ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
เมื่อระบบการศึกษาไทยไม่ยอมรับระบบการศึกษาของอังกฤษ?

สลิสา ยุกตะนันทน์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ จิตติภัทร พูนขำ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษจำนวนเพิ่มมากขึ้นและในบรรดาบัณฑิตเหล่านี้มีผู้ที่สนใจสมัครเข้าทำงานเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยในไทยมากขึ้นด้วยทว่าพวกเขากลับเผชิญกับปัญหาร่วมกันนั่นคือ บัณฑิตที่จบการศึกษาจากอังกฤษจำเป็นต้องแปลงเกรดจากระบบอังกฤษให้เป็นระบบเกรดเฉลี่ยแบบอเมริกัน (GPA) โดยระบุว่าจะต้องได้คะแนน GPA ไม่ต่ำกว่า 3.50 (เพื่อให้สอดรับกับระเบียบกฎเกณฑ์ที่ สกอ. และมหาวิทยาลัยกำหนดขึ้นมา) ปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศไทยคือ การที่สกอ.และมหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่มีเกณฑ์กลางที่เป็นมาตรฐานในการพิจารณาระบบคะแนนแบบลำดับขั้นของประเทศอังกฤษ ความลักลั่นดังกล่าวนี้กลับกลายเป็นการกีดกันและเลือกปฏิบัติทางวิชาการกับบัณฑิตที่จบการศึกษาจากอังกฤษจนทำให้ตัดโอกาสในการเข้าเป็นอาจารย์โดยปริยาย

โดยพื้นฐานแล้ว ระบบการให้คะแนนอังกฤษนั้นแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากระบบของอเมริกัน โดยระบบอังกฤษเป็นระบบคะแนนแบบลำดับขั้น (Classification) ซึ่งเป็นระบบการให้คะแนนที่เป็นที่ยอมรับอย่างทั่วไปทั้งในอังกฤษและนานาประเทศรวมทั้งสหรัฐอเมริกาว่าเป็นระบบที่มีมาตรฐานสากล ระบบคะแนนแบบลำดับขั้นของประเทศอังกฤษนั้นประกอบด้วยลำดับขั้นของการจบอยู่ 3 ประเภท คือ Distinction (ดีเยี่ยม), Merit (ดี) และ Pass (ผ่าน) ทว่าการให้คะแนนแบบลำดับขั้นเหล่านี้ ในแต่ละมหาวิทยาลัยในอังกฤษก็มีความแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น สำหรับมหาวิทยาลัย Oxford และ Cambridge กำหนดให้ลำดับขั้นคะแนน Pass อยู่ที่ร้อยละ 60 และ Distinction อยู่ที่ร้อยละ 70 ในขณะที่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ส่วนใหญ่มักจะกำหนด Pass ที่ร้อยละ 50 Merit ที่ร้อยละ 60 และ Distinction ที่ร้อยละ 70

อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์เหล่านี้ก็มีความแตกต่างกันไปตามแต่ละมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่ต่างคณะกันก็มีความแตกต่างหลากหลายออกไปด้วย เช่น แม้ว่าคณะโดยส่วนใหญ่ ของมหาวิทยาลัย Warwick Distinction จะถูกนับจากร้อยละ 70 แต่คณะสังคมวิทยา (ซึ่งติดอันดับ 2 ของ Rank Sociology อังกฤษในปี 2011 จัดอันดับโดยหนังสือพิมพ์ Independent) กำหนดว่าบัณฑิตจะได้ Distinction ก็ต่อเมื่อจะต้องได้ร้อยละ 70 (Distinction) ในการทำวิทยานิพนธ์ (dissertation) และได้ร้อยละ 70 ในคะแนนรายงาน (essays) อย่างน้อยจำนวน 1 วิชา และร้อยละ 65 ขึ้นไปไม่น้อยกว่า 3 วิชา เป็นต้น

สิ่งที่เราเห็นคือ แต่ละมหาวิทยาลัยของอังกฤษมีเกณฑ์และมาตรวัดในการให้คะแนนที่แตกต่างหลากกันออกไปอย่างแทบจะสิ้นเชิง และไม่สามารถหาหลักเกณฑ์แน่นอนตายตัวในการแปลงคะแนนไปเป็นเป็นเกรดเฉลี่ยอย่างเที่ยงตรงและเป็นธรรมต่อบัณฑิตที่จบการศึกษาจากอังกฤษได้ ปัญหาการแปลงเกรดย่อมไม่เป็นปัญหาแต่ประการใดในการศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แม้แต่ในเว็บไซต์ทุน Fulbright ก็ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า สำหรับผู้สมัครที่จบการศึกษาจากประเทศอังกฤษนั้นไม่มีความจำเป็นประการใดที่จะต้องแปลงเกรด เพราะมหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากคุณสมบัติ และคะแนนที่แท้จริงที่บัณฑิตผู้นั้นได้จากมหาวิทยาลัยของอังกฤษ (ซึ่งจะพิจารณาตามแต่ละคณะและมหาวิทยาลัยไป)

ในกรณีของประเทศไทย การแปลงเกรดกลายเป็นปัญหาใหญ่ร่วมกันของบัณฑิตเหล่านั้นที่จะสมัครเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ หลายครั้งหลายครา บัณฑิตที่จบการศึกษาจากอังกฤษมักประสบปัญหาเนื่องจากการแปลงเกรด ซึ่งทำให้เขาหมดโอกาสทางวิชาการและขาดคุณสมบัติในการเป็นอาจารย์ (ทั้งแบบที่ไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้าสอบสัมภาษณ์และสอบสอนตั้งแต่ต้น หรือแบบที่สอบได้แล้ว แต่ไม่สามารถแปลงเกรดให้สอดคล้องกับเกณฑ์ของ สกอ. หรือมหาวิทยาลัยกำหนด) ทั้งนี้เนื่องจาก

ประการแรก ระบบเกรดนั้นไม่สามารถแปลงได้เพราะไม่มีเกณฑ์กลางที่เป็นมาตรฐานและเป็นธรรม

ประการที่สอง เมื่อไม่มีเกณฑ์กลางของมหาวิทยาลัยไทยแล้ว บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากอังกฤษ (โดยเฉพาะในสาขาสังคมศาสตร์) จะถูกขอร้องแกมบังคับให้ยื่นเรื่องขอให้มหาวิทยาลัยในอังกฤษที่ตนจบการศึกษามาทำการแปลงเกรดเป็นเกรดเฉลี่ย GPA คำตอบจากมหาวิทยาลัยนั้นๆ มักจะได้แก่ "มหาวิทยาลัยไม่สามารถแปลงเกรดได้" และ หากติดต่อกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษาแล้ว เราจะพบได้ว่าเจ้าหน้าที่มักแสดงความฉงนสงสัย อีกทั้งไม่เชื่อหูว่าหากไม่แปลงเกรดแล้ว บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยของตนจะไม่มีงานทำ อันนี้ต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่ความผิดของระบบอังกฤษหรือมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด เพราะในนานาอารยประเทศต่างๆ พวกเขาล้วนยอมรับในมาตรฐานของระบบการศึกษาอังกฤษอย่างไม่มีข้อสงสัย

ประการที่สาม เมื่อมหาวิทยาลัยในอังกฤษไม่อาจแปลงเกรดเป็น GPD ได้ สิ่งที่มักเกิดขึ้น คือ มหาวิทยาลัยหลายแห่งมักพยายามบังคับให้แปลงเกรดโดยยึดหลักว่าคะแนนมากกว่าร้อยละ 70 = A ร้อยละ 65-69 = B+ ร้อยละ 61-64 = B เป็นต้น

การแก้ไขปัญหาตามข้อหลังนี้นั้นสะท้อนถึงความไม่รู้ (ignorance) เกี่ยวกับระบบการศึกษาแบบอังกฤษของแวดวงการศึกษาไทย ที่มักคุ้นชินอยู่กับระบบการศึกษาแบบอเมริกันมากกว่า กล่าวคือ การที่นักศึกษาจะได้คะแนนมากกว่าร้อยละ 70 นั้นย่อมหมายถึง การได้ Distinction ซึ่งสำหรับประเทศอังกฤษแล้ว ในแต่ละรุ่นการศึกษาในสาขาวิชาหนึ่งๆ นั้นคนที่ได้ Distinction จะมีแค่ประมาณร้อยละ 10-15 เท่านั้น และยิ่งสำหรับนักศึกษาคนไทยด้วยแล้ว ในแต่ละปียิ่งมีคนจบ Distinction รวมกันไม่ถึงร้อยละ 5 (โดยประมาณจากนักศึกษาทุกสาขาวิชากว่า 5,000 คนที่ศึกษาในอังกฤษในแต่ละปี) 

ประการต่อมา ระบบการศึกษาแบบอังกฤษโดยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำหรือ Ivy League ของอังกฤษ (Ivy League หมายถึงมหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาที่ได้เกรดเฉลี่ย AAB หรือเกียรตินิยมอันดับ 1 (First Honor) มากกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมด อันได้แก่มหาวิทยาลัย Cambridge, Oxford, Durham, London School of Economics (LSE), Bristol, Exeter, Warwick, Imperial College London, University College London (UCL)) ล้วนแล้วแต่เป็นมหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูง และไม่ยอม “ปล่อยเกรด" โดยเด็ดขาด เพื่อรักษาชื่อเสียงและเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัยเอาไว้ สำหรับนักศึกษาไทยแล้ว การที่จะได้คะแนนสูงกว่าร้อยละ 60 ในแต่ละรายวิชานั้น เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ยากเย็นแสนเข็ญเลือดตาแทบกระเด็น

ดังนั้นแล้ว เมื่อระบบการศึกษาไทยไม่มี “เกณฑ์กลาง” ในการแปลงคะแนนที่เป็นมาตรฐานและเป็นธรรมแล้ว คณะหรือมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งก็จำต้องหา “เกณฑ์กู” ในการพิจารณาตัดสินว่าบัณฑิตเหล่านั้น “ผ่าน” เกณฑ์ที่เกรดเฉลี่ย 3.50 แบบอเมริกันหรือไม่ สิ่งที่เรามักจะพบคือ นักศึกษาไทยที่มีความรู้ความสามารถและมีศักยภาพเป็นจำนวนมากที่จบการศึกษามาจากอังกฤษ เมื่อแปลงเกรดตามที่ถูกบังคับ (ตาม “เกณฑ์กู” ข้างต้น) จึงได้ไม่ถึง 3.50 ถึงแม้ว่าจะได้คะแนนในลำดับขั้น Merit ก็ไม่สามารถผ่านเกณฑ์คุณสมบัติได้ ในหลายครั้งด้วยกันที่คณะต้องการรับบุคลากรที่จบการศึกษามาจากอังกฤษ เนื่องจากสามารถสอบผ่านกระบวนการสอบคัดเลือกบุคลากรตามขั้นตอนปกติของคณะ ซึ่งย่อมปรารถนาคัดเลือกเอาผู้ที่มีคุณภาพ และมีคุณสมบัติเหมาะสมไว้แล้ว ทว่าไม่สามารถรับบุคลากรนั้นได้ เนื่องจากติดระเบียบมหาวิทยาลัยในเรื่องการแปลงเกรดดังกล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการแปลงเกรดนี้ยังสะท้อนความไม่เป็นธรรมของระบบการอุดมศึกษาของไทย เมื่อเทียบกับกรณีของนักศึกษาที่รับทุนของ สกอ. เนื่องจากผู้ที่รับทุน สกอ. มักมีเงื่อนไขผูกพันธ์ต้องใช้ทุนกับมหาวิทยาลัยต้นสังกัด ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าผู้ที่รับทุนจาก สกอ. จะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยใดๆ ก็ตามในโลก และได้รับเกรดเฉลี่ยเท่าใดก็ตาม ก็มักได้รับการบรรจุเข้าทำงาน โดยไม่ต้องผ่านแม้แต่ขั้นตอนการสอบคัดเลือกบุคคลากรของคณะโดยปกติ ในขณะที่ผู้ที่ใช้ทุนการศึกษาของตนเองหรือผู้ปกครอง ดั้นด้นเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปศึกษาต่างประเทศ กลับต้องเผชิญกับอุปสรรค และการปิดกั้นโอกาสเนื่องจากเกณฑ์การรับอาจารย์ใหม่ที่ไม่เป็นธรรม

ในปัจจุบัน จำนวนนักศึกษาไทยไทยที่เดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และ บัณฑิตจบใหม่จากอังกฤษจำนวนไม่น้อยที่มีความมุ่งมั่นจะใช้วิชาความรู้รับใช้สังคม อยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่รายได้น้อย ไม่พอกินในแต่ละเดือน เพียงเพราะพวกเขารักที่จะรู้ รักที่จะเผยแพร่ความรู้ และรักที่จะรับใช้สังคม บุคลากรที่มีศักยภาพเหล่านี้กลับต้องถูกปิดกั้นโดยระบบ คนจำนวนมากจำต้องผันตัวเองไปทำงานในภาคเอกชน ระบบราชการ หรือ NGO เพียงเพราะพวกเขาหมดศรัทธาในระบบที่เป็นอยู่

ในเมื่อสกอ.ได้ลงนามรับรองมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่ได้รับการรองรับโดยรัฐบาลอังกฤษแล้วว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐาน แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีการสร้างมาตรฐานที่รองรับต่อบุคลากรจำนวนมากที่สำเร็จการศึกษาจากระบบอังกฤษแต่อย่างใด ถึงเวลาแล้วกระมังที่ท่านที่เป็นบัณฑิตทั้งที่กำลังศึกษาและจบการศึกษาแล้ว อาจารย์มหาวิทยาลัย และผู้บริหารของมหาวิทยาลัยและกระทรวงศึกษาธิการพึงที่จะร่วมกันขบคิดกันว่าเราควรจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร เพื่อทำลายมายาคติในการอุดมศึกษาไทยที่ไม่ยอมรับระบบการศึกษาของอังกฤษโดยปริยาย เปิดโอกาสให้บัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานรับใช้สังคม และเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ พร้อมกันนั้นก็เพื่อให้ระบบการศึกษาของไทยปรับตัวและก้าวไกลทันการศึกษาโลก ถึงเวลาแล้วกระมังที่เราต้องออกจากกะลาที่ครอบเราเอาไว้เสียที!

ที่มา : ประชาไท




Create Date : 27 กันยายน 2555
Last Update : 27 กันยายน 2555 14:50:25 น. 0 comments
Counter : 1740 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.