ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
ข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดของThailand Book Tower

Thailand Book Tower

ดั๊บเบิ้ล เอ และพันธมิตรสำนักพิมพ์ทั่วไทย ร่วมกันจุดประกายสร้างฝันให้นักอ่าน กระตุ้นตลาดสิ่งพิมพ์ กำเนิดแนวคิดเมืองหนังสือแห่งแรกของไทย ภายใต้โครงการ “ไทยแลนด์ บุ๊ค ทาวเวอร์” เมืองหนังสือแนวตั้ง 9 ชั้น 6,000 ตร.ม. Reading Society แห่งใหม่ของไทย ที่รวบรวมหนังสือทุกแขนงทั่วไทย และเป็นครั้งแรกที่สำนักพิมพ์หลายแห่งจะมีหน้าร้านของตนเองที่นี่ พร้อมกิจกรรมกระตุ้นต่อมคิดสำหรับเยาวชนและครอบครัวตลอดปีมั่นใจพื้นที่จองเต็มในปีนี้ และจะพร้อมเปิดบริการต้นปี 49 ตั้งเป้ายอดจำหน่ายหนังสือปีแรก 1.5 ล้านเล่ม

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ – การตลาด ดั๊บเบิ้ล เอ กล่าวว่า ดั๊บเบิ้ล เอ ได้ร่วมกับสำนักพิมพ์ของไทยหลายแห่ง ในการคิด ริเริ่ม ที่จะร่วมกันสนับสนุนสังคมแห่งการเรียนรู้ และกระตุ้นอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ไทย ด้วยการตั้งเมืองหนังสือแห่งแรกของไทย ภายใต้โครงการ “ไทยแลนด์ บุ๊ค ทาวเวอร์” (Thailand Book Tower : TBT) ซึ่งจะดำเนินการโดยบริษัท บุ๊ค ทาวเวอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยมีทีมคณะที่ปรึกษาซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในวงการสำนักพิมพ์และวงการที่เกี่ยวข้องรวม 10 ท่าน คือ นายธนะชัย สันติชัยกูล Vice Chairman / President Nation Multimedia Group PCL และนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, นางสุวดี จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด, นางริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด ,นางนิดดา หงษ์วิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ สำนักพิมพ์แสงแดด, นายวิสิทธิ์ โรจน์พจนรัตน์ กรรมการผู้จัดการ สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา, นายปรีชา ไชยบุญเรือง ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ดวงกมลสมัย จำกัด และประธานชมรมผู้จัดจำหน่ายหนังสือ, นายศิริศักดิ์ ศิริไพศาลกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ธนบรรณปิ่นเกล้า จำกัด, นายวินัย ชาติอนันต์ รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท เคล็ดไทย จำกัด และนายสรพันธ์ บุนปาน ผู้จัดการจัดจำหน่ายกรุงเทพ บริษัท มติชน จำกัด (งานดี) รวมถึง ดั๊บเบิ้ล เอ ก็ได้ร่วมเป็น 1 ในคณะที่ปรึกษาด้วยเช่นกัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของวงการที่มีการรวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคมเช่นนี้

สำหรับ “ไทยแลนด์ บุ๊ค ทาวเวอร์” หรือ ทีบีที เป็นโครงการที่จะสร้างเมืองหนังสือแห่งใหม่แห่งแรกของไทย มีพื้นที่ 9 ชั้น ขนาดพื้นที่รวมประมาณ 6,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนถนนสาทร ใจกลางย่านธุรกิจและการศึกษา มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเพื่อเป็นงานศิลปะบนถนนสาทร งานดีไซน์อาคารต้องการสื่อถึงความเป็นเมืองหนังสือ รีดดิ้ง โซไซตี้ (Reading Society) ของคนไทย ภาพลักษณ์ของอาคารจะผสมผสานความเป็นหนังสือและหลักศิลาจารึก ในรูปลักษณ์ที่ทันสมัย โดยภายในอาคารจะเน้นการดีไซน์ ให้ทุก ๆ ชั้น เป็นเมืองหนังสือในแนวโมเดิร์น ที่เข้าถึงทุกกลุ่ม และเน้นความสบายในการอ่าน ทำให้การอ่านและการเลือกหนังสือเสมือนการพักผ่อน เพื่อให้เมืองหนังสือแห่งนี้เป็นแหล่งรวมผู้รักการอ่านทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นเยาวชน วัยรุ่น ครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่รักการอ่าน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการอ่านสู่วิถีชีวิตประจำวันของคนไทย และส่งเสริมให้เกิดการผลิตหนังสือดีมีคุณค่าให้กับกลุ่มสำนักพิมพ์มากยิ่งขึ้น

เอกลักษณ์ที่สำคัญของเมืองหนังสือแห่งนี้ คือ จะเป็นแหล่งรวมร้านหนังสือหลายแห่งและจากสำนักพิมพ์ต่างๆ มากที่สุดในประเทศไทย ทำให้มีความหลากหลายของหนังสือและนิตยสารในแต่ละประเภท รวมถึงมุมหนังสือหายาก ที่ผู้อ่านสามารถมาเลือกสรรได้ ที่สำคัญคือจะเป็นเมืองหนังสือที่มี กิจกรรมกระตุ้นต่อมความคิดของเยาวชนและครอบครัวทุกๆ วันตลอดทั้งปี ทำให้เป็นเมืองหนังสือที่เต็มไปด้วยสีสันและมีชีวิต สามารถกลับแวะเวียนเข้ามาได้ทุกวัน รวมทั้งมีบริการค้นหาหนังสือที่ต้องการได้ง่าย ด้วยระบบ Search Engine พร้อมทั้งมีพนักงานที่เป็น Book Specialists และ Book Consultants คอยให้คำแนะนำหนังสือที่ต้องการ ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มลูกค้าและผู้สนใจเข้ามาประมาณ 4,000 คนต่อวัน และมียอดจำหน่ายหนังสือไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านเล่มในปี 2549

ขณะนี้มีสำนักพิมพ์และร้านค้าที่ตัดสินใจเข้ามาเปิดร้านหรือฝากจำหน่ายหนังสือในโซนต่าง ๆ ของ ไทยแลนด์ บุ๊ค ทาวเวอร์ แล้วหลายบริษัท คือ กลุ่มสำนักพิมพ์ที่ตัดสินใจร่วมเปิดร้านหนังสือของตนเอง มีแล้วกว่า 20 รายคือ อักษรา ฟอร์ คิดส์, อทิตตา, หมอชาวบ้าน, สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย, สุขภาพใจ ,มติชน ,เคล็ดไทย, แสงดาว, แบร์ พับลิชชิ่ง, อนิเมท, เนชั่นบุ๊คส์, สารคดี, มูลนิธิเด็ก, ดวงกมลสมัย, พัฒนาศึกษา, นานมีบุ๊คส์, แปลนฟอร์คิดส์, MisSofttech, พาส เอ็ดดูเคชั่น, ชมรมบัณฑิตแนะแนว และไทยวัฒนาพานิช รวมถึงกลุ่มหนังสือทางเลือกที่ประกอบด้วย 14 สำนักพิมพ์เช่นโกมลคีมทอง, Opens, สวนเงิน เป็นต้น กลุ่มที่สองเป็นสำนักพิมพ์ที่สนใจฝากจำหน่ายหนังสือในโซนต่าง ๆ ของไทยแลนด์ บุ๊ค ทาวเวอร์ มี 8 ราย คือ เรือนปัญญา, Success Media, สร้างสรรค์บุ๊คส์, ธรรมนิติ, ไอ ดี ซี อินโฟ ดิส ทริบิวเตอร์, ห้องเรียน, สกอลลาร์ วิดีโอ และเอ็กซเปอร์เน็ท และมีร้านค้าอาทิ Nestle, True, Pizza Corner, New York Deli เป็นต้น

ทั้งนี้ ไทยแลนด์ บุ๊ค ทาวเวอร์ ยังมีพื้นที่ให้กับสำนักพิมพ์ หรือ ร้านหนังสือที่สนใจ และร้านค้าต่าง ๆ มาจองพื้นที่ได้อีก 1,200 ตร.ม. หรือประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่รวม โดยจะเปิดจองจนถึงเดือนตุลาคมนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงอาคารและตกแต่งสถานที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการประมาณช่วงต้นปี 2549 ที่จะถึงนี้

นอกจากร้านหนังสือเป็นจำนวนมากที่อยู่ใน ไทยแลนด์ บุ๊ค ทาวเวอร์ แล้ว ยังมีพื้นที่จำหน่ายหนังสือโซนต่างๆ ที่ไทยแลนด์ บุ๊ค ทาวเวอร์ จัดให้เหมาะกับการทำกิจกรรมและความสนใจของกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม ได้แก่ ท้อป ฮิต โซน (Top Hit Zone) หรือจุดนัดพบในชั้นแรก จะเป็นจุดที่รวบรวมหนังสือขายดีและหนังสือแนะนำที่คัดสรรมาจากทุกสำนักพิมพ์สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย และเป็นจุดจำหน่ายนิตยสารและหนังสือพิมพ์ทุกยี่ห้อ ศูนย์รวมเครื่องเขียน บริการถ่ายเอกสาร และบริการไปรษณีย์ ร้านกาแฟ

ส่วนชั้นที่ 2 ฟีลลิ่ง โซน (Feeling Zone) โซนวรรณกรรมทุกประเภทสำหรับคนทุกวัย และร้านหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ สำหรับชั้นที่ 3 ลิฟวิ่ง โซน (Living Zone) ซึ่งจะเป็นโซนหนังสือวาไรตี้ ทั้งเรื่องบ้าน อาหาร สุขภาพ บันเทิง ท่องเที่ยว ศิลปะวัฒนธรรม สังคม การเมือง เศรษฐศาสตร์ โหราศาสตร์ ดนตรี กีฬา ชั้นที่ 4 เป็น คิดส์โซน (Kids Zone) มีหนังสือสำหรับเด็ก หนังสือแม่และเด็ก มุมเพลย์กราวด์ที่เยาวชนจะได้อ่านและเล่นอย่างสนุกสนาน ชั้นที่ 5 เบรน โซน (Brain Zone) โซนหนังสือตำราประเภทต่างๆ ทุกประเภท และสำหรับผู้ที่ต้องการหนังสือจากต่างประเทศสามารถแวะที่ชั้น 6 เวิล์ด โซน (World Zone)

สำหรับชั้นที่ 7 ฟู้ด โซน (Food Zone) พื้นที่สำหรับร้านอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมด้วยที่นั่งประมาณ 300 ที่ เมื่อมาถึงชั้น 8 แอคทิวิตี้ส์ โซน (Activities Zone) จะเป็นโซนกิจกรรมที่เหมาะสำหรับจัดกิจกรรมเสริมสร้างการอ่านต่างๆ อาทิ การเปิดตัวหนังสือใหม่ การจัดงานสัมมนา เสวนา เรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ และสุดท้ายชั้นที่ 9 เลิร์นนิ่ง โซน (Learning Zone) ศูนย์รวมแห่งศาสตร์ด้านภาษา ดนตรี และศิลปะ

//www.positioningmag.com/prnews/prnews.aspx?id=38798

คิดว่าทุกๆคนคงพอทราบเรื่องนี้กันแล้วนะครับ เป็นอภิมหาโปรเจกต์ที่กำลังสร้างอยู่ แต่อยากรู้ว่าไปถึงไหนแล้ว และจะเปิดให้บริการเมื่อไหร่หรือครับ

สำหรับคนที่ยังไม่ทราบ คือเมืองไทยเรากำลังจะมี TBT นะครับ เป็นศูนย์รวมหนังสือครบวงจรทุกประเภทจากทุกสนพ.ทั่วเมืองไทย ตามโครงการมีกี่ชั้น...นี่จำไม่ได้แล้ว แต่จะแบ่งเป็นโซนๆเลย ประมาณว่าเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่มหึมา (แต่ขายนะ ไม่ได้อ่านฟรี) แต่ก็มีมุมให้นั่งอ่านเล่นได้ มีศูนย์อาหารด้วย บรรยากาศแบบว่าให้ประชาชนมาแล้วอยู่เลือกซื้อหนังสือ อ่านเล่น และพักผ่อนได้ทั้งวัน มีมุมหนังสือเด็กด้วย มาทีอยู่ได้ทั้งครอบครัว หนังสือทุกเล่มเท่าที่มีในเมืองไทย หากไม่ได้หมดเกลี้ยงสนพ.จริงๆ แล้วหาที่อื่นไม่ได้ มาที่ TBT จะมีครบทั้งหมดทุกเล่ม ทุกประเภท ทุกสนพ.

แหล่งโอกาสทางธุรกิจของคนทำหนังสือ
จากความสำเร็จของงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ต่อยอดความคิดมาถึงความอยากให้มีงานอย่างมหกรรมหนังสือเกิดขึ้นทุกวัน ทำให้บรรดาสำนักพิมพ์ต่างๆ และบริษัทดั๊บเบิ้ล เอ รวมตัวกันจัดตั้ง Thailand Book Tower เมืองหนังสือแห่งแรกของไทยขึ้น
“กว่าที่จะเป็น Knowledge-based society เราควรสร้าง Reading Society ให้ได้ก่อน และนั่นทำให้เราตัดสินใจสร้างเมืองหนังสือแห่งนี้ขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อยากรู้ ได้รู้” เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นการอ่านของคนไทยให้เพิ่มมากขึ้น ยังช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ของไทยด้วย” ชาญวิทย์ จารุสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ – การตลาด ดั๊บเบิ้ล เอ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ด้วยกล่าว
นอกเหนือจากการก้าวเป็น Knowledge-based Society แล้ว ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งจากเมืองหนังสือคือการช่วยขจัดปัญหาอายุสั้นของหนังสือได้
“ในแต่ละเดือนมีหนังสือเกิดขึ้นใหม่กว่าสามสิบเล่ม แต่หนังสือเหล่านี้กลับไม่มีที่ให้วางขาย ทำให้อายุของหนังสือบนชั้นวางนั้นสั้นลง แต่การที่มีบุ๊คทาวเวอร์นี้ แต่ละสำนักพิมพ์จะมีหน้าร้านของตนเอง และมีพื้นที่อย่างเต็มที่ให้เลือกวาง เนื่องจากบุ๊คทาวเวอร์จะครอบคลุมทั้งหมด 9 ชั้น”
สถานที่ตั้งของ Thailand Book Tower นี้ คือตึกเกษตรรุ่งเรืองเก่า ซึ่งเป็นที่ทำงานของดั๊บเบิ้ล เอ ถนนสาธรเหนือ โดยจะใช้พื้นที่อาคารทั้งหมด 9ชั้น โดยแต่ละชั้นจะแบ่งเป็นโซนต่างๆ ตามประเภทของหนังสือ โดยอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท บุ๊ค ทาวเวอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด

นี่คือข่าวล่าสุดที่ได้จากกระทู้ครับ

ตอนแรกเห็นว่าจะใช้ชื่อว่า เมืองหนังสือแต่ไม่เอาแล้ว เพราะไปซ้ำกับขาใหญ่ กำลังคิดชื่อใหม่อยู่
ขณะนี้กำลังปรับปรุงตัวอาคารอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยห์
ผมผ่านทุกวัน เห็นเขาบอกว่าเจ้านายกำหนดเปิดวันที่
14 ก.พ.06 แต่ดูเหมือนจะมีปัญหาเรื่องหาพันธมิตร เพราะในงานมหกรรมหนังสือคราวที่แล้ว AA มีปัญหากับสมาคมเรื่องการจะขอผูกขาดแต่ทางสมาคมไม่ยอม เขาก็เลยขอเลิกเป็นสปอนเซอร์หลัก หันไปขอเช่าพื้นที่ธรรมดา แต่สมาคมก็ไม่ยอมให้อีก
ปัญหาเกิดจากการที่ AA เอาหนังสือที่ได้จากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ที่เอาหนังสีอมาแลกกระดาษ แล้วAAเอามาขายตัดราคากับสำนักพิมพ์ เขาจึงขอถอนตัวด้วยความเจ็บปวด ยังไม่รู้เหมือนกันว่าโครงการจะเป็นยังไง มันไม่ใช่ของง่าย ๆ อาคารไม่เหมาะสมค่าใช้จ่ายมันจะมากเกินไป ที่จริงแล้วถ้าเขาคิดดี ๆน่าจะเอาอาคารนั้นให้คนอื่น เช่าแล้วเอาค่าเช่าไปจ่ายค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าที่ไม่ค่อย work จะดีกว่ามาทำในอาคารนี้ เพราะการขึ้นไปแต่ละชั้นนั้นต้องใช้ lift หรือบันใดเลื่อน
อย่างไรก็ตามขอเอาใจช่วย อยากให้เมืองไทยมีของดี ๆ ครับ

จากคุณ : ตุ่น - [ วันสิ้นปี 05:33:42 A:61.90.103.12 X: TicketID:072364 ]



Create Date : 31 ธันวาคม 2548
Last Update : 31 มกราคม 2549 21:11:28 น. 5 comments
Counter : 3591 Pageviews.

 
แวะมาอ่านค่ะ

มีความสุขมากๆ ตลอดปีใหม่ 2006 นะคะ

Image hosted by Photobucket.com


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 31 ธันวาคม 2548 เวลา:23:24:09 น.  

 
ตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างไรแล้วบ้างค่ะ ช่วยบอกเล่ากันด้วยนะคะ


โดย: เอ๋ IP: 61.19.59.141 วันที่: 27 เมษายน 2549 เวลา:10:09:03 น.  

 
โครงการดีมากครับ เพราะเราล้าหลังเวียดนามเรื่องนี้อยู่


โดย: ชัย IP: 61.47.98.71 วันที่: 6 ตุลาคม 2549 เวลา:20:10:06 น.  

 
ไม่รู้ผมไปมุดอยู่หลังเขาที่ไหนมา - สาบานว่าตอนผมคิดทำ ThailandBookCenter.com ผมไม่เคยรู้จักหรือได้ยินโครงการ TBT นี้มาก่อนเลย !

จนผมเริ่มทำเว็บ ThailandBookCenter.com จึงไปค้นข้อมูลเจอ

ถึงจุดมุ่งหมายจะใกล้เคียงกัน แต่สเกล และวิธีการไปถึง ต่างกันมากมายทีเดียว คือ ถ้า TBT เป็นโครงการช้าง, ThailandBookCenter.com ของผมก็เป็นแมลงหวี่ละครับ

ไม่ทราบว่ามีข้อมูลปัจจุบันไหมครับ ว่าโครงการไปถึงไหน อย่างไรแล้ว

ขอบคุณครับ


โดย: นายหนังสือ IP: 203.170.144.1 วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:06:56 น.  

 
เคยพาลูกไปค่ะ คราวนี้กำลังจะพาลูก และ เพื่อน ๆ ลูกไปอีก ไกลจากบ้านไปนิดแต่ว่าคุ้มค่ะ ถึงแม้ตอนกลับจะกระเป๋าเบาไปสักหน่อย


โดย: นุช IP: 58.8.11.57 วันที่: 19 สิงหาคม 2552 เวลา:16:06:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.