ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

การคอรัปชั่นทางจริยธรรม ของนักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อมวลชน นักพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ฯลฯ

ศรัทธา สารัตถะ

เพียงชั่วเวลาหนึ่งสัปดาห์ เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า กลุ่ม นปช. ได้ถูกแปลงสภาพจาก “ประชาชนที่ชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย” กลายเป็น “คนอื่น” (the other) ใน สังคมไทยอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงส่วนใหญ่ที่ครอบครองพื้นที่สื่อสาธารณะ ต่างประสานเสียงรุมประณามกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นผู้นิยมความรุนแรง กระทำสิ่งที่ไร้เหตุผล มีเจตนาสร้างความเสียหายให้กับส่วนรวม…..อย่างไม่อาจเข้าใจ หรือแม้แต่ให้อภัย

ถ้าไม่ลืมง่ายจนเกินไป การแปะป้ายผู้ชุมนุม นปช. ใน ทางลบมาเป็นที่ประจักษ์ชัดมาโดยตลอด ในช่วงหลังการสลายการชุมนุม กลไกที่มีบทบาทในการแปะป้ายทำงานเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นนักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อมวลชน นักพัฒนาเอกชน นักวิชาการและอื่นๆ พากันประสานเสียงแปะป้ายคนเสื้อแดงเป็น “ปีศาจร้าย” “เป็นภัยต่อความมั่นคง” “เป็นศัตรูของชาติ” “เป็นผู้ก่อจลาจล” “เป็นอาชญากร” “เป็นเหยื่อของระบอบทักษิณ” “เป็นผู้นิยมความรุนแรง” “เป็นพวกโง่ จน เจ็บ” “เป็นคนบ้านนอก ไร้การศึกษา” “เป็นพวกหัวอ่อน ถูกหลอกง่าย” ฯลฯ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม การแปะป้ายดังกล่าว ปูพรมให้กับการใช้กำลังเข้าจัดการคนเสื้อแดง

เนื่องจากการแปะป้ายคนเสื้อแดง มีส่วนสำคัญที่สร้างความชอบธรรมให้กับการใช้กองกำลังทหารเข้าจัดการกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง การ สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง กำลังสร้างบรรทัดฐานทางสังคมขึ้นมาใหม่ว่า การใช้กำลังทหาร พร้อมอาวุธสงครามบรรจุกระสุนจริงจัดการกับการชุมนุมของประชาชนเป็นเรื่องที่ สังคมยอมรับ หากมีเหตุผลที่เชื่อว่าสมควร?

ในสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังฝุ่นตรลบไม่จาง ความรู้สึกเจ็บปวดโกรธแค้นของผู้ชุมนุมยังคุกรุ่น กลับมีความพยายามเติมเชื้อลงไปในกองไฟ โดยการแปะป้ายผู้ชุมนุมเสื้อแดงแบบเหมารวม เพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่การจัดการแบบเหมาเข่งต่อไป น่าสงสัยว่า ความสามารถในการจำแนกแยกแยะได้สูญสลายไปจากสังคมไทยแล้ว?

การแปะป้ายทักษิณเป็น “อาชญากร” กำลังทำให้ “คนรักทักษิณ” รวมถึง “คนที่ไม่ปฏิเสธทักษิณ” กลายเป็น “อาชญากร” ไปพร้อมกัน ทั้งๆ ที่ความผิดของทักษิณ ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวของทักษิณ เหตุใดชาวบ้านที่รักทักษิณ หรือคนที่ไม่ปฏิเสธทักษิณ หรือคนที่สวมเสื้อแดง แต่ไม่ได้นิยมชมชอบทักษิณ จึงถูกผลักให้อยู่ในฐานะอาชญากรที่ได้รับการลงโทษอย่างเท่าเทียมกัน?

คำ ร้องขอให้มีการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีผู้สูญหายหรือเสียชีวิตจากการใช้กำลังทหารสลายการชุมนุมของประชาชน ถือเป็นมาตรฐานทางจริยธรรมขั้นพื้นฐานซึ่งยอมรับกันในระดับสากล กลับถูกปัดทิ้งไปอย่างไร้ค่า บรรดานักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อสารมวลชน องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการจำนวนมาก ซึ่งเคยแสดงบทบาทแข็งขันในการเรียกร้องสิทธิและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เมื่อคราวสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร กำลังแสดงให้เห็น “สองมาตรฐานทางจริยธรรม” ของพวกเขาอย่างหน้าไม่แดง (ดูเพิ่มเติมความเห็นในบทความของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในประชาไท) ด้วยคำพูดราบเรียบและน้ำเสียงเยียบเย็น พวกเขาเปล่งวาจาประสานเสียง “รัฐบาลทำตามขั้นตอน รัฐบาลทำได้เรียบร้อยดี”

นักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อมวลชน นักพัฒนาเอกชน นักวิชาการทั้งหลายมองไม่เห็นผลกระทบของการแปะป้าย การเลือกปฏิบัติ และสองมาตรฐานทางจริยธรรมของพวกเขา ทั้งๆ ที่พวกเขาอ้างตัวเป็นกลางทางการเมือง พร่ำพูดเสมอถึงความศรัทธาในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ยืนยันว่าเกลียดความรุนแรง เรียกร้องหาระบบธรรมาภิบาลที่โปร่งใส และอวดอ้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อประชาชนผู้เสียเปรียบ เหตุใดพวกท่านอ้างว่าเกลียดนักการเมืองคอรัปชั่นเข้าไส้ กลับมองไม่เห็นการคอรัปชั่นทางจริยธรรมของตนเอง?

สื่อมวลชนมีส่วนสำคัญกับการผลักให้สถานการณ์เดินหน้ามาสู่จุดนี้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่แหลมคม ดูเหมือนว่าสถานีโทรทัศน์ทุกช่องมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ในการรายงานความจริง ด้านเดียว ไม่เว้นแม้แต่โทรทัศน์ที่เกิดจากเลือดเนื้อของประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ภายหลังการปะทะ แทนที่สื่อจะพยายามพิสูจน์ความจริงให้สิ้นสงสัย สื่อกลับตอบโต้ข่าวลือว่า “มีคนตาย มีการลากศพไปซ่อน” ด้วยการยืนยันแบบแผ่นเสียงตกร่องว่า “ไม่มีคนตาย มีเพียงคนบาดเจ็บเล็กน้อย” ใน เงื่อนไขที่ช่องทางการสื่อสารและการเรียกร้องความยุติธรรมถูกปิดประตูตาย ชาวบ้านย่อมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพึ่งข่าวลือ และข่าวอื่นๆ เท่าที่พวกเขาจะหาได้ แต่สื่อกลับทำผิดซ้ำซากอีก ด้วยการประณามชาวบ้านว่าเชื่อข่าวลือ ทั้งยังไล่บี้นักศึกษาซึ่งพยายามช่วยค้นหาความจริงเกี่ยวกับผู้สูญหายว่า เป็นผู้สร้างข่าวลือ การแปะป้ายผู้ที่มีความเห็นต่าง กำลังกลายเป็นเครื่องมือตีกรอบความจริงให้เหลือเพียงมุมมองเดียวที่รัฐบอก ว่า “ใช่”

นักสิทธิมนุษยชน นักสันติวิธี สื่อมวลชน นักพัฒนาเอกชน นักวิชาการทั้งหลาย พวกท่านลืมไปแล้วหรือว่า คนเสื้อแดงคือคนไทยเหมือนกับเราๆ ท่านๆ พวกเขาคือองค์ประกอบหนึ่งที่มีส่วนร่วมสร้างความมั่งคั่งในสังคมให้พวกท่าน ได้อยู่สุขสบาย พวกเขามีพ่อแม่พี่น้องและเพื่อนฝูงญาติมิตรที่อยู่ร่วมสังคมเดียวกับท่าน การคอรัปชั่นทางจริยธรรมของพวกท่านในวันนี้ กำลังทำลายโอกาสและความเชื่อมั่นในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในวันหน้า กว่าท่านจะตระหนักถึงผลกรรมที่พวกท่านก่อไว้ ประเทศไทยก็ไม่มีวันเหมือนเดิมเสียแล้ว

ที่มา : ประชาไท


‘2 บรรทัดฐาน’ ของทหาร, สื่อ, นักวิชาการ เอ็นจีโอ กรณีใช้พรก.ฉุกเฉิน

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ที่มา: กระดานข่าวฟ้าเดียวกัน, 13 เมษายน 2551

หลังเกิดการปะทะในคืนวันที่ 1-2 กันยายน 2551 ซึ่ง ณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสง ของ นปช. ถูกคนของพันธมิตรฯ ทำร้าย จนเสียชีวิต รัฐบาลสมัครได้ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ปรากฏว่า นอกจากทหาร ที่รับมอบหน้าที่ ไม่ยอมปฏิบัติอะไรทั้งสิ้นแล้ว วงการสื่อมวลชน นักวิชาการ เอ็นจีโอ ยังพร้อมใจกันออกมาประณามรัฐบาลสมัคร และเรียกร้องให้ สมัคร ลาออก และยกเลิกประกาศ พรก.ฉุกเฉิน นี่เป็นรายงานข่าว ของบางตัวอย่างของปฏิกิริยาของบรรดาสื่อมวลชน เอ็นจีโอ ในขณะนั้น (ความจริง ยังมีตัวอย่างอีกมาก)

อันที่จริงอาจกล่าวได้ว่า การไม่ยอมปฏิบัติตามหน้าที่ของทหาร และการพร้อมใจกันออกมาคัดค้าน ความพยายามดำเนินการยุติการชุมนุมของพันธมิตรฯของรัฐบาลสมัครในขณะนั้น ของสื่อมวลชน นักวิชาการ เอ็นจีโอ มีส่วนรับผิดชอบ ต่อความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นที่ตามมา

..............................................

"องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 5 องค์กรออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน"

//www.prachatai.com/05web/th/home/13457


"กป.อพช.เรียกร้องนายกฯ ลาออก ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน..."

//www.prachatai.com/05web/th/home/13456

กป.อพช.มีข้อเรียกร้องดังนี้

ประการ แรก ให้นายกรัฐมนตรีลาออก เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะที่รัฐบาลสามารถใช้กฎหมายและมาตรการตามปกติได้ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นการใช้อำนาจที่เกินกว่าเหตุ

ประการที่สอง เราขอให้ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะยิ่งเป็นการสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าและมีความรุนแรงยิ่งขึ้น



"สัมภาษณ์ ไพโรจน์ พลเพชร: ข้อเสนอผ่าทางตันทางการเมือง"

//www.prachatai.com/05web/th/home/13454

ถาม : ขอถามถึงเหตุผลอีกทีชัดๆ ในการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก?

ไพโรจน์ : เพราะการลาออกคือการแก้วิกฤตปัญหา และเป็นวิถีทางประชาธิปไตย เพราะเมื่อนายกฯ ลาออกจะเป็นการลดเงื่อนไข


รวม "แถลงการณ์" ของ นักวิชาการ, เอ็นจีโอ :

//www.prachatai.com/05web/th/home/13470

คณะผู้บริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (สุรพล, สมคิด, นครินทร์, นิพนธ์, ธเนศ, จุลชีพ ฯลฯ, ฯลฯ)

คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาใช้ดุลพินิจในการคลี่คลายสถานการณ์ความ ขัดแย้งรุนแรง ที่เกิดขึ้นด้วยการเสียสละให้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่อันเป็นกระบวนตามวิถีทางประชาธิปไตย เมื่อมีความขัดแย้งทางการเมืองที่มิอาจหาทางออกในระบอบทางการเมืองโดย ปกติได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เวลาและให้โอกาสแก่สังคมไทย ในการเยียวยาความเสียหาย และความลดระดับความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงและเหตุการณ์นองเลือดใน ระหว่างประชาชน ชาวไทยด้วยกันเองลงได้


คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย

ขอประณามกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ....

ขอประณามการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ ของรัฐบาล .....

เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ด้วยการลาออกทั้งคณะ ...


คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)

คณะ กรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนที่เป็นอิสระ ทำหน้าที่ติดตามสอดส่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน เห็นว่า รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช บกพร่องในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างร้ายแรง ไม่สามารถทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิในชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็น ตลอดจนทรัพย์สินของประชาชนได้ ...


คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) ขอเรียกร้องอย่างจริงจัง ให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี รับผิดชอบความบกพร่องและการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ของคนในรัฐบาลด้วยการ “ลาออก” จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี....


กลุ่มคณะอาจารย์และบุคลากรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ขอให้ยกเลิกประกาศ พรก. ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก


คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ขอคัดค้านการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพมหานคร


เครือข่ายประชาสังคมเพื่อความสมานฉันท์ภาคเหนือ

ให้นายกรัฐมนตรีลาออก เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ และยังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอันเป็นเครื่องมือให้กับนายกรัฐมนตรีในการใช้ อำนาจกับประชาชน

ยังมีอีกหลายกลุ่ม หลายองค์กร หลายบุคคล โปรดตามไปอ่านตาม link ข้างต้น ขออภัย ขี้เกียจคัดลอกแล้ว




 

Create Date : 24 เมษายน 2552    
Last Update : 24 เมษายน 2552 17:25:53 น.
Counter : 361 Pageviews.  

สรุปประเด็นข้อมูลจากปากทักษิณ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 มีนาคม 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์: พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ปราศรัยผ่านวิดิโอลิ้งค์เข้ามายังการชุมนุม"แดงทั้งแผ่นดินเชียงใหม่" เมื่อวันอาทิตย์ที่22มีนาคม 2552 โดยเป็นการเปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังขบวนการอำมาตยาธิปไตยที่สมคบคิดโค่น ล้ม ลอบสังหาร ทำรัฐประหาร ใช้กระบวนการศาลในการยุบพรรคอย่างหมดเปลือกเป็นครั้งแรก ขอเชิญรับชมจากคลิปวิดิโอนี้

ทักษิณโฟนอิน

ขอสรุปประเด็นทั้งหมดของคุณทักษิณดังนี้

- อุดมการณ์คนเสื้อแดง คือการทวงคืนประชาธิปไตย ทวงความเป็นธรรม ไม่ต้องการเห็นความสองมาตรฐาน คุณทักษิณต้องการให้คนเสื้อแดงสู้เพื่ออุดมการณ์ ไม่ใช่เพื่อคุณทักษิณ
- มีคนจากพรรคเพื่อไทยได้รับผลประโยชน์ แลกกับการโหวตให้พรรคประชาธิปัตย์ แต่มองในทางดีคือการเห็นของเสียตกตะกอน
- พรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นรัฐบาล แต่ยังไม่สามารถทำงานให้กับประเทศชาติได้
- ชี้ถึงปัญหาหลักที่แท้จริงที่เกิดขึ้น และจะชี้ถึงทางออกในการชุมนุมคนเสื้อแดงครั้งต่อไป
- เริ่มต้นเล่าถึงเรื่องยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากรมว.กลาโหมในรัฐบาลทักษิณปี49 มาบอกว่า ปชป.เป็นฝ่ายค้านคะแนนเสียงน้อย สื่อมวลชนจะทำหน้าที่ช่วยเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปรกติ
- ลูกชายเจ้าของนสพ.มาเล่าให้ฟังว่า องคมนตรีคนหนึ่งไปกินข้าวกับพ่อ แล้วอ้างว่า ทางวังไม่เอาทักษิณแล้ว และเป็นสาเหตุที่ทำให้นสพ.ฉบับนั้นตีข่าวโจมตีทักษิณ
- พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เล่าให้คุณทักษิณฟังว่า ต้นปี 49 ได้ไปร่วมประชุมกับพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในบ้านแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท โดยสุรยุทธ์อ้างว่า "จะทำงานถวาย เพราะไม่จงรักภักดี" พล.อ.พัลลภ จึงรับงานมา แต่ยังไม่ได้ลงมือ จนกระทั่งโกรธคุณทักษิณด้วยเรื่องส่วนตัว จึงได้ลงมือสังหารถึงสองครั้งแต่รอดมาได้
- "ยุทธ์ปฏิวัติ" หรือพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นคนลงมือลอบสังหารคุณทักษิณด้วยคาร์บอมบ์
- จ่ายักษ์ให้การกับตำรวจบอกว่า ถ้าคาร์บอมบ์แล้วไม่ตาย จะปฏิวัติ และถ้าปฏิวัติสำเร็จ คนเป็นนายกฯ จะเป็นสุรยุทธ์
- สาเหตุที่สุรยุทธ์ทำการดังกล่าว คุณทักษิณบอกว่า เป็นเพราะการย้ายพล.อ.สุรยุทธ์ มาเป็นผบ.สูงสุด เนื่องจากไปสั่งเคลื่อนกำลังไปยิงปืนใส่พม่าตายไป 300 กว่าคน
- คุณทักษิณ ยืนยันความจงรักภักดี และไม่เป็นอย่างที่พวกอำมาตย์กุข่าว ใส่ร้าย
- คุณทักษิณเป็นนายกฯภายใต้ รธน.40 ซึ่งมีนายอานันต์ และหมอประเวศ ซึ่งเป็นผู้ร่วมร่างโดยอาศัยแนวคิดที่ต้องการมีรบ.ที่เข้มแข็ง แต่ท้ายสุดก็มาคัดค้านในภายหลัง
- รบ.อภิสิทธิ์ ที่บอกว่า ประชาชนต้องมาก่อน แท้จริงแล้ว ให้ทหารมาก่อน พันธมิตรฯมาก่อน ประชาชนต้องนั่งคอยก่อน
- พรรคไทยรักไทยถูกยุบ เพราะมีความตั้งใจให้ถูกยุบ โดยเฉพาะมีพยานที่มาบอกกับคุณทักษิณว่า เขาได้เป็นพยานเท็จในกรณีดังกล่าวแล้วใส่ร้ายพรรคไทยรักไทย
- รบ.อภิสิทธิ์ก้าวเข้ามาสู่จุดนี้ เพราะใช้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน แถมใช้ทหารในการช่วยจัดตั้งรัฐบาล
- คุณทักษิณได้เล่าว่าพล.อ.พัลลภ อ้างว่า คนสี่คนได้มีส่วนร่วมในการวางแผนประชุมใส่ร้ายและปองร้ายคุณทักษิณ ได้แก่ นายปราโมทย์ นาครทรรพ์ (คนกุเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ ใส่ร้ายทักษิณว่าจะล้มราชบัลลังก์) นายอักขราทร จุฬารัตน์ แห่งศาลปกครอง นายจรัญ ภักดีธนาคุณ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ(รับงานนอก ละเมิดรัฐธรรมนูญซะเอง) และนายชาญชัย ลิขิตจิตตะ องคมนตรี อดีตประธานศาลฎีกา
- คุณทักษิณเล่าถึงข่าวลือต่างๆ อาทิเช่น ข่าวกุที่บอกว่าคุณทักษิณเป็นคนสนับสนุนหนังสือเรื่องเดอะคิงเนเวอร์สไมล์ ทั้งๆที่เป็นคุณทักษิณเป็นคนสั่งการให้ห้ามขายหนังสือในไทย
- มีการแต่งตั้งนายนาม ยิ้มแย้ม ซึ่งเป็นศัตรูทางการเมืองของคุณทักษิณ มาดำรงตำแหน่งสอบสวนคุณทักษิณ
- ตราบใดที่ใช้องค์กรอิสระมากลั่นแกล้งกัน จะทำให้พี่น้องคนเสื้อแดงมากขึ้นเรื่อยๆ และคุณทักษิณจะปล่อยข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะความลับต่างๆ
- การเลือกตั้ง 2 เมษา 2549 มีการกดดันให้กกต.ลาออก คนที่ลาออกมาเล่าให้ฟังว่า คนที่กดดันให้เขาออกคือ จำลอง ศรีเมือง อีกคนสุรยุทธ์ จุลานนท์ และกกต.ที่ลาออกยังบอกด้วยว่า "เขาจะเอากกต.ติดคุก"
- มีการปล่อยข่าวเท็จ "แผนพระเจ้าตากสิน" ซึ่งปล่อยโดยประชาธิปัตย์ และซื่อบื้อรับลูกโดย "ป๊อก"
- พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจโลกที่เคยโตถึง 5% ต่อปี แต่ 2009 จะหดตัวลงไปติดลบ 1% ประเทศมหาอำนาจจะประสบปัญหา
- พูดถึงเรื่องเงินออม คนออมเงินถูกลงโทษ ในขณะที่ธนาคารกินส่วนต่างมาก
- วิกฤติทางเงิน จะพัฒนาตัวเองเป็นวิกฤติการจ้างงาน โดยคนตกงานรวมกันทั้งโลกอีกสองปีหน้าเป็น 30 ล้านคน
- การกู้เงิน ถ้าจะทำ ต้องกู้เพื่อการจ้างงาน ไม่ใช่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมการบริโภค
- พูดถึงเศรษฐกิจที่จะหดตัวอย่างรุนแรง และภาคการเกษตรจะไม่ใหญ่พอที่จะรับมือกับภาคอุตสาหกรรม




 

Create Date : 24 มีนาคม 2552    
Last Update : 25 มีนาคม 2552 16:21:34 น.
Counter : 310 Pageviews.  

องค์กรสิทธิฯเอเชียจี้UNลงดาบฟันเผด็จการซ่อนรูป-โจรก่อการร้ายพันธมิตร

ที่มา ประชาไท
2 มีนาคม 2552

แถลงการณ์ศูนย์ข้อมูลกฎหมายเอเชีย
แถลงการณ์ที่ ALRC-CWS-10-04-2009
สภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
การประชุมสมัยที่ 10


ขอเรียกร้องให้ผู้มีหน้าที่ต่อไปนี้ให้ความเห็นพิเศษถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ที่กำลังถดถอยภายในรัฐแห่งความมั่นคงภายในในประเทศไทย และขอกระตุ้นเตือนให้หน่วยงานเหล่านี้พยายามไปเยือนประเทศไทย และหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างเที่ยงตรงได้ด้วยตนเองในอนาคตอัน เร็ว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาและถกเถียงอย่างจริงจังถึงประเด็น สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยในหน่วยงาน และผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ และ ALRC ขอสนับสนุนให้ผู้มีหน้าที่ดังกล่าวให้ความสำคัญกับประเทศไทยไว้เป็นลำดับ ต้นๆในการทำงานของท่านในปีนี้




หมายเหตุถ้อยแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรโดยศูนย์ข้อมูลกฎหมายเอเชีย (Asian Legal Resource Centre-ALRC) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีสถานะได้รับการรับรองโดยสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้หน่วยงานของสหประชาชาติ(UN)ได้เข้ามาสอบสวนการละเมิดสิทธิ มนุษยชนในประเทศไทยในหลายกรณี รวมทั้งการรัฐประหาร19กันยา,รัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลจากการเลือกตั้งโดย ตุลาการ,การกระทำของพันธมิตร และการใช้กฎหมายหมิ่นฯกับผู้เรียกร้องประชาธิปไตย และฟื้นฟูสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศไทย


1. หลังจากที่มีการรัฐประหารโดยทหารในประเทศไทยเมื่อเดือนกันยายน 2549 ศูนย์ข้อมูลกฎหมายเอเชีย(Asian Legal Resource Centre-ALRC) ได้เตือนถึงการกลับมาของแรงต้านสิทธิมนุษยชนที่ทรงพลังอีกครั้ง โดยเฉพาะภายในกองทัพและเครือข่ายพันธมิตรของกองทัพในแวดวงการเมืองที่ อนุรักษ์นิยมอย่างรุนแรง เหตุการณ์ต่าง ๆ เมื่อปีที่แล้วได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าแรงต้านเหล่านี้กำลังหยั่งรากมั่นคง อีกครั้งในทุกส่วนของรัฐบาลไทย และกำลังอยู่ในกระบวนการรื้อรัฐประชาธิปไตยเสรีที่กำลังตั้งไข่ ที่เริ่มก่อร่างมาตั้งแต่ในช่วงทศวรรษที่ 2530 โดยนำเอารัฐที่มุ่งความมั่นคงภายในประเทศแบบที่เป็นในช่วงทศวรรษก่อนๆหน้า นั้นเข้ามาแทนที่

2. ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการเสื่อมถอยลงในเรื่องการเคารพสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และผลประโยชน์สาธารณะ ในประเทศไทย มีให้เห็นดังต่อไปนี้:

ก. การโค่นล่มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยพลังต้านระบอบประชาธิปไตยครั้งแล้วครั้งเล่า: ในปี 2551 รัฐบาลที่รับอำนาจมาจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อช่วงสิ้นปี 2550 ต้องออกจากตำแหน่งถึงสองครั้งด้วยการทำรัฐประหารโดยฝ่ายตุลาการตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และมีทหารอยู่เบื้องหลัง ซึ่งผ่านการทำประชามติที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่แสร้งสร้างขึ้นมา ทั้งสองรัฐบาลที่ถูกทำให้ต้องออกไปนั้นไม่เป็นมิตรกับสิทธิมนุษยชน ที่จริงแล้ว นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของรัฐบาลแรกถึงกับปฏิเสธว่าไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่าง รุนแรงเมื่อปี 2519 และในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทว่า การทำให้รัฐบาลนี้และรัฐบาลต่อมาต้องออกไปด้วยบทบัญญัติอันแปลกประหลาดของ รัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ได้นำประเทศไทยกลับไปสู่ระบอบรัฐสภาที่มีสมาชิกส่วน หนึ่งมาจากการแต่งตั้ง เป็นสิ่งที่ช่างสอดคล้องกับการมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นโดยตุลาการระดับ สูงที่มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนที่ประกอบไปด้วยผู้ได้รับการแต่งตั้งทาง การเมือง ไม่ใช่ผู้พิพากษาที่มีใจยุติธรรม การโค่นล้มรัฐบาลทั้งสองนี้เป็นหลักฐานว่าการเมืองเรื่องการเลือกตั้งใน ประเทศไทยได้ถูกปัดตกไป และตุลาการระดับสูงได้ถูกทำให้เป็นเครื่องมือของพลังการเมืองอนุรักษ์นิยม และไม่ได้เป็นอิสระแต่อย่างใด

ข. ไม่มีการสืบสวนหรือดำเนินคดีการกระทำความผิดทางอาญาในสาธารณะขนานใหญ่: การโค่นล้มรัฐบาลที่สองนั้นเกิดขึ้นโดยการเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลซึ่งมีสำนัก งานของนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วยเป็นเวลานานถึงสามเดือน และในภายหลังก็มีการยึดสนามบินนานาชาติทั้งสองแห่งของกรุงเทพฯเป็นเวลา นานกว่าหนึ่งสัปดาห์ การกระทำที่ผิดกฎหมายเหล่านี้เป็นที่ชัดเจนว่าถูกจัดตั้งโดยความร่วมมือกับ กองทัพบางส่วน โดยมีปฏิบัติการที่คล้ายคลึงกับปฏิบัติการทางทหารบางอย่าง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งเป็นผู้นำปฏิบัติการนั้นมีกองกำลังของตัวเองทำหน้าที่เสมือนตำรวจ สมาชิกของกองกำลังนั้นพกพาอาวุธและใช้อาวุธทั้งอย่างเปิดเผยและอย่างลับๆ ทั้งปืน ระเบิด มีด และอุปกรณ์ที่ไม่มีคมต่าง ๆ กองกำลังนั้นยังทำร้ายและกักกันคนอย่างผิดกฎหมายจำนวนมาก และยังเป็นที่เชื่อกันว่าเป็นผู้รับผิดชอบการฆาตกรรมอย่างน้อยหนึ่งราย นอกจากนี้สมาชิกของพธม.ยังมีการกระทำผิดต่อทรัพย์สินทั้งของรัฐและเอกชนอีก ด้วย แต่แม้กระนั้น ก็ไม่มีรายงานถึงความก้าวหน้าในการดำเนินคดีทางอาญากับกลุ่มนี้ โดยเฉพาะกับผู้นำ และฝ่ายบริหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันนี้ก็ ไม่ได้ดำเนินมาตรการใด ๆ เพื่อไปสู้เป้าหมายนี้เลย มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การสืบสวนทางอาญาและการดำเนินคดีนั้นเป็นเรื่องของตำรวจกับศาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไร้สาระสิ้นดี เนื่องจากในฐานะที่เป็นผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ เขามีอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ที่จะสั่งให้มีการสืบสวนพิเศษ อันที่จริงแล้วเนื่องจากระดับความรุนแรงและผลสืบเนื่องของเหตุการณ์เหล่านี้ นี่เป็นหน้าที่ของนายกฯ เสียด้วยซ้ำ แต่เขาก็ตั้งใจหลีกเลี่ยง เขายังสามารถสั่งให้มีการไต่สวนทางรัฐสภาหรือทางกระบวนการที่เป็นอิสระอื่น ๆ และยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะที่เป็นประธานกรรมการคดีพิเศษที่มีหน้าที่ดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายใต้กระทรวงยุติธรรม เขาก็สามารถสั่งให้มีการสืบสวนทางอาญาเป็นกรณีพิเศษเมื่อไรก็ได้ผ่านทางดี เอสไอ ทว่า เนื่องจากเขาได้เข้าสู่อำนาจด้วยเหตุการณ์เหล่านี้ และเนื่องจากนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ของประเทศไทย เป็นผู้สนับสนุนการยึดสถานที่อย่างเปิดเผยและสนับสนุนเป็นนัยๆ ต่อการละเมิดทางอาญาที่มาพร้อมกับการยึดสถานที่ ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้บริหารในชุดปัจจุบันจะหาทางจัดการกับปัญหาเรื่อง การไร้ขื่อแปในประเทศไทยในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่ง

ค. การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตและการล่าแม่มดด้วยกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ: ในขณะที่ดีเอสไอไม่ได้ถูกเรียกมาให้สืบสวนหาผู้กระทำผิดในกรณีความรุนแรงและ การทำลายข้าวของในระหว่างการยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบิน ดีเอสไอกลับถูกสั่งให้ไปดำเนินคดีที่เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลไทยให้ความสนใจ มากกว่า นั่นคือเรื่องการแสดงความเห็นทั่วไปเกี่ยวกับราชวงศ์ เมื่อเดือนมกราคม 2552 ดีเอสไอซึ่งที่จริงมีหน้าที่เพียงทำคดี “พิเศษ” เรื่องความมั่นคงแห่งชาติหรือเรื่องที่ซับซ้อนเป็นพิเศษ ได้จับกุมชายคนหนึ่งที่เพียงแค่โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในการแช ททางอินเทอร์เน็ต ในเดือนเดียวกันนั้น ชายชาวออสเตรเลียคนหนึ่งถูกตัดสินว่ากระทำความผิดและถูกจับคุกเนื่องจากข้อ ความคลุมเครือเพียงไม่กี่บรรทัดในหนังสือที่เขาเขียนเมื่อหลายปีมาแล้ว ในเดือนกุมภาพันธ์ นักวิชาการคนหนึ่งหนีไปต่างประเทศด้วยข้อกล่าวหาเดียวกัน โดยเขาได้กล่าวไว้อย่างถูกต้องทีเดียวว่าเขาจะไม่ได้รับการพิจารณาคดีอย่าง เป็นธรรมในประเทศไทย กรณีเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงจำนวนข้อร้องเรียนถึงการหมิ่นพระบรมฯ ที่มีมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปสามารถเป็นผู้แจ้งความได้ เว็บไซต์ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่เมื่อไม่นานนี้บนเซิร์ฟเวอร์ของรัฐสภาเชิญ ชวนให้ประชาชน “Protect the King (ปกป้องพระมหากษัตริย์)” โดยการรายงานถึงใครก็ตามที่ตนคิดว่าได้กระทำการละเมิดโดยการหมิ่นพระบรมเด ชานุภาพ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณก้อนใหญ่ให้แก่หน่วยงานใหม่ที่ทำหน้าที่บล็อกเว็บเพ จที่ถูกมองว่าละเมิดสถาบันกษัตริย์ หรืออะไรก็ตามที่เป็นภัยต่อความมั่นคงภายในของรัฐ และเพียงในปี 2552 ปีเดียว ก็มีรายงานว่าเว็บเพจหลายพันเว็บถูกบล็อกไป

ง. การคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน: บรรยากาศของความกลัวที่กำลังถูกส่งเสริมไปทั่วโลกของสื่อมวลชนและโลกอิน เทอร์เน็ตผ่านทางการเซ็นเซอร์ การฟ้องหมิ่นพระบรมฯ และการฟ้องหมิ่นประมาททางอาญา ก็ก่อตัวขึ้นในโลกสิทธิมนุษยชนด้วยเช่นกันผ่านทางการถูกบังคับให้สูญหายที่ ไม่สามารถคลี่คลายได้ และการคุกคามทางกายและทางวาจาต่อนักปกป้องสิทธิในประเทศ การคุกคามเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งคราว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรัฐแห่งความมั่นคงภายในอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างเช่น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ซึ่งขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ได้ออกรายงานที่อ้างว่ากลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ได้ใช้กลุ่มสิทธิมนุษยชน เป็นฉากบังหน้าเพื่อสร้างความไม่ไว้วางใจและความเกลียดชังในกลุ่มคนท้องถิ่น สองวันหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้บุกค้นสำนักงานของคณะกรรมการยุติธรรมเพื่อ สันติภาพ ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนในท้องถิ่นที่ได้เคยทำเสนอข้อมูลและข้อค้นพบต่อ สภาสิทธิมนุษยชนมาแล้ว และได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงตรวจสอบบันทึกข้อมูลคอมพิวเตอร์และเอกสาร และสอบสวนอาสาสมัครที่อยู่ในสำนักงาน การคุกคามอย่างไร้ยางอายนี้เป็นเรื่องเล็กหากเทียบกับการโจมตีนักปกป้อง สิทธิมนุษยชนอื่น ๆ อีกมากมายในประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่จากการที่ กอ.รมน.ได้เชื้อเชิญให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพุ่งเป้าไปที่กลุ่มสิทธิ มนุษยชน และในบริบทของภาคใต้ของประเทศไทยที่มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจปฏิบัติ หน้าที่อย่างไม่ต้องมีความรับผิดมาหลายปี นี่เป็นเรื่องที่ควรจะต้องให้ความใส่ใจกันอย่างจริงจัง


จ. การผลักดันกลับ การฆาตกรรม และการปลอดพ้นผิดในทะเลหลวง: ระดับความมุ่งมั่นของรัฐแห่งความมั่นคงภายในในการที่จะดูแลให้ไม่มีเจ้า หน้าที่ของตนต้องรับผิดกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นเห็นได้ชัดเจนเมื่อ เดือนมกราคม 2552 เมื่อกองทัพเรือไทยได้บังคับให้คนนับร้อยๆ ที่นั่งเรือ ข้ามอ่าว เบงกอลผ่านเข้ามาหรือเข้าใกล้น่านน้ำไทยกลับไปในทะเล มีรายงานว่าพวกเขาทำลายเครื่องยนต์เรือ โยนอาหารบนเรือทิ้ง และในบางกรณีก็จับคนทิ้งลงน้ำทั้งที่แขนขาถูกมัดอยู่ คนที่ถูกนำมาขึ้นฝั่งประเทศไทยก็ถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตานักท่องเที่ยว และโดยการเกี่ยวข้องของกอ.รมน.เช่นเคย การปฏิเสธและการบิดเบือนคำพูดของเจ้าหน้าที่ทหารและผู้นำนักการเมือง รวมถึงตัวนายกรัฐมนตรีเอง นั้นเป็นทั้งเรื่องที่ไม่สมจริงและจ้วงจาบเมื่อเทียบกับเรื่องราวที่ผู้รอด ชีวิตได้เล่าแก่เจ้าหน้าที่และนักข่าวในอินเดียและในอินโดนีเซียเหมือนๆกัน ทว่า นี่ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐไทยปฏิเสธเช่นนี้มาหลาย ปี และได้บังคับผู้คนที่หนีจากภัยสงครามและความยากจนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในพม่า กลับไปประเทศของตนมาหลายปีแล้ว


3. กรณีที่ยกมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างไม่กี่กรณีจากปีที่แล้วที่เกี่ยวกับการ เสื่อมถอยของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการเคารพหลักนิติรัฐในประเทศหลังจาก การก้าวสู้อำนาจของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ที่เห็นได้ชัดคือโดยเฉพาะหลังจากการทำรัฐประหารโดยทหารเมื่อปี 2549 ภายใต้เรื่องราวเหล่านี้ ยังมีกรณีการละเมิดอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วนในประเทศที่ ALRC ได้เคยนำเสนอข้อมูลแก่สภาสิทธิมนุษยชนมาก่อนหน้านี้แล้ว รวมทั้งถึงการทรมานในระหว่างการกักขัง การวิสามัญฆาตกรรม และการบังคับให้บุคคลสูญหาย

4. เนื่องจากประเทศไทยทุกวันนี้ปวกเปียกอยู่ภายใต้รัฐบาลที่ไม่ได้ก้าวสู่อำนาจ ด้วยกระบวนการเลือกตั้ง แต่ด้วยกลไกของการปลุกฟื้นรัฐแห่งความมั่นคงภายในอีกครั้ง อันเป็นรัฐที่ไม่มีการเคารพคุณค่าใดๆ ที่สภาฯปกป้องอยู่ ALRC ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักในด้านการพัฒนาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยใน อนาคตอันใกล้นี้

5. ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หน้าที่ความรับผิดชอบสำคัญตกอยู่ที่ชุมชนระหว่างประเทศ ที่จะต้องออกมาส่งเสียงอย่างแข็งกร้าวและอย่างตรงไปตรงมาเรื่องประเด็นสิทธิ มนุษยชนในประเทศไทย เพื่อที่รัฐบาลจะได้ตระหนักถึงการรับรู้ในเชิงลบของโลกภายนอกเกี่ยวกับ เรื่องราวในประเทศตนเอง และเพื่อที่รัฐบาลจะได้รับการส่งเสริมให้ย้อนคืนภาวะถดถอยนี้โดยเร็วที่สุด ALRC จึงขอเรียกร้องให้สภาฯ บอกกล่าวแก่ประเทศไทยอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่ได้ถูกมองว่ามีสถานะทางสิทธิมนุษยชนที่ดีอีกต่อไปแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ความเข้าใจเช่นนี้ในชุมชนระหว่างประเทศจะถูกแสดงออกอย่าง ชัดเจน มิเช่นนั้นรัฐบาลก็จะยังคงเดินทางไปต่างประเทศหรือดำเนินโครงการต่างๆเพียง เพื่อสร้างภาพของประเทศมากกว่าที่จะจัดการกับอุปสรรค์สำคัญของสิทธิมนุษยชน และหลักนิติรัฐที่ตนดูแลอยู่

6. ALRC จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีหน้าที่ต่อไปนี้ให้ความเห็นพิเศษถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่กำลังถดถอยภายในรัฐแห่งความมั่นคงภายในในประเทศไทย และขอกระตุ้นเตือนให้หน่วยงานเหล่านี้พยายามไปเยือนประเทศไทย และหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างเที่ยงตรงได้ด้วยตนเองในอนาคตอัน เร็ว:

ก. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยการฆาตกรรมที่อยู่เหนือกฎหมายและการฆ่าโดยพลการ (The Special Rappporteur on extrajudicial, summary or arbitrary executions) ผู้ซึ่งได้ยื่นคำร้องขอมาเยือนประเทศไทยตั้งแต่ปี 2547 และเป็นผู้ที่สภาฯ ควรจะช่วยถามรัฐบาลไทยให้ว่าเหตุใดการขอเยือนประเทศจึงไม่ได้รับการตอบรับ ข้ออ้างที่ว่าประเทศสามารถรับรองการเยือนของผู้เชี่ยวชาญพิเศษได้เพียงปีละ คนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรยอมรับ

ข. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

ค. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและทนายความ

ง. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของคนข้ามชาติ

จ. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยการทรมาน และการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ฉ. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในเสรีภาพในการแสดงออก

ช. คณะทำงานว่าด้วยการบังคับให้บุคคลสูญหาย

ซ. คณะทำงานว่าด้วยการกักขังโดยพลการ


7. มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาและถกเถียงอย่างจริงจังถึงประเด็น สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยในหน่วยงาน และผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ และ ALRC ขอสนับสนุนให้ผู้มีหน้าที่ดังกล่าวให้ความสำคัญกับประเทศไทยไว้เป็นลำดับ ต้นๆในการทำงานของท่านในปีนี้

ในขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทย ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างของรัฐบาลและสิทธิมนุษยชนที่พัฒนาขึ้นใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ตอนนี้ประเทศนี้ได้กลายเป็นตัวอย่างของทุกอย่างที่ผิดพลาดไปเสียแล้ว โชคไม่ดีที่นัยยะของความเสื่อมถอยเช่นนี้ไม่ได้อยู่กับประเทศไทยประเทศเดียว แต่กับทั้งภูมิภาค เนื่องจากหากสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้ ความหวังในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าและกัมพูชาก็จะยิ่งดับลง ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษอย่างยิ่ง

..................................

ศูนย์ข้อมูลกฎหมายเอเชีย หรือ ALRC เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศระดับภูมิภาคที่เป็นอิสระ ที่มีสถานะที่ได้รับการรับรองโดยสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ALRC เป็นองค์กรร่วมของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ฮ่องกง โดยทำงานเพื่อแสวงหาหนทางในการเสริมสร้างและส่งเสริมปฏิบัติการในประเด็นทาง กฎหมายและสิทธิมนุษยชนในระดับท้องถิ่นและระดับชาติทั่วเอเชีย




 

Create Date : 03 มีนาคม 2552    
Last Update : 3 มีนาคม 2552 19:14:00 น.
Counter : 308 Pageviews.  

สถาบันพระมหากษัตริย์ยุคปัจจุบันและการละเมิดไม่ได้

โดย GRANT EVANS
ที่มา Bangkok Post Opinion
แปลเป็นไทยโดย bbbแห่งบอร์ดประชาไท

มันเป็นธรรมดาที่ปัญญาชนและนักการเมืองไทยจะอ้างว่าชาวต่างชาติไม่เข้าใจถึง ทัศนคติของคนไทยที่มีต่อพระมหากษัตริย์ และมันก็จริงที่ฝรั่งหลายคนไม่เข้าใจถึงความรู้สึกเกรงขามและความเคารพของคน ไทยส่วนใหญ่ แต่มันก็จริงเช่นกันที่ชาวต่างชาติเคยมีความรู้สึกเช่นเดียวกันต่อสถาบันพระ มหากษัตริย์ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นชาวอังกฤษ ออสเตรเลีย สวีเดน ญี่ปุ่น หรืออื่นๆ

สำหรับ ผมตอนเด็กๆที่อยู่ออสเตรเลียในช่วงทศวรรษ 1950 สถาบันกษัตริย์ดูเหมือนเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เวลาผมไปโรงเรียนพวกเราร้องเพลง God Save the Queen เพื่อเริ่มต้นอาทิตย์ใหม่ และร้องเพลงนี้เมื่อมีงานสำคัญ และจริงๆแล้วผมยังจำมันได้แม่นกว่าเพลงชาติเสียอีก

ผมโบกธง ออสเตรเลียให้พระราชินีอลิซเบธในปี 1954 ตอนเธอมาเยือนเมืองชนบท Mildura ทีผมโตขึ้นมา พวกเรายืนทำความเคารพในโรงหนัง และมีรูปพระราชินีอลิซาเบธแขวนอยู่ในห้องเรียนส่วนใหญ่ ในสถานที่สำคัญ และในบ้านหลายบ้าน หนังสือพิมพ์และวิทยุรายงานความเคลื่นไหวของราชวงศ์ (สมัยนั้นไม่มีโทรทัศน์ในชนบทจนกระทั่งปี 1967) และโดยเฉพาะในแมกกาซีนผู้หญิงมีรายงานข่าวของราชวงศ์และข่าวซุบซิบ ฉบับระลึกถึงการเดินทางต่างประเทศของพระราชินี เจ้าชาย หรือเจ้าหญิงขายหมดอย่างเร็ว นี่เป็นเรื่องปกติในแคนาดา นิวซีแลนด์ และประเทศในเครือจักรภพของอังกฤษ นี่ยังไม่รวมถึงสหราชอาณาจักรเอง

ทุก วันนี้วิญญานของการมีสถาบันกษัตริย์ได้หายไปจากสังคมออสเตรเลีย คนในรุ่นผมเป็นหนึ่งในกลุ่มสุดท้ายที่ยังจำ "ความเป็นธรรมชาติของการมีสถาบันฯ" ดังนั้นมันเป็นการเตือนสติที่จะสะท้อนถึงว่า"ความเป็นะรรมชาติ" หรือ "ความขลัง" ของสถาบันฯนั้นค่อยๆหายไปอย่างไร สาเหตุหนึ่งคือการลดลงอย่างรวดเร็วขององค์กรจัดตั้งของคริสต์ศาสนิกชนใน อังกฤษและออสเตรเลียตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่มันมีเหตุผลอื่นเช่นกัน

มันมีความหมายเหมือนกันที่จะตั้งข้อสัง เกตุว่าในขณะที่ทัศนคติได้เปลี่ยนไปอย่างเร็ว แต่สถาบันกษัตริย์ของอังกฤษดูเหมือนจะมี่ความมั่นคงมากและพระราชินีอลิซาเบธ ก็อยู่ในจุดสูงสุดของเธอ

การปกครองระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ นั้นเป็นประวัติศาสตร์ของการประนีประนอมของอุดมการณ์ทางการเมืองต่างๆ เป็นแบบกึ่งๆที่ผู้นิยมสาธารณรัฐรับไม่ได้ เป็นระบอบที่ทำงานได้ดีโดยเฉพาะถ้าเทียบกับระบบที่อุดมการณ์โดดๆถูกดำเนิน การอย่างเคร่งครัดเหมือนในระบอบคอมมิวนิสต์ที่เข้มงวดหรือระบอบฟาสชิสต์ แต่สถาบันกษัตริย์ในปัจจุบันนั้นเป็นสถาบันที่ถูกกำจัดได้ทางการเมือง ไม่เหมือนอุดมการณ์เกี่ยวกับชาตินิยมหรือสถาบันเช่นกองทัพในยุคใหม่ ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญของการระมัดระวังทางการเมืองโดยสถาบันกษัตริย์ สถาบันกษัตริย์ไม่สามารถจะแข่งขันกับอุดมการณ์เกี่ยวกับชาติและประชาธิปไตย ที่เหนือกว่า แต่จำเป็นต้องถูกมองว่าเป็นสถาบันฯที่อยู่ร่วมกับอุดมการณ์เหล่านั้นได้ อย่างกลมกลืน

สถาบันกษัตริย์สมัยใหม่จึงมีบทบาทเป็นผู้ปกป้อง "ประเพณีของชาติ" และสถาบันกษัตริย์นี้บางทีอาจจะทำตัวเป็นพ่อและมีคุณธรรม และบางครั้งอาจจะให้ความฝันของการมีสังคมแบบเรียบง่าย อย่างเช่นการให้แนวคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียงก็ไม่น่าแปลกใจ และเสมือนเป็นการต้านความเจริญอย่างรวดเร็วอย่างหนึ่ง จึงได้รับการยอมรับจากคนหลายคน

สถาบันกษัตริย์ดึงดูดใจนักมนุษยวิทยา ตั้งแต่ต้นกำเนิดเพราะการปกครองประเภทนี้ได้อยู่ควบคู่กับวัฒนธรรมและสังคม ต่างๆมาโดยตลอด และจากที่พวกเขาได้สังเกตุ คือเนื้อแท้ของราชวงศ์และขุนนางถูกแบ่งแยกออกมาโดยพิธีกรรม การแต่งกาย การพูด และอื่นๆ กิจกรรมเหล่านี้แยกแยะความบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ ราชวงศ์เป็น "ศูนย์กลางของตัวอย่างที่ดี" ตามคำอธิบายของ Clifford Geertz และสถาบันกษัตริย์ยังเป็นรูปแบบสังคมที่สามารถเอาชนะความขัดแย้งทางการเมือง และประกันความมีเสถียรภาพและความสามัคคี ความยากลำบากของสถาบันฯยุคใหม่คือการวัดว่าควรจะอยู่ห่างจากประชาชนมาก เท่าใดโดยเฉพาะในสังคมที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ถ้าพวกเขาไม่สนใจก็จะทำให้พวกเขาถูกเป็นเป้าของการเยาะเย้ยหรือแย่กว่านั้น

และ จากประเพณีปฏิบัตรที่แบ่งแยกราชวงศ์ออกมาทำให้เกิดกฏหมาย lese majeste ขึ้น มันถูกออกแบบออกมาเพื่อปกป้องเกียรติยศและความบริสุทธิ์ของราชวงศ์ แต่ในเมืองไทยนั้น ตั้งแต่กฏหมายนี้ถูกลากมาเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปลายทศวรรษ 1950 กฏหมายดังกล่าวถูกใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายโดยนักการเมืองทุกระดับ กฏหมายนี้ไม่ได้อยู่ในมือของกษัตริย์อย่างที่ควรจะเป็น ผลที่ตามมาคือการใช้กฏหมายหมิ่นฯโดยไม่มีหลักการนี้ทำให้เกิดผลตรงข้ามกับ จุดมุ่งหมายที่ออกแบบมาตั้งแต่ต้น แทนที่จะทำให้สถาบันกษัตริยืบริสุทธิ์กลับกลายเป็นทำให้หม่นหมองด้วยการ เมืองรายวัน ในแต่ละคดีของข้อหาหมิ่น ประชาชนถูกถามให้เลือกระหว่างสถาบันกษัตริย์และประชาธิปไตย และในที่สุดมันจะมีผลร้ายต่อสถานภาพของสถาบันแรก

ตามที่ผมได้กล่าว ไว้ข้างต้น สถาบันกษัตริย์ไม่ควรถูกมองว่าต่อต้านประชาธิปไตย นอกจากจะยกเลิกกฏหมายหมิ่นฯเท่านั้นที่จะหลีกเลี่ยงการเลือกที่ไม่น่า ปรารถนาระหว่างสองอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจากแง่มุมของนักมนุษยวิทยา การที่บางกลุ่มในพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอให้กฏหมายนี้มีความเข้มงวดมากขึ้น จะทำให้ปัญหาดูใหญ่กว่าที่เป็น ดูเหมือนพวกเขาจะต้องการดำเนินเรื่องไม่ดีนี้ด้วยสองสาเหตุ

หนึ่งคือ การฉวยโอกาสทางการเมืองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ทำให้กฏหมายนี้เปรอะ เปื้อน นั่นก็คือการอ้างว่ามีการสมรู้ร่วมคิดในการกำจัดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งพวกเขาอ้างว่ากระทำโดยศัตรูของเขาอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร มันไม่มีหลักฐานยืนยังเรื่องดังกล่าว และสำหรับผมคนหนึ่งเชื่อว่าทักษิณจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ อย่างไรก็ตามการถอดถอนรัฐบาลทักษิณที่เป็นที่นิยมของประชาชนรวมทั้งกองร้อย ของเขาในนามของสถาบันพระมหากษัตริย์ก่อให้เกิดการต่อต้านสถาบันฯขึ้น

ใน ระบอบกษัตริย์ย่อมมีผู้ต่อต้านสถาบันฯ ไม่มีสังคมใดที่คนจะเชื่อมั่น 100% ต่อผู้นำของเขา - แม้กระทั่งในเกาหลีเหนือ! และในความคิดปกติเมื่อคนยุคใหม่ถูกถามให้เลือกระหว่างสถาบันกษัตริย์กับ ประชาธิปไตยเขาจะเลือกข้อหลัง เพราะฉะนั้นเราควรสรุปว่าพวกที่ใช้อำนาจนอกประชาธิปไตยในนามของกษัตริย์เป็น ผู้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านกษัตริย์เอง

เหตุผลที่สองดูเหมือนจะเป็น เพราะพวกอนุรักษ์นิยมบางส่วนในสังคมไทยถูกหลอกด้วยโฆษณาชวนเชื่อสำหรับนัก ท่องเที่ยวเรื่อง "สังคมพุทธแบบดั้งเดิม" แต่สังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากในระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาและมันคงจะน่าหัวเราะถ้าคิดว่าทัศนคติของคนไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลง ไปด้วย เราแค่เปรียบเทียบกับศาสนาพุทธที่มีความนิยมมากในประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว หรือ พม่าเพื่อดูว่าศาสนาพุทธได้ถดถอยอย่างไร และพระสงฆ์ไทยก็มีเรื่องอื้อฉาวไม่แพ้ศาสนาคาธอลิก

นักอนุรักษ์นิยม ชอบคิดว่าการหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมทำได้ด้วยการบังคับ กฏหมายที่เคร่งครัดแทนที่จะพยายามเข้าใจการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวอย่างสร้าง สรรค์ให้เข้ากับมัน

ตัวอย่างที่เพิ่งเห็นไม่นานนี้คือแนวทางแบบ อนุรักษ์นิยมของอดีตกษัตริย์ Gayanendra ของเนปาล ผู้ที่โต้ตอบการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีกลับไปสู่ระบอบเผด็จการแบบ บูรณาญาสิทธิราชย์ ถ้าเขาพยายามยื่นประชาธิปไตยให้กับประชาชน สถาบันกษัตริย์ของเนปาลคงยังอยู่ถึงทุกวันนี้

คนไทยบางคนบางครั้ง เปรียบเทียบสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษกับสถาบันฯไทยในเชิงลบ แต่นักข่าวชาวอังกฤษที่มีความคิดนอกกรอบคนหนึ่งชื่อ Jeremy Paxman ได้สรุปในหนังสือของเขา On Royalty (2006) (เรื่องราชวงศ์) ว่าราชวงศ์วินด์เซอร์จะอยู่ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ แต่การทำนายประเทศไทยที่เต็มไปด้วยวิกฤตนั้นค่อนข้างจะเป็นศิลปะที่อันตราย และซับซ้อนด้วยความจริงที่ว่าพวกที่เป็นกษัตริย์นิยมที่ทำตัวเหมือนเป็นศาล เตี้ยต่อสังคมดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่เป็นภัยคุกคามหลักต่อความอยู่รอดของ สถาบันกษัตริย์ไทย

นักมนุษยวิทยา Grant Evans คือ The Last Century of Lao Royalty: A Documentary History (Silkworm Books, 2009) ศตวรรษสุดท้ายของราชวงศ์ลาว: สารคดีประวัติศาสร์




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2552 0:18:54 น.
Counter : 554 Pageviews.  

แถลงการจากAHRC ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพูดถึงเรื่องกฏหมายหมิ่นฯกันอย่างเปิดเผย

แถลงการณ์จากคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเซีย
12 กุมภาพันธ์ 2552
แปลโดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย
13 กุมภาพันธ์ 2552

ประเทศไทย: ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพูดถึงเรื่องกฏหมายหมิ่นฯกันอย่างเปิดเผย

คณะ กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเซีย (AHRC - The Asian Human Rights Commission) ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและด้วยความห่วงใยอย่างมากที่มีจำนวนการฟ้องร้องคดี หมิ่นฯเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทยกับผู้คนทุกประเภทจากการแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับราชวงศ์ ปัจจุบันนี้ได้มีผู้คนหลายสิบที่ถูกกล่าวหาหรือถูกพิพากษาแล้วในข้อหานี้ ซึ่งเทียบเท่ากับข้อหากบฏต่อราชบัลลังค์ ผู้คนเหล่านี้รวมถึงพลเมืองไทย ชาวต่างชาติ ผู้สื่อข่าว และนักวิชาการ อย่างน้อยที่สุดก็มีสองคนที่กำลังถูกจำคุกและอีกคนหนึ่งได้หลบหนีออกนอก ประเทศเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม ถึงแม้ว่าจำนวนคดีจะน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ผ่านการพิจารณาในกระบวนการ ยุติธรรมในเมืองไทย แต่มันก็ถือว่าเป็นจำนวนมากสำหรับข้อหานี้โดยเฉพาะการใช้ข้อหาหมิ่นฯเพื่อทำ ให้ผู้ที่อาจกระทำผิดซ้ำเกิดความหวาดกลัว และทำให้เกิดการปิดกั้นการถกเถียงกันเรื่องสถาบันที่สำคัญของรัฐในช่วงที่มี รัฐบาลที่สนับสนุนโดยทหารและไม่ได้มาจากการเลือกตั้งที่กำลังทำทุกสิ่ง ทุกอย่างที่บ่อนทำลายหลักนิติธรรมของไทยซึ่งถูกทำลายมาก่อนหน้านี้แล้ว

แน่ นอนคนอื่นๆอาจจะถูกฟ้องโดยข้อหานี้ได้ทุกเมื่อเพราะแม้แต่คนที่แสดงความคิด เห็นเล็กๆที่ไม่สำคัญเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ยังถูกดำเนินคดีในศาล และเป็นเพราะลักษณะพิเศษของกฏหมายหมิ่นฯในประเทศไทยที่อนุญาตให้บุคคลใดก็ ได้ฟ้องร้องอีกบุคคลหนึ่ง จากข้อมูลบางข้อมูล นอกเหนือจากขั้นตอนตามกฏหมายที่มีการไต่ส่วนอย่างเป็นทางการโดยองค์กรของรัฐ แล้วบางหน่วยงานของตำรวจและหน่วยงานอื่นๆยังเข้าไปค้นเนื้อหาในสิ่งตีพิมพ์ และเวปไซด์ต่างๆที่สามารถจะกล่าวหาว่าหมิ่นฯได้ และหลังจากนั้นก็ดำเนินการฟ้องร้อง และที่ทำให้น่ากังวลกว่านั้นคือการตั้งเวปไซด์จากเซอร์เวอร์ของรัฐสภาเอง เพื่อการรณรงค์ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสของใครก็ได้ที่เขาคิดว่าวิพากษ์วิจารณ์ สถาบันพระมหากษัตริย์

จากการที่มีจำนวนคดีหมิ่นฯทเพิ่มมากขึ้น รวมถึงความพยายามอย่างเคร่งครัดของกระทรวง ICTที่จะเซ็นเซอร์อินเตอร์เนท และการใส่ร้ายทางอาญาอย่างแพร่หลายมันบ่งบอกถึงแนวทางที่ถดถอยอย่างยิ่งของ พฤติกรรมทางการเมืองและวาทกรรมทางสังคมเกี่ยวกับประเด็นสำคัญของประเทศ ตั้งแต่รัฐประหารปี 2006 หลังจากเหตุการณ์นั้น AHRC ได้เตือนว่าความล้มเหลวที่ไม่ได้มีการต่อต้านการยึดอำนาจเพียงเพราะไม่ชอบ รัฐบาลที่ไม่น่าพอใจของทักษิณ ชินวัตร จะเป็นการชี้เชิญฝ่ายขวาจัดเข้ามามีอำนาจทางการเมืองไทยเหมือนที่เคยมีมาถึง ช่วงทศวรรษ 1990 มันน่าเศร้าที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2551 ได้แสดงให้เห็นว่าอุดมการณ์หัวรุนแรงและการองค์ประกอบของสภาพไร้กฏหมายได้ เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นอย่างไร ซึ่งต้องขอบคุณกองทัพที่ได้ย้ำถึงอภิสิทธิ์ของพวกเขาในการบ่งชี้ชะตาของ ประเทศไทย และในการปฏิบัตรอันน่าใจหายต่อผู้อพยพทางเรือหลายลำที่ถูกคุมตัวโดยกองทัพ เรือที่ชายฝั่งทะเลตะวันตก และการปฏิเสธอย่างน่าอนาถใจของทางการ ที่ก่อให้เกิดความความงุนงงสับสน เป็นการแสดงให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่าอิทธิพลที่ล้าหลังได้ปกคลุมรัฐบาลนี้ใน ทุกระดับ

จาการที่มีคดีหมิ่นฯเพิ่มมากขึ้นตอนนี้เป็นการบ่งชี้ถึงการ หันหลังให้กับการพัฒนาประชาธิปไตยและสังคมที่เกิดขึ้นในยุคทศวรรษ 1990 และกลับมาสู่ระบอบเเผด็จการที่ล้าหลังอย่างช่วงทศวรรษก่อนหน้านั้น และเป็นการเข้าถึงประเด็นว่าพวกที่วางแผนและนักยุทธศาสตร์ซึ่งรับผิดชอบกับ การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดีนั้นต้องการให้รัฐนั้นเป็นอย่างไร

มัน แน่ชัดว่าการฟ้องร้องและการตัดสินบุคคลต่างๆว่าผิดในข้อหาหมิ่นฯนั้นมันไม่ ได้เป็นเรื่องของวัฒนธรรมอย่างที่พวกเขาอ้างแต่เป็นการควบคุมสังคมอย่าง หนึ่ง มันไม่ได้เป็นเรื่องของการส่งเสริมให้มีความเคารพ แต่เป็นเรื่องของการกำจัดศัตรู

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ระหว่าง ประเทศไทยเดิมกับประเทศไทยใหม่คือด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่บุคคลที่โดนข้อหาหมิ่นฯนั้นเพราะการใช้ คอมพิวเตอร์ของพวกเขา และเป็นเพราะสื่อในประเทศก็โดนจำกัดให้เป็นสื่อเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อและ เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มที่ว่านี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ประชาชนหันไปหาแหล่งข้อมูลของข่าวและความคิดเห็นทาง อินเตอร์เน็ทและหาช่องทางที่เร็วและทันสมัยเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าทางการจะพยายามมากแค่ไหนพวกเขาจะพบว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดการแลก เปลี่ยนข้อมูลนี้ นอกเหนือเสียจากจะปิดการสื่อสารทางเทคโนโลยีนี้โดยสิ้นเชิง และยิ่งทำมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกระตุ้นให้มีคนเข้ามาใช้มันมากขึ้น

อย่าง ไรก็ตาม จากนี้ไปแน่นอนมันจะลำบากมากขึ้นและเสี่ยงสำหรับคนไทยที่จะแสดงความคิดเห็น อย่างเปิดเผย อย่างเท่าเทียม และอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับประเด็นต่างๆรวมถึงบทบาทและกิจกรรมของราชวงศ์ และที่สำคัญกว่าเกี่ยวกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นตัวแทนหรือกระทำในนามของ ราชวงศ์ ในช่วงเวลาที่ความเสี่ยงนี้ไม่ได้มาจากแค่พวกข้าราชการ แต่จากกลุ่มคนที่แต่งตั้งตัวเองขึ้นอย่างผิดกฏหมาย ซึ่งพวกเขาได้ครอบงำพื้นที่ของสังคมและการเมืองเมื่อปีที่ผ่านมา และได้ก่ออาชญากรรมอย่างนับไม่ถ้วนโดยไม่กลัวว่าจะถูกลงโทษ คนที่มุทะลุเท่านั้นที่จะคิดว่าเมืองไทยเป็นประเทศที่ยอมรับ (แม้แต่การสนับสนุนก็ไม่มี) การแสดงออกและการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี

ใน สถานการณ์ดังกล่าว มันตกเป็นหน้าที่ของบุคคลหรือองค์กรที่อยู่นอกประเทศที่จะแสดงออกอย่างตรงไป ตรงมาและชัดเจน เพื่อประโยชน์ของคนข้างในที่ไม่สามารถทำได้ และด้วยเหตุนี้ทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเซีย ขอประณามอย่างชัดเจนด้วยเหตุผลของหลักปฏิบัติที่ถูกต้องซึ่งไม่พิจารณา ปัจจัยอื่นการใช้กฏหมายหมิ่นฯในรูปแบบปัจจุบันของประเทศไทยซึ่งขัดกับหลัก มาตรฐานของสิทธิมนุษยชนสากล เราเรียกร้องให้รัฐบาลของไทย ผ่านทางสำนักอัยการของรัฐ ยุติการดำเนินคดีทั้งหมดต่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นฯโดยทันที และเร่งการจัดการให้ผู้ที่ถูกตัดสินจำคุกถูกปล่อยออกมาโดยเร็วที่สุด และเราเรียกร้องให้ยุติการเซ็นเซอร์ที่ไร้ประโยชน์เวปไซด์ที่ทางการเห็นว่า หมิ่นต่อสถาบันราชวงศ์ ทางรัฐบาลไทยต้องเข้าใจว่าถ้าไม่ทำเช่นนั้นจะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของ การเมืองที่ถูกทำลายไป และของชื่อเสียงระหว่างประเทศของไทยจากความวุ่นวายในปี 2008 และในระยะยาวจะทำให้การแก้ปัญหาทางระบบของโครงสร้างสถาบันและสังคมยากที่จะ เยียวยา

ทาง AHRC ขอถือโอกาสนี้เพื่อเรียกร้องพิเศษต่อบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องนอกประเทศ ไทย อนึ่งขอแสดงความยินดีต่อองค์กรที่ได้ยกประเด็นเรื่องกฏหมายหมิ่นแล้ว และทางเราขอสนับสนุนการดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะผ่านทางสื่อทั่วไป หรือการรณรงค์ทางอื่น สอง ทางเราเรียกร้องให้กลุ่มที่ยังไม่ได้ดำเนินการได้เริ่มออกแถลงการณ์ เริ่มการรณรงค์ และตีพิมพ์และออกมาพูดอย่างกว้างขวางโดยให้ถือเป็นวาระเร่งด่วน ในสถานการณ์ปัจจุบัน การถกเถียงกันเรื่องกฎหมายหมิ่นฯและเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วยสติปัญญาโดย ปราศจากการกีดกันนั้นแทบจะทำไม่ได้ และขณะนี้ภาระมันตกอยู่กับกลุ่มคนที่ทำงานหรืออาศัยอยู่นอกประเทศที่จะช่วย เปิดเผยเรื่องที่โดนปิดปากจนกระทั่งถึงเวลาที่ประชาชนสามารถจะทำเช่นเดียว กันโดยไม่ต้องกลัวการจับกุมและจำคุกหรือแย่กว่านั้น ขอส่งคำร้องขอนี้ออกไปให้โดยเฉพาะกับองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆที่ยังไม่ได้ แสดงท่าทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าเราไม่สามารถจะพูดด้วยความชัดเจนและความแน่ชัดว่ากฏหมายฉบับใดหนึ่งฉบับ หนึ่งนั้นผิดและพวกที่ถูกดำเนินคดีจากกฏหมายดังกล่าวไม่ได้รับความเป็นธรรม ในไม่ช้าเราคงไม่สามารถจะหรือไม่ยอมที่จะพูดด้วยความชัดเจนและแน่ชัดเกี่ยว กับประเด็นอื่นๆเลย

เกี่ยวกับ AHRC: คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเซียเป็น NGO ของภูมิภาคที่กำกับดูแลและรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนในเอเซีย ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 และมีสำนักงานอยู่ที่ฮ่องกง




 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2552 11:45:53 น.
Counter : 343 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.