ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

16 ปีแห่งความหลังTV CHAMPIONถึงคราวปิดฉากแล้ว

หากนับช่วงเวลาที่รายการนี้ออกอากาศแล้ว คนที่ได้ดูรายการนี้ตั้งแต่แรกเริ่มจำความได้ก็คงจะเข้ามหาลัยหรือว่าวัยทำงานกันไปหมดแล้ว ล่าสุดรายการที่จัดการเค้น เฟ้น และค้นหาเหล่าสุดยอดคนในแต่ละสายอาชีพอย่าง "ทีวีแชมเปี้ยน" นั้นก็ได้ฤกษ์เตรียมออกอากาศเทปสุดท้ายในสิ้นเดือนนี้แล้ว สำหรับทีวีแชมเปี้ยนนี้เคยถือได้ว่าเป็นรายการฮิตประจำช่อง TV TOKYO Channel 12 โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกในเดือนเม.ย.ปี 1992 ด้วยความยาวเพียงแค่ 60 นาที แต่ว่าด้วยความนิยมที่สูงมากๆ ทำให้ในเดือนต.ค.ปี 1993 1 ปีครึ่งหลังจากเริ่มออกอากาศจึงได้ขยายเวลาเป็น 90 นาที และเคยทำเรทติ้งได้สูงสุดถึง 20.1% เลยทีเดียว แต่ว่าในเดือนต.ค.ปี 2006 ผ่านมา 13 ปีก็ได้มีการลดเวลารายการลงเป็น 60 นาทีเหมือนเดิมพร้อมกับเปลี่ยนรายการเป็น TV Champion 2 จากนั้นเมื่อต้องชนกับรายการดังจากสถานีอื่นทำให้ต้องมีอันย้ายวันฉายจากวันเสาร์เป็นวันพฤหัสแทน จากนั้นความนิยมก็ค่อยๆ ลดลงมาเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่ปิดรายการในที่สุด

ที่มา news.livedoor.com/article/detail/3820833




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2551 4:30:29 น.
Counter : 613 Pageviews.  

ทำไมภาพยนตร์การ์ตูนชุดพระพุทธเจ้าถึงล้มเหลวไม่เป็นท่าโดยชาวเฉลิมไทย

หนังการ์ตูน "พระพุทธเจ้า" ลงทุน 108 ล้าน มีรายได้ 7 ล้านบาท

คนสร้างแฉด้วยน้ำตาทางรายการครอบครัวเดียวกัน ช่อง TPBS ว่า หนังฉายได้แค่ 5 วัน
ต่อไปนี้คือความเห็นจากชาวเฉลิมไทยครับ


ปัญหาอยู่ที่ว่า คนทำหนังการ์ตูนพระพุทธเจ้า ไม่ใช่มืออาชีพด้านนี้ครับ

การทำหนังเรื่องนึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเรื่องงบ เหมือนที่ให้จาพนมมาเป็นผู้กำกับ ถ้าไม่มีความชำนาญ ก็กะงบประมาณไม่ถูก มันก็จะบานปลายไปเรื่อย เพราะคิดแค่อยากจะทำให้ดีที่สุด โดยไม่ได้ควบคุมงบไว้ให้ดี

อีกส่วนก็เรื่องการทำตลาด หน้าหนังอาจจะไม่น่าดู การโปรโมต จะว่าไปหลายสื่อก็ช่วย แต่อีกส่วนที่ต้องยอมรับว่า ตัวหนังเองอาจจะ "ไม่โดน" หรือ "ไม่สนุก" เพราะเรื่องที่ได้แรงโปรโมตด้วยวิธีคล้ายกันอย่าง โหมโรง ก็กลับมาฟื้นได้ เพราะหน้าหนังไม่โดน แต่ตัวหนังดี

ปล. ผมยังไม่เคยดูเลย เพราะดู ตย.แล้ว รู้สึกว่ามันคงไม่สนุก เรื่องการดีไซน์น่ะ ok แต่ ตย.มันดูขาดความน่าสนใจ เลยเดาว่าเนื้อเรื่องคงเนิบๆ เป็นสารคดี

จากคุณ : AccBLue - [ 28 ส.ค. 51 03:26:51 ]

ยอมรับความจริงซะว่า โลกไม่ได้เป็นไปในแบบอุดมคติ ทำการ์ตูนดีมีสาระ ทุกคนต้องมาดูมาอุดหนุน กลับมาอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงดีกว่า ว่าคนจะไปดูหนังทั้งที ต้องการความบันเทิงเป็นหลัก จะทำหนังหนึ่งเรื่อง เอาแค่เจตนาดีไม่ได้หรอกครับ ไม่ใช่ใครที่ไหนนึกจะทำก็ทำได้ ต้องดูประสบการณ์และกำลังเราเองด้วย

ไม่เคยจับธุรกิจหนัง มาเปิดตัวเรื่องแรกใช้ทุนเป็นล้าน คนอื่นเค้ามีแต่จากน้อยไปมาก ดูอย่างสุดยอดวงการอุตสาหกรรมหนังของโลกอย่าง Hollywood สิครับ หนังที่หมายมั่นปั้นมือว่าต้องฮิต ยังเจ๊งไม่เป็นท่าตั้งเยอะ

ปล. ในเว็บบิทมีคนโหลดหนังเรื่องนี้น้อยมาก นี่พอจะบอกอะไรได้บ้างมั้ยครับ

จากคุณ : ayres - [ 28 ส.ค. 51 04:51:42 ]

ตอนแรกเรากะอุดหนุนของแท้มากเลยค่ะ เตรียมหาที่สั่งซื้อเรียบร้อย กันเงินไว้500บาท จดที่อยู่ไว้เสร็จสรรพ... พอเห็นราคาเท่านั้นแหละ แม่เจ้าจะเป็นลม 1500บาทถ้วน เอิ๊ก...

เลยเก็บตังค์เพิ่ม พอได้ครบ1500 เลยชวนเพื่อนไปทำบุญบริจาคข้าวสาร1กระสอบให้เด็กๆดีกว่า -_-' ไม่รู้จะชดเชยที่เราไม่ซื้อแผ่นจริงได้ไหม แต่ราคาของแท้มันรับไม่ได้จริงๆค่ะ T-T

หนังมันไม่หนุกจริงๆง่ะ ทำออกมาดีแต่ไม่หนุกเลยเจ้า ดูไปสัปหงกไป

จากคุณ : กุนซือเอกแห่งรัฐวุ่ย - [ 28 ส.ค. 51 05:10:47 ]

เพื่อนมันเคยเปิดให้ดูรอบนึง (บิทมานั่นแล) ขอบอกว่า... น่าเบื่อมากๆ ครับ... การ์ตูนอิงประวัติศาสตร์มีตั้งหลายวิธีที่ทำให้น่าสนใจหรือน่าติดตามได้ครับ... ในฐานะคนดูหนัง ผมให้เรื่องนี้สอบตกนะ...

ส่วนเรื่องรายรับที่ขาดทุนกระจาย... ไม่ขอออกความเห็นครับ... ค่าเทคโนโลยีจ่ายครั้งเดียว ครั้งนี้ก็จำไว้เป็นบทเรียนละกัน... หรือถ้าทำออกมาโดยไม่หวังกำไรใดๆ ก็แล้วแต่อ่ะนะ...

ปล. คงไม่มีใครออกมาบอกว่า คนไทย ไม่สนับสนุนกันเองอีกนะ...

จากคุณ : จิบเดียวก็ซึ้งแมน - [ 28 ส.ค. 51 05:24:43 ]


ทำออกมาให้สนุกสิ ผมจะอุดหนุน


...อย่ามาเล่นง่ายๆด้วยการบอกว่าผมทุ่มทุน ผมจริงใจ ผมทำเพื่อประเทศไทย มาข่วยอุดหนุนหน่อย งั้นวงการอนิเมชั่นบ้านเราก็ไม่พัฒนาหรอกครับ ทำออกมาแต่หนังการ์ตูนห่วยๆแล้วก็อาศัยเกณฑ์คนไปดูเพื่อ "อุดหนุนคนไทย" เอาตัวรอดไปได้อีกเรื่องนึง

จากคุณ : CARAGIO - [ 28 ส.ค. 51 07:36:07 ]

ผมก็เสียเงินดูจากในโรงมา ไม่อยากบอกว่าเป็นหนังมีสาระ แล้วขายไม่ได้
เพราะเนื้อเรื่องมันแย่จริง ๆ
การเล่าเรื่องไม่ดี เนื้อหาในหนังก็ไม่ดี แก่นของธรรมะก็หาไม่ได้ แค่เอาลำดับเรื่องราวมาต่อ ๆ กัน จนไม่เห็นว่าจะสื่ออะไร แค่สักแต่จะเล่าเรื่องพุทธศาสนา แต่เล่ายังกับหนังพราหมณ์

คือหนังมันไม่น่าบอกต่อ ไม่น่าสนับสนุนจริง ๆ ไม่อยากให้เด็ก ๆ ไปดูเรื่องนี้ แล้วรับแนวคิดแบบไม่ค่อยถูกต้องมา

จากคุณ : มุมมองหลายมิติ - [ 28 ส.ค. 51 08:13:19 ]

จะไม่ 100 ล้านได้ไง

จ้างทีมงาน วอลท์ ดิสนีย์ มาเขียนภาพน่ะ.....ค่าแรงคิดตามเมืองนอกนะครับ.... ชั่วโมงนึงเป็นหมื่นบาท

หนังกว่าจะจบก็หมดค่าคนไปเกือบ 70-80 ล้านแล้ว ไหนจะต้องค่าอุปกรณ์ ค่าโปรโมท(อันแสนจะน้อยนิด)

ถ้าเป็นการ์ตูนฝรั่ง ค่าทำแค่นี้ ถูกมาก......

แต่ถ้าทำด้วยคนไทย 100% ค่าทำคงไม่ถึง 30 ด้วยซ้ำครับ.....ค่าแรงคนไทยถูกมาก.....


ทำการ์ตูนมา ต้องศึกษากลุ่มเป้าหมายด้วยว่าเป็นใคร.....ถ้าเป็นเด็ก(ที่ไม่มีรายได้ของตัวเอง) ก็ต้องจูงใจผู้ใหญ่ให้ยอมจ่ายค่าตั๋ว หรือ ค่าแผ่น นะครับ

อย่าคิดว่า ทำการ์ตูนแล้วเด็กจะไปดูหนังเอง ซื้อแผ่นเอง ได้.....

พูดตรงๆ การตลาดผิดพลาดอย่างแรง วางตำแหน่งหนังไม่ถูกต้อง.....

จากคุณ : น้ำปลาเดือนห้า - [ 28 ส.ค. 51 08:49:37 ]


มันไม่เกี่ยวกับการลงทุนหรอก คุณทำหนังออกมาไม่ดีเอง

ภาพ เรื่อง การดำเนินเรื่อง มันแย่ไปหมด พูดตรงๆคือมันไม่ได้เรื่องจริงๆ

ก็ไม่แปลกที่จะมีรายได้แค่นั้น

การตูนศาสนาก็สนุกได้ อย่างปริ้นออฟอียิปก็สนุก ทั้งๆที่เนื้อเรื่อง
พระพุทธเจ้าน่าจะทำออกมาได้สนุกกว่าเนื้อเรื่องของโมเสส

แต่มันกลับน่าเบื่อชวนง่วงนอน

จากคุณ : ttno1 - [ 28 ส.ค. 51 09:35:16 ]


ไม่ช่วยได้มั๊ย

อยากสนับสนุนนะ แต่มันไม่สนุกจริงๆนี่ ไม่ชอบหนังแนวนี้ ไม่ชอบลายเส้นด้วย
ลงสีสวยแหละ แต่อนิเมะแบบนี้ ลงสีแบบ eureka 7 จะเข้าถึงคนดูง่ายกว่ามั๊ย
แต่ถ้าสนุกจริง ภาพเจ๋ง อย่าง FF7-Advanced Children
ทำแพ็กเก็ตจิ้งดีๆ มีของเล่นเจ๋งๆแถม
แพงเท่าไหร่ก็จะเก็บตังส์ซื้อ

จะบอกว่า เป็นเพราะเป็นการ์ตูนศาสนา เลยไม่สนุก เหตุผลนี้ไม่น่าใช่นะ
ถ้าผูกเรื่องดีๆ บทดีๆ ดำเนินเรื่องดีๆ ก็ทำให้ดูสนุกได้
ยิ่งเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า มีเรื่องสนุกๆตั้งเยอะ แต่ทำไมไม่ดึงส่วนดีตรงนั้นมาเล่นล่ะ
เช่น เรื่อง พระเวสสันดรชาดก นิทานเวตาล สนุกมากๆเลยนะ

สรุป คนสร้างไม่มีฝีมือ หรือเป็นเพราะกรอบจำกัดของผู้ใหญ่หัวโบราณบางคนกันแน่ ที่ทำให้มันไม่สนุกน่ะ
จะโทษว่า คนไทย ไม่อุดหนุนของไทย คงไม่ได้หรอก คนละประเด็นแล้ว

จากคุณ : keekoo - [ 28 ส.ค. 51 09:57:37 ]

ถ้าทำอย่างอื่น แต่สอดแทรกเนื้อหาทางศาสนาไปแท้คงจะดีกว่า อย่างน้อยเรื่องของ พระพุทธเจ้า คนส่วนมากก็พอจะรู้จากหนังสือเรียน มันจึงขาดความตื่นเต้น หรือความอยากรู้ไป
ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น งบ การโปรโมท อันนี้ผมไม่รู้ครับ แต่ที่ผมรู้คือเห็นโฆษณาอยู่พักนึงแล้วก็เงียบไปเลย

หากจะทำเพื่อเผยแผ่ศาสนา ส่วนที่ขาดทุนคงต้องคิดว่าทำบุญล่ะครับ
แต่ถ้าหากคิดว่าทำเอากำไร บอกได้คำเดียวว่า อย่าหากินกับศาสนาและศรัทธา เลยครับ

จากคุณ : -__-! (Hatred) - [ 28 ส.ค. 51 10:06:40 ]

เคยดูีรายการคนค้นคน ชายคนนึงที่เจียดเวลาว่างและเงินที่ได้จากงานประจำ ไปทำสื่อvdoสอนเกี่ยวกับคติธรรมจากพุทธศาสนา แกก็มีความสุขทำแต่พอตัวมีความสุขที่ทำ ลูกเมียไม่เดือดร้อนมีกินมีอยู่ เก็บตังซื้อกล้องvdoเิอง เก็บตังซื้อเครื่องคอมเองมานั่งตัดต่อvdoตี2ตี3 ออกไปทำvdoจำลองเหตการ ออกไปสัมภาษณ์พระตามวัด ทำเสร็จแกก็ไร้ท์ไปแจกตามโรงเรียนฟรีๆ เอาไว้เปิดสอนช่วงวิชาพุทธศาสนาก็ไม่เดือดร้อนอะไรใครเลย ไม่หวังดังหวังมีชื่อเสียงไม่หวังกำไร ไม่ต้องไปโอ้อวดบอกใครเจียมเนื้อเจียมตัว

แต่กับการที่คิดจะมาทำหนังใหญ่ออกฉายในโรง แสดงว่าเป็นการคิดการใหญ่ตั้งแต่ต้น มีความหวังเรื่องรายได้ อาจจะไม่หวังเรื่องทำกำไรมากมายแต่กก็คงขอไม่ให้ขาดทุน หนังไม่เสร็จเอาตัวอย่างมาโชว์ก็เที่ยวประกาศศักดา บอกวอลส์ดิสนี่กับpixaว่าคนไทยก็ทำหนังการ์ตูน2Dได้...ในวันที่เค้าประสบความสำเร็จกับหนัง2Dก่อนเรามาเป็นสิบๆปีแล้วๆ ก็หันไปทำ3Dกันหมดแล้ว ตลกมั้ย แสดงว่ามีกิเลศมีความทะเยอทะยานพอสมควรนะ ช่วงเวลาการคิดที่จะทำน่าจะเป็นช่วงที่มีความสุขที่าสุดแล้วมั้ง นอกนั้นก็มีปะญหาตลอด งบไม่พอ ต้องไปกู้ยิมเค้า เป็นหนี้เป็นสิน ไปเสนอขายต่างประเทศก็ไม่มีใครซื้อ ต้องมาออกสื่อให้คนรู้จะได้ช่วยบริจาค หนังเสร็จออกฉายก็น่าจะเป็นช่วงที่มีความสุึขอีกช่วงนีงและมีความหวังในการออกฉาย สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จ รายได้ที่คิดว่าจะได้พอหลุดค่าลงทุนก็ไม่ได้ ส่วนที่คิดว่าจะได้มาเพื่อจะไปใช้หนี้ก็ไม่มี แล้วไงล่ะทีนี้ ..... แทนที่คนดูแล้วจะได้อิ่มเอมมีความสุขไปกับชีวประวัติของพระพุทธเจ้า กับกลายเป็นคนไปสนใจกับเรื่องชีวประวัติคนทำมากกว่าตัวหนังซะอีก ดูเหตการณ์มาจนถึงตอนท้ายสุดนี้คือมุขสุดท้ายแล้วคือการออกDVDขาย ถ้าเจ๊งตรงนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วเหลือแต่จะบริจาคฟรีๆตามโรงเรียน สงสัยว่าคนที่คิดทำหนังได้ศึกษาอะไรจากคำสอนที่พระพุทธเจ้าสอนบ้างก่อนจะมาทำ บอกแต่ว่าทำเพื่อพุทธศาสนา คนทำก็เป็นพุทศาสนิกชน แต่ท่านยังไม่เข้าใจการปฎิบัติตนตามแบบคำสอนของชาวพุทธเลย แค่ว่าทำบุญก็ทำแต่พอตัวทำแล้วไม่เดือดร้อนตัวเองและคนอื่น ท่านยังไม่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าเลย...

ทำอะไรจนสุดโต่งไม่มีสติก็แบบนี้แหละครับ ทำหนังมันมีปัจจัยอะไรให้ศึกษามากกว่านั้น ถ้าคิดแต่จะเดินหน้าทำๆ ไม่มีการตลาดไม่มีความรู้ในงานนั้นๆที่จะทำดีพอ คิดแต่ว่าเพื่อพุทธศาสนาชาวพุทธคงไปดูกัน คิดแต่ว่าหนังไทยคนไทยทำคนไทยคงไปดู ผลที่ได้ก็เป็นแบบนี้แล...

จากคุณ : maedakung - [ 28 ส.ค. 51 10:07:54 ]

จริง ๆ ทำให้สนุกยากครับ อย่าบอกว่าก็แต่งเนื้อเรื่องให้สนุกนะครับ
เพราะเนื้อเรื่องก็ต้องให้ถูกต้องตามพระไตรปิฏก แถมยังต้องส่งเนื้อเรื่องไปให้ทางเถระสมาคมตรวจสอบความถูกต้องอีก

แค่นี้ที่ได้ดูก็ได้ข่าวว่าต้องแก้กันหลายรอบมาก ๆ กว่าจะผ่านเอาออกมาทำได้ ติดแค่เท่านี้ก็ทำให้ความน่าสนุกลดลงไปเยอะมากแล้วครับ อีกอย่างพุทธประวัติมารายละเอียดมาก
คิดว่าถ้าหากจะทำให้น่าสนุกจริง ๆ ต้องแบ่งเป็นภาค ๆ เหมือนตำนานสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งจะเห็นว่าพอแบ่งเป็นภาค ๆ แล้วจะสามารถลงรายละเอียดได้เยอะกว่า รวมถึงแทรกเนื้อหาอื่น ๆ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมได้มากขึ้น (หากเทียบกับสุริโยทัย ที่เน้นเนื้อหาในเวลาที่จำกัด จะเห็นได้ชัดเจนขึ้น)

ส่วนเรื่อง DVD นี่ผมเองก็อยากช่วยซื้อครับ แต่ 1500 นี่ไม่ไหวจริง ๆ
รอสัก 500 (DVD อย่างเดียว)จะช่วยอุดหนุนครับ

จากคุณ : Crono - [ 28 ส.ค. 51 10:40:24 ]

บางคนไปเทียบกับ 3D animation หรือ animation ของญี่ปุ่นก็เกินไปนิดนะครับ 2d anime ทำยากกว่า 3d เยอะเลยล่ะ เพราะต้องใช้ฝีมือในการวาดของ animator ล้วนๆ ผิดกับ 3d ขึ้นรูปได้ หมุนได้หมดแล้ว การเคลื่อนไหวก็ใช้ motion capture เอา แพงตอนเริ่มต้่นกับค่า้hardware เท่้านั้นแหละ แต่งานต่อๆไปจะถูกลง ส่วน 2d animation ของญีปุ่นตอนนี้คงต้่องถือว่าที่หนึ่งในโลกแล้วล่ะครบ(disney เลิกทำ2dแล้ว) เรายังตามเขาอีกมาก ทั้งฝีมือและการกำกับ ซึ่งส่วนหลังนี่แหละที่บ้านเรายังขาด ต้องฝึกฝนอีกมากมาย จะให้ไปเทียบตรงๆ ก็เหมือนถามว่า หนังบ้านเราทำไมขายสู้หนัง hollywood ไม่ได้น่ะแหละ

ไว้ทำ version ถูกๆออกมาจะซื้อไปแจกตามโรงเรียนให้เด็กดูกัน ผมว่าถึงจะน่าเบื่อถ้าเทียบกับการ์ตูนอื่นๆ แต่มันคงสนุกกว่าหนังสือธรรมะทั่วไป เอามาไว้สอนเด็กผมว่าได้ประโยชน์อีกเยอะครับ

ส่วนตัวผมเคารพคนที่คิดจะทำเพื่อคนอื่น อย่างการเสี่ยงลงทุนสร้างหนังสอนเด็ก แม้มันอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จในบางแง่ แต่อย่างน้อยก็เหลืออะไรดีๆให้คนอื่นจริงๆครับ

จากคุณ : ....4จุด - [ 28 ส.ค. 51 11:59:50 ]


คนที่ทำเป็นคนไทย แต่เป็นคนไทยที่เคยร่วมงานกับ Disney มาก่อน เค้าเลยโปรโมทว่าฝีมือระดับทีมงาน Disney

ส่วน อ. วัลภา คนที่สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ เห็นด้วยว่านี่เป็นโปรเจ็คท์ที่ใหญ่เกินตัวอาจารย์ แต่คิดว่าท่านคงไม่ได้ทำเพราะอยากจะได้หน้าได้ตาอะไรกระมังคะ
เท่าที่ติดตามข่าวมา คือทางราชการมีโครงการพัฒนา Animator แล้วทีนี้พออาจารย์เข้าไปสอนให้เรียบร้อย ปรากฎว่า ทั้งคนเรียนคนสอน ไม่ได้เงินจากภาครัฐตามที่ตกลงกันไว้ (จำเหตุผลไม่ได้ ไม่แน่ใจว่า อ. ทำผิดสัญญาจ้างข้อไหนหรือเปล่า) ทางนักเรียนก็เดือดร้อน ไม่มีจะกิน ทางผู้สอนก็สงสารเลยทำโปรเจ็คท์นี้ขึ้นมา หวังจะเอาเงินมาให้นักเรียน และทูลเกล้าฯ ถวายฯ แต่เนื่องจากการบริหารจัดการอ่อนแอ งบประมาณเลยบานปลายขนาดนี้แถมการประชาสัมพันธ์ก็ยังอ่อนด้อย +มีแผ่นผีมาป่วน ทำให้ได้รายได้น้อยมาก

ตอนคุณอี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ ออกมาโพสต์ที่พันทิป เพื่อประชาสัมพันธ์และบอกว่ามีต่างชาติมาขอซื้อโปรเจ็คท์ ด้วยเงินหลายสิบล้าน
แต่ทางทีมงานเสียดายเพราะไม่อยากให้ขึ้น End Credit ว่าเป็นของต่างชาติ
เลยพยายามดิ้นรนหาทุน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องขาย ตอนนั้นก็มีคนเข้ามาแนะนำด้านการตลาดและการติดต่อหน่วยงานราชการ/ เอกชนกันเยอะค่ะ
หลายๆ คนก็บอกว่าขายไปเถอะ ขายแบบมีเงื่อนไขลิขสิทธิ์ก็ได้ แต่ทางทีมงานก็ไม่ขายค่ะ น่าเสียดายโอกาสเหมือนกัน
คุณอี้ก็ยอมรับว่า ทางทีมงานไม่มีใครที่มีความรู้ทางด้านการตลาดเข้ามารับผิดชอบโดยตรง มันก็เลยเป็น Project ที่ไม่ค่อยมีระบบบริหารจัดการเท่าไหร่
สุดท้ายก็จบลงด้วยความเศร้าแบบนี้... เฮ้อ

จากคุณ : Nymph~* - [ 28 ส.ค. 51 14:44:24 ]

ศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจนไม่น่าเอามาทำการ์ตูนเลยครับ
แต่อิคคิวซัง ก็เป็นการ์ตูนทำนองคล้ายๆกันนิดหน่อย มีศาสนามาเกี่ยวข้องบ้าง แต่จุดขายของอิคคิวซังไม่ได้อยู่ที่ศาสนาครับ

แต่เรื่องนี้อิงประวัติศาสตร์ แถมยังเป็นศาสนาเพียวๆซะนี่ ซึ่งบอกตามตรงเลยว่า ไม่สมควรเอามาเป็นจุดขาย ถ้าพูดในแง่การทำโปรเจคคือ ล้มเหลวตั้งแต่กระบวนการเก็บความต้องการแล้วครับ

จากคุณ : Riryoku - [ 28 ส.ค. 51 16:00:18 ]

ตั้งใจทำเกินไปครับ ทำให้เหมือนอลังการ แต่จริงๆ พอดู ไม่มีอะไรเลย เหมือนหนังจักรๆวงค์ๆ ตอนเช้า

ดูสามก๊ก มหาสนุก สนุกกว่าเยอะครับ

จากคุณ : CaraMalman - [ 28 ส.ค. 51 16:24:41 ]




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2551    
Last Update : 28 สิงหาคม 2551 18:33:15 น.
Counter : 335 Pageviews.  

ข้อคิดเตือนใจเมื่อต้องทำรายการแนวตีแผ่ชีวิตของคนสู้ชีวิต

รายการคนค้นคนซึ่งถือว่าเป็นรายการแนวตีแผ่ชีวิตของคนสู้ชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นสารคดีที่ได้รับความนิยมและมีเรตติ้งสูงจนยืนหยัดอยู่คู่จอโมเดิร์นไนน์มาได้หลายปี

แต่ก็มีข้อคิดเตือนใจสำหรับผลสะท้อนในทางลบของรายการแนวนี้เช่นกันจากจดหมายเปิดผนึกนี้

.....จดหมายเปิดผนึก.....ถึงรายการ ....คน ค้น ฅน...... (review)
ก่อนอื่น

ต้องขอชื่นชม รูปแบบและเนื้อหาของรายการ
ตลอดจน ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกท่าน

ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ในเรื่องของเจตนารมย์ของรายการนี้
ที่พยายาม เสาะ แสวงหา บุคคล ที่มีวิถีชีวิตและเรื่องราว
ในอดีต ที่มีความน่าสนใจในแง่มุมต่างๆ มาตีแผ่ให้สังคมในวงกว้างได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขา

ซึ่งเรื่องราวของหลายๆ คน ในหลายๆตอน ได้ให้แง่คิดที่มีคุณค่าต่อผู้ชม สะกิดและกระตุ้นเตือนใจ
ให้แต่ละคนได้หันมามองชีวิตตัวเอง ในมุมที่แตกต่างจากวันวานอันเคยชิน

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่ง ที่อยากจะฝากไว้ เป็นดั่งเสียงสะท้อนเบาๆ
จากผู้ชมคนหนึ่ง ในกลุ่มผู้ชมอันหลากหลายของทางรายการ ก็คือ

เราต้องเคารพในวิถี ในความงดงามของชีวิต
ของผู้ที่ทางรายการเข้าไปถ่ายทอดเรื่องราวของเขา

หลายๆครั้ง เมื่อมีการออกอากาศแล้ว ชีวิตของตัวละครในรายการก็เปลี่ยนไป
ตัวอย่างหนึ่ง นั้นก็คือ

ความ เป็นอยู่
ข อ ง ปู่เย็น

เรื่องราวของปู่เย็น ในอดีต คือ เฒ่าทรนง
แต่ในปัจจุบัน คือ เฒ่ายืนงง

งงต่อความเปลี่ยนแปลง งงต่อพฤติกรรมของคนรอบข้าง
งงต่อทรัพย์สินเงินทอง ที่ประดังเข้ามาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
และงงจนไม่รู้คุณค่าและวิธีการจัดการมัน

สุดท้าย ปู่เย็น ก้อไม่ต่างอะไร กับเสือลายพาดกลอน
อันน่าเกรงขาม มีชีวิตที่น่าพิศวงในป่า แต่ถูกจับมา
ใส่ไว้ในกรงให้ผู้คน มามุงดูด้วยความฉงน
และถูกคนรอบข้างบางคน ฉกฉวยหาผลประโยชน์

อีกกรณีหนึ่งคือ สุชิน หรือ คนอื่นๆในกรณีคล้ายคลึงกัน

ที่ชีวิตมีความลำบากยากแค้น หดหู่ ดูน่าสงสาร ในชะตาชีวิต
และทางรายการให้ความช่วยเหลือด้วยการแสดงเลขที่บัญชี แล้วให้ผู้ชมโอนเงินไปให้

แม้เชื่อแน่แท้ว่า ทางรายการทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ
แต่สิ่งเหล่านี้ เราจำเป็นต้องมองมันในหลายๆมิติ

สุชิน และคนอื่นๆ ในอดีตของรายการ ต้องไม่ใช่ตัวละคร
ในบทบาทสามล้อถูกหวย

ที่อยู่ๆ ก้อมีเงินทองไหลมามากมาย โดยไม่รู้ว่า จะจัดการกับมันอย่างไรดี
ทั้งจำนวน วิธีการ และผู้คนที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง
ดุจเดียวกับที่ ปู่เย็น เป็นอยู่ ทุกวันนี้

ตัวสุชินเองก็พิการ อีกทั้งยังไม่รู้หนังสือ เขียนชื่อตัวเองก็ยังไม่ได้
พ่อก็แก่เฒ่าและหลานก็ยังเด็กนัก

แต่ทั้งหมด ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับว่า
ยังมี คนในสังคมอีกมากมายที่อยู่ในสถานการณ์ที่น่าสงสาร เช่นเดียวกับสุชินหรือ มากกว่าด้วยซ้ำ

ที่ยังต้องการความช่วยเหลือ เพียงแต่เขาอาจจะไม่โชคดี

เหมือนสุชิน ที่ได้มาออกรายการ

เงินจำนวนที่ผู้ชมรายการ โอนไปนั้น
ไม่ต่างอะไรกับ การระดมเงินของคนในสังคม
ไปสร้างเขื่อนให้กับบ้านหลังเดียวที่เคยประสบภัยแห้งแล้ง และแลดูน่าสงสาร
ในท่ามกลาง หมู่บ้านแห้งแล้งอีกมากมายในสังคมอันกว้างใหญ่

สิ่งที่ขึ้นทั้งหมด ไม่มีใครผิด
ทั้งตัวรายการ ผู้ออกรายการ และผู้ชม

แต่ทำไม เราไม่มาช่วยกันคิดหาวิธีกระจายทรัพยากรน้ำใจอันนมีค่าของคนไทย ในสังคม
ให้ไปสู่คนที่ด้อยโอกาสในวงกว้างให้ได้เหมาะสม กว่าที่เป็นอยู่นี้ เช่น
อาจจะจัดตั้งเป็น กองทุนมูลนิธิ คน ค้น ฅน เพื่อผู้ยากไร้ สนับสนุน องค์กรทางสังคมที่เป็นนิติบุคคล

เพื่อส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังเขาเหล่านั้น ในวงกว้างอีกทอดหนึ่ง
ให้เกิดกระบวนการจัดการทรัพยากรน้ำใจนี้
ไปยังผู้ยากไร้ในรูปแบบต่างๆ ให้เหมาะสมแก่กรณีๆ ไป

มิเช่นนั้นแล้ว

สุดท้าย

......... จาก คน ค้น ฅน .........

ก็จะแปรเปลี่ยนเป็น

............คน ค้น สามล้อ(ถูกหวย)......


หมายเหตุ
รายการนี้ มิใช่รายการเดียว ที่กระทำในกรณีดังกล่าว แต่หากเป็นรายการเดียว
ที่ผู้เขียนเห็นว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้น ที่ดี ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สำหรับกรณีดังกล่าว
และสะท้อนไปยังรายการอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน ให้ได้ฉุกคิดตาม
ในฐานะสื่อสารมวลชน ผู้มีอำนาจชี้นำความคิดของผู้คนในสังคม

จึงเป็นที่มา ของจดหมายฉบับนี้
..........ด้วยจิตคารวะ.............

จากคุณ : คนคุ้นเคย - [ 20 ต.ค. 48 ]


ให้ความช่วยเหลือโดยผ่านมูลนิธิ (คน ค้น คน) น่าจะดีกว่าการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้เดือนร้อนโดยตรง บัญชีส่วนตัวนั้น ยากต่อการตรวจสอบ อย่างที่หลายๆ ท่านว่าไว้ เงินทองนั้นไม่เข้าใครออกใคร ตอนยังไม่มีเงินก็ดูอ่อนน้อมถ่อมตนดี เพราะเงินไหลเข้ามาเป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน คนที่ไม่เคยจับเงินเยอะขนาดนี้ ธาตุไฟอาจแตกซ่านได้

ไม่ได้บอกว่าทุกคนที่ได้รับการช่วยเหลือจะเป็นอย่างนี้ แต่เป็นแค่คนคนเดียว ความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น ผู้ชม ผู้บริจาค สื่อ เจ้าของรายการ จะเสียไปตามๆ กัน โดยเฉพาะเจ้าของรายการนั่นแหละจะเสียความรู้สึกมากกว่าใคร เพราะนอกจากจะโดนหลอกเหมือนทั้งสามรายข้างต้นแล้ว ยังเหมือนเป็นการพาคนโกหกมาให้สังคมเสียความรู้สึก

กองทุนก็อาจจะเชื่อถือความบริสุทธิ์ใจไม่ได้เต็มร้อย แต่ก็ดีกว่าโอนเงินโดยตรงให้ผู้เดือดร้อนแน่ๆ อย่างน้อยๆ กองทุนก็มีคนมากกว่าหนึ่งคนบริหาร มีระบบ ระเบียบทางบัญชีเพื่อตรวจสอบ มีเครดิตของทีวี บูรพา คอยตรวจสอบอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่มีในกรณีที่เงินเข้าบัญชีส่วนตัวเลย

ได้ดูคุณสุชิน ให้คุณดู๋สัมภาษณ์เหมือนกัน พูดจาแปลกๆ ประหนึ่งว่า ฉันไม่แคร์ ถูกจับโกหกได้ (เรื่องรถที่ผู้ชายคืนมาให้) ก็เกรียนไปหน้าตาเฉย ไม่ละอายต่อการโกหกออกอากาศ ..... ไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก เพราะคนดีจะท้อแท้ ระแวง ไม่เชื่อใจ คนที่เดือดร้อนจริงๆ อีกมากมายก็จะพลอยถูกตั้งข้อสงสัยไปด้วย

การช่วยเหลือนั้น หากเป็นไปได้ ควรงดช่วยเหลือด้วยตัวเงิน เพราะมันไม่จีรังยั่งยืนอะไร หกล้านยังหมดไปในพริบตา ช่วยส่งเสริมเรื่องอาชีพ หาแนวทางให้ผู้เดือดร้อนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในระยะยาว จะดีกว่า ยื่นดาบสองคม (เงิน) ให้พวกเขานะคะ

เรียนมาด้วยความเคารพค่ะ
แก้ไขเมื่อ 05 พ.ย. 50 09:36:17

จากคุณ : Smiling-girl - [ 5 พ.ย. 50 09:16:55 ]

คอนเซ็ปรายการไม่เหมือนกับรายการวงเวียนชีวิตอะไรแบบนี้หรอกนะ ที่จะไปหาคนยากไร้แบบสุดๆมาออกรายการเพื่อขอความช่วยเหลือ

แต่รายการคนค้นคนเค้ามีคอนเซ็ปว่าชีวิตของคนที่ไปค้นต้องมีวิถีชีวิตที่ใช้เป็นแนวทางให้คนดูได้ ไม่รู้จะเข้าใจสิ่งที่เราจะบอกได้รึเปล่า แต่เราว่ารายการนี้ไม่ใช่คนหาแต่คนที่มีชีวิตน่าสงสารหรือมีชีวิตอยู่อย่างยากไร้ อนาถาอย่างเดียวหรอก แต่คนคนนั้นอย่างน้อยก็ต้องสู้ชีวิตล่ะ

เพราะฉะนั้นถ้าเคยดูรายการนี้ สิ่งที่ได้มาไม่ใช่แค่ความเวทนาในชีวิตของคนเหล่านั้น แต่ได้แรงบันดาลใจในการอยากจะทำนู้น ทำนี่ อยากเป็นคนดี สู้ชีวิตด้วยมากกว่า

กระนั้นก็ตามในบางครั้งชีวิตของคนที่รายการนี้ไปค้นก็ทำให้หลายๆคนอยากช่วยให้ชีวิตดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่า ไปทำให้วิถีชีวิตที่งดงามที่รายการนี้นำเสนอหายไปด้วย

จากคุณ : น้ำพริกกินกะปลาทู - [ 5 พ.ย. 50 12:55:40 ]

จากกระทู้แนะนำในโต๊ะเฉลิมไทยครับ




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2550 17:07:31 น.
Counter : 290 Pageviews.  

กฏ 25 ข้อของMVเพลงวัยรุ่น

กฏ 25 ข้อของมิวสิควีดีโอวัยรุ่น

1. ฝนจะไม่ขึ้นกับฤดูกาลแต่จะตกก็ต่อเมื่อมีใครซักคนอกหัก ...

2.พระเอกกับนางเอกเป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างรู้อะไรๆน้อย มักมองข้ามความดีของคนที่มาแอบรักเสมอ...

3. ใครก็ตามในนั้นที่อกหัก ต้องมีอย่างน้อย 1ครั้ง ที่ไปแอบเห็นคนที่ตัวเองรักจู๋จี๋กับคนอื่น โดยซึ่งๆหน้า หรือไม่ก็มีมุมตึกบัง หรือไม่ก็มองจากนอกหน้าต่าง (ซึ่งอาจมีฝนนอกฤดูมาอีกแล้วครับท่าน)
-มันเป็นไปไม่ได้เลยในมิวสิค ที่จะมีใครซักคนเอาข่าวมาบอกต้องเห็นเองกับตาเท่านั้นครับ
...

4. ถ้ามีสัตว์เลี้ยงของพระเอก มันมักจะเป็นDalmatian แต่สัตว์เลี้ยงของนางเอกจะเป็นสุนัขที่มีขนาดเล็กกว่า หรือไม่ก็แมวแต่ต้องมีขนปุยๆเสมอ ...

5. ถ้านางเอกมีตุ๊กตาเล่นในห้องนอน มากกว่าร้อยละ 50 ต้องเป็นตุ๊กตาหมี ...

6.จะต้องมีลมพัดจนผมปลิวอย่างน้อยหนึ่งครั้งเสมอในเพลงอกหัก และผมไม่เคยปลิวยุ่งจนมาบังหน้า
ลมจะต้องพัดโดยมีทิศทางจากหน้าไปหลังของเราอย่างแน่นอน ...

7. ในกรณีที่ตัวนักร้องไม่อกหักเอง แต่มีคนอื่นอกหัก (เนื่องจากไม่หล่อ หรือหน้าตาดีน้อยเกินไป หรืออื่นๆ) นักร้องจะต้องทำตัวเป็นตัวเจ๋อ คอยมายืนร้องเพลงอยู่คนเดียวข้างๆ หรือในห้องถัดไปในสภาวะที่คนทั่วไปเค้าไม่ทำกันครับ....เอาไว้ช่วงดนตรี solo แล้วค่อยไปปลอบ ว่างั้น.... ...

8. ตัวละครในมิวสิคจะไม่ใช้รถยอดนิยมอย่างซีวิค โคโรลล่า ซันนี่ เด็ดขาด เนื่องจากเค้าเป็นคนส่วนน้อยที่มีฐานะของสังคม จึงมีแนวโน้มที่จะใช้รถราคาแพงกว่านั้น (ราคาควรมากกว่า1 .8 ล้านขึ้นไป)
...

9. แต่ถ้าตัวละครไม่รวย เค้าจะเลือกใช้รถที่เก่ากว่า แต่หาได้ไม่ยากนัก เช่น รถเต่าเป็นต้น ไม่มีทางขับโคโรลล่าครับ ขอร้อง....) ...

10.ถ้านางเอกหรือพระเอกอกหักเนื่องจากมีมือที่สามมาแย่งไป มือที่สามจะต้องรวยกว่าและใช้รถราคาไม่ต่ำกว่า 6 ล้าน
-โปรดสังเกตความแตกต่างของราคารถครับ ...

11. ถ้าคิดฉากอะไรให้เข้ากับเนื้อเพลงไม่ออก ให้ทำอย่างนี้ ให้นางเอกกับพระเอกไปเดินตามรางรถไฟโดยไม่ทราบสาเหตุตัดภาพบ่อยๆเข้าไว้
- ให้นางเอกกับพระเอกไปเดินตามถนน โดยไม่ทราบสาเหตุตัดภาพบ่อยๆเข้าไว้เหมือนกัน
- ให้นักร้องไปยืนร้องในทุ่งที่มีหญ้าสูงประมาณไม่เกิน 2ฟุต (หรืออาจพิจารณาไร่ดอกทานตะวัน สวนส้ม เป็น option)
...

12.ไม่ว่าใครจะอกหักหรือชีวิตรันทดกินไม่ได้นอนไม่หลับอย่างไร บนโต๊ะต้องมีแจกันที่มีดอกไม้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ...

13. ถ้ามีฉากที่ต้องเล่นดนตรีทั้งวงเครื่องดนตรีครบ ห้ามนักดนตรียิ้ม ...

14. ว่าด้วยแดนเซอร์
- ถ้าเป็นเพลงเต้น กรุณาหาคนที่มีผิวคล้ำหน่อยมาเต้น ถ้าเป็นลูกครึ่งผิวดำเลยจะเยี่ยมมาก
- ถ้าเป็นเพลงลูกทุ่ง หาใครก็ได้ เต้นพร้อมไม่พร้อมไม่เป็นไร แต่ให้ชุดโป๊ๆเว่อร์ๆหน่อยนะโยม.... ...

15. ในมิวสิคจะไม่มีฤดูร้อน หากสังเกตจากการแต่งกาย ในเพลงแดนซ์จะเป็นฤดูหนาว (ฮู้ด เสื้อกันฝน เสื้อแขนยาว กางเกงสี่ส่วน) ในเพลงอกหักจะเป็นฤดูฝน และ ในเพลงรักจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ...

16. นางเอกมิวสิค มีแนวโน้มที่จะผมยาว และปล่อยผม ...

17. ถ้าคุณได้เป็นนางเอกมิวสิค ไม่ต้องห่วงเรื่องการแต่งหน้า เพราะมันจะอยู่ติดตราตรึงอยู่บนหน้าของคุณ ตั้งแต่เช้า เข้านอน บนเตียง (ตอนที่นอนคิดถึงเค้าคนนั้นไง) จนกระทั่งเช้าอีกวันหนึ่ง ...

18. ห้ามเข้าห้องน้ำในมิวสิควีดิโอ หรือถ้าจำเป็นต้องเข้าจริงๆ อนุญาตให้แปรงฟันกับโกนหนวดเท่านั้น ห้ามอึหรือฉี่เด็ดขาด...

19. ถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จะมีเลือดออกที่มุมปากเสมอ (ถ้ายังมีเหลือ กลัวเสียดายของ อนุญาตให้มีออกทางจมูกอีกนิดหน่อย) ไม่อนุญาตให้มีเลือดออกหู มันมองไม่ค่อยเห็น และเสี่ยงกับการมีหูน้ำหนวกไหลออกมาแจม ...

20.สิ่งของที่แตกหักง่ายมักจะมีโอกาสตกพื้นมากกว่าของอื่นๆ โดยมีลำดับดังนี้
- แก้วน้ำ โอกาสตก 50%
- แจกัน โอกาสตก 30%
- กระจก โอกาสตก 15%
- อื่นๆ โอกาสตก 5%
...

21. ถ้ามีอะไรตกแตก มันจะตกเป็นภาพสโลว์โมชั่นให้คุณเห็นได้จากด้านบนเสมอ ...

22. ถ้าแจกันหรือแก้วน้ำตกแตก นั้นจะต้องมีน้ำบรรจุไว้ 1 ใน 3 ถึง 2 ใน 3 ของความจุ ...

23. หลังจากมีอะไรตกแตก ภาพที่เกิดหลังจากนั้น
- ใครซักคนยืนนิ่งทำหน้าเฉยอยู่ตรงนั้น
- อีกคนวิ่งหนีออกไป เห็นเส้นผมปลิวตอนสะบัดหน้า
(ร้องไห้หรือไม่ก็ตามจาย...) ...

24. มือกลอง มือคีย์บอร์ด มือเบส จะไม่ได้ออกทีวีแบบเห็นหน้าชัดๆ โอกาสเดียวของนักดนตรีคือมือลีดกีต้าร์ช่วงไม่มีเนื้อเพลงครับ ...

25. ถ้านักดนตรีไม่หล่อแล้วจะถ่ายภาพทั้งวง เค้าจะถูกบดบังด้วยแว่นดำ หรือไม่ก็โดนทำเบลอ ...

เคยได้ยินว่ามีลงเป็นFWD:Mailมานานกว่า2-3ปีได้แล้ว แต่ผมเพิ่งจะได้เจอจากในบล็อกชาวบ้านที่เอามาลงไปก่อนๆแล้วได้อ่านนี่ละ เลยถือโอกาสเซพเก็บลงบล็อกตัวเองมั่ง




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2548 18:28:40 น.
Counter : 280 Pageviews.  

วิพากษ์เกมโชว์ค่ายเวิร์คพอยท์

เวิร์คพอยท์ฯก่อตั้งเมื่อปี2531 โดยสองหนุ่มสถาปัตย์จุฬาฯสองท่าน ซึ่งล้วนแต่ผ่านงานในสายบันเทิงจากเจเอสแอลกันมาแล้ว
โดยให้กำเนิดรายการดังซึ่งยังคงอยู่ยงคงกะพันจนถึงตอนนี้อย่างเวทีทองและชิงร้อยชิงล้าน
เวทีทอง เกมโชว์ที่ตอบปัญหาที่เล่นกับคำในภาษาไทยซะส่วนใหญ่
ชิงร้อยชิงล้าน เกมโชว์ที่เน้นให้ทายว่าผู้แข่งขันคนนี้ในกลุ่มมีความสามารถแปลกๆหยั่งๆแบบนั้นหรือไม่ นอกจากนี้ก็มีเปิดป้ายลุ้นเงินล้าน อีกทั้งมีตลกเงินล้านมาคอยช่วยสร้างสีสันเฮฮา ให้ความเป็นวาไรตี้ให้กับรายการ
นอกจากนี้ก็มีรายการที่ผลิตในช่อง5 ซึ่งผลิตมาและก็ปิดฉากไปอย่างเช่น คู่ทรหด ชมรมขนหัวลุก เป็นต้น โดยรายการที่สร้างเรตติ้งและมีอายุยืนที่สุดคือ
ระเบิดเถิดเทิง รายการตลกซิทคอมเกี่ยวกับชีวิตของผู้คนในซอยเถิดเทิง โดยมีแขกรับเชิญเข้ามาร่วมแสดงในรายการด้วยและร่วมลุ้นสนุกกับการถอดสลักระเบิดแป้งในตู้ระเบิดด้วย
แต่ก็น่าเสียดายที่วิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี2540 ส่งผลให้ทางเวิร์คพอยท์ต้องถอนยวงรายการออกจากช่อง7ไปเนื่องจากไม่สามารถรับนโยบายที่ทางสถานีต้องการให้ลดต้นทุนการผลิตรายการลง แทนที่จะให้ทางสถานีลดค่าเช่าเวลา ทำให้ช่อง7และเวิร์คพอยท์ไม่ได้ร่วมสังฆกรรมอีกเลยนับแต่นั้นมาแม้จะมีช่วงหนึ่งที่เวิร์คพอยท์กลับทำรายการคนอึดบันทึกโลกหรือใครผิดยกมือขึ้นให้กับสถานีอีกครั้ง แต่รายการพวกนั้นกลับไม่สามารถสร้างเรตติ้งให้ทางสถานีพอใจได้ ทำให้เวิร์คพอยท์ต้องปิดฉากตัวเองในช่อง7อีกครั้ง
แต่เวิร์คพอยท์ในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจกลับสร้างรายการเกมโชว์เรียกเรตติ้งสูงๆได้หลายรายการในช่อง5เช่น
เกมจารชน เกมโชว์ที่สร้างประวัติศาสตร์รางวัลเกมโชว์ยอดเยี่ยมแห่งเอเซียจากAsian Television Awardถึงสองสมัยซ้อน โดยมีช่วงรายการอย่างถอดรหัสระเบิด ,ทายปัญหาจากCodeลับ1พยางค์ที่ผู้เข้าแข่งขันที่รับบทตัวประกันพูดออกมา ,ทายปัญหาจริงหรือไม่ในช่วงเหมืองนรก และสุดท้ายเปิดป้ายลุ้นแจ็คพอตเลี้ยงเอเลี่ยนให้โตขึ้น
เกมแก้จน เปิดตัวเมื่อปี2541ยุคเทเลไฟว์ครองสัมปทาน เกมโชว์ที่ให้ทายตัวจริงของเจ้าของธุรกิจดังๆว่าเป็นใครจากแขกรับเชิญที่ให้มา พร้อมกับเผยเบื้องลึกกว่าจะเป็นธุรกิจใหญ่ในปัจจุบัน และก็มีให้ทายว่าคนผู้นี้ทำอาชีพอะไรจากข้อมูลในแผ่นป้าย
ซึ่งรายการนี้ถือเป็นการสร้างฐานข้อมูลสำคัญอันนำไปสู่การเปิดตัวเวิร์คพอยท์สำนักพิมพ์ และเปิดตัวนิตยสารแก้จน และพ็อกเก็ตบุ๊คส์เกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจหลายเล่มในปัจจุบันนี้
แฟนพันธ์แท้ เปิดตัวเมื่อปี2543 สุดยอดเกมโชว์ที่คว้ารางวัลเกมโชว์ยอดเยี่ยมมามากมายหลายสำนักมากกว่าสิบรางวัลขึ้นไป โดยรายการนี้แรกๆจัดขึ้นเพื่อแสดงความเป็นแฟนคลับดาราคนดังๆโดยการตอบปัญหายากๆเกี่ยวกับตัวดาราคนดังนั้นๆ
แต่ต่อมารายการนี้เริ่มขยายหัวข้อการแข่งขันกว้างขวาง และสร้างสรรค์ทางภูมิปัญญามากขึ้นเช่น มือถือ ,ประวัติศาสตร์กรุงศรีฯ ,มวยปล้ำ ,พระเครื่อง ,การ์ตูนญี่ปุ่น ,ภาษาไทย ,น้ำหอม ,เครื่องบินรบ ,ตลกคาเฟ่ ,แมลง ,นาฬิกา ,แสตมป์ ,เว็ปไซท์ไทย ฯลฯ ทำให้รายการนี้ได้รับความนิยมจากหมู่เหล่าคนที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญและคลั่งไคล้ในห้วข้อต่างๆมากมาย ทำให้ผู้ชมทึ่งกับความสามารถของผู้เข้าแข่งขันพร้อมๆกับได้รับสาระไปด้วย
นอกจากนี้ยังผลิตรายการให้กับโมเดิร์นไนน์อย่าง
เกมทศกัณฐ์ เกมโชว์สร้างกระแสเรตติ้งด้วยเงินรางวัลถึง10ล้านบาท ถ้าสามารถตอบหน้าคนดังปริศนาได้ครบ10หน้าโดยมีการแข่งขันกันตอบกับฝ่ายตรงข้ามเพื่อเป็นแชมป์เล่นในรายการต่อไปเรื่อยๆทั้งยังออกอากาศแบบต่อเนื่องทุกวันธรรมดา ทำให้รายการนี้ดังเร็วมากจนต้องเปิดรายการเกมทศกัณฐ์เด็กเพื่อให้เด็กๆได้มีโอกาสแสดงความสามารถของตัวเองบ้าง
คุณพระช่วย วาไรตี้โชว์แสดงศิลปวัฒนธรรมของชนชาติไทยแขนงต่างๆที่ควรแก่การอนุรักษ์ให้ชนรุ่นหลัง
ชัยบดินทร์โชว์ วาไรตี้โชว์เปิดโอกาสให้ตลกเงินล้านได้แสดงความสามารถในการดำเนินรายการของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีรายการชิงช้าสวรรค์ซึ่งไม่พ้นแนวเดียวกันนี่เปิดตัวออกมาด้วย

Websiteของบริษัทเวิร์คพอยท์เอนเตอร์เทนเมนต์จำกัด(มหาชน)
//www.workpoint.co.th

วิพากษ์ข้อดีข้อเสียของรายการของค่ายเวิร์คพอยท์
ข้อดี
ที่ผมเห็นได้ชัดเจนก็คือรายการของค่ายนี้ไม่ว่าจะไปอยู่ช่องไหนล้วนแต่สร้างเรตติ้งได้ดีเยี่ยมไม่แพ้รายการที่อยู่สถานีใหญ่ๆอย่างช่อง3และช่อง7 ทีวีช่องไหนก็ล้วนแต่ต้องการตัวไปผลิตรายการให้ทั้งนั้น แม้แต่ช่อง3ซึ่งเขี่ยเวิร์คพอยท์ทิ้งไปหลังจากปันใจไปร่วมผลิตรายการยุคเทเลไฟว์ กลับมาทำรายการกล่องดำให้อีกครั้งหนึ่ง เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นผู้จัดรายการทีวีที่มีอำนาจและบารมีสูงกว่าตัวสถานีบางช่องซะอีก(ในส่วนลึกผมคิดว่าตรงนี้เป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทำให้7สีไม่ค่อยอยากเอาเวิร์คพอยท์มาผลิตรายการให้ต่อไปมั๊ง เพราะทางสถานีนั้นต้องการให้อำนาจและบารมีของเรตติ้งอยู่ที่ตัวสถานีมากกว่าตัวของผู้จัดรายการซะเองเพื่อไม่ให้มีอำนาจมาต่อรองอะไรกับทางสถานีได้) ทั้งช่อง5และช่อง9ถ้าขาดเวิร์คพอยท์ไปก็คงไร้สีสันขาดเรตติ้งไปเยอะทีเดียว
คุณภาพรายการถือว่าเยี่ยมสุดๆ ไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้เข้าแข่งขันเป็นดาราคนดังมาแข่ง เอาแค่ผู้ชมทางบ้านที่มีความรู้ความสามารถมาแข่งก็สามารถทำให้รายการมีเรตติ้งอยู่ได้ อีกทั้งยังเป็นการแจ้งเกิดผู้เข้าแข่งขันในอีกทางหนึ่งด้วยโดยเฉพาะผู้เข้าแข่งขันในรายการแฟนพันธ์แท้

ข้อเสีย
ถ้าเราดูรายการเวิร์คพอยท์ไปนานๆเข้า ก็คงจะรู้สึกถึงการเอาเปรียบตรงนี้ได้นั้นก็คือความยืดเยื้อของรายการนั้นเองครับ
เนื่องจากรายการทีวีนั้นต้องการที่จะขายโฆษณาให้ได้มากที่สุดโดยให้มีการแจกเงินรางวัลในช่วงรายการน้อยที่สุด ซึ่งการยืดรายการก็เท่ากับเป็นยืดเวลาที่เจ้าของรายการจะต้องจ่ายเงินรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขันด้วยเช่นกันรวมถึงรางวัลที่จะแจกให้ผู้แข่งขันท่านอื่นๆในเทปต่อๆไป ตัวอย่างที่เห็นกันได้ชัดเจนที่สุดก็คือเกมทศกัณฐ์นั้นเองครับ
และนอกจากนี้การผลิตรายการในเทปใหม่ๆมัึกจะใช้เวลาในการเตรียมงานมากเอาเรื่องเหมือนกัน โดยเฉพาะรายการแฟนพันธ์แท้ซึ่งต้องใช้เวลาในการหาข้อมูลและคัดเลือกตัวผู้เข้าแข่งขันที่มีความสามารถและเหมาะสมในการเข้าไปแข่งขันในรายการ

มาถึงตรงนี้ผมต้องขอพูดถึงรายการแฟนพันธ์แท้เป็นพิเศษถึงข้อเสียที่ผมต้องขอกล่าวถึงสักหน่อยนั้นก็คือการแข่งขันแฟนพันธ์แท้แห่งปี(Fan of the Year)นั้นละครับ
เนื่องจากการแข่งขันในช่วงตรงนี้นั้นคือการเอาความสามารถในด้านและสาขาที่ต่างๆกันเอามาแข่งกัน ซึ่งในความเป็นจริงถือเป็นการไม่ยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะแฟนพันธ์แท้หัวข้อที่มีความกว้างขวางและลึกซึ้งที่ไม่เหมือนกัน คนละมาตรฐานความรู้สึกกัน แน่นอนครับว่าผมไม่เห็นด้วยกับตรงนี้และหันไปดูรายการแนวอาหารสมองวิจารณ์สาระหนักๆอย่างเมืองไทยรายสัปดาห์ของคุณสนธิแทน
และความยืดเยื้อนั้นก็เห็นกันได้ชัดเจนมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการเอาเปรียบผู้ชมอย่างเห็นได้ชัด
คำถามแฟนพันธ์แท้บางข้อนั้นต้องยอมรับว่าแม้จะทำเอาผู้ชมร้องอู้หูกับความยากและซับซ้อน ถ้าตอบได้ก็ทำเอาฮือฮา แต่ในขณะเดียวกันมันกลับกลายเป็นคำถามที่ไร้สาระไม่ประเทืองปัญญาไม่ชวนให้ผู้ชมบางส่วนอยากรู้ด้วยซ้ำไป เป็นจุดอ่อนอีกจุดหนึ่งเช่นกัน
มาถึงตรงนี้ผมว่าการแข่งขันแฟนพันธ์แท้แห่งปีเห็นควรจะเลิกไปได้แล้วครับ เหลือเพียงแค่แข่งกันตามหัวข้อแค่นั้นก็พอแล้วครับอย่าเอามาแข่งเทียบข้ามรุ่นกันเลย

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทWorkpoint Entertainmentจำกัดได้ในWikipedia

Following TwitterของWorkpointได้แล้วที่
@nongYoong




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 5 ธันวาคม 2552 22:12:07 น.
Counter : 361 Pageviews.  

1  2  3  4  

Valentine's Month


 
ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.