ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
คำสรรเสริญจะมีความหมายอย่างไรถ้าคำวิพากษ์วิจารณ์ถูกสั่งห้าม?

โดย Don Sambandaraksa
ที่มา: Bangkok Post Database section
แปลโดยทีมงานไทยอีนิวส์
30 กันยายน 2552

คำสรรเสริญจะมีความหมายอย่างไรถ้าคำวิพากษ์วิจารณ์ถูกสั่งห้าม

บางคนมักมีความคิดว่าโครงสร้างของสังคมไทยมันอ่อนแอมาก และจะพังทลายลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแม้กระทั่งเพียงเล็กน้อย และเราจะต้องปกป้องมันโดยการปิดหูปิดตาและหลังจากนั้นเพื่อความปลอดภัยก็มุด หัวลงไปในหลุมทราย

ถึงกระนั้นยังมีมุมหนึ่งในสังคม ซึ่งมีเด็กๆที่เติบโตมาพร้อมกับโลกปัจจุบัน มีมุมมองที่ต่างจากมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่กำลังพยายามปกป้องตัวเองจากตัวของเรา เอง

ยกตัวอย่างเช่นการเรียนภาษา การปิดหูปิดตามันเริ่มต้นมาจากยุคคอมมิวนิสต์เมื่อการเรียนภาษาต่างชาติถูก กำหนดให้ผิดกฏหมายเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแบ่งแยกและเพื่อบังคับให้มีการผสม ผสานระหว่างเชื้อชาติต่างๆ แต่ปัจจุบันทุกอย่างมีเสรีภาพมากขึ้นและคนกลัวว่าภาษาไทยจะค่อยๆหายไปและตาย ไป และถูกทดแทนโดยคนรุ่นใหม่ที่พูดภาษาอังกฤษและใช้เวลาทั้งวันอยู่หน้า อินเตอร์เนทที่ใช้แต่ภาษาอังกฤษและถูกทำให้เสื่อมโดยวัฒนธรรมตะวันออก ซึ่งแน่นอนคงจะมีบางคนบ้างที่หลงไหลอยู่ในโลกไซเบอร์และเป็นผีซอมบี้ อินเตอร์เนท แต่โดยรวมแล้วประเทศไทยได้รอดพ้นและแสดงให้ชาวโลกเห็นแล้วว่าพวกเราไม่ได้ ถูกสยบอย่างง่ายดาย

บางทีตัวอย่างที่ดีที่สุดคือการที่เด็กผู้หญิง ไทยพูดลงท้ายประโยคด้วยคำว่า 'ค่ะ' (ka) ซึ่งเป็นคำภาษาไทยที่ไม่มีความหมายใดๆอยู่ในตัวเว้นแต่เพื่อแสดงความเคารพ และความสุภาพอ่อนน้อม สิ่งนี้เกิดขึ้นบ่อยๆในอีเมล์และ IM หรือ Twitter แต่ก็มีบ้างที่จะมีผู้ชายที่ลงท้ายประโยคด้วยคำว่า "ครับ' (krub) ถึงแม้ว่าจะเป็น email ในภาษาอังกฤษ มันไกลจากการที่วัฒนธรรมไทยจะถูกซัดไปโดยคลื่นของโลกาภิวัฒน์ของโลกตะวันออก เพราะคนยุคใหม่ของโลกดิจิตอล หรือ วัยรุ่นหน้าจอ (screenagers) ได้พบวิธีที่จะใส่วัฒนธรรมเหล่านี้เข้าไปในภาษาที่ปราศจากโครงสร้างนี้โดย ใช้คำเหล่านี้ในลักษณะภาษาอังกฤษผสมและเฉพาะกิจ

การลงท้ายประโยคด้วย คำว่า "ด้วยความเคารพและความสุภาพ" มันดูเทอะทะเมื่อเทียบกับความสละสลวยของการเพิ่มกับคำว่า 'ค่ะ' (ka) อย่างง่ายๆ แม้ว่ามันอาจจะทำให้ฝรั่งงุนงงว่าคำว่า 'ค่ะ' (ka) มันหมายถึงอะไร

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสได้นั่งอยู่กับนักเรียนชั้นมัธยมปลายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด เห็นว่าทำไมและอะไรเกิดขึ้นเมื่อโลกไซเบอร์เจอกับโลกดึกดำบรรพ์ในเครื่อง แต่งกายแบบไทยโบราณและในกองกระดาษที่เต็มไปด้วยหมึกคาร์บอน และสิ่งที่พวกเขาได้พูดออกมามันเป็นการเปิดหูเปิดตา และมีความสมดุลย์อย่างมากเมื่อปราศจากความสุดโต่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความไว้ใจในสิ่งที่เราสามารถทำได้ถ้าปล่อยให้ พวกเราเป็นตัวของตัวเอง ตัวอย่างข้างบนนี้เป็นหนึ่งตัวอย่างที่คนรุ่นใหม่คิด อีกตัวอย่างหนึ่งคือการเซ็นเซอร์

นักเรียนนานาชาติที่กล่าวถึงนี้ ซึ่งพวกเขาขอร้องไม่ให้เปิดเผยชื่อเพราะกลัวว่าจะถูกลงโทษโดยผู้ปกครองของ พวกเขา ได้กลับมาจากการฝึกทหาร จากการที่พวกเขามาจากโรงเรียนนานาชาติและพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว (ผมไม่เป็นกลางแน่เพราะผมก็จบมาจากโรงเรียนนานาชาตินี้เช่นกัน) พวกเขาบอกผมว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งมีนักเรียนคนหนึ่งไม่สบาย และหลังจากที่ถูกส่งกลับมา แทนที่จะกลับไปที่ศูนย์ฝึก แต่คุณครูได้ส่งตัวไปยังห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ และถูกใช้ให้ค้นหาเวปไซต์ที่ละเมิดสถาบันและควรที่จะถูกเซ็นเซอร์

ใช่ ครับ ผมฟังจากเด็กอายุ 18 ปีหลายคนว่าพวกเขาถูกพาไปที่ห้องลับในศูนย์ฝึกของกองทัพบก ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกทหาร พวกเขาต้องค้นหาเวปไซต์และความคิดเห็นในอินเตอร์เน็ทในภาษาอังกฤษที่ควรจะ ถูกเซ็นเซอร์ ซึ่งแน่นอนภาษาอังกฤษยังเป็นภาษาที่ผู้ฝึกโดยทั่วไปยังไม่ชำนาญในการใช้งาน

ใน ห้องนั้นมันมีแต่รูปของในหลวงซึ่งกำลังกระทำความดี เสมือนว่าเพื่อจะส่งเสริมให้คณะทำงานทำเพื่อปกป้องบัลลังค์ ระบบของพวกเขามีฐานข้อมูลที่มี ที่อยู่ IP ในรูปแบบของ code ที่ซับซ้อน ของเวปไซต์ โฟรัม และสื่ออย่าง youtube แต่ละหน้ามีประมาณ 20 รายชื่อ และฐานข้อมูลนั้นมีมากกว่า 100 หน้า

ผมพยายามทำเป็นไม่อาย ผมถามว่าพวกเราต้องทำอย่างไรถ้าพวกเขาพูดในทางที่ไม่ดีเกี่ยวกับรัฐบาล และรัฐบาลไม่ใช่กษัตริย์ใช่ไหม? เด็กคนแรกตอบว่าจ่าบอกว่ารัฐบาลนี้เป็นตัวแทนของกษัตริย์ และถ้าคุณหมิ่นประมาทรัฐบาล คุณกำลังหมิ่นประมาทกษัตริย์โดยทางอ้อม

เด็ก คนที่สองบอกว่า ภายในหนึ่งชั่วโมงเขาเจอ 4-5 เวปไซต์ดังกล่าว แต่ส่งไปแค่ 2 พวกเขาโง่มาก แต่ที่เหลือเป็นคำวิจารณ์ที่มีเหตุผลแทนที่จะเป็นการด่าทอน

เด็กคนแรกบอกต่อว่าเขามีเพื่อนอีก 10 คนที่จะยืนยันเรื่องนี้ หลังจากที่ผมเริ่มสงสัยว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นความจริงหรือไม่

แน่ นอน มันไม่ได้มีอะไรลับลมคมในต่อการที่กองทัพบกจะรวบรวมรายชื่อและส่งต่อไปยัง MICT เพื่อส่งต่อไปยังศาลเพื่อให้ออกคำสั่งบล๊อกเวปไซต์เหล่านั้น แต่เพื่อนเด็กๆของผมเหล่านั้นได้คิดถึงมันและบอกผมว่าบางลิงค์ของฐานข้อมูล ดังกล่าวได้ถูกบล๊อกไว้แล้ว บางเวปไซด์ถูกบล๊อกเมื่อสองวันที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งไม่มีเวลาพอในการดำเนินเรื่องอย่างเป็นทางการในการขอคำสั่งจากศาล

เมื่อเป็นเช่นนั้น หนุ่มวัยเยาว์เหล่านั้นดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับความจำเป็นที่จะต้องมีการเซ็นเซอร์

เด็ก คนหนึ่งบอกว่า ความคิดเห็นบางอันที่งี่เง่าควรจะถูกเซ็นเซอร์ แต่บางกรณที่เป็นการถกเถียงกันอย่างมีเหตุผลควรจะถูกเปิดเผยและพวกเราควรจะ สร้างความสมดุลย์ให้กับเหตุผลเพื่ออธิบายว่าทำไมพวกเรารักในหลวง ถ้าคุณยังเซ็นเซอร์มัน พวกเราไม่สามารถจะโต้แย้งได้

เด็กอีกคนหนึ่ง โต้แย้งว่า แล้วใครหละที่ตัดสินว่าใครถูก? ว่าเวปไซต์นี้มันบ่อนทำลายหรือไม่? มันนำไปสู่ความคิดที่ว่ารัฐบาลพี่ใหญ่กำลังควบคุมชีวิตของพวกเราอยู่

เด็ก คนหนึ่งตอบว่า ผมคิดว่าสังคมเป็นตัวกำหนด ในโฟรัมคุณโพสท์ความเห็น คนอ่านสามารถเข้าไปคลิ๊กบวกหรือลบ และอินเตอร์เน็ทจะเป็นผู้กำหนดว่าความเห็นนั้นเป็นอย่างไร

ผมเชื่อ ว่าคำโต้เถียงทั้งหมดนี้มันจะก้องกังวานอยู่ในหัวใจของหลายคน ซึ่งพวกเรายังลังเลที่จะพูดออกมาจากใจและถามคำถามว่าทำไมจักรพรรดิถึงไม่ใส่ เสื้อผ้า เปรียบเสมือนกับที่ Jedi Master Yoda เคยบอกไว้ว่าความนึกคิดของเด็กมันน่าพิศวงโดยแท้จริง


What is praise worth when criticism is forbidden?
Published: 30/09/2009 at 12:00 AM

Some people seem to have this idea that the structure of Thai society is so weak, liable to crumbling at the slightest wind of change, that we need to protect it by closing our eyes, ears and then, as a precautionary measure, putting our head into the sand.

Yet, there are some corners of society, some children who, having grown up in a connected world, see things so very differently from the ancients who are trying to protect us from ourselves.

Take the topic of language. Closing our eyes and ears all started in the communist era when studying in a foreign language (as opposed to studying a foreign language itself) was made illegal to prevent separatism and force racial integration. Today, things are much more liberal and people fear that the Thai language will wither away and die, to be replaced by a generation of English speakers who spend their days online in an English-denominated Internet polluted and corrupted by Western culture. Of course, it was possible to find some poor soul who had lost his way online and become an Internet zombie to prove that point, but by and large, Thailand survived and showed the world that it was not to be a pushover.

Perhaps the best example is the way any girls (and it seems to be more the women than the men) ending sentences in ka, a Thai word with no particular meaning in itself except to show respect and politeness. This happens a lot on email as well as on IM or Twitter. More rare is the guy who also ends his otherwise English language email sentences in the masculine form, krab. Far from Thai culture being washed away by the tide of Western globalisation, the new generation of Digital Natives (Gartner) or Screenagers (IDC) has found a way to accommodate Thai cultural norms in a language that is devoid of such constructs by using these words in a pidgin, ad-hoc style way.

Ending every sentences with the words "with respect and politeness", would be so cumbersome compared to the elegance of simply adding ka, albeit at the cost of making every foreigner wonder what on earth a ka is.

Earlier this year I sat down with some high school students to discuss the whys and wherefores of what happens when cyberspace meets the ancients in their traditional Thai silk dresses and carbon-intensive piles of paperwork and what they had to say was eye-opening; a real balance without any absolutes but yet with a trust in what we can do given the chance to be left to ourselves. The above example of language was one example of what our new generation think, the other being censorship.

These international school pupils, who asked not to be named for fear of being grounded by their parents more than anything else, had recently returned from their national service army training. Being from an international school and with a perfect command of the English language (I am a bit biased here, as I also graduated from that same school), I was told that on one occasion, one of the students had fallen ill and, after taking him back, rather than returning to training, the teacher instead took them to a computer lab where they were told to search the Internet for sites that violated the monarchy and should be censored.

Yes, I was told by a few 18-year olds that they were taken to a secret room in an army training camp where, as part of their military training, they had to scour the Internet for sites and comments in English that had to be censored. Obviously English is still too hard a language for normal Thai recruits to effectively work in.

The room itself was full of posters of His Majesty doing good things, as if to encourage the workers on with their task of defending the Crown. The system had a database with a hard-coded local IP address where entries for sites, forum postings and media such as YouTube clips were listed. Each page had 20 entries and the database was over 100 pages long.

I tried being cheeky. I asked what we had to do if they said bad things about government. The government isn't the King, right? The Sergeant said that this Government is representing the King and if you insult the government, you are indirectly insulting the King, the first kid told me.

In an hour I found four or five such sites, but only submitted two. The guys were really stupid. The others were more balanced critical comment rather than verbal thrashing, a second kid said.

I've got 10 more friends who are able to confirm this story, the first kid told me after I started to wonder if this was all for real.

Of course, they would be nothing sinister in the army compiling a list for forwarding to the MICT to submit to the courts for a court order to block them. However, my young friends had thought of that and told me that some of the links on the database had already been blocked, some as fresh as two days old, which would not have been enough time to go through the official procedure of getting a court order to censor the site.

That said, the young men in front of me seemed to be ambivalent about the need for censorship.

Some of the really stupid ones need to be censored, but the type that present a credible argument need to be shown and we need to balance our reasons as to why we love the King. If you censor it, we can't defend it, one said.

But who decides on what is right? Whether this website is destructive or whatever? This leads to the whole idea of a big brother government in control of our lives, another argued.

I think society draws the line. With forums, you have posts and comments. People can click on a plus of minus and the Internet will decide for itself what is on view, the first responded.

I am sure these arguments will resonate in the hearts of many, as we have been reluctant to speak our minds and ask why the Emperor has no clothes on. As Jedi Master Yoda once said, truly wonderful, the mind of a child is.


Create Date : 30 กันยายน 2552
Last Update : 30 กันยายน 2552 18:25:57 น. 2 comments
Counter : 531 Pageviews.

 
ประเทศไทย มีวัฒนธรรมที่ผู้น้อยต้องเคารพต่อผู้ใหญ่เชื่อฟัง
เพราะคนไทยเรามีความคิดว่าผู้ใหญ่ ผ่านประสพการณ์มาก่อนและผู้ใหญ่เห็นผู้น้อย ก็แนะนำด้วยความรักและความเอ็นดู เราสอนให้ผู้น้อยกว่าต้องเคารพนบนอบต่อผู้ใหญ่ ปัจจุบันเด็กที่ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนึกว่าตัวเองรู้มากกว่า เลยละลาบละล้วง จาบจ้วงต่อผู้ใหญ่ และสำคัญผิดว่าการกระทำอย่างนั้นทำให้ตนเป็นฮีโร่ที่ด่าหรือก้าวล่วงต่อผู้ใหญ่ได้อย่างสะดวก
ดูฝรั่งเลี้ยงลูกสิครับ พอลูกโตเขาก็ให้ออกจากบ้านไปหากินเอง พอตัวเองแก่ตัว ก็ไม่มีใครดูแล ดีใหม


โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.152.24 วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:19:25:59 น.  

 
OLD FOOL since 2006


โดย: somporn IP: 58.9.116.30 วันที่: 23 ธันวาคม 2552 เวลา:8:27:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.