ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
พันธมิตรฯ,ปัญญาชนขวาจัด,ปัญญาชนตีสองหน้าและรัฐประหาร19กันยา

โดยรศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์

“ผมวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่เดือนกุมภา 49 ว่า กระบวนการขับไล่ทักษิณเป็นกระบวนการที่นำมาสู่ระบอบอำมาตยาธิปไตยและอำนาจนิยม สร้างความตกใจ-ช็อค-ไม่เชื่อ ให้กับบรรดาเพื่อนๆ ที่ไปอยู่บนถนนร่วมชุมนุม ‘ทักษิณ ออกไป’ ไปกินหญ้าอยู่กับสนธิ ลิ้มทองกุล” รศ.ดร.พิชิต กล่าว

แล้วเหตุการณ์นั้นก็เกิดขึ้นจริง รัฐประหาร 19 กันยา 49 จึงเกิดขึ้น ด้วยน้ำมือของแนวร่วมกลุ่มทุนเก่า-อภิสิทธิ์ชนราชการ, ‘ปัญญาชนขวาจัด’ ซึ่งในอดีตเคยเป็นฝ่ายซ้าย เป็นเสรีนิยม ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นพวกขวาจัดแล้ว และอีกกลุ่มหนึ่งซึ่ง รศ.ดร.พิชิต เรียกว่า ‘ปัญญาชนตีสองหน้า’

‘ปัญญาชนตีสองหน้า’ ซึ่งไม่ออกมาคัดค้านการขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง บางคนเห็นด้วยและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯเพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเล
ือกตั้ง เพียงแต่บอกว่าไม่เอารัฐประหาร แต่พอเกิดรัฐประหาร 19 กันยา ปัญญาชนขวาจัดก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเอาด้วย แต่ ‘ปัญญาชนตีสองหน้า’ หรือพวก ‘อีแอบ’ ก็บอกว่าไม่เห็นด้วย แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้ รัฐประหารก็เกิดขึ้นแล้ว มาช่วยกันกอบกู้บ้านเมือง มาช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญใหม่กัน ปัญญาชนพวกนี้คือพวกจิตสับสน บางคนบอกว่าไม่เอารัฐประหาร แต่รัฐธรรมนูญ 50 ร่างมาต้องเป็นประชาธิปไตย ถ้าร่างไม่ดีไม่เอา แต่ขอข้อนึงเปลี่ยนชื่อประเทศไทยเป็นสยาม

จริงๆ แล้วปัญญาชนกลุ่มนี้ก็เป็นแนวร่วมทางอ้อมให้กับการรัฐประหารด้วยการไม่คัดค้าน ไม่คัดค้านพันธมิตรฯตั้งแต่แรก แล้วตอนนี้ก็ออกมาช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญ

15 ปีผ่านไป เมื่อ ‘ซ้าย’ ย้ายไป ‘ขวา’

“ปัญญาชนเหล่านี้ไม่ว่าจะพวก ‘ขวาจัด’ หรือ ‘อีแอบ’ จำนวนมากหรือเกือบทั้งหมดก็ว่าได้ เคยเคลื่อนไหวเป็นแนวร่วมพฤษภาฯ บางคนมีประวัติเก่าแก่ตั้งแต่ 14 ตุลา”

รศ.ดร.พิชิต อธิบายว่า 15 ปีหลังเหตุการณ์พฤษภาฯ คนพวกนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ จากอดีตฝ่ายซ้าย สังคมนิยม เสรีนิยม ประชาธิปไตย มาเป็นพวกฝ่ายขวา และก็เป็นกันยกกลุ่ม อายุตั้งแต่ประมาณ 40 ไปจน 40 ปลายๆ จนถึงมากกว่านั้น เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่ผ่านมาทั้ง 14 ตุลา, 6 ตุลา, พฤษภา กลุ่มใหญ่พวกนี้กลายเป็นแนวร่วมของอำมาตยาธิปไตยและอำนาจนิยม และกลายมาเป็นพวกที่คอยให้ความชอบธรรมกับการรัฐประหารและรัฐบาลเผด็จการ

“ช่วง 14-15 ปี ตั้งแต่เหตุการณ์เดือนพฤษภา ถ้าเราย้อนกลับไปจะเห็นว่า กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ก็คือ ชนชั้นกลางในเมืองและปัญญาชนที่ออกมาเคลื่อนไหว พวกเขาเข้าไปมีอำนาจทางการเมืองทั้งโดยตรงและโดยอ้อมอย่างชัดเจน พวกเขาผนวกตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นปกครอง อภิสิทธิ์ชน คนพวกนี้ค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองจากปัญญาชนที่เคยอยู่กับประชาชน อยู่กับประชาธิปไตย มาเป็นปัญญาชนขุนนาง สมุนของระบอบอภิสิทธิ์ชนและอำมาตยาธิปไตย”

รศ.ดร.พิชิต ชี้ให้เห็นว่าองค์กรต่างๆ ในสังคมไทยในระดับข้างบนจะมีปัญญาชนวิชาชีพต่างๆ ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกไปมีส่วนร่วมเป็นกรรมการหรือสมาชิก ซึ่งคนที่เข้าไปก็มีทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัย ขณะที่ผู้นำองค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนมากเข้าไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา เช่น วัลลภ ตังคณานุรักษ์, เตือนใจ ดีเทศน์, หมอนิรันดร์ (พิทักษ์วัชระ) ฯลฯ ซึ่งเป็นเอ็นจีโอที่ปัจจุบันไปรับใช้เผด็จการหมดแล้ว

“ตัวอย่างที่ชัดเจนอีก คืออาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการ ก็เข้าไปเป็นที่ปรึกษาหน่วยราชการ ที่ปรึกษานักการเมือง ไปนั่งเป็นกรรมการบอร์ดต่างๆ เต็มไปหมด ก็พรรคพวกผมทั้งนั้น คนพวกนี้เข้าไปเสวยสุข เสวยผลประโยชน์และตำแหน่งในระบบของอภิสิทธิ์ชน เวลาผ่านไป คนพวกนี้ความคิดก็เปลี่ยนไป บางคนเป็นคณบดี, อธิการบดี, รองอธิการบดี, หัวหน้าโครงการต่างๆ, หัวหน้าโครงการวิจัยใหญ่ๆ เงินทั้งนั้น ตำแหน่งทั้งนั้น บางคนก็ไปอยู่สถาบันวิจัย เช่น สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ซึ่งตอนนี้ก็เป็นนักการเมืองกันไปทั้งสถาบัน อัมมาร สยามวาลา ไปอยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติอัน“ทรงเกียรติ”, ฉลองภพ (สุสังกร์กาญจน์) เป็นรัฐมนตรีคลัง และก็คนอื่นๆ อีก สมเกียรติ (ตั้งกิจวาณิชย์)ฯลฯ คนพวกนี้เข้าไปเสวยอำนาจในระบบอย่างเต็มที่ เป็นกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์จากเหตุการณ์เดือนพฤษภาปี 35 อย่างเต็มที่”

เอ็นจีโอ ยกสถานะเป็นองค์กรที่มีอำนาจมาก มีอำนาจจนหน่วยราชการต้องกลัวเกรง รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ต้องเจียดงบประมาณให้กับเอ็นจีโอเป็นร้อยเป็นพันล้านทุกปี ผ่านตัวแทนทางจิตวิญญาณของเอ็นจีโอคือประเวศ วะสี, เสน่ห์ จามริก พวกนี้คือท่อน้ำเลี้ยงที่รัฐบาลต้องเจียดเงินไปให้และกระจายไปสู่เอ็นจีโอทั่วประเทศ

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเมื่อทักษิณเป็นนายก ทักษิณไม่ใช้นักวิชาการ และยังไม่ให้ความสำคัญกับเอ็นจีโอ นโยบายประชานิยมของรัฐบาลทักษิณเซาะกร่อนฐานเงินของเอ็นจีโอ เรื่องนี้เอ็นจีโอพูดไว้ชัดเจนว่า กำลังด้านการเมือง ด้านชาวบ้าน หายไปเยอะ เพราะชาวบ้านทุกวันนี้เขาไม่ต้องพึ่งเอ็นจีโอก็ได้ เพราะมีทั้งกองทุนหมู่บ้าน สามสิบบาทรักษาทุกโรค โอท็อป ฯลฯ ถ้าชาวบ้านมีอาชีพ เอ็นจีโอก็ตกงาน เอ็นจีโอโกรธแค้นมาก เมื่อทักษิณมาบอกว่า คนพวกนี้เป็นนายหน้าค้าความจน

รศ.ดร.พิชิต กล่าวสรุปว่า นับแต่เหตุการณ์พฤษภาฯเป็นต้นมา ปัญญาชนกลุ่มใหญ่ นักวิชาการ นักวิจัย ราษฎรอาวุโส เอ็นจีโอ ได้ผนวกตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นอภิสิทธิ์ชน ได้เสวยประโยชน์ต่างๆมากมายจากชัยชนะเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 35

แนวร่วมขวาจัดก่อรัฐประหาร 19 กันยา

รศ.ดร.พิชิต กล่าวว่า การรัฐประหารครั้งนี้ (19 กันยา) ไม่ได้ทำโดยทหารฝ่ายเดียว แต่เป็นแนวร่วมขนาดใหญ่ของกลุ่มทุนเก่า-อภิสิทธิ์ชน, ทหาร, ข้าราชการ, ตำรวจ, ปัญญาชนขวาจัด ฯลฯ หลังการรัฐประหารจึงมีการแบ่งเค้ก แบ่งปันผลประโยชน์มากมายให้คนพวกนี้
“ถ้าอยากรู้ว่า ‘ปัญญาชนขวาจัด’ และ ‘อีแอบ’ เป็นใครบ้าง ให้ไปดูรายชื่อในสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาร่างรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมา มีคนที่สนิทกับผมอยู่หลายคนทั้ง สุริชัย หวันแก้ว, ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ, โคทม อารียา เป็นต้น ที่ไม่ต้องพูดถึงเลยคือ สมศักดิ์ โกศัยสุข และ พิภพ ธงไชย ซึ่งเคยเป็น ‘ปูชนียบุคคล’ ของภาคประชาชน แต่คนพวกนี้หน้าไหว้หลังหลอก มือถือสากปากถือศีล อาศัยทุนทางสังคมที่สั่งสมไว้มาใช้หลอกคน ไปที่ไหนก็บอกว่าเป็นตัวแทนภาคประชาชน ใครแต่งตั้งเอ็งเป็นตัวแทนภาคประชาชน เอ็งเป็นขุนนางศักดินาไปหมดแล้ว” พิชิต ระบุ

คนบางคนพวกนี้ไม่ได้อาศัยทุนสังคมของตัวเองในฐานะนักเคลื่อนไหวหรือทำคุณงามความดีมา
บ้างเพียงเท่านั้น แต่ยังไปขโมยทุนสังคมของคนอื่นมาใช้อีก คือทุนสังคมของ อ.ปรีดี และ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

“คนบางคนไปประชุมที่ไหน คำก็ อ.ป๋วย, สองคำ ก็ อ.ป๋วย, ห้าสิบคำก็ อ.ป๋วย คนบางคนเอารูปที่ถ่ายกับ อ.ป๋วย ขึ้นมากราบ กลัวคนไม่รู้ว่าเป็นลูกศิษย์ อ.ป๋วย แต่กลับไปสนับสนุนรัฐประหาร 19 กันยา ทั้งอย่างเปิดเผยและอีแอบ ใช้ทุนสังคมของตัวเองไม่พอ ยังใช้ทุนสังคมของผู้มีพระคุณของประเทศไทยสองคนมาใช้ แถมยังใช้อย่างเปลืองเสียด้วย”


Create Date : 28 สิงหาคม 2550
Last Update : 28 สิงหาคม 2550 15:48:48 น. 12 comments
Counter : 276 Pageviews.

 
ดีครับ


โดย: เราและนาย IP: 202.28.35.1 วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:16:03:46 น.  

 
ที่อาจารย์มองคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่แคบๆเท่านั้น เป็นการมองแบบเจาะเอาแบบกำหนดล่วงหน้า
ผมไม่คิดว่า พันธมิตรจะตีสองหน้าหรอกครับ เพียงแต่เขาไม่ทำดั่งใจอาจารย์เท่านั้น พันธมิตรไม่ชอบทั้งเผด็จการนายทุนแบบทักษิน หรือเผด็จการทหาร ที่ไม่ได้ต่อต้านทหารเพราะจะมีการเลือกตั้งจะมีการคืนอำนาจ ก็ยังรอดูอยู่ เหมือนรอดูคุณทักษินตั้ง 5 ปีไง เราให้โอกาสคนเสมอ


โดย: Adoon (aduntak ) วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:16:57:01 น.  

 
อาจารย์บางคนควรเปลี่ยนคำนำหน้าเป็นอาจม ถ้าอย่างประพฤติตัวแบบนี้อีก ก็ไม่ควรเรียกอาจารย์ครับ


โดย: whiteclub IP: 64.62.138.10 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:20:43:04 น.  

 
ด.รพิชิตเป็นถึงดอกเตอร์แต่ยังเป็นลิ่วล้อทักษินยอมรับเงินค่าจ้างเล็กๆน้อยๆน่าสงสารจัง


โดย: ฅนไท IP: 125.25.142.91 วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:50:38 น.  

 
ไม่ว่าชนชั้นใดจะใส่เสื้อสีอะไรก็ตามในโลกนี้ การเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองในทางสร้างสรรค์บนพื้นฐานของการได้มาซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติประชาชนโดยส่วนรวมจริงๆที่ไม่มีอะไรแอบแฝงและผลประโยชน์ที่ได้มานั้นไม่ได้ทำเพื่อบุคลใดบุคลหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากการเข้าไปมีส่วนร่วมถ้าหากจะส่งผลกระทบในทางลบมากมายเกิดขึ้นในเวลานี้ ก็ดีกว่านั่งมองดูประเทศตัวเองล้มสลายกันตาปริบๆในภายหน้าเพียงเพื่อประเคนผลประโยชน์ให้กับคนเพียงคนเดียวหรือตนเอง


โดย: ยุทธนา นันทวงษ์ IP: 222.123.205.162 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:3:53:56 น.  

 
โสกราตีสและเพลโตมีความเชื่อว่าคุณธรรมคือตัวนำไปสู่การมีชีวิตที่ดีและการประพฤติที่ถูกต้อง โสกราตีสและเพลโตเชื่อว่าถ้าบุคคลรู้ว่าชีวิตที่ดีคืออะไร มนุษย์จะไม่ทำในสิ่งที่ผิด ทรรศนะดังกล่าวนี้เชื่อว่าการกระทำผิดเกิดจากการขาดความรู้และการขาดคุณธรรมพื้นฐาน 4 ประการ คือ
1) ความยุติธรรม (justice)
2) ความรอบคอบ (prudence)
3) ความกล้าหาญอดทน (fortitude)
4) ความรู้จักประมาณ (temperance)
คุณธรรมเหล่านี้เป็นตัวนำให้บุคคลมีชีวิตที่ดีและมีการกระทำที่ถูกต้อง


โดย: ยุทธนา นันทวงษ์ IP: 222.123.205.162 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:3:58:39 น.  

 
คุณธรรมสองชนิดของอริสโตเติ้ลกล่าวไว้ว่า
1) คุณธรรมทางปัญญา (intellectual virtue)
2) คุณธรรมทางจริยธรรม (moral virtue)
คุณธรรมทางปัญญาเกิดจากการพัฒนาและการอบรมสั่งสอนซึ่งต้องใช้ประสบการณ์และเวลา ส่วนคุณธรรมทางจริยธรรมเป็นผลจากการประพฤติปฏิบัติ
ความรู้ที่เกิดจากปัญญาและเหตุผลนำมนุษย์ไปสู่ความเข้าใจในจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการกระทำ รู้จักแยกแยะการกระทำที่ดีและรู้จักคุณค่าทางจริยธรรมคือ ดี ถูก ผิด ฯลฯ คนดีคือคนที่ทำในสิ่งต่าง ๆ ด้วยปัญญาและเหตุผล



โดย: ยุทธนา นันทวงษ์ IP: 222.123.205.162 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:4:06:02 น.  

 
ลักษณะบุคลิกภาพของ บคคลที่มีแนวคิด อำนาจนิยมแบบใหม่ “เผด็จการ ทุนนิยม ฟาสซิสต์”
1. สร้างจุดเด่นให้เห็นในความคลั่งชาติ มักจะใช้ มอตโต หรือคิด สโลแกน เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองรักชาติ
2. รังเกียจเรื่องสิทธิมนุษยชนหรือไม่ให้ความสำคัญ
3. มักให้ความสำคัญแก่การใช้จ่ายงบประมาณด้านการทหารและงบประมาณที่เป็นประโยชน์ของตนและพวกพ้องมากกว่าเรื่องปากท้องและ งบที่ก่อเกิดประโยชน์แก่ประชาชน
4. หมกมุ่นกับความมั่นคงของกลุ่มตน มากกว่าการเสียหายของประเทศชาติบ้านเมือง
5. ปกป้องผลประโยชน์ภาคธุรกิจของคนกลุ่มตนมากกว่าส่วนรวม
6. รังเกียจปัญญาชนโดยมีความคิดว่าปัญญาชนนั้นมีแต่ความคิดแต่กระทำไมเป็นไม่รู้จริง เป็นต้น.
7. กดขี่แรงงานเพราะถือว่าเป็นคนชั้นต่ำไม่มีความคิดจ้างให้ทำอะไรก็ทำจึงไม่ให้ความสนใจในเรื่องความเป็นอยู่เท่าที่ควร
8. ชอบเล่นพรรค เล่นพวก ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องในงานการเมือง ธุรกิจ ราชการคิดว่าการ คอร์รัปชันเป็นเรื่องธรรมดา
9. ชอบโกงการเลือกตั้งในการทุ่มเงินลงไปในการซื้อเสียงและนำนโยบายที่เป็นไปในแนวทางซื้อคะแนนนิยมมัวเมาประชาชน
10. ชอบที่จะเข้ามาแทรกแซงและควบคุมสื่อสารมวลชนเพื่อที่จะปกปิดความผิดของตนในขณะเดียวกันก็ใช้สื่อเป็นกระบอกเสียงให้แก่ตนและพรรคพวกบิดเบือนความจริงให้ร้ายฝ่ายตรงข้ามเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเองและพรรคพวกให้ประชาชนได้เห็นมุมมองเพียงด้านเดียวและปิดกั้นโจมตีสื่อทุกสื่อที่คิดว่าจะเป็นอันตรายแก่ตน
11. ชอบใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหาโดยไม่คำนึงถึงถูกผิดและความเสียหาที่จะเกิดขึ้นเพราะคิดว่าประชาชนเมื่อมอบอำนาจให้แก่ตนแล้ว ฉะนั้นการตัดสินใจใดๆก็ต้องตกอยู่ในอำนาจของตนโดยชอบธรรมแล้ว
12. ไม่ชอบการต่อต้านเพราะในความคิดของตนนั้นคือ ผู้ที่มีอำนาจย่อมอยู่เหนือผู้ใต้อำนาจจึงจะถูกและไม่ควรมรการออกมาต่อด้าน.
วัฒนธรรมทางการเมืองแบบอำนาจนิยมทั้งสาม ในประเทศไทยที่มีการรับเอาวัฒนธรรมที่หลากหลายจาก นานาประเทศที่เข้ามาทำธุรกิจต่างๆของเหล่าบันดาพ่อค้า และจากการที่คนไทยระดับปัญญาชนบางส่วนที่เดินทางไปศึกษายังต่างประเทศรวมทั้งนักการเมืองแบบเก่าและนักประชาธิปไตยเองบางส่วนที่เห็นถึงการพัฒนาทางการเมืองของไทยนั้นมีพัฒนาการณ์ที่ช้ามากเมื่อเทียบกับชาติอื่น
ดังนั้นจึงได้มีการรวมตัวกันขึ้นเพื่อที่จะเข้ามามี อิทธิพลต่อวัฒนธรรมทางการเมืองของไทยเรียกว่าอำนาจนิยมประชาธิปไตยทุนอุปถัมภ์ ที่เห็นเด่นชัดในผู้ที่มีลักษณะอำนาจนิยมแบบนี้


โดย: ยุทธนา นันทวงษ์ IP: 222.123.205.162 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:4:13:44 น.  

 
นายวีระ มุสิกพงศ์ เคยเป็นนักเขียนและนักข่าวของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เริ่มเส้นทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์พ.ศ. 2518 เป็น ส.ส. เขตพญาไทได้เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชพ.ศ. 2519แต่กลับร่วมมือกับฝ่ายค้านลุกขึ้นอภิปรายนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคของตัวเองพ.ศ. 2519-2522 เกิดความขัดแย้งกับนายสมัคร สุนทรเวช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อนร่วมพรรคประชาธิปัตย์ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายสมัครเขียนหนังสือชื่อ"สันดานนักหนังสือพิมพ์" ส่วนนายวีระได้เขียนหนังสือโต้ตอบนายสมัคร ชื่อว่า"สันดานรัฐมนตรี"ในเหตุการณ์กบฏ26มีนาคม พ.ศ. 2520โดย พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เพื่อ สะถาปันนารัฐเผด็จการ ขึ้นมาแทนที่ รัฐประชาธิปไตย ซึ่งนายวีระมีส่วนร่วมด้วย จึงถูกจำคุกด้วยข้อหากบฏหลังจากได้รับอิสรภาพในปีพ.ศ.2522ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตดุสิตแต่พ่ายแพ้ให้แก่นายสมัครอย่างยับเยินนายวีระได้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี3สมัยโดยการสนับสนุนจากพลเอกเปรมในรัฐบาลพลเอกเปรมพ.ศ.2531ต้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในการปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ถูกจำคุก4ปี ที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์เมื่อจำคุกได้หนึ่งเดือนก็ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากได้รับพระราชทานอภัยโทษโดยคำขอพระราชทานอภัยโทโดยพลเอกเปรม ลงนามเสนอโดยพลเอกประจวบ สุนทรางกูรต่อมาหันไปเป็นคนสนิทของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ พรรคความหวังใหม่ซึ่งพรรคหวังใหม่ได้ยุบรวมกับพรรคไทยรักไทยส่งผลให้นายวีระกลับมาเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทยเมื่อพ.ศ.2538นายวีระจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาชื่อ"พรรคดำรงไทย"แต่ไม่เคยได้ ส.ส. เลยแม้แตเคนเดียวพ.ศ.2550ก็เป็นแกนนำ"แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ"นปก.ต่อมาได้ปราศรัยโจมตีรัฐประหาร 2549แถมยังปราศรัยโจมตีพล.อ.เปรม ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งได้เคยมีบุญคุณต่อนาย วีระ อย่างใหญ่หลวงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารปัจจุบันนายวีระเป็นพิธีกรรายการความจริงวันนี้ ทาง NBT วันที่15ส.ค.2551ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับที่จ.2428/2551ตามคำร้องของ พ.ต.ท.สุเมธ จิตต์พานิชย์รอง ผกก.สส.เพื่อจับกุมตัวนายวีระแกนนำ(นปก.)และพิธีกรรายการ“ความจริงวันนี้”(ความเท็จวันนี้)ผู้ต้องหาในความผิด ฐานหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือ แสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี และองค์รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112เนื่องจากเมื่อวันที่6พ.ค.50นายวีระแกนนำกลุ่มพีทีวีและนปก.ได้มีการปราศรัยต่อกลุ่มผู้ชุมนุมที่ท้องสนามหลวงโดยมีข้อความบางตอนที่อาจเข้าข่ายเป็นการดูหมิ่นเบื้องสูง(ไม่สามารถเปิดเผยได้) ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามได้รวบรวมพยานหลักฐานจนมีการขออนุมัติหมายจับในคดีดังกล่าวทั้งนี้ศาลได้พิเคราะตามคำร้องโดยมีหลักฐานที่เห็นสมควรว่าผู้ต้องหาน่าจะได้กระทำผิดคดีอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน3ปีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญามาตรา 66 (1) จึงอนุญาตให้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาตามขอ และ เมื่อจัดการตามหมายจับแล้วให้ส่งบันทึกการจับกุมต่อศาลภายใน7วัน
นายวีระ มุสิกพงศ์ คือนักต่อสู้เพื่อรักษาซึ่ง ระบอบประชาธิปไตย จริง หรือ..โกหก..หรือการทำลาย * 2519ร่วมมือกับฝ่ายค้าน หักหลังพรรคตัวเองโดยการลุกขึ้นอภิปรายโจมตี หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชนายกรัฐมนตรีหัวหน้าพรรคของตัวเองอย่างดุเดือด * 2519-2522เกิดความขัดแย้งกับ นายสมัคร สุนทรเวช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อนร่วมพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกัน * เหตุการณ์กบฏ26มีนาคม2520โดยพล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียรเพื่อ สะถาปันนารัฐเผด็จการ ซึ่งนายวีระมีส่วนร่วมด้วยและถูกจำคุกด้วยข้อหากบฏ * 2522ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตดุสิตแต่พ่ายแพ้ให้แก่นายสมัครอย่างยับเยิน * ได้เป็นรัฐมนตรีถึง 3 สมัยโดยการสนับสนุนของ พลเอกเปรม * *2531ต้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในการปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดบุรีรัมย์ถูกจำคุก4ปี ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากได้รับพระราชทานอภัยโทษโดยคำขอพระราชทานอภัยโทของ พลเอกเปรม ลงนามเสนอโดย พลเอกประจวบ สุนทรางกูร * มาหันไปเป็นคนสนิทของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ พรรคความหวังใหม่ซึ่งได้ยุบรวมกับพรรคไทยรักไทย * 2538นายวีระจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาชื่อ"พรรคดำรงไทย"แต่ไม่เคยได้ ส.ส. เลยแม้แต่เคนเดียว * 2550 เป็นแกนนำ"แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ"นปก.ได้ปราศรัยโจโจมตี และ ปลุกระดมมวนชน ทั้งจ้างมาและมาเอง(เพราะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ครบท้วนและไม่มีมูลความจริง) บุกบ้าน พล.อ.เปรม ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งได้เคยมีบุญคุณต่อนาย วีระ อย่างใหญ่หลวง เกิดกว่า คนอย่าง วีระ มุสิกพงศ์ จะทดแทนได้หมดในชาตินี้ .....


โดย: ยุทธนา นันทวงษ์ IP: 222.123.205.162 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:4:19:15 น.  

 
พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งคนแรก ที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี แต่กลับต้องพ้นจากตำแหน่งในวาระที่สอง เนื่องจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ขณะกำลังร่วมการประชุมสหประชาชาติ ที่ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ทักษิณ เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ที่อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2523 พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ได้เริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวหลายอย่าง ควบคู่ไปกับการรับราชการตำรวจ เช่น ค้าขายผ้าไหม ซื้อภาพยนตร์ฉาย กิจการโรงภาพยนตร์ ธุรกิจคอนโดมิเนียม แต่กลับประสบความล้มเหลว มี หนี้สินล้นพ้นตัว ระหว่างนั้นได้ลาออกจากราชการ ทักษิณ เคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์หลายเรื่องโดยมักเป็นการนำภาพยนตร์ที่เคยได้รับความนิยมกลับมาสร้างใหม่ แต่ส่วนมากไม่ประสบความสำเร็จในด้านรายได้ พ.ศ. 2526 ทักษิณ ได้ก่อตั้ง และเป็น ประธานกรรมการ บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์จำกัด(ชื่อเดิม ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไอซีเอสไอ (ICSI) ปัจจุบันได้เข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน)มี นายบุญคลี ปลั่งศิริ เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร) ดำเนินธุรกิจให้เช่าคอมพิวเตอร์แก่สำนักงานต่างๆ และได้ขยายกิจการไปสู่ การให้บริการ วิทยุติดตามตัว เข้าไปทำสำประธาโทรศัพท์เคลื่อนที่ ดาวเทียม โทรคมนาคม ครบวงจร จนนำไปสู่การชำระหนี้สินในช่วงแรกของการทำธุรกิจ และประสบผลสำเร็จทางธุรกิจในที่สุด พ.ศ.2537 ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่ง ประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น โดยได้โอนหุ้นให้ คุณหญิงพจมาน นายพานทองแท้ นางสาวพิณทองทา นางสาวแพทองธาร คนรับใช้ คนสวน คนขับรถ และ คนสนิทถือแทน จากนั้นไม่นาน ก็เข้าสู้การเมือง โดย การชักชวน ของ พลตรี จำรอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรค พลังธรรมต่อมาได้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในสมัย รัฐบาล นายชวน หลีกภัย ในปีต่อมา เข้ารับตำแหน่ง หัวหน้าพรรคพลังธรรม ต่อจากจำลอง ศรีเมือง และ ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ในสมัย รัฐบาล นายบรรหาร ศิลปะอาชา พ.ศ. 2539 ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ในสมัย รัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ.ทักษิณ ได้ก่อตั้ง พรรคไทยรักไทย และ ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรค จนในที่สุด ได้ขึ้นสู่ตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544.ในช่วงแรกที่ ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ป.ป.ช.ได้มีมติว่าบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งเป็นเท็จ ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิด ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ประเด็นนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติพิพากษา ด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 7 ให้ยกคำร้องดังกล่าวในนอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน จากตำแหน่งทางการเมือง อาจเอื้อผลประโยชน์ต่อธุรกิจของครอบครัว โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัมปทานจากรัฐ ซึ่งคล้ายคลึงกับกรณีของ ซิลวีโอ แบร์ลุสโกนี นายกรัฐมนตรีของอิตาลี รัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ในสมัยแรก ดำเนินนโยบายต่างๆ ที่ได้รับความนิยมจากประชาชน เช่น การพักชำระหนี้เกษตรกร,โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค,โครงการบ้านเอื้ออาทร โดยการออกโฆษณาโครงการต่างๆผ่านสื่อของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ทักษิณ ก็ยังได้รับความนิยมจากกลุ่มเกษตรกร และประชาชนในชนบททั่วไปอย่างมาก หากแต่มีเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่า เป็นการดำเนินนโยบายแบบประชานิยม ประชานิยม คือ นโยบายที่สัญญาว่าจะให้ และ ให้โดยการใช้ภาษีของประชาชนทั้งประเทศไปให้ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งหรือให้เฉพาะกลุ่มที่สนับนุนตนและหัวคะแนนของตน )โดยไม่คำนึงถึงว่าการให้นั้นเป็นการเลือกปฏิบัติหรือเป็นการให้โดยไม่คำนึงถึงผลเสียใดๆทั้งสิ้น ของเพียงได้ซื้อเสียของประชาชนที่แฝงไปกับนโยบายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษิณ ไม่ได้ควักกระเป๋าตัวเองแม้แต่ สลึงเดียว และประชาชนก็ชอบอะไรๆที่ได้มาโดยไม่ต้องลงทุนอยู่แล้ว แต่หารู้ไม่ว่านั่นเป็นเสมือนสิ่งเสพติด ที่วันข้างหน้ามันจะต้องออกอาการลงแดงไม่วันใดก็วันหนึ่งถ้าประชาชนยังนิยมการได้มาซึ่งผลประโยชน์เพียง เศษของเศษผงทุลี ถ้าเปรียบแถบกันผลประโยชน์ที่ ทักษิณ และพวกพ้อง จะได้รับกับการ ปล้นชาติ กินเมือง จากนั้นก็จะ โยนเศษกระดูกจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศมา อัดปาก ประชาชนที่สนับสนุนตน (ชั่งฉลาดจนเหลือคำบรรยาย ทั้งประชาชน ทั้ง ทักษิณ โดยเฉพาะ ประชาชน ที่ชอบนโยบายประชานิยม น่าจะฉลาดเหนือคำรำพันจริงๆ...) ต่อมา ในปี พ.ศ. 2546 ได้มีนโยบายทำสงครามปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดอย่างรุนแรง ระยะเวลา 3 เดือน และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีการฆ่าตัดตอนผู้กระทำความผิด เพื่อไม่ให้สืบสวนไปถึงผู้บงการรายใหญ่ และยังเป็นการตัดตอนกระบวนการยุติธรรม โดยไม่ให้โอกาสผู้กระทำความผิดได้พิสูจน์ตัวเองในศาล ทั้งยังเห็นว่า มีผู้ถูกวิสามัญฆาตกรรมจำนวนหนึ่ง ที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลยแม้แต่น้อย


โดย: ยุทธนา นันทวงษ์ IP: 222.123.205.162 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:4:30:38 น.  

 
มีผู้รู้ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการตัดช่องทางทำมาหากินของผู้มีอิทธิพลฝ่ายตรงกันข้าม เพราะเป็นที่รู้ๆกันอยู่ เช่น กำนันเปาะ เป็นใคร เสนาะ เทียนทอง เป็นใคร เนวิน ชิดชอบ เป็นผู้ใดและอีกหลายๆคนที่ไม่ได้เอ่ยถึง ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลของ ทักษิณ และการจำหน่ายสลากเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของรัฐบาล โดยนำรายได้จากการจำหน่ายส่วนหนึ่ง ไปเป็นทุนการศึกษา สำหรับเยาวชนที่ครอบครัวมีฐานะยากจน แต่ก็มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า รายได้ในส่วนอื่นที่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้มันไปไหน ว่านำไปใช้อะไรบ้าง ซึ่งรัฐบาลสมัยนั้นก็มิได้เปิดเผยรายละเอียดดังกล่าว และยังมีโครงการ แท็กซี่เอื้ออาทร โดยคิดค่าเช่ารถในราคาประหยัด เพื่อสร้างอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อย แต่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่า มีการลักลอบเปิดโอกาสให้ทำธุรกิจเช่าแท๊กซี่ได้อย่างเสรี เพื่อเอื้อประโยชน์ให้เครือญาติของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ที่ดำเนินธุรกิจให้เช่าแท๊กซี่ในกรุงเทพมหานคร เป็นผลให้เกิดปริมาณรถแท๊กซี่บนท้องถนนมากเกินความจำเป็น นอกจากนี้ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ก็มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มักใช้อำนาจสนับสนุนหรือเอื้อประโยชน์ให้เครือญาติและบุคคลใกล้ชิด เช่น การสนับสนุนให้ได้รับตำแหน่งสำคัญ อย่างการผลักดันให้ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ให้ได้รับตำแหน่งสำคัญอย่าง ผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในเวลาต่อมา รวมถึง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นพี่ชายของคุณหญิงพจมาน รวมถึงการใช้อำนาจต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มชินคอร์ป เช่น ลดค่าภาษีสัมปทานโทรคมนาคม ให้กับบริษัทเอไอเอส ลดค่าสัมปทานเช่าคลื่นความถี่ ให้กับบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เป็นต้นในกรณีการขายหุ้นชินคอร์ป เป็นจุดที่ทำให้ประชาชนที่ต่อต้าน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ รวมถึงกลุ่มคนที่เห็นว่าว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ หลีกเลี่ยงภาษี ร่วมกันแสดงท่าทีขับไล่ ทักษิณ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมประท้วง ที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาล ทักษิณ จัดขึ้นนานมาแล้ว จนเมื่อเกิดการขายหุ้นดังกล่าว ตามที่ นาย สนธิ ได้คาดการณ์ไว้ล้วงหน้าแล้ว แต่ ทักษิณได้ปฏิเสธตลอดมา ส่งผลให้มีผู้ร่วมชุมนุมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เย็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ทักษิณ ได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 19 กันยายน เวลาประมาณ 21.00 น. คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะ ทำรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ซึ่งอยู่ระหว่างร่วมการประชุมสหประชาชาติ ที่ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นับแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ทักษิณ ได้มอบหมายให้ นายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว เพื่อทำหน้าที่ ผู้แทนทางกฎหมายในประเทศไทย นอกจากนี้ นายนพดลยังได้จัดแถลงข่าว เพื่อตอบโต้ผู้กล่าวหาและโจมตี ทักษิณ อยู่เป็นระยะๆ ต่อมา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ได้กล่าวโจมตี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ อย่างรุนแรง จากกรณีที่ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ออกมากล่าวหาว่า มีผู้ว่าจ้างให้คนเขียนบทความต่อต้านระบบเศรษฐกิจพอเพียง และสนับสนุนระบบ ทักษิโณมิกส์ โดยทั้งสองมิได้ระบุว่า มีหลักฐานที่อ้างอิงได้ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงข่าว พร้อมนำเอกสารมาแสดงว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ได้ว่าจ้าง บริษัทล็อบบียิสต์ แห่งที่ 2 เพื่อให้ช่วยงานด้านการเมือง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551 พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ตัดสินใจไม่ไปรายงานตัวต่อศาล ในคดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก โดยทั้งสองเดินทางไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่มีบุตรธิดาทั้งสามรออยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงออกหมายพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ และคุณหญิง จำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาทและตั้งสินบนนำจับทันที โดยคดีของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ จะมีอายุความ 15 ปี ถึงวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ส่วนคุณหญิงพจมาน มีอายุความ 10 ปี ถึงวันที่ 12 สิงหาคม
2 คำถามที่ ผู้ที่ชื่นชอบทักษิณ ไม่กล้าตอบ
1.ทำไมหลายปีที่ผ่านมา เขมรถึงไม่อ้างสิทธิเหนือเขตทับซ้อนแต่ตอนนี้กับมาอ้างสิทธิ(ก็เพราะเอกสารประกอบในการขึ้นปราสาทวิหารทางเขมรได้แนบแผนที่ของเขมรฉบับที่ฝรั่งเศส ทำขึ้น แต่เป็นคนละฉบับกับของไทยเมื่อฝ่ายไทยเซ็นยินยอมให้เขมรขึ้นปราสาทเป็นมรดกโลกแต่เพียงผู้เดียวก็เท่ากับว่าไทยได้ยอมรับแผนที่ของเขมรแล้ว ดังนั้นเขมรจึงมีความชอบธรรมในการอ้างสิทธิเหนือเขตทับซ้อน ทำไม่ ทนายที่จบจากนอก อันดับต้นๆ ของเมืองไทยอย่าง นายนภดล ถึงจะไม่รู้.)
2.ถ้า ทักษิณ มีความจงรักภักดีจริง ทำไมแกนนำ นปก.(เสื้อแดง)อย่าง นายวีระ-จักรภพ-นางดา และนาย สุชาติ ถึงได้กล้าพูดดูหมิ่นเบื้องสูงอย่างโจ่งแจ้งโดยเฉพาะนางดา ที่ขึ้นเวที นปก. ที่สนามหลวงมาเป็นเวลานับอาทิตย์ ซึ่ง2-3วันแรกนายสนธิ ได้บอกเป็นในๆแล้วหลายครั้งแต่ตำรวจก็ยังเฉยอยู่จนในที่สุดนายสนธิ ทนไม่ได้จึงออกมาเปิดเผยบนเวที วันต่อมาตำรวจจึงไปจับ นางดา พร้องทั้ง ตั้งข้อหาว่านายสนธิหมิ่นเบื้องสูงเสียอีกทั้งๆที่เป็นผู้บอกและเตือนตำรวจอยู่หลายวันก่อนที่จะทนไม่ได้..พร้อมทั้งรัฐบาล ทักษิณ-สมัคร-สมชาย ยังไม่ทำอะไรกับเว็บไซต์ที่ลงบทความโจมตีสถาบันเบื้องสูงเป็นร้อยๆเว็ปนับตั้งแต่4-5ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลทำไมไม่ ปิดหรือ จับ เว็บไซต์เหล่านี้ซะที่
“ถ้าเป็นประชาชนธรรมดาๆ หรือเป็นพี่น้องของท่าน ได้กระทำความผิดโดยไม่ได้ตั้งใจและยอมรับผิดในสิ่งที่ตนกระทำ ถามว่า รัฐบาลจะแก้กฎหมายให้ประชาชน และ พี่น้องของท่านให้พ้นผิดหรือไม่ แต่ถ้ารัฐบาลไม่แก้ให้ประชาชนแล้ว ถามว่า ใครกัน ที่เป็นอภิสิทธิชนดังคำพูดของ ทักษิณ กันแน่...”


โดย: ยุทธนา นันทวงษ์ IP: 222.123.205.162 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:4:32:34 น.  

 
แต่หารู้ไม่ว่านั่นเป็นเสมือนสิ่งเสพติด ที่วันข้างหน้ามันจะต้องออกอาการลงแดงไม่วันใดก็วันหนึ่งถ้าประชาชนยังนิยม การได้มาซึ่งผลประโยชน์เพียง เศษของเศษผงทุลี ถ้าเปรียบแถบกันผลประโยชน์ที่ ทักษิณ และพวกพ้อง จะได้รับกับการ ปล้นชาติ กินเมือง จากนั้นก็จะ โยนเศษกระดูกจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศมา อัดปาก ประชาชนที่สนับสนุนตน (ชั่งฉลาดจนเหลือคำบรรยาย ทั้งประชาชน ทั้ง ทักษิณ โดยเฉพาะ ประชาชน ที่ชอบนโยบายประชานิยม น่าจะฉลาดเหนือคำรำพันจริงๆ...)<--- ข้อความของคุณตรงนี้ได้ย้อนศรกลับมาเล่นงานพรรคกะจั๊วด้วย เนื่องจากพรรคนี้ได้สืบทอดการใช้นโยบายนี้โดยอ้างว่ารากหญ้าเสพติดไปแล้ว ทั้งๆที่จริงควรจะค่อยลดบรรเทาการใช้นโยบายนี้ไปเรื่อยๆ แต่ที่ไหนได้พรรคนี้กลับใช้มันหนักข้อซะยิ่งกว่าแต่ยังใช้แบบโง่ๆยิ่งกว่าอีกต่างหากคือหารายได้มาใช้กับนโยบายนี้เป็นแค่ไปกู้เขามากับเพิ่มภาษีเท่านั้น หารายได้ทางอื่นไม่เป็น

ทำไมหลายปีที่ผ่านมา เขมรถึงไม่อ้างสิทธิเหนือเขตทับซ้อนแต่ตอนนี้กับมาอ้างสิทธิ(ก็เพราะเอกสาร ประกอบในการขึ้นปราสาทวิหารทางเขมรได้แนบแผนที่ของเขมรฉบับที่ฝรั่งเศส ทำขึ้น แต่เป็นคนละฉบับกับของไทย)<---- อ้าว... นั้นมันฝีมือของมรว.สุขุมพันธ์ ผู้ว่ากทม.คนปัจจุบันนั้นไม่ใช่เหรอ ที่ไปเซ็นMOUใช้แผนที่ฝรั่งเศสของเขมรตั้งแต่ปี2543นั้นต่างหาก เลยกลายเป็นช่องทางถือโอกาสให้เขมรยกพลเข้ามาตั้งชุมชนสร้างวัดในเขตพื้นที่ทับซ้อนตั้งแต่ตอนนั้น และทำให้เขมรถือโอกาสขึ้นทะเบียนพระวิหารโดยใช้แผนที่ของฝรั่งเศสไปด้วย

ฝ่ายไทยเซ็นยินยอมให้เขมรขึ้นปราสาทเป็นมรดกโลกแต่เพียงผู้เดียว<--- ตอแหลที่สุด ฝ่ายไทยโดยคุณนพดลเมื่อตอนนั้นได้ยื่นคัดค้านการขึ้นทะเบียนตามแผนที่ของฝรั่งเศสโดยพ่วงเอาพื้นที่ทับซ้อนไปด้วยต่างหาก ถ้าจะทำเช่นนั้นก็ต้องทำในนามร่วมของทั้ง2ประเทศเท่านั้นแต่ทางเขมรไม่ยอม ฝ่ายไทยจึงอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวประสาทเท่านั้นและต้องใช้แผนที่สำรวจโดยอเมริกาถ้าเป็นขึ้นทะเบียนแต่เพียงฝ่ายเดียว
แต่แล้วศาสดาลิ้มกับพรรคกะจั๊วก็พยายามแถสร้างกระแสคลั่งชาติเต็มพิกัดโดยไม่สนใจคำพิพากษาของศาลโลกที่ได้หมดเวลายื่นอุทธรณ์ไปเกือบ40ปีแล้วว่าปราสาทพระวิหารยังเป็นของไทย
พันธมิตรบอกว่าจะขอทวงคืนปราสาทพระวิหารแล้วไง นี่คือโอกาสของพวกคุณแล้วเมื่อสามารถส่งแนวร่วมอย่างกษิต ภิรมย์มาเป็นรมต.ต่างประเทศแล้วก็ควรจะรีบจัดการเรื่องนี้ซะตั้งแต่ต้น แล้วทำไมยังทำเงียบอยู่อีก แถมพฤติกรรมที่เคยด่านายกฮุนเซนของเขมรว่ากุ๊ยเมื่อช่วงนั้นพอมาตอนนี้กลับมาประจบสอพลอ กิ้งก่าเปลี่ยนสีหน้าด้านๆเลย

ส่วนเรื่องพูดดูหมิ่นเบื้องสูงเอาแค่กรณีจักรภพ คนแปลบทบรรยายภาษาอังกฤษก็เหมือนพยายามจะแปลความหมายออกมาให้ไปในเชิงดูหมิ่นซะให้ได้ โดยไม่ดูบริบทให้ดี แต่ในขณะเดียวกัน พระเทพฯที่มีพระดำรัสว่า They do thing for themselves ก็พยายามจะอ้างบริบทเพื่อบิดเบือนความหมายของคำว่าforให้กลับกลายเป็นbyได้ แปลกดีวุ้ย

เรื่องของไข่มุกดำจะดิสเครดิตอะไรก็ช่างเถอะครับ ผมสนใจแค่แนวคิดปัจจุบันของเขาว่ามีความเป็นประชาธิปไตยแค่ไหน ความผิดพลาดที่ผ่านมาก็ให้ถือเป็นบทเรียนของเขาไปแล้ว เขาก็ปรับเปลี่ยนไปมากแล้ว

กรณีการขายหุ้นชินคอร์ป เป็นจุดที่ทำให้ประชาชนที่ต่อต้าน พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ รวมถึงกลุ่มคนที่เห็นว่าว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ หลีกเลี่ยงภาษี<---- จนป่านนี้ยังเชื่อว่าขายหุ้นยังต้องเสียภาษียังงั้นเหรอ ถ้าขายหุ้นได้กำไรแล้วยังต้องเสียภาษีละก็คงไม่มีใครบ้าเอาเงินมาซื้อหุ้นหรอกนะ

ลักษณะบุคลิกภาพของ บคคลที่มีแนวคิด อำนาจนิยมแบบใหม่ “เผด็จการ ทุนนิยม ฟาสซิสต์”
1. สร้างจุดเด่นให้เห็นในความคลั่งชาติ มักจะใช้ มอตโต หรือคิด สโลแกน เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองรักชาติ
<---- เรื่องแบบนี้พันธมิตรทำเหมือนกันแหละฟ่ะ

2. รังเกียจเรื่องสิทธิมนุษยชนหรือไม่ให้ความสำคัญ<---- คนที่บังอาจยกเอาสิทธิมนุษยชนมาบังหน้าเพื่อหวังผลประโยชน์ของตนเองก็ถือว่าชั่วไม่แพ้กัน

3. มักให้ความสำคัญแก่การใช้จ่ายงบประมาณด้านการทหารและงบประมาณที่เป็น ประโยชน์ของตนและพวกพ้องมากกว่าเรื่องปากท้องและ งบที่ก่อเกิดประโยชน์แก่ประชาชน<---- เอ้า.... คมช.โดย บังสนธิ ไอ้พรั่ง และชลิต พุกผาสุก โดนฝ่ายเดียวเต็มๆ

4. หมกมุ่นกับความมั่นคงของกลุ่มตน มากกว่าการเสียหายของประเทศชาติบ้านเมือง<---- พันธมิตรโดยเฉพาะหมาเน๋เจ๋อนี่ก็เหมือนกันแหละว่ะ เผลอหนักข้อยิ่งกว่าอีกเพราะไปปิดยึดสนามบินสร้างความเสียหายให้กับการค้าส่งออกและการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล

5. ปกป้องผลประโยชน์ภาคธุรกิจของคนกลุ่มตนมากกว่าส่วนรวม<---- ก็เป็นกันหมดทุกฝ่ายนั้นแหละ

6. รังเกียจปัญญาชนโดยมีความคิดว่าปัญญาชนนั้นมีแต่ความคิดแต่กระทำไมเป็นไม่รู้จริง เป็นต้น<---- ปัญญาชนบางคนก็มีความคิดประหลาดๆ และเมื่อกาลเวลาผ่านไปได้พิสูจน์แล้วสิ่งที่เขาคิดมามันไม่มีค่าให้จดจำเลย และโดยเฉพาะTDRIอย่างฉลองภพ พอได้เป็นรมว.คลังปฏิบัติเองก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ปัญญาชนบางคนก็ทำเงียบเหอะๆ เลือกปฏิบัติเห็นๆ

7. กดขี่แรงงานเพราะถือว่าเป็นคนชั้นต่ำไม่มีความคิดจ้างให้ทำอะไรก็ทำจึงไม่ให้ความสนใจในเรื่องความเป็นอยู่เท่าที่ควร
8. ชอบเล่นพรรค เล่นพวก ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องในงานการเมือง ธุรกิจ ราชการคิดว่าการ คอร์รัปชันเป็นเรื่องธรรมดา
<---- ก็เป็นกันทุกฝ่ายนั้นแหละ แต่จะมากน้ิอยแค่ไหนอยู่ที่ตรรกะของคนแต่ละคนจะตัดสินกันเองไป

9. ชอบโกงการเลือกตั้งในการทุ่มเงินลงไปในการซื้อเสียงและนำนโยบายที่เป็นไปในแนวทางซื้อคะแนนนิยมมัวเมาประชาชน
10. ชอบที่จะเข้ามาแทรกแซงและควบคุมสื่อสารมวลชนเพื่อที่จะปกปิดความผิดของตนใน ขณะเดียวกันก็ใช้สื่อเป็นกระบอกเสียงให้แก่ตนและพรรคพวกบิดเบือนความจริงให้ ร้ายฝ่ายตรงข้ามเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเองและพรรคพวกให้ประชาชนได้ เห็นมุมมองเพียงด้านเดียวและปิดกั้นโจมตีสื่อทุกสื่อที่คิดว่าจะเป็นอันตราย แก่ตน
<---- พอมาตอนนี้กะจั๊วมาเป็นรัฐบาลก็เป็นแบบนี้เหมือนกันเลย

11. ชอบใช้ความรุนแรงในการตัดสินปัญหาโดยไม่คำนึงถึงถูกผิดและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเพราะคิดว่าประชาชนเมื่อมอบอำนาจให้แก่ตนแล้ว ฉะนั้นการตัดสินใจใดๆก็ต้องตกอยู่ในอำนาจของตนโดยชอบธรรมแล้ว
12. ไม่ชอบการต่อต้านเพราะในความคิดของตนนั้นคือ ผู้ที่มีอำนาจย่อมอยู่เหนือผู้ใต้อำนาจจึงจะถูกและไม่ควรมการออกมาต่อด้าน.
<---- เผด็จการคมช.นี่ชัดแจ้งที่สุดแล้ว


เอาละนะคุณยุทธนา นันทวงษ์ ดีแล้วครับที่คุณยกคุณธรรมออกมาโพสต์ แต่คนดีของคุณนี่กรุณาร่ายชื่อมาหน่อยสิครับว่าใคร ถ้าหมายถึง
- ป๋า
- พรรคกะจั๊ว
- ปปช.ที่ไม่ได้รับโปรดเกล้าทำเงียบกับเรื่องที่ชาติเสียหายมากที่สุดอย่างปรส.
- คุณหญิงสตง.ที่อ้างว่าสร้างคฤหาสน์ส่วนตัวด้วยเงินแค่4-5ล้าน
- ตุลาการศาลที่รับจ็อบงานข้างนอก
ถ้าเป็นคนพวกนี้ละก็ คุณอย่ายกมาให้เหม็นขี้ฟันเลยครับ

คนดีในสายตาผมนั้น ไม่ใช่คนที่ได้รับการรับรองแต่งตั้งของใครทั้งสิ้น ผมมีปัญญาคิดเอาเองได้ครับว่าคนดีที่เราควรจะรักษาไว้คือใครกันแน่
ผมใช้หลักกาลามสูตรมาประกอบตรรกะในการวัดความดีชั่วของมนุษย์นะครับ


โดย: ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร (spiralhead ) วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:10:55:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.