ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

รายชื่อ52ร้านอาหารอร่อยๆในกทม.

1. โจ๊กสามย่าน : ถามใครๆ ก็บอกว่าทีเด็ดอยู่ที่หมูหมักก้อนกลมกล่อม ประกอบกับเปิดขายเฉพาะช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน และช่วงเย็นประมาณหลังเลิกเรียนพอดี เลยกลายเป็นเสบียงให้นิสิตอิ่มท้องจนเรียนจบมาแล้วนักต่อนัก

2. ข้าวราดแกงวัดเล่งเน่ยยี่ : ในซอยมังกร ข้างวัดเล่งเน่ยยี่ ถนนเจริญกรุง ขึ้นชื่อในแกงประเภทแกงกะทิ โดยเฉพาะ แกงเนื้อ.. มาขายตั้งแต่ประมาณ 16.00น.เป็นต้นไป

3. โจ๊กหม้อดิน ซอยมหาดไทย : ใช้หม้อดินมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อเพราะหม้อดินเป็นภาชนะธรรมชาติปลอดสารพิษเวลา โดนความร้อน แถมเก็บความร้อนไว้ได้นานเนื้อหมูใช้หมูที่ไม่มีมัน ส่วนข้าวก็ใช้ข้าวหอมมะลิ ปัจจุบันเปิดขายแฟรนไชส์แบ่งปันกำไรและความอร่อยกันให้ทั่วๆ สนใจติดต่อที่โทร.934-3995

4. ข้าวขาหมูสีลม : อยู่ในซอยตรงข้างโรงพยาบางเลิดสิน คนแถวนั้นรู้จักในนามขาหมูโกโก้ ใครอยากมาลองต้องรีบมาช่วงเที่ยงหลังบ่ายโมงไม่รับประกัน เพราะจะขายหมดเร็วมาก

5. ข้าวมันไก่ตอนประตูน้ำ : นอกจากข้าวและไก่จะมีรสดีได้มาตรฐานแล้ว ที่ใครๆ ออกปากเห็นจะเป็นน้ำซุปร้อนๆ หอมและหวานน้ำต้มกระดูกไก่

6. ข้าวหมูแดงสีมรกต : ไม่ต้องสงสัยว่าข้าวหมูแดงทำไมเป็นสีเขียว..จริงๆแล้วคือนามสกุลเจ้าของร้าน มีทีเด็ดตรงที่ทุกอย่างล้วนผ่านกรรมวิธีการย่าง ย่างมาตลอดสี่สิบกว่าปี ร้านอยู่ในตรอกโรงหมูตรงข้ามวัดไตรมิตร ขายเวลา 11.30น.-22.00น

7. ข้าวขาหมูเหม่งจ๋าย :จากแยกเหม่งจ๋ายมุ่งหน้ามาทางที่จะทะลุถนนบทางด่วน จะเห็นร้านอาหารหลายร้านอยู่ด้านขวามือ ข้าวขาหมูร้านที่ว่าเป็นที่ชื่นชอบของคนรักเครื่องในและหมูกรอบ


8. ข้าวผัดปู ห้าแยก ณ ระนอง: อาหารจีนชนิดอื่นๆ ทั้งกระเพาะปลา รังนก กระทั่งหูฉลาม ทั้งหมดราคาย่อมเยาและรสชาติสมเป็นอาหารจีนแท้ๆ โดยไม่ต้องขึ้นเหลา มี ผัดหมี่หยังโจวกับข้าวผัดปู เป็นเมนูหลัก ร้านเปิดขายประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป ที่ห้าแยก ณ ระนอง ตรงข้ามสโมสรการท่าเรือ

9. ร้านเต้าหู้ทอด เผือกทอด น้ำจิ้มรสเด็ด จตุจักร ร้านนี้ขายเฉพาะเสาร์-อาทิตย์เท่านั้นที่สวนจตุจักร อยู่โครงการ 2 ซอย 2 ฝั่งตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน น้ำจิ้มรสเด็ดมาก ถั่วลิสงหอมความใหม่ เผือกทอด ข้าวโพดทอด มีแต่เผือกกับข้าวโพดมากกว่าแป้ง

10. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสศรีย่าน : ตู้ใส่เส้นและลูกชิ้นค่อนข้างเก่าเนื่องจากทำมาหลายสิบปี แต่ก็ยังคงความอร่อยของลูกชิ้นไว้เช่นเดิม อยู่บริเวณตลาดศรีย่าน

11. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเด้งได้ : เป็นร้านพี่น้องอยู่ใกล้ๆ กัน บริเวณท่าน้ำราชวงศ์ กระซิบว่าเจ้าของร้านไม่ค่อยอยากให้ลง แต่เพราะความอร่อยของลูกชิ้นและเส้นที่เหนียวนุ่ม เราจึงจำเป็นต้องแนะนำ ใครจะแวะไปชิมกรุณาอย่าบอกว่าอ่านเจอจากที่นี่..ขอบพระคุณค่ะ

12. หมี่กรอบจีนหลี สมัย ร.5 : เรื่องมีอยู่ว่า คุณทวดของเจ้าของร้านอพยพมาจากเมืองจีนมาทำหมี่กรอบขาย
อยู่ บริเวณท่าน้ำตลาดพลู ซึ่งเป็นย่านที่มีขุนนางอาศัยอยู่เยอะ วันหนึ่งพระพุทธเจ้าหลวงปลอมพระองค์เสด็จฯ
ตรวจราชการ แล้วทรงได้กลิ่นหมี่ใกล้สุก เมื่อเสด็จฯ ครั้งต่อๆมาจึงแวะเสวย และมีพระราชดำรัสให้ไปผัดในวัง
ปัจจุบันหมี่กรอบจีนหลียังตั้งอยู่ที่เดิม ขายสิบโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม

13. ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย สมทรงโภชนา : เจ้าของสูตรซึ่งเป็นชาวสวรรคโลกแท้ๆ เพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน พี่วรรณลูกสาวจึงรับหน้าที่ปรุงรสก๋วยเตี๋ยวให้ได้ครบรส เดิมตั้งอยู่ในซอยวัดสังเวช ถนนท่าพระอาทิตย์ เดี๋ยวนี้ขยับขยายขึ้นไปอยู่บน ศูนย์อาหารเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว

14. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาโบราณ จันทบุรี : ร้านตั้งอยู่เลยวัดตรีทศเทพ เลี้ยวซ้ายไปเล็กน้อย เป็นลูกชิ้นปลาทำเอง เจ้าของร้านกิตติศัพท์เรื่องรสชาติมีมาก พอๆ กับการไม่ง้อลูกค้า คนเรื่องมากต้องระวังจะถูกเชิญให้ไปรับประทานร้านอื่น

15. ก๋วยเตี๋ยวไหหลำ : แปลกกว่าก๋วยเตี๋ยวธรรมดาตรงเส้นที่คล้ายเส้นเกี้ยมอี๋แต่ยาวกว่า ใส่ผักกาดดองตามสูตรไหหลำ เนื้อหมูและวัวเลือกมาอย่างดี อยู่ตรงสะพานขาว ถนนลูกหลวง ใกล้โรงหนังแอมบาสเดอร์เก่า

16. เย็นตาโฟวัดแขก ถนนสีลม : ใครเคยไปบริเวณวัดแขกจะเห็นว่าทุกร้านล้วนขึ้นป้ายว่าเย็นตาโฟวัดแขกเจ้า เก่า แนะนำได้เพียงว่าร้านดั้งเดิมคือร้านที่อยู่ใกล้กับวัดแขกมากที่สุด แต่เรื่องรสชาติต้องลองชิมดูเองว่าร้านไหนจะถูกปากใคร

17. ไก่ย่างแม่วันเพ็ญ : ไก่ย่างและไก่ย่างทอดร้อนๆ ทอดจนกรอบ แล้วโรยเครื่องเทศให้หอม เข้าได้ทั้งจากซอยอาภาภิรมย์ ข้างกรมการค้าส่งออก ถนนรัชโยธิน หรือจากซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าวก็ได้ ผู้ไม่คุ้นทางสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0 1818 2608

18. กระเพาะปลาน้ำแดง : ใช้เวลาเตรียมแต่เช้ามืดเพื่อเปิดขายตอนประมาณสี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม เพราะต้องเคี่ยวกระดูกไก่นาน 4 ชั่วโมง ผสมกับเครื่องปรุงอย่างดี ทำให้ได้น้ำหอมหวาน แต่เดิมขายในรถ เดี๋ยวนี้กลายเป็นแผงอยู่หน้าที่จอดรถตลาดสวนหลวง ใกล้สนามกีฬาแห่งชาติ

19. อาหารไทย ร้านครัวอรรถรส ซอยเสือใหญ่อุทิศ : มีทั้งก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ส้มตำผลไม้ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ฯลฯ รวม ไว้ในร้านเดียวกัน เจ้าของรวบรวมอาหารอร่อย จากที่ต่างๆ มาพัฒนารสชาติ ปรับส่วนที่เข้มข้นเกินไปให้อร่อยลงตัวไปอีกแบบ หาร้านไม่เจอ โทรศัพท์ถามได้ที่ 0 2541 7043

20. ส้มตำจตุจักร : ฝั่งตรงข้ามตลาด อ.ต.ก. ผ่านซุ้มหนังสือเก่าเลี้ยวขวา จะเจอร้านส้มตำฝุ่นตลบ ซึ่งมีอาหารอีกหลายอย่างให้เลือก อาทิ ไก่ทอด หมูยอ ก๋วยจั๊บญวน ที่อร่อยอาจเป็นเพราะรอนานจนหิวก็เป็นได้

21. ปลาหมึกย่างสยามสแควร์ : คุณป้าใช้ปลาหมึกสดๆ จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด ราคาอาจสูงไปนิด แต่ก็สมเหตุสมผลกับค่าทำเล และคุณภาพอาหาร อยู่ในสยามสแควร์ ซอย 4


22. ไก่ทอด 7 กระทะ : ไก่ทอดจนกรอบเกรียม รวมกับกระเทียมเจียวร้อนๆ ทำให้มีลูกค้ามากมายมายืนรอ เมื่อไม่ทันใจจึงต้องใช้กระทะถึง 7 ใบ จากแยกรัชดา-สุทธิสาร มุ่งหน้าสู่แยกที่จะลัดออกสู่ลาดพร้าวอยู่ทางซ้ายมือ

23. ไก่ทอดเจ๊กี : บางคนเรียกไก่ทอดโปโล เพราะตั้งอยู่ในซอยโปโล ตรงข้ามสวนลุมพินี เป็นร้านเก่าร้านแก่ตั้งแต่รุ่นเจ๊กี คือคุณแม่ คิดสูตรไก่ทอดโรยกระเทียมเจียวหอม พร้อมอาหารประเภทส้มตำ น้ำตก เปิดบริการตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า มีบริการจัดส่งบริเวณใกล้เคีัยง โทรศัพท์สั่งได้ที่ 0 2655 8489

24. เป็ดย่างพูลสิน : เลยวัดตรีทศเทพมาเล็กน้อย เป็ดย่างสุกกำลังเหมาะจนหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่เหนียว


25. นพะโล้ฉั่วคิมเฮง : ตรงมาจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ข้ามแยกคลองตันมาถนนพัฒนาการ จะเห็นร้านใหญ่ซ้ายมือ ร้านดั้งเดิมปัจจุบันยังอยู่ท่าดินแดง ชื่อฉั่วกิมฮวด เก่าแก่จนได้รับฉายาว่าเป็นนสามชั่วคน

26. ไก่ย่างจิรพันธ์ : ร้านขายอาหารอิสลามล้วนๆ นอกจากไก่ย่างยังมีเนื้อสะเต๊ะ ข้าวหมกไก่ แถมด้วยข้าวหมกแพะ จากถนนรามคำแหงเลี้ยวที่แยกพระราม 9 มุ่งหน้าไปทางมอเตอร์เวย์ จะอยู่ทางซ้ายมือเลยปั๊มเชลล์ไปประมาณ 500 เมตร

27. เนื้อย่างเกาหลี สูตรบึงพลาญชัย : ต้นตำรับดั้งเดิมขายอยู่ใกล้ๆ บึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด คุณนิภานำสูตรมาตั้งร้านที่หมู่บ้าน ต.รวมโชค ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปร้อนๆ ในหม้อย่างสามารถทานได้เลยเพราะผ่านการปรุงมาแล้ว

28. สะอาด : ขายเสต๊กที่ผ่านการดัดแปลงรสชาติให้เข้ากับคอคนจีนได้เป็นอย่างดี ในร้านยังมี ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส เป็นเมนูเด็ดประจำร้าน อยู่บนถนนอิสรภาพ ใกล้สี่แยกบ้านแขก

29. นพะโล้สะพานเหลือง : ผ่านการต้มมาอย่างดีจนเนื้อไม่เหนียวและไม่คาวเหมือนนพะโล้ทั่วๆ ไป อยู่ย่านสะพานเหลือง ริมถนนพระราม 4 ถ้ามุ่งหน้าหัวลำโพงจะอยู่ด้านซ้ายมือ ก่อนถึงแยกบรรทัดทอง
อาหารว่างและของหวาน

30. ร้านกาแฟโบราณเอี๊ยะแซ : โบราณสมชื่อ เพราะเปิดมาแล้วเจ็ดสิบกว่าปี ใช้เมล็ดกาแฟจากไร่ประจำนำมาคั่วทำให้ได้รสกาแฟแท้ดั้งเดิม เปิดรับคนตื่นเช้าตั้งแต่ตีสี่ครึ่งไปจนถึงสี่ทุ่ม ที่ร้านบนถนนเยาวราช-พาดสาย ตรงข้ามเท็กซัสสุกี้ นอกจากนี้ยังหาดื่มได้ตามศูนย์อาหารทั่วกรุงเทพฯ และเซ็นเตอร์พ้อยท์ เอาใจคอกาแฟรุ่นใหม่

31. ขนมเบื้องวังเดิม : สังเกตเห็นได้ง่ายเนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่าขนมเบื้องธรรมดา ใช้แป้งถั่วเขียวละเลงเป็นแผ่น เพราะหอมกว่าแป้งสาลีแล้วเคลือบด้วยไข่ มีให้เลือกทั้งไส้หวาน และไส้เค็ม ชื่อวังเดิมเพราะร้านเก่าอยู่แถววังเดิม เดี๋ยวนี้อยู่ลานอาหารไทย ดิโอลด์สยามพลาซ่า

32. ไอศกรีมทิพรส : ไอศกรีมกะทิหลากชนิด มีให้เลือกทั้งกะทิโบราณ กะทิรวมมิตร และกะทิทรงเครื่อง มีบริการแพ็คกลับบ้านได้ ราคาไม่แพง อยู่บริเวณสี่แยกเตาปูน มุ่งหน้าไปทางตลาดเตาปูน

33. ร้านขนมไทยหวานดำรงค์ : ร้านปัจจุบันเปิดมาตั้งแต่ปี 2508 ได้มรดกทางฝีมือการทำขนมมาจากคุณแม่ ซึ่ง เจ้าของร้านถ่อมตัวว่าไม่ได้มาจากวังไหน แต่คุณหญิงหลายๆ ท่านก็มาสั่งทำขนมชั้นขนาดใหญ่ ตะโก้ และขนมเปียกปูน อยู่เสมอๆ ร้านเปิดเจ็ดโมงเช้าถึงหนึ่งทุ่ม หยุดวันอาทิตย์ อยู่ในตลาดเจริญผล ใกล้สี่แยกเจริญผล หรือจะโทรศัพท์สั่งก็ย่อมได้ ที่ 02215 2345

34. ถั่วแปบ ซอยละลายทรัพย์ : เดิมขายสาคูและข้าวเกรียบปากหม้อ แล้วมาทำถั่วแปบเสริม แต่ด้วยความที่ถั่วแปบเจ้านี้แป้งนิ่มกำลังดี ลูกค้าหันมาซื้อกันมากจนทำไม่ทัน จึงต้องหันมาขายเฉพาะถั่วแปบเป็นหลัก ที่ซอยละลายทรัพย์ถนนสีลม

35. ปอเปี๊ยะ/ มะตะบะ ท่าพระจันทร์ : กรรมวิธีการทอดต่างจากร้านอื่น ตรงทอดแป้งเป็นแผ่นบาง โรยด้วยไส้ นำมาซ้อนกัน 3 ชั้น ห่อด้วยแป้งแล้วจึงทอดอีกครั้ง วิธีนี้จะทำให้มีความกรอบและนุ่มพอดิบพอดี ร้านใกล้ๆ กันขายปอเปี้ยะทอดที่ใส่เครื่องกุ้งและหมูสับเต็มๆ คำ รสดีด้วยเครื่องเทศและความกรอบใหม่

36. โรตีกรอบ หน้าเพาะช่าง : พัฒนามาจากโรตีแผ่นกลมธรรมดา มาเป็นโรตีแผ่นสี่เหลี่ยมทอดจนกรอบ ใส่กล่องหรือใส่จาน แนะนำให้ทานร้อนๆ จะอร่อยเป็นทวีคูณ

37. เซ็งซิมอี๊ : อี๊หมายถึงแป้งที่ปั้นเป็นรูปร่างต่างๆ ส่วนเซ็งซิมหมายถึงชื่นใจ เซ็งซิมอี๊ ร้านที่ว่าเป็นร้านสะท้าน โลกันต์ อยู่บริเวณตลาดสวนหลวงเช่นกัน ขายช่วงเย็นๆ ไปจนค่อนคืน

38. ลอดช่องสิงคโปร์ ร้านประโยชน์ : อยู่ระหว่างสามแยกกับวงเวียน 22 เป็นร้านเล็ก ๆ แต่รสชาติไม่เล็กเหมือนร้าน

39. ไอศกรีมไข่แข็ง : โดยการใส่ไข่แดงล้วนๆ ลงในไอศกรีมกะทิ ความเย็นจะกลบกลิ่นคาวกลายเป็นรสชาติหอมมันแทน ร้านอยู่ถัดจากเซ็งซิมอี๊ที่ตลาดสวนหลวงไปประมาณ 2-3 ห้อง

40. ซ่าหริ่มชูถิ่น : บอกชื่อไป ไม่มีใครไม่รู้จักขายทั้งซ่าหริ่มและขนมไทยอีกหลายชนิด คนชอบทำขนมหลายคนดีอกดีใจ ที่ร้านนี้มีแป้งทำขนมขายพร้อมวิธีทำบอกเสร็จสรรพ แต่จริงๆ แล้วร้านเขาขายแป้งมาแต่เดิมต่างหาก

41. มนต์ นมสด : ชื่อร้านคือชื่อเจ้าของร้าน คุณมนต์ช่วยคุณพ่อทำร้านนม-กาแฟ มาตั้งแต่ 10 ขวบ เริ่มตั้งแต่เป็นรถเข็น ย้ายที่แล้วที่เล่าจนมาได้ที่ปัจจุบันอยู่ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพฯ เปิดขาย 14.00น.-24.00น. เน้นความซื่อสัตย์ที่ขนมปังสังขยาสดใหม่ทุกวันและไม่ใส่สารกันบูด

42. ราดหน้า 4 สี ร้านชิ้งกี่: คือสีของเส้น รวมกับสีน้ำตาลของหมูหมัก สีเหลืองของไข่ดาว และสีน้ำตาลเข้มของหมูแฮม ซึ่งจริงๆ แล้วคือหมูทอดกระเทียม แต่ลูกค้าเห็นว่าอยู่คู่กับไข่ดาวก็เลยพากันเรียกหมูแฮมจนติดปาก ร้านชิ้งกี่ เคยมีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ รวมทั้งคนใหญ่คนโตหลายๆ ท่านมาแล้ว อยู่ ใกล้สวนรมณีย์นาถ ถัดจากซอยร้านหวายนายเหมือนไปหนึ่งซอย

43. ผัดไทยสำราญราษฎร์ : ผัดไทยร้านนี้เป็นผัดไทยกุ้งสดเจ้าแรกของเมืองไทย ตั้งอยู่ตรงข้ามประตูผีวัดสระเกศ ใกล้ๆ กันมีผัดไทยทิพย์สมัยให้เลือกชิมได้อีกที่ ในบริเวณเดียวกันจะมีอาหารอร่อยหลายร้าน แต่ขอให้ระวังสอบถามราคาก่อน เพราะอาหารบางร้านก็ราคาแพงอย่างไม่น่าเชื่อ

44. เย็นตาโฟประตูผี : เลยร้านผัดไทยมาจะเห็นร้านตี๋เย็นตาโฟ อยู่ตรงหัวมุมแยกสำราญราษฎร์
ตั้งโต๊ะขายช่วงกลางคืนเต็มพื้นที่ และคนก็มากพอๆ กับจำนวนโต๊ะ สอบถามได้ความว่าลูกชิ้นมีหลากหลายและน้ำซุปก็อร่อยเกินหน้าเกินตาเย็นตาโฟร้านอื่น

45. ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ : ร้านที่แนะนำนี้ทำทั้งก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ และก๋วยเตี๋ยวอบไก่ สูตรแรกจะคั่วเส้นกับไข่จนหอมแห้ง อีกสูตรใส่ไข่แล้วปิดฝาหม้อให้กลิ่นอบอยู่ข้างใน อยู่ซอยตรงข้ามโรงพยาบาลกลาง

46. ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล : ร้านนี้ขายทั้งคั่วทะเลและคั่วไก่ แต่ที่ขึ้นชื่อจะเป็นคั่วทะเล เพราะใส่ทั้งกุ้งและปลาหมึกให้ด้วยอยู่ในซอยข้างตลาดวรจักร หาไม่ยาก แต่ทางเข้าวังเวงเล็กน้อย สาวๆ อยากลองควรหาใครไปเป็นเพื่อนสักคนสองคน

47. ข้าวมันไก่เจ๊ยี : ตรงข้ามวัดสระเกศ ขึ้นชื่อเรื่องข้าวมันแสนนุ่ม และไก่ต้มยุ่ยกำลังดี ขายช่วงสายๆ จนถึงกลางวัน ต้องรีบไปเช่นกัน เพราะช้าหมดจะอดชิม

48. ข้าวต้มปลา 5 แยก : บริเวณ 5 แยกพลับพลาไชย ความอร่อยอยู่ที่ความสดของเนื้อปลากะพง ปลาหมึก กุ้ง และหอยนางรมตัวโต เมื่อปรุงกับข้าวต้มร้อนๆ น้ำจะออกมาจากตัวเนื้อ ทำให้ข้าวต้มหอมและหวาน

49. ก๋วยเตี๋ยวหลอด : ก๋วยเตี๋ยวหลอดในซอยข้างสถานีตำรวจพลับพลาไชย มีข้อดีที่เส้นนุ่มกำลังดี ไม่เหนียวเกินไป ไม่เละเกินไป และไม่มันเกินไป ทานอร่อยได้ไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง

50. ก๋วยจั๊บเผ็ด : เนื่องจากตำเม็ดพริกไทยใส่ลงไปตอนทำน้ำต้มกระดูกแถมโรยพริกไทยในชามอีกครั้ง เพื่อให้รสชาติเข้มข้นถึงใจ มีสาขาอีกร้านเป็นญาติกัน เปิดร้านใหญ่อยู่ตลาดเยาวราช แต่ความเข้มข้นอาจจะไม่เท่า เพราะที่นี่อาซิ่มท้าว่า คนเป็นหวัดมากิน..หวัดหายกันมาแล้วทุกราย ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยโรงเลี้ยงเด็ก แต่เจ้าของบอกว่าอยู่ใน ซอยนาคบำรุง ต่างหาก

51. ก๋วยเตี๋ยวหลอดเยาวราช : ร้านแรกเป็นรถเข็นอยู่ต้นถนนเยาวราชฝั่งขวา ก่อนแยกเข้าถนนผดุงด้าว สังเกต ได้จากปริมาณคลื่นคนที่อออยู่หน้าร้าน ลูกค้าบอกว่ามีดีที่เครื่องเยอะและรสชาติเข้มข้น หรือถ้าอยากชิมก๋วยเตี๋ยวหลอดแบบที่ยังคงความเป็นหลอดไว้ ก็ต้องเดินเลยมาอีกนิด อยู่ฝั่งซ้ายมือ ปากซอยที่มีร้าน 7-11 อยู่ด้านใน เด็ด..เช่นกัน

52. ก๋วยเตี๋ยว, เกาเหลา เนื้อตุ๋น เจ้ผอม ตลาดปีระกา อยู่ที่เวิ้งนครเกษม หน้าตลาดสด ร้านนี้น้ำซุปอร่อยมาก เอ็นตุ๋นนุ่มมาก เครื่องในไม่มีกลิ่นคาว รับรองได้ชิมแล้วจะติดใจ

จากFWD: Mailโดยthamasorแห่งเว็ปบอร์ดช่อง7สี(ch7.com)




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 14:28:59 น.
Counter : 1068 Pageviews.  

ข้อมูลที่ควรรู้ของสุดยอดเว็ปบอร์ดญี่ปุ่น2Channel.net(2ch.net)

2channel (「2ちゃんねる」, ni channeru, – นิชันเนะรุ หรือ นิแชนเนล?, เรียกสั้นๆว่า 2ch) เป็นเว็บบอร์ดของญี่ปุ่น กล่าวกันว่าเป็นเว็บบอร์ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก [1][2][3] 2channel มีอิทธิพลต่อสังคมญี่ปุ่นเป็นอย่างมากเช่นเดียวกับสื่อหลักทั่วไป เช่น โทรทัศน์ วิทยุ และนิตยสาร [4]

ภาพรวม

2ch เปิดบริการเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1999 ในอพาร์ตเมนท์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในมลรัฐอาร์คันซอสหรัฐอเมริกา โดย ฮิโระยุกิ นิชิมุระ [5] ปัจจุบันนี้เว็บบอร์ดนี้ได้รับการดูแลโดยกลุ่มอาสาสมัครที่คัดเลือกจากการโหวตของผู้ใช้ 2ch 2ch เป็นเว็บบอร์ดไม่หวังผลทางธุรกิจ แต่เลี้ยงตนเองโดยอาศัยค่าโฆษณาและการสนับสนุนจากผู้ให้บริการพื้นที่รายหนึ่ง

สิ่งที่ทำให้ 2channel แตกต่างไปจากเว็บบอร์ดอื่นๆ คือขนาดและการจัดการ 2channel มีบอร์ดย่อยๆทั้งหมดมากกว่า 600 บอร์ดที่ยังคงมีการพูดคุยกัน เช่น ข่าวสังคม คอมพิวเตอร์ การทำอาหาร ทำให้มันเป็นเว็บบอร์ดที่ครอบคลุมทุกเรื่องมากที่สุดในญี่ปุ่น ในแต่ละบอร์ดประกอบด้วยกระทู้หลายพันกระทู้ เช่น "การเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนี้ในโตเกียว: การโหวตครั้งที่ 4", "P4 vs. Athlon: การต่อสู้อย่างดุเดือดครั้งที่ 51" และ "ข้าวสาลีที่เหมาะแก่การทำพิซซ่าที่สุด: ชิ้นที่ 3"

2ch ใช้ซอฟต์แวร์เว็บบอร์ดที่เป็นนวัตกรรมใหม่และแตกต่างไปจากระบบกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ในทศวรรษ 1980 หรือ vBulletin ในทศวรรษ 1990 ทุกๆอย่างในเว็บนี้ดำเนินการโดยอาสาสมัครนิรนาม การแสดงความคิดเห็นจะช่วยยกกระทู้ขึ้นไปด้านบนรายการกระทู้ และกระทู้อาจถูกลดอันดับลงได้หากมันไม่เป็นที่ชื่นชอบ หรือเพื่อเก็บกระทู้จากหน้าหลักที่วุ่นวาย ไม่ก็เพื่อป้องกันเว็บเบราว์เซอร์จากการฟลัดหรือการก่อกวนกระทู้ที่อยู่บนสุด

แต่ละกระทู้จะแสดงความคิดเห็นได้มากสุด 1,000 ความคิดเห็น เมื่อครบแล้ว ผู้ใช้ที่ได้รับเลือกจากกระทู้เก่าจะต้องเปิดกระทู้ใหม่เพื่อสนทนาต่อ จากกระทู้เดิมเพื่อป้องกันไม่ให้กระทู้เดิมเสียไป อีกทั้งยังเป็นการลดแบนด์วิธซึ่งเป็นสิ่งที่ 2ch กังวลมาก กระทู้เก่าจะถูกย้ายไปในหน้าเก็บกระทู้ที่ต้องจ่ายเงินเวลาเรียกดู และจะถูกลบทิ้งในท้ายที่สุด

วัฒนธรรม

ผู้ที่เข้า 2ch บ่อยๆ นิยมเรียกตัวเองว่า "2ちゃんねらー" ซึ่งอ่านว่า นิชันเนรา หรือ นิชันเนเรอ (ทับศัพท์จาก นิแชนเนลเลอร์)

การแสดงความคิดเห็นโดยไม่ต้องลงชื่อ

คุณลักษณะที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของ 2ch คือการเปิดให้ผู้ใช้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีโดยไม่ต้องลงชื่อ ซึ่งแตกต่างจากเว็บบอร์ดภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ที่บังคับให้ผู้ใช้ต้องลงทะเบียน และอาจต้องยืนยันตัวตนทางอีเมลล์อีก เว็บ 2ch มีช่องให้กรอกชื่อแต่มีน้อยคนที่จะลงชื่อ ผู้ใช้ที่ลงชื่อโดยไม่มีความจำเป็นจะถูกมองว่าเป็นพวกเด็กใหม่ที่ไม่เข้าใจ เว็บบอร์ด หรือไม่ก็เป็นพวกที่พยายามทำตัวเด่นดัง

ผู้ก่อตั้ง 2ch ได้ให้สัมภาษณ์กับ Japan Media Review ถึงเหตุผลที่อนุญาตให้ความคิดเห็นโดยไม่ต้องลงชื่อดังนี้

Q: ทำไมคุณถึงอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นโดยไม่ต้องลงชื่อและไม่ต้องแม้แต่ลงทะเบียน
A: เพราะว่าการส่งข่าวสารโดยไม่มีความเสี่ยงใดๆเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับเรา Channel 2 มีข้อมูลและข่าวลับต่างๆมากมาย น้อยคนที่เต็มใจจะเผยแพร่ข้อมูลเหล่านั้นโดยต้องมารับความเสี่ยง ยิ่งกว่านั้น การสนทนาอย่างแท้จริงจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราไม่รู้จักกัน
ถ้าผู้ใช้แต่ละคนมีชื่อประจำตัวแล้ว การสนทนาจะเป็นเหมือนเกมวิพากษ์วิจารณ์ ในทางกลับกัน ถ้าทุกคนนิรนามแล้ว แม้ว่าความคิดเห็นของคุณจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ คุณก็ไม่รู้อยู่ดีว่าจะไปโกรธใคร แต่ถ้าผู้ใช้มีชื่อประจำตัวแล้ว คนที่เล่นมาเป็นเวลานานก็ดูจะมีอำนาจกว่าและมันก็ยากที่คุณจะแสดงความคิดไม่ เห็นด้วยกับพวกเขาได้ แต่ภายใต้ระบบนิรนาม คุณสามารถบอกว่า "มันน่าเบื่อจัง" ได้เมื่อคุณรู้สึกเบื่อ ข้อมูลทุกข้อมูลจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม การโต้เถียงด้วยเหตุผลก็จะเกิดขึ้น

เสรีภาพในการพูด

เนื่องจาก 2channel เป็นเว็บไซต์ขนาดใหญ่ที่เปิดให้ผู้ใช้แสดงความคิดเห็นโดยไม่ต้องลงชื่อ จึงมีข้อความใส่ร้ายป้ายสีและให้ร้ายต่อบุคคลสาธารณะและสถาบันต่างๆเป็น จำนวนมาก แม้ว่าเว็บไซต์จะมีกฎลบความคิดเห็นที่ผิดกฎหมาย แต่การที่เว็บไซต์มีขนาดใหญ่ทำให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างล่าช้า จึงมีผู้ที่ได้รับความเสียหายจำนวนมากฟ้องร้องฮิโระยุกิและบริษัทในข้อหาสร้างความเสื่อมเสีย ฮิโระยุกิปฏิเสธที่จะให้การต่อศาลทุกกรณีและไม่เคยปรากฏตัวในการตัดสินใดๆ ทำให้เขาต้องแพ้คดีไปตามกฎหมาย แต่เนื่องจากฮิโระยุกิไม่มีทรัพย์สินขนาดใหญ่ใดๆในญี่ปุ่น ฮิโระยุกิจึงถูกยึดรายรับทั้งหมด (ยกเว้นค่าใช้จ่ายที่ศาลพิจารณาว่าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต) นอกจากนี้ทรัพย์สินของ 2channel ทั้งหมดก็อยู่ที่ต่างประเทศ เครื่องแม่ข่ายตั้งอยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และโดเมนก็เป็นของผู้จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา ยิ่งไปกว่านั้น โดยเทคนิคแล้วฮิโระยุกิไม่ได้เป็นเจ้าของ 2channel ดังนั้นจึงไม่มีผู้ฟ้องร้องคนไหนเรียกค่าเสียหายจากฮิโระยุกิได้เลย

เดือนมกราคม ค.ศ. 2007 ศาลแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นได้ตัดสินให้บริษัทเจ้าของ 2channel ล้มละลายและต้องถูกยึดทรัพย์ ฮิโระยุกินำคำตัดสินนี้ไปล้อเลียนในเว็บ 2channel หน้าแรก แม้ว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของญี่ปุ่นจะยกเลิกการให้บริการ 2channel ไปแล้ว แต่เว็บไซต์ก็ยังคงเข้าได้ตามปกติ [6]

ปรากฏการณ์ 2ch

หนุ่มรถไฟ

ช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ค.ศ. 2004 มีผู้ใช้คนหนึ่งเข้ามาเล่าเรื่องของเขาในบอร์ดสำหรับให้ชายโสดปรับทุกข์ เขาเล่าถึงเหตุการณ์ขณะที่เขาอยู่บนรถไฟและเห็นสาวสวยคนหนึ่งขึ้นมาบนรถ ทันใดนั้น ผู้ชายเมาเหล้าคนหนึ่งก็เข้ามาในรถและสร้างความรำคาญให้กับผู้โดยสารหลายคน ซึ่งก็ไม่ไม่มีใครห้ามปรามคนเมาแต่อย่างใด คนเมาเริ่มลวนลามผู้หญิงคนนั้น เขาเห็นว่าไม่มีใครเข้าไปช่วยเธอ เขาจึงบอกให้คนเมาหยุดลวนลามเธอ ทั้งสองต่อสู้กัน ผู้โดยสารคนอื่นอาศัยจังหวะนี้โทรเรียกผู้ควบคุมรถไฟให้เข้ามาจัดการ สถานการณ์ [1]

ผู้ใช้คนนี้เป็นคนที่ชอบเก็บตัว เข้าสังคมไม่เป็น และเป็นโอะตะกุ เขาไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิต เขาประหลาดใจมากที่ผู้หญิงคนนี้ขอบคุณเขาอย่างสุดซึ้งที่ช่วยเธอไว้ เขาและเธอแลกเปลี่ยนที่อยู่กันและแยกทางกัน เขากลับบ้านและนำเรื่องของเขามาเล่าลงในบอร์ด ผู้อ่านตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า "หนุ่มรถไฟ" ("Densha Otoko") สำหรับความกล้าหาญของเขา

ต่อมาไม่นาน หนุ่มรถไฟก็ได้รับของขวัญจากผู้หญิงที่เขาเคยช่วยไว้ ในตอนแรกเขาคิดว่ามันคงเป็นแค่ของขอบคุณ แต่ปรากฏว่ามันเป็นชุดถ้วยน้ำชาราคาแพง เขาประหลาดใจมากและรีบเข้าไปขอคำปรึกษากับผู้ใช้คนอื่นๆใน 2channel เขาเชื่อว่าของขวัญชิ้นนี้มีราคาแพงเกินกว่าจะเป็นแค่ของขอบคุณ ต่อมา หนุ่มรถไฟก็ติดต่อกับผู้หญิงคนนั้นและนัดพบเธอเป็นประจำ เขาคอยเล่าเรื่องราวของเขาบน 2ch และสนทนากับคนจำนวนมากที่ติดตามเรื่องของเขา เขาเปลี่ยนทรงผมใหม่ ซื้อเสื้อผ้าใหม่ และเลิกเก็บตัวอยู่แต่ในห้องตามคำแนะนำที่ได้มา หลังจากที่เธอเจอไม่นาน บุคลิกภาพของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จนไม่กี่เดือนต่อมา หนุ่มรถไฟก็สารภาพรักกับผู้หญิงคนนั้น เธอตอบตกลง หลังจากหนุ่มรถไฟนำเรื่องนี้ไปเล่าใน 2ch ผู้ใช้จำนวนมากก็หลั่งไหลเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับเขา [2]

เนื่องจาก 2ch มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เรื่องนี้จึงถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วผ่านสื่อและได้รับความนิยมในทันที มันเป็นเรื่องราวที่เรียบง่ายราวกับนิยายและเต็มไปด้วยพลังดึงดูด กระทู้ต้นฉบับได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือ หลังจากนั้นไม่นานก็มีการนำไปดัดแปลงเป็นมังกะ และนำไปทำเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้เป็นอันดับ 1 ในเวลานั้น มีการทำเป็นละครทางโทรทัศน์ออกอากาศในปี ค.ศ. 2005 และได้รับความนิยมอย่างมาก

มะซะชิ ทะชิโระ

ค.ศ. 2001 ผู้ใช้ 2ch จำนวนมากโหวตให้ มะซะชิ ทะชิโระ นักแสดงชาวญี่ปุ่นได้เป็นบุคคลแห่งปีของนิตยสารไทม์ เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า "เทศกาลทะชิโระ" (ทะชิโระมะสึริ, 田代祭) ทะชิโระเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในทางที่แย่ เขาเคยทำผิดกฎหมายหลายครั้ง เช่น ใช้กล้องถ่ายวิดีโอแอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิง ใช้ยากระตุ้น แอบดูห้องน้ำชาย และก่ออุบัติเหตุทางรถยนต์ นักพัฒนาโปรแกรมของ 2ch ได้เขียนสคริปต์ไว้ให้ผู้ใช้โหวตซ้ำๆกันได้หลายครั้ง เช่น สคริปต์ชื่อ "ปืนใหญ่ทะชิโระ" (ทะชิโระโฮ, 田代砲) , "ปืนใหญ่มหาอนุภาคทะชิโระ" (เมะงะรีวชิทะชิโระโฮ, メガ粒子田代砲) , "ปืนใหญ่ทะชิโระรุ่นยิงต่อเนื่อง 25 นัด" (นิจูโงะเร็นดะทะชิโระโฮ, 25連打田代砲) , และ"ปืนใหญ่ทะชิโระรุ่นสุดยอด" (โชทะชิโระโฮ, 超田代砲) สคริปต์ "ปืนใหญ่ทะชิโระรุ่นสุดยอด" มีพลังมากจนทำให้เครื่องแม่ข่ายของไทม์ล่ม หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีการพัฒนา "ปืนใหญ่ทะชิโระรุ่นดาวเทียม" แต่ทว่ามันได้ถูกยับยั้งไว้ก่อน ทะชิโระขึ้นอันดับ 1 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2001 อย่างไรก็ตาม ไทม์พบว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น จึงตัดสิทธิ์ทะชิโระไม่ให้เป็นบุคคลแห่งปี [5]

อ้างอิง

1. จากสถิติในหน้า stats.2ch.net ปัจจุบัน 2channel มีกระทู้ใหม่ๆเกิดขึ้นวันละ 2.7 ล้านกระทู้ ซึ่งเป็นจำนวนสองถึงสามเท่าของจำนวนกระทู้ทั้งหมดใน big-boards.com เว็บบอร์ดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง (สังเกตว่า Big-Boards บอกจำนวนกระทู้ทั้งหมดในเว็บ ไม่ใช่กระทู้ใหม่รายวัน)
2. McNicol, Tony. "Reining in the Web in Japan", Japan Media Review, 2004-08-26
3. "Channel 2 forum sinks teeth into nation's grit", Mainichi Daily News, 2003-01-04
4. "เว็บไซต์นี้มีอิทธิพลต่อความคิดของชาวญี่ปุ่นยิ่งกว่านายกรัฐมนตรี พระจักรพรรดิ และสื่อหลักรวมกันเสียอีก มันเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับผู้คนที่อยากอ่านบทวิจารณ์สินค้า ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ และเปรียบเทียบทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ขนาดอุจจาระของพวกเขาไปจนถึงคำตอบ จากรายการเกมโชว์ การสนทนาในเว็บนี้ยังส่งผลต่อราคาหุ้น การรวมตัวกันทำบุญ การนัดคนจำนวนมากมาเต้นพร้อมกันในที่สาธารณะ การป้องกันการก่อการร้าย ไปจนถึงการไล่ผู้คนไปตาย" "2-Channel Gives Japan's Famously Quiet People a Mighty Voice", Lisa Katayama, 04.19.07, Wired News
5. 5.0 5.1 Katayama, Lisa. "2-Channel Gives Japan's Famously Quiet People a Mighty Voice", นิตยสาร Wired, 2007-04-19
6. //en.wikinews.org/wiki/Japanese_court_plans_to_seize_control_of_2channel

เอื้อเฟื้อข้อมูลแปลภาษาไทยโดย Wikipedia




 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2552 20:39:58 น.
Counter : 550 Pageviews.  

สร้างระเบิดปรมาณูสำหรับบ้านของท่าน

เครดิต ที่มา ของ ดนต์ รัตนทัศนีย มิติที่4 พ.ย. 2523
จากเรื่อง Build Your Own A-Bomb And Wake up The Neighborthood ของ George W. Harper.


1.จุดกำเนิดของระเบิดปรมาณู

อาชญากรรมในเมืองหลวงกำลังรุนแรงมากขึ้น เหล่าร้ายก่อพฤติกรรมสุดโหด จิ๊กโก๋ คนเถื่อน ม็อบถ่อย เดินกันเกลื่อนถนนตำรวจต้องทำงานหนัก แต่ไล่ตามพวกมันไม่ทัน เพราะมันใช้เครื่องมือทุ่นแรงในการประกอบอาชญากรรมก้าวรุดหน้าตำรวจเสมอ... จากหมัดมาเป็นไม้(คมแฝก) จากไม้เป็นมีด(ทั้งยาวและสั้น) จากมีดเป็นปืน (เอ็ม - 16) จากปืนเป็นระเบิด (มีหลายชนิด ขวด ลูกเกลี้ยง ฯลฯ) แต่ต่อไปจะต้องหนักขึ้นไปอีก ไม่นานเกินรอเราอาจต้องเจอกับจรวด(อาร์.พี.จี.) ...แล้วประชาชนคนเดินถนนหาเช้ากินค่ำอย่างเราจะทำอย่างไร เราจะเอาอะไรมาป้องกันตัว ยิ่งถ้ากฎหมายห้ามพกพาอาวุธ ออกประกาศใช้ เรามิต้องพกสากไว้สู่กับจรวด หรือ เอ็ม-16 กันรึเนิ่ยย....

ไม่ต้องตกใจครับ ...บรรดาอาวุธร้ายเครื่องทุ่นแรงในการฆ่าสังหารที่กล่าวมานั้นล้วนแล้วแต่ เป็นอุปกรณ์ที่ล้าสมัยไร้อำนาจทั้งสิ้น เมื่อเทียบกับสิ่งที่ท่านจะมีอยู่ในครอบครอง..ท่านไม่ต้องไปกลัวมัน..ท่าน ไม่จำเป็นต้องเหน็บสากไปสู้กับมันเพราะสิ่งที่ท่านจะมีนั้นมันเหนือชั้นกว่า จนทาบไม่ติด..ท่านกำลังจะมี “A Bomb” ไว้ใช้เองในบ้านท่าน มันคือ “ระเบิดปรมาณู” ที่ท่านจะต้องสร้างมันขึ้นไงละครับ...อย่าพึ่งตกใจหรือยิ้มเยาะถ้าท่านสนใจ ก็ขอให้ทำดู ต่อไปนี้คือวิธีสร้างระเบิดปรมาณูไว้ใช้เองในบ้าน เป็นแบบประหยัดสุดยอด รับประกันคุณภาพว่าแหลกย่อยยับถึงใจพระเดชพระคุณจริงๆและท่านสามารถทำเองได้ สบายมาก ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย (ดิบๆ) เสียอีก

ถ้าท่านมี “A-Bomb” ติดบ้านไว้สักลูก ท่านไม่ต้องหวั่นเกรงมนุษย์หน้าไหนทั้งสิ้น ไม่ต้องหวาดผวาต่อภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอกอีกต่อไปเมื่อไรที่ท่านรู้สึก “เซ็ง” ท่านอาจทดทองใช้ดูได้ทันที..และไม่แน่..ท่านอาจจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่จนคับ ฟ้าไปเลยก็ได้

เอาละครับท่านคิดอยากจะมี เอ-บอมบ์ ติดบ้านไว้ซักลูกก็ขอให้ติดตามรายละเอียดได้เลย..ก่อนอื่นใดทั้งหมด ท่านจะต้องทำความเข้าใจกับทฤษฎีและหลักการของระเบิดแบบปฏิกิริยานิวเคลียร์ ลูกโซ่เสียก่อน..ระเบิดปรมาณูมันระเบิดขึ้นมาได้อย่างไร ..ง่ายมากครับ..หลักการมีอยู่ว่า.. “เอายูเรเนี่ยม-235 หรือพลูโตเนี่ยมก็ได้ ในปริมาณเท่ากันสองก้อน มาวางประกอบกันให้ดี ในชั่วเวลาหนึ่งมันจะเกิดระเบิดด้วยตัวของมันเอง”...ง่ายไหมครับ


2.เทคนิคสำคัญสองข้อ

จะเห็นได้ว่าเราไม่ต้องไปทำอะไรกับมันเลย ปฎิกิริยานิวเคลียร์จะเกิดขึ้นเองอย่างอัตโนมัติ ปัญหาสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่เราจะเข้าใจทฤษฎีนิวเคลียร์แต่อยู่ที่เทคนิค มากกว่า..เทคนิคสำคัญ ๆ ก็คือ

1) จะต้องใช้ U-235 ปริมาณเท่าใดจึงจะเกิดระเบิดขึ้นเองได้..คำตอบข้อนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็น เข็นใจอะไร เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า ต้องการระเบิดร้ายแรงมากน้อยขนาดไหน ท่านไม่จำเป็นต้องลงมือ คำนวณผลปฏิบัตินิวเคลียร์อะไรให้เปลืองสมองหรอกครับ คิดกันง่ายๆคือการระเบิดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยระเบิดเอ-บอมบ์ จะทำลายล้างอาณาบริเวณเนื้อที่ 1/3 ไมล์ นับจากจุดศูนย์กลางของการระเบิด จนราบเรียบหล่อนเตียนโล่งไม่เหลือแม้แต่หญ้าสักต้น ถัดออกไปอีก 2/3 ไมล์ก็จะเป็นบริเวณที่พังพินาศย่อยยับแต่ยังมีซากเหลือให้เห็นเป็นลักษณะ ถ่านดำๆ และถัดออกไปอีก 1/4 ไมล์ก็จะเป็นบริเวณที่ได้รับรังสีขนาดความร้อนขนาดละลายรถถังได้สบาย ๆ สุดท้ายอีก 50 ไมล์รอบนอกก็เป็นบริเวณรังสีปรมาณู สิ่งมีชีวิตทุกแบบจะม้วยมรณามิเหลือหรอสรุปรวมแล้วรัศมีทำลายทั้งหมดกิน เนื้อที่ประมาณ 60 ไมล์กว่าๆกำลังดีความแรงขนาดนี้ ท่านต้องใช้ U-235 สักประมาณ 30 ปอนด์ หรือ ขนาดก้อนเท่ากำปั้นเท่านั้นเองแหละครับแต่ในที่นี้เราขอแนะนำให้ใช้ U-235 ขนาด 36-37 ปอนด์ เผื่อเอาไว้ คิดว่ากำลังพอเหมาะพอสมกับการที่จะมีไว้ติดบ้านสักลูกสำหรับบ้านคาไทยทั่วๆ ไป... ถ้าสมมุติว่าท่านนำระเบิดเอ-บอมบ์ขนาด 36 ปอนด์ ไปตั้งให้มันระเบิดที่กลางสนามหลวงแล้วคำนวณดูอย่างหยาบๆ แล้วพบว่าคนในกรุงเทพจำนวนประมาณ250,000 คนก็จะสลายตัวกลายเป็นฝุ่นหายไปในทันทีที่มัน “บึม” ขึ้นมา ที่ยังไม่ถึงก็สลายกลายเป็นจุญแต่ก็คงเละตุ้มเปะอีกประมาณ 200,000 คน แถมยังมีพวกแขนขาขาด ไส้ไหล หัวหลุดอีกประมาณ 300,000 คน และคงมีอีกซัก 200,000 คนที่โดนรังสีเป็นตายเท่ากัน...ร่วมตัวเฉลี่ยแล้ว “บึม” เดียวกวาดได้ 950,000 คน เท่านั้นเอง...ยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนประชากรในกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำดังนั้นอำนาจการทำลายขนาดนี้ก็คงยังคิดว่าคงพอเหมาะดีแล้วใช่ไหมครับ

2) เทคนิคสำคัญของการทำระเบิดเอบอมบ์ก็คือ จะทำอย่างไรจึงให้ยูเรเนียม-235 สองก้อนประกบกันอยู่ติดกันอย่างหนาแน่นจนได้เวลา “บึม” ด้วยตัวของมันเอง ..ช่วงเวลาที่ต้องการให้มันประกบติดกันแน่นสนิทจะต้องใช้เวลา1/2วินาที..แต่ ท่านต้องทำความเข้าใจ ณ.จุดนี้ให้ดีกล่าวคือ โดยธรรมชาติ U-235 จะมีพฤติกรรมไม่เหมือนกับธาตุปกติธรรมดาทั่วไปเมื่อนำเอา U-235 สองก้อนเข้าใกล้กันมันแสดงพฤติกรรมประหลาดไม่ยอมประกบติดกันง่ายๆ แต่มันจะเกิดพลังงานผลักกัน และแตกออกเป็นเสี่ยงๆกระเด็นหนีออกจากกันไปคนละทิศละทางภายในเวลาไม่ถึง 1/100ของวินาที คือเกิดการระเบิดขึ้นนั่นเอง แต่ไม่ใช่เป็นการระเบิดแบบระเบิดปรมาณู เมื่อมันระเบิดออกจากกันจะเกิดควันกัมมันตภาพรังสีฟุ้งกระจายออกมาด้วย.. ซึ่งเป็นอันตรายพอๆกับรังสีปรมาณูเหมือนกัน..นี่แหละครับคือปัญหาใหญ่


3.อุปกรณ์จุดชนวน

ในลูกระเบิดปรมาณูจริงๆเท่านั้น เขามีอุปกรณ์กลไกอีเล็คทรอนิคที่ทำหน้าที่ควบคุมให้ U-235 สองแท่งวิ่งประกบติดกันอย่างแน่นสนิท ไม่ยอมให้มันพรากจากกัน “อุปกรณ์จุดชนวน” ดังกล่าวจะจับ U-235 ให้ประกบเข้าหากันนานถึง 1/2วินาทีโดยไม่ให้แตกออกU-235 ก็จะเริ่มปฏิกิริยานิวเคลียร์ลูกโซ่และผลก็คือ “บึม” เท่านั้นเอง..แต่เราจะสร้างกลไกลอย่างเดียวกันกับที่เขาใช้ในลูกระเบิดเอ -บอมบ์จริงๆนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะมันยุ่งยากและสลับซับซ้อนเหลือกำลังอีกทั้งต้องพึ่งเครื่องไม้เครื่อง มือเทคนิคชั้นสูงอีกด้วย ดังนั้นเราจึงต้องออกแบบหรือดีซายน์(Design) ระบบจุดชนวนแบบใหม่ขึ้นใช้แทนระบบใหม่นี้รับประกันว่าทำงานได้ 100% สามารถทำเองได้ในบ้านของท่านอย่างสบายๆ อีกทั้งยังมีราคาประหยัดสุดยอด และปลอดภัย (ประมาณ 60%) (ที่เหลืออีก40%ขึ้นอยู่กับฝีมือทางช่างของท่านเท่านั้น) ..เราได้ ดีซายน์ไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้วขอให้ท่านทำความเข้าใจให้ดี ขอให้ดำเนินการขั้นตอนอย่างรอบคอบ อย่าปล่อยให้ดวงมาเป็นเครื่องตัดสินความสำเร็จ ถ้าท่านคิดจะทำ..อย่าลืมว่า ต้องไม่มีคำว่า พลาด เพราะถ้าพลาดมันหมายถึง “บึม” ลูกเดียวจอดทั้งหมู่บ้านนะครับ

รายการอุปกรณ์ในหน้าถัดไปนี้ยังไม่รวมของใช้บางอย่างซึ่งคิดว่าคงจะมีอยู่ แล้วตามบ้านทั่วไป เช่น กาว กิ๊บหนีบผม ฯลฯ ..รายการนี้มิได้มีการประเมินราคางบประมาณไว้ให้ทั้งนี้เพราะสาเหตุสุดวิสัย หลายประการบังคับ เช่น ราคาวัสดุในท้องตลาดไม่คงที่แน่นอน มีแต่จะสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนตามไม่ทัน หรือบางท่านอาจมีเทคนิคในการซื้อหาโดยซื้อเชื่อไว้ก่อนจากร้านข้างๆบ้าน.. แล้วพอสร้างระเบิดเสร็จก็ไม่จำเป็นต้องไปชำระหนี้เลยก็ได้อย่างงี้เป็นต้น


4.รายการวัสดุ และอุปกรณ์เครื่องใช้

1. บ้าน 2 ชั้นจำนวนหนึ่งหลัง

2. ปูนซีเมนต์ 15 ถุง

3. ทรายหยาบ 12 คิว

4. หินผสมคอนกรีต เบอร์ 3 จำนวน 8 คิว

5. ดินปืน 1 กิโลกรัม

6. ท่อเหล็กขนาด 3 นิ้ว ต้องการยาวประมาณ 6-7 เมตร

7. ท่อทองแดงขนาด 2 ½ นิ้ว 1 ท่อน(ควรมีความหนาไม่ต่ำกว่า ¼ หุน)

8. เหล็กเส้น 2 หุ้น ยาว 36 นิ้ว

9. แผ่นเหล็กหนา 1/8นิ้ว ขนาด 3*3 นิ้ว 1 แผ่น

10. ฝาเกลียวโลหะสำหรับปิดปากท่อเหล็ก 3 นิ้ว 1 ฝา

11. ตะกั่ว 27 แท่ง(ขนาดน.น.แท่งละ 1 กิโลกรัม)

12. สายไฟฟ้า(สายอ่อน)แบบธรรมดา พร้อมปลั๊กตัวผู้ 1 เส้น(ยาวตามต้องการ)

13. นาฬิกาตั้งเวลาเปิดปิดไฟได้ 1 เรือน

14. ลวดเชื่อมทองแดง 5-10 เส้น

15. ยูเรเนียม -235 หรือพลูโตเนียม 2 แท่ง (ขนาดแท่งละ 6.16 กิโลกรัม)

16. เครื่องเชื่อมเหล็กแบบก๊าชอาเซติลีน 1 ชุด

17. เตาหลอมโลหะขนาดเล็ก พร้อมท่อระบายอากาศและพัดลมระบายอากาศ 1 ชุด

18. สว่านไฟฟ้า พร้อมดอกสว่านแบบเจาะเหล็ก 1 ชุด

19. ตั๋วเครื่องบินเดินทางออกนอกประเทศ (เที่ยวเดียว) พร้อมหนังสือเดินทางวีซ่า

20. เวลาสำหรับการสร้าง ประมาณ 2 อาทิตย์


5.การเตรียมการเบื้องต้น

ซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมหนี

เมื่อท่านจัดหาวัสดุและอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ครบบริบูรณ์แล้ว ท่านก็ควรตรวจเช็กรายการให้แน่ใจจริงๆเสียก่อน บางรายการที่ได้แจ้งไว้ท่านอาจจะไม่มีติดบ้าน ดังนั้นจึงขอให้ท่านอ่านข้อมูลต่างๆ ให้ตลอดและเตรียมจัดหาวัสดุมาให้ครบก่อนลงมือสร้างจริงๆ..ตรงจุดเริ่มต้นนี้ สำคัญอยู่ที่ว่า ท่านต้องแน่ใจว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะลงมือสร้างนี้คือ ระเบิด เอ-บอมบ์ จริงๆนะครับฉะนั้นการที่ทำนี้ต้องเป็นความลับสุดยอด จะบอกให้ใครรู้ก่อนไม่ได้เด็จขาดแม้แต่คนสนิทที่สุดก็ตาม เพราะมันหมายถึงความสำเร็จผลที่ท่านจะลงเอย...ถ้าใครรู้เข้า..ท่านอาจลงเอย เข้าคุก หรือไม่ก็เข้าห้องพักคนไข้โรงพยาบาลโรคจิต อย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน..เอาล่ะครับ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีบุคคลที่สองมีส่วนรู้เห็นในการครั้งนี้แล้วขั้นตอนต่อไป หลังจากจัดซื้ออุปกรณ์ก็คือ จัดกระปำเดินทางให้พร้อมเพื่อความไม่ประมาท หรือจะเขียนพินัยกรรมไว้เลยก็ได้


6.การเตรียมยูเรเนียม

นำแท่งเชื้อเพลิงปรมาณูที่ท่านจัดหามา(จะโดยการซื้อมา หรือขโมยมาก็ได้)ออกมาจากที่ซ่อน..เชื้อเพลิงปรามาณูนี้ควรเป็น U-235 ที่ท่านได้มานี้จะบรรจุอยู่ในตะกั่วหนา ท่านต้องมีสองกล่อง บรรจุกล่องละแท่ง ค่อยๆเปิดกล่องออก นำแท่ง U-235 ออกมาเพียง1 แท่ง ห้ามแกะกล่องพร้อมกันทีเดียวสองกล่องโดยเด็จขาด เพราะ U-235 สองแท่งอยู่รวมกันไม่ได้ ตามทฤษฎีที่กล่าวมาแล้วดังนั้นท่านจะต้องเปิดกล่องทีละกล่องและแยกทำงานกับ แท่งU-235ทีละแท่งเมื่อเปิดกล่องตะกั่วออกท่านจะพบแท่งU-235มีลักษณะเป็น แท่งกลมตันขนาด 2 นิ้ว สูง 2 นิ้ว มีน้ำหนัก 18 ปอนด์ หรือประมาณ 6.16 กิโลกรัม..จากนั้นก็นำ U-235 (เพียงแท่งเดียว) ไปเปลี่ยนรูปให้เป็นครึ่งวงกลมที่มีลักษณะคล้ายส้มครึ่งซีก..วิธีทำก็คือ นำไปหลอมให้ปลายด้านหนึ่งละลายจนโค้งมนได้รูปลักษณะดังกล่าว..ตอนนี้ท่าน ต้องใช้เตา (ตู้) หลอมโลหะกับไฟ “หัวอ๊อก” จากเครื่องเชื่อมโลหะอาเซติลีนเป่าพ่นไฟให้ U-235หลอมละลาย

ยูเรเนียม มีจุดหลอมละลายที่อุณหภูมิ 2,760 องศาฟาเรนไฮต์ ส่วนเปลวไฟหัวอ๊อก อาเซติลีนให้ความร้อนได้ถึง 4,770 องศาฟาเรนไฮต์ จึงมีความร้อนเหลือเฟือที่จะทำให้ U-235 ละลายได้อย่างสบาย ในขณะที่ U-235 โดนความร้อนเริ่มละลาย มันจะปล่อยก๊าชกัมมันตรังสีออกมา ถ้าหายใจเข้าไปก็รับประกันว่าตายทันที ดังนั้นในขั้นตอนนี้ที่ท่านจะต้องทำให้เตา(ตู้) หลอมโลหะซึ่งทำด้วยอิฐทนไฟปิดมิดชิด มีปล่องระบายอากาศและพัดลมดูดอากาศทิ้งออกไปให้ไกลๆบ้าน..



อนึ่งถ้า..U-235ได้รับความร้อนสูงเกินไป มันอาจระเบิดได้เหมือนกันแต่ไม่ใช่การระเบิดแบบปรมาณูเพื่อความไม่ประมาท ปลอดภัยไว้ก่อนท่านควรหาอ่างกระเบื้องเคลือบหรืออ่างดินเผาที่มนความร้อนได้ สูงๆบรรจุด้วยน้ำยาหล่อลื่น “milk bath” (น้ำยานี้มีลักษณะเหมือนนมสด หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เครื่องกลึงเหล็กทั่วๆไป) ท่านควรจะเอาแท่งU-235 แช่ลงในอ่างน้ำยาหล่อลื่นให้ส่วนที่ต้องการจะหลอมโผล่พ้นน้ำยาขึ้นมาแล้วจึง ใช้ไฟอ๊อกเป่าลนตรงส่วนนั้น ..ในขณะปฏิบัติการท่านควรสวดมนต์ไปด้วย ความสำเร็จของท่านตอนนี้ 40% ขึ้นอยู่กับดวง ..เมื่อท่านเห็นว่า U-235 หลอมละลายลงไปจนได้รูปโค้งมนดีแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี รอให้เย็นแล้วนำออกจากเตาได้เก็บใส่กล่องตะกั่วปิดผนึกให้มิดชิด จากนั้นนำ U-235แท่งที่สองออกมา จัดการทำการเปลี่ยนแปลงรูปให้เป็นตามครึ่งวงกลมตามวิธีเดิมทุกประการ..ถ้า ดวงของท่านไม่จู๋เสียก่อน ท่านก็จะได้ U-235 สองก้อนที่มีรูปเป็นครึ่งวงกลม..ถ้านำเอาด้านเรียบมาประกบกันก็จะเกิดเป็น รูปทรงกลมขนาดเท่าผลส้มเขียวหวานลูกเล็กๆ คราวนี้ท่านก็ได้แท่ง U-235 ที่พร้อมจะระเบิดเอ-บอมบ์แล้ว..แยกเก็บ U-235 ทั้งสองก้อนในกล่องตะกั่ว วางให้ห่างๆจากกันอย่างน้อยสามเมตร


7.การสร้างฐานระเบิด

เลือกห้องในบ้านของท่านให้มีชั้นบนกับชั้นล่างตรงกัน ขึ้นไปห้องชั้นบนเจาะพื้นห้องให้มีรูกลมขนาดโตที่จะสอดท่อเหล็ก 3 นิ้วได้ นำท่อเหล็กขนาดสามนิ้วเสียบลงไปในรูนั้น ค่อยๆต่อกันเป็นท่อนๆหย่อนลงไปให้ถึงพื้นห้องชั้นล่าง ให้ท่อยาวประมาณ 6 เมตร (ท่าบ้านของท่านไม่สูงพอ ท่านต้องขุดพื้นบ้านชั้นล่างลงไปอีกเพื่อเสียบท่อเหล็กให้ได้ขนาดยาว 6 เมตร) ปลายท่อควรโผล่เหนือพื้นห้องชั้นบนประมาณแค่เอวเพื่อสะดวกแก่การทำงาน..ปลาย ท่อนี้จะต้องทำเกลียวสำหรับไขฝาปิดท่อไว้ด้วย


แบบ section ของฐานระเบิด

พื้นห้องชั้นล่างควรเป็นพื้นคอนกรีตแต่ถ้าไม่ใช่ในกรณีที่ท่านต้องขุดพื้นลง ไปอีกท่านต้องทำพื้นคอนกรีตสำหรับรับปลายท่อเสียก่อนโดยคอนกรีตหนาประมาณ 30 ซม. จากนั้นให้ทำฐานอุดปลายท่อโดยหล่อแท่งซีเมนต์ให้เป็นรูปแท่งลูกบาศก์ขนาด 30*30*30 ซม. ด้านบนของแท่งลูกบาศก์ให้ทำหลุมลึก 3-5 ซม. สำหรับสวมท่อเหล็กให้พอดี..นำ U-235 ก้อนที่หนึ่งวางหงายเอาหน้าเรียบขึ้นตรงใจกลางหลุม ในขณะที่ปูนซีเมนต์ยังไม่แข็งตัว กด U-235 ให้ฝังตัวลงไปในปูนซีเมนต์ซัก 3 ใน 4 ของก้อน..รอให้ปูนแข็งตัวประมาณ 1 วันแล้วจึงนำเอาท่อเหล็กเสียบเข้าไปในหลุมจากนั้นก็เริ่มลงมือผสมคอนกรีต โดยใช้ปูนซีเมนต์หินทราย และนำทั้งหมดที่เตรียมไว้นำมาเททับฐานแท่งลูกบาศก์ให้หมด ต้องระมัดระวังอย่าให้กระเทือนจนทำให้ท่อเหล็กเคลื่อนเป็นอันขาด ไม่จำเป็นต้องโบกตกแต่งหรือฉาบผิวให้สวยงามเพราะเมื่อมันระเบิดแล้ว จะไม่มีอะไรเหลือแม้แต่ฝุ่น ข้อสำคัญคือท่านต้องพอกคอนกรีตให้หนารอบๆฐาน พอกขึ้นไปตามท่อเหล็กให้สูงถึงเพดานพื้นห้องชั้นบนได้ยิ่งดี..ไม่ต้องการ ความสวยงามแต่ต้องการความหนาแน่นแข็งแรงที่สุด ดังนั้นท่านต้องใช้คอนกรีตทั้งหมด(ประมาณ 22 คิว)..เมื่อสำเร็จแล้วรอให้แห้ง(ประมาณ4-5วัน)ถ้าจะให้ดีควรบ่มคอนกรีตโดย การใช้กระสอบชุบน้ำให้เปียกชื้นไว้รอบๆฐานซัก 3-4 วัน..อันเป็นเสร็จกรรมวิธี..ท่านก็ได้ฐานระเบิดพร้อมที่จะใช้งานได้แล้ว.. เมื่อเสร็จ..มันควรจะมีรูปร่างคลายกับแบบ “ดีซายน์”นั่นแหละครับ



8.การสร้างหน่วยจุดชนวนระเบิด

คราวนี้ก็มาถึงตอนสำคัญและยุ่งยากที่สุดละครับ ท่านทราบหลักการใหญ่ของมันแล้วคือ..ต้องทำให้U-235 ก้อนที่สองลงไปพบ(ประกบ)กับก้อน U-235ที่นอนรออยู่ในท่อนั่นเอง..ท่าท่านเพียงแต่ใส่ U-235 ก้อนที่สองลงไปในท่อเฉยๆมันก็จะตกลงไปในท่อแล้วผลักกระเด็นกลับขึ้นมาด้วย ความเร็วสูงกว่าลูกปืนแต่ออกเป็นชิ้นเล็กๆพุ่งทะลุหลังคาบ้านออกไปทีเดียว ซึ่งหมายความว่าท่านอาจจะตายทันทีเพราะโดนรังสีของมัน และเพื่อนบ้านในระแวกนั้นก็ม้วยมรณาไปเป็นแถบๆเช่นกัน.. จะไม่มีการระเบิดของปรมาณูแต่ประการใด..ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีน้ำหนักค่อย กดทับให้U-235ก้อนที่สองถูกกดประกบติดกับก้อนที่นอนรออยู่ในก้อนท่อเป็นเวลา นาน1/2วินาที เพื่อให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ลูกโซ่เกิดขึ้นเสียก่อน ที่มันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ..วิธีที่ง่ายที่สุดก็โดยใช้แท่งตะกั่วหนักๆ ประมาณ 95 ปอนด์(หรือ 43 กิโลกรัม) กดอัดมันไว้

9.การสร้างเข็มแทงชนวน

เข็มแทงชนวนเป็นส่วนสำคัญของหน่วยจุดชนวนระเบิด ท่านต้องสร้างข้างนอกต่างหากแล้วจึงนำมาสวมใส่เมื่อต้องการใช้..มีวิธีสร้าง ง่ายๆกล่าวคือ นำตะกั่วที่เตรียมไว้ 27 แท่งมาหลอมให้ละลายแล้วเทลงไปในท่อ(กระบอก) ทองแดงขนาด 2 1/2นิ้ว ยาว 36 นิ้วให้เต็มอย่าลืมหาอะไรอุดปลายท่อด้านหนึ่งให้ดีอย่าให้ตะกั่วไหลออกมา.. ก่อนที่ตะกั่วจะแข็งตัวให้เอาเหล็กเส้น 2 หุน เสียบลงไปตรงกลางลึกประมาณ 12 นิ้ว รอให้ตะกั่วแข็งตัว..จากนั้นนำปลายเหล็กเส้นไปเจาะรูขนาด1/8นิ้ว แล้วนำU-235 ก้อนที่สองมาติดตรงปลายแท่งตะกั่ว โดยเอาด้านโค้งออกใช้กาว “อีพ้อคซี่”อย่างดีติด รอให้แห้งสนิทเป็นอันเสร็จพิธี..ท่านก็จะได้เข็มแทงชนวนมีลักษณะรูปร่าง คล้ายลูกปืนป.ต.อ.มีหางเป็นเหล็กเส้นยาวออกมา


เข็มแทงชนวน


ไกจุดชนวน

เมื่อทำเข็มแทงชนวนเสร็จก็พักเก็บไว้ก่อน คราวนี้ท่านต้องสร้างไกจุดชนวนโดยใช้ท่อนเหล็กขนาด 3 นิ้วตัดมายาวประมาณ 36 นิ้ว ทำเกลียวทั้งสองปลายเพื่อสวมกับท่อฐานระเบิดและสวมฝาปิด ด้านหนึ่งของท่อต้องทำแผ่นเหล็กผนังกั้น โดยใช้แผ่นเหล็กหนา 1/8นิ้ว เจาะรูตรงกลางให้พอดีกับขนาดของเข็มแทงชนวนจะรอดผ่านได้อย่างสะดวกแต่อย่า ให้หลวมและเชื่อมติดกับผนังภายในของท่อให้แน่นหนาที่สุด จากนั้นก็เจาะรูปลายท่อต่อฐานระเบิด ขนาด1/8นิ้วเจาะให้ทะลุตลอดประมาณ 2 รู ไว้สำหรับเสียบเหล็กเส้นขวางท่อเพื่อป้องกันเข็มแทงชนวนหล่นลงไปในท่อ.. อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าท่านเสียบเหล็กขวางท่อเอาไว้..เมื่อท่านทำเสร็จตามแบบก็เป็นอันเสร็จพิธี ท่านก็ได้ระเบิด เอ-บอมบ์ ที่พร้อมจะทำงานได้แล้ว


ไกจุดชนวน

10.การประกอบหน่วยจุดระเบิดปรมาณู

เมื่อทุกอย่างพร้อมตามแบบดีซายน์ท่านก็ประกอบชิ้นส่วนเข้าด้วยกันอย่าเพิ่ง สวมไกจุดชนวนเข้าด้วยกันกับฐานระเบิดเพราะมันอันตราย ถ้าเกิดอุบัติเหตุสุดวิสัยเข็มชนวนตกลงไปในท่อเมื่อใดเมื่อนั้นก็ “บึม” ..ต้องทดลองข้างนอกเพื่อตรวจดูว่า เข็มแทงชนวนหลุดออกจากไกจุดชนวนได้คล่องตัวดีหรือไม่โดยเอาสลับกิ๊บออก แล้วปล่อยให้มันตกลงมา ถ้าเห็นว่าคล่องตัวดีจึงนำไปประกบติดกับท่อฐานระเบิดเอาเหล็กเส้นสองท่อน เสียบรูที่เจาะไว้บนตัวท่อฐานระเบิด นำก้านของเข็มแทงชนวนสอดเข้ารูฝาปิดท่อติดสลักกิ๊บให้แน่นหนา ทดลองแกว่งดูอย่าให้หลุดได้ นำสายไฟฟ้าที่เตรียมไว้มาปลอกปลายออกทั้งสองเส้น นำเอาลวดสายไฟเพียง 2-3 เส้นมาผูกควั่นติดกันร้อยสายเข้าไปในรูร้อยสายไฟฟ้าที่ฝาท่อ..ทิ้งสายให้ยาว พอควร แล้วผูกปมกันไม่ให้สายไฟรูดกลับ..นำเข็มแทงชนวนเสียบเกลียวให้แน่น..ระเบิด เอ-บอมบ์ก็พร้อมที่จะทำงาน



ท่านมีสิทธิ์เลือกในการทำงานได้สองกรณี กล่าวคือ ท่าท่านยอมตายไปพร้อมกับระเบิดก็ไม่ต้องทำอะไรมากเพียงแต่ดึงสลับกิ๊บออก แล้วดึงเหล็กขัดนิรภัยออกปล่อยให้เข็มแทงชนวนตกลงไปในท่อ..แล้วก็ บึม เสร็จพิธี อีกกรณีหนึ่งโดยการตั้งเวลาให้ระเบิด ต่อสายไฟฟ้าจุดระเบิดเข้านาฬิกาตั้งเวลาแล้วเสียบปลั๊กไฟ เมื่อถึงเวลาที่ตั้งนาฬิกาก็จะปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าสายไฟฟ้าจุดชนวน เกิดไฟช๊อตที่ปลายเส้นลวด(เกิดสป๊าก) ทำให้ดินปืนระบิดขึ้นทันที แรงระเบิดจะดันให้เข็มแทงชนวนพุ่งลงไปในท่อ(อย่าลืมต้องเอาสลักนิรภัยออก ก่อน)..แล้วมันก็ บึม

“คำเตือน” ตอนตั้งเวลาจุดระเบิดท่านต้องแน่ใจว่าท่านมีเวลาที่จะหนีออกไปนอกเมืองได้ ทัน ก่อนที่เมืองจะหนีท่านไปเสียก่อนนะครับ...

เราได้คำนวณอย่างหยาบๆแล้วว่าระบบจุดระเบิดที่เราได้ออกแบบขึ้นมาใหม่นี้ ต้องใช้ได้ผล 100% การพุ่งลงไปในท่อยาว 6 เมตร ของเข็มแทงชนวนซึ่งมีน้ำหนักตะกั่ว 90 ปอนด์ จะได้พลังงานที่จุดกระทบก้นห่อประมาณ 8 erg/sec และยังบวกกับแรงขับดินระเบิดเข้าไปอีกพลังงานที่จุดตกกระทบควรจะเพิ่มขึ้น เป็น8 erg/sec พลังงานขนาดนี้มากเกินพอที่จะอัด U-235สองก้อนที่จะประกบกันแน่นสนิทได้นานกว่า ½วินาทีเสียอีก..มันนานพอสำหรับปฏิกิริยานิวเคลียร์จะปะทุ..แล้วก็..บึม “ต้นเห็ด” แห่งไฟประลัยกันตร์ก็จะชูลำขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสง่างดงามกลุ่มควันสีดำและ เปลวไฟสีขาวสว่างเจิดจ้าที่ม้วนตัวขึ้นเป็นหมวกลูกเห็ดนั้นจะคละคลุ้งไปด้วย กลิ่นคุณแห่งความหายนะเจือปนด้วยเศษของวิญญาณมนุษย์นับหมื่นคน..มันคงจะทำ ให้ท่านรู้สึกภูมิใจได้ดีทีเดียวเลยนะครับ...


11.บทผนวก

เรามีคำแนะนำสำหรับที่ท่านจะไปยุ่งเกี่ยวเล่นกับ U-235 หรือ พลูโตเนียม ...ท่านต้องสังวรให้จงหนักว่าธาตุทั้งสองเป็นธาตุกัมมันตรังสีที่อันราย ยิ่งยวด ถ้าท่านวาง U-235 ไว้ในห้องโดยไม่มีสิ่งป้องกันภายใน 2 นาที ห้องนั้นก็จะกลายเป็นห้องประหาร บรรยากาศจะเปลี่ยนไปแกสกัมมันตภาพรังสีหมด..เราจึงแนะนำให้ท่านสวมใส่ชุด ป้องกัน โดยหาชุดมนุษย์กบที่มีเครื่องหายใจ หน้ากากและเสื้อกางเกงยางที่คลุมมิดชิดถึงหัวปกปิดร่างกายทั้งหมดถึงกระนั้น ท่านก็ยังไม่พ้นภัยจากรังสีที่มีอำนาจทะลุทะลวงเข้าสู่ตัวของท่านดังนั้นถ้า จะให้ปลอดภัยท่านต้องหาถังหรือท่อตะกั่วขนาดใหญ่ๆหนาๆ(ประมาณ3นิ้ว)มาคลุม ตัวท่านไว้แล้วเจาะรูลูกตาและแขนทั้งสองออกมาเพื่อการทำงาน แขนของท่านทั้งสองข้างแม้จะสวมถุงมือยาวคลุมตลอดก็ยังไม่พอ ท่านต้องเอาเทปกาวอลูมิเนียมหรือตะกั่วพันรอบๆให้เหมือนพันมัมมี่จึงจะดี ส่วนลูกตาท่านก็ต้องใส่ กระจกตะกั่ว กันไว้อีก ชุดตะกั่วจะมีน้ำหนักมากดังนั้นท่านจะต้องมีรถเข็นคนพิการ แบบที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าบังคับให้วิ่งได้ด้วยสวิชท์ที่ควบคุมซึ่งท่านต้องนำมา ดัดแปลงเป็นรถนั่ง คลุมด้วยตะกั่วเป็นเกาะป้องกันท่านต้องสวมชุดมนุษย์กบเข้าไปนั่งในนั้นแล้ว ขับไปเพื่อการทำงานภายในห้องปฏิกรณ์หรือห้องที่ท่านทำงานกับ U-235 นั่นเอง..ด้วยชุดตะกั่วมนุษย์กับผนวกเข็นคนพิการดังกล่าว ท่านมีเวลาประมาณ 5 นาที สำหรับการอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันกับ เจ้า U-235 ถ้าเกินกว่านั้นท่านจะรู้สึกอ่อนเพลียและอาจหมดสติไปเลยก็ได้เพราะท่านโดน รังสีมากเกินไปที่จริงชุดดังกล่าวไม่สามารถป้องกันรังสีปรมาณูได้มันเพียง ช่วยลดปริมาณลงไปนิดหน่อยเท่านั้น ถ้าท่านคิดว่าท่านต้องการการป้องกัน 100% ท่านต้องใช้ตะกั่วหนาประมาณ 3 ฟุต เป็นอย่างน้อย..ซึ่งมันจะมีน้ำหนัก 6ถึง8 ตัน..ท่านก็คงแบนติดอยู่กับที่ไปไหนไม่ได้อยู่นั่นเอง..ท่านจึงไม่มีทาง เลือกเป็นอื่นเวลา 5 นาทีที่ท่าน มีท่านต้องทำงานให้เสร็จ ถ้าหมดเวลาท่านต้องรีบนำ U-235 เก็บเข้ากล่องตะกั่ว(หนา 3 ฟุต) โดยทันทีแล้วรีบเผ่นออกไปจากสถานที่นั้นออกจากชุดป้องกันแล้วแก้ผ้าลงไปนอน แช่ในอ่างน้ำสัก 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้ดูดซับกัมมัตภาพรังสีออกจากตัวของท่านจากนั้นท่านจึงจะไปทำงานต่อ ได้อีก 5 นาที..แล้วกลับมานอนแช่น้ำอีกหรือว่าท่านจะไป “ลงอ่าง” เลยก็ได้ไม่ผิดกฎแต่ประการใด…



ความเห็น บก.

ไม่ต้องตกอกตกใจไปนะครับเมื่อท่านได้อ่านบทความนี้ ทั้งนี้เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องลึกลับหรือต้องห้ามแต่อย่างใดในต่างประเทศมีลงตีพิมพ์กันในนิตยสารกันอย่างเปิดเผย เช่นเรื่องของเรานี่ก็ถอดความมาจากหนังสือ Analog ฉบับ April 1979 ซึ่งเขียนโดย George W. Harper และเรื่องเดียวกันนี่ก็ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำในนิตยสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำของ อังกฤษ คือ New Scientist ฉบับ 27 March 1980 วิธีการสร้างระเบิดปรมาณูแม้จะง่ายสักปานใด แต่การหายูเรเนียมเข้มข้นมาเป็นเชื้อเพลิงนั้น เกือบจะเป็นไปไม่ได้เลย (U-235 ที่จะใช้ต้องมีความเข้มข้นประมาณ 96% ซึ่งที่มีใช้กันอยู่ตามโรงไฟฟ้าปรมาณูก็มีความเข้มข้นเพียง 2% เท่านั้น) เพราะฉะนั้นเมื่อท่านอ่านไปแล้วก็อย่าไปคิดอะไรมาก คิดว่าอ่านเพื่อประดับความรู้และเพื่อความบันเทิงก็แล้วกัน

เครดิต
//www.rmutphysics.com/charud/specialnews/5/atomic-bomb/index.htm




 

Create Date : 19 มีนาคม 2552    
Last Update : 23 มีนาคม 2552 13:51:13 น.
Counter : 1709 Pageviews.  

เทคนิคการซื้อรถป้ายแดง(โดยผู้เขียนไม่ทราบนาม)

เทคนิคการซื้อรถป้ายแดง

กว่าจะเก็บเงินซื้อรถ ป้ายแดงได้ซักคัน มนุษย์สามัญธรรมดาอย่างเราๆมันก็เหนื่อยละครับบางคนกว่าจะซื้อได้ก็ครึ่ง ค่อนชีวิต เพราะฉะนั้นต้องรอบคอบพิถีพิถันหน่อย เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายภายหลัง สำหรับท่านที่รู้แล้วข้ามได้เลยนะครับ ผมเองก็รู้แค่เบื้องต้นแต่อยากแบ่งปันประสบการณ์บ้าง

สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำในการเตรียมตัวซื้อรถนั่นก็คือการถามตัวเองก่อนว่าคุณมี ความจำเป็นในการใช้รถป้ายแดงมากน้อยแค่ไหน หรือแค่เห็นว่ารถรุ่นนี้สวย เท่ห์ หรืออยากขับป้ายแดง กำหนดเงินที่มีอยู่ข้อนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากทีเดียวหากคุณคิดจะซื้อรถสักคัน เพราะเงินคือสิ่งที่เป็นตัวกำหนดว่าคุณควรจะซื้อรถแบบใด ยี่ห้อใด

หากว่า คุณต้องซื้อแบบเงินผ่อนล่ะก็ขอแนะนำว่า คุณต้องดูความสามารถในการผ่อนแต่ละเดือน ไม่ว่าจะเป็นค่าดอกเบี้ย ค่าประกันรถที่ต้องจ่ายทุกปี ค่าซ่อมแซม ถึงจะเป็นรถใหม่ เช็คศูนย์ก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น หรือราคาน้ำมันที่แพงขนาดนี้ ตกเดือน หนึ่งคุณต้องจ่ายเท่าไหร่ ลองบวกลบคูณหารแล้วไม่ทำให้คุณเดือดร้อน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีเงินอยู่สองแสนกว่าบาท ก็เก็บ ตรงส่วนปลายไว้เผื่อยามฉุกเฉินบ้าง เอาเงินสองแสน มาดาวน์รถเล็กๆประหยัดน้ำมันอย่างเช่น vios yaris city zx jazz avio เอารุ่นกลางๆ ก็พอราคาประมาณ500,000-600,000 บาทหรือจะเอาปิกอัพก็ได้ เริ่มตั้งแต่ประมาณ 470,000 ขึ้นไปยิ่งช่วงนี้ลดแลก แจกแถมยิ่งกว่าโปรโมชั่นมือถือ บางรุ่นลดเป็นแสน ต่อยอะๆ เข้าไว้ ช่วงนี้เริ่มขายยาก

สมมุติราคารถ 600,000 ดาวน์ 200,000 ก็จะผ่อน เดือนละประมาณ7-8 พันบาทต่อเดือน แล้วอย่าลืมค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นเล็กน้อย สรุปแล้วในแต่ละเดือนคุณต้องจ่ายให้กับรถคันนี้ประมาณหมื่นถึงหมื่นสามพัน บาท
เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวและภาระอย่างอื่นแล้วยังมีเงินเหลือพอหรือเปล่า ตรงนี้คุณจะตัดสินใจได้เอง

สำคัญมากๆ

และคิดเผื่อในระยะยาวด้วยเพราะต้องผ่อนกันยาว4-5 ปี ไม่ใช่เดือนสองเดือน คิดง่ายๆก็คือคุณต้องมีรายรับมากกว่ารายจ่ายสองเท่า จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากและเครียดด้วย อีกอย่าง ยี่ห้อรถและราคาขายต่อ มีรถบางยี่ห้อราคา
แพงลิบตอนคุณซื้อ แต่พอคุณคิดจะเปลี่ยนยี่ห้อกลับราคาตกอย่างน่าใจหาย จริงๆแล้วเรื่องราคาขายต่อนั้นก็มีปัจจัยหลายข้อที่ทำให้ราคาตก ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่สภาพหรือสมรรถนะของรถเท่านั้น แต่เกี่ยวกับเรื่องของกระแสความนิยม ความ
ดังของยี่ห้อ สัญชาติของยี่ห้อ จำนวนศูนย์บริการ ราคาอะไหล่ ความชินตาที่เห็นบนถนน ความจุกจิกในการใช้งาน รูปลักษณ์ จำนวนคนที่รอซื้อต่อ หรือความยากในการขายต่อ ความใหม่ของยี่ห้อรวม ถึงการล้มหายไปของยี่ห้อ ฯลฯ ล้วนมีผลต่อราคาขายต่อทั้งนั้น

ทีนี้ก็มาดูขั้นตอนต่อไปครับ
1. ก่อนอื่นต้องถามตัวเองก่อนว่ามีความรู้เรื่องรถมากน้อยขนาดไหน การซื้อรถมือหนึ่งอาจมีจุดสำคัญที่ต้องพิจารณาไม่มากเท่ารถมือสอง แต่ยังไงก็ควรละเอียดถี่ถ้วนสักนิดเพื่อให้ได้รถดีๆมาขับ
เอาแบบคร่าวๆแล้วกัน
1. ต้องถูก
- ถูกต้องตามกฎหมาย (แล้วผิดกฎหมายใครจะซื้อ ) ก็พวกรถนำเข้าทั้งหลายนั่นแหละ
- ถูกเงิน นิยามของคนซื้อที่ดีที่สุดคือ “เราเป็นเจ้าของเงินเพราะฉะนั้นเราต้องเป็นผู้เลือก’’ ไม่ต้องกลัวเซลล์ไม่ได้ขายรถ หรือมันจะหมดก่อน อย่าหลงคารมเซลล์สาวๆสวยๆเป็นอันขาด (เหมือนใครหว่า)

- ถูกใจ เพื่อนบอกให้ใช้รถเบนซ์ ที่บ้านบอกบีเอ็ม ลูกอยากได้4x4 ข้างบ้านบอกกระบะดีกว่า หรือกิ๊กบอกเอารถมินิ
น่ารักๆ สารพัดถูกใจคนรอบข้าง แต่คุณต้องย้อนกลับมาถามตัวเองแล้วล่ะว่าซื้อรถไปเพื่ออะไร เพื่อใคร เพื่อเพื่อน เพื่อพ่อแม่ เพื่อลูก หรือเพื่อตัวเองหรือซื้อให้กิ๊ก แล้วคุณจะตอบโจทย์และยี่ห้อที่คุณเลือกได้

2. ต้องมีความรู้เรื่องรถ ไม่ใช่รู้แบบละเอียด แต่ต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรถบ้างเช่น
2.1 ปีที่ผลิต และปีที่จะซื้อ ซึ่งรถยนต์ส่วนใหญ่จะออกใหม่ทุกๆ4-6ปี เพื่อจะไม่ได้เสียใจที่ได้รถตกรุ่นออกไปแล้วรุ่น
ใหม่ตามออกมาทันที ไม่ต้องมานั่งช้ำใจผ่อนกันยาว และจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องอะไหล่สำรอง

2.2 เครื่องยนต์ เป็นแบบไหน เทอร์โบหรือธรรมดา สเป็คเครื่องยนต์สมรรถนะช่วงล่าง

2.3 เลือกยี่ห้อไหนดี
- รถยุโรป
ข้อดี หรูหรา ระบบความปลอดภัยสูง คุณค่าทางสังคมสูง
ข้อเสีย ราคาสูง ค่าบำรุงรักษาแพง บางยี่ห้อขายแพงเกินจริง ทั้งที่เมืองนอกขายถูก ก็โดนภาษีซะ….
- รถอเมริกัน
ข้อดี ได้ความปลอดภัย แข็งแรงทนทาน
ข้อเสีย มีเข้ามาขายน้อยมาก ศูนย์บริการน้อย ราคาขายต่อตกมาก
- รถญี่ปุ่น
ข้อดี มหาอำนาจรถยนต์เมืองไทยยึดครองส่วนแบ่งการตลาดมีจุดเด่นเรื่องราคา ศูนย์บริการและอะไหล่สำรอง รูปร่างหน้าตาที่ถูกใจคนไทย
ข้อเสีย ที่เห็นอยู่ก็คงเรื่องระบบความปลอดภัยที่ต้องปรับปรุง
- รถเกาหลี
ข้อดี เทคโนโลยีไม่เป็นรองใครแถมราคายังถูกกว่ามาก
ข้อเสีย การประกอบ ราคาอะไหล่และศูนย์บริการน้อยมาก

2.3 รุ่นของรถ
รหัสท้ายรถแต่ละรุ่นมีความหมายแตกต่างกันทั้งเครื่องยนต์ สมรรถนะ ราคาและคุณภาพ
ยกตัวอย่างเช่น I จะเป็นเครื่องหัวฉีด
1.8 จะเป็นขนาดเครื่องยนต์ ความจุ 1,800 ซีซี
AT = เกียร์ออโต เป็นต้น

2. ข้อควรคำนึงในการซื้อรถใหม่

- คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยให้มากที่สุด บางคนซื้อรถตามกระแสเช่นซื้อ 4x4 แต่ไม่เคยขับขึ้นเขาลงห้วยซักครั้ง หรือขับแต่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ ซื้อปิกอัพเผื่อบรรทุกแต่ไม่ได้ใช้งานเลยหรือรถเก๋งคันเล็กๆแต่นั่งเต็มอัตราแถมขนของ
เต็มอีกต่างหาก

- สมรรถนะของรถ ควรทดลองขับดูก่อนว่าถูกใจไหม ความแรงมันจะสวนทางกับความประหยัดเสมอ เลือกให้ตรงกับเราที่สุด
- ตรวจเช็คเกี่ยวกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงว่าใช้ประเภทไหนคุ้มค่าหรือไม่
- ราคาอะไหล่และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา แพงมากไหมศูนย์บริการสะดวกหรือเปล่าหรือหาแทบไม่ได้เลย ใน
อนาคตเป็นอย่างไร -)
- อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีให้มาครบหรือยัง

-รูปทรงภายนอก เป็นหัวข้อแรกๆเลยเป็นความชอบส่วนบุคคล เลือกให้ตรงกับที่เราชอบมากที่สุด
- เปรียบเทียบก่อนซื้อ ควรดูหลายๆยี่ห้อเทียบกันทุกๆด้านใจเย็นๆ (ดูหลายๆคนเข้าไว้)

- ระบบความปลอดภัย เช่นถุงลม ABS หรือว่าโครงสร้างตัวรถ
- จะเอาเกียร์ธรรมดาหรืออัตโนมัติเอาที่ตัวเองถนัด
- เลือกซื้อจากโชว์รูมหรือตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ
- ตกลงกับผู้ขายหรือตัวแทนจำหน่ายเรื่องการโอนรถและทะเบียนให้ดีว่าใครเป็นคนจ่าย

- ควรมีเพื่อนหรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรถไปด้วยดีที่สุด
- สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องได้ทดสอบขับเสียก่อน อย่าตัดสินใจซื้อเมื่อไม่มีโอกาสได้ทดสอบขับ เพราะหากมีอะไรไม่ถูกใจหรือไม่ชอบจะได้เปลี่ยนรุ่นหรือยี่ห้อได้
-.ควรดูราคาหลายๆแห่งก่อนซื้อ เพราะว่าแต่ละบริษัทอาจจะมีโปรโมชั่นที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำ อุปกรณ์เสริม เช่น ล้อแม็กซ์ แอร์ วิทยุ กันสนิม ซ่อมฟรี และฟรีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คุณควรจะลองดูหลายๆแห่งอาจจะได้รถดีราคาไม่แพงมากก็ได้

- เช็คราคาอะไหล่และศูนย์บริการ รถบางยี่ห้อราคาอะไหล่แพงหูฉี่และหายาก มีความลำบากในการซ่อม รวมทั้งค่าซ่อมแพง หรือว่าบางยี่ห้อต้องใช้อะไหล่ของทางบริษัทเท่านั้น รวมถึงเรื่องของศูนย์บริการที่รถบางยี่ห้อมีไม่กี่แห่ง อาจจะลำบากในการหาศูนย์บริการหากคุณอยู่ไกล
-หาข้อมูลเพิ่มเติมสื่อในปัจจุบันนั้นมีมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือ อินเตอร์เน็ต คุณสามารถเช็คข้อมูลได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับรถที่คุณอยากรู้ แต่ต้องอย่าลืมว่าสื่อเหล่านี้ไม่ได้ถูกต้องไปเสีย
100 % คุณอาจจะลองถามเพื่อนที่ใช้รถดูเค้าอาจมีคำแนะนำให้คุณแต่ความคิดส่วนตัวแต่ละคนแตกต่างกันไป

- การทำประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 เลือกบริษัทที่น่าไว้ใจหน่อย โดยเฉพาะมือใหม่หัดขับ เพราะโอกาสเกิดอุบัติเหตุมีสูง เช็คราคาการประกันรถยนต์ ถ้าคุณจะซื้อรถเก่า ที่มีอายุการใช้งานเกินกว่า 10 ปี บริษัทประกันบางแห่ง จะไม่รับประกันภัยชั้น 1 ให้คุณถ้าเกิดกรณีอุบัติเหตุ จะทำให้คุณต้องเสียเงินมากซื้อรถใหม่ป้ายแดงรอบคอบสักนิด จะได้ไม่ต้อง คิดทุบ คิดเผา สิ่งที่หลาย ๆ คนอยากทำเหมือนกันก็คงจะเป็นการถอยรถใหม่ป้ายแดงออกมาเชยชม ให้คุ้มกับการ
ที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งปีแล้วให้รางวัลชีวิตสักหน่อยก็คงไม่มีใครว่าหรอก แต่การจะซื้อรถป้ายแดงสักคัน ซึ่งตอนนี้ก็คงจะต้องคิดกันหน่อย ทั้งราคารถบวกกับราคาน้ำมันก็แพงแสนแพง
มิหนำซ้ำซื้อรถป้ายแดงใหม่ ๆ ถอยจากศูนย์ช่วงนี้ก็ดันมีปัญหาพ่วงท้ายมา ให้ต้องกุมขมับ ดังนั้นจึงควรที่จะรอบคอบกันสักนิดนะครับ

3. ข้อดีของรถใหม่

1. คุณสามารถเลือกสี การตกแต่ง และรูปแบบได้ตามต้องการ
2. น่าวางใจและมีประกันภัยคุ้มครอง
3. สภาพและราคาง่ายต่อการตัดสินใจ
4. ผู้ขายจะมีการจัดหาสถาบันทางการเงิน ซึ่งดอกเบี้ยถูกกว่าคุณหาเอง หรือบางยี่ห้ออาจไม่เสียดอกเบี้ยเลย
5. มีประกันหลังการขาย และบริการจากผู้ชำนาญงาน

4. ต่อไปมาดูเคล็ดลับง่ายๆกันบ้าง

4.1 หาก เซลล์หรือพนักงานขายรถ มีลูกเล่นหรือลูกล่อลูกชนที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เช่นใกล้ขึ้นราคาแล้วให้รีบซื้อ หรือขู่ว่าสัปดาห์หน้าเดือนหน้าจะขึ้นราคาแล้ว กรณีนี้มีทั้งจริงและไม่จริง ยากที่จะพิสูจน์ได้ เพราะกำหนดการขึ้นราคาขึ้นอยู่กับบริษัทหลัก ไม่ใช่ดีลเลอร์ทั่วไป การติดตามข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ พอช่วยได้ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครทราบลึก ควร ซื้อเมื่อการเงินของตัวเองพร้อม หรือมีความจำเป็นในการใช้รถโดยไม่ต้องสนใจการขู่ว่าจะขึ้นราคา

4.2 รถใกล้ตกรุ่น แต่บอกว่ารุ่นใหม่อีกนาน ไม่ว่าเซลล์ คนนั้นจะไม่ทราบจริง ๆ หรือทราบแต่โกหก ก็นับเป็นเรื่องปกติที่จะต้องบอกแบบนี้ ไม่เช่นนั้นก็ระบายสต็อกรุ่นเก่าได้ยาก เราสามารถรู้เท่าทันได้ โดยติดตามข่าวสารจากต่างประเทศ และในประเทศตามสื่อต่าง ๆ เพราะไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ อย่างไรก็ต้องเปิดตัวรถรุ่นใหม่ตามตลาดโลก ไม่ได้มีรถรุ่นที่ผลิตให้เฉพาะไทยแน่ ๆ

4.3 ของแถมมีราคาแพง เป็นปกติไปแล้วที่จะต้องมีส่วนลดเป็นยอดเงินหรือมีของแถมให้เป็นแรงจูงใจ มักจะมีการบอกราคาของแถมเกินจริงหรือเกินคุณภาพไปมาก ตรวจสอบได้ไม่ยาก โทรศัพท์สอบถามจากเบอร์โทรศัพท์ตามหน้า
โฆษณาในนิตยสารต่าง ๆ ที่มีสินค้าเดียวกันจำหน่ายอยู่ เพราะของแถมก็มักจะมาจากร้านประดับยนต์ต่าง ๆ เหมือน ๆกัน

5. มาดูเคล็ดลับการจองรถกันบ้าง

-เดินเข้าไปในโชว์รูมมองหาเซลสาวๆที่สวยที่สุด แหะๆ (ล้อเล่น หื่นจังเลยตรู)
หลังจากที่ชมรถพร้อมทั้งฟังหล่อนสาธยาย ยกแม่น้ำทั้ง 5 มาแล้วอย่าลืมขอเธอทดลองขี่ดูก่อน(เฮ้ยทดลองขับรถ) แล้วค่อยมาคุยรายละเอียดกัน ซึ่งข้อความต่อไปนี้ยืมมาจากในหนังสือ ลองดูนะครับ
รายละเอียดข้างล่างนี้ เป็นเคล็ดลับที่ผู้ขายนิยมใช้ โดยแต่ละข้อเป็นคำแนะนำและวิธีแก้ซึ่งเหมาะสมที่สุด
เคล็ดลับ - จากค่าเฉลี่ย เซลแมนขายรถชอบคุยกับคุณ เป็นเวลานาน เพื่อให้คุณมีเวลาเปรียบเทียบร้านค้าได้
น้อยลง
วิธีแก้ - อย่ารีบร้อน ถ้าไม่ได้ตามที่ต้องการ ให้ออกไปหาร้านใหม่
เคล็ดลับ - เซลแมนย่อมมีความสามารถในการโน้มน้าว ให้คุณรู้สึกต้องการรถที่เขาแนะนำได้ไม่ยาก
วิธีแก้ - อย่าตกหลุมพราง แม้คุณจะรู้สึกว่าต้องการรถคันนั้นมาก อย่าพึ่งบอกให้เซลแมนรู้ ให้ออกจากร้านนั้นเพื่อใช้เวลาคิดประมาณ 48 ชั่วโมง ก่อนเซ็นสัญญาซื้อ
เคล็ดลับ - เซลแมนขายรถบางคนมีความชำนาญมาก คุณจะรู้สึกสะดวกสบาย และไว้วางใจในคำพูดของเขา
วิธีแก้ - อย่าลืมว่าเขาคือเซลแมนที่มีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวคือหาเงิน ( จากคุณ ) ถึงเขาจะเป็นเซลแมนที่ดี แต่นั่นคือหน้าที่ของเขาคุณควรเพียงมองหาสิ่งที่ต้องการ
เคล็ดลับ - ทันทีที่คุณเดินเข้าไปในร้าน งานของเซลแมนคือการขายรถให้คุณในราคาสูงที่สุดที่จะทำได้
เพราะหัวใจสำคัญของเซลแมน คือกำไรและคอมมิชชั่น ( เซลแมนส่วนมากทำงานแลกกับค่าคอมมิชชั่น )
วิธีแก้ - คุณจำเป็นต้องทำการบ้าน รู้ราคารถและตัดสินใจก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้าน อย่าซื้อก่อนแล้วจึงค่อยกลับมาทำการเปรียบเทียบใช้เงินของคุณให้คุ้มค่าที่สุด
เคล็ดลับ - เซลแมนยืนยันที่จะไม่ลดราคา
วิธีแก้ - ไปที่อื่น หัวเราะและเดินออกไป
เคล็ดลับ - เซลแมนยืนยันว่านั่นคือราคาพิเศษแล้ว
วิธีแก้ - ถ้าคุณพบการยืนยันเช่นนี้ อย่าเชื้อง่าย ๆ พิจารณาว่าเซลแมนโกหกหรือไม่? กลับมาคิดก่อน
เคล็ดลับ - เซลแมน ยืนยันว่า ราคาที่เสนอให้คุณไม่เคยมีใครได้ หรืออื่น ๆ
วิธีแก้ - อย่าเชื่อ แน่วแน่กับความต้องการของคุณ
เคล็ดลับ - ผู้ขายรถที่มีประสบประการเจรจาซื้อขายรถถี่กว่า 5,000 ครั้งในแต่ละปี หรือมากกว่านั้น พวกเขาเป็นมือโปร
วิธีแก้ - ไปจากคนขายพวกนี้ พวกเขาแค่ใช้สองสามเกมในการเจรจาซื้อขายก็สามารถมัดคุณอยู่มัดคุณมองหา คนขายที่ยังเด็กอยู่ พวกเขาจะมีประสบการณ์น้อย และอยากขายได้มากกว่า แต่อย่าประมาท เพราะเซลแมน เหล่านี้จะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ในการอบรมเทคนิคการขายเช่นกัน
เคล็ดลับ - การซื้อรถในเวลากลางคืน หรือในวันหยุดจะเป็นเวลาดีที่สุดของผู้ขาย
วิธีแก้ - เลือกซื้อรถระหว่างวันหยุด หรือวันสิ้นเดือน เพราะผู้ขายจะยอมต่อรอง เพื่อเพิ่มยอดขาย ในเดือนนั้น
เคล็ดลับ - เซลแมนจะกลัวการเดินออกจากร้านของคุณมาก ดังนั้นพวกเขาจะขอที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และรายละเอียดที่สามารถติดต่อคุณได้ เพื่อไม่ให้สูญเสียลูกค้า
วิธีแก้ - คุณจะเริ่มควบคุมราคาได้ในขั้นแรก การที่เซลแมนทำเช่นนี้ เมื่อคุณเริ่มเดินออกจากร้าน เป็นเครื่องมือที่ดีเยี่ยมของคุณ ดังนั้นถ้าคุณไม่พอใจราคาที่เขาเสนอ เดินออกจากร้านมาเสีย
เคล็ดลับ - ลูกค้าส่วนใหญ่รู้ดีว่า การเซ็นสัญญาในข้อตกลงที่ยังไม่พอใจทั้งหมด คือการตาบอดในแง่ของกฎหมาย แต่ด้วยความสามารถในการโน้มน้าวของเซลแมน เขากลับทำในส่งที่ตรงกันข้ามกับความตั้งใจ
วิธีแก้ - ก่อนเซ็นสัญญา ให้คุณตรวจดูรายละเอียดทั้งหมด ตรวจดูกำหนดการจ่ายเงิน และค่าใช้จ่ายที่คุณต้องเสียโดยละเอียด นึกถึงตอนจ่ายเงินไว้ให้ดี

6. มาดูการเจรจาต่อรองที่คุณควรและไม่ควรทำ
ด้วยความพยายาม คุณจะพบว่าการเจรจาซื้อขายให้ได้กำไรเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด และเมื่อคุณเริ่มป้องกันตัวเองจากการเอารัดเอาเปรียบได้ทักษะในการซื้อขายที่สัมฤทธิ์ผลจะเป็นของคุณ แม้ว่าคุณจะไม่เคยมีโอกาสเรียนรู้มาก่อน แต่คุณสามารถเริ่มต้นได้จากข้อสังเกตเหล่านี้
ทำ - หาราคาที่แน่นอน ก่อนตกลงซื้อขายกับคนขาย
ทำ - ศึกษารถแบบต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบราคา
ทำ - ตัดสินใจก่อนจะทำการเจรจาซื้อขาย
***อย่าทำ - ยอมรับราคาที่สูงกว่าตลาดเพราะอยากได้รถเร็ว ๆ
ทำ - ตัดสินใจขั้นแรก 20 เปอร์เซ็นต์ก่อนตัดสินใจเด็ดขาด
ทำ - ยืนยันความต้องการของคุณ
***อย่าทำ - แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าในรถคันใดคันหนึ่ง
ทำ - เตรียมที่จะเดินออก เมื่อคุณรู้สึกอึดอัดในการตัดสินใจ เพื่อรักษาทางเลือกเดิมไว้ และป้องกันตัวเองจากโน้มน้าวของคนขาย
***อย่าทำ - อย่าให้เซลแมนควบคุม หรือทำให้คุณพอใจมากเกินไป
ทำ - ถ้าเซลแมนซักถามคุณมากเกินไป ตอบคำถามด้วยการย้อนถาม
ทำ - ตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาอย่างรอบคอบก่อนตกลงใจซื้อ
ทำ - แสดงให้เขารู้หากพบข้อบกพร่องในการทำงานหรือปัญหาของผู้ขาย
ทำ - ตัดสินใจในส่วนสุดท้าย เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว
***อย่าทำ - อย่าคุยกับเซลแมนเพียงคนเดียวมากกว่า 2 ครั้ง
ทำ - บอกถึงทุกสิ่งที่คุณต้องการ ก่อนเซ็นชื่อ
ทำ - ทำให้เซลแมนเชื่อว่าเขาจะได้เงินจากการค้า หากยอมรับราคาที่คุณต้องการ บอกถึงราคาที่คุณจ่ายได้
ทำ - ชวนเพื่อน หรือคนรู้จักที่มีประสบการณ์ไปให้ คำแนะนำในการซื้อรถ หรือการเจรจาต่อรองด้วย

หลักการสำหรับคุณในการเจรจาซื้อขาย

คุณควรหลีกเลี่ยงการเจรจาต่อรองที่นานเกินไป ผู้ขายจำนวนมากจะยอมรับข้อต่อรองของลูกค้า เพราะไม่ต้องการสูญเสียลูกค้าให้ร้านอื่น เช่นหลังจากเลือกและลองขับรถดูแล้วถ้าคุณพอใจ สิ่งที่คุณควรพูดคือ

" ฉันชอบรถคันนี้มากและอยากได้ด้วย ถ้าได้ราคาที่สามารถจ่ายได้ก็จะซื้อไว้วันนี้เลย แต่ถ้าไม่ได้ราคาที่ต่อรองก็คงต้องยอมปล่อยมันไป เพราะฉันคิดว่าราคาที่บอกเป็นราคาที่ยุติธรรมแล้ว ฉันจะลองไปร้านอื่นดูเผื่อได้รถแบบเดียวกัน
และถ้าเป็นราคาที่พอรับได้ ก็คงพอใจซื้อที่นั่นเลย "ด้วยประโยคนี้ทำนองนี้ คุณจะได้รับสิ่งที่ต้องการตัดบทสั้น ๆ ด้วยประโยคที่สามารถโน้มน้าวผู้ขายได้ จากนั้นพยายามล่อใจพวกเขาด้วยกลวิธีการเจรจาต่อรอง แต่สิ่งที่ควรระวังคือ ถ้าผู้ขายตกลง หลังจ่ายเงินแล้วควรตรวจแบบและรุ่นในใบส่งของให้ละเอียด เพื่อแน่ใจว่าผู้ขายไม่ได้แสดงรถคันนั้นแต่ขายรถอีกคันหนึ่งให้ ซึ่งจะกลายเป็นการขาดทุนจากความเลินเล่อของคุณเอง

หลังจากพอใจในข้อเสนอแล้วก่อนจะจ่ายเงินค่าจองให้ตรวจเช็คดูรายละเอียดอีกทีหนึ่งว่าเขาเขียนให้ครบตามที่เราขอหรือเปล่า ถ้าไม่ครบบอกวันมารับรถจะให้ก็ไม่ต้องจอง

7. แบบของการชำระเงิน: เป็นแบบที่เหมาะสมกับคุณหรือไม่
แปดในสิบของผู้ซื้อรถใหม่จะใช้ระบบเงินผ่อนจากผู้ขาย การจ่ายเงินระบบเงินผ่อนไม่ใช่ระบบที่เหมาะสมสำหรับทุกคน อย่างไรก็ตามถ้าคุณเพิ่งเริ่มทำงาน หรือซื้อรถเป็นครั้งแรกไม่มีเงินสะสมมากพอ ไม่ต้องการเสียเงินก้อนใหญ่หรือต้องการตัดภาระให้เป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต่ำ วิธีเงินผ่อนเป็นวิธีที่ดีที่สุดของคุณ แต่คุณควรเปรียบเทียบสถาบันการเงิน และหาข้อมูลในการกู้เงินระหว่างธนาคารและบริษัทเงินกู้เสียก่อน อย่าเพิ่งเซ็นชื่อใด ๆ ทั้งสิ้น

เปรียบเทียบระยะเวลาแล้วจึงเลือกแหล่งเงินกู้ที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุด
รูปแบบต่าง ๆ ของระบบการเงินก่อนตกลงทำสัญญากับผู้ขายในระบบเงินผ่อน ให้เปรียบเทียบดอกเบี้ยและรายจ่ายที่คุณต้องเสียไปด้วย

1.บริษัทไฟแนนซ์
** ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารทั่วไป
** จำนวนเงินขึ้นอยู่กับแบบ รุ่น และยี่ห้อของรถ
** ไม่เน้นการขายรถ
2. ธนาคาร
** ดอกเบี้ยถูกกว่าบริษัทไฟแนนซ์ที่บริษัทขายรถจัดให้
** ดอกเบี้ยต่อเดือนต่ำ
การกู้ยืมทั่วไป
** ให้ราคาสูงกว่าธนาคารและบริษัทไฟแนนซ์
** ควรจะกู้ยืมเป็นเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
** มีการจัดเตรียมแนวทางเลี่ยงภาษีไว้ให้คุณ
3. การกู้ยืมจากบริษัทประกันภัยที่คุณทำประกันภัยด้วย
** ดอกเบี้ยถูกกว่าสถาบันการเงินทั้งหมด
** สามารถจัดแผนการจ่ายเงินรายเดือนได้เอง
8. เมื่อคิดว่าได้รถตามที่ตัวเองต้องการแล้วก่อนจ่ายเงินควรต้อง ตรวจเช็คสักนิดก่อนรับรถใหม่

ขั้นตอนรับรถใหม่ป้ายแดง

ก่อนที่จะลงนามในเอกสารเพื่อรับรถ ตรวจตาดูรถให้เรียบร้อย จริงๆ อย่าเพิ่งไปกังวลเรื่องของแจก ของแถม อย่าไปกังวลเรื่อง ที่รับรถไปแล้วจะตกแต่งให้ถูกอก ถูกใจอย่างไร ขอให้เป็นเรื่องของทีหลังดีกว่า

1. เริ่มกันตั้งแต่สี รอบๆ คันรถเลยครับ รอยขนแมว รอยผิวเปลือกส้ม ร่องรอยของการหลุดกระเทาะตามจุดต่างๆ โดยทั่วๆ ไปแล้ว ถ้าฝ่ายขายของรถยี่ห้ออะไรก็ตาม มีเจตนาที่บริสุทธิ์ เชื่อมั่นในคุณภาพของรถ ไม่ว่าจะเป็น ผลิตจากที่ใด
การส่งมอบรถให้กับลูกค้า เขาจะกระทำกันในที่ที่มีแสงสว่าง มองเห็นตัวรถได้ทุกด้าน ทุกมุมเพราะฉะนั้น เมื่อวันที่คุณไปรับรถจากที่ใดก็ตาม ถ้ารถคันนั้นถูกจัดให้จอดอยู่ตามซอกตามมุม มีแสงสว่างไม่ชัดเจนที่จะมองเห็นตัวรถได้ทุกจุด ทุกมุม ขอให้สงสัยไว้ในใจ ก่อนเลยว่า น่าจะมีอะไรผิดปกติกับรถคันนั้น ใครจะว่าขี้สงสัย ขี้หวาดระแวง ก็ช่างเขา เพราะเงินของ เมื่อตรวจตราดูทุกซอกทุกมุมจากภายนอกแล้ว ก็เปิดประตูทุกบาน ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง ไล่ตรวจทุกจุด จะเสียเวลาไปบ้างก็ช่างมัน

2. ในขณะนี้ ที่ตรวจสอบตามซอกตามมุมอยู่นั้น ถ้าบริเวณนั้นอากาศปลอดโล่ง มีการถ่ายเทอย่างดี ก็ติดเครื่อง เปิดแอร์ทิ้งไว้ เพราะในขณะที่ใช้สายตาตรวจดูตามจุดต่างๆ หูก็จะได้ฟังเสียงเครื่องยนต์ เสียงท่อไอเสียไปด้วย ฟังดูว่ามีเสียง
อะไรที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นมาบ้างหรือเปล่าเมื่อตรวจดูตามขอบตามซอกตามมุมหมดแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องรีบดับเครื่องเข้าไปนั่งในรถ ในตำแหน่งที่ต้องนั่งขับประจำ เหยียบคันเร่ง เหยียบเบรก เหยียบคลัทช์ เหมือนเช่นที่ขับรถ
ปกติว่ามีอะไรผิดแผกแตกต่างจากที่เคยขับหรือไม่หลังจากนั้น ก็ทดสอบทดลองสวิตช์ปุ่มควบคุมทั้งหลายแหล่ประดามีว่าทุกอย่างทำงานตามที่โฆษณาเอาไว้
หรือไม่ และมีอะไรที่ขาดหายไปจากที่ตกลงกันไว้ตอนวางเงินจอง เงินมัดจำ ก็ไล่เรียงเอากันเสียตอนนี้ สวิตช์ควบคุมคันบังคับทั้งหลายแหล่ ถ้าไม่เข้าใจวิธีการใช้งานกันตอนนี้ ก็ถาม ถามให้เข้าใจทะลุปรุโปร่ง ถ้าหากทุกอย่างเป็นที่พอใจ ก็ต้องทำกันถึงฎีกาคือ ทดลองขับ

3. เมื่อทุกอย่างหมายถึงตัวรถทั้งภายนอก ภายในเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเรื่องของการตรวจสอบเงื่อนไขของการบริการหลังการขาย พร้อมทั้งการรับประกันสินค้า (Warranty) เพราะหลายยี่ห้อข้อความโฆษณาตามสื่อต่างๆ นั้น มีเพียงเพื่อชวนเชื่อให้น่าซื้อ แต่เมื่อซื้อจริงๆ แล้วต้องทบทวนตรวจทานซักถาม สอบถามกันให้ถึงแก่น ถึงเรื่องที่จะได้ และเรื่องที่จะเสีย ไม่เช่นนั้น อาจจะมีการหมกเม็ดให้ช้ำใจได้

4. เมื่อเป็นที่พอใจแล้ว ก็เรื่องของสัญญาการคุ้มครองอุบัติเหตุ หรือการประกันภัย ซึ่งค่าเบี้ยประกันในยุคนี้ ไม่ใช่ถูกๆ บริษัทที่รับประกันนั้น น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด โดนกันมาหลายรายแล้ว เรื่องซ่อมห้าง ประกันชั้นหนึ่ง แต่ชิ้นส่วนที่นำมาเปลี่ยนให้เป็นของเชียงกง ครับ คงจะหมดเรื่องกันเท่านี้ สำหรับขั้นตอนการซื้อขาย เชื่อเถอะครับ รับรองได้ว่าเซลล์ที่ขายรถให้คุณนั้น จะยืนนั่งอย่างกระสับกระส่ายอยู่ข้างๆ คุณ และอาจจะ (แอบ) ถอนหายใจเมื่อคุณลงลายมือชื่อรับรถเป็นที่เรียบร้อยนั่นหมดหน้าที่ของพนักงานขายไปแล้ว และเขาก็ไม่รู้จักคุณอีกต่อไป จนกว่าคุณอยากจะเปลี่ยนรถใหม่ แต่ภาระหน้าที่ของคุณ

5. ก่อนออกจากโชว์รูม ก็ควรจะทำความรู้จักกับผู้รับผิดชอบฝ่ายบริการ ซึ่งคุณต้องฝากชีวิต (คุณภาพของการซ่อมบำรุง) ฝากความเป็นอยู่ (ราคาของค่าบริการ) ไว้กับเขาจนกว่าคุณจะเลิกใช้รถ สงสัยอะไรที่ทางฝ่ายขายชี้แจง ไม่
กระจ่าง ก็ซักถามเอากับฝ่ายบริการได้ ตอนนี้ (เพราะคุณขับป้ายแดง)

** การรันอิน รถใหม่ป้ายแดง **

เมื่อท่านซื้อรถใหม่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือ การรันอิน และการรันอินนั้นจะต้องทำอย่างถูกวิธี
........เป็นที่ทราบกันดีว่ารถใหม่หรือช่วงเครื่องยนต์ใหม่หรือช่วงรัน-อินคือช่วงที่มีการสึกหรอมากที่สุดเพราะชิ้นส่วนต่างๆยังไม่เข้าที่อยู่ระหว่างการปรับสภาพซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่ออายุงานของรถว่าจะยาวนานขนาดไหน เมื่อมีโอกาสซื้อป้ายแดงซักคันจะได้ปฏิบัติเพื่อถนอมรถให้มีอายุยืนยาวที่สุดเพราะคันนึงถูกๆซะเมื่อไหร่

1.ที่ระยะ100 กิโลเมตรแรก
.....หลังจากขับออกจากโชว์รูมมาช่วงแรกนี้ผมจะถนอมรถมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะผมถือว่าเป็นช่วงที่มีการสึกหรอมากที่สุดและรุนแรงที่สุด โดย:
1.1.ออกตัวนิ่มนวลที่สุดค่อยๆปล่อยคลัทช์และกดคันเร่งเบาๆให้รอบค่อยๆสูงขึ้นทีละน้อยให้รถค่อยๆเคลื่อนตัวออกไป ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็ค่อยๆปล่อยเบรคจนสุดรถก็จะเคลื่อนตัวออกไปเองอย่างช้าๆแล้วค่อยมาแตะคันเร่งกดลงเบาๆเช่นกัน(ถ้าฝึกบ่อยๆเราจะกลายเป็นคนที่ขับรถอย่างนิ่มนวลไปโดยอัตโนมัติและจะชินกับมันตลอดไป)
1.2.ควบคุมรอบเครื่องไม่ให้เกิน 2,000รอบ เปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นทันทีที่2,000 รอบ และลดเกียร์ต่ำลงทันทีที่ 1,200รอบ ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ก็จะปล่อยให้มันทำงานเองแต่จะควบคุมความเร็วไม่ให้เกิน 60 กม/ชม.และจะใช้โอเวอร์ไดรว์ทันทีที่ความเร็วถึง 60กม/ชม.
1.3.เปลี่ยนเกียร์และรอบเครื่องหรือความเร็วมากหรือบ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้โดยไม่แช่หรือนิ่งไว้ที่รอบหรือความเร็วใดๆ โดยการกดหรือผ่อนคันเร่งช้าๆอย่างนิ่มนวลเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเอนจิ้นเบรค
1.4 ควบคุมความเร็วสูงสุดไม่ให้เกิน 60กม./ชม.
1.5 หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรคอย่างรุนแรง(ยกเว้นฉุกเฉิน)ยังไงเราก็ขับช้าอยู่แล้วสามารถที่จะคาดการณ์ล่วงหน้าและวางแผนการแตะเบรคได้อย่างนิ่มโดยไม่ยากนัก แต่ถ่าสามารถหาถนนโล่งๆได้ก็จะชิดซ้ายและแตะเบรคเป็นระยะๆ เพื่อลดความเร็วและจะได้เปลี่ยนเกียร์-ความเร็ว-รอบเครื่องบ่อยๆได้อีกด้วย

2. ที่ระยะ101-500 กิโลเมตร
2.1 การปฏิบัติยังเป็นแบบเดิมทุกประการเพียงแต่จะลดความถี่ในการกระทำลงไปเช่นการเปลี่ยนเกียร์-รอบ-ความเร็วจากที่เคยทำอยู่ตลอดเวลาก็อาจจะลดเหลือซัก 5-10นาทีครั้ง
2.2 เพิ่มการควบคุมรอบสูงขึ้นจากไม่เกิน 2,000รอบเป็นไม่เกิน 2,500รอบ (รอบต่ำลดเกียร์ราว 1,500-1,200รอบ)
2.3 เพิ่มการควบคุมความเร็วสูงสุดขึ้นจากไม่เกิน 60 กม/ชม.เป็นไม่เกิน 80 กม/ชม.
2.4 เมื่อถึงระยะ 500กิโลเมตร ทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรองและน้ำมันเกียร์พร้อมกรอง(ถ้ามี)

3. ที่ระยะ501-1,000 กิโลเมตร

3.1 การปฏิบัติยังเป็นแบบเดิมทุกประการเพียงแต่จะลดความถี่ในการกระทำลงไปเช่นการเปลี่ยนเกียร์-รอบ-ความเร็วจากที่เคยทำอยู่จากข้อ2ราว 5-10นาทีครั้งก็อาจจะลดเหลือซัก 10-15นาทีครั้ง(รวมไปถึงการแช่รอบ-และความเร็วด้วย)
3.2 เพิ่มการควบคุมรอบสูงขึ้นจากไม่เกิน 2,500รอบเป็นไม่เกิน 3,000รอบ(รอบต่ำลดเกียร์ราว 1,500-1,200รอบ)
3.3 เพิ่มการควบคุมความเร็วสูงสุดขึ้นจากไม่เกิน 80 กม/ชม.เป็นไม่เกิน 100 กม/ชม.
3.4 เมื่อถึงระยะ 1,000กิโลเมตร ทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง-น้ำมันเบรค-น้ำมันคลัทช์(ถ้ามี)-น้ำมันเฟืองท้าย(ถ้ามี)-น้ำมันพวงมาลัย(ถ้ามี)

4. ที่ระยะ1,001-1,500 กิโลเมตร

4.1 การปฏิบัติยังเป็นแบบเดิมทุกประการเพียงแต่จะลดความถี่ในการกระทำลงไปเช่นการเปลี่ยนเกียร์-รอบ-ความเร็วจากที่เคยทำอยู่จากข้อ3ราว 10-15นาทีครั้งก็อาจจะลดเหลือซักไม่เกิน 30นาทีครั้ง(รวมไปถึงการแช่รอบ-และความเร็วหรือการเดินทางไกลด้วย)
4.2 เพิ่มการควบคุมรอบสูงขึ้นจากไม่เกิน 3,000รอบเป็นไม่เกิน 3,500รอบ(รอบต่ำลดเกียร์ราว 1,500-1,200รอบ)
4.3 เพิ่มการควบคุมความเร็วสูงสุดขึ้นจากไม่เกิน 100 กม/ชม.เป็นไม่เกิน 120 กม/ชม.

5. ที่ระยะ1,501-3,000 กิโลเมตร

5.1 ขับขี่ตามปกติตามสะดวกแต่ก็ควรรักษาการปฏิบัติแบบเดิมในเรื่องความนุ่มนวลของการออกตัว-การเร่ง-การเบรค(ถ้าสามารถทำได้)
5.2 เพิ่มการควบคุมรอบสูงขึ้นจากไม่เกิน 3,500รอบเป็นไม่เกิน 4,000รอบ(รอบต่ำลดเกียร์ราว 2,000-1,200รอบ)
5.3 เพิ่มการควบคุมความเร็วสูงสุดขึ้นจากไม่เกิน 120 กม/ชม.เป็นไม่เกิน 140 กม/ชม.
5.4 เมื่อถึงระยะ 3,000กิโลเมตรหรือไม่เกิน3 เดือนทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง

6. ที่ระยะ3,001-5,000 กิโลเมตร

6.1 ขับขี่ตามปกติตามสะดวกแต่ก็ควรรักษาการปฏิบัติแบบเดิมในเรื่องความนุ่มนวลของการออกตัว-การเร่ง-การเบรค (ถ้าสามารถทำได้เพราะจะเป็นการฝึกนิสัยการขับขี่ที่ดีอย่างถาวรไปในตัว)
6.2 เพิ่มการควบคุมรอบสูงขึ้นจากไม่เกิน 4,000รอบเป็นไม่เกิน 4,500รอบ(รอบต่ำลดเกียร์ราว 2,000-1,200รอบ)
6.3 เพิ่มการควบคุมความเร็วสูงสุดขึ้นจากไม่เกิน 140 กม/ชม.เป็นไม่เกิน 160 กม/ชม.
6.4 เมื่อถึงระยะ 5,000กิโลเมตรหรือนานสุดไม่ควรเกิน6 เดือนทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง

7. ที่ระยะ5,001-10,000 กิโลเมตร

7.1 ขับขี่ตามปกติตามสะดวก
7.2 ไม่จำกัดรอบเครื่องสูงสุดเอาแค่ไม่เกินขีดแดงก็พอ รอบต่ำลดเกียร์ก็ตามสะดวก
7.3 ไม่จำกัดความเร็วสูงสุดจะเอาแบบสุดเข็มไมล์หรือสุดคันเร่งก็ไม่ว่ากัน
7.4 เมื่อถึงระยะ 10,000กิโลเมตรหรือนานสุดไม่ควรเกิน12 เดือนทำการเปลี่ยนของเหลวที่มีในรถทั้งหมดทั้งมันเครื่อง
พร้อมไส้กรอง-น้ำมันเกียร์(พร้อมกรอง)-น้ำมันคลัทช์(ถ้ามี)-น้ำมันเฟืองท้าย(ถ้ามี)-น้ำมันเบรค-น้ำหล่อเย็น-น้ำมัน
พวงมาลัย(ถ้ามี)

8. เกิน 10,000 กิโลเมตรขึ้นไป

8.1 เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรองทุกๆ 10,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 6 เดือน
8.2 เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์(ธรรมดา)พร้อมไส้กรอง(ถ้ามี)ทุกๆ 40,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 2 ปี
8.3 เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์(ออโต้)พร้อมไส้กรอง(ถ้ามี)ทุกๆ 20,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 1 ปี
8.4 เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรค-น้ำหล่อเย็นและน้ำมันคลัทช์(ถ้ามี)ทุกๆ 40,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 2 ปี
8.5เปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัย(ถ้ามี)ทุกๆ 60,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 4 ปี
8.6เปลี่ยนหัวเทียน(ถ้ามี)-กรองอากาศและกรองเชื้อเพลิงทุกๆ40,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 2 ปี
8.7เปลี่ยนแบตเตอรี่ทุกๆ 2ปี
8.8เปลี่ยนสายพานทุกเส้นพร้อมตัวตั้งความตึง(ถ้ามี)ทุกๆ 4ปีหรือไม่เกิน 80,000-100,000กิโลเมตร
8.9ปรับตั้งระยะของวาล์วหรือถอดชุดปรับตั้งวาล์วอัตโนมัติออกทำความสะอาดทุกๆ 2ปีหรือ 20,000กิโลเมตรแต่ต้องไม่เกิน40,000กิโลเมตร

อาจจะมีหลายท่านแย้งว่าศูนย์บริการทุกวันนี้เขาเปลี่ยนครั้งแรกที่ 10,000โลเลยเพราะเครื่องยนต์ที่ทนทานกว่าแต่ก่อน และทันสมัยขึ้น แต่อย่าลืมว่าน้ำมันที่เขาใส่ให้คุณนั้นตามศูนย์บริการนั้นมาจากถัง200ลิตรแล้วเปิดถังตั้งแต่มื่อไหร่
ความชื้นเข้าไปเท่าไหร่แล้วกว่าจะถึงคิวเติมรถของท่านครับ..

จบเรื่องรถใหม่ป้ายแดงแล้ว ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับรถคันใหม่นะครับ

***จำไว้ว่าตราบใดที่เงินยังอยู่ในกระเป๋าเรา เราจะกลายเป็นพระเจ้า แต่ถ้ามันปลิวไปอยู่กับเขาแล้วบางยี่ห้อ พระเจ้าจะกลายเป็นขอทานครับ****

จากบทความรูปแบบไฟล์.pdf โดยผู้เขียนไม่ทราบนามที่
โหลดที่นี่




 

Create Date : 08 มีนาคม 2552    
Last Update : 7 ธันวาคม 2552 22:00:16 น.
Counter : 1601 Pageviews.  

สมมติฐานของรีมานน์สุดยอดโจทย์ทางคณิตศาสตร์อันลึกลับมากว่า150ปี

Riemann Hypothesis (หรือสมมติฐานของรีมานน์) ซึ่งถูกเสนอโดยนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ Bernard Riemann (1826 - 1866) เมื่อปี 1859 เป็นปัญหาอันลือลั่นที่ท้าทายความสามารถของนักคณิตศาสตร์ทั่วโลกมาจนถึงบัด นี้ ความยากและความสำคัญของมันถึงกับทำให้ Clay Mathematics Institute ในสหรัฐอเมริกาประกาศเมื่อปี 2000 ว่าจะมอบเงินรางวัลจำนวน 1 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่ผู้ที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้

เอาละครับ เรามาดูกันว่าเจ้า Riemann Hypothesis นี่มันว่าอย่างไร

คือรีมานน์เขาได้นิยามฟังก์ชันขึ้นมาอันหนึ่ง เป็นฟังก์ชันซึ่งมีโดเมนเป็นจำนวนเชิงซ้อน เรียกว่า Riemann zeta function ซึ่งขอเขียนแทนด้วย f(z) นะครับ f(z) มีหน้าตาเป็นยังไงเดี๋ยวค่อยอธิบาย สิ่งที่เราสนใจก็คือ ผลเฉลยของสมการ f(z) = 0 ซึ่งรีมานน์พบว่าจำนวนเต็มลบคู่ทั้งหมด ( คือ -2, -4, -6, . . .) จะเป็นผลเฉลยส่วนหนึ่งของสมการดังกล่าว และเนื่องจากว่าผลเฉลยพวกนี้หาได้ไม่ยากนัก (ในมุมมองของนักคณิตศาสตร์มืออาชีพ) เราจึงเรียกผลเฉลยพวกแรกนี้ว่า trivial solutions (คือผลเลยที่ชัดแจ้ง หรือผลเลยที่ไม่สำคัญ)

ทีนี้รีมานน์พบว่าสมการ f(z) = 0 มันยังมีผลเฉลยอื่นนอกเหนือไปจากจำนวนเต็มลบคู่อีก เลยเรียกผลเฉลยพวกหลังนี้ว่า nontrivial solutions (คือผลเฉลยที่สำคัญ) แต่ปัญหามีอยู่ว่า รีมานน์เขาหาผลเลยที่สำคัญพวกนี้ได้บางตัวเท่านั้น ในขณะที่อาจจะมีผลเฉลยที่ยังหาไม่เจออีกบานเบอะ อย่างไรก็ตาม เขาสังเกตว่าผลเฉลยสำคัญเท่าที่เขาหาเจอนี้มีสมบัติร่วมกันอย่างหนึ่งคือ ล้วนเป็นจำนวนเชิงซ้อนที่มีส่วนจริง (real part) เท่ากับ 1/2 ทั้งสิ้น อาศัยวิสัยทัศน์อันล้ำลึก รีมานน์ก็ได้ฟันธงลงไปว่า ผลเฉลยที่สำคัญของสมการ f(z) = 0 ทุกตัว น่าจะมีส่วนจริงเท่ากับ 1/2 เหมือนกันหมด กล่าวคือล้วนแต่อยู่ในรูป z = 1/2 + bi เท่านั้น (b คือจำนวนจริง, i คือรากที่สองของ -1) นี่แหละครับ Riemann Hypothesis และเนื่องจากรีมานน์เองก็ไม่สามารถพิสูจน์ข้อสมมุติอันนี้ของเขาได้ จึงเป็นปัญหามาจนถึงทุกวันนี้ว่า ตกลงเจ้า Riemann Hypothesis นี่มันจริงหรือเปล่า ถ้าจริงจะพิสูจน์ยังไง หรือถ้าไม่จริงจะหาตัวอย่างไหนมาค้าน

Riemann zeta fucntion f(z) หน้าตาเป็นยังไง? แล้ว Riemann Hypothesis เกี่ยวข้องกับจำนวนเฉพาะอย่างไร?

ก่อนที่จะมี Riemann zeta function ขึ้นมา ได้มีฟังก์ชันอันหนึ่งที่คล้ายๆกันอยู่ก่อนแล้ว ได้แก่ Euler zeta function ซึ่งขอเขียนแทนด้วย g(k) นะครับ g(k) นี้นิยามสำหรับจำนวนนับ k ที่มากกว่า 1 โดยที่

g(k) = 1 + 1/2^k + 1/3^k + 1/4^k + 1/5^k + 1/6^k + . . .

สำหรับน้องๆที่เรียนเรื่องลำดับและอนุกรมมา อาจจะจำได้ว่าทางขวามือคืออนุกรมที่เราเรียกว่าอนุกรมพีนั่นเอง ซึ่งอนุกรมนี้จะลู่เข้าสำหรับทุก k > 1 ข้อสังเกตที่สำคัญอันหนึ่งในที่นี้คือ

g(k) = (1 + 1/2^k + 1/4^k + . . .)(1 + 1/3^k + 1/9^k + . . .)(1 + 1/5^k + 1/25^k + . . .) . . .

ลองคิดดูนะครับว่าทำไม ถ้ายังดูไม่ออกก็ผ่านไปก่อนได้ครับ เนื่องจากอนุกรมในแต่ละวงเล็บข้างบนเป็นอนุกรมเราขาคณิต เมื่อใช้สูตรผลบวกอนันต์ของอนุกรมเรขาคณิตที่เราเรียนตอน ม. ปลายก็จะได้ว่า

g(k) = [2^k/(2^k - 1)][3^k/(3^k - 1)][5^K/(5^k - 1)] . . .

จะเห็นว่าทางขวามือของสมการหลัง เราใช้จำนวนเฉพาะทุกตัวเลย ไล่ไปตั้งแต่ 2, 3, 5, . . . และใช้ตัวละหนึ่งวงเล็บเท่านั้น
ทีนี้ต่อมารีมานน์ก็ได้ขยาย Euler zeta function นี้ให้นิยามสำหรับจำนวนเชิงซ้อนด้วย และได้ฟังก์ชันใหม่คือ Riemann zeta function f(z) ดังนี้ครับ

สำหรับจำนวนเชิงซ้อน z ที่ Re(z) > 1 ให้

f(z) = 1 + 1/2^z + 1/3^z + 1/4^z + 1/5^z + 1/6^z + . . .

ที่นิยามแบบนี้เฉพาะ z ที่ Re(z) > 1 ก็เพราะอนุกรมทางขวาจะลู่เข้าภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวครับ และในกรณีนี้ f(z) ยังจะหาอนุพันธ์ได้ทุกจุดที่นิยามด้วย และเพื่อที่จะขยาย f(z) ไปยังส่วนอื่นของระนาบเชิงซ้อน รีมานน์ได้ใช้เทคนิค Alnalytic Continuation (ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเนื้อหาวิชา Complex Analysis ระดับบัณฑิตศึกษา) ได้ว่า

สำหรับจำนวนเชิงซ้อน z ซึ่ง Re(z) < 1 หรือ Re(z) = 1 ให้

f(z) = [(G(1-z))/(2(PI)i)][countour integration จาก infinity ถึง infinity ของ [(-x)^z]/[x(e^z - 1)] dx ]

โดยที่ G คือ Gamma function นิยามโดย

G(z) = อินทิเกรตจาก 0 ถึง infinity ของ [e^(-u)][(u^(z - 1)] du

และ contour เริ่มจาก infinity ทางบวก ไล่มาในแนวขนานและเหนือกับแกนจริง วนรอบจุดกำเนิดในทิศทวนเข็มนาฬิกาหนึ่งรอบ และวนกลับไปยัง infinity อีกครั้งในแนวขนานใต้แกนจริง ถึงตรงนี้ถ้ามึนก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะเป็นความรู้ที่สวนใหญ่เรายังไม่ได้เรียนกัน เอาเป็นว่าได้เห็นหน้าตาคร่าวๆของ Riemann zeta function กันแล้วนะครับ

คราวนี้ก็มาถึงประเด็นที่ว่า Riemann Hypothesis (หรือ RH)เกี่ยวกับจำนวนเฉพาะยังไง ก็ต้องกล่าวถึงฟังก์ชัน P(x) ซึ่งในที่นี้คือจำนวนของจำนวนเฉพาะทำงหมดที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ x เช่น P(10) = 4, P(100) = 25 เป็นต้น ปัจจุบันเราทราบว่า Riemann Hypothesis นั้นสมมูล (คือถ้าอันใดอันหนึ่งจริง อีกอันหนึ่งต้องจริงด้วย) กับทฤษฎีที่ว่า

P(x) = Li(x) + O((sqrt(x))(log x))

โดยที่ Li(x) = ส่วนที่เป็นจำนวนเต็มของ [อินทิเกรตจาก 2 ถึง x ของ ( t/log t) dt]
และ O((sqrt(x))(log x)) คือฟังก์ชันที่บ่งว่าความคลาดเคลื่อนจะไม่เกิน c((sqrt(x))(log x)) สำหรับบางค่าคงที่ c
(log ทุกแห่งฐาน e นะครับ)

นอกจากเรื่องจำนวนเฉพาะแล้ว RH ยังเกี่ยวกับ Quantum Mechanics อีกด้วยนะครับ และมีทฤษฎีจำนวน(สมัยใหม่) มากมายที่อาศัยสมมุติฐานที่ว่า RH เป็นจริงในการพิสูจน์ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดวันไหนมีคนพิสูจน์ได้ว่า RH ไม่จริงขึ้นมาก็คงวุ่นวายน่าดู แต่แนวโน้มคงจะสรุปว่า RH เป็นจริงมากกว่าครับ เช่น มีการใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์คำนวณหา nontrivial solutions ของ f(z) = 0 ไปจนถึง 1,500,000,000 ผลเฉลยแรก ก็ยังพบว่าเป็นไปตาม RH กล่าวคือ Re(z) = 1/2 ทั้งสิ้น

Riemann Hypothesis ไม่ใช่ปัญหาหมูๆเลย ขนาดที่ David Hilbert (1862 - 1943) นักคณิตศาสตร์นามกระเดื่องแห่งศตวรรษที่ 19 - 20 เคยกล่าวไว้ว่า ถ้าหากเขานอนหลับไปสักห้าร้อยปี คำถามแรกที่เขาจะถามหลังจากตื่นขึ้นมาก็คือ "มีคนแก้ Riemann Hypothesis ได้รึยัง?"

(ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ //www.claymath.org/millennium/Riemann_Hypothesis ครับ )

โดยคุณหญ้าแพรก แห่งวิชาการดอทคอม

เนื่องจากผมอ่านเรื่องQ.E.D.เล่ม23มีการกล่าวถึงหัวข้อสมมติฐานรีมานน์เอาไว้ก็เลยหาข้อมูลมาใส่ลงBlogสักหน่อยนะครับ




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2551    
Last Update : 15 ธันวาคม 2551 0:36:57 น.
Counter : 466 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.