ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

อดีตจนท.BBCฉะTPBSไปไม่ถึงฝั่ง-ไม่เป็นกลาง

16 ต.ค. 2008 - 16:57:51 น.

อดีตเจ้าหน้าที่ BBC ต้นแบบทีวีสาธารณะ ฉะแหลกไทยพีบีเอส ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน ผ่านมาแล้ว 10 เดือน ข้อกำหนดจริยธรรม-การตั้งคณะกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียน ก็ยังหายเงียบ แถมรายการยังเอียงกระเท่เร่ โดยเฉพาะขยันเสนอข่าวและคำแถลงการณ์ คำให้สัมภาษณ์ของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ไม่เคยนำเสนอภาพในด้านลบ สอนมวย การตั้งสภาผู้ชมไม่ใช่แค่รับเรื่องร้องทุกข์แต่ต้องออกไปรับฟังความเห็นด้วย สรุปทิ้งท้ายมือไม่ถึง ประชาชนไม่ได้ประโยชน์

ในที่สุดสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ หรือ ‘ไทยพีบีเอส’ ก็สรรหาผู้อำนวยการองค์กรได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ นายเทพชัย หย่อง อดีตบรรณาธิการเครือบริษัท เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด ที่ก่อนหน้านี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน 5 กรรมการนโยบาย และต่อมาได้รับเลือกให้นั่งรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการมาก่อนแล้วตามความ คาดหมาย

อ้างเลือก“เทพชัย”เพราะรู้งาน
ซึ่งนายเกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม ประธานคณะกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ได้ให้เหตุผลของคะแนนเอกฉันท์ทั้ง 9 เสียงของกรรมการนโยบายฯ ว่า เนื่องจากไทยพีบีเอส เป็นองค์กรใหม่ ที่ต้องเร่งทำงาน รวมถึงไม่มีเวลาสำหรับการฝึกงาน กรรมการจึงตัดสินใจเลือกนายเทพชัย ที่พร้อมจะทำงานได้ทันที

ขณะที่ในวันเดียวกันก็เป็นวันปิดรับการเสนอชื่อสมาชิกสภาผู้ชมและผู้ฟัง รายการ ซึ่งหลังจากนี้ คณะกรรมการนโยบายจะแต่งตั้งตัวแทนของประชาชนในภูมิภาค และกลุ่มต่าง ๆ ไม่เกิน 50 คน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำจากประชาชนในวงกว้างต่อการผลิตรายการของ องค์การ โดยจะมีการประชุมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ซัดTPBS ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน
นอกจากนี้อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้เฝ้าดูจังหวะก้าวของ ‘ไทยพีบีเอส’ มาอย่างต่อเนื่อง นายกิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ อดีตเจ้าหน้าที่บีบีซีภาคภาษาไทย ประจำกรุงลอนดอน ซึ่งถือเป็นองค์กรต้นแบบหนึ่งของทีวีสาธารณะไทยพีบีเอส ได้ให้สัมภาษณ์เวบไซต์ประชาไท ว่า ไทยพีบีเอส ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน

นายกิตติพงษ์ เคยมีบทบาทในไทยพีบีเอสด้วยการเข้าไปช่วยร่างข้อบังคับด้านจริยธรรมของ วิชาชีพเกี่ยวกับการผลิตและการเผยแพร่รายการ ตามมาตรา 42 จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา เขาได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงสร้างและบทบาทของไทยพีบีเอสไว้ว่า คนมอง ‘ไทยพีบีเอส’ เป็นฝันที่สวยงาม แต่ในความเป็นจริง กลับเป็นความจริงที่ไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะ 2 สิ่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่จะทำให้ไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณะและต่างจากสื่อ อื่นยังไม่เกิดขึ้น

เรื่องสำคัญมีแต่เงียบหาย
สองสิ่งที่ว่านั้น หนึ่ง คือ ข้อกำหนดจริยธรรมของวิชาชีพ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 42 ว่าต้องให้กรรมการนโยบายจัดทำ โดยครอบคลุมเนื้อหาเรื่องความเที่ยงตรง หรือความเป็นอิสระของวิชาชีพ นายกิตติพงษ์ บอกว่าได้รับมอบหมายจากเทพชัยให้นำเสนอเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ เป็นเวลาเกือบ 10 เดือนแล้ว เรื่องกลับเงียบหายไป ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ

อีกเรื่องที่สำคัญและทำได้ทันที คือเรื่องของการตั้งคณะกรรมการรับและพิจารณาเรื่องร้องเรียน ตามมาตรา 46 ซึ่งกำหนดให้มีพนักงานรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน ในกรณีที่ผู้ผลิตรายการ พนักงานลูกจ้างกระทำขัดต่อข้อบังคับจริยธรรมวิชาชีพ แต่ผ่านไปเกือบ 10 เดือนแล้วเช่นกัน ทั้งสองเรื่องนี้ยังคงไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

เมื่อถามว่า ประชาชนจะสามารถใช้ช่องทางอื่นได้หรือไม่ เช่น การร้องเรียนผ่านทางสมาคมวิชาชีพสื่อต่างๆ นายกิตติพงษ์ บอกว่า องค์กรเหล่านั้นไม่มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนโดยตรง รับแล้วก็จะส่งต่อ ไม่ได้บังคับใช้ ถ้าเป็นสื่อสิ่งพิมพ์จะมีสภาการหนังสือพิมพ์ แต่ไทยพีบีเอสทำตามแบบบีบีซี คือมีสภาผู้ชม ซึ่งตรงนี้บีบีซีทำอย่างเข้มแข็งมาก

วิพากษ์รายการทีวีประชาชน
ต่อคำถามว่า การดำเนินการของไทยพีบีเอสนั้นเป็นไปตามปรัชญาการก่อตั้งหรือยัง นายกิตติพงษ์ บอกว่า ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก ทั้งนี้ มี 2 กรณีที่แปลกใจ คือ กรณีแรก รายการสนทนาตอบโจทย์ ซึ่งได้เชิญนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มาสัมภาษณ์ในวันที่เขาไปชกนายวิศาล ดิลกวณิช ผู้สื่อข่าวช่อง 3 แต่ปรากฏว่า นักวิชาการที่รายการเชิญมา คือ นางปาริชาติ สถาปิตานนท์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทีมงานของนายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศักดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 2

หรืออีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ รายการตอบโจทย์ได้เชิญนักสิทธิมนุษยชนมาคุยกับตำรวจ นักสิทธิมนุษยชนคนนั้นคือนายสมชาย หอมลออ ปัญหาคือ นายสมชายเป็นสามีของกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส หรือนางมัทนา หอมลออ แต่ผู้ดำเนินรายการไม่ได้แจ้งผู้ชม ซึ่งไม่ยุติธรรม เพราะถือว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน

สงสัยเป็นกลางจริงหรือเปล่า
“ไม่ได้บอกว่า ห้ามเชิญมาเลย ถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ก็ต้องเชิญ แต่ต้องบอกผู้ชมด้วยว่ามีความเกี่ยวพันกันอย่างไร อย่างหนังสือพิมพ์ต่างชาติ เวลาเขาเขียนถึงสื่อหรือหนังสือของเขา ก็ต้องบอกว่าหนังสือนี้พิมพ์โดยบริษัทในเครือของสื่อเรา เป็นต้น สมชาย หอมลออ ไม่ได้บอกว่าไม่รู้เรื่องนี้ แต่ก็ต้องเป็นธรรมกับผู้ชมว่า เป็นสามีของกรรมการนโยบาย หรือ อ.ปาริชาติก็เป็นคนจากเบอร์สอง เป็นต้น”

อีกตัวอย่างที่กิตติพงษ์ ยกขึ้นมาคือ เทปที่เชิญ นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายชัยชนะ อิงคะวัต อาจารย์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ออกมาวิจารณ์รัฐบาลแบบเนื้อๆ โดยผู้ดำเนินรายการไม่ได้ซักแบบสมดุล ซักค้านหรือซักแย้งเท่าที่ควรจะเป็น

ฉะ!เสนอแต่ข่าวด้านบวกม็อบ
ในด้านเทคนิค อดีตเจ้าหน้าที่บีบีซีภาคภาษาไทย ประจำกรุงลอนดอน วิจารณ์ว่า เมื่อเทียบกับศักยภาพของทีมงานแล้ว น่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ที่ปรากฏคือยังไม่สามารถทำข่าวที่ทันเกมทันการได้ มีหลายช่วงหากถ้าได้ดูรายการของไทยพีบีเอสในช่วงนี้จะพบว่า ไม่มีการตัดเข้ารายการสด และต้องไปเชื่อมสัญญาณจากช่องอื่นมา

ทั้งที่ปรัชญาการก่อตั้งระบุชัดเจนว่า ต้องเป็นผู้นำในการผลิตและสร้างสรรค์รายการข่าวสารคุณภาพสูง ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและส่วนรวม เมื่อเทียบในช่วงเกิดเหตุการณ์จึงเรียกว่าไปไม่ถึง

อย่างไรก็ตาม ต่อจุดยืนหนึ่งที่เห็นได้ชัดในการนำเสนอข่าวของไทยทีวี ที่เน้นไปที่การตีกัน ‘ความรุนแรง’ นายกิตติพงษ์ มองเป็นสองด้านว่า ส่วนหนึ่งก็ดีแต่อีกส่วนหนึ่ง ก็ต้องพูดถึงการใช้ความรุนแรงของทั้งสองฝ่ายด้วย ช่วงนี้ไทยพีบีเอสพยายามเชิญตำรวจมา แต่ในฐานะสื่อก็ต้องมีการสอบสวน ไปเปิดเผยภาพของความรุนแรงจากฝ่ายพันธมิตรฯ ต้องไล่ถามผู้นำพันธมิตรฯ ด้วย

แนะต้องออกไปฟังสภาผู้ชม
“ผมไม่ค่อยเห็นการถามผู้นำพันธมิตรฯ เท่าไร ได้ดูช่วงตอบโจทย์บ้าง หรือนักข่าวที่ไปทำข่าวผู้นำพันธมิตรฯ ที่แถลงข่าวทุกวันๆ ที่ทำเนียบ เคยทำสกู๊ปเรื่องความรุนแรงของพันธมิตรฯ ไหม อาวุธมาจากไหน ไม้กอล์ฟมาจากไหน”

เมื่อถามว่า การมีสภาผู้ชมฯ จะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ อดีตบรรณาธิการสำนักข่าวบีบีซีภาคภาษาไทย มองว่า สภาผู้ชมฯ ไม่ใช่ผู้รับเรื่องร้องเรียน แต่เป็นองค์กรที่ออกไปรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำจากประชาชนผู้ชมในวงกว้าง ในการผลิตรายการ โดยมีประชุมอย่างน้อยปีละครั้ง เนื่องจากจำนวนสมาชิกที่มีได้มากที่สุด 50 คน จะประชุมทุกวันหรือทุกเดือนคงเป็นไปไม่ได้ สภาผู้ชมฯ จะเป็นผู้เสนอไอเดียให้กับกรรมการนโยบาย เป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว แต่รายการโทรทัศน์ออกอากาศทุกวัน

แนวทางการทำงานก็ไม่มี
“ขณะนี้เองพนักงานก็ต้องการคู่มือ หรือแนวทางที่ชัดเจนในการทำงานวันต่อวัน จึงต้องมีข้อบังคับจริยธรรมฯ และการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งก็น่าแปลกใจที่สิ่งเหล่านี้ได้เตรียมทำไว้ ตั้งแต่บอร์ดชุดก่อนแล้ว แต่มันก็หายไป” เขาย้ำไปที่จุดสำคัญอีกครั้ง

นอกจากการไม่ถูกแทรกแซงจากรัฐและทุนแล้ว อดีตบรรณาธิการสำนักข่าวบีบีซีภาคภาษาไทยมองว่า ยังต้องระวังกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆ ซึ่งอาจกลายเป็นกลุ่มที่เข้ามาชี้นำทางความคิดด้วย
เมื่อเทียบกับช่องอื่นที่มีอยู่ตอนนี้ นายกิตติพงษ์มองว่า โครงสร้างและที่มาที่ไปของไทยพีบีเอสนั้นดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนการได้มาของกรรมการ ในอนาคต อาจต้องแก้กฎหมายให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมมากกว่านี้

สำหรับผลงานนั้น เขามองว่ายังไม่ออกมาอย่างที่คาดหวัง นั่นคือข่าวและรายการซึ่งเป็นสาระที่แตกต่าง“ก็ดูเทียบหลายช่องนะ อย่าง “ความจริงวันนี้” ก็มีประเด็นไม่ใช่ไม่มีประเด็น เปิดประเด็นที่น่าสนใจ ทำไมไทยพีบีเอสไม่เข้าไปตรวจสอบธุรกิจการเมืองทุกกลุ่ม เขามีรายการสืบสวนสอบสวนเหมือนกันกับรายการเปิดปมแต่เป็นสีสันมากกว่า ทำไมไม่ตรวจสอบทุกกลุ่มทั้งรัฐบาลเก่า รัฐบาลใหม่ หรือแม้แต่พันธมิตรฯ มันดูเท่าๆ กับที่อื่นไป หรือไทยพีบีเอสมีบุคลากรที่เก่งๆ เรื่องต่างประเทศเยอะ แต่ไม่รู้ทำไมไม่มีข่าวด้านต่างประเทศที่มันล้ำหน้าออกมา โดยเฉพาะข่าวรอบบ้านของไทย หรือแม้แต่ช่วงข่าวที่จะให้คนใช้ภาษามือให้ผู้พิการเข้าใจได้ ก็ไม่ยอมทำ ในกฎหมายก็เขียนไว้”

อยากเห็นวิสัยทัศน์ผอ.ทีวีไทย
นายกิตติพงษ์ วิพากษ์ว่า ตัวกฎหมายเขียนไว้แล้ว มีแนวทางเดินให้แล้ว แต่หายไปจึงเกิดการตั้งคำถามว่า หรือเพราะกรรมการชุดใหม่ไม่พอใจร่างเก่าจึงจะร่างใหม่อีก ทำให้ยังไม่บังคับใช้

ไทยพีบีเอส ต้องไม่คาดการณ์ว่าตัวเองปลอดจากกระแสการเข้ามาตรวจสอบ อย่าคิดว่า การเปลี่ยนกฎหมายเป็นไปไม่ได้ กฎหมายอาจโดนปรับปรุง ถ้าไม่ตรวจสอบการทำงานของตัวเองอย่างจริงจัง และรวดเร็ว ผู้สนับสนุนยุคก่อตั้งกฎหมายก็ดูอยู่ ถึงจุดหนึ่ง หากไม่ปฏิรูปปรับปรุง พันธมิตรฯ จะเสียไป

สุดท้าย อดีตเจ้าหน้าที่บีบีซีภาคภาษาไทย ประจำกรุงลอนดอน พูดถึงประเด็นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมองว่ายังเป็นการมีส่วนร่วมจากประชาชนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น

“ประชาชนยังไม่ค่อยทราบเรื่องการเลือกผู้อำนวยการไทยพีบีเอส หรือวิสัยทัศน์ของผู้อำนวยการผ่านสื่อของไทยพีบีเอสเลยว่าเป็นอย่างไร” เขากล่าวทิ้งท้าย

จากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์
//www.prachatouch.com/content.php?id=10988




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2551    
Last Update : 17 ตุลาคม 2551 3:27:19 น.
Counter : 339 Pageviews.  

สื่อเทศแฉสื่อไทยบิดเบือนเหตุม็อบฆ่ากันเอง!โยนบาปรัฐบาล

15 ต.ค. 2008 - 17:56:50 น.

สื่อ เทศแฉสื่อไทย บิดเบือนเหตุปะทะเดือดม็อบพันธมิตรฯ 7 ต.ค. ระบุ FBI เตรียมบุกสอบเหตุนองเลือดหน้ารัฐสภา ลั่นปิดหูผิดตาประชาชน เผยไม่มีรายงานกรณีม็อบถ่อยเขวี้ยงระเบิดปิงปองฆ่ากันเอง หวังปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อต่างประเทศแห่งหนึ่ง ได้ตีพิมพ์บทความชื่อระเบิดปิงปอง! โดยวิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ควบคุมฝูงชน และปะทะกันจนทำให้เกิดผู้บาดเจ็บและล้มตายในเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย โดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างออกมากล่าวหากันว่าความรุนแรงเกิดจากอีกฝ่ายหนึ่ง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า สื่อสารมวลชนในประเทศไทยได้นำภาพผู้ประท้วงที่บาดเจ็บและเสียชีวิตใน เหตุการณ์ โดยตั้งประเด็นเหมือนกับการบรรยายจากฝั่งพันธมิตรฯ ว่าตำรวจทำร้ายประชาชนจนบาดเจ็บล้มตาย เรื่องนี้มีนัยยะสำคัญที่ทำให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ออกมาโยนเรื่องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี รับผิดชอบ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ากองทัพไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐบาล แต่เป็นอิสระโดยตนเอง

ขณะเดียวกัน มีหลักฐานของตำรวจ ระบุว่าผู้ชุมนุมของพันธมิตรฯ ใช้ระเบิดปิงปอง ที่ถือได้ว่าเป็นความรุนแรงที่เกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุม ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากแก๊สน้ำตา

อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานชิ้นสำคัญ ก็คือ การตรวจพบวัตถุระเบิดในรถจิ๊ฟ เชอรากี ซึ่งระเบิดในวันที่ 7 ต.ค. ใกล้กับพื้นที่ชุมนุม โดยมีการอ้างถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หากตำรวจใช้ความรุนแรงจริง น่าจะมีคนตายและบาดเจ็บมากกว่านี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าภาพผู้บาดเจ็บน่าจะเกิดจากการกระทำของกลุ่ม พันธมิตรฯเอง ซึ่งไม่ได้ถูกตีพิมพ์ในสื่อหลักของประเทศไทย

ในขณะที่มีข้อถกเถียงในเว็บไซด์พันธ์ทิพย์ ห้องราชดำเนิน ซึ่งมีการโพสต์กระทู้ เตือนปฎิบัติการของกลุ่มพันธมิตรฯ รวมทั้งได้พูดถึงแผนการที่วางเอาไว้ของพันธมิตรฯในวันนั้น โดยข้อมูลเหล่านี้อาจจะได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำให้สมดุลจากรัฐบาล สหรัฐอเมริกา โดยเอฟบีไอ. เพราะมีพลเมืองของสหรัฐอเมริกาได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้าไปผ่าตัด จากเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.2551 ที่ผ่านมา

การเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ จนก่อให้เกิดความรุนแรงในวันที่ 7 ต.ค. เพื่อต้องการให้เกิดข้อได้เปรียบทางการเมือง ในการที่จะเติมเชื้อเพลิงความรุนแรงนี้ และมีการระดมคน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันต่อๆมา หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยผู้นำพันธมิตรฯนำมาขยายประเด็น และฟ้องร้องต่อศาลในประเทศ รวมถึงศาลโลก

อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่มองว่าการเคลื่อนไหวของผู้ประท้วง ทำปฎิกริยาตรงกันข้ามกับหลักการที่เคยทำไว้ เพราะพันธมิตรฯ ส่วนใหญ่เป็นการรวมกันของคนไทยฝ่ายก้าวหน้า นักวิชาการ นักศึกษา และองค์กรพัฒนาเอกชน ที่เคยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 กับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

ซึ่งจำนวนคนของพันธมิตรฯ มีการรวมตัวกันมากขึ้นอย่างเข้มข้น ภายหลังการที่นายสมัคร สุนทรเวช เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของอดีตนายกรัฐมนตรี และถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานไปทำกับข้าวออกโทรทัศน์

ทั้งนี้ มีการทำโพลล์ออกมาว่า 70 % ของคน กทม. ให้การสนับสนุนพันธมิตรฯ โดยโพลล์ดังกล่าวได้ถูกนำออกมาเปิดเผยในวันที่ 5 ต.ค. ในวันที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ถูกจับกุม

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พันธมิตรฯ ได้ละทิ้งหลักการเดิมๆ ที่เขาเคยบอกเอาไว้ และสามารถเรียกได้เลยว่าเป็นขบวนการเคลื่อนไหวที่ไม่ใช้ความรุนแรง ทั้งที่มีตำรวจ 3 คนถูกยิงจากกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปปิดล้อมที่ทำการรัฐสภา ในช่วงบ่ายวันที่ 7 ต.ค. ในเวลาเดียวกันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ขับรถยนต์ทับ
ความรุนแรงดังกล่าวได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากที่กองกำลังของ พันธมิตรฯ ได้เข้าบุกยึดที่ทำการของทำเนียบรัฐบาล และสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ NBT

จากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์
//www.prachatouch.com/content.php?id=10961

***ราชดำเนินดังใหญ่แล้ว...FBI อาจจะนำภาพจากบอร์ดไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง*** (Let's find out the truth)

ข่าวจาก Asia Times เขารายงานข่าวว่า ทำไมสื่อไทยไม่ค่อยให้ความสนใจกับความจริงที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีระเบิดไว้ในครอบครอง

เขา อ้างถึงเว็บบอร์ดราชดำเนินว่า ชุมชนชาวเว็บได้โพสรูปกลุ่มผู้ชุมนุมกำวัตถุที่คล้ายระเบิดไว้ในมือ ในขณะที่สื่อไทยไม่ค่อยเสนอข่าว ทำให้เห็นว่า มีเงื่อนงำอะไรบางอย่าง

จาก กรณีนี้ เขาบอกว่า มีชาวสหรัฐได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกันครั้งนี้ ทำให้รัฐบาลสหรัฐ อาจจะส่งเอฟบีไอเข้ามาตรวจสอบด้วย เพราะมีพลเมืองเขาบาดเจ็บ

นอกจากนี้ บทความยังกล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรว่า ประท้วงแบบรุนแรง ทั้งที่ตอนแรกบอกว่า "อหิงสา"

รายละเอียดไปหาอ่านกันเอาเองครับ เพราะมีเรื่องสนุก ๆ ให้อ่านอีกเยอะ

ที่มา
//www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/JJ15Ae01.html

นอกจากนี้ สำนักข่าว Bloomberg ยังทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวที่ดี ไปสัมภาษณ์ชาวรากหญ้าตามต่างจังหวัดถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรยึดทำเนียบ

รายละเอียด อ่านได้ที่
//www.bloomberg.com/apps/news?pid=20601080&sid=auffEn2hVRL4&refer=asia

ซึ่ง ข่าวพวกนี้ สื่อไทยไม่กล้าออก เพราะกล้าออกแต่คำสัมภาษณ์ของอานันท์ ปัญญารชุน ผู้ลากมากดี ที่กล่าวหาว่า ทักษิณ ชินวัตรจะเป็นคนปลดชนวน

อานันท์ไม่ทราบว่ากลัวอะไรกับทักษิณ คนไม่มีแผ่นดินอยู่ คนอยู่เมืองไทย มีปัญญาก็ทำไปสิครับ

จากคุณ : ขนมต้ม - [ วันออกพรรษา 23:16:24 A:124.157.156.188 X: ]




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2551    
Last Update : 16 ตุลาคม 2551 3:18:32 น.
Counter : 238 Pageviews.  

สงครามไทย-เขมรระเบิด! สมใจพันธมิตรกระหายเลือดชักศึกเข้าบ้าน

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
15 ตุลาคม 2551

การ ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาเปิดศึกขึ้นแล้วในช่วงบ่ายวันนี้ ขณะที่แกนนำพันธมิตรฯไม่รอช้ารีบออกมาให้ข่าวโยนบาปให้อดีตนายกฯทักษิณ ชินวิตรว่า เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังนายกฯฮุนเซนของกัมพูชา โดยอ้างว่าทักษิณต้องการเบี่ยงเบนปัญหาการเมืองในประเทศไปที่การสู้รบ เพื่อหวังเป็นข้ออ้างขอลี้ภัยในอังกฤษ

ซึ่งการโยนบาปดังกล่าวให้กับ ทักษิณนับเป็นเรื่องไร้ยางอายของพันธมิตร เพราะความจริงแล้วพวกเขาเป็นผู้จุดชนวนสงครามครั้งนี้ขึ้นมาด้วยน้ำมือของ พวกเขาเองแท้ๆ ดังที่คนไทยก็รับรู้รับทราบเป็นอย่างดี

ย้อนรอยสนธิลิ้มผู้กระหายสงครามบัญชาการรบ
ผู้จัดการ กระบอกเสียงพันธมิตรรายงานเมื่อวันที่ 18 ก.ค.2551ที่ผ่านมา ระหว่างการหยิบยกเรื่องเขาวิหารขึ้นมาเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชนั้น นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยบนเวทีที่สะพานมัฆวานฯ ว่า กรณีเขาพระวิหารนั้น สิ่งที่ประเทศไทยต้องทำต่อไปนี้ คือ

1.ต้องปฏิเสธมติคณะรัฐมนตรีที่ ไปยอมรับแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาให้เป็นโมฆะเพราะไม่ได้ผ่านรัฐสภาและได้ รับการรับรองจากตุลาการรัฐธรรมนูญ

2.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศยื่นใบลาออกจากองค์การยูเนสโกและชี้ให้เห็นว่าเป็นการพิจารณา ตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม และเมื่อลาออกแล้ว ทั้ง 7 ประเทศที่จะเข้ามาบริหารพื้นที่ก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาใช้ทางขึ้นจากฝั่งไทย ขึ้นไปฟื้นฟูปราสาทพระวิหาร

3.จ้างทนายความเพื่อรื้อฟื้นคดีปราสาท พระวิหาร โดยอ้างหลักฐานที่ไทยเคยอ้างสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหารตั้งแต่ปี 2505 หากจำเป็นต้องจ้างทนายความจากตะวันตกก็ต้องทำ

4.จากนั้นให้ใช้กำลังยึดปราสาทพระวิหาร ถ้าจำเป็นต้องรบก็ต้องรบ หากจำเป็นต้องเสียเลือดเนื้อเพื่อชาติบ้านเมืองก็ต้องยอม

5.ให้ทูตไทยที่ประจำอยู่ทุกประเทศทั่วโลกชี้แจงกับรัฐบาลที่ประจำอยู่

6. สั่งปิดพรมแดนไทย-กัมพูชา 42 จุด และสิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้นายฮุนเซนจะโกรธโวยวาย เพราะไม่มีอะไรมาเทียบไทยได้ และหากฝ่ายกัมพูชายังเกเรเราก็จะส่งเอฟ 16 โจมตี ขณะที่เรือรบจะลาดตระเวนเต็มพิกัด

นายสนธิ กล่าวว่า ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทางสหประชาชาติก็จะเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่เราไม่ต้องการ ต้องการให้มีการพิจารณาคดีในศาลโลกขึ้นมาใหม่ ตามข้อมูลใหม่ ขณะที่เรายึดปราสาทพระวิหารได้ทั้งหมด และว่าวันนี้เทคโนโลยีดาวเทียมสามารถพิสูจน์สันปันน้ำซึ่งเป็นสากลว่าเป็น ของไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ และเราไม่ยอมรับแผนที่ที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างแผนที่ฝรั่งเศสเพียงฝ่ายเดียว

นาย สนธิ กล่าวว่า วันนี้ไม่ต้องพุดกันถึงพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร เพราะมีแต่พื้นที่ของประเทศ เพราะถ้ายึดสันปันน้ำที่เป็นสากลพื้นที่ปราสาทพระวิหารก็ย่อมเป็นของไทยทั้ง หมด รวมทั้งเกาะกูดที่เราครอบครองมานานนับร้อยปี ก็ต้องเป็นของเรา

“ถ้า เขมรยุยงให้เผาสถานทูตไทยก็หมายความว่าบุกรุกอธิปไตยของไทย เราก็ต้องมีสิทธิส่งเอฟ 16 บุกไปถล่ม ทำไมเราต้องปล่อยให้รัฐบาลเฮงซวยฮุนเซนมาย่ำยี แต่ที่เป็นแบบนี้เพราะเรามีรัฐบาลชาติชั่วขายชาติ” นายสนธิ ระบุ




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2551    
Last Update : 16 ตุลาคม 2551 3:21:00 น.
Counter : 306 Pageviews.  

ช่างกล้า!พธม.บิดเบือนข่าวพระเทพ YOUNG PADแสลงใจลบข่าวทิ้ง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงร่วมงานประชุมด้านการศึกษาระหว่างสหรัฐ-ไทย ที่รัฐคอนเน็กติกัต สหรัฐอเมริกา โดยพระราชทานสัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวต่างชาติถึงสถานการณ์การเมืองในไทยด้วย เมื่อวันที่ 9 ต.ค.(พาดหัวข่าว คำบรรยายภาพ โดยข่าวสด)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา หนังสือพิมพ์ข่าวสด และโทรทัศน์ASTV
11 ตุลาคม 2551

อัญชลีโจมตีข่าวสดไม่ควรนำเสนอข่าวพระเทพตรัส:พธม.ทำเพื่อพวกเขาเอง

แม้ จะมีหนังสือพิมพ์ข่าวสดเป็นเพียงสื่อกระแสหลักฉบับเดียวที่นำเสนอข่าวที่ สำนักข่าวAPสัมภาษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ความสำคัญว่า ทรงไม่เชื่อพันธ มิตรฯประท้วงเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เป็นการทำสิ่งต่างๆเพื่อพวกตัวเอง ก็ทำให้กระบอกเสียงพันธมิตรอย่างASTVออกมากล่าวโจมตีข่าวสดอย่างดุเดือด

อัญชลี ไพรีรักษ์ โฆษกเวทีพันธมิตรกล่าวบนเวทีทำเนียบรัฐบาลต่อผู้ชุมนุมในเวลาราว11.00 น.วันนี้ โดยอ่านเนื้อหาข่าวที่ข่าวสดนำเสนอแล้วแสดงความคิดเห็นว่า ข่าวที่หนังสือพิมพ์ข่าวสดนำมาลงสร้างความสับสน ไม่เข้าใจ และสะเทือนใจต่อประชาชนต่อพันธมิตร ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ข่าวสดไม่ควรแปลจากข่าวต่างประเทศมาลงนำเสนอ"ข่าวสด กระทำการมิบังควรอย่างยิ่งที่เสนอข่าวออกมาเช่นนี้ ไม่ว่าพระองค์ท่านจะมีพระราชดำรัสเช่นใดก็ตาม"

ปานเทพแปลแถบิดเบือน YOUNG PADแสลงใจลบข่าวทิ้ง
ขณะ เดียวกันนายปานเทพ พงษ์พัวพันธ์ โฆษกเวทีพันธมิตรอีกรายได้พยายามแปลข่าวAPให้ไปเข้าข้างการกระทำของพันธมิตร ว่า ข่าวที่APนำเสนอนั้นข่าวสดแปลผิด หากให้ถูกต้องแปลว่า"พันธมิตรทำไปโดยไม่มีใครสั่ง แต่ทำไปด้วยตัวเอง"

ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์เสนอข่าวว่า Hi5ยังแพด“ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ”!ลบกระทู้ข่าวพระเทพฯ หน้าตาเฉย ทนอับอายไม่ไหว!!! “ยังแพด” ลบกระทู้ ถามจากสมาชิกกลุ่ม กรณีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานสัมภาษณ์กับสำนักข่าว เอพี ในทันทีทันใด หลังข่าวแพร่กระจายออกไปตามเวปไซด์ต่าง ๆ โดยไม่ชี้แจงเหตุผลใด ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิก young pad ที่จดทะเบียนใน Hi5 //youngpad.hi5.com/ หรือ //bangkokpundit.blogspot.com/ มีผู้มาให้ความเห็นคนหนึ่งว่า “ผมไปเจอข่าวนี้มาตกใจมาก ยังไงก็ตามผมยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อข่าวนี้สักเท่าไหร่ ใครพอจะรู้เรื่องราวช่วยอธิบายทีครับ พระเทพฯ ไม่ทรงดำริว่าผู้ประท้วงทำเพื่อสถาบันฯ” อย่างไรก็ตาม ปรากฎว่า ความเห็นดังกล่าวได้ขึ้นสู่หน้ากระดานของ Hi5 young pad ได้ไม่นาน ก็ถูกลบกระทู้ถามนี้ออกไป โดยไม่มีการแจ้งเหตุผล ให้กับสมาชิกทราบ แต่ทางเวปไซด์ ประชาทรรศน์ ได้ทำการก๊อปปี้หน้าเวปไซด์เอาไว้ได้ทัน ตามรูปด้านข้างดังกล่าว

อนาถสื่อไทย!มีแค่ข่าวสดฉบับเดียวกล้านำเสนอข่าวพระเทพฯตรัส

ใน รายการความจริงวันนี้ทางโทรทัศน์NBT เมื่อค่ำวานนี้(10ต.ค.)นายวีระ มุสิกพงษ์ ได้รายงานข่าวเรื่องสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯตรัสปฏิเสธว่า พันธมิตรไม่ได้กระทำในนามหรือทำเพื่อพระราชวงศ์ไทย แต่ทำเพื่อพวกตัวเอง นับเป็นข่าวที่สร้างความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรชาวไทย ที่เป็นการแสดงให้เห็นว่าพระราชวงศ์ของไทยนั้นทรงอยู่เหนือการเมือง ไม่สมควรถูกฝ่ายใดแอบอ้างหรือดึงไปเข้าข้างความเคลื่อนไหวทางการเมืองของตน และนายวีระแสดงความหวังว่าบรรดาสื่อมวลชนไทยจะได้นำเสนอข่าวดังกล่าวให้ ประชาชนไทยทั่วประเทศได้ประจักษ์แจ้งต่อไปด้วย

อย่างไรก็ตามจากการ สำรวจแล้วพบว่า ในเช้าวันนี้(11ต.ค.)หากไม่นับหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์แล้ว พบว่าสื่อกระแสหลักก็มีเพียงหนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับเดียวเท่านั้นที่นำเสนอ ข่าวนี้ ดังต่อไปนี้

พระเทพฯทรงให้สัมภาษณ์ถึงพธม.

เมื่อ วันที่ 10 ต.ค. (ตามเวลาในประเทศไทย) สำนักข่าวเอพี รายงานจากเมืองเวลลิงฟอร์ด รัฐคอนเน็กติกัต ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราช ดำเนินร่วมงานประชุมทางวิชาการ ณ โรงเรียนโช้ต โรสแมรี่ฮอลล์ โดยในที่ประชุม สมเด็จพระเทพฯ ตรัสถึงความสำคัญของงานบริการภาคสาธารณะ

และหลังเสร็จสิ้นการประชุม มีผู้สื่อข่าวทูลถามพระองค์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยว่า ทรงเห็นด้วยหรือไม่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงระบุว่า ประท้วงเพื่อสถาบันกษัตริย์ (monarchy)

เอ พีรายงานว่า สมเด็จพระเทพฯ ตรัสตอบคำถามดังกล่าวว่า "I don"t think so." "They do things for themselves." หรือแปลเป็นไทยได้ความว่า "ข้าพเจ้าไม่คิดเช่นนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมดำเนินการสิ่งต่างๆ เพื่อตัวพวกเขาเอง"

ผู้สื่อข่าวทูลถามอีกว่า "Why the king has not spoken out?" หรือ "เหตุใดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมิได้ทรงออกมาตรัสถึงเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้น" สมเด็จพระเทพฯ ตรัสตอบว่า "I don"t know because I haven"t asked him." หรือ "ข้าพเจ้าไม่ทราบ เนื่องจากมิได้ถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึงเรื่องนี้"

ทรงยอมรับปัญหาการเมืองมีมาก

ในช่วงท้ายของรายงานข่าวเอพีระบุด้วยว่า สมเด็จพระเทพฯ ตรัสว่า " ปัญหาทางการเมืองขณะนี้มีมากมาย ข้าพเจ้าบอกกับเพื่อนและผู้ร่วมงานของข้าพเจ้าว่า ขอเพียงแต่ให้ทำตามหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองต่อไป" ("There are a lot of political problems," the princess said. "I told my friends, colleagues just to do what is their duty.) ทั้งนี้ ข่าวเอพีให้ข้อมูลด้วยว่า สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ เยือนสหรัฐในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความรุนแรงทางการเมืองครั้ง ร้ายแรงที่สุดในห้วงเวลา 1 ทศวรรษ กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลนับพันคนบุกเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียก ร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบเลือกตั้งและขจัดการทุจริตในหมู่นักการเมือง แกนนำผู้ประท้วงยังเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่ดูหมิ่นสถาบัน และแกนนำผู้ประท้วงคนหนึ่งต้องการให้ไทยเปลี่ยนไปใช้ระบบแต่งตั้งส.ส.ส่วน ใหญ่เข้าสู่สภาแทนการเลือกตั้ง

ต้นฉบับภาษาอังกฤษ

Thailand princess speaks at Connecticut school

Associated Press
October 9, 2008

WALLINGFORD, Conn. - The princess of Thailand said Thursday that she does not believe protests in her home country are being staged to benefit the monarchy.

Princess Maha Chakri Sirindhorn talked about the importance of public service Thursday at the Choate Rosemary Hall prep school in Wallingford. She later headed to the University of Pennsylvania for a U.S.-Thailand education discussion.

Her visit came amid the worst political violence in Thailand in more than a decade. Thousands of protesters have camped at the main government office complex to demand electoral changes and an end to corruption in Thai politics.

In violent clashes on Tuesday, 423 protesters and 20 police were injured, Thai medical authorities said. One woman was killed, and a man died in what appeared to be a related incident.

It was the worst political violence since 1992, when the army killed dozens of pro-democracy demonstrators seeking the ouster of a military-backed government.

The princess was asked at a press conference following her talk whether she agreed with protesters who say they are acting on behalf of the monarchy.

"I don't think so," she replied. "They do things for themselves."

Asked why the king has not spoken out, she said, "I don't know because I haven't asked him."

Protest leaders have called for the prosecution of people who insult the monarchy. One leader wants to abandon Thailand's popularly elected Parliament for one in which a majority of members would be appointed.

Some academics have said the plan would enhance the power of the country's military and monarchy at the expense of the poor.

"There are a lot of political problems," the princess said. "I told my friends, colleagues just to do what is their duty."

ลิงก์ข่าวต้นฉบับ

//www.courant.com/news/local/statewire/hc-09192950.apds.m0355.bc-ct--thaioct09,0,6157926.story
//www.wwlp.com/Global/story.asp?S=9152872
//www.newstimes.com/ci_10678465
//news.uk.msn.com/article.aspx?cp-documentid=10022973
//www.stamfordadvocate.com/aroundthestate/ci_10678465
//www.topix.com/forum/source/hartford-courant/TPK8DA61DBVJ9627U




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2551    
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 3:44:32 น.
Counter : 304 Pageviews.  

หน่วยโฆษณาชวนเชื่อของไทยกำลังปิดบังข้อมูล

บทความโดย Bally เว็บไซต์ Thai Intelligent News
แปลและเรียบเรียงโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 ตุลาคม 2551

มี คนบอกว่า "สิ่งแรกที่จะหายไปในความขัดแย้งใดๆคือ ข้อเท็จจริง" เช่นเดียวกับในเมืองไทยวันนี้ ที่ที่มีความขัดแย้งทางการเมืองดำเนินมากว่าสามปีแล้ว เราพบว่ามีความเป็นจริงหลงเหลืออยู่ในเมืองไทยน้อยเหลือเกิน ดังนั้นใครเล่าจะเป็นผู้รับงานในการนำความจริงให้โลกรู้ สำหรับในเวทีโลกนั้น มันเป็นหน้าที่ของนักข่าวในการนำความจริงมาเพื่อเปิดเผยในความขัดแย้งใดๆ เพื่อที่ความจริงดังกล่าว จะถูกใช้ไปในการชี้แจงแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่าย และอาจจะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงที่สันติ หรืออย่างน้อยก็เพิ่มความเข้าใจระหว่างกันและกัน

สำหรับ ประเทศไทยนั้น ในระหว่างที่มีการเผชิญหน้ากันระหว่างม๊อบหรือม๊อบกับรัฐบาล ผู้คนหวังว่า "ผู้สื่อข่าวไทย" จะสามารถให้ความชัดเจนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ได้ แต่หลังจากเหตุการณ์การปะทะกันเกิดขึ้นสองวัน ข้อมูลสำคัญสองชิ้น ที่จะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้ง กลับถูกทำให้หายไปอย่างตั้งใจ โดยสื่อมวลชนไทย

ข้อมูลแรกคือ ผลสำรวจความเห็นที่ทำขึ้นทันทีหลังจากการเหตุการณ์การปะทะ ที่แสดงให้เห็นว่าในหมู่คนไทยได้แตกออกเป็นครึ่งๆ ในการสนับสนุนหรือต่อต้านรัฐบาลและม๊อบ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นความจริงอีกหลายประการเช่น อะไรที่พวกเขาไม่เห็นด้วยที่สุดในการสลายฝูงชน เห็นด้วยหรือไม่กับหมอที่กล่าวว่าจะไม่รักษาตำรวจ ก็แทนที่สื่อจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวนี้ สื่อกลับเล่นข่าวเรื่องที่กลุ่มหมอเดินขบวนประท้วง นำหมอมาสัมภาษณ์ เป็นต้น และก็ไม่แม้แต่จะนำเสนอเรื่องที่สมาคมแพทย์ระหว่างประเทศได้เขียนส่งไปให้ สมาคมแพทย์ไทยถึงความเป็นห่วงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวงการแพทย์ไทย

ก็ ถ้าใครก็ตามเพิ่งจะรู้จักเมืองไทย คงจะถามแล้วว่าทำไมสื่อไทยถึงจงใจไม่นำเสนอผลโพลล์ดังกล่าว คำตอบจากผู้สังเกตการณ์อุตสาหกรรมสื่อไทยในมุมมองที่เป็นกลางมานานพอก็จะ สรุปให้ว่าเพราะ "สื่อไทยต่อต้านรัฐบาล และก็เพราะว่าพวกเขาเกลียดทักษิณมาก" ในขณะที่สื่อต่างชาติเดินทางมารายงานเหตุการณ์การปะทะกันในไทย พร้อมกับรายงานว่าพวกม๊อบที่เกิดขึ้นเป็นกลุ่มต้านประชาธิปไตยและต้องการให้ มีการรัฐประหาร สื่อไทยส่วนมากรายงานว่ากลุ่มม๊อบนั้น ม๊อบนี้ ออกมาประท้วงเพื่อต่อต้านรัฐบาล และก็ไม่มีสื่อไทยซักแห่งที่รายงานว่าม๊อบต้องการการทำรัฐประหาร หรือม๊อบได้แสดงความไม่เป็นประชาธิปไตยมากแค่ไหน

ข้อมูล ชื้นที่สองที่ถูกจงใจถูกเซ็นเซอร์ให้หายไปคือ กรณีที่พระเทพฯทรงตรัสกับผู้สื่อข่าวที่ประเทศสหรัฐฯว่า การประท้วงของพันธมิตรไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์ แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ของตัวม๊อบเอง (Bally: "Thai crown princes said in the US that the mob isn’t about protecting the Mornarchy, but about the mob’s own interest.") เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ข้อมูลดังกล่าวสื่อไทยไม่ได้สนใจนำเสนอเลย ซึ่งก็เป็นเพราะว่าม๊อบถูกจัดวางภาพพจน์ให้เป็นผู้ปกป้องสถาบันฯ และสถาบันฯถูกใช้ให้เป็นเครื่องมือในการกำจัดศัตรูของม๊อบ เช่นทักษิณ ซึ่ง ณ วันนี้ผู้สนับสนุนม๊อบนับพันยังคงดำเนินการประท้วงอยู่เพราะพวกเขาเชื่อว่า เขากำลังปกป้องสถาบันฯจากศัตรูร้ายคือทักษิณหรือรัฐบาล

หาก ใครคิดว่าการไม่นำเสนอข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องบังเอิญกระมัง ซึ่งไม่ใช่ แต่นี่คือหลักปฏิบัติธรรมดาของสื่อไทยในการบิดเบือนข่าวสาร ตัวอย่างอื่นๆ เช่น กลุ่มหมอบางกลุ่มออกแถลงการณ์ว่าจะไม่รักษาตำรวจ แต่สื่อนำไปขยายว่าจะไม่รักษาตำรวจรวมไปถึงครอบครัวตำรวจ หรือกรณีวัตถุกลมๆที่ดูเหมือนระเบิดปิงปองถืออยู่ในมือของผู้ได้รับบาดเจ็บ สื่อรายงานอ้างอิงพยานคนหนึ่งที่โรงพยาบาลว่าของดังกล่าวคือกุญแจ ทั้งๆที่ข้อเท็จจริงมีเพียงสื่อหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวที่ได้สืบสาวเรื่องราว ไปถึงข้อมูลที่บอกว่าคนไข้ไม่มีกุญแจใดๆ ในกระเป๋าของแกเลย

ตัวอย่าง เรื่องเล็กๆดังกล่าวกำลังทำให้เราทราบถึงปัญหาใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น นั่นก็คือปัญหาการทำตัวเลือกข้างของสื่อหลัก อาทิเช่น เนชั่นฯ เนชั่นฯภูมิใจนำเสนอตัวเองว่าสื่อมวลชนต้องเลือกข้าง และข้างที่ถูกคือข้างของม๊อบ เรื่องดังกล่าวกำลังทำให้มีคนกำลังตรวจสอบข่าวจากเนชั่นฯและสื่อไทยยี่ห้อ อื่นๆ อาทิเช่น การไม่ใช้คำว่า "ข้อกล่าวหาต่อคุณทักษิณ" แต่ดันไปทำตัวเป็นศาลเตี้ยตัดสินไปแล้วว่า "ทักษิณทำผิด" ก่อนหน้าการตัดสินของศาล

อย่าง ไรก็ดีเรื่องสำคัญที่สุดที่แสดงให้เห็นถึงการจงใจบิดเบือนข้อมูลของสื่อ คือ กรณีการไปประท้วงหน้าบ้านองคมนตรี ที่กลุ่มนปก.เชื่อว่าแกอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร ในเหตุการณ์ดังกล่าวผู้ประท้วงถูกทุบตีรุนแรงเฉกเช่นเดียวกับเหตุการณ์การ ประท้วงที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่สื่อทั้งหมดกลับนำเสนอข่าวว่ากลุ่มผู้ประท้วงดังกล่าวทำรุนแรงเกินกว่า เหตุต่อคนสำคัญในบ้านเมือง ในขณะที่เหตุการณ์การยึดทำเนียบ สื่อไทยกลับปิดปากเงียบไม่พูดซักแอะว่าม๊อบทำเกินไป

เหตุการณ์การบิด เบือนซ่อนข้อมูลดังกล่าวเช่นนี้ แม้ว่าสื่อไทยจะพยายามปรับปรุง เช่นความพยายามล่าสุดของสมาคมนักข่าวไทยในการให้นักข่าวไม่พยายามใส่ข้อ สันนิษฐานของตนเอง แต่ให้รายงานเหตุการณ์ไปตามเนื้อผ้า แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์กรณีการไม่นำเสนอผลโพลล์ความคิดเห็น หรือกรณีเรื่องพระเทพฯทรงตรัสที่สหรัฐฯ คงจะทำให้เราแจ้งแล้วว่า ความพยายามเรียกร้องของสมาคมฯคงไม่ไปถึงหูของสื่อมวลชน

ต้นฉบับภาษาอังกฤษโดย Bally
The Thai Propaganda Machine Eating Up Critical Info




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2551    
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 3:20:39 น.
Counter : 371 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.