักดีอย่างสูงยิ่ง ในตอนที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรีหนแรกและได้เข้าเฝ้าฯ ผมได้กราบทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัวว่าฯ ขอเดชะ กระหม่อมฯมีความจงรักภักดีต่อพระองค์เป็นที่ยิ่ง กระหม่อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่เกิดมาในรัชสมัยของพระองค์ท่าน อายุของกระหม่อมก็ไล่เลี่ยกับพระราชโอรสพระราชธิดาในพระองค์ท่าน ดังนั้นขอให้พระองค์ท่านโปรดทอดพระเนตรกระหม่อม และสั่งสอนกระหม่อมเสมือนว่าเป็นคนในรุ่นลูกของพระองค์ท่านเถิด...กระหม่อม ฉันเทิดทูนจงรักภักดีอย่างยิ่ง พระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดอย่างมิเห็นแก่เหน็ด เหนื่อยมานานปี แม้พระชนมายุมากแล้ว ขอให้ใช้กระหม่อมฉัน กระหม่อมฉันจะน้อมรับใช้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทถวายงานรับใช้แก้ไขปัญหาให้ พสกนิกรของพระองค์ท่าน..นี่เป็นคำถวายปฏิญญาณนับแต่แรกที่ผมเข้ารับ ตำแหน่ง(So I very much respect Your Majesty. Whatever I need to do properly, please teach me.’ This is how I present myself. And, ‘Your Majesty has been working hard for the Thai people for many years and you may be tired and you're getting old. Please use me. I will shoulder all the burdens and I will work hard for you to solve the problems of your citizens.)

3.เทิดพระเกียรติราชินีไปงานศพพันธมิตร ก็ด้วยน้ำพระทัยแห่งพระมหากรุณาคุณ

ผู้สื่อข่าวถามว่าคุณรู้สึกประหลาดใจไหมที่พระราชินีเสด็จไปงานพระราชทานเพลิง ศพเสื้อเหลือง พันธมิตรคนหนึ่งที่เป็นศัตรูทางการเมืองของคุณ?
The Queen attended the funeral of one of the Yellow Shirt supporters [the ‘Yellow Shirts’, Mr Thaksin’s opponents]. You must have been very surprised about that.

ทักษิณกล่าวตอบว่า ทุกคนในประเทศไทยก็ประหลาดใจเรื่องนี้ แต่ผมทราบว่าพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถพระองค์ท่านทรงเปี่ยมด้วยพระมหา กรุณาธิคุณ ก็อาจมีใครไปให้ข้อมูลกับพระองค์ท่านในทางที่ผิดเป็นต้นว่า"สตรีผู้นี้เสีย ชีวิตลงเพราะพยายามปกป้องสถาบันกษัตริย์" ก็ทำให้พระองค์ท่านคล้อยตามข้อมูลที่คนแวดล้อมถวายรายงานที่ผิดๆ(Everybody, the whole of Thailand, was surprised. But I know Her Majesty. Her Majesty is very kind when someone gives her wrong information [such as] ‘That lady's dying because she tried to protect the monarchy.’ I think she was lied to. People around her circles try to give her the wrong impression, to give wrong information to Their Majesties.)

4.ผู้สื่อข่าวถามนำเรื่องพระบรมฯจะขึ้นเป็นกษัตริย์ จะแตกต่างจากในหลวงในปัจจุบันอย่างไร?

ในหน้า4ของบทสัมภาษณ์นั้น ผู้สื่อข่าวถามนำว่า "วันหนึ่งเมื่อสมเด็จพระบรมฯเสด็จขึ้นเป็นกษัตริย์ พระองค์จะมีพระราชบุคลิกลักษณะหรือสไตล์ที่แตกต่างจากในหลวงองค์ปัจจุบัน อย่างไร?( One day the Crown Prince will become King. How will his style be different from that of the current King?)

ทักษิณกล่าวตอบว่า ก็น่าจะแตกต่างกัน แต่ผมคิดว่าคงราบรื่นดี เพราะพระองค์ท่านเป็นกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ คนแวดล้อมข้าราชบริพารก็คงเป็นคนใหม่ ส่วนแวดวงในวังของพระองค์ท่านก็คงไม่ใหญ่โตอัครฐานนักเพราะเป็นกษัตริย์ พระองค์ใหม่ เนื่องจากพระองค์ท่านยังใหม่ก็อาจจะยังไม่เป็นที่นิยมมากเทียบเท่ากับในหลวง องค์ปัจจุบัน แต่ก็คงไม่มีเรื่องยุ่งยากนักเพราะแวดวงในวังก็ขนาดย่อมกว่า ก็เนื่องจากเป็นรัชสมัยใหม่(It may be different, but I think it will go smoothly because he's a constitutional monarch. The people around the Crown Prince will be new, and the palace circle will not be that big because he will be new. The Crown Prince, because he will be new, may not be as popular as His Majesty the King. However, he will have less problem because the palace circle will be smaller, because of being new in the reign)

ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่า ช่วยอธิบายพระราชอริยาบถบุคคลิกลักษณะของพระบรมฯให้ฟังด้วย(What kind of personality does he have? )

ทักษิณตอบว่า พระองค์ท่าน เป็นผู้ที่ทรงเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวที่จะกระทำการสิ่งใดให้สำเร็จ พระองค์ท่านมีความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น(He has a very strong determination to do what he really wants to achieve. He has a strong determination.)

เชื่อมั่นพระบรมฯเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่จะเป็นกษัตริย์ที่ดี เพราะเรียนรู้จากในหลวงมามาก

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า พระบรมฯทรงต้องการมุ่งมั่นจะทำอะไรให้สัมฤทธิ์ผล(What does he want to achieve? )

ทักษิณ ตอบว่า พระองค์ท่านยังไม่ได้เป็นกษัตริย์ ดังนั้นก็เป็นธรรมดาว่าตอนนี้ท่านก็ยังไม่เปล่งรัศมีทอแสง แต่หลังจากเสด็จขึ้นเป็นกษัตริย์แล้ว ผมเชื่อมั่นว่าพระองค์ท่านจะทรงเปล่งรัศมีทอแสงสมสง่ากับความเป็นขัติยราช ได้ เพราะพระบรมฯได้เฝ้าสังเกตเรียนรู้จากในหลวง ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชบิดามานานปี พระองค์ทรงเรียนรู้จากพระเจ้าอยู่หัวฯ แต่เวลานี้ยังไม่ถึงเวลาของพระองค์เท่านั้น แต่เมื่อเวลาที่พระองค์เสด็จขึ้นเป็นกษัตริย์มาถึง ผมคิดว่าพระองค์ท่านจะมีพระราชบารมีที่เหมาะสมกับฐานะกษัตริย์แน่(He's not the King yet, he may not be shining. But after he becomes the King I'm confident he can be shining to perform Kingship, because he has observed His Majesty, his father, for many years. He learns a lot from His Majesty. It's not his time yet. But when the time comes I think he will be able to perform.)

จากการอ่านคำสัมภาษณ์ และการตอบแบบสัมภาษณ์นี้ จะเห็นว่าทักษิณได้กล่าวเทิดทูนในหลวง พระราชินี พระบรมโอรสถาธิราชในทางถวายพระเกียรติ กระทั่งแก้ต่างกับสื่อต่างชาติตลอดเวลาการให้สัมภาษณ์

แต่ปัญหาเกิด ขึ้นเมื่อTimes onlineฉบับตีพิมพ์ครั้งแรกไปพาดหัวข่าวทำนองว่า ทักษิณเชื่อมั่นว่าเมื่อพระบรมฯเสด็จขึ้นเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่จะทรงมีพระ ราชบารมีทอแสง

ทำให้ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงพันธมิตรนำไปขยายผลเป็นข่าวพาดหัวว่า สุดชั่ว! “ทักษิณ” ยืมมือสื่ออังกฤษ ให้ร้าย “ในหลวง” รุนแรง โดยขยายเนื้อข่าวว่า "เป็นข้อความที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สัมภาษณ์ให้ร้ายและล่วงละเมิดองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงประทับรักษาพระวรกายอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 ที่ผ่านมา อย่างรุนแรง โดยมีการกล่าวอ้างถึงองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และการสืบราชสันตติวงศ์อีกด้วย"

จาก นั้นเข้าตำราที่ว่าฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด อาจจะไม่เคยอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ สื่อกระแสหลักต่างๆก็นำข้อความจากเวบผู้จัดการASTVไปขยายผลทำลายทักษิณอย่าง เป็นกระบวนการ

อย่างไรก็ดีผู้จัดการASTVได้พยายามแปลรายละเอียดบท สัมภาษณ์ทั้งหมด สุดท้ายก็หาเรื่องใส่ร้ายทักษิณไม่ได้ และได้หันไปโจมตีเรื่องอื่นๆแทน นั่นแสดงว่าเมื่อฝ่ายแปลข่าวต่างประเทศแปลออกมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ความจริงก็คือทักษิณได้กล่าวเทิดทูนในหลวง ราชินี พระบรมฯ พระราชวงศ์ และอาจดูเหมือนแก้ต่างกับสื่อต่างชาติที่จี้ถามเรื่องสถาบันกษัตริย์แทรกแซงการเมืองอยู่ตลอดเวลาในการสัมภาษณ์นี้




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2552 17:48:50 น.
Counter : 398 Pageviews.  

TIMESการันตีแม้วไม่หมิ่นซักคำ สื่อไทยเฉยหลังรุมตื้บหนำใจ แถมละเว้นมาร์คจ้อสื่อนอกหนักกว่า

ที่มา TIMES ONLINE
แปลเรียบเรียงโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 พฤศจิกายน 2552
*อ่านบทสัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตรลงTHE TIMESฉบับเต็มที่เวบลิเบอรัลไทย คลิ้กที่นี่

สันดานสื่อทรราชออกลายอีกแล้ว หลังจากTIMESเขียนบทบรรณาธิการ การันตีทักษิณไม่ได้พูดหมิ่นแม้แต่คำเดียว แถมกล่าวยกย่องเชิดชูสถาบันไม่ขาดปาก แต่สื่อกระแสหลักพากันเงียบเป็นเป่าสากไม่ยอมนำเสนอ หลังจากพากันโหมกระหน่ำรุมตื้บมาก่อนนี้ ที่สำคัญสื่อหลักยังเงียบเฉยต่อการที่มาร์คเคยให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กเรื่อง ทำนองเดียวกัน แต่ดูจะหนักกว่าแม้วให้สัมภาษณ์เดอะไทมส์

THE TIMES ONLINEได้แสดงจุดยืนในบทบรรรณาธิการ ในหัวข้อเรื่อง"Siamese spat:
Thais should be free to understand more about the role of their own monarchy"(วิวาทะสยาม:ชาวไทยควรมีอิสระที่จะตระหนักถึงบทบาทสถาบันกษัตริย์ ให้มากขึ้น") โดยเนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวว่า เมื่อวันจันทร์THE TIMESได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ถูกโค่นอำนาจของไทย ผลลัพธ์จากการแสดงความคิดเห็นของเขาต่อพระราชวงศ์ไทย ทำให้บทความที่เผยแพร่ของTHE TIMESถูกปิดกั้นโดยทางการไทย ในทางทฤษฎีแล้วทักษิณและบรรณาธิการประจำภาคพื้นเอเชียอาจต้องเผชิญกับคดีที่ มีโทษจำคุกสูงถึง 15 ปีในฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งนี่เป็นพฤติการณ์การกระทำแบบเด็กๆ

แต่ในการให้สัมภาษณ์กับTHE TIMESนั้นความจริงแล้วทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเลย เขาไม่ได้กล่าวหมิ่นประมาทพระราชวงศ์ หรือแม้กระทั่งพยายามหาทางให้ร้ายใดๆ ในทางตรงกันข้ามทักษิณกลับได้ตอบสัมภาษณ์ในประเด็นความเชื่อมโยงของสถาบัน กษัตริย์กับการเมืองไทยในทำนองเทิดทูนยกย่อง(To those unversed in the peculiarities of the Thai system, Thaksin’s alleged offence may be hard to discern. He did not abuse the Royal Family, or even find fault with them. Instead, he merely discussed the link between the monarchy and Thai politics)

คำพูดของทักษิณในการให้สัมภาษณ์ไม่มีแม้แต่คำเดียว ที่เป็นไปในทำนองวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์หรือราชวงศ์ แต่เขาได้วิจารณ์"คนวงในวัง"บางคนเท่านั้นที่เข้ามาแทรกแซงการเมือง(In Thaksin’s words, either way, one finds neither criticism nor violation of the monarchy. Instead we find something that the Thai Establishment regards as equally taboo — the mere acknowledgement that some in the royal circle may have some involvement in Thai politics.)

ในการ ให้สัมภาษณ์นี้ทักษิณได้กล่าวถึงอิทธิพลต่อสาธารณชนไทยว่าจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรเมื่อพระเจ้าอยู่หัวฯองค์ปัจจุบันส่งต่อพระราชบัลลังก์ให้สมเด็จพระ บรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งTHE TIMESหวังว่าชาวไทยจะตระหนักว่า จะรักสถาบันกษัตริย์ให้ถูกทางอย่างไร ไม่ใช่ฟังไม่ได้ศัพท์แล้วก็นำมาเป็นเครื่องมือทำลายกัน

เพราะแม้แต่ ในหลวงของปวงชนชาวไทยนั้น พระองค์ท่านก็เคยตรัสไว้เมื่อพระชนมายุครบ78ชันษาว่า"หากถือว่าThe king can do no wrong หรือพระเจ้าอยู่หัวไม่เคยทำอะไรผิด แล้วก็ไม่วิพากษ์วิจารณ์ ก็จะทำให้พระเจ้าอยู่หัวลำบาก"

ท้ายสุดTHE TIMESชี้ว่า การที่ทางการไทยจะนำกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาดำเนินคดีกับใครไม่เป็น ผลดีต่อฝ่ายใดเลย แต่จะได้ประโยชน์กว่าหากมีเสรีและตรงไปตรงมาในการถกแถลงระบบการเมืองของ ประเทศไทยได้ ไม่ใช่อย่างที่รัฐบาลไทยกำลังทำอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่านับถือ

สื่อกระแสหลักเงียบไม่ลงบทบรรณาธิการTIMES ไม่ลงข่าวมาร์คสัมภาษณ์บลูมเบิร์กเรื่องสืบสันตติวงศ์

เท่าที่เราตรวจสอบดูแม้บทบรรณาธิการTIMESออกมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไม่มีสื่อกระแสหลักที่ไหนนำมาลงข่าวเผยแพร่ข้อยืนยันของTIMESเองว่า ทักษิณไม่ได้พูดหมิ่นหรือก้าวล่วงสถาบันฯ

หลังจากที่ก่อนนั้นสื่อ กระแสหลัก และบรรดานักสร้างประชามติสาธารณะทั้งหลาย พากันออกมาประณามอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรว่า มิบังควรที่ให้สัมภาษณ์กับTIMES ONLINE ในเรื่องเกี่ยวกับการสืบพระราชสันตติวงศ์ ขณะที่ในหลวงยังทรงพระประชวรอยู่

นอกจากนั้นก็น่าประหลาดใจว่าในเรื่องเดียวกันนี้ แต่คนพูดคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ สื่อกระแสหลักและบรรดานักสร้างประชามติสาธารณะต่างเงียบเฉย (ดูลิ้งค์อภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์ก)

รายงาน ข่าวและบทสัมภาษณ์ที่บลูมเบิร์กนำเสนอนี้ ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 8 กรกฎาคม 2552 ชื่อบทความดั้งเดิมในภาษาอังกฤษถือเป็นเรื่อง"มิบังควรอย่างยิ่ง"ในวัฒนธรรมการเมืองแบบไทย เพราะน่าจะ"หนักกว่า"ชื่อ บทความที่Timesตีพิมพ์บทความล่าสุดที่สัมภาษณ์ทักษิณเสียอีก เราจึงแปลให้ดูสละสลวยเข้ากับวัฒนธรรมทางการเมืองแบบไทยๆเสียว่า "การเปลี่ยนผ่านรัชกาลไม่ได้สร้างความกังวลให้เซียนหุ้นที่ชื่อนาย"เฟเบอร์ "หยุดชะงักการลงทุนเล่นหุ้นในประเทศไทย"ซึ่งมีความสำคัญบางตอนกล่าวถึงการ สืบพระราชสันตติวงศ์ โดยเป็นการสัมภาษณ์พิเศษนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา
....................

อภิสิทธิ์:"ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมฯเป็นพระรัชทายาทสืบต่อพระราชบัลลังก์"

ในการสัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฯอภิสิทธิ์ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวเป็นพระ รัชทายาทขึ้นสืบต่อพระราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว


8 กรกฎาคม 2552 (สำนักข่าวบลูมเบิร์ก)-- นายกรัฐมนตรีของไทยต้องหยุดชะงักการตอบข้อซักถามและฝืนพูดต่ออย่างยากลำบากต่อคำ ถามที่ว่า เพื่อนร่วมชาติของเขาจะเผชิญต่อชะตาอนาคตอย่างไร หากว่าชีวิตของพวกเขาซักวันใดวันหนึ่ง ไม่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก เป็นร่มโพธิสมภารแก่พสกนิกร

"ผมไม่ได้แสร้งพูด--มันจะเป็นช่วงเวลา ที่ลำบากยากยิ่งสำหรับพวกเราคนไทยทั้งมวล"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกล่าว เขาเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลผสมเมื่อเดือนธันวาคมปีกลาย และยังก้าวเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ยังคงอยู่ในวังวนปัญหาให้กับประเทศเป็น รายที่5ในรอบเพียง4ปี
(July 8 (Bloomberg) -- Thailand’s prime minister pauses briefly and swallows hard as he addresses the question few of his compatriots dare contemplate: life without King Bhumibol Adulyadej, the world’s longest-reigning monarch.

“I am under no illusion -- it will be a very difficult time for all of us,” says Abhisit Vejjajiva, who in December patched together a multiparty coalition government and became troubled Thailand’s fifth prime minister in four years.)

ในการสัมภาษณ์ในทำเนียบรัฐบาลที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอิตาลีเมื่อ5วันก่อน อภิสิทธิ์ได้เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชโอรส พระราชธิดา4พระองค์ และพระราชนัดดา11พระองค์ ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราช กุมาร เป็นพระรัชทายาทสืบทอดราชบัลลังก์แล้ว

"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามกุฎราชกุมารทรงเป็นพระรัชทายาทที่จะสืบราชบัลลังก์"อภิสิทธิ์กล่าว

(ต้นฉบับของบลูมเบิร์กคือIn an interview at his Italianate office in Government House in Bangkok five days later, Abhisit discloses that Bhumibol, who has 4 children and 11 surviving grandchildren, has already endorsed his only son as the next king.

“The crown prince is the designated heir,” Abhisit says. )




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2552 17:35:53 น.
Counter : 764 Pageviews.  

หยุ่นหืดจับแหกกม.น่าเกลียดเข็นNBCพ้นจองหวิว

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 พฤศจิกายน 2552

เจ้าภาพเนชั่นผนึกโบรกฯเจ้ามือหุ้นน้องใหม่ทีวีเนชั่น(NBC)ทำน่าเกลียดทุกทางเข็นหุ้น พ้นจองแบบหืดจับ ทั้งถ่ายทอดสดผ่านทีวีก่อนเข้าเทรดตลอด1ชั่วโมงหวังล่อแมงเม่าซื้อเต็มพิกัด ทั้งโกหกหน้าตายขายหุ้นเกลี้ยงนักเลงหุ้นจองล้น แต่ข้อมูลจริงที่แจ้งต่อตลาดหุ้นโกหกไม่ได้ พบขายไม่ออกกลุ่มสุทธิชัยหยุ่นต้องรับหลังแอ่น105ล้านหุ้น เพราะกลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ยอมจองซื้อซักหุ้น ทั้งให้โบรกเกอร์CIMBซึ่งเป็นเจ้ามือในการขายหุ้นและรับประกันการขายหุ้น ออกบทวิเคราะห์สดๆเชียร์ให้เป้าสูงลิ่วกลางภาคบ่ายผ่านเวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ในช่วงราคาใกล้ร่วงลงไปหาราคาจอง โดยเป็นการทำผิดกฎหมายกลต.ที่กำหนดให้ต้องระบุว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีส่วนได้ เสียเป็นผู้ออกบทวิเคราะห์ สุดท้ายเข็นผ่านราคาจองฉิวเฉียด เพราะได้เครือเนชั่นแบกหุ้นจองไว้เกือบหมด แต่ระวังภาพลวงตา

หุ้นน้องใหม่ของบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)-NBCเข้าทำการซื้อขายเป็นวันแรกในวันนี้ โดยเจ้าภาพเครือเนชั่น และบริษัทโบรกเกอร์ที่เป็นเจ้ามือทำทุกท่า ทั้งผิดกฎหมายและทำตัวยน่าเกลียดไร้จรรยาบรรณในการเข็นราคาหุ้นให้พ้นจองได้แบบฉิวเฉียด

ก่อนการเปิดการซื้อขาย เครือเนชั่นได้จัดอีเว้นต์"ปฏิบัติการ11-11-1000"ซึ่งหมายความว่าหุ้น NBCเข้าเทรดครั้งแรกในวันที่11เดือน11เวลา10.00น. โดยมีการถ่ายทอดสดเพื่อโปรโมตหุ้นNBCตั้งแต่เวลา09.00น.ไปจนเปิดทำการซื้อ ขาย โดยตลอดรายการมีการเชียร์หุ้นNBCอย่างออกนอกหน้าสารพัด

หุ้นNBC เปิดทำการเหนือจองที่ราคา3.20บาท ขึ้นไปสูงสุด3.22บาท จากนั้นมีแรงขายทำกำไรลงมาลึกสุดที่2.98บาท และปิดทำการที่3.02บาท สูงกว่าราจอง4.13%

การซื้อขายทั้งวันในวันแรกจำนวน39.6ล้านหุ้น มูลค่าซื้อขายราว124ล้านบาท ผู้ดูแลราคาหุ้นใช้จำนวนหุ้นเปิดตลาดมากถึงเกือบ12.3ล้านหุ้น คิดเป็น30%ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ฝั่งเคาะซื้อมีเพียง10ล้านหุ้น หรือราว26% ขณะที่ฝั่งเทขายมีมากถึง17ล้านหุ้น หรือ43%

นักวิเคราะห์หุ้นกล่าว ว่าเป็นไปตามคาดว่าราคาNBCจะเหนือจอง(2.90บาท/หุ้น)ได้ เนื่องจากหุ้นส่วนใหญ่คือ105ล้านหุ้นจากทั้งหมด120ล้านหุ้นอยู่ในมือของผู้ บริหารเครือเนชั่น มีในมือรายย่อยที่จองซื้อน้อยมาก หากเครือเนชั่นไม่ถล่มขายออกมาก็จะทำให้การพยุงราคาในวันทำการซื้อขายวันแรก เป็นเรื่องง่าย

เจ้ามือออกบทวิเคราะห์เชียร์สดกลัวหุ้นหลุดจอง ฝืนประกาศกลต.

เวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ในเครือเนชั่น ได้เสนอข่าวออนไลน์หัวข้อ โบรกปรับกำไรNBCใหม่เป้าราคาปีหน้า4.30บ.โดย เสนอข่าวในช่วงเวลา15.30น. ในตอนที่กำลังมีแรงเทขายหุ้นใหม่NBCหลุด3บาท โดยระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกบทวิจัยปรับประมาณการกำไรสุทธิหุ้นNBC ใหม่ และได้ประเมินราคาที่เหมาะสมของ NBC ณ สิ้นปี 2553 ที่ 4.30 บาท โดยอิงระดับพีอีที่ 10 เท่า

อย่างไรก็ตามกรุงเทพธุรกิจไม่ได้ทำตาม กฎหมายที่กลต.กำหนดไว้ว่า ในกรณีบริษัทที่ออกบทวิเคราะห์เป็นแกนนำและผู้รับประกันการจัดจำหน่ายนั้น จะต้องแจ้งข้อมูลต่อผู้ลงทุน ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียด้วย ในกรณีนี้ซีไอเอ็มบีเป็นแกนนำและผู้รับประกันการจัดจำหน่าย ซึ่งวงการหุ้นเรียกว่าเป็น"เจ้ามือผู้ดูแลราคาหุ้น"

งามไส้ต้องให้บริษัทที่ขายหุ้นจองออกบทวิเคราะห์เชียร์

ก่อน หน้านั้นบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นNBCได้ออกบทวิจัยฉบับ หนึ่ง( คลิ้ก ลิ้งค์ )แม้ ได้ให้คำแนะนำการลงทุนใดๆ แต่ก็ให้เป้าหมายในปี2553ไว้ที่3.46บาทต่อหุ้น สูงกว่าราคาจองที่2.90บาทต่อหุ้น โดยระบุว่ามีจุดเด่นหลายด้าน ค่าพี/อีประเมินไว้11.5เท่า โดยมีส่วนลดจากกลุ่มเดียวกันที่มีค่าพี/อี14.4เท่า เนื่องจากบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายกันอย่างMCOT(อสมท.) BEC(ช่อง3)มีความมั่นคงกว่า

อย่างไรก็ตามในกรณีของฟินันเซียไซรัสได้ ระบุไว้ในบทวิเคราะห์ว่า เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นNBC แต่ส่วนCIMBนั้นเวบไซต์กรุงเทพธุรกิจ ไม่ยอมระบุแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามCIMBได้ระบุไว้ในบทวิเคคาะห์ของตน โดยยอมรับว่าเป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายหุ้นNBC(คลิ้กดูที่ลิ้งค์)

ทั้งนี้คนในวงการค้าหุ้นกล่าวว่า บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ไซรัส และCIMBอาจเชื่อถือมากนักไม่ได้ เนื่องจากมีส่วนได้เสียกับการเป็นผู้ร่วมขายหุ้นและรับประกันการขายหุ้น จองNBC ส่วนการที่เครือเนชั่นนำบทวิเคราะห์CIMBมาลงในช่วงเวลา15.30น.ตอนที่จวนจะ หลุดราคา3บาทลงไป นอกจากจะน่าเกลียดยังเป็นการทำผิดกฎหมายด้วย

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้กำหนด เป็นประกาศกลต.ที่กลต.ก.(ว.)46/2551ไว้ว่า การจัดทำบทวิเคราะห์หุ้นเพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนนั้นต้องเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับส่วนได้เสีย เช่น การรับจัดจำหน่ายหุ้น เป็นต้น ซึ่งกรณีของไซรัสนั้นเข้าเกณฑ์ตามประกาศนี้ จึงต้องแจ้งต่อนักลงทุนว่า แม้จะให้ราคาเป้าหมายหุ้นNBCสูงกว่าราคาจอง แต่ก็มีส่วนได้เสียจากการเป็นผู้ขายและรับประกันการขายหุ้นจองNBCอยู่ด้วย ส่วนCIMBก็ได้แจ้งไว้ในบทวิเคราะห์เช่นกัน




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2552 21:28:22 น.
Counter : 261 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.