ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

เจาะลึกประเด็นข้อดี ข้อเด่น ข้อควรระลึกของชาวแอสเพอร์เกอร์

หากเราจะพูดถึงประเด็นปัญหาของเด็กแอสเพอร์เกอร์ในหนังสือเล่มนี้แต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้มีการกล่าชมหรือกล่าวถึงข้อดี ข้อเด่นของเขาบ้างก็คงจะไม่ยุติธรรกับเขาเท่าใดนัก อันที่จริงแล้ว คนเราทุกคนก็ใช่ว่าจะดีพร้อมไปเสียทุกอย่างดังคำกล่าวที่ว่า “No one is perfect” เพียงแต่ว่าเราจะไม่กล่าวถึงข้อเสียของคน ๆ นั้นว่าเป็น “ความผิดปกติหรือเป็นปัญหา” เหมือนกับที่เรามักกล่าวถึงเด็กที่มีความต้องการพิเศษทั่วๆ ไป

แล้วอย่างนี้เด็กแอสเพอร์เกอร์จะได้รับการตอบสนองและต้อนรับในทางดีได้อย่างไร หากเราทุกคนไปทุ่มเทให้ความสนใจแต่ในเรื่อง “ความไม่ปกติ” และความ “แตกต่าง” ของเขามากจนลืมคิดถึง “ศักยภาพที่แท้จริง” ที่ซ่อนอยู่ภายใน เพราะฉะนั้นคงจะถึงเวลาแล้วกระมังที่เราจะมาร่วมกันปรับเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติของเราให้ไปที่สิ่งดี ๆ และความเด่นของเขากันบ้าง หันมาให้ความสนใจรับรู้กับอัจฉริยะภาพของเขาที่เรา “มองข้าม” มันเกือบจะตลอดเวลาเผื่อว่าบางทีมันอาจจะช่วยให้เราได้มีกำลังกาย ใจที่จะต่อสู้เพื่อชาวแอสเพอร์เกอร์มากขึ้นก็ได้

ชาวแอสเพอร์เกอร์เป็นคนมีสติปัญญาดี มีความจำเป็นเลิศ ชอบจดจำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนอื่นไม่ได้ให้ความสนใจ เป็นเด็กเรียนเก่ง ช่างเล่า ขยัน ฉลาดมีความมุ่งมั่นพยายาม ใฝ่หาความรู้ รักการอ่าน รู้จริง รู้มาก รู้ลึก ไม่คุยโวโอ้อวด แต่จะซื่อ จริงใจ จริงจังกับทุกสิ่ง มีความรับผิดชอบ ไว้วางใจได้ ตรงต่อเวลา มีเหตุผล ชอบความยุติธรรม ไม่โกงกิน ไม่รับสินบนหรือคิดจะเอาเปรียบใคร มีนิสัยเปิดเผย มีน้ำใจ ไม่โลเล ไม่เสแสร้ง ไม่โกหกหรือตลบแตลงปลิ้นปล้อน แกล้งคนอื่นไม่เป็น ไม่ติฉินไม่นินทาว่าร้ายหรือกล่าวโทษใครลับหลัง สมถะ ประหยัด เรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ ไม่เที่ยวเสเพล อยู่ติดบ้าน รักครอบครัว มีรสนิยมคลาสสิก มีธรรมมะและคุณธรรมประจำใจ

ความดีงามทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมานี้คงจะพอเป็นเครดิตให้กับเด็กแอสเพอร์เกอร์ทุกคนในสังคมไทย ได้รับการต้อนรับและตอบสนองในทางดีจากท่านทั้งหลายมากขึ้น ผู้เขียนขอน้ำใจจากท่านช่วยแบ่งปันความเอื้ออาทรและความเห็นใจให้กับเด็กเหล่านี้บ้าง และหากเป็นไปได้อยากขอให้ทุกท่านได้โปรดร่วมกันช่วยเหลือแก้ไขสิ่ง “บกพร่อง” ต่าง ๆ เหล่านั้นของเขาให้ดีและเหมาะสมขึ้นเท่าที่ท่านจะทำได้เพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมร่วมกับบุคคลอื่น ๆ ได้อย่างถูกต้องและเป็นสุขตลอดไป หากเราทุกคนได้พยายามดังที่กล่าวแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่า ในอนาคตเด็กเหล่านี้จะสามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นอิสระได้ด้วยตัวเองโดยไม่เป็นภาระให้กับสมาชิกครอบครัวและประเทศชาติ

ข้อควรระลึก

หัวข้อเจาะลึกประเด็นปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ท่านผู้อ่านสามารถสังเกตพบเห็นได้ในเด็กแอสเพอร์เกอร์ ที่ยังไม่ได้รับการบำบัดหรือแก้ไขพฤติกรรมเท่านั้น และทั้งหมดนี้ก็มิใช่ตัวกำหนดมาตรฐานความบกพร่องของเด็กแอสเพอร์เกอร์คนใดคนหนึ่ง เนื่องจากเด็กแอสเพอร์เกอร์ทุกคนมีลักษณะที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องระดับความรุนแรงและความสามารถที่โดดเด่น ดังนั้น ผู้เขียนจึงไม่ปราถนาให้ท่านใส่ใจกับประเด็นปัญหาเหล่านี้มากเกินไป แต่อยากจะให้ท่านมุ่งเน้นไปในเรื่องวิธีการช่วยเหลือฟื้นฟูมากกว่า ซึ่งผู้เขียนจะได้แนะนำวิธีการเหล่านั้นในตอนต่อไป




 

Create Date : 01 กันยายน 2549    
Last Update : 1 กันยายน 2549 20:59:52 น.
Counter : 259 Pageviews.  

เจาะลึกประเด็นปัญหาของเด็กแอสเพอร์เกอร์ซินโดรม

ด้านสังคม

ถึงแม้เด็กแอสเพอร์เกอร์จะไม่แยกตัวอยู่ตามลำพัง (หากไม่ถูกปฏิเสธจากเพื่อนหรือสังคมเสียก่อน) เฉกเช่นเด็กออทิสติก แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เด็กไม่สามารถเข้ากลุ่มกับเด็กปกติอื่น ๆ ได้อย่างราบรื่น ได้แก่

1. เด็กขาดความเข้าใจกฎ ระเบียบ มารยาทและการปฏิบัติตัวทางสังคม ทำให้เด็กไม่สามารถตอบสนองต่อบุคคลหรือเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เช่น เด็กจะหัวเราะผิดเวลา พูดขัดจังหวะขณะที่ผู้อื่นกำลังพูด แสดงความเห็นไม่สอดคล้องกับเรื่องที่กำลังพูดกันอยู่ เดินชนหรือเบียดผู้อื่น (ราวกับบุคคลนั้นเป็นสิ่งของ) โดยไม่กล่าวคำขอโทษ แย่งของจากเพื่อน ไม่ผลัดเปลี่ยนหรือรอคอย ไม่เข้าใจการทำงานเป็นทีม ไม่เข้าใจการกระทำของบุคคลอื่นว่าหมายความว่าอย่างไร เป็นต้น


2. เด็กขาดความสนใจในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวหรือเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ๆ เช่นไม่ใส่ใจว่าเพื่อนกำลังทำอะไร ใครสนิทกับใคร ใครไม่ชอบใคร เขาคุยกันเรื่องอะไร รายการทีวีช่องใด เพลงแนวไหนหรือภาพยนตร์เรื่องใดกำลังเป็นที่นิยม ของเล่นหรือแฟชั่นอะไรที่นำสมัย ฟุตบอลทีมใดกำลังได้รับความนิยมสูงสุด เป็นต้น


3. เด็กไม่คิดที่จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ส่วนตัว (เช่น เดินทางไปเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ ไปร้านอาหารอร่อย ๆ ฯลฯ) หรือบอกเล่าข่าวสารอื่น ๆ ให้ผู้อื่นได้รับรู้


4. เด็กขาดความเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น มีบ่อยครั้งที่เด็กอาจทำให้เพื่อนเสียใจ (ด้วยคำพูดและการกระทำ) โดยมิได้เจตนา เด็กไม่สามารถอ่านใจผู้อื่นหรือคิดกลับด้วยตัวเองว่าถ้าเขาถูกกระทำแบบนั้นบ้างเขาจะมีความรู้สึกอย่างเดียวกันหรือไม่


5. เด็กสร้างสัมพันธภาพกับคนอื่นเองไม่เป็น เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรและจะพูดคุยกันด้วยเรื่องอะไร (เว้นเสียแต่ว่าเด็กจะเริ่มต้นด้วยเรื่องที่ตัวเองสนใจมาก ๆ ก่อนเป็นลำดับแรก) ท่าทางที่แสดงออกก็แปลก ๆ เก้งก้าง งุ่มง่าม เคอะเขิน ดูตลกน่าขำ


6. เด็กไม่เข้าใจความหมายและความสำคัญของ “มิตรสัมพันธ์” หากให้เด็กลองอธิบายความหมายของคำว่า “เพื่อน” เด็กจะอธิบายไม่ได้ “เพื่อน” มีกี่ลักษณะเด็กก็อธิบายไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น จึงเป็นการยากที่สัมพันธภาพระหว่างเด็กแอสเพอร์เกอร์กับเด็กคนอื่นจะพัฒนาไปได้หลายระดับตามกลไกธรรมชาติ ถึงแม้ในรายที่ได้รับการฝึกฝนในเรื่องการสร้างมิตรจนชำนาญก็ยังประสบปัญหาใน การ ”ดำรง” สัมพันธภาพนั้นไว้ให้ยั่งยืนยาวนาน


7. เด็กมักจะซื่อ จริงใจ จริงจังและไม่ “ทันคน” (เพราะเนื่องจากอ่านเจตนาของผู้อื่นไม่ออกและไม่เข้าใจว่าเพื่อนคนใดเป็น “เพื่อนแท้” และเพื่อนคนใดเป็น “เพื่อนเทียม”) ทำให้บ่อยครั้งที่เด็กกลายเป็น “แพะรับบาป” แทนเพื่อนหรือกลายเป็น “ผู้รับใช้” เพื่อนในเรื่องที่ไม่เหมาะสม


8. เด็กไม่ชอบให้สัมผัสตัว หากผู้ปกครองหรือเพื่อนพยายามเข้าใกล้เพื่อจับมือถือแขนหรือโอบไหล่ เด็กจะเดินหนีห่างออกไปทันที


9. เด็กจะแสดงอาการหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับวัย เช่น กรีดร้อง ทำลายข้าวของ โวยวาย บ่นว่า ฯลฯ เมื่อถูกขัดใจหรือเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างกระทันหัน


10. เด็กจะจริงจังกับทุกเรื่องมากเกินไป แยกแยะไม่ออกว่าอะไรจริงอะไรหลอก เช่น หากเพื่อนชี้ให้มองเพดานเด็กก็มองตาม ชี้ไปที่พื้นแล้วหลอกให้หาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เด็กก็จะควานหาตามคำบอก ชี้สุ่มไปทางใดทางหนึ่งแล้วถามว่า “นั่นอะไร” เด็กก็จะพินิจพิเคราะห์มองอย่างตั้งใจเพื่อหาสิ่ง ๆ นั้น ดังนั้น เด็กแอสเพอร์เกอร์จึงถูกหลอกให้อับอายอยู่เป็นประจำ


11. เด็กจะเก็บความลับไม่เป็น เมื่อเห็นเพื่อนทำผิดกฎ ระเบียบของชั้นเรียน เด็กจะฟ้องครูทันที หรือถ้าเพื่อนกระซิบบอกอะไรและกำชับว่าห้ามบอกใคร เด็กก็กลับโพล่ง “ความลับ” นั้นออกมา ทำให้เพื่อนเข้าใจผิดคิดว่าเด็กมีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งตน แต่ถ้าเพื่อนเรียนรู้ในภายหลังว่าเด็กแอสเพอร์เกอร์เก็บความลับไม่เป็นก็อาจจะเจตนาให้เด็กเปิดเผยความลับนั้น เพื่อให้เด็กแอสเพอร์เกอร์กลายเป็นตัวตลกหรือถูกทำโทษในสิ่งที่พูด

ด้านภาษา

ถึงแม้ว่าเด็กแอสเพอร์เกอร์จะพูดเก่ง พูดได้คล่องและใช้คำศัพท์ได้หลากหลาย (ออกจะเกินวัยและแปลก ๆ ไปบ้าง) แต่เด็กก็มีปัญหาในเรื่องการพูดคุยกับผู้อื่นรวมทั้งการใช้ท่าทางและการแสดงสีหน้าบ่งบอกความรู้สึกของตัวเองให้ผู้อื่นเข้าใจพัฒนาการทางภาษาของเด็กแอสเพอร์เกอร์จะปรับตัวขึ้นได้เร็วกว่าเด็กออทิสติก ถึงแม้ว่าเด็กทั้งสองกลุ่มจะได้รับการฝึกฝนพร้อม ๆ กันและเท่า ๆ กันก็ตาม ผลความก้าวหน้าทางภาษาของเด็กแอสเพอร์เกอร์นี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะบ่งชี้ความสำเร็จในอนาคตของเด็กด้วย เด็กแอสเพอร์เกอร์ในกลุ่มของฮันส์จะมีพัฒนาการทางภาษาตามวัย (ไม่ล่าช้า) แต่เด็กออทิสติกในกลุ่มของวิงก์ (ที่เธอได้ติดตามบันทึกข้อมูล) ก็สามารถที่จะพัฒนาภาษาให้ดีขึ้นได้หากได้รับการกระตุ้นช่วยเหลืออย่างจริงจังตั้งแต่ยังเล็ก เด็กเหล่านี้สามารถพูดได้ภายใน 5 ขวบ ฉะนั้นหากส่งเด็กกลุ่มนี้ไปรับการวินิจฉัยใหม่อีกครั้งหนึ่ง (เมื่อภาษามีมากขึ้น) จะพบว่าเด็กได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์แทนกกลุ่มออทิซึมที่แต่เดิมเด็กเคยถูกจัดไว้ แต่อย่างไรก็ตามระดับสติปัญญาของเด็กคนนั้นก็จะต้องอยู่ในเกณฑ์ปกติด้วยจึงจะเข้าข่ายเป็นเด็กแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมอย่างสมบูรณ์ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องความบกพร่องทางด้านภาษาของเด็กแอสเพอร์เกอร์ให้ศึกษากันเพิ่มเติมอีก ดังนี้

1. เด็กจะพูดแต่เรื่องที่ตัวเองสนใจมาก ๆ (ไม่จำกัดหัวข้อแต่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เด็กชอบในเวลานั้น) โดยไม่เลือกว่าควรจะพูดกับใคร พูดนานเท่าใดหรือพูดเวลาใดและผู้ฟังจะรู้สึกอย่างไร


2. เด็กอาจจะพูดหรือถามเรื่องนั้นซ้ำ ๆ เป็นแรมเดือนไม่เปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับความชอบและความสนใจของเด็กว่ามีมากเท่าใด


3. เด็กจะไม่เริ่มต้นพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความสนใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับผู้อื่นก่อน


4. แต่ลักษณะการพูดของเด็กจะเพียงเพื่อต้องการข้อมูลที่ตัวเองอยากรู้หรือต้องการที่จะบอกให้คนอื่นรับรู้เท่านั้นมิใช่เพราะเด็กต้องการจะพูดคุยเล่นหรือพูดเพื่อสร้างความรู้จักกับผู้ฟังให้มากขึ้น


5. เด็กจะไม่สามารถพูดจูงใจหรือพูดเพื่อให้คนอื่นสนับสนุนหรือคล้อยตามตัวเองได้


6. ในขณะที่พูดหรือเล่า เด็กจะไม่เน้นเสียหรือแสดงสีหน้าท่าทางประกอบด้วย


7. การพูดขาดจังหวะ ไม่เว้นวรรค ไม่มีท่วงทำนอง (พูดรัวและเร็ว)


8. เด็กบางคนจะใช้คำฟุ่มเฟือยเกินไป ไม่กระชับ ฟังไม่เป็นธรรมชาติ


9. เด็กอาจจะใช้คำพูดสลับที่กันในขณะที่พูด (ไม่ถูกต้องตามหลักภาษา)


10. บางคนสำเนียงจะแตกต่างจากคนในพื้นที่เดียวกัน เช่นเป็นเด็กกรุงเทพฯ โดยกำเนิดแต่พูดสำเนียงอีสานหรือทางใต้ และบางคนจะพูดสำเนียงเหมือนชาวต่างชาติ (คล้าย ๆ กับฝรั่งพูดไทย) ระดับเสียงที่ใช้ (สูง-ต่ำ) จะสูงมากหรือต่ำมากหรือไม่มีระดับเสียงเลย (ไร้วรรณยุกต์) บางคนจะพูดดังตลอดเวลาหรือเบาเกินไป


11. เด็กไม่เข้าใจคำพูดที่เป็นนามธรรม คำที่มีความหมายสองแง่สองง่าม คำทะลึ่ง หยาบคาย คำขวัญ คำตลก สุภาษิต คำพังเพย อุปมาอุปไมย หรือคำแสลงและคำใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตามความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ เช่น น้ำขึ้นให้รีบตัก เหยียบเรือสองแคม แก้ผ้าเอาหน้ารอด ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ จ๊าบ แห้ว เดี้ยง โหลยโท่ย ฯลฯ


12. เด็กจะแปลคำพูดแบบคำต่อคำ เหมือนตัวอย่างนิทานเรื่องศรีธนนชัยที่คว้านท้องน้องเพื่อทำความสะอาดเพราะแม่สั่งให้พาน้องไป “ล้างท้อง” เป็นต้น


13. เด็กจะมีปัญหาเรื่องการอ่านจับใจความจากเนื้อเรื่องในหนังสือต่าง ๆ หรือสับสนกับบทสนทนาทางภาพยนตร์ ละคร ฯลฯ ทำให้ไม่สามารถเล่า อธิบายหรือเรียบเรียงสิ่งที่อ่านและได้ยินนั้น ด้วยคำพูดของตัวเอง ดังนั้นเราจึงไม่เคยได้ยินเด็กแอสเพอร์เกอร์พูดโกหกหรือพูดโกหกหรือพูดเรื่องตลก แต่ในบางรายหากทำได้ก็จะเป็นลักษณะจำมา (อาจจะจากหนังสือหรือจากการได้ยินมาจากคนอื่น) มากกว่าจะแต่งขึ้นเอง


14. เด็กมักจะวิจารณ์คนอื่นต่อหน้าโดยไม่ได้คำนึงว่าเหมาะสมกับเวลาหรือสถานที่หรือไม่ เช่น วิจารณ์ครูว่าสอนผิดต่อหน้าเพื่อน ๆ


15. เด็กอ่านน้ำเสียง สีหน้า อารมณ์และท่าทางของผู้อื่นไม่ออก


16. ในขณะเดียวกันเด็กก็ไม่สามารถแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกผ่านทางใบหน้าให้คนอื่นเข้าใจตัวเองได้ถูกต้อง นอกจากเวลาที่ดีใจและโกรธเท่านั้น อารมณ์อื่น ๆ ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน เช่น เจ็บปวด เศร้า กังวลใจ เครียด หิว ฯลฯ จะทำไม่ได้


17. เด็กอาจจะพูดสอดแทรก พูดเมื่อยังไม่ถึงคิวตัวหรืออาจจะแสดงความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องและไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คนอื่นกำลังคุยกันอยู่


18. บางครั้งเด็กจะพูดความคิดของตัวเองออกมา เช่น บอกเพื่อนถึงแผนการที่ตนวางไว้ว่าจะเอาชนะเพื่อนได้อย่างไรในขณะที่แล่นเกมด้วยกันหรือบางทีก็พูดกับตัวเองตามลำพังถึงสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่ในขณะนั้น


19. เด็กจะไม่สบตาคู่สนทนาระหว่างพูดคุยกัน บางคนจะยืนหันข้างพูด ดูราวกับว่าเด็กกำลังพูดอยู่กับคนอื่นมากกว่ากำลังพูดกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่บางคนก็จะจ้องหรือเพ่งคู่สนทนาตลอดเวลาทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด


20. บ่อยครั้งที่เด็กจะมีปัญหาในการปฏิบัติตามคำสั่ง


21. บางครั้งเด็กจะได้ยินเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยิน เช่นเสียงน้ำไหลจากท่อในที่ไกล ๆ เสียงใบไม้ไหว ฯลฯ แต่ในทางตรงกันข้ามเด็กจะกลัวเสียงบางอย่างที่ไม่น่ากลัว เช่น เสียงโทรศัพท์ เสียงขยำถุงกระดาษ เสียงฝนตก เสียงสตาร์ทรถยนต์ เป็นต้น




 

Create Date : 01 กันยายน 2549    
Last Update : 1 กันยายน 2549 20:57:52 น.
Counter : 257 Pageviews.  

เกิดกับใครได้บ้างทำไมไม่เป็นที่รู้จักเท่ากับออทิสติก

แอสเพอร์เกอร์ซินโดรมเกิดขึ้นกับใครได้บ้าง

แอสเพอร์เกอร์ซินโดรมเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงในอัตราส่วน 10:1 คน (Gillberg, 1989) และเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกเชื้อชาติ ชนชั้น ศาสนา และวัฒนธรรม อัตราประชากรที่ได้รับผลกระทบจากอาการแอสเพอร์อยู่ที่จำนวน 36-71 : 10,000 คน (รายงานตัวเลขอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละการศึกษา) ซึ่งมีมากกว่าจำนวนประชากรออทิซึมหลายเท่าจากผลรายงานของลอร์น่า วิงก์ พบว่าจำนวนบิดา 5 ใน 16 คนของเด็กกลุ่มแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมของเธอมีพฤติกรรมที่คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับอาการแอสเพอร์เกอร์เสียเอง ซึ่งตรงกับบันทึกของฮันส์ที่ว่า อาการคล้ายคลึงกันนี้พบได้ในญาติฝ่ายข้างพ่อมากกว่าข้างแม่ ดังนั้น จึงอาจเป็นไปได้ว่าแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมสืบทอดทางพันธุกรรมด้วย

เพราะสาเหตุใดด็กแอสเพอร์เกอร์จึงไม่เป็นที่รู้จักเหมือนเด็กออทิสติก

สาเหตุหลัก ๆ ที่เด็กแอสเพอร์เกอร์ไม่ค่อยจะเป็นที่รู้จักในสังคมทั่วไปก็คือ เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่มีหน้าตาปกติ รูปร่างสมส่วน ผิวพรรณและการแต่งกายสะอาดสะอ้าน ดูจากภายนอกแทบจะไม่เห็นความแตกต่างของเขาจากเด็กอื่นๆ เลย ซ้ำยังฉลาดพูดเก่ง สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาการได้ดี และคลุกคลีปะปนอยู่กับเด็กในวัยเดียวกันทุกหนทุกแห่ง (ถึงแม้จะมีปัญหาปฏิสัมพันธ์ทางสังคมบ้าง) บุคคลทั่วไปหรือแม้แต่กระทั่งพ่อ แม่และครูเองที่ไม่มีความรู้หรือความชำนาญเกี่ยวกับแอสเพอร์เกอร์ซินโดรม ก็จะไม่สามารถสังเกตเห็นหรือบอกถึงความผิดปกติใด ๆ ของเด็กได้ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าประหลาดใจว่าเด็กแอสเพอร์เกอร์บางคนอาจไม่เคยได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจากจิตแพทย์หรือจากนักจิตวิทยาคลีนิคสักครั้งเดียว เด็กกลุ่มนี้จึงเปรียบเสมือนเด็กที่วงการแพทย์ “ตกสำรวจ” ทั้ง ๆ ที่ตัวเลขประชากรแอสเพอร์เกอร์โดยรวมในแต่ละปีมีมากถึง 71:10,000 คน (รายงานตัวเลขอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละการศึกษา) ในทุกระดับอายุ อาการผิดปกติที่ “ซ่อน” อยู่ในตัวเด็กถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กขาดโอกาสที่จะได้รับการช่วยเหลือ ฟื้นฟูจากผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ดังนั้น ผู้เขียนหวังว่าเมื่อท่านผู้อ่านอ่านมาถึงหัวข้อนี้แล้ว ท่านจะพอสามารถสังเกตเด็ก ๆ ที่อยู่ในความดูแลของท่านได้บ้างว่าเข้าข่ายเป็นแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมหรือไม่ หากยังไม่แน่ใจ ก็ขอให้ท่านใช้แบบประเมินที่ชื่อว่า The Australian Scales for Asperger’s Syndrome (A.S.A.S) (รายละเอียดอยู่ในภาคผนวก) ประเมินเด็กให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะส่งต่อให้จิตแพทย์ทำการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการต่อไป




 

Create Date : 01 กันยายน 2549    
Last Update : 1 กันยายน 2549 20:53:08 น.
Counter : 247 Pageviews.  

สื่อความรู้และอุบัติการณ์

สื่อความรู้เกี่ยวกับแอสเพอร์เกอร์ซินโดรม

ถึงแม้ว่าผลวิทยานิพนธ์ฉบับภาษาอังกฤษของฮันส์จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในวงการแพทย์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1981 แต่เรื่องราวการวิจัย ค้นคว้าตลอดจนเอกสารความรู้ในเรื่องของแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมโดยเฉพาะยังมีอยู่น้อยมาก ประมาณว่ามีการเพิ่มขึ้นเพียง 15-20 ฉบับต่อปีเท่านั้น ยกตัวอย่างจำนวนเรื่องของแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมที่มีการตีพิมพ์ในวารสาร MEDLINE ตลอดปี ค.ศ.1996-1997 นั้นมีเพียง 35 ฉบับ ในขณะที่จำนวนเรื่องของออทิซึมมีมากถึง 443 ฉบับเลยทีเดียว จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าเหตุใดจิตแพทย์จำนวนมากในประเทศไทย และอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกจึงยังคงสับสนกับเรื่องของเด็กแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมอยู่

ยังดีว่าในปัจจุบันนี้ พ่อ แม่ และบุคคลแอสเพอร์เกอร์เองได้หันมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวของแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมกันมากขึ้น เนื้อหาที่นำเสนอโดยมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ตรงที่มีกับลูกแอสเพอร์เกอร์หรือถ้าเป็นบุคคลแอสเพอร์เกอร์เองก็จะเขียนเล่าถึงประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง บางคนที่โชคดีรู้ตัวเร็วและได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมเพียงพอก็จะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาไปได้ หากพ่อ แม่ ผู้ปกครองให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนส่งเสริมด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้เด็กแอสเพอร์เกอร์นั้นมีโอกาสที่จะปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดีและเป็นสุขยิ่งขึ้น สื่อเรื่องราวของแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมถือเป็นสื่อที่มีคุณค่าต่อครอบครัวและเยาวชนรุ่นใหม่เป็นอย่างมากเพราะนอกจากจะช่วยนำทางให้กับพ่อ แม่ของเด็กแอสเพอร์เกอร์รุ่นหลังแล้วยังช่วยให้ความรู้กับสังคมและกระตุ้นให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กหันมาใส่ใจดูแลปัญหาของเขามากขึ้น นอกจากสื่อในรูปแบบสิ่งพิมพ์เช่น หนังสือและจดหมายข่าวแล้วยังมีสื่อทางอินเตอร์เน็ตที่ให้ข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมโดยตรงอีกมากมายหลายเว็บไซท์ และขณะนี้ได้มีการรวมตัวของบุคคลแอสเพอร์เกอร์ในต่างประเทศเปิดให้บริการคำแนะนำปรึกษาเพื่อบุคคลแอสเพอร์เกอร์ด้วยกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตด้วย นอกจากนี้ก็มีเว็บไซท์ของลูก ๆ ที่คิดว่า พ่อ แม่ของตนก็เข้าข่ายมีอาการแอสเพอร์เกอร์เช่นกัน (รายละเอียดรายชื่อหนังสือและเว็บไซท์ต่าง ๆ เหล่านี้ได้รวบรวมไว้ในภาคผนวก)

อุบัติการณ์

สาเหตุที่ทำให้เด็กเป็นแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมยังหาข้อสรุปที่แน่ชัดไม่ได้ แต่มีปัจจัยหลัก 2 ประการที่สามารถจะบ่งชี้หรือนำไปสู่ข้อสรุปให้กับหลาย ๆ ครอบครัวได้ดังนี้

1. สาเหตุทางพันธุกรรม (Genetic Causes) ได้แก่ ยีนที่ควบคุมการพัฒนาของสมองเปลี่ยนแปลงไป และความผิดปกติของโครโมโซม เช่น โรค Fragile X Syndrome เป็นต้น
2. สาเหตุที่ไม่ใช่ทางพันธุกรรม (Nongenetic Causes) มีสาเหตุหลัก ๆ หลายประการดังนี้
- การติดเชื้อไวรัส
- ความผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์
- มลพิษในสิ่งแวดล้อม
- การปฏิเสธการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวในตัวอ่อน
- มารดาที่เป็นโรคไทรอยด์และโรคอื่น ๆ
- การต่อต้านการสร้างตัวอ่อนในร่างกายมารดาเอง
- มารดาที่ใช้สารเสพติดประเภทโคเคนหรือสารอื่น ๆ โดย มีการศึกษากลุ่มตัวอย่างมารดา 70 ราย พบว่า 11.4% ได้ให้กำเนิดบุตรออทิสติกและ 94% ของเด็กแรกเกิดทั้งหมดนั้นมีปัญหาพัฒนาการทางภาษาล่าช้า
- สารเคมีในสมองบกพร่อง
- ความผิดปกติของโครงสร้างและการเติบโตของเซลล์สมองในส่วนสมองเล็ก (cerebellum) และ Limbic brain ซึ่งได้แก่ส่วน Hippocampus และ amygdala ซึ่งส่งผลกระทบต่อ อารมณ์ สังคม ความรู้สึกและการทำงานของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ การเคลื่อนที่ของเซลล์สมองช่วงที่เซลล์สมองกำลังพัฒนา และการเชื่อมโยงของใยสมองก็ผิดปกติเช่นกัน
- ความผิดปกติทางชีววิทยา




 

Create Date : 01 กันยายน 2549    
Last Update : 1 กันยายน 2549 20:51:22 น.
Counter : 347 Pageviews.  

ความก้าวหน้าในเรื่องการวินิจฉัยและแบบประเมิน

หลังทศวรรษที่ 80 ได้มีการค้นคว้าเรื่องแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมอย่างกว้างขวางต่อเนื่องทั้งในยุโรป แคนนาดาและสหรัฐอเมริกาคลอบคลุมไปถึงสแกนดิเนเวีย ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย จิตแพทย์ และนักจิตวิทยารุ่นใหม่มากมายได้ให้ความสำคัญและความสนใจในเรื่องนี้กันมากขึ้น มีการปรับปรุงแบบทดสอบและแบบประเมินที่เคยใช้กับกลุ่มออทิซึมให้สอดคล้องกับกลุ่มแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมมากขึ้นเพื่อที่จะค้นหาศักยภาพที่แท้จริงของเด็ก และเพื่อให้คำแนะนำนั้นตรงกับความต้องการของเด็กมากที่สุด แบบทดสอบประเมินต่าง ๆ ที่ว่านี้มีทั้งที่นำมาเปิดเผยในงานประชุมสัมมนาระดับนานาชาติและระดับชาติได้ และที่ไม่มีการเปิดเผยในวงการแพทย์แต่มีใช้อยู่ตามสถาบันที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ มากมายในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น แบบทดสอบและแบบประเมินนี้ส่วนใหญ่จะสร้างและปรับปรุงขึ้นจากการสังเกต วิเคราะห์ ติดตามและบันทึกข้อมูลของคนไข้จำนวนมากอย่างเป็นระบบกอปรกับการสั่งสมประสบการณ์อันยาวนานของนักจิตวิทยาคนนั้นเองด้วย ทำให้นักจิตวิทยาสามารถบ่งชี้และค้นหาความผิดปกติของเด็กได้แม่นยำ ชัดเจน และรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้การส่งต่อในเรื่องการช่วยเหลือกระตุ้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำได้ทันท่วงทีรวมทั้งการพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ในวัยผู้ใหญ่ก็มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น นอกเหนือจากนี้การจัดฝึกอบรมให้ความรู้ในเรื่องการใช้เครื่องมือ (แบบทดสอบ) ใหม่ ๆ กับนักจิตวิทยาของสถาบันและมหาวิทยาลัยอยู่เป็นประจำ ก็ช่วยทำให้แบบทดสอบเหล่านี้มีประสิทธิผลดียิ่งขึ้น

เป็นที่น่าเสียดายว่าแบบทดสอบหรือแบประเมินสำหรับแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมโดยเฉพาะยังมีอยู่น้อยมาก แต่นักจิตวิทยาทั่วโลกเองก็ยังไม่ละทิ้งความพยายามที่จะคิดค้น ปรับปรุงขึ้นใหม่อีกเพื่อช่วยให้การวินิจฉัยอาการแอสเพอร์เกอร์นั้นมีความเหมาะสม แม่นยำมากขึ้น ผู้เขียนขอยกตัวอย่างแบบทดสอบและแบบประเมินที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ดังนี้

1. The Australian Scale for Asperger’s Syndrome (A.S.A.S) สร้างและปรับปรุงโดยนักจิตวิทยาคลีนิคชาวออสเตรเลียคือ Garnett และ Attwood เมื่อปี ค.ศ.1995
2. Diagnostic Criteria for Asperger’s Syndrome โดย Szatmari, Bremner และ Nagy เมื่อปี ค.ศ.1989
3. Diagnostic Criteria for Asperger’s Syndrome โดย Gillberg และ Gillberg เมื่อปี ค.ศ.1989 (รายละเอียดเนื้อหาทั้งหมดอยู่ในภาคผนวก)

ในปี ค.ศ.1992 องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ได้จัดทำเกณฑ์การประเมินแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมเข้าไว้ใน International Classification of Disease ฉบับที่ 10 (ICD-10) โดยจัดข้อบ่งชี้ของแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมให้ละม้ายคล้ายคลึงกับข้อบ่งชี้ของอาการออทิ ซึม แต่มีข้อแม้ว่าเด็กที่มีอาการแอสเพอร์เกอร์นั้นจะต้องไม่แสดงอาการผิดปกติในเรื่องของภาษาและสติปัญญาอย่างสังเกตเห็นได้ชัดอย่างมีนัยสำคัญ และต่อมา ในปี ค.ศ.1994 สมาคมจิตเวชแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ American Psychiatric Association (APA) ได้ตกลงจัดทำเกณฑ์ประเมินแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมเข้าไว้ใน Diagnostic Statistical Manual of Mental Disorder ฉบับที่ 4 (DSM IV) ด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะให้เป็นบรรทัดฐานสำหรับนักจิตวิทยาทั่วโลกได้ใช้เป็นเกณฑ์วินิจฉัยกลุ่มเด็กที่มีพัฒนาการทางสังคม ภาษาและพฤติกรรมซ้ำ ๆ แต่แตกต่างจากกลุ่มออทิซึมในเรื่องของระดับสติปัญญา (I.Q.) อาการและพฤติกรรมเฉพาะบางอย่าง ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้ได้ถูกจัดให้อยู่รวมกันภายใต้กลุ่ม ความผิดปกติทางพัฒนาการอย่างรุนแรง หรือ Pervasive Developmental Disorders (PDD)




 

Create Date : 01 กันยายน 2549    
Last Update : 1 กันยายน 2549 20:48:06 น.
Counter : 346 Pageviews.  

1  2  3  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.