ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

ปากเจ๊ปองพล่อยหลังรู้ข่าวพระเทพฯช่วยบริจาคค่าทนาย4ขรก.ถูกพันธมิตรฟ้อง

โดย เวบไทยอินไซเดอร์
3 ตุลาคม 2551

เจ๊ปองเหิมปากเสียประชดชวนพันธมิตรกลับบ้าน น้อยใจข่าวพระเทพบริจาคค่าทนาย4ขรก.ที่ถูกพธม.ฟ้อง

เวบ ไทยอินไซเดอร์ ของนายเอกยุทธ อัญชัญบุตรรายงานว่า พิธีกรสาว “อัญชลี ไพรีรัก” ข้องใจ “นรชิต สิงหเสนี” เลขาธิการสโมสรสราญรมย์ “เจ้ากี้เจ้าการ” ออกหนังสือเวียนให้ขรก.ระดมทุนต่อสู้คดีเขาพระวิหารกับป.ป.ช. จี้ให้เปิดจดหมายที่ส่งไปถวาย “พระเทพฯ” เขียนว่าอย่างไร ยอมรับ “เป็นงง” กับข่าวชิ้นนี้

วันที่ 3 ต.ค. 2551 เวลา 10.10 น. น.ส.อัญชลี ไพรีรัก พิธีกรเวทีพันธมิตรกล่าวบนเวทีถึงข่าวสมเด็จพระเทพฯทรงบริจาคเงินค่าทนาย ความให้ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ 4 คนที่ถูกพันธมิตรฟ้องกรณีเขาพระวิหารว่า ข่าวนี้นายนรชิต สิงหเสนี เลขาธิการสโมสรสราญรมย์ เจ้ากี้เจ้าการออกหนังสือเวียนให้ข้าราชการระดมทุนต่อสู้คดีกับป.ป.ช. นายนรชิตออกหนังสือเวียนเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ก็ได้ทุน และบอกว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเงินช่วยเหลือในคดีนี้ด้วย ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นมงคลและขวัญกำลังใจอันสูงสุดแก่ข้าราชการทั้ง 4 คน

“ทั้ง 4 คนนี้ที่ทำเรื่องปราสาทพระวิหาร ที่ไม่ได้บอกกับเราว่าเค้าทำอะไร นายนพดล (ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ) ทำอะไร หนังสือเวียนนี้ระบุว่าสมเด็จพระเทพฯพระราชทานเงินทุน หนังสือยังบอกอีกว่า คุณอานันท์ ปันยารชุน-พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา-นายประจวบ ไชยสาส์น ก็บริจาคด้วย”น.ส.อัญชลีกล่าว

น.ส. อัญชลี กล่าวอีกว่า หนังสือพิมพ์พาดหัวตัวโตวันนี้ว่า พระเทพฯพระราชทานเงินช่วย 4 ขรก.บัวแก้วที่ถูกพันธมิตรฯร้องเรื่องเขาพระวิหาร เรื่องนี้ทำให้อัญชลีงงตั้งแต่เช้า นายสมชาย (วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี) เพิ่งพูดกับสื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกรัฐฒนตรี) เป็นคนดีที่สุด แล้ว และข่าวชิ้นนี้บอกว่า บัวแก้วระดมทุนช่วยข้าราชการที่ถูกพันธมิตรฯฟ้อง และมีสมเด็จพระเทพฯช่วยและอดีตข้าราชการก็ช่วยด้วย

“ตกลงเราผิดหรือ ถูก โกงชาติ-ปล้นชาติเป็นคนดี โกงงบประมาณเป็นคนดี และไปช่วยนักการเมืองสารเลว ได้รับการช่วยเหลือจากคนชั่วทั้งแผ่นดิน เรากลับบ้านเราดีกว่ามั้ย เรามาไกลเกินกว่าจะกลับซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) มันขึ้นกับว่า จดหมายจากกรรมการสราญรมย์ ที่ส่งไปถวายสมเด็จพระเทพฯเขียนว่าอย่างไร ขึ้นกับว่า หนังสือที่กราบทูลระบุว่าอย่างไร สมเด็จพระเทพฯทรงมีพระเมตตากรุณา แต่เมื่อคุณได้เงินพระราชทานมา หรือได้จากคุณอานันท์ ปันยารชุน แล้วคุณเอาไปเขียนหนังสือบอกว่าอย่างนี้ คุณนรชิต สิงหเสนี ต้องตอบสังคมแล้ว ฉันไม่ใช่คนโง่ หนังสือที่ส่งไปกราบบังคมทูล เขียนว่าอย่างไรกันแน่”น.ส.อัญชลีกล่าว

คดี ดังกล่าวพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยฟ้องร้องต่อคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ข้าราชการทหาร และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวม 45 คน เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2551 ในกรณีที่ทำให้ประเทศไทยสูญเสียอธิปไตยและเขตแดนบริเวณรอบๆ ปราสาทพระวิหาร จากกรณีที่ครม.มีมติวันที่ 17 มิ.ย. 2251 ให้ความเห็นชอบกับคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา กรณีประสาทพระวิหาร ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรค 2 และต่อมาคณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีมติรับคำร้องดังกล่าวนี้แล้ว

อดีตตุลาการศาลรธน.รับเป็น'ทนาย' ต่อสู้ให้4ขรก.บัวแก้ว! ยันมาจากครอบครัวดี ไม่ใช่มาจากข้างถนน

อดีต ตุลาการศาลรธน.รับเป็น “ทนายแก้ต่าง” ให้ 4 ขรก.บัวแก้วที่โดนพันธมิตรฯฟ้องในคดีเขาพระวิหาร ร่วมกับครม.หมัก “สุจินดา” เหน็บเจ็บ ทั้ง 4 คนมาจากครอบครัวที่ดี ไม่ใช่มาจากครอบครัวข้างถนน ยืนยันทั้ง 4 คนไม่ได้ทำผิดอะไร

นายสุ จินดา ยงสุนทร อดีตรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศและอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ตนจะเข้าไปช่วยเหลือเป็นหัวหน้าทีมทนายความให้กับข้าราชการกระทรวงการต่าง ประเทศ 4 คนคือ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, นายกฤต ไกรจิตติ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย, นายพิษณุ สุวรรณะชฎ รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก และนายเชิดชู รักตะบุตร อัครราชทูต (ปฏิบัติราชการที่กรมสนธิสัญญาฯ) ที่ถูกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้าร้องต่อป.ป.ช.ให้สอบสวนกรณีมี ส่วนร่วมกับรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีการดำเนินการเรื่องปราสาทพระวิหาร

นายสุจินดา ระบุว่า ตนจะเข้าไปช่วยเหลือเป็นหัวหน้าทีมทนายที่ประสบปัญหาอันเกิดจากการปฏิบัติ หน้าที่รวมทั้งหมด 45 คน ซึ่งสาเหตุที่ไปช่วยเหลือด้านกฎหมายให้กับทั้งหมด เพราะทุกคนเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา สมัยตนอยู่กระทรวงการต่างประเทศ และทุกคนล้วนมาจากครอบครัวที่ดี ไม่ใช่มาจากครอบครัวข้างถนน อีกทั้งนายกสมาคมอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือมาถึงตน เพื่อขอให้ช่วยเหลือ

นายสุจินดา กล่าวอีกว่า เท่าที่ทราบ อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศหลายคนเห็นว่า ทั้ง 4 คนไม่ได้ทำผิด จึงมีการร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือ ซึ่งก็ได้เงินมาเกือบ 3 ล้านบาทแล้ว แต่ถึงไม่มีเงินจ้างทีมทนาย ตนก็พร้อมจะช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะเห็นว่าทุกคนเป็นคนดี จึงต้องการช่วยเหลือ

“ขณะนี้ข้าราชการ ทั้ง 4 คน ได้ชี้แจงกับป.ป.ช.แล้ว เพื่อให้ข้อมูลกับอนุกรรมการไต่สวน แต่ต้องรอฟังต่อไปว่า ป.ป.ช.จะทำอย่างไร เขาก็ยังไม่ได้บอกว่า ทั้งหมดทำผิด ที่สำคัญมองว่าข้าราชการทั้ง 4 คนไม่ได้กระทำผิดอะไร แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะตอนนี้บ้านเมืองกำลังระส่ำระส่าย ผมกับทีมงานกำลังรวมประเด็นต่างๆ หากว่าสุดท้ายป.ป.ช.ชี้มูลกับทั้งหมด”นายสุจินดากล่าว




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2551    
Last Update : 3 ตุลาคม 2551 14:49:26 น.
Counter : 403 Pageviews.  

นักข่าวภาคสนามวังเวง นายกสมาคมสื่อดอดฮั้วพธม.

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ข่าวสด และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
19 กันยายน 2551

นายก สมาคมนักข่าวรุดเคลียร์พธม.หลังเกิดเหตุคุกคามสื่อถี่ยิบ โดนพันธมิตรกล่อมอยู่หมัด อ้างการ์ดที่สร้างปัญหามีแค่20%ได้ไล่ออกไปบ้างแล้ว ต่อไปหากเจอล้อมกรอบให้ไปร้องทุกข์ที่ผู้กำกับสน.พันธมิตรได้ สุดท้ายหันมาเตือนนักข่าวภาคสนามให้ทนมือทนตีนต่อไป แถมออกข่าวทางเวบสมาคมด่าคนที่ประนามม็อบคุกคามสื่อว่าไม่ใช่นักข่าวอย่ามา ยุ่ง ถือว่าเป็นไปตามที่สื่อภาคสนามที่ตกเป็นเหยื่อคาดไว้ คือหวังอะไรกับพวกสมาคมสื่อไม่ได้ เพราะนายทุนสื่อกับพธม.สมประโยชน์ร่วมกัน

นายกสมาคมสื่อรุดเคลียร์พธม. สรุปให้นักข่าวทนกับการคุกคาม
ข่าว สดรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.นาตยา เชฐโชติรส นายกสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้กำลังใจสื่อมวลชน กรณีที่สื่อมวลชนถูกคุกคามการปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวการชุมนุมของกลุ่ม พันธมิตรฯ

โดยน.ส.นาตยากล่าวว่า สมาคมฯเป็นห่วงผู้สื่อข่าวที่ปฏิบัติหน้าที่การทำข่าวของกลุ่มพันธมิตรฯใน ทำเนียบรัฐบาลที่การรายงานข่าวไม่ราบรื่น และมีการกระทบกระทั่งกับมวลชนของกลุ่มผู้ชุมนุม จึงได้มีการหารือกับแกนนำกลุ่มพันธมิตร การ์ดอาสา และกลุ่มนักรบศรีวิชัย ซึ่งทางกลุ่มพันธมิตรฯรับปากจะกวดขัน ป้องปรามการกระทบกระทั่งกับสื่อให้น้อยที่สุด โดยยอมรับว่า มีการ์ดประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ ที่ทำอะไรเกินเลยไป และมีปัญหา ซึ่งได้มีการสอบสวนและไล่ออกไปบ้างแล้ว ต่อไปหากสื่อมวลชนมีปัญหา ขอให้ไปร้องเรียนต่อนายกิตติชัย ใสสะอาด หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยกลุ่มพันธมิตร ที่สน.พันธมิตรฯ เพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป

อย่างไรก็ตามอยากให้สื่อมวลชนรับสภาพการ ทำงานที่ต้องมีความหลากหลายและมีความคิดเห็นแตกต่างกัน รวมทั้งขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส ให้เกียรติและเคารพในความเห็นที่แตกต่างกัน

ขณะเดียวกันในเวบไซต์ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้ลงข่าวเรื่อง แถลงการณ์นายมะโนไม่ได้เป็นมติร่วมจากการหารือกับสื่อมวลชนภาคสนาม จากกรณีที่นายมะโน ทองปาน ซึ่งอ้างตำแหน่งว่าเป็นที่ปรึกษากลุ่มนักข่าวภาคสนาม ได้ออกแถลงการณ์นักข่าวภาคสนามฉบับที่ 1 เรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนโดยระบุว่าจากการที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยึดทำเนียบฯ และมีการกระทบกระทั่งกันระหว่างนักข่าวกับกลุ่มผู้ชุมนุมบางคน โดยมีการพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามข่มขู่ให้กลัว ดังนั้นนักข่าวภาคสนามจึงเรียกร้องต่อกลุ่มพันธมิตรฯ ให้ความร่วมมือในสิทธิเสรีภาพการรายงานข่าวของสื่อมวลชนตามหลักสากลให้มอง นักข่าวภาคสนามเป็นมิตรด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสื่อมวลชนส่วน ใหญ่หลายสำนักที่ปักหลักทำข่าวการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯในทำเนียบรัฐบาล ขอชี้แจงกรณีที่นายมะโนออกแถลงการณ์ดังกล่าวว่า แถลงการณ์ดังกล่าวนายมะโนไม่ได้เป็นมติร่วมจากการหารือกับสื่อมวลชนภาคสนาม ที่ทำข่าวการชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลแต่อย่างใด อีกทั้งสื่อมวลชนส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้จักนายมะโนเป็นการส่วนตัว ดังนั้นแถลงการณ์การดังกล่าวจึงถือเป็นแถลงการณ์ที่เป็นมุมมองความคิดเห็น ส่วนตัวของนายมะโนแต่เพียงผู้เดียวแล้วกล่าวอ้างว่าเป็นฉันทามติส่วนใหญ่ของ นักข่าวภาคสนาม

อีกทั้งในกรณีที่นายมะโนอ้างตำแหน่งว่าเป็นที่ ปรึกษานักข่าวภาคสนามนั้น ขอชี้แจงว่าในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนภาคสนามตั้งแต่เริ่มการชุมนุมมาอย่าง ต่อเนื่องนั้น กลุ่มผู้สื่อข่าวไม่เคยมีที่ปรึกษากลุ่มนักข่าวภาคสนาม ซึ่งการใช้ตำแหน่งนี้กล่าวอ้างขึ้นมาอาจสร้างความสับสนและเข้าใจผิดได้

ส่วน ในแถลงการณ์ดังกล่าวมีการระบุว่ามีการกระทบกระทั่งและคุกคามระหว่างสื่อมวล ชนกับผู้ชุมนุมบางคนถึงขั้นอุ้มตัวนักข่าวไปสอบสวน มีการสะกดรอยตามและข่มขู่นั้น นักข่าวส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลขอชี้แจงว่า การทำหน้าที่สื่อภายใต้สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรขณะนี้ สถานการณ์เป็นไปในทางที่ดี เนื่องจากเมื่อมีเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันบ้างก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยจาก การเข้าใจผิดในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในการทำหน้าที่ภายใต้สถานการณ์การเมืองที่แหลมคมในขณะ นี้ ซึ่งในแต่ละครั้งผู้สื่อข่าวก็ได้มีการทำความเข้าใจกับระดับแกนและหัวหน้า ชุดรักษาความปลอดภัย จนมีข้อตกลงร่วมกันในระดับที่ยอมรับกันได้ ส่งผลให้สถานการณ์การทำหน้าที่สื่อในการชุมนุมอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

ผู้สื่อข่าวภาคสนามประจำทำเนียบรัฐบาล

เหยื่อพธม.ไม่หวังสมาคมสื่อช่วย เหตุนายทุนสื่อกับพธม.สมประโยชน์กัน
ก่อนหน้านั้นเกิดเหตุพันธมิตรล้อมกรอบช่างภาพข่าวสด ซึ่งผู้เสียหายเผยว่า เพื่อนๆ สื่อมวลชนก็บอกว่าอย่าพึ่งสมาคมสื่อเลย หวังอะไรไม่ได้ หากคิดในทางมุมกลับกัน ก็ต้องยอมรับว่าผู้ใหญ่สมประโยชน์กัน จึงไม่เข้ามาดูแลชีวิตความปลอดภัยของพนักงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น




 

Create Date : 20 กันยายน 2551    
Last Update : 20 กันยายน 2551 14:29:43 น.
Counter : 262 Pageviews.  

จับผิดสนธิ บทสัมภาษณ์Asia Timesกับบทแปลในผจก.ออนไลน์

ASIA HAND
What Sondhi really wants for Thailand
By Shawn W Crispin

BANGKOK - Whether one is for him or against him, media mogul and anti-government protest leader Sondhi Limthongkul has indelibly changed the course of Thai history. Now encamped at a swelling protest site around Government House in Bangkok, he is trying to redefine the way Thailand's fragile and flawed democracy works.

Sondhi's People's Alliance for Democracy (PAD) movement was instrumental in setting the stage for former premier Thaksin Shinawatra's military ouster in 2006. Reconstituted in May this year, the PAD now aims at toppling Prime Minister Samak Sundaravej's administration, which the PAD's leaders claim is a proxy for Thaksin's interests and has tried to subvert



investigations and legal processes underway against the exiled former premier.

The PAD unexpectedly ramped up its protests on August 26, including raids on government ministries and a state-run television station, a fortnight after Thaksin became a fugitive from Thai justice in Britain. The protest group has since laid siege to Government House and refused to budge unless Samak resigns.

After pro- and anti-government groups clashed, leaving one dead and dozens injured, Samak last week declared a state of emergency, which is still in effect but until now without soldiers on the streets. Televised images of those and earlier bloody clashes between protestors and police carried by Sondhi's ASTV satellite television news station were beamed nationwide.

Judging by the increasingly large crowds that have gathered since at Government House, it appears those images, which harked to some to previous Thai government crackdowns on pro-democracy demonstrators, have won a wider support base for the anti-government movement, which Bangkok's middle classes had previously shied away from.

At the same time, the PAD's call for "new politics", a proposal viewed by many as reactionary and anti-democratic, has been met with circumspection in the local and foreign media. In an interview, Sondhi says the "new politics" he envisions is all about deepening democracy rather than retreating from it.

But democracy, he says, needs to be tailored to Thailand's particular context, and not follow blindly the generic version promoted by the West. Facing treason charges and threats to his life, Sondhi insists the PAD remains a "non-violent" movement. He stole away from the PAD's Government House protest site over the weekend to explain to Asia Times Online's Southeast Asia Editor Shawn W Crispin for what and for whom he is really fighting.

Asia Times Online: Last week Prime Minister Samak issued an emergency decree, but army commander General Anupong Paochinda hasn't yet responded to his call to disperse your protest movement. Why?

Sondhi Limthongkul: I get the feeling that Anupong has heeded the King's advice ... not to hurt the people. That's the reason Anupong decided not to disband us.

What is even more interesting is that Samak told him to close down ASTV and Anupong refused, saying that if I close down ASTV then I have to close down [Prime Minister's Office-run] NBT too, because both stations are instigating riots. That prompted Samak to issue a de facto second emergency decree, which pulled all the powers back to him.

ATol: The situation has now reached what many fear could be a dangerous tipping point. How did it come to this?

Sondhi: The situation became more severe recently when Samak decided to use force to disband the crowds. The clubbing of the people happened when he cited the court order to disband us, but he forgot on the same day the court had reversed its verdict and said we could stay. Still, again they used clubs, clubbed women and children, and we have evidence showing all this.

The breaking point came in two incidents. That same day, at night, they clubbed children and women. Then more and more people start joining us, hundreds of thousands of people. Twenty thousand people decided to surround the metropolitan police station [on August 29] requesting a serious inquiry into who clubbed the women and children.

Instead they fired tear gas out to disperse the people. And then Samak lies outright, saying the crowd fired the tear gas, which is ridiculous. What's more important is that Thai PBS has footage that shows clearly that the tear gas was fired from inside [the police station]. And the last incident was when the government sponsored hoodlums led by its MPs and joined by the deputy communications minister.

They marched openly with knives, clubs, weapons. And interestingly enough they hired people from upcountry, around 15,000, supposedly brought to Bangkok to celebrate the Queen's birthday, which Samak set up. They marched to where we had set up a barricade to protect ourselves. The news footage, BBC footage, shows that a plainclothes policeman drew the gun and shot at the crowd and we saw one dead. There were big skirmishes and one of theirs died too. There were around 50 injuries.

So the whole country has seen the brutality of the police, which was initiated, ordered and commanded by Samak. That's why more and more people, more professions, teachers, doctors, lawyers, and the final touch, the university students, have finally joined us. Forty universities finally declared that Samak is no longer fit to run the country. This is the latest.

ATol: What's the best-case scenario out of the crisis? Would the establishment of a royally endorsed government of national unity be a way out?

Sondhi: The question would be who is going to be the prime minister. Would the King appoint a prime minister using [constitutional] Article 7? I doubt it. The King has never done that in the history of Thai politics. The only time he nearly did was [after the military crackdown on] October 14, 1973, when he appointed Sanya Thammasak. But even then it was done through a third party, not directly by the King.

So there has to be someone who is actually handling this. You see Samak and Thaksin have guarded against this by making [Thaksin loyalist] Newin Chidchob's father the speaker of parliament, because under the constitution only the house speaker can appoint a prime minister. So there is almost no way we will get someone from outside to run a national government.

So our stance is very firm: Samak and this government need to go first before we will sit down and negotiate with anybody.

ATol: Towards a government of national unity?

Sondhi: Whatever. We are willing to sit down and talk, but not before Samak is out.

ATol: Who, to your mind, would be an acceptable compromise premier? [Former prime minister and Chat Thai party leader] Banharn Silpa-archa?

Sondhi: Not Banharn. We don't want old politics.

ATol: What role has the palace or royal advisory Privy Council played behind the scenes in negotiating between your movement and the government?

Sondhi: I think the Privy Council is very worried about the status of Thai society. On the one hand, they don't like the situation which has been escalating. On the other hand, we have to be realistic that the Privy Council does not trust Samak's government because it is a nominee of Thaksin.

This actually goes back to the same old theory that Thaksin is against the King. It's the same old play again and again and again. Only this time Thaksin is using Samak and this time Thaksin is outside Thailand and is clinging onto an elected prime minister to try to get international support.


ATol: Has your PAD movement been misinterpreted, in your opinion?

Sondhi: The international community and the international media hardly understand the real issue in Thailand. All the foreign journalists ... ask the very cynical question: Samak is an elected prime minister so what right do you have to seize Government House? Why don't you just form a political party and go against him?

I've told them this is "new politics". Old politics doesn't give channels for people who have grievances to air. No matter how we do it, it's been blocked. Corruption charges have been brought against this government, but only under a no-confidence vote in parliament, despite the evidence that shows clearly Samak's hand.

Then Samak simply doesn't answer the questions after he's been grilled for about 12 or 14 hours and says let's put it to a vote. If I win the vote, that means I'm clean. This is no way for a democracy. The West always looks at democracy in its form, but not in its substance.

ATol: The PAD is now promoting a so-called "new politics", apparently where 70% of parliament would be appointed and 30% elected. What is the thinking behind this?

Sondhi: The 70%-30% is only a model. The whole thing is happening in a vicious cycle because we are in the old politics. What I'm saying is, let's find a way to customize democracy which would fit Thailand. Let's not get democracy as you would go to McDonalds and order a hamburger, because democracy is still a Western export.

The academicians who got their degrees from Germany, from England, from the United States, from France, always use a mix-up between what they learned from these countries and invented a bloody constitution which does not work for Thailand. What I'm trying to say is let's sit down together, find the flaws of our old politics. Do we want old politics to continue like this? Most would agree the answer is ''no".

Then let's find something else. Maybe we don't need a 100% elected parliament. Maybe 70% [appointed]-30% [elected]. Note the word "maybe". Or maybe we should reduce the number of MPs from 480 to 240, which means we would still have elections in every province. But maybe two or three MPs from every province would be enough. [For] the rest, we could find new ways to get more people participating in politics from all walks of life. That's new politics.

ATol: Do you think the old politics are flawed because provincial voters lack political maturity or because they lack good electoral choices?

Sondhi: The provincial, rural people lack access to the right information because whoever is in government always controls the media. The reason the [PAD] movement is successful is because of ASTV. Without ASTV, there is absolutely no way this movement is feasible. ASTV is the only channel that has the courage to stand up and tell the people exactly what this government has done to the country.

The government has literally used former Channel 11 and changed it into NBT [National Broadcasting of Thailand] to propagandize issues. They completely lie every day about what they did, about what we did. So people start to wonder who is right and who is wrong. But as times goes on, more and more people are joining us.

So access to the right information is very crucial [to democratization of the provinces]. We have never had that before, never. Secondly, we have to find a way where the organizations and commissions that are supposed to be set up to check and balance the political process must be free from political interference, which is very difficult to do, very difficult, because they keep buying the people.

The whole thing happened because the Election Commission has never done its job. They closed one eye and took bribes and let cheating MPs into the parliament.

ATol: Your vision of "new politics" in some ways mirrors some of the constitutional amendments made by the military-appointed government in the wake of the 2006 coup, including their move from a fully to a partially elected Senate. Are your "new politics" in line with what they were promoting?

Sondhi: To tell you the truth, I don't know exactly the details of "new politics". I am feeling and everyone in our movement shares the feeling that we've had enough of the old ways of life. Let's sit down and find a new way of life, a better way of life so that we can have everlasting peace. So we don't have to have another military intervention.

If the military intervenes again, this time it's because the old politics allowed them to intervene, because the old politics allows the incumbent to abuse its own power because there is no good check and balance system. And some of the checks and balances can still be bought - which is why people feel disgruntled. That's why the military could take this opportunity and come in again. So "new politics" for me is the real democratic politics.

It would give a role to the military. I'm talking about definite roles that would be put in the constitution and in the people's minds that the military can only intervene in three matters: first of all, when there is a threat to the monarchy institution; second, concerning the sovereignty of the nation; third, when there is gross mismanagement by the existing government regarding human rights, liberty and corruption.

Apart from that, the military has no role. Nor will politicians be allowed to manipulate the military. The military should be separate from the defense minister. All military appointments should be decided by the Defense Council and then go straight to the King. Then it's his prerogative whether he agrees or not with the new line-up. If he doesn't agree with the new line-up, then he has the right to change it. So we separate the King, who would have his own base, which is the military.

And the people involved in politics should just go about managing the country.

ATol: Should the military have a role in appointing the people who are appointed to a "new politics" parliament?

Sondhi: No.

ATol: Do you think it's crucial to move towards these so-called "new politics" before the power vacuum that will inevitably emerge when His Majesty King Bhumibol and his steadying influence eventually pass from the scene? That is, does Thailand need to move in this direction before the royal succession takes place?

Sondhi: Before, before. For a peaceful succession, before.

ATol: How central is this to your movement, the idea that this



needs to be done before the royal succession?

Sondhi: I hadn't thought about it. All I think is that if you delay it for one more day, the country will get worse. All I'm worried about is the whole society. Because I really want a new society, where everybody agrees this is how we should live.

I mean we keep drafting constitutions, but we have never discussed how we would like to be governed. Once we agree on 12 points about how we would like to be governed, we should go for a referendum. And if over 70% or 80% agree, then we would draft a constitution according to each point concerning how we would like to be governed.

ATol: You mentioned in an April 2007 interview with ATol that "feudal" interests, including the established banking families, provided support to your previous protest rallies in 2005 and 2006. Do you still have that establishment support for the current round of rallies?

Sondhi: They still back me a little bit, not that much. But the support this time is interesting; there are two main sources of support. For financial support, we have entered the 104th day of our protest and I think we have received around 120 million baht in financial contributions.

Everything is being financed by ASTV - it is footing most of the bills. What we are getting that is interesting is from the medium-sized and small-sized business owners. People are willing to contribute 100,000 baht, 200,000 baht, even a million or a couple million. But normally contributions come in at around 1,000 or 2,000 or 10,000 baht. They're all from the middle classes.

The people are coming more and more, more and more, people from all over the country come to join us. Interestingly they take turns - some [provincial] districts send 200 people and when its time for them to go home and tend to their business, another 200 people come.

There has always been a pool of contributions from local businessmen, who pooled their money to rent a car, to pay for the gas, and they come over and stay overnight. And this sort of thing has been going on for 104 days. This is the longest marathon protest the world has ever known.

ATol: So there are no chief patrons out there contributing to the cause?

Sondhi: No, no, no.

ATol: Military forces also discreetly aligned behind your movement aimed against Thaksin in 2005 and 2006. Since the 2006 coup there have been growing indications that the military is split on hard and moderate lines. How has this intra-military competition played into or influenced your new incarnation movement?

Sondhi: Interestingly enough, our movement this time has never had any contact with the military. Mainly because we simply don't think we should rely on the military because we believe in people's power these days. Judging by the number of people who are joining us, I think it would be wiser to stick to the people.

The people's power we have been able to garner has become a formidable force - even could become a threat to the military because we could actually create a people's revolution. When you talk about airports closing in the south, it's not premeditated.

It's done simply because they are upset and they want to do something to help us in Bangkok. The people took the action by themselves and those are the people watching ASTV, mind you. And they are spreading all over.

ATol: But there have been known hard-line military figures like General Panlop [Pinmanee] who have said that if PAD co-leader Chamlong were arrested on the treason charges he will take over the PAD's leadership and ramp up further its protests. And PAD co-leader Somkiat Pongpaiboon said last week on the protest stage that the Special Warfare Operations command in Lopburi has provided support to the PAD.

Sondhi: Don't take too seriously what's said on the stage.

ATol: So there is no hard-line military faction backing or protecting the PAD?

Sondhi: Not at all, not at all.

ATol: Critics have said the PAD movement is perhaps partially driven by commercial interests, that when broadcast media reforms and liberalization are finally implemented you would prefer a government more aligned with your interests in place. Your reply?

Sondhi: Whoever said this is a dreamer. I mean, my goodness, I need to protest for 104 days to get myself a proper broadcasting license? Wouldn't it be better if I kissed the government's ass to get the money and the license? Then at least my life wouldn't be under threat.

This is not a couple of days protest. This is a mission, a philosophical fight. This is something where you are giving your life for what you believe in. It's not something you do simply because you want a license for your satellite TV station. Whoever said this is obviously of a very low intelligence.

ATol: Your 24-hours-per-day live rally broadcasts over ASTV are perhaps the most sophisticated the world has ever seen. Who is the mastermind behind the strategic management of the rally site?

Sondhi: The man behind it is my technical and production director. But the point is, we have become what I call a guerrilla TV station. We are very good at fighting in all conditions. That ability, and we have garnered this expertise since a couple of years ago, has taught us so many things that normal TV channels can not get.

Most of all, all of our staff at ASTV have become fighters now. So they are not only technicians, but they are fighting for the cause. If you keep listening to the same message over and over again, and use your intelligence to analyze it, you will find out that you are standing on the right side. So what they do, they do for the survival of the society. That's what makes them so hardworking.

ATol: The PAD has clashed with pro-government groups, Samak has issued an emergency decree specifically aimed at dispersing your movement, and all PAD leaders now face possible treason charges punishable by death. How do you manage your personal security?

Sondhi: We have two types of security: one is the type we set up ourselves and the other is volunteer security. The volunteer security is the guys who are blocking the [Government House] gates. The personal security for each PAD leader has been arranged by themselves.

So when I go anywhere inside Government House with maybe 10 people surrounding me and they are watching everyone who approaches me. [The protest site] is open and anyone could disguise themselves and open automatic fire on me. But anyone who does that would have to think more than twice because when you fire a shot you have to find a way to run away, right?

There is no way anyone could shoot me and get away from those crowds. They would be torn into pieces.

ATol: How much do your rallies cost per day?

Sondhi: One million baht [US$29,000] inclusive, including everything, satellite time, staff.

ATol: Who gets compensated and who doesn't?

Sondhi: The volunteers don't get paid. Some of the personal security gets paid because they are the ex-policemen and ex-military. They are professionals.

ATol: Your movement has deployed the leftist symbolism of the student movements of 1973 and 1976, which has appealed to a progressive element in your PAD movement. Yet you have also mobilized nationalistic and conservative state symbols, including the monarchy, which those left-leaning movements from the 70s shied from. How have you reconciled these two apparently opposed philosophies under the PAD banner?

Sondhi: Because of Samak and Thaksin. They are so bad, they are the worst elements, that even people who used to be against the monarchy [in the 1970s] think that now we better help the monarchy institution.

ATol: Do you see irony in the fact that Samak, who many feel was instrumental in the bloody crackdown on left-leaning students in 1976, is now nominally fighting to uphold democracy while your progressive-backed movement is advocating a move away from democracy as it is known today?

Sondhi: It depends on how you define democracy. You are talking about Western-concept democracy, I'm talking about something that everybody has a hand in. I'm not against elections, but what I'm saying is that 100% election-based democracy may not be the right answer. Let's find a new way, because we've had 56 years of Western democracy, and 56 vicious years, and we've never had long-lasting peace.

Let's find a way to get this country moving again and moving on solid ground, solid behind the people, making everybody happy that they have a fair share. A cake on the table to be divided among the people, let there be a win-win situation. Let's not have the biggest piece go down to the politicians and a smaller piece to the people in the name of democracy.

The moment for change is now. People are talking about new politics now. People have a million thoughts about new politics. We need to screen all those million thoughts, then crystallize it and get it down to the nitty gritty and see what new politics really means and how it would be different from the old politics and which part of the new would be better.

ATol: Isn't that what was done to some degree with the progressive 1997 constitution, popularly known as the "people’s charter", which was abrogated after the 2006 coup?

Sondhi: It could be more than that, with more public participation. The whole country would need to participate. The 1997 constitution would look top-down when compared with "new politics" and the people's role.

ATol: How do you hope to be remembered historically as a key leader of the PAD movement?

ATol: I don't. I tell you honestly I hate the day I had to take this road. Let's wrap it up and create a new society and then I'll disappear. I'm not running for office, I'm not interested.

But if there is a change in government and there is a new panel to reform and supervise the country in an authoritative manner, if I was invited and had the power to change things, I would do it as my final act for the country. I'd play that role.

ATol: For this final act to happen, would it need at least symbolic royal endorsement?

Sondhi: Probably we would need a royal endorsement to move in that direction. Because, again getting back to your original question, it’s vital for the succession too.

Shawn W Crispin is Asia Times Online’s Southeast Asia Editor. He may be reached at swcrispin@atimes.com

Copyright 2008 Asia Times Online (Holdings) Ltd. All rights reserved. Please contact us about sales, syndication and republishing.)


มีข้อความนี้อยู่ในคำสัมภาษณ์ เป็นที่เข้าใจกัน กรุณาอย่าแปล
//www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/JI09Ae01.html

ATol: What role has the palace or royal advisory Privy Council played behind the scenes in negotiating between your movement and the government?

Sondhi: I think the Privy Council is very worried about the status of Thai society. On the one hand, they don't like the situation which has been escalating. On the other hand, we have to be realistic that the Privy Council does not trust Samak's government because it is a nominee of Thaksin.

This actually goes back to the same old theory that Thaksin is against the King. It's the same old play again and again and again. Only this time Thaksin is using Samak and this time Thaksin is outside Thailand and is clinging onto an elected prime minister to try to get international support.


แต่ที่ให้สัมภาษณ์พอมาลงในเว็บ ท่อนดังกล่าวหายไป
//www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000107063

ขอบคุณการตรวจสอบจับผิดโดยคุณขอสักครั้งจะไม่ลืมพระคุณแห่งโต๊ะราชดำเนิน




 

Create Date : 10 กันยายน 2551    
Last Update : 10 กันยายน 2551 16:57:03 น.
Counter : 4956 Pageviews.  

ขบวนการย้อมผ้าดำให้เป็นขาวเริ่มทำงานManagerชี้ใบกระท่อมเป็นยา

ผลวิจัยชี้หมอพื้นบ้านเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้กระท่อมรักษาโรค ด้านนักวิชาการหนุนต่อยอดเป็นยา

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 กันยายน 2551 06:55 น.

ผลวิจัยชี้หมอพื้นบ้าน เกือบ 100% ใช้กระท่อมเป็นยารักษาท้องร่วง เบาหวาน แก้ปวดเมื่อย ระบุ ใช้ร่วมกับชุมเห็ดเทศ กินแบบไม่เอาก้าน ห้ามกลืนกาก กินแล้วไม่ติด ถ้าติดมีตำรับยาล้างพิษ นักวิชาการ ชี้ ภูมิปัญญาพื้นบ้านขาดหายเพราะกระท่อมกลายเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไม่กล้านำมาใช้ ควรต่อยอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในอนาคตพัฒนาเป็นยารักษาโรคได้

นางปราณี รัตนสุวรรณ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ ภาควิชาเภสัชเวท และเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคณะ ได้ทำการวิจัยเชิงสังคมศาสตร์ เรื่อง “ภูมิปัญญาการใช้กระท่อมของหมอพื้นบ้านภาคใต้ของประเทศไทย” ในการประชุมวิชาการประจำปี 2551 การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือกแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ที่ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี

นางปราณี กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยทางเอกสาร ในการศึกษาเชิงพื้นบ้าน การศึกษาเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์แบบเจาะจงโดยทำการสัมภาษณ์หมอพื้นบ้านที่มีประสบการณ์การใช้ กระท่อมในการรักษาผู้ป่วย ทั้งหมด 49 คน อายุอยู่ในช่วงระหว่าง 61 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย และแบ่งกลุ่มหมอพื้นบ้านที่มีใบประกอบโรคศิลปะและไม่มีใบประกอบโรคศิลปะซึ่ง กว่าร้อยละ 50 มีประสบการณ์เป็นหมอพื้นบ้าน 21-30 ปี ผลจากการศึกษา พบว่า มีเอกสารในการอ้างอิง 3 เอกสาร โดยข้อมูลแหล่งความรู้เกี่ยวกับการใช้กระท่อมร้อยละ 71.4 ได้มาจากบรรพบุรุษ สำหรับที่มาของกระท่อมมากจากปลูกเอง ร้อยละ 48.98 และหมอพื้นบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการนำกระท่อมมาใช้รักษาโรคร้อยละ 95.9

นางปราณี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ผลการสัมภาษร์เจาะลึกและสนทนากลุ่ม โดยวิเคราะห์จากความถี่ของโรคที่หมอพื้นบ้านนิยมใช้กระท่อมรักษาโรค พบว่า มีการใช้กระท่อมรักษาอาการท้องร่วงมากที่สุด ร้อยละ 67.4 เบาหวานร้อยละ 63.3 แก้ปวดเมื่อยร้อยละ 32.7 รูปแบบที่ใช้มากที่สุดคือ การใช้ใบเคี้ยวคายกากแล้วดื่มน้ำตาม และมีข้อห้ามกับคนที่เป็นโรคหัวใจ ซึ่งกระท่อมในการรักโรคชนิดที่มีฤทธิ์ดี คือ ชนิดก้านแดง ส่วนอาการข้างเคียงที่พบในกระท่อม คือ ท้องผูก กลัวฝน การใช้กระท่อมจึงนิยมใช้ร่วมกับใบชุมเห็ดเทศ และวิธีการรับประทานกระท่อมไม่ให้เสพติดคือรูดเอาแต่ใบไม่เอาก้านและเมื่อ เคี้ยวห้ามกลืนกาก ถ้าติดแล้วให้ใช้ตำรับยาล้างพิษ นอกจากนี้ หมอพื้นบ้านส่วนใหญ่มีความเห็นให้มีการนำมาใช้ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน

“ในอดีตกระท่อมถูกนำมาใช้เพื่อให้ผู้ที่ต้องทำงานหนัก ทำงานได้ทน ไม่เหนื่อย ต่อการทำงานกลางแดดเป็นระยะเวลานาน ตำราของหมอพื้นบ้านและหมอแผนไทยจึงมีการใช้กระท่อมมานานแล้ว แต่ปัจจุบันไม่มีผู้ใดกล้านำมาใช้เพราะกระท่อมถือเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ดังนั้น องค์ความรู้จึงขาดหายจึงควรมีการรวบรวมองค์ความรู้ของหมดพื้นบ้านของการใช้ กระท่อมในการบำบัดรักษาโรคเพื่อการใช้ประโยชน์จากกระท่อมเป็นยาในอนาคตต่อไป ”นางปราณี กล่าว

นางปราณี กล่าวด้วยว่า จากผลการศึกษาครั้งนี้ สามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานกับผู้ที่จะศึกษาถึงการบำบัดรักษาโรคของหมอพื้น บ้านด้วยกระท่อมด้วยวิธีการใช้แบบที่ไม่เสพติดและวิธีการป้องกันและรักษาผู้ ติดกระท่อม เพื่อให้มีการต่อยอดในเชิงวิทยาศาสตร์ที่ปัจจุบันยังไม่มีหารศึกษาทางคลินิก อย่างจริงจังเพื่อให้ความรู้เหล่านี้ได้ทุกนำมาใช้ประโยชน์ทางยาต่อไป


-----------------------------------------------------------------------------------

เออ... ใช่มันเป็นยา ผมไม่เถียง แต่ยาประเภทนี้ต่อให้ใช้ได้จริง มันก็ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ผุ้เชี่ยวชาญถึงจะสามารถซื้อใช้ได้ หรือไม่ก็อาจจะไม่สามารถนำมาขายในร้านขายยาทั่วไปได้ต้องสั่งผ่านทางรพ.โดยมีใบสั่งยาเท่านั้น
จะปลูกโดยไม่ได้ขออนุญาตก็ไม่ได้ จะใช้ยาโดยตรงก็ไม่ได้เพราะมันต้องผ่านขั้นตอนการแปรรูปทางเคมีอีก
และยาแบบนี้ทะเบียนอย.ก็ยังไม่ได้ขึ้น อยู่ระหว่างขั้นตอนศึกษา เอามาใช้มั่วๆสั่วๆอย่างนี้ไม่ได้ ยาเสพติดดีๆแหละน่า

คอการเมืองเขารู้ครับว่าคุณเสนอข่าวแบบนี้ด้วยจุดประสงค์อะไร




 

Create Date : 09 กันยายน 2551    
Last Update : 9 กันยายน 2551 2:55:41 น.
Counter : 336 Pageviews.  

ความสัมพันธ์ระหว่าง Lao Star กับสนธิ

ได้อ่านข้อมูลหนึ่งจาก blog หนึ่ง เขาเขียนเป็นภาษาอังกฤษนะครับ (คนเขียนก็เป็นคนของ The Nation) เมื่อแปลได้ดังนี้

...สนธิ กับ ทักษิณ เมื่อก่อนเรียกได้ว่า เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาก ในหนังสือของสนธิ "แพ้เสียก่อนถึงจะชนะ" สนธิเคยเสนอขายหุ้น IEC ให้ทักษิณ ประมาณปี 2535 (ก่อนหน้าทักษิณเล่นการเมือง) จำนวน 17.5 % ทักษิณก็ซื้อในราคา 10 บาทต่อหุ้น นี่เป็นราคาหุ้นก่อนเข้าตลาด จนกระทั่งหุ้นเข้าตลาด ก็ราคาไปอยู่ 250 บาท ทักษิณก็ขายทำกำไร โดยสนธิบอกว่า ทักษิณได้กำไรประมาณ 6-7 ล้านบาท และสนธิ ก็คิดว่า ทักษิณเอาเปรียบตนที่ได้กำไรไปเยอะขนาดนั้น แถมยังคิดว่า ทักษิณเกิดได้เพราะตนเอง และไม่คิดว่าตนเองเป็นหนี้บุญคุณทักษิณแต่อย่างใด

สนธิได้เริ่มเข้าทำธุรกิจการสื่อสาร เมื่อเขาได้เข้าหุ้นของกลุ่มสยามซีเมนต์ และได้ก่อตั้งสื่อ เครือผู้จัดการขึ้นมา โดยบริษัทที่สนธิซื้อมาจากเครือสยามซีเมนต์ ก็คือบริษัท Micronetic ซึ่งต่อยอดมาเป็น IEC

IEC ก็เป็นตัวแทนขายของ AIS, และ DTAC

ในช่วงปี 2538 ซึ่งเศรษฐกิจบูมมาก สนธิได้เริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับโทรคมนาคม ตามรอยทักษิณ ซึ่งก่อตั้งบริษัทชินแซทเทิลไลท์ และได้ปล่อยดาวเทียมไทยคม 1 ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อเดือน ธ.ค. 2536

ในขณะที่กลุ่มเครือบริษัทผู้จัดการของสนธิ คือบริษัท Asia Broadcasting and Communications Network (ABCN) โดยได้มีโครงการมีดาวเทียม Lao Star เป็นของตนเอง โดยโครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลลาว เมื่อปี 2538 เป็นมูลค่า 900 ล้านบาท

โครงการดาวเทียมนี้ ได้มีการว่าจ้างให้บริษัท Space System/Loral เป็นผู้ผลิต จำนวน 2 ดวง โดย L-Star 1 มีโครงการที่จะปล่อยขึ้นสู่วงโคจร เพื่อเป็นตัวถ่ายทอดสัญญานดิจิตอลไปยังทีวีตามบ้านเรือน โดยจะปล่อยในปี 2541 ในขณะที่ L-Star 2 จะปล่อย ปี 2542

โดยโครงการนี้ กะว่าจะมีผู้ชมกว่า 200 ล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ในเวลาต่อมา ABCN ได้ร่วมมือกับ DTAC และ UCOM เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ

กลุ่มบริษัทของสนธิ ได้ขอซื้อคลื่นความถี่ 1800 MHz จากกลุ่มดีแทค เพื่อพัฒนาระบบของตัวเอง เรียกว่า Wireless Communication Service (WCS) ซึ่งอยู่ภายใต้ชื่อ Digital 01

ต่อมาเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทของสนธิประสบปัญหาด้านการเงิน โครงการต่าง ๆก็เลยพับไป และโครงการ WCS ก็ต้องขายไปให้กลุ่มซีพี ซึ่งต่อมาก็ได้เปลี่ยนเป็นชื่อ Orange ที่เรารู้จักกันดี ชื่อเสียงของสนธินั้น ป่นปี้ไปหมด

สนธิล้มละลาย ในขณะที่ทักษิณร่ำรวย และคงอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ

สนธิ เริ่มสานความสัมพันธ์อันดีกับทักษิณใหม่ ผ่านทาง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ ดร.พันธ์ศักดิ์ วิญญูรัตน์ โดยสนธิ เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ในขณะที่ พันศักดิ์ เป็นบรรณาธิการ Asia Times ที่มีสนธิ เป็นเจ้าของ

**หมายเหตุ เอเชียไทมส์ มีที่ตั้งอยู่ฮ่องกง

สนธินั้น โจมตีรัฐบาลชวน ต่อนโยบายการเงิน และทักษิณก็ตั้งพรรคไทยรักไทย มีนโยบาย คิดใหม่ทำใหม่ และถือว่าเป็นพันธมิตรกับสนธิ แม้กระนั้น สนธิก็ยังถูกบรรดาเจ้าหนี้ทวงตามอยู่เช่นเดิม

กลุ่มคนของสนธิ เช่น ดร.สมคิด, ดร.พันศักดิ์, และ ดร.ชัยอนันต์ ต่างก็ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลทักษิณ อย่างเช่น ดร.ชัยอนันต์ อดีตประธาน IEC ได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งใหญ่โต ในธนาคารกรุงไทย และการบินไทย ในขณะที่คุณกนก อภิรดี ที่เคยทำงานให้กับสนธิ ก็ยังได้เป็นดีดีของการบินไทย และวิโรจน์ นวลแข ก็กลายเป็นประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย

หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ยกย่องให้ทักษิณ เป็นนายก ฯ ที่ดีที่สุดของประเทศไทยเท่าที่เคยมีมา และได้ทำรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ ทางช่อง 9 อสมท. และได้ลงทุนทำสถานี ชอ่ง 11/1 และ 11/2 และหนี้เงินกู้จากกรุงไทย ก็ลดจาก 1,800 ล้านบาท เหลือเพียง 800 ล้านบาท

ความขัดแย้งระหว่างสนธิกับทักษิณ อาจจะเริ่มมาจาก การที่นายกทักษิณ ไม่สามารถปกป้องตำแหน่งของวิโรจน์ นวลแข จากการเป็นบอร์ดธนาคารกรุงไทย เพราะผู้ว่า ฯ แบ็งชาติตอนนั้นคือ หม่อมอุ๋ย ไม่ยอม รมว.การคลัง (ดร.สมคิด) และข่าวว่า ดร.สมคิด ก็ต้องการให้ประธานบีโอไอออกด้วยเช่นกัน

หม่อมอุ๋ยเข้าพบนายก ฯ ทักษิณที่ทำเนียบ และแสดงเอกสารบางอย่างให้ดู ทำให้ทักษิณ เลยถอยห่างจากความขัดแย้งระหว่าง สมคิด กับหม่อมอุ๋ย วิโรจน์ก็เลยกลายเป็นแพะรับบาป และต้องหลุดจากการเป็นบอร์ดธนาคารกรุงไทยไปในที่สุด

รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ถูกถอดออกจากผังรายการของช่อง 9 ในเวลาต่อมา

ที่มา

//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=thaiger&month=12-2005&date=01&group=4&gblog=27

----------------------
ผมอ่านแล้ว นึกย้อนไปดู ตอนที่ไอทีวีถูกรัฐบาลสุรยุทธ์ทอดทิ้ง ซึ่งตอนแรกหากใครจำได้ สนธินั้น ยกย่องพล.อ.สุรยุทธ์ว่ามีความกล้าหาญและเสียสละเพื่อบ้านเมือง

แต่พอไอทีวี ต้องไปตกอยู่ในมือของกลุ่มเนชั่น หอกทั้งหลายก็หันกลับไปทิ่มแทงรัฐบาลสุรยุทธ์ อย่างที่พวกเราคนราชดำเนินเห็น ๆ กัน

ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมตอน พล.อ.สนธิ ประกาศว่า จะเอาดาวเทียมของไทยมาจากสิงคโปร์

จริง ๆ แล้ว พล.อ.สนธิ น่าจะไปขอจากลาวบ้างก็ดี
-----------------------

แก้ไขส่วนที่ผิดนะครับ ขอบคุณคุณ Cambridge มากครับ อารามรีบไปกินข้าวไปหน่อย ต้องขอโทษทุกท่านด้วยครับ

- กำไร 6-7 ล้านบาท น่าจะเป็น 600 ล้าน - 700 ล้านบาท
- IEC เป็นตัวแทนขายของ AIS และ TAC น่าจะแก้เป็น IEC เป็นผู้แทนจำหน่าย NOKIA แต่เพียงผู้เดียว และลูกค้าก็คือ TAC, กับ AIS
- หนี้เงินกู้จากกรุงไทย ก็ลดจาก 1,800 ล้านบาท เหลือเพียง 800 ล้านบาท น่าจะเป็นเหลือ 200 ล้าน (ตามต้นฉบับภาษาอังกฤษ)
- ดร.สมคิด ก็ต้องการให้ประธานบีโอไอ <- น่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทยนะครับ
- และอื่นๆ ถ้ามี

จากคุณ : ขนมต้ม - [ 21 ส.ค. 51 17:20:50 A:117.47.41.248 X: ]




 

Create Date : 21 สิงหาคม 2551    
Last Update : 21 สิงหาคม 2551 19:20:56 น.
Counter : 444 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.